คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Hiddlesworth] Into the Screenplay

โดย Ilmarie

เรื่องสั้น (ไม่) ขยันเขียนเล่นจากการอ่านสกรีนเพลย์และดู Thor Ragnarok

ยอดวิวรวม

230

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


230

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ธ.ค. 60 / 12:21 น.
[Hiddlesworth] Into the Screenplay | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงเหตุการณ์สมมุติ ไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นแต่ประการใด ขอให้ถือว่าตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้เป็นเพียงตัวละครสมมุตินะจ๊ะ
คำเตือน: สปอยล์ Thor Ragnarok นิดดดดนึงนะฮับ (ถึงจะมีอยู่ในเทรลเลอร์หนังด้วยก็เถอะ)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ธ.ค. 60 / 12:21



ทอม ฮิดเดิลสตันในชุดนอนที่ใส่เพียงเสื้อยืดคอวีตัวบางสีขาวแนบเนื้อ กับบ็อกเซอร์สีเทาเข้มก้าวเท้าเดินวนไปมาอยู่ในห้องพัก ในมือของเขาถือบทภาพยนตร์ โดยเปิดหน้าบทที่ตนจะต้องเข้าฉากแสดงในวันรุ่งขึ้นไว้ บรรจงไล่สายตาอ่านด้วยความตั้งใจ เก็บเกี่ยวรายละเอียดจากตัวหนังสือ ก่อนจะค่อยๆ เรียงร้อยออกมาเป็นภาพอารมณ์ของตัวละครในจินตนาการของตน เป็นสิบ เป็นร้อยครั้ง ทำซ้ำวนไปเช่นนั้น ด้วยคิดว่านี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาสามารถเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้มากขึ้น

 

ปลายนิ้วเรียวขาวเลื่อนพลิกหน้าบทภาพยนตร์ตรงมุมกระดาษมุมหนึ่ง ในขณะที่เจ้าตัวทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงนุ่ม ไล่อ่านบทบรรยายความรู้สึกสั้นๆ ของตัวละครที่จะต้องแสดงออกมา และหลับตาลง ปิดกั้นประสาทสัมผัสแทบทุกอย่างเพื่อฝึกซ้อมการแสดงในจินตนาการ คงเหลือเพียงเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากหูฟังอินเอียร์ที่เป็นตัวช่วยผ่อนคลายและเพิ่มสมาธิในการฝึก อย่างที่เขาเคยทำอยู่ร่ำไป

 

ผ่านไปพักใหญ่ น้ำหนักของใครอีกคนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากกองถ่ายทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ กัน ทอมลืมตาขึ้น ดึงตัวเองออกจากภาพจินตนาการในหัวพร้อมกับหูฟังที่กำลังเปล่งเสียงบรรเลงเพลงคลาสสิกจากเครื่องเล่นเสียงพกพาออก และหันไปมองคนคุ้นเคยด้วยใบหน้าที่ระบายรอยยิ้มเบาบางแทนคำทักทายแรก

 

“...ทอม?”

 

“อ้าว คริส กลับมาแล้วเหรอ?”

 

แม้ใบหน้าของคนที่อยู่ในห้องตั้งแต่แรกจะมีรอยยิ้ม ทว่า สีหน้าของเพื่อนร่วมงานของเขากลับไม่เป็นอย่างที่คิด คริส เฮมสเวิร์ธมองหน้าทอม สลับกับสิ่งที่อยู่ในมือของทอมไปมาอยู่สามสี่ครั้ง สีหน้าตกใจในตอนแรกจึงค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

ปลายนิ้วหนาของคริสยกขึ้นจรดบนผิวแก้ม สีของนิ้วมือที่เข้มกว่าตัดกับผิวขาวที่แต้มด้วยสีเรื่อจาง เกลี่ยหยดน้ำที่กลิ้งออกมาจากดวงตากลมน่าหลงใหลคู่นั้นให้หายไปจากใบหน้าเกลี้ยงเกลา ในขณะที่ผู้ถูกสัมผัสกลับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ทั้งที่ไม่คิดว่าน้ำตาจะไหลออกมาเองเช่นนี้ ริมฝีปากบางเผยอออกเล็กน้อยด้วยอารามตกใจ หากก็มิได้เคลื่อนกายขยับหนี ปล่อยให้ความอบอุ่นจากมือข้างนั้นอ้อยอิ่งบนใบหน้าของตนอยู่เนิ่นนาน

