「Fanfiction Vampire Twilight 」 La Luna Azul

ตอนที่ 4 : Chapter 04 | Little point to disastrous [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 04 | Little point to disastrous
จุดเล็กๆสู่หายนะ



            มือเล็กที่ทุบตีอย่างไร้ความหมายรวมถึงจิกทึ้งหยุดลง  กว่าจะรู้ตัวถอนริมฝีปากโชกชุ่มด้วยโลหิตออกก็เห็นแม่ลูกกวางแน่นิ่งในอ้อมแขนเขาแล้ว  ไกอัสเขย่าตัวคลีเมนไทน์ แต่ดวงตาของเธอกลับปิดสนิท คราแรกเขาคิดว่าเธอตายแต่หูยังได้ยินลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะจึงโล่งอก สงสัยเขาคงกระหายมากเกินความจำเป็นเธอเลยสลบไปทั้งแบบนั้น  หากจะปล่อยร่างทิ้งไว้ดั่งเช่นเหยื่ออื่นๆก็กระไร  ในเมื่อเขาให้คำมั่นว่าจะไม่ฆ่าก็คงจะปล่อยเธอตายไม่ได้

 

            ไกอัสลุกขึ้นเต็มความสูง  อุ้มร่างของคลีเมนไทน์ไปที่เตียง  หยิบผ้าเช็ดหน้าของตนซับคราบเลือดตรงต้นคอเธอแล้วโยนทิ้งถังขยะ  นั่งลงข้างกาย เกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้ามองแล้วน่ารำคาญในสายตาทัดหูเธอ  เขาหรี่ตา  หัวคิ้วเริ่มย่นเข้ากัน ใบหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

 

            “ เกลียดนัก ”   

 

            ทั้งชัง ทั้งเกลียด มนุษย์ตัวจ้อยแสนอ่อนแอ ถึงกระนั้นเขาก็จำต้องประทังเลือดมนุษย์เป็นอาหาร ข้อนั้นแหละที่ทำให้เขาเกลียดพวกมนุษย์มากที่สุด แต่ลึกๆ มันมีสิ่งอื่นอีก เหตุผลที่เขาเกลียดน่ะ  เขาหลับตา ลองนึกดู—ภาพนึงแวบขึ้นมา  ภาพของหญิงสาวในชุดนักบวชหญิง เหมือนเธอกำลังพูดอะไรกับเขาแต่มันลางเลือนเกินกว่าจะนึกออก   เขาพยายามนึกถึงมัน

 

            อะไรนะ.......อะไรสักอย่าง เหมือนจะเป็นคำว่า  โพรฟอนโด้ โคโม เอล มาร์

 

            “ ล้ำลึกดุจดั่งทะเลเหรอ? ”   ไกอัสพึมพำ  เรื่องราวก่อนหน้าที่เขาเป็นแวมไพร์มันนานเสียจนจำไม่ได้  คำพูดนั้นเองก็เกิดในช่วงยุคกลางจากหญิงสาวปริศนาผู้หนึ่ง

 

            เฒ่าหิมะครุ่นคิดอยู่สักพักก็เดินออกนอกห้องของเด็กสาว เพื่อขจัดเรื่องราวในอดีตให้พ้นจากสมอง  เขาเดินไปทั่วบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคนี้ล้วนน่าเบื่อ  โลกจะหมุนไปอย่างไร โวลตูรี่ไม่เคยสนใจและมีทิฐิสูงเกินกว่าจะลดตัวไปใช้ของที่มนุษย์สร้าง  ไกอัสหยุดลงที่ห้องๆหนึ่งมันอัดแน่นไปด้วยหนังสือเก่าและกองกระดาษมากมาย  เขาหยิบหนังสือที่กางออกบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน  พลิกหน้ากระดาษถัดไป ถัดไป ถัดไปเรื่อยๆจนพบว่ามันไม่น่าสนใจจึงวางมันกลับที่เดิม

 

            เขาเพิ่งสังเกตว่ากระดาษบนโต๊ะ ขีดเขียนด้วยตัวอักษรหลากหลายภาษารวมกัน  ภาษากรีก อัสซีเรียน ฮิบรู สเปน  พอลองตั้งใจอ่านเนื้อความพวกนั้นมันเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์นึงที่อาโรกำลังสนใจหาข้อมูลอยู่ขณะนี้  เผ่าเงือก  ตัวตนที่เก่าแก่คู่กับประวัติศาสตร์ไม่ต่างจากแวมไพร์ อาโรเล็งเห็นว่าพวกเงือกอาจจะมีประโยชน์ต่อโวลตูรี่จึงกำลังเสาะหาถึงถิ่นฐานของพวกเขา   จะว่าไป—บ้านหลังนี้มันขุมทรัพย์ความรู้ดีๆเลย   ไกอัสปรายตามองแผ่นหินที่ประดับอยู่ข้างฝา มันเป็นแผ่นสลักรูปครึ่งคนครึ่งปลา  ลองประเมินดูแล้ว แผ่นหินนี้น่าจะมาจากสมัยอัสซีเรียนยุคใหม่ได้

