ตอนที่ 21 : เลือดต้องล้างด้วยเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

กวิน
“อลันขึ้นรถแล้วไปโรงพยาบาลเร็วๆสิ” ผมช้อนตัวอุ้มม่านขึ้นมาไว้แนบกับอกแล้ววิ่งไปที่รถอีกคันที่อลันเอามาให้ผมรีบเปิดประตูแล้วขึ้นรถไปโดยที่ผมและม่านนั่งอยู่เบาะหลังส่วนที่นั่งคนขับไม่มีคนผมเลยต้องชะโงกหน้าตะโกนเรียกอลันให้รีบเข้ามา
“ครับนาย” อลันพูดและหยิบบางอย่างที่ตกพื้นขึ้นมาก่อนที่จะมองไปรอบๆเพื่อเช็คว่าไม่มีอะไรหลงเหลือ เหลือเพียงแต่รอยคราบเลือดบนถนนลูกรังอลันจึงปล่อยไปแล้วขึ้นรถมาตามเจ้านายเรียกทันที
“อลันไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน ตอนนี้ม่านเสียเลือดมากเกินไปแล้ว” ผมพูดเสียงเครียดทันทีเมื่อผ้าที่ผมใช้ห้ามเลือดไว้เริ่มเปียกจนผ้าชุ่มไปด้วยเลือดแล้ว
“ครับนาย แต่...ผมเจอบางอย่าง” อลันพูดจบก็รีบยื่นปลอกกระสุนให้เจ้านายของตนดูจากนั้นก็รีบเหยียบคันเร่งขับไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ผมใช้มืออีกข้างหยิบปลอกกระสุนที่อลันยื่นให้มาดูส่วนมืออีกข้างกดห้ามเลือดไว้ จากนั้นผมค่อยๆหมุนปลอกกระสุนรอบๆจนเห็นตราสัญลักษณ์บางอย่างสลักไว้บนปลอกกระสุน
“ไอ้ติณณ์” ผมพูดชื่อออกมาด้วยความโกรธก่อนี่จะกำกระสุนแน่นและเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ
“พวกไวจาน่ามันเริ่มแล้ว” ผมพูดออกมาเบาๆอลันพยักหน้าช้าๆก่อนที่ผมจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน
“คืนนี้ฉันจะกลับไปอิตาลี เตรียมตัวให้พร้อมพวกไวจาน่าเคลื่อนไหวแล้ว” ผมพูดเพียงแค่นั้นและตัดสายลงก่อนที่จะมองใบหน้าของคนข้างๆ จากใบหน้าที่มีเส้นเลือดฝาดตอนนี้กลับขาวซีด เนื้อตัวเย็นเฉียบจนทำให้ผมต้องเอานิ้วไปเช็คลมหายใจตรงจมูก ถ่อนที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ม่านไม่หยุดหายใจเขาค่อยๆเอามือที่ว่างยกมือมาลูบหัวและไล้ตามกรอบใลหน้าก่อนที่จะก้มลงจูบหน้าผาก
“อดทนก่อนนะคนเก่ง จะถึงโรงพยาบาลแล้ว” ผมกระซิบที่ข้างหูพูดปลอบใครอีกคนที่ร่างกายกำลังซีดลงไปเรื่อยๆ
ปึ๊ก
เสียงดีดของสัญญาณไฟจากสีเขียวเป็นสีแดงหน้าห้องฉุกเฉินขึ้นมาเมื่อม่านได้เข้าไปยู่ในห้องนั้นแล้ว ผมยืนมองอยู่สักพักก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถ
“อลันไปสนามบินพวกเราจะกลับ...อิตาลี” ผมพูดออกมาก่อนที่จะมองโรงพยาบาลอีกครั้งพร้อมๆกับรถคันที่ที่เคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ
“ให้ผมโทรบอกครอบครัวคุณม่านไหมครับเรื่องที่ถูกยิง” อลันถามขึ้นมาเมื่อเห็นเจ้านายตนเงียบไม่พูดไม่จา
แต่อลันไม่รู้เลยว่าภายในใจของกวินเดือดแค่ไหน
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง” หลังจากนั้นกวินก็หยิบโทรศัพท์และเลื่อนหาเบอร์คุณแม่ของม่านทันที ถ้าถามว่าเอามาได้ยังไงก็เขาเอาเบอร์มาจากโทรศัพท์ของม่านที่ไม่ได้ล็อครหัสอะไรเลย ตอนแรกนึกว่าจะยากที่ไหนได้ง่ายมากหลังจากบันทึกเบอร์ของม่านและคนในครอบครัวม่านผมก็แอบส่องไลน์และเฟสของม่านก่อนที่จะกดเพิ่มเพื่อนตัวเองเข้าไปอย่างเนียนๆ
ตู๊ด ตู๊ด กึก
[สวัสดีคะ ตอนนี้กำลังคุยกับมะลิอยู่ค่ะ]
“สวัสดีครับคุณมะลิ ลูกชายของคุณถูกยิงตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลอารยาครับ”ผมพูดออกไปแล้วแต่ทางปลายสายเงียบไปสักพักจนได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายโหวกเหวกโวยวายจากนั้นปลายสายก็ตัดไป