 

“อินกับบทอีกแล้วเหรอ หืม?” คริสหัวเราะ เมื่อเช็ดหยดน้ำตาออกจากใบหน้าของทอมแล้ว จึงก้มลงอ่านบทในมือของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

 

บทแบบไหนกันที่ทำให้ทอมถึงกับร้องไห้…

 

“อา...ก็นิดหน่อยแหละครับ ขอโทษทีนะ คริส” ทอมเอ่ยตอบ กระพริบตาปริบๆ แล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดหยดน้ำที่ขอบดวงตาของตนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะตามเบาๆ “กลับมาเหนื่อยๆ ดันต้องมาเจอผมในสภาพนี้อีก ขอโทษนะครับ”

 

Loki is wounded by Thor’s willingness to discard him.

 

คริสพยักหน้าหงึก ทั้งตอบรับทอม และพยักหน้ากับตนเองอยู่สองสามครั้งเมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งแก่ใจหลังจากที่เขาอ่านประโยคในบทภาพยนตร์หน้านั้นจบ

 

“นายนี่ก็อินกับบทโลกิมากเลยนะ มากๆ ด้วย…” พูดจบ คริสก็ดึงเล่มบทภาพยนตร์ออกจากมือของเพื่อนร่วมงานที่รับบทเป็นน้องชายของเขาโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว และโยนมันไปไว้บนโต๊ะที่อยู่ปลายเตียง รวมไปกับกองหนังสือทั้งที่อ่านเล่น และหนังสืออ้างอิงต่างๆ สำหรับการแสดง

 

เสียงประท้วงของทอมตามมาหลังจากนั้น

 

“คริส! เอาคืนมานะ!”

 

“นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวแต่เช้านะ นายนี่ มีเวลาพักก็ยังไม่ยอมพักอีก”

 

“แต่--”

 

“นอน!”

 

ไม่พูดเปล่า ร่างกายที่ทั้งหนาและสูงใหญ่ตามแบบเทพเจ้าสายฟ้าของคริสเคลื่อนมาขวางหน้าทอมกับโต๊ะที่อยู่ปลายเตียง ปิดทางไม่ให้อีกฝ่ายเอื้อมมือไปหยิบบทภาพยนตร์กลับมาอ่านใหม่ ถึงจะรู้สึกผิดเล็กน้อยเวลาที่เห็นทอมจ้องเขากลับมาด้วยแววตาเศร้าสร้อยจนเกือบจะใจอ่อนยอมให้ไปหลายครั้งหลายครา แต่ถ้าจะให้เขาปล่อยให้เพื่อนร่วมงานซ้อมการแสดงหนักจนไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็เป็นทางเลือกที่เขายอมรับไม่ได้เช่นกัน

 

และครั้งนี้ เหตุผลข้อหลังเป็นฝ่ายกำชัย...

 

ฝ่ามือหนากดน้ำหนักลงบนบ่าของร่างที่เล็กกว่าตนเล็กน้อย ออกแรงผลักให้อีกฝ่ายกลับไปที่เตียง แต่ก็ยังไม่วายถูกประท้วงกลายๆ

 

“ผมยังไม่ง่วง ก็เลยว่าจะซ้อมต่ออีกสักพัก--”

 

“นี่ไม่ใช่ฉากสุดท้ายที่เราจะต้องแสดงด้วยกันหรอกนะ ทอม” คริสเอ่ยอย่างใจเย็น ด้วยน้ำเสียงทุ้ม หากยังดังกังวานในโสตประสาทของคนฟัง

 

“It’s probably for the best that we never see one another… again… ” ทอมพึมพำ ทวนประโยคในบทภาพยนตร์หน้าสุดท้ายที่เขาอ่านก่อนจะถูกคริสชิงไปด้วยเสียงเรียบ ทว่า เมื่อถึงคำสุดท้ายกลับสั่นพร่าจนตัวเขาเองยังแปลกใจ และเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีฟ้าสว่าง ด้วยแววตาราวกับคนสิ้นหวัง “อะ--” แล้วกะพริบตาถี่ๆ ไล่หยดน้ำใสออกจากดวงตาอีกครั้งหนึ่ง

 