 

            มันเก่าแก่เกินกว่าจะอยู่ในบ้านคนธรรมดา

 

            ไกอัสยังคงค้นภายในห้อง  จนเขาเจอเข้ากับสมุดบันทึกหนังเล่มหนึ่ง จากกการอ่านคร่าวๆเนื้อความเป็นสรุปเกี่ยวกับเงือกทั้งหมด เขาแอบเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ฉีกยิ้มอย่างพอใจ

 

            “ อาโรต้องยินดีแน่ ”   และยินดียิ่งกว่าถ้าหากเจอเจ้าของสมุดเล่มนี้

 

            ยามราตรีผ่านพ้นไปและถูกแทนที่ด้วยเช้าตรู่อันไม่สดใส อุณหภูมิเริ่มลดต่ำเนื่องจากสายฝนเทกระหน่ำลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด  คลีเมนไทน์พลิกซ้ายพลิกขวา  ลูกนัยน์ตากรอกไปมาอย่างลอกแลก ครางแผ่วต่ำ บ่งบอกว่าเธอกำลังฝัน  ภาพที่ฉายมาคือตัวเธอกับหญิงสาวในชุดแม่ชีที่ปกปิดครึ่งใบหน้าของหล่อนด้วยผ้าขาวบางเห็นแต่เพียงดวงตา   จับจูงมือกำลังนำทางเธอไปที่ไหนสักแห่ง  มันเหมือนห้องหินทรงกลมกว้าง  หญิงสาวคนนั้นปล่อยมือแล้วเดินออกห่าง  ยืนตรงข้ามกับเธอทั้งที่หันหลังให้  เด็กสาวเอื้อมจับไหล่เจ้าหล่อน

 

            แต่ต้องชักมือกลับ ล่นถอยห่าง เมื่อจู่ๆก็มีเลือดไหลออกจากตัวหญิงสาวเหมือนท่อน้ำแตก  คลีเมนไทน์วิ่งไปรอบห้องพยายามหาทางออก  มันไม่มีประตูสักบานให้หนี  เธอจนตรอกก้าวถอยหลังจนชิดติดกำแพง  จ้องสายโลหิตนองมาถึงปลายเท้าและใช้เวลาแค่ชั่วอึดใจ ห้องทั้งห้องก็จมสู่ทะเลเลือด  เด็กสาวดำดิ่ง แหวกว่ายทุกทิศทาง ทว่า—สองแขนของแม่ชีคนนั้นกลับกอดเธอ ฉุดรั้งไม่ให้เธอขยับ   มือเจ้าหล่อนลูบข้างแก้มคลีเมนไทน์  เธอจ้องหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาที่ไม่เห็นว่าเป็นสีอะไรเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่ก็เจือด้วยความโศกเศร้า  แม้มันจะน่ากลัวไปหน่อยแต่เด็กสาวสัมผัสได้ว่านางมาดีมากกว่ามาร้าย

 

            “ คุณเป็นใคร? ”   คลีเมนไทน์ถาม ซึ่งหญิงสาวกลับกระชับกอดแน่นขึ้นและพูดกับเธอ

 

            “ คลีเมนไทน์......อีกไม่นานมันจะตื่นขึ้น ”

 

            สิ้นประโยคร่างน้อยๆกระตุก หลุดออกจากห้วงฝัน เธอปรือตาแต่มันหนักอึ้งเกินกว่าจะตื่นและขี้เกียจลุกจากเตียง  เธออยากนอนคลุมโปงอย่างนี้ทั้งวันซึ่งไม่สามารถทำได้ เนื่องจากวันนี้มีเรียนวันแรก ด้วยเหตุผลนั้นคลีเมนไทน์จึงเปิดเปลือกตา แล้วกระพริบถี่ๆเริ่มปรับสภาพการมองชัดขึ้นและเธอก็ต้องตกใจเมื่อมีใบหน้าซีดเผือดของใครไม่รู้จ้องชนิดเผาขน ภาพในความฝันมันซ้อนทับ

 

