「Fanfiction Vampire Twilight 」 La Luna Azul [ END ]

ตอนที่ 6 : Chapter 06 | Sea witch [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 526 ครั้ง
    8 พ.ย. 62


Chapter 06 | Sea witch
แม่มดทะเล



            ว่องไวปานสายลม ช่วงเวลาที่ยัยหนูบ้าดีเดือดกรีดแขนตัวเองหวังดึงความสนใจพวกแวมไพร์ความอดทนต่ำ  ไกอัสพุ่งตัว ฉุดเด็กสาวออกมาก่อนที่พวกนั้นจะถึงแม่ลูกกวาง การกระทำเพื่อช่วยเหลือพ่อนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลดีเยี่ยมแต่ก็โง่งมในเวลาเดียวกัน   ให้ตายสิ—เขาควรปล่อยให้เธอโดนแทะจนพรุน ใจจริงไม่อยากแยแสเธอสักนิดแต่ร่างกายมันขยับไปเอง  เฒ่าหิมะวางเด็กสาวลงพื้น ตัวเธอสั่นไปหมด เขาได้แต่ทอดถอนหายใจ กดศีรษะทุยเข้าหาตัว ให้เธอซบอกเขาเป็นที่พักพิง บอกตรงๆเขาทำตัวไม่ถูก อยู่มาจนแก่อายุเข้าเลขสี่หลักยังไม่เคยปลอบหรือเมตตาใครสักครั้ง

 

            ไม่เคยเลย—ที่ผ่านมามีแต่กดขี่ขมเหง มิเว้นแม้แต่อาเธโนโดราภรรยาของเขา เขาจองจำคู่นิรันดร์มิให้ย่างกรายออกจากหอคอย ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ตอนนี้มันเหมือนไม่ใช่ตัวเอง ความสุขุมเลือดเย็นหายไป ดูมั่วซั่วเละเทะ  ไม่ชอบที่เป็นแบบนี้เลย  ไกอัสส่ายหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ แผดเสียงตะคอกใส่เด็กสาวที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องไห้ “น่ารำคาญจริง หยุดร้องได้แล้วยัยลูกกวาง!”         

 

            คลีเมนไทน์ได้สติผละออกจากอ้อมอกไกอัส  ค้อนหางตาคาดโทษใส่แวมไพร์หัวขาว  ออกแรงทุบอกเขาทั้งที่ความจริงไม่สะทกสะท้าน แผงอกแข็งกระด้าง มันก็เหมือนเธอต่อยกำแพงดีๆนี่แหละ  ถ้ารำคาญนักละก็ ทำไมไม่ปล่อยให้หนูตาย

 

            “มาช่วยทำไม?”  เธอถาม น้ำเสียงกร้าวขึ้นระดับนึง  ดูสงบกว่าคราแรกที่เผลอซบอกเขา

 

            “ใช่—ช่วยทำไม ข้าก็ยังตอบตัวเองไม่ได้”   ไกอัสกระชากแขนข้างที่เป็นแผลของเด็กสาว  “แต่ข้าไม่อยากแบ่งปันเลือดนี้ให้ใคร ข้าหวงเจ้าจบมั้ยยัยหนู”   ขอยอมรับหน้าด้านๆเลยว่าเขาหวง  ไม่อยากให้ใครได้กลิ่นได้ลิ้มลองเลือดและไม่ชอบใจที่อาโรกอดแม่ลูกกวาง เห็นแล้วมันหงุดหงิด

 

            แค่เธออยู่ใกล้ทุกอย่างล้วนน่าหงุดหงิดไปหมด

 

            “เจ็บนะ”  เธอนิ่วหน้า แรงที่เขาใช้บีบเหมือนจะหักกระดูก  “ปู่มีสิทธิ์อะไรมาหวงเด็กที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ รู้จักก็ไม่รู้จัก ตอนเจอกันก็ใช่ว่าจะดี

 

            ไกอัสยื่นหน้าเข้าหาเด็กสาว  “ก็ทำความรู้จักกันซะสิ”  เหยียดยิ้มตาหยีซึ่งดูเจ้าเล่ห์ในความคิดคลีเมนไทน์  เธอเบี่ยงหนีหน้าเขา แต่ดันถูกจับชูแขน ดึงตัวจนลอยเหนือพื้น  เขาใช้มืออีกข้างรวบเอวเธอไว้  ซบจมูกลงกับแขนข้างที่บาดเจ็บ ริมฝีปากเย็นเหยียบแตะผิว  อ้าปากงับเบาๆไม่ได้ฝังคมเขี้ยว ไล่ตามเก็บคราบเลือด ไต่จนมาถึงปากแผล เขาช้อนตาหาเธอ  คลีเมนไทน์สะอึก เหลือกตา อ้าปากหวอ ตีเขารัวๆ

 

            “ปล่อยสิเว้ยปู่!!”  ออกแรงถีบทั้งที่ตัวลอย สุดท้ายเขาก็ปล่อยแขน ร่างเธอล่วง ก้นกระแทกกับพื้น แขนเธอสะอาดหมดจด ไม่มีคราบเลือด  มากินกันแบบนี้เดี๋ยวแผลเธอติดเชื้อบาดทะยักกันพอดี

 

            “ยัยหนูอยู่นิ่งๆ”  ไกอัสหยิบผ้าเช็ดผ้าเช็ดหน้าพันแผลให้แม่ลูกกวาง  พอทำแผลเสร็จเขาช้อนร่างเล็กอุ้มอีกครั้ง 

 

            “จะพาหนูไปไหน?”   เธอถาม

 

            “พาเจ้าหนีไปที่อื่น”   ไกอัสตอบ  ดูท่าตอนนี้เขาจะแหกกฎจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว

 

