Fic: Take care #เบาหน่อยมินโฮ

ตอนที่ 1 : เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

#เบาหน่อยมินโฮ ตอนที่1

 MINHO'S  PART



 

ผมเลือกยีนตัวเก่ง กับเสื้อยืดสีขาวฟรีไซต์มาสวมหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กระโดดขึ้นนอนพิงหัวเตียง ดูเวลาจากนาฬิกาเรือนกลมติดผนัง ผมต้องคิดถึงมันแน่ มองกระเป๋าสัมภาระที่นอนอ้วนอยู่ข้างกัน สลับกับท้องฟ้าขมุกขมัวนอกกระจกหน้าต่าง มั่นใจว่าตอนเราออกจากบ้านคงตากฝนกันไปตลอดทาง

 

“ซง มินโฮ เก็บของเสร็จแล้วหรือยังน่ะ?”

ซานดาร่ายื่นหน้าโผล่มาจากด้านหน้าบานประตูห้องที่แง้มไว้ ผมเหลือบตามอง พยักหน้าแทนการตอบพี่สาวกลับเพียงเท่านั้น

เธอยิ้มหวาน ริมฝีปากสีแดงอ่อนๆ ยิ่งทำให้เธอดูอ่อนหวาน ไหนจะลอนผมเส้นหนาที่ตกลงมาด้านหน้านั่นอีก

“ตอบเป็นเสียงพูดหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”

 

“ครับ เสร็จแล้ว”

 

“ดีมาก งั้นลุกเอาของไปไว้หลังรถเจ้เลย เดี๋ยวตามลงไป” เธอดูดีใจที่ผมทำตามที่เธอต้องการ

 

มันไม่ใช่เรื่องหนักหนา แต่ติดอยู่อย่าง บางครั้งผมชอบขี้เกียจพูด พี่บอกว่าผมเป็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยรู้ตัวหรอก จนพักหลังคนที่ได้รู้จักทักเรื่องนี้มากขึ้น อย่างว่า สังคมเมื่ออายุเข้าช่วงวัยรุ่น มันก็ยิ่งมีคนมากมายเข้ามา

 

แต่บางครั้งผมก็เสียใครบางคนไปเพราะเรื่องนี้เช่นกัน

คนที่เดทกันล่าสุดหาว่าผมไม่ใส่ใจเรื่องของเธอ น่าขำนะ ผมจำได้แม้กระทั้งเธอชอบยาสระผมยี่ห้ออะไรด้วยซ้ำ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องจำ

 

ในกระเป๋าไม่ได้มีของอะไรมาก เฟอร์นิเจอร์ในที่ที่จะย้ายไปก็คงมีพร้อมแล้ว ดาร่าบอกว่าอพาร์ทเม้นท์ที่ผมต้องไปแชร์กับรุ่นน้องของเธอมีพื้นที่กว้างขว้าง

 

ผมจึงเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นลงกระเป๋า พาดเป้ใบใหญ่ไว้ที่สองบ่าก่อนจะเดินลงไปรอดาร่าที่รถบ้านของเรา พี่ติดเครื่องรอไว้ ไม่นานเธอก็ตามลงมา และขับรถพาผมฝ่าฝนที่ตกพร่ำๆ ไปยังที่อยู่ใหม่

 

เรามาถึงเย็นแล้วล่ะ ฟ้ามืดหมด  ระหว่างอยู่ในกล่องลิฟต์พี่ยื่นกุญแจห้องและคีย์การ์ดให้ผมเสร็จสรรพ ไม่มีการสอนมารยาทในการอยู่กับคนไม่รู้จัก เธอคงรู้ว่าผมไม่น่าเป็นห่วงเรื่องนั้นเท่าไหร่ มีก็แต่...