ผมลองกดเบอร์และโทรไปอีกครั้งแต่ปลายสายไม่รับโทรศัพท์จนผมกังวลว่าคุณแม่มะลจะเป็นอะไรรึเปล่าที่รู้ว่าลูกของตนเองถูกยิงและอยู่โรงพยาบาล

ผมมองโทรศัพท์รอสายคุณแม่มะลิจนรถเคลื่อนตัวมาถึงสนามบินผมจึงตัดสินใจเลิกสนใจปลายสายแล้วเตรียมตัวชำระความกับพวกไวจาน่าที่อิตาลีในคืนนี้…


ณ.ประเทศอิตาลี

“Caio (ไง)” กริมม์ เอเซเทอร์ คาคารอฟ น้องชายของ กวิน เอเซทาร์ คาคารอฟ เดินมาทักทายพี่ชายเมื่อเข้ามาในคฤหาสน์

“นายครับพวกไวจาน่ากำลังมาที่นี้ ในตอนนี้ด่านที่1และ2ต้านไม่อยู่แล้วครับ” อเล็กซ์พี่ชายของอลันพูดขึ้นมาเมื่อได้รับแจ้งข่าวจากด่านที่1และด่านที่2

“ดี...ดี...ได้เวลาเคลียร์กันแล้วไวจาน่า” ผมพูดด้วยความเย็นชาจนคนรอบข้างขนลุกกริมม์เลยเอามือแตะบ่าพี่ชาย

“พี่น้องยังไม่ทันได้ทักทายและคุยกันเลย พวกไวจาน่ามาขัดจังหวะอีกแล้วพี่ชายไว้เสร็จธุระเรามาคุยเรื่องพี่สะใภ้กันนะ” ผมหันไปมองที่กริมม์มันยักคิ้วขวาให้ผมและยิ้มมุมปากออกมา ผมส่ายหัวและเตรียมสับกระสุนปืนและใส่เกราะให้พร้อมก่อนที่จะใช้วิทยุสั่งการทุกๆด่านให้ออกมา ล้อมและต้อนพวกไวจาน่ามาอยู่ตรงกลาง

“ส่วนตัวหัวหน้าฉันจัดการเอง” ผมพูดออกมาเสียงเบาแต่ทุกคนที่อยู่รอบๆผมได้ยินหมด พวกเขาพยักหน้ารับและค่อยๆเดินออกไปช่วยต้อนพวกมันมาส่วนกริมม์เดินผ่านผมและตบบ่าให้กำลังใจและเดินออกไปสมทบด้วย คนอย่างกริมม์ไม่รอเหยื่อมาให้ฆ่าถึงที่หรอก กริมม์มักจะเข้าไปหาเหยื่อและฆ่าด้วยตัวเองมากกว่า

ปัง ปัง ปัง

เสียงปืนดังขึ้นๆเป็นระยะจนจู่ๆเสียงปืนก็ค่อยๆเงียบลงพร้อมกับพวกไวจาน่าที่อยู่ตรงกลางวงล้อมของพวกเรา ผมลองสังเกตและประเมิณดูคร่าวๆว่าพวกมันเหลือกี่คนและอ่อนล้าแค่ไหน ผมมองไล่ไปเรื่อยๆจนพบกับติณณ์ที่อยู่กลางวงของลูกน้องตัวเอง