“That’s what you always wanted.” คริสเลื่อนมือทั้งสองข้างจากลาดไหล่ ขยับขึ้นสู่หลังคอที่ไร้การปกปิดด้วยเนื้อผ้า และจบลงที่การกอบกุมใบหน้าของทอมไว้ด้วยสองมือ สบดวงตาสีฟ้าอมเขียวคู่นั้น แล้วเกลี่ยหยดน้ำที่เลอะบนผิวแก้มด้วยนิ้วหัวแม่มืออย่างแผ่วเบา รอยยิ้มละมุนราวแสงอาทิตย์ในยามเช้าคลี่บางบนใบหน้ามาพร้อมเสียงกระซิบทุ้มนุ่มข้างใบหู “But I’m sure you will always be there, right beside me, brother.”

 

“...นั่นมัน…นอกบทนะ คริส”

 

“ฉันรู้… ว่าโลกิก็เป็นแบบนี้แหละ” คริสไหวไหล่ ขยิบตาพร้อมยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ริมฝีปากหยักยิ้มกวน ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาอย่างขบขัน “และธอร์ก็ดูท่าจะมั่นใจเอามากๆ ซะด้วย นายว่าอย่างนั้นไหม?”

 

รอบยิ้มขวยเขินบนใบหน้าของทอมกลับมาอีกครั้ง พร้อมเสียงหัวเราะแผ่วหวิวเฉพาะตัวของเขา ลมหายใจและเงาร่างคุ้นเคยที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงอึดใจราวกับจะแผ่ความอบอุ่นให้โลกทั้งใบของใครบางคนได้ ครู่ถัดมา ทอมจึงยกมือของตนขึ้นวางทับมือของอีกฝ่าย ค่อยซึมซับสัมผัสอ่อนโยนที่ถูกมอบให้ เอ่ยคำตอบที่ไม่เชิงเป็นคำตอบด้วยเสียงกระซิบ

 

“...อา นั่นสินะครับ”

 

ทอมหลับตาลง แล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อจบระยะห่างเพียงน้อยนิดที่กั้นพวกเขาอยู่ ค่อยละเลียดลิ้มรสความอบอุ่นอันหอมหวาน และปล่อยไว้เช่นนั้นเนิ่นนาน ก่อนจำใจต้องผละจากกัน

 

“Good night, Loki.”

 

...เสียงกระซิบถูกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนที่ลมหายใจผะแผ่วจะถูกช่วงชิงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

“คริส…” ทอมค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วเอ่ยนามอีกฝ่ายด้วยเสียงอ่อน ติดจะหอบเล็กน้อยเมื่อกลีบริมฝีปากบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

 

“หืม?” คริสส่งเสียงในลำคอ แต่ไม่ได้ขยับตัว ยังคงเว้นระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขาและทอมเพียงน้อยนิด ปลายจมูกโด่งระผิวแก้มสีเรื่อ เรียวริมฝีปากเฉียดไปมาบนริมฝีปากของอีกฝ่าย เย้ายวนราวสัมผัสของสายลมอ่อน ไม่ได้รุกรานดั่งพายุ แต่ก็ไม่ได้หายไปเฉกเช่นสุญญากาศ และยังคงรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ มือข้างหนึ่งที่ประกบใบหน้าค่อยเคลื่อนลงมาถึงลำคอ แล้วลากผ่านแผ่นอกลงไปหยุดประคองที่รอยต่อระหว่างเอวและสะโพก ออกแรงเล็กน้อยเพื่อเกี่ยวร่างกายของคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้กันมากขึ้น

 

“...เมื่อกี้นี้” ปลายนิ้วเรียวทั้งสี่ที่จับมือหนาเลื่อนมาจรดบนริมฝีปากซุกซน ก่อนที่เสียงหัวเราะขัดเขินเบาๆ จะตามมา “ยังบอกให้ผมไปนอนอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ?”

 

“ก็เห็นนายบอกว่ายังไม่ง่วง…” คริสหัวเราะแหะ รู้สึกผิดเล็กๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดเขาอยู่ดี เพราะคนที่พูดคือทอม และเมื่อครู่นี้ทอมก็เป็นคนเริ่มเองต่างหาก “อีกอย่างนึง ฉันบอกโลกิ ไม่ได้บอกทอม ฮิดเดิลสตันสักหน่อย”

 

นิ้วหนาของคริสเกี่ยววนอยู่ที่ขอบผ้ายางยืดสีเทาเข้ม ก่อนจะสอดมือเข้าสัมผัสผิวกายอุ่นที่อยู่ข้างใต้ ริมฝีปากชื้นจากการจูบเมื่อครู่เริ่มเผยอออก ขบเม้มปลายนิ้วชี้เรียวยาวที่ทาบอยู่ แล้วไล่จุมพิตไปด้านหลังฝ่ามือได้รูปสวย

 

แววตาของคริสไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด...