            เขาพลันเหลือบมองเบื้องหลัง ทางเดินนั้นว่างเปล่า แต่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าว่องไวกำลังเคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ  บางทีอาจจะเป็นเจนหรือหนึ่งในองค์รักษ์สักคน เขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเตรียมตัวหนี แต่ก็ต้องเจอเข้ากับฝ่าเท้าของใครไม่ทราบ ไม่รู้ว่าใช่ฝ่าเท้าไหม แต่เขามั่นใจว่าคงไม่เป็นอื่น  ร่างของไกอัสลอยกระเด็นอัดกับกำแพง เศษอิฐปูนร่วงเป็นผง  ประจวบเหมาะกับที่เจนและดิมิทรี่มาถึง 

 

            นายท่าน”  ดิมิทรี่เข้าพยุงผู้อาวุโส  ไกอัสยืนด้วยความทุลักทุเล  อาโรคงส่งเจนมาดูว่าใครเป็นคนฉกตัวแม่ลูกกวางหนี  อย่างแรกเลยอาโรไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอุ้มสาวน้อยออกมา อย่างที่สองคือเขาคิดจะพาเธอหนีซึ่งมันขัดต่อความปรารถนาของอาโรและอย่างที่สามพวกเขาคงเข้าใจว่าอมตะชนตรงหน้าคือคนที่พาเด็กสาวออกมาไม่ใช่เขา  เรียกได้ว่าเป็นโชคของเขา—อย่างน้อยมันทำให้เขาหลุดพ้นจากการกระทำที่เรียกว่าแหกกฎ

 

            ถึงเขาคิดจะช่วยเธอ แต่เขายังอยากมีหัวติดกับคออยู่ ฟังดูแล้วอาจเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว แต่ใช่—เขาเห็นแก่ตัว  อย่างไรเขาก็ไม่อยากเสี่ยงต่อการถูกเด็ดหัว  ทุกอย่างมันย้อนแย้งไปหมด

 

            แกเป็นใคร ส่งตัวเด็กนั่นมาให้เรา”  เจนถาม ใบหน้าของเด็กสาววัยสิบสี่เชิดขึ้น  หากผู้บุกรุกตนนี้ไม่ยอมส่งมอบคืนมนุษย์ตัวจ้อยนั่นคืน เธอจะใช้พลังบีบคั้นจนกว่าฝ่ายนั้นจำยอม

 

            คลีเมนไทน์เป็นงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ปู่คิดจะพาเธอหนีแต่ถูกใครไม่รู้เตะเสยกระเด็น ส่วนเธอก็ถูกคนคนนี้อุ้มอยู่  เขาหรือเธอ ไม่สิ คลีเมนไทน์คิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง หรือว่าผู้ชายหว่า?  เด็กสาวกำลังสับสน สับสนว่าคนที่อุ้มเธอตอนนี้เป็นหญิงหรือชายกันแน่ เขามีผมสีน้ำตาลเข้มหยักศก ยาวประบ่า ใบหน้าเรียวได้สัดส่วน ร่างกายบอบบาง ดูอ่อนวัย มองแล้วรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ  เด็กสาวสงสัยใคร่อยากรู้สภาพเพศจวบจนที่เขาเปล่งเสียงพูด  ถึงระบุได้แน่ชัด  เสียงเขาช่างนุ่มลึกลื่นหู ยามเมื่อเปล่งออกมามันใสเหมือนเครื่องแก้ว

 

            ผมเป็นผู้ชายนะครับคลีมมี่  เขายกยิ้ม เห็นเด็กสาวดูจริงจังกับการสงสัยว่าเขาเป็นเพศอะไรแล้วอดขำไม่ได้

 

            คลีเมนไทน์ย่นคิ้ว  คุณรู้ชื่อฉันได้ไง”   ซ้ำยังเป็นชื่อเล่นอีก แน่นอนเขาแค่ยิ้มและเธอได้ยินเสียงเจนขู่ฝ่อๆอารมณ์เสียที่โดนบุรุษนิรนามหมางเมินต่อคำถามที่หล่อนถาม

 

            เฟอร์โรล ทำให้ไอพวกน่ารำคาญพวกนี้จำศีลทีได้ไหม?”   หนุ่มน้อยกรอกตาไปด้านหลัง ซึ่งคลีเมนไทน์ชะโงกหัวตาม  เธอเห็นชายอีกคนที่อายุมากกว่า ผมสีน้ำตาลเข้มค่อนไปทางดำ ไว้หนวดเครา ใส่สูทภูมิฐาน หน้าตาไม่ยินดียินร้ายต่ออะไรทั้งสิ้น

 

            แวมไพร์อย่างเราๆไม่หลับกันหรอกนะโฮเม่”  เฟอร์โรลตอบห้วนๆ

 

            แต่นายทำได้”  โฮเม่พูดต่อ น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความมั่นใจต่อพลังของพี่ชาย

 

            จงหลับ”  เฟอร์โรลถอนหายใจเพียงน้อย เอื้อนเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา เจนและดิมิทรี่ต่างล้มกองกับพื้น เหลือเพียงไกอัสที่ยืนเงียบเชียบไม่รู้ร้อน เขาเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาครั้งหนึ่งจึงไม่แปลกใจอะไร

 

            ไกอัสสำเหนียกถึงพลังแสนวิเศษนี้ดี อมตะชนทั้งสองตนคือกลุ่มที่โวลตูรี่เคยอยากได้ตัว  แต่ก็รู้ซึ้งว่าไม่ควรไปยุ่งกับแวมไพร์แห่งลิทัวเนีย  หนุ่มน้อยหน้าละอ่อนที่อายุไม่อ่อนตามนั้นคือโฮเม่ โอเดนเนลล์ พลังที่มีนั้นไม่แจ่มแจ้งนักเพราะเขาไม่เคยเห็น ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันคือตัวป่วนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ไร้แก่นสาร เดาใจยากและเอาแต่ใจ  เฟอร์โรล โอเดนเนลล์  แวมไพร์ผู้มีพลังทำให้สิ่งมีชีวิตหลับใหล ทรงอำนาจยิ่งกว่าคือสามารถทำให้อมตะชนเข้าสู่ห้วงนิทราได้เช่นกัน ตระกูลโอเดนเนลล์มีอายุมากกว่าสามอาวุโสถึงสี่พันปี เฒ่าหิมะกรอกตาควานหาตนอื่นๆ ยังขาดผู้นำของตระกูล  หรือว่าจะไม่ได้มาด้วย?

