「Fanfiction Vampire Twilight 」 La Luna Azul

ตอนที่ 3 : Chapter 03 | Intruder at nighttime.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    7 มิ.ย. 62


Chapter 03 | Intruder at nighttime.
ผู้บุกรุกยามวิกาล



            ณ ห้องโถงหินโค้ง  ที่เพดานห่างจากพื้นถึงสองชั้น เครื่องเรือนมีเพียงบัลลังก์ไม้สามตัวกับโต๊ะหนายาวที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือเล่มหนา  ยามราตรีที่ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างทรงยาว แทนที่ด้วยเชิงเทียนเหล็กเก่าแก่จากรอบห้องให้แสงสว่าง  สามบุรุษในชุดสูทสีดำเกือบร่วมสมัยคร่ำเคร่งกับการค้นคว้าตำราเก่าเพื่อคร่าเวลาความเบื่อหน่าย

 

            อาโรละสายตาจากหนังสือบนมือ มองบุรุษอีกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลจากตัวเขานัก  เสียงเคาะพนักแขนเก้าอี้ไม้จากไกอัสดังกึกๆเป็นจังหวะซึ่งนั่นมันรบกวนสมาธิการอ่านของเขาอย่างมาก เขาชำเลืองมองเฒ่าหิมะนั่งเหม่อลอย ดูสงบนิ่งมากผิดปกติ สองวันนี้สหายของเขามีเรื่องอะไรให้ครุ่นคิดนักหนากัน  จากที่เขาได้สัมผัสตัวไกอัสในวันที่พวกเราได้กลิ่นหอมหวนชนิดที่ทำให้อดใจไม่ไหวก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกเสียจากความหงุดหงิดของเจ้าตัว

 

            แต่มันน่าแปลก.......แปลกตรงที่เขาไม่เห็นความทรงจำของไกอัสในวันนั้น  มันเหมือนโดนบางอย่างบดบังเอาไว้  พอเขาจะขุดคุ้ย ภาพที่ฉายในหัวกลับหายออกไปราวกับโดนลบ

 

            หากอยากไขความสงสัยคงมีแต่ต้องถามเจ้าตัวเท่านั้น ซึ่งเวลานี้เจ้าเฒ่าหิมะคงไม่ยอมปริปากพูดแน่นอน

 

            ด้านไกอัส   เขาใช้เล็บยาวเฟื้อยขูดตามผิวไม้ขณะที่ตนกำลังคิดอยู่   ทำไมกันนะ? ทำไมถึงสลัดยัยเด็กนั่นออกจากหัวไม่ได้   ตอนนี้ไม่มีข่าว ไม่มีศพหรือร่องลอยอะไรเลย  มันเหมือนกับ—ยัยหนูนั่นยังไม่ตาย  แต่ถ้ายังไม่ตายจริงๆ มันก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่เขาต้องตามไปฆ่าเธอเพื่อปกปิดถึงตัวตนแห่งเผ่าพันธุ์และความผิดพลาดที่เขาปล่อยปละเหยื่อให้รอดชีวิต  เขาเฝ้ารอการกลับมาของดิมิทรี่ พร้อมข่าวน่ายินดีเกี่ยวกับยัยหนูนั่นและแน่นอนอาโรไม่รู้เรื่องนี้

 

            ขออนุญาตเจ้าค่ะ ”  

 

            สักพักบานประตูเปิดออก เรียกสายตาของสามบุรุษให้จดจ้องเธอ  หญิงสาวร่างอรชรในชุดลูกไม้สีขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง   เธอเคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว ไล้มือบางตามกรอบพนักพิงเก้าอี้และหยุดลง  โอบไหล่ของไกอัสผู้เป็นสามีของเธอ  ริมฝีปากอิ่มหยักขึ้น โปรยยิ้มให้แก่ชายเดียวในดวงใจ   ไกอัสรวบเอวคอดกิ่วรั้งภรรยามานั่งบนตักตนและเอ่ยชื่อเธอ

 

            อาเธโนโดรา ”  เขาขู่  แม้กำลังสวมกอดแต่สายตากับไร้ซึ่งความยินดี  เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากหอคอย

 

            ฉันรู้ค่ะที่รัก ”  เสียงหวานพูดอย่างใจเย็น โน้มหน้ากระซิบถ้อยคำที่ทำให้ไกอัสถึงกับต้องเด้งตัวลุกขึ้น  ข่าวคราวจากดิมิทรี่มาแล้วนะคะ

 

            “ ถ้าเช่นนั้นเราไปคุยกันที่ส่วนตัวกว่านี้ดีกว่า อาเธโนโดรา ”   ไกอัสเดินออกนอกห้อง ไม่ชักช้างุ่นง่านให้อาโรถามคำถาม

 