            “ ผีแม่ชี!! ”   คลีเมนไทน์หวีดร้องลั่น หลับหูหลับตาคว้าโคมไฟข้างเตียงฟาดอัดเข้าหน้าไกอัส แม้มันจะหักครึ่งคามือแต่เธอก็ไม่วายหยิบเอากระถางดอกไลแลคกระหน่ำฟาดซ้ำด้วยความตกใจสุดขีด

 

            ไกอัสคำราม ยึดข้อมือของเด็กสาวไว้  เจ้าบ้าหรือไงนังหนู ดูดีๆสิ ”  ถึงของพรรคนี้จะทำอะไรเขาไม่ได้แต่โดนเข้าไปมันก็แอบน่ารำคาญเหมือนกัน  เฒ่าหิมะสั่งเสียงแข็ง ให้คลีเมนไทน์ลืมตา  ข้าบอกให้เจ้าลืมตาไง ”  

 

            คลีเมนไทน์ค่อยๆเปิดเปลือกตาแล้วเธอก็ต้องหน้าซีด  เวรแล้ว—เธอเผลออัดตาปู่แวมไพร์ตั้งหลายดอก  สภาพเขาเต็มไปด้วยเศษดินซ้ำบนหัวยังมีดอกไลแลคค้างเติ่งอยู่ ถึงแม้ว่าจะสงสารและไม่ควรทำร้ายเขา แต่เธอแอบคิดนะว่าสมควรโดน ถือซะว่าเป็นการทำโทษที่สูบเลือดเธอไปตั้งเยอะ

 

            สมน้ำหน้าปู่

 

            ดูเหมือนเจ้าจะสะใจนะนังหนู ”  นอกจากจะไม่ได้ยินคำกล่าวขอโทษแล้ว เขายังเห็นแววสมน้ำหน้าเล็กๆจากดวงตากลมโต

 

            ใช่ค่ะ ”   เธอไม่ปฏิเสธ

 

            หึ  เป็นเด็กโอหังเสียจริง ”  เขาหัวเราะพลางปัดเศษดิน รวมถึงหยิบดอกไลแลคออกจากหัว ข้าไม่มีธุระกับเจ้าแล้ว งั้นข้าขอตัว

 

            “ เชิญค่ะปู่ ไม่มีใครห้ามคุณสักหน่อย ตอนมาก็ไม่ได้เชิญเพราะฉะนั้นตอนกลับจะไปไหนก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทหรอก ”   คลีเมนไทน์ผายมือไปที่หน้าต่างเป็นเชิงไล่

 

            ไกอัสค้อนใส่ ขับเขี้ยวเคี้ยวฟันแต่ก็สะกดกลั้นความกรุ่นโกรธ แล้วหายไปต่อหน้าต่อตาเด็กสาว  เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาจากผู้บุกรุก  คลีเมนไทน์เดินไปที่หน้ากระจกเพื่อตรวจสอบรอยแผลจากการที่เขากัด มันน่าแปลกตรงที่เพิ่งโดนกัดเมื่อวานแต่แผลกลับเหลือเพียงรอยแดงกลมๆสองจุด ไม่ใช่ว่านี่เป็นสัญญาณของการกลายร่างหรอกนะ เธอเริ่มกังวลแต่เมื่อกรอกตามองเวลา  ตายล่ะ จะแปดโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย!! ”  ก็เลิกคิด รีบกุลีกุจอแต่งตัวก่อนที่จะไปเรียนสาย

 

            คลีเมนไทน์ปั่นจักรยานมาถึงฟอร์คไฮสคูลภายเวลาไม่ถึงสิบนาที เธอใช้เส้นทางลัดโดยการเลาะป่าหรืออีกนัยนึงเธอบ้าดีเดือดปั่นลงเขามาเลย เด็กสาวเดินไปที่โถงทางเดินเพื่อเก็บกระเป๋าเข้าล็อกเกอร์ ไม่สนใจสายตาของผู้คนที่จับจ้องเธอเท่าไหร่นัก เธอรู้ว่าเธอเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาโดยมีคุณหมอคาร์ไลล์ คัลเลนเป็นคนแนะนำ  มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเป็นจุดสนใจ  เธอหยิบสมุดเลคเชอร์และหนังสือวิชาชีวะ แล้วรีบปิดตู้ล็อกเกอร์ แต่เธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีคนมายืนด้านข้าง ผู้หญิงตรงหน้าเธอคือเบลล่า สวอนหรือพี่เบลล่า แฟนสาวของพี่เอ็ดเวิร์ด

 