 

            “ไม่ทราบว่ากลุ่มที่ไม่ชอบข้ามเขตอย่างพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่”   พวกลิทัวเนียไม่ค่อยออกจากอาณาเขตของตนเท่าไหร่นัก พวกเขารักสงบและเป็นมิตรต่อมนุษย์แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กินมนุษย์เป็นอาหาร  โอเดนเนลล์มักจะคัดสรรเลือกเหยื่อจำเพาะ อย่างอาชญากรทั้งหลายแหล่  อ้อ แล้วยินดีต้อนรับสู่โวลเตอร์ราเหล่าแวมไพร์ลิทัวเนีย

 

            “และทำไมถึงไม่ทำให้ข้าหลับด้วยล่ะ เฟอร์โรล?”   ไกอัสถาม สลับมองร่างองค์รักษ์สลบไสลมิมีสติ

 

            เฟอร์โรลเคลื่อนตัว พร้อมเกาะบ่าไกอัสอย่างรวดเร็ว กระซิบกระซาบกรอกหูอริเก่า  เพราะฉันเห็นว่าแกพยายามช่วยหลานสาวฉันไง เลยปล่อยไว้

 

            “หึ  ละเว้นหรือเมตตางั้นเหรอ”   ไกอัสแค่นเสียง  เหยียดมุมปากเย้ยหยัน  อย่าทำเหมือนว่าข้าอ่อนแอสิ

 

            “ก็แกอ่อนแอ”   สำหรับเฟอร์โรล ไกอัสเป็นเพียงแวมไพร์ไร้พลังพิเศษตนนึงเท่านั้น  สามผู้เฒ่าอย่างพวกแกก็แค่หนูสุมหัวในรังของตัวเอง

 

            “เฟอร์โรล! จะผ่านไปกี่พันปี แกยังชอบพูดจาเหยียดหยามชาวบ้านเขาตลอด”   ไกอัสคำราม เตรียมง้างแขนสุดฤทธิ์

 

            เอาน่า เอาน่า พวกนายสองคนอย่าเพิ่งทะเลากันเลย เฟอร์โรลนายเองก็อย่าพูดจาแย่ๆต่อหน้าหลานสาวตัวเองสิ ทำตัวดีๆให้หลานประทับใจหน่อย”   โฮเม่ห้ามทัพ การมาโวลเตอร์ราครั้งนี้เขาสัญญากับคาร์ไลล์แล้วว่าจะมาแบบสงบ ไม่ก่อสงครามกับพวกโวลตูรี่

 

            ชิ!!”  เฟอร์โรลสะบัดหน้าอย่างหัวเสีย เดินผ่านไกอัสไปราวกับอากาศ

 

            เอ่อ.....”   คลีเมนไทน์กำเสื้อ  สะกิดเรียกคนที่อุ้มเธอ  พวกคุณเป็นใครกันแน่เหรอคะ?”   ได้ยินพวกเขาบอกว่าเธอเป็นหลานสาว ตอนนี้หลายเรื่องและมากคนเสียจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว

 

            อ่าแย่จริง ผมลืมแนะนำตัว”  หนุ่มน้อยก้มหาเด็กสาว  สวัสดีผมโฮเม่ โอเดนเนลล์เป็นน้องเล็กของพี่โจอาห์  คลีมมี่เธอจะเรียกผมว่าคุณอาโฮเม่ก็ได้นะ

 

            คลีเมนไทน์กระพริบตา จะให้เรียกอาที่หน้าอ่อนพอๆกับเธอเนี่ยนะ? เรียกไม่ลงสักนิดและเด็กสาวมองหาอีกคนที่ทำหน้าอารมณ์เสียแยกเขี้ยวใส่  แล้วคนนั้นล่ะคะ

 

            “อ๋อ  นั่นเฟอร์โรลเป็นลูกคนโตสุดของบ้านน่ะ”  โฮเม่อาสาแนะนำ

 

            ห้ามเรียกฉันว่าลุงเด็ดขาด ยัยหลานสาว!!”   เฟอร์โรลสวนทันควัน ใช้นิ้วดึงจมูกคลีเมนไทน์ กันไม่ให้เธอเรียกเขาว่าลุง ซึ่งเหตุผลนั้นไม่มีอะไรมาก เขาแค่ไม่อยากถูกเรียกว่าลุงเพราะฟังดูแก่   เรียกฉันว่าเฟอร์ก็พอ เข้าใจไหม

 

            “ขะ  เข้าใจแล้วค่ะ!”    เด็กสาวรับคำ สะบัดหน้าหนีให้เขาปล่อยจมูก

 

            “แหม แหม ไม่ค่อยเห่อเลยนะเฟอร์ ถึงขนาดให้เรียกชื่อเล่นที่แม้แต่แม่ยังเรียกแล้วไม่พอใจได้เนี่ย”  หนุ่มน้อยเอ่ยปากแซว

 

            หุบปากโฮเม่!! ถ้าไม่เงียบฉันจะใช้สว่านเจาะหัวนาย”  เฟอร์โรลตวาดลั่น  แล้วอย่ามัวเสียเวลาคุย เข้าไปข้างในเหอะ ไปหาโจอาห์กัน” 

 

            “เฮ้ย!! นำทางสิไกอัส”   และสั่งให้เฒ่าหิมะนำทาง

 

            ไกอัสมองค้อน ถึงกระนั้นก็จำยอมพาแขกไม่ได้รับเชิญเข้าสู่โถงใน หัดทำตัวมีมารยาทในบ้านคนอื่นด้วย เจ้าแวมไพร์ถ่อย

