(END) BoubleB #บับเบิ้ลบี [MarkBam]

ตอนที่ 17 : Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    22 พ.ย. 62


“บีบี”


    หลังออกมาจากห้องน้ำก็เจอกับยีนส์ที่ยืนรออยู่ อีกฝ่ายดูมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ซึ่งก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ ที่รู้สึกว่าระหว่างเรามันกระอักกระอ่วนและแปลกๆไป

“อือ ว่าไงมาเข้าห้องน้ำหรอ” แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ เพื่อทำให้ระหว่างเรามันเหมือนเดิมปกติที่สุด

“ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”

“อือได้ดิ”

“เราขอโทษนะเรื่อง เอ่อ เรื่องเมื่อกี้น่ะ แล้วก็..”

“...”

“บีคือ คือเราชอบ..”


“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เราไม่ได้คิดอะไร นายไม่ต้องคิดมากนะแล้วก็..”


“...”


“ยีนส์ นายเป็นเพื่อนที่ดีของเราคนนึงนะ เราดีใจนะเว้ยที่ได้มารู้จักกันได้มีเพื่อนดีๆแบบนายน่ะ”

...ไม่มีใครพูดคำว่าเพื่อน ได้เจ็บเท่าเพื่อนที่แอบชอบอีกแล้ว ถึงจะเตรียมใจมาบ้างแล้วเมื่อถึงต้องคราวโดนปฏิเสธ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ยังรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาหน่อยๆเหมือนกัน อือ นั้นสินะ เป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้วจริงๆ ถ้าอีกฝ่ายให้กันได้แค่นี้ตนก็จะยอมรับมันไว้ จะไม่ฝืนความรู้สึกตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่ขอเวลาหน่อยนะ สัญญาว่าจะกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม เพื่อนที่สนิทใจของนายเหมือนเดิมน่ะ

“อือ ขอบใจนะบี”

“สบายมาก รีบตามมาละ เดี๋ยวไปรอข้างนอกนะ”

โล่งใจไปได้นิดหน่อย ที่ระหว่างเรามันไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้ อีกฝ่ายดูโอเคหลังจากที่ตนพูดไป ตนรู้ว่ายีนส์กำลังจะพูดอะไรออกมาจึงได้พูดแทรกไปก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดคำนั้นออกมาจริงๆ “คำว่าชอบกัน” เพราะเขาให้สถานะแบบนั้นกับอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ ยังยืนยันคำเดิมว่ายีนส์คือเพื่อน เพื่อนที่ดีที่สุดของเขาคนนึง และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป

.

.

“ยูโน คุณมาร์ชไปไหนอะ”

     พอเดินกลับมาก็ไม่เจอคุณมาร์ชนั่งอยู่กับคนอื่นๆแล้ว จึงลองถามยูโนดูว่ารู้หรือเปล่าว่าอีกฝ่ายนั้นไปไหน ได้ความว่าคุณเขาน่าจะลงไปเดินเล่นที่ทะเล ตนจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นบ้าง

ระยะทางที่เดินมาจากตัวบ้านสู่ทะเลก็ไกลอยู่พอสมควรแถมมืดอีกต่างหาก ดีที่หยิบมือถือติดมาด้วยพอจะใช้แฟรชส่องทางได้นิดหน่อย เดินมาสักพักก็พบกับคนที่กำลังตามหาอยู่ อีกฝ่ายยืนหันหน้าออกทะเลและถ้าให้เดา นั้น..คงกำลังสูบบุหรี่อยู่ด้วยแน่ๆ เพราะตนได้กลิ่นนิโคตินโชยมา ควันสีเทาหม่นที่กำลังโพยพุ่งออกมาลอยฟุ้งขึ้นไปบนอากาศ บวกกับท่าทางของอีกฝ่ายแล้วนั้นที่มือข้างนึงล้วงกระเป๋ากับอีกข้างที่คีบบุหรี่ไว้บนมือ มันช่างดูแบดสุดๆไปเลย เป็นอีกภาพลักษณ์นึงที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“คุณมาร์ชสูบด้วยหรอครับ”

“นานที”

“ครับ”

“เหม็นหรือเปล่า ผมดับให้”

“ไม่เป็นไรครับ สูบต่อเถอะ”