 

“พี่ขอโทษจริงๆ นะ มินโฮยา ”

 

เธอพูดแบบนี้ตลอดช่วงที่ขอให้ผมย้ายออกจากบ้าน เผลอยกยิ้มเมื่อเรามองตากัน ใบหน้าของเธอออดอ้อนเสียจริง

 

ผมลูบมือบนเส้นผมของเธอ เธอที่เดี๋ยวนี้สูงแค่ไหล่ผมเอง

 

“บอกว่าไม่เป็นไรไง”

 

“บทจะมีคนซื้อก็รีบซื้อรีบเข้าอยู่ซะงั้น เดี๋ยวยังไงพี่จะรีบหาบ้านใหม่ให้เร็วที่สุดเนอะ”

 

ผมพยักหน้ารับอยากให้เธอเลิกกังวล  ปล่อยให้เธอคล้องแขนพาออกจากลิฟต์ เดินมาอีกนิดเดียวก็ถึงบานประตูห้องที่ผมถือกุญแจ

 

แต่เราเลือกที่จะกดออดเรียก เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ประตูก็ถูกเปิดจากคนด้านใน

 

“เจ้ ..มากันแล้ว”

เสียงเขา รุ่นน้องดาร่า รูปตาหมวยๆนั้นหยีเมื่อเขายกยิ้ม เขาดูร่าเริง ถือเป็นสีหน้าและทางทีที่ต้อนรับกันอย่างไม่แสแสร้ง

 

“สวัสดีครับ ผมมินโฮ” ผมโค้งหลังลงเมื่อดาร่าผายมือมาแนะนำว่าผมเป็นน้องชายที่จะฝากทิ้งไว้ที่นี่

 

“รู้ชื่ออยู่” เขาตบมือเข้าที่บ่าผมโปะๆ พูดจายียวนน่ารัก นัยหนึ่งคงแปลว่ารู้จักผมอยู่นิดหนึ่งแล้ว

 

มีห้องรับแขกเป็นส่วนแรกที่เดินเข้ามา ด้านในกว้างแบบที่พี่สาวผมบอก มันโปร่ง สะอาดตา ผมได้รับสิทธิ์ให้เดินเผ่นพล่านสำรวจ ที่นี่มีสัดส่วนห้องครัวใหญ่กว่าห้องนั่งดูทีวีนิดหน่อย เพราะมีบาร์เครื่องดื่ม

 

หลังพูดคุยกับพวกเขาจนรู้เรื่อง ผมก็แบกกระเป๋าเข้าห้องนอน ปล่อยดาร่าเม้ามอยอยู่กับเพื่อนรุ่นน้อง ห้องของผมและพี่ชายคนนั้นเป็นห้องแฝด เชื่อมด้วยประตูบานเลื่อนด้านในสามารถทะลุถึงกันได้ แต่พี่เขากับผมตกลงกันแล้วว่าเราจะไม่เปิดประตูบานนั้น

 

 

 

“มินโฮยา พี่จะกลับออกไปที่ทำงานแล้วนะ”

 

ดาร่าทำให้ผมเดินออกจากห้องของตัวเองอีกครั้งหลังรื้อของออกจากกระเป๋าอยู่พักหนึ่ง เธอเดินมารออยู่ตรงทางหน้าประตูเข้าออกเพียงคนเดียว

 

เธอสวมกอดรอบเอวผมเมื่อเราจะอำลา ผมก็โอบหลังของเธอครู่หนึ่งก่อนจะผละห่าง เธอมองผมนิ่งๆ แล้วพูดอะไรบ้างอย่าง

 

“ดูแลพี่เขาด้วยนะ”

 

มันเป็นบางอย่างที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ เธอกระซิบทำไมนะ?