ผมยกปืนขึ้นและยิงขึ้นฟ้ามันเป็นสัญญาณว่าให้พวกเราตระกูลคาคารอฟลงมือได้

ปัง

เสียงปืนของผมดังขึ้นเสียงปืนของคนอื่นก็ค่อยๆดังตามพวกลูกน้องของผมยิงพวกลูกน้องของไวจาน่าจนหมดเหลือแต่ไอ้ติณณ์คนเดียวในตอนแรกผมคิดว่าคงใช้เวลาหลายวัน แต่ที่ไหนได้มันง่ายกว่าที่คิดง่ายเพราะความโง่ ความโลภ และความทะนงตนของติณณ์ บวกกับความอ่อนล้าที่พวกมันทั้งวิ่ง ยิง และสู้ไปตลอดทางจนถึงกลางป่าหลังคฤหาสน์ของตระกูลคาคารอฟ

ต่างจากพวกผมที่รอเวลาให้ด่านที่3และด่านที่4ไล่ต้อน ด่านที่5 ด่านที่6 และด่านที่7ล้อมพวกมันไว้ และความเห็นแก่ตัวของติณณ์ใช้ลูกน้องกำบังกระสุนจนตายไปหลายศพ

เมื่อพวกไวจาน่าตายหมดเหลือแต่ไอ้ติณณ์หัวหน้าของพวกมันกำลังถือปืนมาทางผมที่กำลังค่อยๆเดินเข้าไปหาที่ละก้าว...ทีละก้าว

“ถอยออกไปนะไอ้กวิน ไม่งั้นกูยิงมึงแน่” ภาษาไทยชัดแจ๋วดังมาจากปากของติณณ์อย่างขี้ขลาดและกลัว

“ไงที่นี้อิตาลีนะ พูดภาษามันออกมาสิ” ผมเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและเดินเข้าไปหาแบบชิวๆไม่กลัวปืนที่มันถืออยู่ทำให้มันยิ่งคลั่งเข้าไปอีก

“หรือว่ามึงมันก็แค่ลูกตระกูลรองที่อิจฉาพวกตระกูลหลักจนหนีออกไปและทรยศตระกูลคาคารอฟจนตั้งแก๊งค์เองที่ไทยและพยายามทำลายตระกูลาคารอฟ”

“แก๊งค์ของมึงมันอ่อน อ่อนซะจนคิดว่ารวมพวกนักเลงที่ไทยไว้แล้วมาตีกับมาเฟียอีตาลี ติณณ์เด็กน้อย...ช่างโง่เขลานัก” เสียงของผมดังก้องในป่าทุกคำแม้แต่พูดเสียงไม่ดังและไม่เบามากจนทำให้ทุกคนได้ยิน

“ก็รู้เหตุผลของกูนิไอ้กวิน กูแค่อิจฉาที่พวกตระกูลหลักได้ดิบได้ดีกว่าตระกูลรอง กูเลยออกไปตั้งแก๊งค์เองแต่ก็ต้องล้มเหลวเพราะแผนของมึงครั้งนี้...กวิน แต่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกน้องของกูยิงคนของมึงจนตกรถเลยนิ สะใจชะมัด...” ก่อนที่ติณณ์จะพูดจบผมก็ยกปืนขึ้นมายิงไปที่หัวเข่าข้างซ้ายมัน ให้มันเดินไม่ได้ไป

“อ๊ากกก” เสียงร้องของติณณ์ดังไปทั่วป่า และล้มลงมากองกับพื้นก่อนที่จะมองหน้ากวินด้วยดวงตาแดงโรจน์

“ไอ้กวิน” เสียงของติณณ์พูดออกมาพร้อมๆกับผมที่กระชากผมมันเพื่อให้มันมองหน้าผมชัดๆและเอาปืนไปจ่อที่หัวมันและเคาะตามคำพูด