 

“ไปนอนได้แล้วครับ” ทอมเน้นเสียง แล้วดันใบหน้าคริสออกห่าง มืออีกข้างรวบคว้าข้อมือใหญ่ที่ฟอนเฟ้นไปตามร่างกายสมส่วนแล้วดึงออกจากการเกาะกุม “พรุ่งนี้ฉากแอคชันอีกเยอะนะ”

 

คริสถอนใจอย่างนึกเสียดาย ทว่า เมื่อเงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายจึงรับรู้ได้ว่าทอมเองก็ไม่ได้คิดต่างไปจากเขา แต่ด้วยหน้าที่การงาน การแสดงที่ต้องเข้าฉากในวันถัดไปออกจะหนัก หากไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ คงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขาแน่

 

...สายตาของทอมที่มองมาแสดงออกถึงความรักลึกซึ้งอย่างชัดเจน และคริสก็มองอีกฝ่ายกลับในแบบเดียวกัน

 

เจ้าของบทโลกิลดมือลง และเปลี่ยนตำแหน่งแขนทั้งสองข้างไปเป็นการกอดเอวหนาอย่างหลวมๆ หยัดปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย เมื่อผิวหน้าปะทะลมหายใจอุ่นจึงค่อยสูดกลิ่นกายคุ้นเคยที่ผสมปนเปกับกลิ่นสบู่อ่อนจาง แขนทั้งสองข้างขยับสูงขึ้น ใช้หัวไหล่เป็นที่จับยึดวางมือ แล้วจรดริมฝีปากให้แนบกันสนิท ก่อนที่จะเผยอออกเล็กน้อย ราวกับจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาภายใน และคริสก็ไม่พลาดคำเชิญนั้น จึงค่อยเสาะหาความอบอุ่นยิ่งกว่าเก่า ฝ่ามือใหญ่ช้อนเข้าประคองท้ายทอย ปรับองศาของศีรษะให้ประกบแนบริมฝีปากกันได้ถนัดขึ้น ละเลียดสัมผัสเย้ายวนที่ถูกมอบให้อย่างนุ่มนวล ลิ้มรสชาติหวานล้ำยิ่งกว่าของหวานแสนโปรด จดจ่ออยู่แบบนั้นเนิ่นนานจนแทบลืมแม้กระทั่งเวลา หรือแม้แต่การหายใจ

 

ยามเมื่อผละจาก จึงมีเพียงเสียงของชายหนุ่มสองคนที่คล้ายกับเพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเพื่อค้นหาอากาศบริสุทธิ์ หากระยะห่างระหว่างกันก็ยังใกล้พอสำหรับพวกเขาที่จะจมดิ่งลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

“ฉันว่า...ถ้าไม่หยุดตอนนี้ ฉันคงจูบนายทั้งคืนแน่ ทอม” คริสกระซิบเสียงหอบ หลังจากสูดลมเข้าปอดไปเฮือกใหญ่

 

“ผมก็...เหมือนกัน…” เสียงหอบกระเส่าที่ออกจากปากทอมแทบจะทำให้คนฟังเพียงหนึ่งเดียวก้มลงประกบจูบเขาอีกรอบ แต่ทอมก็ใช้มือยั้งไว้ได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะยังหอบหายใจหนักๆ อยู่ก็ตามที “คริส...พอก่อน… เราควรจะต้อง...พักผ่อนแล้ว”

 

“ข-- ขอโทษ ทอม ฉันไม่ได้ตั้งใจ…” คริสละล่ำละลัก โบกไม้โบกมือแทนคำขอโทษ แล้วรีบก้าวถอยออกมาก่อนที่จะทำอะไรไม่ยั้งคิดไปมากกว่านี้

 

“ไม่-- ไม่เป็นไร… ผมต่างหากที่เป็นคนเริ่ม” ทอมยิ้มกว้าง ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ และจังหวะการหายใจก็ยังไม่กลับสู่ปกติ “แต่ก็ ขอบคุณนะครับ”

 

“ขอบคุณอะไรล่ะ นาย--” คริสอ้าปากจะพูดต่อ แต่ความรู้สึกเมื่อครู่นี้เล่นเอาสมองของเขาขาวโพลนไปหมด จูบเมื่อกี้นี้ รู้สึกดีเป็นบ้า...