            สวัสดีพี่เบลล่า ”  เธอทักทายก่อน

 

            สวัสดีคลีเมนไทน์ เอ่อ.....”  เบลล่าอ้ำอึ้ง กำลังตัดสินใจว่าจะถามหรือไม่ถามดี  เธอพอจะรู้ข่าวคราวของเอ็ดเวิร์ดหรือพวกคัลเลนที่เหลือรึเปล่า

 

            “ หนูไม่รู้ค่ะ หนูรู้แค่ว่าอาคาร์ไลล์ไปกับคุณพ่อแต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรมากเหมือนกัน ”   พอเธอตอบ พี่เบลล่าดูมีสีหน้าสิ้นหวัง  คลีเมนไทน์กรอกตา ถอนหายใจ ไม่รู้จะพูดอะไร สำหรับเธอพี่เบลล่าดูเป็นพวกห่อเหี่ยวตลอดเวลาอยู่แล้ว แค่พี่เอ็ดเวิร์ดหายไปก็กลายเป็นว่าดันทำตัวโศกเศร้าราวกับโลกทั้งโลกพังทลาย  ขาดเธอเหมือนฉันขาดใจ

 

            ให้ตายสิ!

 

            แต่ถ้าพี่รู้สึกเคว้ง ไม่มีที่พึ่งหรือว่าเหงา ว่างๆพี่สนใจมาหาหนูที่บ้านก็ได้นะคะ ”   ก็แค่เอ่ยปากชวนไปงั้น ถึงจะแอบรำคาญนิดหน่อยแต่เธอพอเข้าใจว่าพี่เบลล่ารู้สึกยังไง ต้องยกความผิดให้พี่เอ็ดเวิร์ดที่จู่ๆทิ้งพี่เบลล่าไปโดยไม่ยอมอธิบายอะไร ถ้าหากอยู่ใกล้ๆจะขอบ่นให้หูชาเลย

 

            ขอบใจมากนะ ”   เบลล่าก้มหน้า บีบข้อมือตัวเอง  อย่างน้อยยังมีเธอที่รู้เรื่องราวของพวกเขาและเป็นอีกคนที่ฉันไว้ใจ

 

            “ อีกคน? ”  คลีเมนไทน์สะกิดคำนี้  อีกคนที่ว่าคงไม่ใช่ลุงชาร์ลีแน่นอน นี่พี่เบลล่ารู้ตัวบ้างรึเปล่าว่าสนใจผู้ชายมากกว่าพ่อตัวเองน่ะ

 

            อ๋อ.....ใช่ นอกจากเธอแล้วยังมีเจคอบด้วยน่ะ แต่ช่วงนี้เขาหายหน้าไป

 

            “ พี่เจคอบ? งั้นแสดงว่าที่พี่เอามอเตอร์ไซค์ไปให้เขาซ่อมและกำลังหัดซิ่งก็จริงน่ะสิ

 

            “ เธอรู้ได้ไง ไม่สิ.....ทำไมเธอพูดเหมือนไม่เชื่อว่าฉันจะทำ

 

            “ ก็พี่ออกจะเฉื่อย เลยดูเหมือนไม่น่าชอบอะไรโลดโผน ”   คลีเมนไทน์ยักไหล่ตอบ ดูกวนๆเล็กน้อย  อีกอย่างมีคนเมาท์ให้ฟัง ”   ส่วนคนที่เล่าคือพี่เจคอบ  เขาเล่าตอนนั่งรอบกองไฟ เล่าไปยิ้มไปจนปากจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว ต่อให้หลับตาฟังก็พอรู้ว่าพี่เจคชอบพี่เบลล่า 

 

            พี่ไม่ได้เฉื่อยนะ พี่อาจแค่......

 

            กริ๊ง

 

            “ ออดดังพอดี ขอตัวก่อนนะคะพี่     ดีที่เสียงกริ่งเข้าเรียนดัง เธอเลยไม่ต้องอยู่ฟังบทสนทนายืดยาวต่อ  คาบเรียนชีวะช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ระหว่างเรียนเธอรู้สึกเพลียเอามากๆเหมือนกำลังไม่สบายและเป็นโชคดีของเธอที่ไม่มีเรียนตอนบ่าย แต่ก็เป็นโชคร้ายที่ฝนเทกระหน่ำลงมาชนิดที่ไม่มีความเกรงใจคนอยากกลับบ้าน  ดูจากสภาพอากาศเธอควรไปนั่งรอเวลาฝนซาที่โรงอาหารดีกว่า แต่ก็ดันเจอะเข้ากับพี่เบลล่าที่ตั้งใจมุ่งมาหาเธอ  คลีเมนไทน์ดึงหมวกฮู้ดคลุมหัว คว้าเสือภูเขาคู่กาย ตัดสินใจฝ่าฝนหนี  เธอไม่ได้เกลียดพี่เบลล่านะแต่วันนี้สภาพร่างกายไม่พร้อมเป็นกำลังใจให้ใคร