 

“รึว่าจะบอกให้ดูแลตัวเอง” ผมแสร้งพูดติดตลก  

 

แต่ดาร่าเงียบไป เธอส่งยิ้มอย่างอ่อนใจ นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกสงสัย ดาร่ามองย้อนกลับไปที่พี่ชายคนนั้นบริเวณห้องนั่งเล่น เขายังคงนั่งเลื่อนช่องโทรทัศน์เงียบๆ  ผมมองตามเธอ และมองแววตาของเธอด้วย ผมเห็นว่ามันวูบไหว เธอกำลังรู้สึกกังวล

 

แต่ในตอนที่เธอหันกลับมามองผม เธอกลับดูคาดหวัง

 

“ซง มินโฮ”

 

“มีอะไรไหม” เพราะสีหน้าของเธอไม่ดี  ผมลูบแก้มเธออยากให้เธอตอบข้อสงสัยผมหน่อยถ้าเธอจะบอกได้น่ะนะ

 

“เปล่า ก็แค่ ...” เธอแนบมือประกบหลังมือของผมทบอีกชั้น ดวงตากลมโตช้อนมองผมอย่างตั้งใจ “ดูแลเขา”

 

เธอยืนยันคำเดิมโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่ม ดาร่าจากไปพร้อมกับทิ้งข้อความที่ผมต้องหาคำตอบเอง

 

ถ้าผมอยากจะหาล่ะก็นะ..

 

 

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

1 สัปดาห์

 

“มินโฮยา หกโมงครึ่งแล้ว เหมือนฝนจะตกด้วย นายตื่นได้แล้วนะ เผื่อรถติด”

 

ผมงัวเงีย และได้ยินเสียงเขาเบาๆ

 

“มินโฮ ตื่นรึยัง” ก๊อก ก๊อก เขายังคงเคาะเรียก

 

“ค้าบ”

ผมตอบกลับเสียงยานคาง พลิกตัวไปหยิบมือถือที่โต๊ะหัวเตียงดูเวลา เช็คแอพพลิเคชั่นต่างๆ เรียบร้อยก็ไปคว้าผ้าเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ

 

ใช้เวลาไม่นานกับการชำระร่างกาย แต่งตัวใส่เครื่องแบบนักเรียน ติดกระดุมเช็ตสีขาว สวมสูทสีดำ กางเกงสแลคเข้ารูป ร้อยเข็มขัดเข้าหวง หยิบสมุดการบ้านบนโต๊ะหนังสือใส่กระเป๋าเป้ ก่อนจะออกจากห้องนอนพร้อมกับเนคไทด์ในมือ

 

จากใจเลย ผมชอบที่นี่ มันใกล้โรงเรียนของผม เดินทางสะดวก แล้วอีกอย่างผมกับเจ้าของห้องเราเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน เขาไม่ใช่คนพูดมาก ผมก็ไม่ค่อยจะชอบพูด เมื่อวานเรานั่งดูหนังคนละมุมโซฟา แต่ได้รับรสของภาพยนตร์เรื่องนั้นเต็มอิ่ม

 

สรุปก็คือ เราค่อนข้างเข้าขากัน

 

ห้องครัวมีโต๊ะกินข้าวก็จริงแต่เขาชอบยกอาหารทุกอย่างมานั่งกินที่โต๊ะหน้าทีวี ผมวางกระเป๋าทิ้งไว้ตรงโซฟาแล้วนั่งลงที่พื้น เขาอุ่นอาหารเช้ามาวางไว้ให้หมดแล้ว

 

เขาเดินกลับออกมาจากห้องครัวอีกหน ก้มวางข้าว  ข้าวสองถ้วยถูกตั้งลงข้างๆ กัน  

 

“พี่ล้างหน้าแป๊บ นายกินเลย”

 

“รอครับ” ผมยิ้มให้ พงกหัวขอบคุณหงึกหงัก

 

เรานั่งกินข้าวเช้าด้วยกันหลังจากที่เขาไปล้างหน้าล้างตา ข่าวเช้าวันนี้รายงานเรื่องฝนฟ้าพายุที่กระหน่ำซัดเข้าฝั่ง ได้อรรถรสมาก เพราะนอกกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดม่านเอาไว้ฝนก็เทสาดกันอย่างหนัก

 