ถึงจะบอกไปแบบนั้นแต่อีกฝ่ายก็ดับบุหรี่ในมือมวดนั้นทิ้งไปอยู่ดี เขาเดินเข้าไปหาเรื่อยๆจนที่สุดก็ได้มายืนข้างๆกับอีกฝ่าย ตนแอบชำเลืองมองใบหน้าของคนที่อยู่ข้างๆเป็นพักๆ พบว่าคุณเขาน่ะคิ้วขมวดชนกันตลอดเวลา แถมหน้าตาก็ดูเคร่งเครียดนิ่งกว่าปกติ เป็นอะไรหรือเปล่านะ 

“คุณมาร์ช เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ตนถามในสิ่งที่สงสัยออกไป เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่

“เปล่า ไม่ได้เป็นไร”

“งั้นออกมาตรงนี้ทำไมครับ”

“แค่อยากออกน่ะ”

บทสนทนาของเราหยุดลงไปทันทีหลังจากที่คุณเขาตอบแบบนั้นออกมา ดูก็รู้ว่าบอกปัดๆ สักพักคุณมาร์ชก็นั่งลงไปบนพื้นทราย แถมยังดึงมือของเขาให้ลงไปนั่งข้างๆกันอีก เวลาผ่านไปหลายนาทีก็ยังคงไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงแค่เสียงของคลื้นในทะเลเท่านั้นที่ดังอยู่ณ ตอนนี้ จนเนิ่นนานหลายนาทีที่รู้สึกว่ามันเงียบเกินไป จนตนต้องเป็นคนพูดออกมาก่อนเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ลง

“คุณมาร์ช เคยมีแฟนเป็นผู้ชายไหม”

“เคย”

“จริงหรือครับ!”

เขาตกใจมากจริงๆ จนเผลอเสียงดังออกมา ตกใจที่อีกตอบว่าเคยออกมาน่ะสิ ตนนึกว่าคุณมาร์ชชอบผู้หญิงมาตลอด เอาจริงๆก็แค่ลองถามดูเฉยๆ ไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบออกมาแบบนี้ด้วยซ้ำ

“อือ นานแล้ว”

“อ่าครับ” ไม่รู้จะถามอะไรต่อเลยทีนี้

“บีล่ะ” เป็นคุณเขาที่ถามกลับบ้าง

“ก็เคยครับ นานแล้วเหมือนกันตั้งแต่มหลาลัยแหนะ จากนั้นก็ไม่ได้คบใครแบบจริงๆจังๆอีกเลย”

“ตอนนี้ล่ะ”

“ตอนนี้? อะไรหรอครับ” ตนทำหน้างงงวยส่งไปให้เจ้าของคำถาม เพราะไม่แน่ใจว่าที่คุณเขาถามน่ะมันหมายถึงอะไร

“ตอนนี้น่ะ อยากคบใครจริงๆจังๆไหม”

ตนทำหน้าตกใจ ดวงตาเบิกกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้เมื่อได้ยินคำถามไม่คาดคิดออกมา หน้าตาของเขาตอนนี้มันคงตลกน่าดู ตึกๆๆเป็นเสียงของหัวใจเขาเองที่เต้นดังออกมา ข้างในอกมันเต้นจนเสียงดังจนกลัวอีกฝ่ายจะได้ยิน มีสิคนที่คิดว่าอยากจริงจังด้วยน่ะ จริงๆตอนนี้ก็ได้โอกาสเหมาะแล้วนะไอ้บี เอาวะ นาทีนี้แหละเป็นไงเป็นกัน ตนรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีของตัวเอง หายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจจากนั้นก็..

“คุณมาร์ชครับ คือบี บี..”

“...”

“บีชอ..”

“พี่ชอบบีบีนะครับ”

วินาทีนั้นเหมือนทุกๆอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไปทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวอีกต่อไป เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดหมุนลง หรือแม้กระทั่งหัวใจของเขาเองเช่นกันที่เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะนึง คนตัวเล็กจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่คมของคนด้านข้างอีกครั้งอย่างไม่หลบสายตา เพื่อจะให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายได้บอกชอบตนจริงๆ และตนไม่ได้หูฝาดไปเอง

“บีล่ะ ชอบพี่ไหมครับ”

“พี่มาร์ช..”