 

            เธอปั่นไปตามพื้นถนนยางพารา ทัศนียภาพตอนนี้ช่างขัดต่อการมองเห็น  กรี๊ด! ”   แต่แล้วก็มีตัวอะไรไม่รู้วิ่งปาดหน้าทำให้เธอตกใจ เสียหลักหลุดจากข้างทาง  ตัวของเด็กสาวและจักรยานแยกออกไปคนละทิศคนละทาง  เธอกลิ้งขลุกๆตามทางลาดเอียงของภูเขา กิ่งไม้อัดเข้าลำตัว  บาดตามผิวจนแสบ หัวเธอโขกโดนหินและเธอก็กลิ้งตกลงไปบนกองใบไม้พอดิบพอดี  ทุกอย่างหยุดนิ่ง  คลีเมนไทน์รู้สึกชาหนึบ หัวเธอคงแตก  เธอไม่มีแม้แต่แรงขยับ สายตาเห็นต้นสนสูงกับท้องฟ้าหมุนติ้ว 

 

            ขณะที่เลือดไหลย้อยออกจากศีรษะ เวลากึ่งเป็นกึ่งตาย มีบางอย่างเข้าหาร่างเด็กสาว  คลีเมนไทน์พยายามเพ่งมอง  สายตามันช่างลางเลือนเกินจะเห็นอะไรชัดเจนนักแต่เธอเห็นว่าเจ้าสิ่งตรงหน้าไม่ใช่คน มันเป็นหมาป่าตัวใหญ่ขนสีน้ำตาลและทุกอย่างก็ดับวูบลง

 

            รู้สึกตัวอีกทีก็เหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในที่อุ่นๆถึงขั้นร้อน  หูได้ยินเสียงคนเถียงกันซอกแซก คลีเมนไทน์ส่งเสียงครางอืออา ร่างกายหนักอึ้ง เจ็บแสบไปทั้งตัว  เธอลืมตาก็เห็นชายสามสี่คนกำลังรุมจ้องหน้าเหมือนเธอเป็นตัวประหลาด   คลีเมนไทน์หยัดกาย ลูดถอยหลังเพราะไม่เคยเห็นคนพวกนี้มาก่อนจึงเกิดอาการไม่ไว้ใจ  แผ่นหลังเธอชนเข้ากับของนิ่มๆ  จึงลองใช้มือสัมผัสดู เหมือนมันเป็นขนสัตว์  เธอหันศีรษะ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อไอของนุ่มนิ่มที่ว่ามันคือ   หมาป่า!! ”  หมาป่าขนสีน้ำตาลแดง ตัวใหญ่กว่ารถเก๋ง  เธอนิ่งค้างไม่กล้าขยับตัว

 

            มันลุกขึ้นยืนจ้องหน้า  บอกเลยว่าคลีเมนไทน์กลัวมันขย้ำหัว ดูจากขนาดปากมันแล้วน่าจะเขมือบเธอได้ทีเดียวหมด แต่จู่ๆมันก็มีอาการแปลกๆ  ชักดิ้นชักงอและมันก็เปลี่ยนร่างภายในชั่วพริบตา  หมาป่าตัวใหญ่ยักษ์แปรเปลี่ยนเป็นหนุ่มกล้ามบึ้กผมยาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี  คำแรกที่ออกจากปากหลังตกภูเขาสูงคือชื่อของชายหนุ่ม   “ พี่เจคอบ? ”   เสียงนั้นหาได้มีความตกใจนอกจากความงุนงง  เหล่าบุรษที่รายล้อมเธอตอนแรกก็เริ่มปริปากพูดคุยกัน

 

            “ วู้ว แซม คุณต้องจ่ายผม เห็นมั้ยเขาเปลี่ยนร่างมนุษย์กลับคืนมาได้ก่อนยี่สิบสี่ชั่วโมง   พอลแบมือ ขอเงินพนันจากแซม จ่าฝูงของเขา

 

            แซมกอดอก เอนหัว  ใช่—แต่นายก็แพ้พนันเรื่องที่เธอจะสติแตก เห็นมั้ย? แม่หนูยังไม่กรี๊ดสักแอะ ถือว่าเจ๊า