ผมวางช้อนและตะเกียบเนื่องจากอิ่ม เขาวางมันก่อนผมแป๊บเดียว มือแดงๆ ของเขาเท้ายันไปด้านหลังตัวเองด้วยความผ่อนคลาย เห็นพุงน้อยๆ ในเสื้อยืดชุดนอนของเขาด้วย น่ารักดี

 

ผมสบตาเขาเพราะเขาจ้องผมอยู่ มือผมก็คล้องเนคไทด์กับปกเสื้อไปด้วย ขยับจัดมันเรื่อยเฉื่อย

 

“อะไร ...ไปทำงานไหม?” ผมเริ่มสนทนา

 

“ไม่รู้ ฝนตก ขี้เกียจ”

 

“ไปส่งผมดิ”

 ผมหัวเราะร่า เพราะพี่เขาหัวเราะผม มันเป็นความเจ้าเล่ห์ปนหวังดีนะ ถ้าออกไปส่งผมผมไม่เปียกฝน แถมที่ทำงาน สถานที่สอนพิเศษศิลปะที่เขาเปิดไว้ก็อยู่ย่านเดียวกัน

 

“ไอ้ซึน งั้นนายรอแป๊บนึง อาบน้ำหน่อย” เขาว่า

 

“ครับ” ผมรับคำ

 

พี่เขาลุกออก ระหว่างนั้นก็ขยี้หัวเกรียนๆ ของผมเสียเต็มแรง ผมเก็บมื้อเช้า ล้างจาน และถือไอศกรีมกระปุกออกมานั่งกินรอเขาต่อ

 

ไม่นานพวกเราสองคนก็ออกจากอพาร์ทเม้นต์  ฝ่าฝนตกบนท้องถนนที่กำลังคึกคัก รถเคลื่อนที่ไม่ช้าไม่เร็ว ที่ปัดน้ำฝนก็ทำงานขยันขันแข็ง

 

 

“เพิ่งเคยเห็นนายใส่ไทด์”

 

ผมมองคนขับ ก่อนจะวกกลับมามองไทด์ตัวเอง

แค่นั้น แล้วห้องโดนสารก็เงียบงัน

 

สักพักเขาก็พูดต่อ “พี่คิดว่าไม่มีไทด์ซะอีก”

 

“ไม่ค่อยใส่หรอก แต่วันนี้ตื่นเช้า”

 

ผมหมายถึงจะมีอาจารย์หลายคนที่ผมจะทันได้เจอเขา และก็มีเวลามากพอจะเอาไทด์มาผูกหลังจากกินข้าวเช้า วันนี้พี่เขาปลุกผมเร็วกว่าทุกวัน

 

“นายดูดีนะ”

เขาเหลือบมองผม แล้วส่งยิ้มหวาน ให้ตาย เขายิ้มโคตรน่ารัก ผมมองรอยยิ้มนั่นแล้วก็ต้องหลบ ทำเนียนหันดูหน้าต่างรถ ผมเม้มริมฝีปากอย่างช่างใจกับประโยคที่จะพูด

 

“พี่ก็น่ารัก” ผมบอก พยายามทำหน้าให้นิ่งที่สุด “แบบว่า แต่งตัวน่ารักนะวันนี้”

 

เขาหัวเราะมาออกมาเสียงดัง ผมส่ายหน้าหัวเราะหึ มือไม้เกๆ กังๆ ยกเกาหัว มันเป็นความเขินอายแบบตลกๆ มีผู้ชายบ้าที่ไหนเขาชมกันว่าน่ารักบ้างล่ะ

 

แต่พี่นี่แม่งไม่ได้หล่อไง ตัวสูงเพรียว ใส่สเวตเตอร์กับกางเกงยีนขากระบอกเล็กแบบนี้ยิ่งดูบอบบางเหลือตัวนิดเดียว

 

“ขอบใจ ไอ้หนู”

 

ผมพยักหน้ารับอีกหน แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่นานรถก็เทียบฟุตปาธข้างกำแพงโรงเรียน ผมลงรถพร้อมกับร่มของพี่เขาที่หยิบมาให้จากที่นั่งด้านหลัง ร่มสีดำคันใหญ่ถูกชูอยู่เหนือศีรษะ ก่อนปิดประตูผมไม่ลืมที่จะก้มบอก..