 

            ตัดกลับไปที่ห้องโถงหิน เหล่าองค์รักษ์เริ่มอยู่ไม่สุข พวกเขาต่างก็สงสัยว่าทำไมนายเหนือหัวอย่างอาโรถึงนิ่งเงียบ ยืนสัมผัสมือโจอาห์เป็นเวลาเกือบร่วมหลายสิบนาที  ปกติการอ่านใจของเขาไม่เคยนานขนาดนี้ อาโรตาลอยใบหน้าประดับความหฤหรรษ์  ภาพหลายภาพไหลเข้ามาในหัวความรู้สึก ความนึกคิด ถ้อยคำ วาจา สัญญา เขารับรู้ถึงมันได้ทั้งหมด  เรื่องราวโศกนาฎกรรมรักระหว่างโจอาห์ผู้เป็นอมตะและทีเอ็ตต้า มารีนอัส  เงือกสาว เผ่าพันธุ์ที่เขาอยากได้มานั่งเสวนาด้วย  แต่มันยิ่งน่าสนใจอย่างยิ่งยวด เมื่อทีเอ็ตต้าผู้นี้ไม่ใช่แค่เงือกธรรมดา แต่เธอเป็นซีวิชหรือแม่มดทะเล  ก่อนสิ้นลมหายใจ วินาทีสุดท้ายของเงือกสาว เขาต้องขอชมเชยในวลีอันสวยงามและความเป็นแม่อันแรงกล้าของเจ้าหล่อนจริงๆ

 

พวกเราเปรียบดั่งทะเล มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่กรรโชกแรงราวพายุ

มีเวลาที่สวยงามและมีเวลาที่น่ากลัว ไม่มีอะไรคงกระพัน

รักเราไม่ได้ยาวนานเหมือนอายุขัยของพวกเรา เราสัมผัสและรู้สึกถึงมัน

แต่เราไม่สามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ก็เหมือนฟองคลื่นที่มาแล้วก็ไป

เหมือนฉันตอนนี้ไงคะที่รัก อย่าเศร้าเสียใจไปเลย เพราะฉัน

ได้มอบสิ่งมีค่าแด่คุณ ฉันจะจากไปกลายเป็นฟองคลื่น กลายเป็นเม็ดทราย

เป็นเปลือกหอย คืนสู่บ้านเป็นผืนเดียวกับมหาสมุทรอย่างสงบสุข

 

            ย้อนกลับไปในปีคริสตศักราชหนึ่งแปดเจ็ดเก้า ยุควิกตอเรีย ยุคที่เจริญรุ่งเรืองด้านการปฏิวัติอุตสาหกรรม แฟชั่นและความวิปลาสหลายๆอย่างรวมกัน  โจอาห์ในตอนนั้นเข้าสังกัดกับพวกโวลตูรี่แล้ว และเขากำลังเบื่อหน่ายกับงานสังสรรของขุนนางมนุษย์ที่ได้รับการเชื้อเชิญในฐานะนักวิชาการที่ร่วมวิจัย ขุนนางท่านนี้เป็นถึงดยุกและเป็นผู้จ่ายเงินทุนให้กับความสำเร็จ  มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้รากมากดีต้องสร้างกระแส โอ้อวด ประกาศความยิ่งใหญ่ของตนเอง  โจอาห์รับวิสกี้จากบริกรและกำลังหลีกหนีจากฝูงชน

 

            เขาเดินฝ่าเหล่าเลดี้ที่ต่างหมายปองในตัวเขาออกไปที่สวน มันยากนะ—กว่าจะฝ่าป้อมปราการที่เรียกว่ากระโปรงหนาเตอะมาได้  ยังไม่รวมน้ำหอมฉุนกึกแสบจมูกกับสีหน้าท่าทาง บีบเสียงแหลมเล็กสุดจะประดิษฐ์ประดอยอีก  เขาเดินเล่นมาเรื่อยๆจนมาถึงทะเลสาบสวยของคฤหาสน์  ที่นี่ค่อนข้างสงบทีเดียว  แสงจันทร์นั้นสะท้อนกับผืนน้ำระยิบระยับ สักพักเขาเห็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังว่ายน้ำ เธอว่ายอย่างไม่แคร์สายตาผู้ใด อา—เธอต้องไม่แคร์อยู่แล้ว เพราะที่นี่ไม่มีใครนอกจากเขา  เขาพยายามสอดส่องใบหน้า จนรู้ว่าเธอคือหญิงนางหนึ่งในงานเลี้ยง แต่หญิงสาวนางนี้มีสิ่งที่แตกต่างจากเลดี้ท่านอื่นๆ

 

            เธอโดดเด่นยามที่ก้าวเข้างาน ด้วยชุดราตรีที่ไม่เหมือนใคร เธอเป็นดอกไม้วัยแรกแย้มที่ไม่เลือกเน้นสีเสื้อผ้าเป็นสีขาว สีเนื้อหรือสีชมพูอ่อนที่แสดงถึงความไร้เดียงสามัดใจชาย แต่เธอกลับเลือกสีน้ำเงิน ปักด้วยดิ้นทอง ผ้าลูกไม้เนื้อบางแนบตามตัว กระโปรงเองก็ไม่ใช่สุ่มเทอะทะหรือเน้นระบายฟูฟ่อง เธอเลือกตกแต่งตัวเองด้วยเฟอร์ขนสัตว์สีขาว ดูเรียบง่าย สง่างาม บุรุษในงานหลายคนต่างจับจ้องและยื้อแย่งจะขอเธอเต้นรำเป็นคนแรก  เขาก็ว่าอยู่ว่าเธอหายไปไหน ที่แท้ก็หนีมาว่ายน้ำ เล่นซุกซนอยู่ตรงนี้นี่เอง  

 