 

            เหวออ!! ”   พอแซมพูดจบประโยค เด็กสาวกลับหวีดร้องลั่น 

 

            คลีเมนไทน์ยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า เธอไม่สนว่าพวกเขาจะพนันอะไรไว้   อย่ายืนโล่งโจ้งแบบนั้นสิ ไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้! ”  การที่พี่เจคอบกลายร่างเป็นหมาป่า มันยังไม่ตกใจเท่ากับเธอเห็นเขาเปลือยเปล่าหน้าด้านๆ  ยืนโล่งโจ้งอวดซิกแพ็คแน่นตากลมทนหนาวไปได้  ไม่รู้ว่าจะเรียกเธอทำบุญมาดีที่ได้เห็นหรือยังไง  แต่เธอก็เป็นผู้หญิง มียางอายเหมือนกัน

 

            เจคอบรับกางเกงจากแซมมาสวมใส่ เอ่ยปากแซวคลีเมนไทน์ที่นั่งจุมปุ้กปิดหน้า  เธออายอะไร ลืมไปรึเปล่าว่าเธอเคยดึงมือฉันไปจับหน้าอกเธอน่ะ

 

            “ เรื่องนั้นหนูก็อายค่ะ ว่าแต่ใส่เสื้อผ้ารึยัง! ”

 

            “ ใส่แล้ว

 

            เธอลดมือลง กรอกตาอย่างกล้าๆกลัวๆมองชายหนุ่ม  พวกผู้ชายที่อยู่ตรงนี้พากันหัวเราะชอบใจซึ่งเธอโกรธจนหน้าแดง ควันออกหู  มันไม่ตลกเลยนะกับการที่เห็นผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนล่อนจ้อนต่อหน้าเนี่ย

 

            โอเค—พี่ขอโทษ ”   เจคอบนั่งลงข้างกายเด็กสาว เอื้อมแขนลูบหัว ปรับสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังขึ้น  แล้วพี่ขอโทษอีกเรื่องนึง เรื่องที่เป็นคนทำเธอตกเขาน่ะ ”  เพราะเขาเพิ่งกลายร่างเป็นหมาป่าและยังควบคุมอารมณ์รวมถึงรูปร่างได้ไม่ดี  เขาคลั่งจนวิ่งไปทั่ว เลยไม่เห็นว่าเธอขี่จักรยานผ่านตรงนั้น

 

            โชคดีนะที่เธอไม่เป็นอะไรมาก ”  เธอแค่หัวแตก มีแผลขีดข่วนตามตัวนอกนั้นก็ไม่มีอะไรแตกหัก ตกสูงขนาดนั้นไม่ตายก็ต้องเจ็บหนักแท้ๆ

 

            เผอิญว่าหนูเป็นพวกหนังเหนียวตายยากและหนูไม่โกรธแต่ช่วยรับผิดชอบพาไปส่งที่บ้านด้วยนะคะ    

 

            หลังจากผ่านมื้ออาหารที่บ้านของแซมกับเหล่าหมาป่าจอมวุ่นวายทั้งหลาย พี่เจคอบมาส่งที่บ้านและอาสาจ่ายค่าเสียหาย ซื้อเสือภูเขาคันใหม่ให้ แม้จะปฏิเสธแต่ถ้าเขายืนกราน เธอก็คงขัดใจเขาไม่ได้  คลีเมนไทน์ทิ้งตัวดิ่งลงที่นอน หยิบผ้านวมมาห่มตัวแก้หนาว รู้สึกหัวชาหนึบ วิงเวียน คลื่นไส้ ตัวก็ร้อนเพราะพิษไข้  พรุ่งนี้เธอต้องโทรไปลาที่โรงเรียน ประเมินจากสภาพตัวเองแล้วไปเรียนไม่ไหวแน่นอน ทั้งที่เพิ่งไปเรียนวันแรกแท้ๆและพรุ่งนี้พี่เจคอบยังจะมาที่บ้านอีก  เขาเสนอตัวโดดเรียนหนึ่งวันเพื่อมารับผิดชอบดูแลเธอ          

 

            ขออยู่สงบๆคนเดียวได้รึเปล่า? ตั้งแต่ย้ายมาที่ฟอร์คเธอมีแต่จะเจ็บตัวทุกวัน

 

            เฮ้อ—ได้แต่หวังไม่ให้มีเรื่องอะไรอีกแล้ว  เธอขอเลย

 