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก มากจนเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปได้ เขาเรียบเรียงคำพูดของตัวเองไม่ถูกและหาเสียงของตัวเองไม่เจอ ความรู้สึกดีใจจนพูดอะไรไม่ออกมันเป็นแบบนี้สินะ  สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คงทำได้เพียงส่งยิ้มจริงใจออกไปเท่านั้น เพื่อแทนคำตอบของคำถามเมื่อครู่นี้

ต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงแค่สายตาที่เชื่อมโยงส่งถึงกัน สื่อความหมายออกไปให้แก่กันว่าเราใจตรงกันจริงๆ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศพาไปหรืออะไรดลใจ จึงทำให้เราทั้งคู่..

     คนตัวโตยื่นมือข้างนึงตนมาสัมผัสลงบนแก้มนุ่มของอีกฝ่าย ใช้นิ้วโป้งคลึงวนไปมาเบาๆอย่างนุ่มนวล เขาเลื่อนละสายตาจากใบหน้ามนมามองที่ริมฝีปากเยลลี่อวบอิ่มของคนตัวเล็กแทน จากนั้นก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาว่าตนอยากจะเป็นคนเดียวที่ได้ชิมลิ้มรองเยลลี่ชิ้นนี้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทว่าการกระทำไปไวกว่าความคิด คนตัวโตขยับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ในขณะที่อีกฝ่ายก็เลื่อนใบหน้าเข้าหาเช่นกัน จนในที่สุดก็ใกล้พอที่จะทำให้ริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็แตะสัมผัสกัน เริ่มจากแตะค้างไว้อย่างแผ่วเบาๆเปลี่ยนเป็นกดจูบเพิ่มน้ำหนักลงไป ขบเม้มเบาๆอีกสองสามที คนตัวเล็กหลับตาลงและตอบสนองรับสัมผัสนั้นที่อีกฝ่ายมอบให้ได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงทำหน้าที่ต่อไป แปรเปลี่ยนจากจูบธรรมดาเป็นขบเม้มดูดดึง ลุกล้ำเข้าไปด้านใน ลิ้นเลียวเกี่ยวตะวัดกันไปมา จนเกิดเสียงน่าอายขึ้น มาพร้อมกับน้ำใสที่ไหลออกมาจากข้างมุมปาก มือหนายกขึ้นมาประครองที่ท้ายทอยคนตัวเล็กไว้บังคับให้เอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ได้องศาที่เหมาะสม ไม่รู้ว่าพลัดกันจูบอยู่นานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนตัวเล็กใช้มือทุบลงมาเบาๆที่หน้าอกแกร่งสองสามครั้งเพื่อส่งสัญญาณว่าเจ้าตัวหายใจไม่ทัน

“แฮ่ก..” คนตัวเล็กหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดหนักๆ พลางหลบตาหนีไปมองอย่างอื่นแทน เพราะเขินอายเกินกว่าที่จะกล้ามองไปที่อีกฝ่ายที่มองจ้องมาก่อน รู้สึกได้ทันทีว่าใบหน้าของตนตอนนี้คงต้องแดงระเรื่อขึ้นสีเป็นแน่

“ว่าไงครับ ยังไม่ตอบคำถามพี่เลย” อีกฝ่ายไม่ถามเปล่า แต่ยังยื่นมือมาเช็ดคราบน้ำใสที่มุมปากของตนออกให้ จนทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่จ้องหน้าของอีกฝ่ายเข้า น่าอายชะมัด

“ครับ บีก็ชอบพี่มาร์ชครับ” ตนตอบออกไปแล้วสิ่งที่อยู่ในใจ สายตาจ้องมองเข้าไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อยืนยันคำตอบอีกครั้ง ทุกความกังวลใจหายไปทั้งหมด หลังจากที่ได้พูดมันออกไปสักที รู้สึกโล่งใจยังไงก็ไม่รู้

“พี่มาร์ช!” คนตัวเล็กตกใจจนเผลอร้องเสียงหลงออกมา เพราะจู่ๆอีกฝ่ายดันมาฉุดร่างของตนให้ขึ้นไปนั่งคร่อมบันตักแกร่งของอีกฝ่ายซะงั้น และความที่ไม่ทันได้ตั้งตัวยังทรงตัวไม่ดีจึงต้องใช้แขนเกาะบ่าของคนตัวโตไว้เพื่อหาที่ยึดเกาะ และให้ตายเถอะ ท่าทางที่เป็นอยู่ตอนนี้มันล่อแหลมชะมัด ความเคอะเขินในตอนแรกที่หายไป เริ่มกลับมาใหม่อีกครั้ง และยิ่งรู้สึกประหม่ายิ่งกว่าที่เคยเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรกันแน่

“ที่ผ่านมาเราอาจจะรู้จักกันได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่พี่จริงจังกับบีนะ พี่ชอบบี พี่อยากดูแลบี”

“...”