“มึงต้องเจ็บกว่าคนของกูร้อยเท่า มึงใช้ลูกซองยิงจนคนของกูตกรถเลือดออกจนผิวซีดและจบด้วยที่นอนห้องฉุกเฉิน แต่แบบมึงจบที่ห้องฉุกเฉินไม่ได้อย่างมึง...ต้องจบที่โลงศพ” เสียงของผมพูดออกมาด้วยความโกรธและน่ากลัวจนติณณ์มันสั่นผมหยุดเคาะหัวมันและปล่อยหัวของมันออกจากฝ่ามือก่อนที่จะยิ่งหัวเข่าข้างขวาอีกครั้ง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้อมูลของพวกไอบาก้ามันเป็นของจริงสินะ ที่ผู้ชายคนนั้นเป็นหัวใจและจุดอ่อนของมึง” ผมแทบคุมอารมณ์โกรธไม่อยู่เมื่อรู้ว่าอีกแก๊งค์นึงที่ให้ข่าวมีเป็นใครเพราะพวกไอบาก้ามันมีข่าวชั้นดีชั้นยอดของมุกแก๊งค์ที่คุณคิดว่าปิดไว้มิดแล้วแต่มันรั่วเพราะตัวของตัวเอง ลูกน้อง ครอบครัว ไปขาย บอก หรือกระทำให้พวกมันสืบจนรู้

พอไอ้ติณณ์มันพูดออกมาว่าไปรู้มาจากไหนผมก็ถีบที่อกของมันและกระทืบที่หัวเข้าข้างขวาซ้ำๆและเหยียบบี้จนได้ยินเสียงกระดูกหัก

กร็อบ

“อันนี้ข้อหาที่มึงมายุ่งกับคนของกู”

จากนั้นก็ลั่นปืนไปที่ไหล่ทั้งสองข้างและใช้ปลายปืนจิ้มไปที่แผลที่หัวไหล่ทั้งสองของมันสลับไปมา

“อันนี้สำหรับที่มึงทำให้คนของกูเจ็บและมีเลือด”

จากนั้นก็จ่อไปที่หัวและลั่นไปทันทีจนเสียงของติณณ์หยุดกระทันหันและตาเหลือกเพราะกำลังกรีดร้องเพราะเจ็บแผล

“ส่วนอันสุดท้ายเป็นของขวัญจากกูที่จะส่งมึงไปลงนรก” หลังจากไอ้ติณณ์มันตายลงผมก็เดินกลับเข้าคฤหาสน์กับกริมม์ทันทีแต่ก่อนกลับผมสั่งงานลูกน้องก่อน

“ศพของพวกมันไม่ต้องมาฝังที่บริเวณตระกูลพวกเรา แต่เอาไปเผาที่ท้ายป่าแทน” ผมพูดจบก็รีบเดินกลับคฤหาสน์ทันที ทำให้บรรยากาศสยดสยองกลางป่าเมื่อกี้หายไปทันตาเหลือแต่เพีงซากศพและความทรงจำของฉากเมื่อกี้

“โหยพี่ คราวนี้นายใหญ่โครตโหดเลย ศพไอ้ติณณ์มันเละมากโดยเฉพาะที่หัวเข่ามัน” ลูกน้องที่อยู่กลางป่าคนนึงพูดออกมา

“เออ...โหดจริง คราวหน้าถ้านายใหญ่สั่งให้ใครก็แล้วแต่ไปคุ้มกันนายหญิงพวกมึงต้องคุ้มกันดีๆอย่าให้นายหญิงมีรอยขีดข่วนนะ ไม่งั้นเละแน่” อเล็กซ์พูดออกมาแบบหวาดๆและขนลุก ลูกน้องคนอื่นก็เห็นด้วยมีแต่อลันที่ส่ายหน้ากับความคิดของอเล็กซ์

ทางด้านกวิน

ผมที่มาถึงในคฤหาสน์ก็รีบต่อสายไปที่เบอร์ของคุณแม่มะลิทันทีเพราะอยากทราบอาการของม่านแต่พอมองดูเวลาตอนนี้ที่ไทยมันก็ดึกมากแล้ว

“พี่กวิน จะโทรก็โทรสิมาเดินวนอยู่ได้ผมปวดหัว” กริมม์พูดออกมาก่อนที่จะก้มลงแชทกับใครสักคนแต่น่าจะเป็นเมียของมัน

“เกรงใจคุณแม่มะลิเขา มันดึกแล้วเพื่อเขานอน”ผมพูดออกมาแบบนั้นทั้งๆที่อยากรู้อาการม่านแทบตาย