            ตกกลางคืน แผ่นฟ้าสีครามถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าสีดำมืดสนิทประดับด้วยจันทร์เสี้ยวจากคืนข้างแรม  ณ โวลเตอร์รา  ลึกเข้าไปชั้นใต้ดิน ผ่านท่อระบายน้ำมุ่งสู่ที่พำนักแสนอบอุ่นของเหล่าโวลตูรี่  ไกอัสได้มอบสมุดบันทึกเล่มนั้นแก่อาโร  อาโรเปิดอ่านที่ละหน้า ตั้งใจจดจำทุกตัวอักษร  ดวงตาของเขาพราวระยับ  รอยยิ้มพิมพ์ใจหยักขึ้นราวเด็กน้อยเพิ่งได้ของเล่นใหม่  ช่างน่าอัศจรรย์ใจที่บันทึกเล่มนี้มีทุกสิ่งที่เขาต้องการ  ไม่ว่าจะถิ่นกำเนิด ลักษณะจำแนกพันธุ์ของพวกเงือก  ความสามารถที่พวกนั้นมีล้วนน่าสนใจ  เขาเปิดอ่านถึงกลางเล่มก็ต้องหุบยิ้ม เพราะไม่สามารถเข้าใจภาษาที่เขียน  มันคือภาษาอะไรเขาอ่านไม่ออก  อาโรปิดสมุดดังปึก หันศีรษะหาไกอัส

 

            น้องเล็ก เจ้าได้สมุดบันทึกเล่มนี้จากไหน ข้าใคร่สงสัยว่าใครเป็นเจ้าของ ”  

 

            ประโยคผิวเผินฟังแล้วเหมือนคำถาม แต่ไกอัสสำเหนียกดีว่ามันคือคำสั่ง  บอกเป็นนัยให้เขาไปพาเจ้าของสมุดเล่มนี้มา

 

            ข้าเจอในบ้านของเด็กสาวผู้หนึ่ง แต่ไม่มั่นใจว่าเธอเป็นเจ้าของรึเปล่า ”   เพราะบ้านหลังนั้น เขาเห็นเพียงลูกกวางน้อยคนเดียวและมิได้เอ่ยถามว่าเธออยู่กับใคร

 

            เจ้าก็ลองดูที่หลังสมุดสิอาโร เผื่อจะมีชื่อเจ้าของบันทึก ”  มาร์คัสพูดขึ้น

 

            อาโรพลิกไปที่หน้าสุดท้าย มันมีชื่อเขียนไว้อย่างที่มาร์คัสกล่าว   โจอาห์ เด็กซ์ โอเดนเนลล์  เขาอ่านชื่อนั้นแล้วก็หัวเราะแทบคลั่งจนมาร์คัสกับไกอัสต้องลอบส่งสายตา สงสัยว่าพี่ใหญ่เป็นอะไร

 

            ฮ่า—ไกอัส มาร์คัส ทายสิว่าสมุดเล่มนี้เป็นของใคร ”   เขาถามด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ทว่ากลับดูเสียสติในความคิดของมาร์คัสและไกอัส ความกระตือรือร้นถึงขั้นคลั่งนี้เป็นเรื่องปกติจนออกจะชินชา

 

            เจ้ายังไม่รู้ แล้วข้าจะรู้มั้ยเล่าอาโร ”   มาร์คัสตอบ น้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

 

            โอ้ว  มันมากจากสหายที่เราตามหาเนิ่นนาน  โจอาห์ไง ”  เขามองเฒ่าหน้าเดียวอย่างมาร์คัสตะลึงหลังจากได้ยินคำตอบ บุคคลที่เขาพลิกแผ่นดินหาเป็นศตวรรษ อดีตลูกน้องมือดีอีกคนไม่ต่างจากคาร์ไลล์หรืออีเลซาร์  เพียงแต่โจอาห์นั้นเขาไม่ยินยอมให้ออกจากโวลตูรี่ต่อให้มันจะหนีสุดขอบโลก อยากได้ตัวโจอาห์แต่ก็ไม่สามารถกำจัดทิ้งได้เช่นกันเพราะเสียดายในความสามารถ  อาโรปรายตาหาน้องเล็กสุดอย่างไกอัส

 

            ไกอัส เจ้าบอกว่าได้จากบ้านเด็กสาวผู้หนึ่งใช่มั้ย

 

            “ ใช่   ไกอัสพยักหน้า

 

            ดี ดีเหลือเกิน ”  อาโรวาดแผนทุกอย่างไว้ในใจ  “  ผลสุดท้ายโจอาห์ก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว   เด็กนั่นคือห่วงผูกคอโจอาห์ชั้นดี  แม้นจะสงสัยแต่รอไว้พบกันค่อยถามไถ่ข้อสันนิษฐานที่เขาคาดดีกว่า ถึงมันจะมีแต่ความเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