 

“ขอบคุณครับ พี่ซึงยุน

พูดเสียงดังเล็กน้อยแข่งกับสายฝนด้านนอกที่ดังซู่ๆ แล้วรีบเดินเข้าโรงเรียน

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ที่โรงเรียนผมมีเพื่อนสนิทสองคน  จีวอน ฮันบิน พวกมันสองคนเป็นเหมือนแฝด ไม่ใช่ตัวติดกันทำนองนั้นหรอกนะ เป็นคนที่มีเวลาเกิดไล่เลี่ยกันและเป็นลูกพี่ลูกกันต่างหาก

 

พวกมันฮาดี วันๆ เถียงกันอยู่ไม่กี่เรื่อง หลักๆ เลยคือบ่อยครั้งที่จีวอนสั่งให้ไอ้คนเกิดหลังเรียกมันว่าพี่ แต่อีกคนก็จะชอบเถียงกลับว่าเกิดก่อนสามนาทีเขาไม่นับ แล้วก็ฟาดสมุดหนังสือใส่กัน

 

ฮันบินเรียนเก่ง นั้นเลยทำให้ผมกับจีวอนโดนฉุดขึ้นมาจากพวกหลังห้อง ผมเรียนกลางๆ ตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไป กีฬากากหน่อย อย่างวันนี้ก่อนที่เราจะเดินโต๋เต๋ออกจากยิม ผมก็เพิ่งจะสอบวอลเล่   6.2 เต็ม 10 คะแนนช่องล่าสุดเป็นคะแนนที่ผมพอใจ

 

“เออ มินโฮ เมื่อเช้าพี่ซึงยุนมาส่งเหรอ”

 

จีวอนถาม มันเดินอยู่ซ้ายมือผม ถัดไปก็คือฮันบิน เรามักจะเรียงหน้ากระดานเดินไปโรงอาหารตอนพักเที่ยงแบบนี้เป็นประจำ

 

“อืม” ผมตอบ

 

“แล้วเย็นนี้เขามารับหรือเปล่าวะ?” ฮันบินชะโงกหน้ามาถามบ้าง

 

“หึ” ผมส่ายหน้าประกอบ

 

พวกมันก็พยักหน้าพร้อมกัน 

 

“ก็ดี เย็นนี้ไปตู้เกมส์กัน”

 

“ได้”

ผมชอบเกมส์ ถึงจะเล่นเกมส์ต่อสู้ที่แข่งกันเป็นทีมไม่เป็นแต่ที่นั้นมีอย่างอื่นอีกเยอะแยะ มันเป็นแหล่งทลุงเงินชั้นยอด  แถวนั้นอยู่ใกล้บาร์ของที่บ้านผมด้วย ผมจะเข้าไปหาดาร่ากับเฮียซึงฮุนสักหน่อย เงินรายสัปดาห์ผมหมดพอดี

 

 

หลังจากทานข้าวผมมาสิงกันอยู่ในห้องเรียน เราออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ได้เลยเพราะฝนไม่ยอมหยุด ผมฟุบหลับไปจบหมดเวลาพัก แล้วก็เริ่มเรียนวิชาศิลปะต่อในตอนบ่ายแก่

 

 

ท้ายคาบอาจารย์สั่งงานวาดภาพระบายสี มีกระดาษร้อยปอนแจกให้ หัวข้อคือสถานที่ที่ชอบในช่วงเวลานี้ แวบหนึ่งในหัวของผมปรากฏภาพพื้นที่ห้องดูหนังในอพาร์ทเม้นต์ขึ้นมา ผมยกยิ้ม แล้วจดสิ่งที่อยากวาดลงไป ผมวาดภาพไม่เก่ง เดี๋ยวจะให้อาจารย์สอนพิเศษที่บ้านช่วยแนะแนว