            โจอาห์เฝ้าดูเลดี้นางนั้นอยู่เงียบๆ จวบจนที่เธอดำน้ำหายไป เธอหายไปนานมาก นานพอจนใจคอไม่ดี เขาทิ้งแก้ววิสกี้บนมือทิ้งและตัดสินใจกระโดดพุ่งตัวลงทะเลสาบ ว่ายไปยังจุดที่เธอหายไป แลซ้ายแลขวา ผุดดำทะเลสาบอันมืดมิดอย่างร้อนรน  เมื่อเขาโผล่ขึ้นผิวน้ำอีกครั้งกลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากด้านหลัง เมื่อหันมองกลับพบเธอฉีกยิ้มอย่างตลกขบขัน

 

            ยอมออกมาแล้วสินะคะ รู้มั้ยแอบดูผู้หญิงเล่นน้ำมันไม่ดีเลยนะคะ”   เธอกระเซ้าแหย่ เธอเห็นเขาแอบดูอยู่ตั้งนานแล้ว เลยกะจะแกล้งจมน้ำเพื่อให้เขากระโดดลงมาแบบตอนนี้


            โดนเล่นแล้วไง

 

            ผมนึกว่าคุณจมน้ำ”  โจอาห์ตอบ ใบหน้าเหยเกแอบเคืองเล็กน้อย  

 

            “ฉันไม่จมง่ายๆหรอกค่ะลอร์ดโอเดนเนลล์”  เธอพูดพร้อมแหวกว่ายผ่านเขาไป  น้ำคือชีวิตของฉัน 

 

            “คุณรู้ชื่อผม? ถ้างั้นผมต้องขอรู้ชื่อคุณบ้างแล้วล่ะ”   เขาว่ายตามเธอ

 

            ฉันทีเอ็ตต้า มารีนอัส”  ทีเอ็ตต้าหยุดนิ่ง  เป็นเกียรติที่ได้พบแวมไพร์อย่างคุณนะคะ

 

            เขานิ่งอึ้งกับคำพูดของหญิงสาว สานบนสนทนาต่อด้วยการเฉไฉ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร

 

            “ไม่ต้องปิดบังหรอกค่ะ ฉันรู้ทุกอย่าง   เธอเคลื่อนตัวหาโจอาห์   เพราะฉันเองก็ไม่ใช่มนุษย์”   พูดจบเธอกวาดมือกลางอากาศ  ผืนน้ำที่สงบนิ่งกลับหลอมรวมกลายเป็นลูกบอลเล็กๆบนมือเธอ

 

            มันน่าอัศจรรย์มากและเธอคงสนุกกับการเห็นใบหน้าตะลึงงันของเขา หญิงสาวผู้นี้ช่างน่าหลงใหล  เขาอยากทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้ เลยเอ่ยปาก พูดจาบ้าๆออกมา  รู้อะไรมั้ย......ผมกำลังคิดว่าอยากชวนคุณออกจากงานเลี้ยงโง่ๆนี่  คุณสนใจรึเปล่า เราไปหาที่เงียบๆคุยกัน

 

            ทีเอ็ตต้าแค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร แต่เธอกลับพุ่งตัวหาเขาและประกบริมฝีปากอย่างแผ่วเบา เขาจะถือว่านี่คือคำตอบ มันเป็นคำตอบที่วิเศษมาก  ทุกอย่างมันรวดเร็ว ค่ำคืนแสนหวานของพวกเราผ่านไปอย่างงดงาม ตาของเธอช่างสะกดดั่งต้องมนต์ ทว่า—เช้ารุ่งขึ้นเขากลับไม่เห็นเธออยู่บนเตียง  เธอหายไป หายไปราวกับเจ้าหญิงเงือกน้อยในนิทานกริมม์และแน่นอน เขาเฝ้าตามหาเธออยู่หลายปี  หลายปีจนนับเป็นศตวรรษ  แล้วเขาก็ไปพบเธออีกครั้งที่ฟอร์ค ตอนนั้นเหมือนเขากำลังไปเยี่ยมสหายคาร์ไลล์  ทุกอย่างเหมือนกลับมาที่ครั้งแรกที่เขาเจอทีเอ็ตต้า  เธอกำลังว่ายน้ำเล่น เธอยิ้มให้เขา

 

            พวกเราผ่านค่ำคืนแสนหวานอีกครั้งและครั้งนี้เธอไม่ได้จากไปไหน เขาถามเธอว่า ทำไมคืนนั้นถึงหนีไป ทีเอ็ตต้าตอบเขาว่าเธอหนีไปเพราะเธอเห็นสร้อยคอของเขา สร้อยคอที่แสดงถึงการเป็นสมาชิกของโวลตูรี่ เธอกลัวโวลตูรี่เพราะพวกเขากำลังล่าเธอ ล่าเผ่าเงือกเพราะอยากได้สิ่งที่เผ่าเงือกมี 

 

            โจอาห์เคยได้ยินเหล่าผู้อาวุโสถกถึงข้อพิพาทนี้ โวลตูรี่กระหายความยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุด ทั้งหมู่แวมไพร์และอื่นๆ พวกเขาอยากได้เงือกมาลบล้างมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่บนเกาะเล็กเพียงแค่ต้องการพื้นที่และเงือกนั้นมีสิ่งพิเศษซึ่งมีผลกระทบกับแวมไพร์โดยตรง  พวกเขามีพลังการชะล้าง คงหมายถึงพลังที่ล้างพลังพิเศษของอมตะชน  อีกทั้งเคยมีบันทึกกล่าวไว้ว่ามีแวมไพร์ตนนึงบังเอิญไปดูดเลือดมนุษย์สาวนางหนึ่งที่รู้ภายหลังว่าเป็นนางเงือก  มันใช้พลังพิเศษไม่ได้ช่วงนึงและที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเมื่อแวมไพร์ตนนั้นสัมผัสแสงตัวของมันไม่เปล่งประกาย  เพราะไม่เปล่งประกายจึงไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนต่อมนุษย์ในยามกลางวัน