“ระหว่างเกรงใจกับเมียพี่เลือกอะไร”

“เมีย” พอผมตอบกริมม์ก็รีบโทรเข้าเบอร์คุณแม่มะลิทันที

ตู๊ดด ตู๊ดด กึก

[สวัสดีคะ ตอนนี้กำลังคุยกับมะลิอยู่ค่ะ]

“สวัสดีครับคุณแม่ ผมกวิน เอเซอาร์ คาคารอฟนะครับ ผมกำลังจะจีบลูกคุณแม่และเป็นคนพาลูกคุณแม่ไปหาหมอตอนนี้อาการเขาเป็นยังไงบ้างครับ” ผมพูดออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อปลายสายรับโทรศัพท์แต่ก็ต้องอุทานออกมาเบาๆเมื่อหลุดปากบางอย่างออกไป

“เชี่ย”

[เอ่อ...แม่จะตอบคำถามไหนก่อนดี งั้นแม่อนุญาตให้กวินจีบลูกแม่ได้แต่อยู่ที่การตัดสินใจของม่านเขานะว่ายอมรับเราได้ไหม ส่วนอาการของม่านตอนนี้ออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้วแผลที่ถูกลูกซองมันยังไม่สมานภายในเร็วๆนี้แน่เพราะเนื้อมันกระจายและยิ่งโดนยิงระยะประชิดแล้วด้วยมันต้องใช้เวลา แต่..กวินช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้แม่ฟังได้ไหมแล้วบอกแม่ด้วยว่าทำไมมันเกิดเหตุแบบนั้นได้] คุณแม่มะลิพูดออกมาเสียงสั่น จากนั้นผมก็เล่าเรื่องเหตุการณ์นั้นขึ้นมาอีกรอบและบอกสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

[แม่เข้าใจแล้วกวิน ยังไงถ้าเราจริงจังกับม่านมันจริงอย่าลืมมาแสดงความจริงจังกับแม่ด้วยนะ]

“ครับ” ผมตอบเสียงดังฟังชัดเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ผมคุยกันแค่นี้จากนั้นก็วางสายลง

“พี่ชาย คุณกับแม่ว่าที่ภรรยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ มีอะไรดีๆใช่ไหม” กริมม์พูโออกมาก่อนที่จะเอานิ้วมาจิ้มที่ไหล่หลายๆครั้ง

“ยุ่งน่า” ผมตโกนตอบันไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิดก่อนที่จะรีบเดินขึ้นห้องเพื่อนนอนหลับแล้วพรุ่งนี้จะรีบบินไปหาคุณแม่มะลิและม่าน ส่วนเรื่องไอบาก้าถ้าผมคิดจะกำจัดผมและมันอาจตายทั้งสองแต่เรื่องนี้ผมจะเคลียร์กับมันแน่โดนการเป็นพันธมิตร



สวัสดีค่าา นักอ่านทุกท่านขอโทษเน้อที่ไรท์หายไปนานนนเลย พอดีเคลียร์อะไรหลายๆอย่างและ คืนนี้ลงครบ100%และตอนต่อไปเลยคะ และก็เรื่องนี้มีคนรับไปดูแลแล้วน๊าาา เป็นสนพ. ProductY คะ ไปติดตามเพจสำนักพิมพ์ได้เลยนะคะเพราะอีกเรื่องนึงของไรท์ก็ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์นี้ค่ะ
และก็กวินจากหายหน้าไปนานหลายๆตอนเลยเพราะเขาอยู่ไกลแต่จะโผล่มาอ้อยม่านของเราบ้างเป็นบางเวลาหรือตลอดก็ไม่แน่นะ
ติดจามเพจไรท์ได้นะคะ ไม่ปรากฎนาม_

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

375 ความคิดเห็น

  1. #249 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:46
    รออ่านระคะ
    #249
    0
  2. #248 Zoubutsushu (@rika21545) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 21:45
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆคะ^^
    #248
    0
  3. #247 VPB727 (@VPB727) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 20:41
    แล้วจะลงจนจบไหม
    #247
    0
  4. #246 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:51
    แม่ตกใจแย่เลย
    #246
    0