 

“ที่ช่วยเช็ดหน้าให้…แล้วก็...เอ่อ...” ทอมเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก้มหน้ามองพื้นด้วยความเขิน ใช้เวลาตั้งสติอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้น แล้วสบดวงตาสีฟ้าสว่างของผู้รับบทเทพสายฟ้า ปลายนิ้วชี้เรียวยาวยกขึ้นลูบริมฝีปากบวมชื้นไปมา เขาเม้มปากเล็กน้อย แล้วจึงกลั้นใจเอ่ยออกไป “...That was-- the greatest goodnight kiss I’ve ever had, in a while, and--and-- from-- the loved ones.

 

คริสไม่ตอบคำ แต่รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาก็แทนคำตอบ รวมถึงความรู้สึกทั้งหมดให้ได้อย่างชัดเจน

 

และก่อนที่จะรู้ตัว ก็ฉุดร่างของทอมเข้ามากอดแนบแน่น พร้อมกับทิ้งตัวลงไปบนเตียงด้วยกันทั้งอย่างนั้น

 

“นี่! คริส! ทำอะไรของนายน่ะ!?”

 

“ไม่รู้ล่ะ คืนนี้นายต้องเป็นหมอนข้างให้ฉัน ทอม!”

 

ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งแรงๆ ไปครั้งหนึ่ง แต่คนถูกทำร้ายกลับดูไม่สะทกสะท้าน แล้วก็หลับตาลงทั้งอย่างนั้น แต่ถึงทอมจะบ่น ก็ไม่ได้ขัดขืนกายออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย เพราะอย่างน้อยมันก็ยังอบอุ่น

 

ลมหายใจของทั้งสองกลับมาสม่ำเสมอ และทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบ

 

ทอมยังไม่หลับ แต่ลอบมองใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่แบบนั้น ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าสดใสของคริสจะปรากฏขึ้นสู่สายตา โดยไม่บอกกล่าว ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นแตะผิวแก้ม แล้วใช้หลังมือเกลี่ยเครื่องหน้างดงามอย่างเชื่องช้า ไล่จากไรผมบนหน้าผากลงมายังสันกราม จับยึดปลายคางไว้ และไล้นิ้วหัวแม่มือลงบนริมฝีปากบาง

 

“You’re late…”

 

ทอมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่เมื่อใช้เวลาสักเล็กน้อยไตร่ตรองดู ความหมายก็ชัดเจนอยู่ตรงหน้า จึงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม และกุมมืออีกฝ่ายไว้ก่อนหลับตาลง

 

“You’re missing an eye…”

 


 -----END



Note:


ฟิคนี้จริงๆ แล้วก็คือ ชายทอมอินกะบทมากไป (ที่ว่าพี่ธอร์จะทิ้งน้อง ฉากในลิฟท์ที่ซาคาร์น่ะแหละ) แต่สุดท้ายหมีคริสก็ยืนยันให้อีกครั้งว่าเดี๋ยวโลกิก็กลับมาหาพี่ชาย และพี่ชายก็มั่นใจแบบนั้นจริงๆ ว่าโลกิจะกลับมา ถึงจะมาสายหน่อยก็เถอะ :> (You're late / You're missing an eye)


ไม่ได้เข้าเด็กดีมานานจนลืมไอดีพาสเวิร์ดไปแล้ว ระบบอัพนิยายก็ งงเหลือเกิน O<--<

ผิดพลาดอะไรไปขออภัยไว้ล่วงหน้าก็แล้วกันนะ :P

ปล. สคริปต์ของ Thor Ragnarok Screenplay ตัวจริง โหลดได้จากเว็บดิสนีย์นะฮะ ตามนี้เลย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Ilmarie จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • แฟนฟิคฝรั่ง

    เรื่องสั้น

    2/230

    1

    0%

    16 ธ.ค. 60

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:40
    ทอมน่ารักกกก
    #1
    0