 

            ทีเอ็ตต้าฟังเป้าหมายของพวกโวลตูรี่แล้วปฏิเสธเสียงแข็ง เธอบอกว่าไม่ใช่เงือกทุกตนจะมีพลังแบบนั้น คนที่มีคือแม่มดทะเล เงือกทั่วไปทำได้เพียงสื่อสารกับสัตว์น้ำ บางรายควบคุมทะเลได้เล็กน้อย  แต่แม่มดทะเลทรงพลังกว่า ถึงขนาดที่ควบคุมพายุ สามารถเรียกคลื่นยักษ์ซึนามิ  คุยกับสัตว์ในตำนานอย่างคราเคนรู้เรื่อง เหนือสิ่งอื่นใดคือพลังชะล้างอย่างที่เขาว่า เคยมีแม่มดทะเลโชคร้ายโดนแวมไพร์ดูดเลือดเข้าจนกลายเป็นว่าพวกมันหันมาล่าเงือกแทน มันร้ายแรงถึงขนาดที่มีกฎห้ามพวกเงือกขึ้นบกอีกหรือหลีกเลี่ยงพวกตาแดง เพราะเงือกอย่างเธอเนื้อหอมกว่ามนุษย์หลายเท่าตัวนัก  มันแย่ตรงเหล่าแม่มดทะเลไม่ได้รับอนุญาตให้รวมฝูงเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จึงเลือกหลบซ่อน แยกตัวอย่างสันโดษ คิดสูตรสมุนไพรอำพรางกลิ่นตัวจากพวกปลิงทั้งหลายแล้วนี่คือสาเหตุที่เธออยู่บนบกได้ตลอดลอดฝั่ง

 

            เธอเล่าไปสั่นไปจนโจอาห์ต้องกอดปลอบ  ชู่ว์ ที่รักไม่ต้องกลัวนะ ผมจะปกป้องคุณเอง”  ได้ลั่นวาจาไว้แล้ว เขาจะปกป้องเธอ โจอาห์เริ่มที่การออกจากโวลตูรี่  ย้ายไปตรงนู้นที ตรงนี้ที อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ไม่ให้พวกเขาตามเราเจอ เป็นเช่นนี้อยู่สิบปีจนพวกเราสองคนเข้าสู่ประตูวิวาห์และก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น  ทีเอ็ตต้าท้องลูกของเรา  มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่อมตะชนอย่างเขาสามารถให้ชีวิตได้ด้วยแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว  

 

            โจอาห์ไม่รู้ว่าจะพึ่งใคร คนที่นึกถึงได้มีแต่คาร์ไลล์คนเดียวเท่านั้น สหายสนิทที่กำลังลี้ภัยไปอยู่บราซิลกับเอสเม่สองคน เขาไม่อยากบอกครอบครัวเพราะไม่อยากให้ตระกูลโอเดนเนลล์วิวาทกับพวกโวลตูรี่ที่เป็นต้นเหตุอีก รู้อะไรมั้ย?นี่แหละคือสาเหตุที่เขายอมเข้ากับโวลตูรี่ คอยเป็นคนกลางที่ห้ามทัพไว้  ส่วนคาร์ไลล์กับเอสเม่พอรู้เรื่องก็ตกใจไม่น้อยเพราะเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น คาร์ไลล์คาดว่าบางทีมันอาจมีผลสำหรับผู้อยู่เหนือธรรมชาติอย่างเราสองคน  

 

            เด็กในท้องทีเอ็ตต้าโตเร็วมากใช้เวลาแค่สองถึงสามวันแค่นั้น เธอไม่ได้ดูแย่มากนักแต่แย่หน่อยตรงต้องดื่มเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตในท้องและต้องกินสาหร่ายมากพอควร  ทีเอ็ตต้ามักกังวลว่าลูกของเธอจะเป็นแบบเธอ เธอไม่ต้องการให้ลูกเป็นแม่มดทะเลและเขาเองก็ไม่ต้องการให้ลูกเป็นอมตะชนเช่นกัน เราสองคนอยากให้ลูกเป็นคนธรรมดา ขณะที่เขากำลังกอบกุมมือของเธอ เหมือนทีเอ็ตต้ากำลังคิดเรื่องสำคัญบางอย่าง สายตาเธอแน่วแน่แต่ก็เจือด้วยความเศร้า  เขาหวังเหลือเกินว่าเธอจะไม่คิดทำอะไรแปลกๆ

 

            และแล้ววันกำหนดการคลอดก็มาถึง เสียงกรีดร้องของทีเอ็ตต้าดังลั่นและสงบลง แทนที่ด้วยเสียงร้องกระจองอแง   โจอาห์รับเด็กทารกมาจากคาร์ไลล์ เขาได้ลูกสาว เธอน่ารัก ดูแข็งแรง อ้วนท้วมสมบูรณ์  แม่และเด็กปลอดภัยดี  

 

            ขอดูลูกบ้างสิคะ”   ทีเอ็ตต้าอ้าแขนรับ  ทารกผู้นี้คือสิ่งยืนยันความรักของพวกเรา เธอคลี่ยิ้ม แตะมือเล็กกระจ้อยร่อยเล่น  จมูกกับปากเหมือนคุณเลย

 

            โจอาห์พรมจูบบนผมของภรรยา  ใช่.....แต่ตาเธอเหมือนคุณ สีผมด้วย ผมชอบมันนะ

 

            ที่เอ็ตต้ายิ้มไม่หยุด แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มทันควัน เมื่อเธอรับรู้ถึงภาพบางอย่างที่แล่นเข้ามาในหัว  อีกสิ่งที่แม่มดทะเลมีคือภาพนิมิตสั้นๆ  หญิงสาวอุทาน  ไม่นะ”  เธอร่ำไห้ ก้มมองลูกสาวตัวเอง  เหมือนดวงใจแตกสลาย  ลูกสาวตัวน้อยของเธอจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่นาน ความต่างของเผ่าพันธุ์ทั้งสองมันวกกลับมาทำร้ายลูกน้อยจนอ่อนแอ เธอป่วยหนักและก็จากพวกเราทั้งสองไป