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

 

นาฬิกามือถือบอกเวลาหนึ่งทุ่ม  ผมรอส่งจีวอนและฮันบินขึ้นรถประจำทางกลับบ้านอยู่ที่จุดจอดบัส  มันค่อนข้างดึกผมเลยกดโทรออกหาพี่ซึงยุน

 

[“ว่าไงมินโฮ”] เขารับสาย ในสายผมได้ยินเสียงเด็กๆ นั่นแปลว่าเขายังอยู่ที่โรงเรียน ยังมีคนเรียนอยู่

 

“ผมกำลังจะกลับ กลัวจะเป็นห่วง แต่พี่ยังไม่เลิกงานหรอครับ”

 

[“อ๋อ โอเค นายทำดีมาก  ใช่พี่ยังไม่เลิก ดึกแล้วยังไงหาอะไรเข้าไปกินก่อนเลยนะ วันนี้ปิดร้านแล้วก็ต้องอยู่ย้ายโซนสีช่วยลูกน้องอีก คงจะดึกมาก ไม่ต้องรอ”]

 

“เคเค”

 

ผมตอบกลับเพียงเท่านั้นและวางสาย แต่เมื่อหันไปมองเพื่อน ผมก็ปะทะเข้ากับสายตาสองคู่ของพวกมัน

 

“อะไร” ผมถาม

 

“จะไปรับ?”  จีวอนถาม

 

“รู้ได้ไง” ผมเลิ่กคิ้ว ไอ้พวกรู้ดี รู้ทั้งที่ผมไม่ได้ปริปากสักคำ

 

“ก็มึงถามยาว” ฮันบินเสริมบ้าง มันนั่งเลียไอศกรีมโคนอยู่ข้างจีวอน

 

“ก็ตามนั้น” ผมตอบ ก่อนจะละสายตาจากพวกมันมองท้องถนนเฉอะแฉะ

 

“หาคำตอบได้ยัง ทำไมต้องดูแลพี่เขา” จีวอนถามอีก

 

นั่นทำผมถอนหายใจเฮือก ผมไม่เซ็งพวกมันที่ถามเยอะ นี่พื้นฐานมนุษย์อยู่แล้ว ผมเซ็งที่ยังไม่รู้คำตอบอะไรเลยมากกว่า ซึงยุนไม่มีอะไรที่ผมต้องดูแล เขาดูแลตัวเองอย่างดี เขาดูแลบ้านและมื้ออาหาร รวมถึงดูแลผม ปลุกผมไปเรียน

 

“ยัง ไม่รู้นะ เจ้อาจฝากไปงั้นก็ได้ พี่เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ”

 

ผมพยายามหลอกตัวเองแบบนั้น ทั้งที่ยังจำสายตาตอนดาร่าฝากฝังได้แจ่มแจ้ง ยิ่งซึงยุนไม่มีเรื่องให้ผมต้องช่วยดูแลมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งสงสัยและอยากหาคำตอบที่ดาร่าพูดว่ามันเกี่ยวกับอะไร

 

ผมอยากถามดาร่าให้รู้แล้วรู้รอด จริงๆ นะ แต่นั่นคงดูขี้แพ้ไปหน่อย มั่นใจว่าเธอจะทำเป็นไขสือ ไม่ตอบผมตรงๆ อย่างแน่นอน

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

ผมโทรบอกหลังเดินทางมาถึง ว่าผมมารอ

 

กริ๊ง~ พนักงานร้านกาแฟกดกระดิ่ง

 

“ชานมไขมุกหวานน้อยสองแก้วครับ”