“เป็นแฟนกันนะ”

...ในที่สุด คุณเขาก็พูดประโยคคลาสสิคนี้ออกมาจนได้ เคยจินตนาการไว้ว่าถ้าอีกฝ่ายขอตนเป็นแฟนจริงๆแล้วจะรู้สึกอย่างไร พอวันนี้ฟังของจริงแล้วนั้นมันกับดีกว่าที่คิดเอาไว้มากๆ แต่ให้ตายเถอะ เขาอุตส่าแอบซ้อมพูดประโยคนี้มาตั้งนานแต่ดันไม่ได้พูดก่อนซะงั้น แต่เอาจริงๆตอนนี้ก็ดีใจตื้นตันใจจนเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปได้ ถ้างั้น..ให้นี้แทนคำตอบก็แล้วกัน

คนตัวเล็กรวบรวมความกล้าทั้งหมดของตัวเองที่มี ใช้มือของตนที่มีแต่ความสั่นเทาเอื้อมไปคล้องลำคอหนาของอีกฝ่ายเอาไว้ มองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้นเผื่อจะสื่อความหมายโดยไม่มีความเคอะเขิน ครั้งนี้ตนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน คนตัวเล็กเป็นฝ่ายค่อยๆก้มใบหน้าลงขยับเลื่อนเข้าไปใกล้ๆ เอียงใบหน้าของตนเล็กน้อยให้ได้องศา จากนั้นก็ประกบริมฝีปากของตนลงไปให้แนบชิดกับริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายที่เผยอรออยู่ก่อน จูบครั้งนี้เพื่อส่งต่อทุกๆความรู้สึกให้ส่งถึงกัน แต่ทว่าบทจูบในครั้งนี้กับไม่มีจูบที่นุ่มนวลอย่างครั้งก่อนแล้ว เป็นบทจูบที่เริ่มต้นขึ้นด้วยความร้อนแรงดิปคิสลึกลงไป ลิ้นเลียวร้อนเกี่ยวตะวัดสู้รัดกันไปมา ต่างฝ่ายต่างขบเม้มดูดดึงริมฝีปากซึ่งกันและกัน เราต่างตอบรับสัมผัสกันได้เป็นอย่างดี รสขมปร่าของแอลกอฮอล์ที่อยู่ในลำคอบวกกับรสชาติของบุหรี่ที่ติดอยู่บนริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคอะไรสำหรับเรา มันกับยิ่งช่วยทำให้บทจูบครั้งนี้มีรสชาติความร้อนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ยิ่งทำให้ต่างมัวเมาไปกับรสสัมผัสของอีกฝ่าย คราวนี้เราต่างรู้จังหวะมากขึ้นมีพักให้คนตัวเล็กเอาอากาศหายใจเข้าปอด และไม่นานบทจูบอันร้อนแรงก็ต่อเนื่องขึ้นทันทีไม่ให้เสียเวลา ไม่นานนักคนตัวเล็กก็สัมผัสได้ว่าริมฝีปากของตนคงต้องบวมเจ่อแน่ๆอย่างไม่ต้องสงสัย ขณะที่บทจูบของเรายังคงดำเนินต่อไป กลไกร่างกายก็เป็นไปเองอย่างอัตโนมัติ มือหนาของอีกฝ่ายเอื้อมมากอดรัดไว้ที่เอวบางพลางใช้มืออีกข้างลูบไล้ขึ้นลงเบาๆไปมาทั่วแผ่นหลังเนียน ไม่ต่างจากคนตัวเล็กที่ลดมือข้างนึงของตนลงมาไว้บริเวณอกแกร่งของคนตัวโตเช่นกัน ต่างบดเบียนร่างกายเข้าหากันจนบางอย่างเริ่มตื่นตัวขึ้นมา แต่ก่อนที่อะไรๆจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เราควรต้องหยุดมันไว้ก่อน 


“ว่าไงครับ”


“ครับ เป็นครับ”

หลังจากที่ทำเรื่องหน้าอายลงไปและได้สติกับมา ความอายก็แทรกเข้ามาทันที ในที่สุดตนก็ตอบคำถามคุณมาร์ชกลับไป ตอบไปตามแบบที่ใจตัวเองคิด และแบบที่คุณเขาต้องการ ขอบคุณจริงๆที่ใจตรงกัน เรามาเริ่มทำความรู้จักกันใหม่ให้มากขึ้นในสถานะใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่อีกครั้งนะ

.