 

            โจอาห์เองก็ช็อกไม่ต่างแต่ยิ่งหนักกว่าเก่าเมื่อทีเอ็ตต้าเสนอวิธีการแก้ไขปัญหานี้  เขาร้องห้ามเธอ  ไม่เอานะที่รัก มันต้องมีวิธีอื่นสิ”  ชายหนุ่มส่ายหัว กอดภรรยาและลูกสาว เธอเสนอว่าจะสละตัวเองเพื่อชีวิตของลูกน้อย  เหล่าเงือกนั้นมีพลังงานชีวิตยาวนานเพราะผลึกแก้วกลางอกที่ทำหน้าที่แทนหัวใจ

 

            มันไม่มีวิธีอื่นแล้ว”  ทีเอ็ตต้าเหม่อลอย ยามเมื่อตัดสินใจบางอย่าง ภาพนิมิตในอนาคตก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย  หญิงสาวคลี่ยิ้มบางเบา วิธีนี้ก็ทำให้ลูกรอด ถึงอนาคตลูกน้อยจะกลายเป็นครึ่งอมตะครึ่งเงือกแต่อย่างน้อยลูกได้รับการสืบทอดพลังของแม่มดทะเลแค่เพียงส่วนเดียวและลูกเธอจะได้ใช้ชีวิตดั่งมนุษย์ธรรมดาอย่างมีความสุขช่วงระยะเวลาหนึ่งจนกว่าจะครบสิบเจ็ดปี ชีวิตมนุษย์จะจบลง  หญิงสาวบีบมือสามี พร้อมสั่งเสีย

 

            ที่รัก......ฉันอยากให้คุณสัญญาบางอย่าง”  เธอเตรียมอะไรไว้หลายๆอย่างสำหรับอนาคตของลูกน้อยแล้ว เตรียมมาเนิ่นนานกว่าที่โจอาห์รู้ ทั้งการพบเขา ทั้งการแต่งงาน ทุกอย่างมันแจ่มแจ้งชัดขึ้นเมื่อเธอได้ครองรักกับเขา  ฉันอยากบอกคุณไม่ว่าใครที่เข้ามาในชีวิตลูก พวกเขานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้และถ้าฉันตาย ช่วยเอาฉันไปลอยทะเลทีนะคะ  พูดจบทีเอ็ตต้าจัดแจงจิกเนื้อกลางอก ควักเอาสิ่งที่เรียกผลึกออกมา

 

            เอาให้ลูกกินนะคะ ได้โปรด

 

            โจอาห์รับผลึกแก้ว แขนของทีเอ็ตต้าล่วงหล่น แน่นิ่งไม่ไหวติง หมดลมหายใจ เขาสติแตก   ไม่ ไม่ ไม่ ที่รักไม่  เขาอุ้มร่างไร้วิญญาณของภรรยาขึ้นสวมกอด พรมจูบนับครั้งไม่ถ้วน กัดตามผิวหนังเธออย่างบ้าคลั่งหวังให้เธอฟื้น  ทีเอ็ตต้า......ที่รักของผม

 

            วันคืนอันรวดร้าวผ่านไป เขานำร่างของภรรยาไปที่ถิ่นกำเนิดนางเงือกเก่าแก่อย่างอัสซีเรีย แถบๆอิรัก เขาปล่อยเธอไหลผ่านผืนน้ำที่คาบสมุทรอาราเบีย  บางตำนานกล่าวไว้ว่านางเงือกที่ตายนั้นเมื่อหวนคืนสู่บ้านจะกลายเป็นฟองคลื่นหล่อหลอมรวมกับทะเล  เขามองส่งจนร่างของทีเอ็ตต้าถูกเกลียวคลื่นซัดหายไป ราวกับมันหอบร่างเธอดำดิ่ง  ภรรยาเงือกของเขาทำอะไรไว้มากจริงๆ เขาเพิ่งรู้ว่าเธอเห็นอนาคตก็ตอนที่เธอคลอดลูก เธอเตรียมของขวัญเมื่อลูกอายุสิบหกและเมื่อครบสิบเจ็ด รวมถึงของขวัญวันแต่งงาน  อ่า—ของขวัญแต่งงานเขาคงต้องละมันไว้ก่อน วันนั้นไม่น่าจะมาถึง  โจอาห์วกสายตาอีกครั้ง  มองผืนสมุทรที่สงบนิ่ง หยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากกระเป๋า

 

            ผมตั้งชื่อลูกแล้วนะ ลูกชื่อคลีเมนไทน์  กระดาษแผ่นนี้เขียนชื่อลูกสาวเอาไว้  เขาถือมันแล้วจู่ๆไฟบนมือก็ติด เผากระดาษ  เขาโยนแผ่นกระดาษลงทะเล เขาอยากให้เธอรับรู้ถึงทำแบบนี้

 

            ชื่อกลางก็ ที มาจากชื่อต้นของคุณ

 

            และทุกอย่างก็จบลง หวนสู่ปัจจุบัน อาโรปล่อยมือโจอาห์ออก เคล้าใบหน้าไปมา รอยยิ้มที่ประดับนั้นช่างน่าขุนลุก แลดูโรคจิต ความทรงจำอันยาวนานนี้มันคุ้มค่าต่อเขาเสียจริง  เด็กน้อยนั่นควรค่าแก่การมาอยู่โวลตูรี่  เขาอยากได้เด็กนั่น

 

            ตอนนี้เธออายุเท่าไหร่”  อาโรถาม

 

            สิบหก”  โจอาห์ตอบอย่างไม่เต็มใจนัก

 