 

            “  พาเด็กคนนั้นมาที่นี่และเตรียมการต้อนรับให้ดีล่ะ



︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱


TALK



             อาโร ในนิยายไม่ได้ดูฮาแบบในหนังเลย เป็นตัวละครที่.......จิตพอตัว  เห็นหน้ายิ้มๆ แต่พี่แกร้ายสุด หัวมีแผนตลอด นํ้านิ่งไหลลึกหรือร้ายลึก จอมบงการ ชักใยอยู่เบื้องหลัง ฆ่าน้องสาวแท้ๆได้ลงคอแต่ก็เป็นอีกตัวละครที่มีเสน่ห์นะ ไรท์ชอบรองจากแจสเปอร์กับอลิซ  ส่วนในฟิคบอกได้คำเดียวว่าน้องซวย 






 

         

 

 

 

                       

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #44 LOVETOMHID (@LOVETOMHID) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 10:42

    บอกตรงๆ นึกภาพปู่กับน้องลงเอยไม่ออก ดูแล้วยังอยู่ในสถาะนะคนแปลกหน้ากันอ่ะ
    #44
    0
  2. #43 LazyLion (@guitar643922) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 01:43
    เจคปกป้องน้องงง ไกอัสนางไว้ใจมั่ยดั้ยยยยยเจ๊คคคคคคคช่วยน๊องงงงง
    #43
    0
  3. #42 ทาสเตียงดูด (@MMabelledog) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:16

    น้องเอ้ย ซวยซํ้ซวยซ้อนตกเขา เจ็บตัว แล้วยังจะโดนล่าอีก เวรกรรมยัยน้อง

    #42
    0
  4. #41 เจ้าหมาขาว (@Wi-V) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:09

    เดี๋ยวๆ พ่อน้องเคยอยู่โวลตูรี่? งั้นพ่อน้องก็เป็นแวมไพร์อ่าดิ แล้วน้องเป็นอะไร เหมือนเรเนสเม่มั้ยไรท?

    #41
    0
  5. #40 Cup_123Cake (@beauty_suwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 11:13
    ชิบหายแล้วน้องเอ๋​ยยยยย
    #40
    0
  6. #39 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:57

    คือน้องไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะ ตอนนี้คืออยู่เผ่าอะไรกันแน่ แม่มด? นางเงือก?

    #39
    0
  7. #38 ทาสเตียงดูด (@MMabelledog) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:48

    โคมไฟเอย กระถางเอย ถ้าปู่ไม่เป็นแวมไพร์คงตายตั้งแต่นัดแรกอ่ะ 555555

    #38
    0
  8. #37 ninny788 (@ninny788) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:15
    ผีแม่ชี อุ๊บ5555
    #37
    0
  9. #36 30092541 (@30092541) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 19:57
    55555ไม่รุ้จำขำหรือสงสารดี
    #36
    0
  10. วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 17:52
    5555ผีแม่ชี
    #35
    0
  11. #34 Light_Star (@Light_Star) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:17

    ควรขำก่อนหรือสงสารก่อนอ่ะ5555//อยากอ่นต่อแล้วอ่า~~~><
    #34
    0
  12. #32 A.SIN/Fuyu (@Hawthorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 11:12
    น้องงงงงงง
    #32
    0
  13. #31 Cup_123Cake (@beauty_suwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 09:16
    ตื่นมาก็ฟาดเลย 5555
    #31
    0
  14. #30 LazyLion (@guitar643922) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 07:44
    ผีแม่ชี!!!!!!!! น๊อง5555555
    #30
    0
  15. #29 pxnny (@pnnscxz99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 07:17
    โอ้ยย

    นั่นไม่ใช่แม่ชี ลู๊กกกก55555555
    #29
    0
  16. #28 LOVETOMHID (@LOVETOMHID) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 06:34

    น้องงงง ไม่ใช่ผีแม่ชี 55555 นั่นสามี(ในอนาคตไง)

    #28
    0
  17. #27 RuTier (@RuTier) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 06:18
    555 เป็น20%ที่สนุก
    #27
    1
    • #27-1 Melinna_Lena (@maleen031309) (จากตอนที่ 4)
      7 มิถุนายน 2562 / 07:45
      หนูลูก มองดีๆลูก ปู่แก่แล้วอย่าทำร้ายปู่ สงสารได้มั้ยอ่ะ555
      #27-1