.

     เข้าวันที่สาม ของการมาเที่ยวทะเลในทริปนี้ ครบกำหนดวามวันสองคืน เป็นวันนี้แล้วสินะที่เราต้องเดินทางกลับบ้านกัน เช้านี้บีบีตื่นมาพร้อมกับเจอสายตากรุ้มกริ่มล้อเลียนของเพื่อนสนิทอย่างยูโนส่งมาเป็นอย่างแรกของวัน หวังว่าเจ้าตัวคงจะไม่ถามเรื่องน่าอายนะ

“เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าปากของคุณบีบีที่บวมๆอยู่แล้วกับบวมเจ่อขึ้นได้อีก น่าแปลกนะครับว่าไหม”

นั้นไง ผิดจากที่เดาไว้ที่ไหน..

“อะไร ก็ปกติ”

“อืม ปกติมากเลย บวมเจ่อขนาดนี้ เดี๋ยวนะ! ปากแตกด้วยว่ะ บ๊ะ”

“ไอ้ยู หยุดล้อเลยนะเว้ย!”

เขาทำหน้ายุ่งคิ้วขมวดส่งไปทันที แต่อีกฝ่ายกับไม่ได้สนใจเลยสักนิด แถมยังหัวเราะคิ้กค้ากออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหล เหอะๆ น่าขำตายเลยดิ สนุกมากดิที่ล้อเขาได้น่ะ 

“นี่ ยังไงเล่าเลย ทำไมไปถึงขึ้นจู.. เอ่อ ขั้นนั้นแล้ว”

“ก็ ก็..”

“ก็..?”

“เออ ก็เมื่อคืนคุณมาร์ชเขามาบอกชอบก่อนอะ แล้วก็..เป็นแฟนกันแล้ว”

หลังพูดจบยูโนก็ทำตาโต อ้าปากค้างทันที ไม่คิดละสิว่าเขาจะไปไวถึงขั้นนี้แล้ว อย่าว่าแต่ยูโนไม่คิดเลย เขาก็ไม่ได้คิดไว้เหมือนกัน ทุกๆอย่างมันเกินคาดไปหมด ใครจะไปรู้จากที่คิดไว้ว่าจะมาสารภาพรักกับอีกฝ่าย แต่กับโดนอีกฝ่ายพูดสารภาพมาซะก่อน คิดถึงเรื่องริมหาดเมื่อคืนแล้วก็เขินชะมัด ทำเรื่องหน้าอายอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ ไอ้บีเอ้ย 

“แล้วยีนส์อ่ะ”

“ไม่มีไร เคลียกันแล้ว”

“อือ ก็ดีไปที่ไม่มีอะไร แล้วจากนี้ยังไงต่ออ่ะ”

“ยังไงอะไรวะ”

“เอ้า ก็บีกับคุณมาร์ชไง เป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่หรอ เรื่องบอดี้การ์ดอ่ะยังต้องจ้างอยู่ไหม แล้วจะเปิดตัวไหมละ หรือยังไง คิดไว้บ้างเปล่า”

เอาจริงๆก็ยังไม่ได้คิดเลยว่ะเรื่องพวกนี้น่ะ ทุกอย่างมันเพิ่งเกิดขึ้นนี่หว่าแล้วก็เร็วมากด้วย ใครจะไปคิดทันวะ แต่หลังจากนี้ก็คงต้องเก็บเอาไปคิดจริงๆแล้วล่ะว่าจะเอายังไงต่อไปดีสำหรับทุกๆเรื่องเลย

.
.
Tbc

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #67 pulin19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:02
    ในที่สุด ^^
    #67
    0
  2. #35 tonkhaw7g (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
    เขินจังบ้าจริงงคุณ​เขาเป็นแฟนกันแล้ว​

    รอเปิดตัวกลัวดราม่า
    #35
    0
  3. #34 PaoPao9300 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 12:21
    อร้ากกก ร้อนแรงงง
    #34
    0
  4. #33 dearthanaphorn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 12:21

    อะแงงงง พี่มาร์ช น้องบีบี
    #33
    0