            ถ้างั้นก็เหลืออีกหนึ่งปีที่เธอจะสมบูรณ์พร้อม”  เฒ่าหัวดำเดินกรีดกรายไปรอบๆ  กลายเป็นอมตะชน  ฉันอยากได้ลูกสาวเจ้าจังโจอาห์

 

            โจอาห์ขู่คำราม พุ่งคว้าคออาโร  อย่ายุ่งกับลูกสาวฉัน!!”  วันนี้เขาจะเด็ดหัวอาโรออกให้ได้

 

            อ้า—แย่จัง”   อาโรยียวน ดูใจเย็น  แต่นี่ถิ่นข้า”   เขากวักนิ้ว เหล่าองค์รักษ์ก็พุ่งเข้าชาร์ตโจอาห์ เตรียมเด็ดหัว

 

            อาโรก้มกระซิบข้างหูโจอาห์  กำจัดเจ้าทิ้ง ลูกของเจ้าก็ไม่มีใครแล้ว คิดดูเถิด ถ้าได้ลูกเจ้ามาอีกคน โวลตูรี่คงแข็งแกร่งขึ้น ซ้ำข้าจะเลี้ยงลูกเจ้าให้อำมหิต ข้าทำได้ง่ายๆนะ เพราะข้ามีเชลซี”  เชลซีแวมไพร์ผู้มีพลังควบคุมจิตใจคนและเปลี่ยนความคิด

 

            คงไม่ง่ายขนาดนั้นมั้งอาโร

 

            เสียงประตูเปิดออกเสียงดัง พร้อมกับผู้มาเยือนใหม่สองตน  ร่างองค์รักษ์ที่กำลังทึ้งใส่โจอาห์สลายเป็นผุยผง  อาโรเหลือกตาจนปูดโปน  เคลื่อนถอยหนีไปหลบหลังองค์รักษ์ เขาคาดไม่ถึงการมาเยือนของอมตะชนสองตนนี้เลย  โจอาห์ลุกขึ้นด้วยสภาพสะบักสะบอม กุมคอตนเองที่เป็นรอยร้าว หันมองคนคุ้นหน้าคุ้นตา ถอนหายใจโล่งอกที่สุดในชีวิต

 

            พ่อ แม่ ทำไมถึงมากันแค่สองคน  แล้วเฟอร์โรลกับโฮเม่ล่ะครับ?”

 

︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱

TALK

ครบแล้ว!!! ขอโทษที่หายนะคะ ตอนนี้ยาวไปๆ

ไรต์มีเรื่องจะแจ้งด้วยนะคะ เนื่องจากไรต์จะเปิดเรียนในวันจันทร์แล้ว

เวลาอัพจะไม่แน่นอนนะคะ แล้วแต่วันไหนจะสะดวกแต่ง ต้องขออภัยด้วย

แนะนำสองตัวละครใหม่ ฝั่งแวมไพร์ลิทัวเนีย มีไว้เผื่อขยายจักรวาล อิอิ



ปล.คำผิดยังไม่แก้นะคะ เดี๋ยวอ่านทวนอีกรอบจะแก้ค่ะ ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนด้วยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 526 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

364 ความคิดเห็น

  1. #190 ซานต้าครอสไร้หนวด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 21:49

    อาๆ ลุงๆ ดีต่อจายยยยยยยยยย

    #190
    0
  2. #176 Red_Queen121 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 03:33

    มีแต่ตัวละครดีๆทั้งน้านนนนนนเฮือกกกก!!!

    #176
    0
  3. #81 V A M P I E (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 14:40
    เป็นบทที่อ่านไปตาโตไป คือเรื่องของพ่อคลีมมี่มันพีคมากจนเราตาโตแล้วตาโตอีก 55555 ชอบความไม่ยอมแก่ของเฟอร์เรล แล้วอิมเมจเป็นป๋าเดฟด้วยนะ555555 ส่วนโฮเม่จะสวยไปไหนคะ แล้วทำไมคนที่มาช่วยโจอาร์ถึงเป็นพ่อกับแม่ล่ะ!? ว่าแต่อายุของไกอัสจะเข้าเลข 4 หลักแล้วไม่ควรเรียกว่าปู่เฉยๆ แล้วนะ ควรเรียกว่าปู่ทวดของทวดของทวดต้นตระกูล! 5555555
    #81
    0
  4. #68 bombom88 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:47
    คุณอาหล่อรากดินมากค่าาาาา
    #68
    0
  5. #67 LOVETOMHID (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 02:04

    ทำไมกรี๊ดกร๊าดคาร์ของเฟอร์โรลกับโฮเม่ มาสั้นๆแต่กลบบทบาทพระเอกหมดเลย
    #67
    0
  6. #66 poppy0000popppy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 01:16

    มาแล้ว
    #66
    0
  7. #64 poppy0000popppy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 19:46

    ค้างงงงงง
    #64
    0
  8. #63 Chutypear~❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 01:34
    อร๊ายยย
    #63
    0
  9. #62 เจ้าหมาขาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:16

    เขาหวงแล้วค่ะแม่!!!

    #62
    0
  10. #61 PuasePG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:13

    โอยยยย หวงน้อง หลงน้องแล้วล่ะสิปู่!

    #61
    0
  11. #60 Light_Star (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:40

    .........
    #60
    0
  12. #59 Dixan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:24

    ❤❤❤❤❤❤❤
    #59
    0
  13. #58 Cup_123Cake (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 13:21
    ปู่เป็นคนตรงๆ
    #58
    0
  14. #57 Melinna_Lena (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 10:35
    ปู่จะเลี้ยงต้อยหรอออออ
    #57
    0
  15. #56 ทาสเตียงดูด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:41
    https://image.dek-d.com/27/0728/1598/128970768
    ให้โรเซ่บอกความรู้สึก
    #56
    0
  16. #55 jjjj77127 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:36
    ปู่ระวังคุกนะคะ
    #55
    0