ดึกแล้วคนน้อย เขาไม่ได้ขานชื่อผมก็รู้ว่าเป็นของผม ผมเดินไปรับสินค้ากลับมานั่งรอที่โต๊ะกลม ชั้นแรกของตึกที่พี่ซึงยุนสอนพิเศษเป็นร้านคาเฟ่แสนอร่อย

 

เห็นว่ากำลังจะลงมาผมเลยสั่งชาไว้เผื่อ ไม่นานเกินจะง่วงนอน พี่เขาก็ลงมาพร้อมกับลูกน้อง  เขามองหาผมซ้ายขวาหน้าบันไดก่อนเราจะสบตากันเข้า ซึงยุนยิ้มสวยจริง ผมยิ้มตอบน้อยๆ พลางหลบตามองแก้วน้ำ หยิบมันขึ้นมาแล้วเดินไปหาเขา

 

“อะ” ผมยื่นให้เขาแก้วหนึ่ง  

 

“โอ้ แต๊งกิ้ว” เขาเจาะมันแล้วก็ดูด เคี้ยวทอปปิ้งจนแก้มอ้วน พยักหน้ากับรสชาติ “หวานกำลังดีเลย”

 

“ครับ” ผมตอบ

 

 

ระหว่างเดินไปที่ลาดจอด ฝนยังคงตกเป็นละอองน้ำ ผมเพลินกับชานมเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาเดินนำหน้าผมไป สักพักก็จาม

 

ฮัดชิ้ว ฮัดชิว~

 

เวร  ร่ม ... ผมเสือกลืมร่มไว้โรงเรียน

 

“ผมลืมร่ม!!” ผมชะงัดเท้าตัวแข็งทื่อ

 

“ไม่เป็นไร เดินเร็วหน่อย” เขาหันหน้ามากวักมือเรียก

 

เร็วเท่ากับความคิด ผมถอดสูตรตัวนอกออก แล้วเอาคลุมศีรษะให้เขา เขาเหรอหรา ผมก็งงๆ กับตัวเองเหมือนกัน แต่จมูกแดงๆ ของซึงยุนทำให้ผมรู้สึกผิด

 

พี่ซึงยุนช้อนตามองผม เขาอมยิ้ม ใบหน้าขาวอยู่ในปกครองของเสื้อสูทผมเรียบร้อย

“ขอบใจน้องชาย”

 

“อืม ..โทษที พรุ่งนี้จะไม่ลืมร่ม”

ผมเม้มปาก กลั้นยิ้มยามตอบกลับ เลิ่กลั่กมองทางอื่น และเปลี่ยนเป็นคนเดินนำหน้าแทน เราถึงที่พักด้วยความปลอดภัย ไม่มีใครเป็นหวัด

 

 

#เบาหน่อยมินโฮ

 

เบาหน่อยน้อง สวัสดีค่ะ เปิดอีกเรื่องแล้ว สปอยเลยแล้วกัน เป็นฟิคที่ค่อนข้างไม่มีอะไรมาก 5555 เนื้อเรื่องเรื่อยๆ มีปมที่ต้องแก้อยู่บ้าง หวังว่าจะชอบกันนะคะ

 

ฝากคอมเม้นต์ติดแฮชแท็กเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #4 Lalita (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 20:53

    พี่ดาร่าทิ้งปมไว้ให้ฉงนตาม แต่พี่ซึงยูนก็น่าถูกมินโฮดูแลจริงๆแหละ

    #4
    0
  2. #2 speamz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 00:08
    เรื่องนี้ซึงยูนแก่กว่า ฟหกด่าสบหดสกสบกวก ฮืออออ

    ทำไมต้องดูแลพี่ซึงยูนอ่าาา ติดตามรอตอนต่อไปอย่างใกล้ชิดค่ะ
    #2
    0
  3. #1 Minyoon lovely (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:33

    พี่ซึงยูนน้องมินโฮงื่ออรอตอนต่อไปเลยค่ะมันต้องมีอะไรที่ทำให้ต้องดูแลพี่เค้าแน่ๆ??‘???‘?

    #1
    0