            ตัดไปที่ฟอร์ค  คลีเมนไทน์เพิ่งเสร็จธุระจากการเดินเอกสารเข้าเรียนที่ฟอร์คไฮสคูล เธอทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ใช่—ตัวคนเดียว  จากบ้านของแม่กับโรงเรียนก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ยังดีที่มีเสือภูเขาจักรยานคู่ใจทิ้งไว้ เธอเลยพอปั่นไปเองได้  พอถึงบ้านเด็กสาวเหวี่ยงกระเป๋าเป้ใบเก่งไปที่โซฟา สอดส่องสายตาวนออกห้องนู้นทีห้องนี้ทีเพื่อตามหาพ่อ  ทุกอย่างกลับเงียบสงบ เธอตัดสินใจมุ่งขึ้นชั้นสอง ไปที่ห้องทำงานแต่ก็ไร้ซึ่งเงาของโจอาห์   คลีเมนไทน์ทำปากเป็ด กรอกตา พ่นลมดังพรืด  ก่อนที่ตัวเองจะหัวเสียกลับห้องนอนของตนเอง

 

            เด็กสาวเทตัวดิ่งลงที่นอนนิ่ม หยิบเท็ดดี้แบร์ข้างตัวมาซุกกอด แล้วหวีดร้องสุดเสียง  ความผิดหวังสะท้อนอยู่ในนัยน์ตา  วันเกิดแท้ๆ ”  วันนี้เป็นวันเกิดปีที่สิบหกของเธอ ต่อให้มันเป็นแบบนี้ทุกปีเธอก็ไม่เคยชินเลยสักครั้ง  ไม่ฉลองยังพอทน แต่เจ็บยิ่งกว่าคือพ่อไม่อยู่บ้านให้เธออุ่นใจเลยในช่วงเวลาที่เธอต้องการเขามากที่สุดอย่างตอนนี้   เธอไม่ขออะไรมาก ขอแค่เขาอยู่ข้างๆเธอก็เพียงพอแล้ว

 

            คลีเมนไทน์ดีดตัวจากที่นอน เหม่อมองนอกหน้าต่างและสายตาก็สะกิดเห็นกล่องสีครีมบนโต๊ะทำการบ้านของเธอ  เด็กสาวหยิบเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมา มันมีจดหมายแนบไว้ เธอไล่สายตาอ่านเนื้อความด้านใน  ตัวอักษรตวัดยึกยือจากน้ำหมึกดำนี้คือรายมือไก่เขี่ยของพ่อ

 

 

             ถึงคลีเมนไทน์ลูกรัก 

                         สุขสันต์วันเกิดปีที่สิบหก ลูกอาจจะกำลังน้อยใจที่พ่อลืมวันเกิดหรือระยะนี้ทำตนไม่ใส่ใจลูกแต่อยากให้รู้ไว้ว่าพ่อไม่ได้ลืม พ่ออาจแค่ละเลยไปบ้าง ข้อนี้พ่อเสียใจจริงๆและพ่อมีเรื่องสำคัญต้องบอกลูก  พ่อจำจ้องออกเดินทางอย่างกระทันหันกับพ่อทูนหัวที่น่ารักของลูกอาคาร์ไลล์ คัลเลน

                        พ่อจะไม่บอกว่าเรื่องอะไรแต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับชีวิตของคน  สุดท้ายลูกเห็นกล่องของขวัญที่พ่อวางไว้รึเปล่า นั่นคือของขวัญที่แม่ฝากไว้ให้ลูก มันเป็นของเก่าแก่จากทางฝั่งแม่และตอนนี้มันกลายเป็นของลูกแล้ว  ใจจริงพ่ออยากเป็นคนสวมใส่มันให้ลูก มันคงเหมือนตอนที่พ่อใส่ให้แม่เป็นแน่

                        สุดท้ายพ่อยังห่วงและเป็นกังวลมากกับการปล่อยทิ้งลูกไว้คนเดียว พ่อเลยขอให้ลุงบิลลี่ แบล็คเป็นหูเป็นตาแทน พวกเขายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยดูแลลูก โดยเฉพาะเจคอบที่ดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบขี้หน้าพ่อก็ตามที

ด้วยรักจากพ่อ โจอาห์ เด็กซ์ โอเดนเนลล์

 

 

            เธอแทบบ่อน้ำตาแตกหลังอ่านจดหมายจบ เด็กสาวปาดน้ำตาปริ่มใสที่เจ่อนองออกลวกๆ หนูขอโทษค่ะพ่อ—บางทีเธออาจคิดมากเกินไป  ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ยังเป็นพ่อที่ห่วงเธอเสมอ  คลีเมนไทน์นั่งลงที่เตียงวางกล่องลงบนตักบรรจงแกะริบบิ้นสีน้ำเงินออกและเปิดฝากล่องดู  ของที่อยู่ด้านในเป็นสร้อยคอสีเงินเส้นเล็ก มีจี้ห้อยเป็นรูปหยดน้ำสีเดียวกับดวงตาของเธอ  สีน้ำทะเล  บางทีนี่อาจจะเป็นอความารีน

 

            “ เฮ้.......เฮ้ คลีเมนไทน์! ”

 

            คลีเมนไทน์วางกล่องลง เธอได้ยินเสียงคนเรียก เด็กสาวเดินไปที่หน้าต่าง ใช้มือเลิกผ้าม่านขึ้นเพื่อดูว่าเป็นใคร  เธอเห็นพี่เจคอบยืนยิ้มแป้น พร้อมโบกมือทักทายยามเห็นเธอโผล่หัวออกมา เห็นหน้าเขาแล้วก็พาลนึกถึงการกระทำแย่ๆเมื่อวันก่อนที่เธอโมโหหน้ามืดตามัว ดึงมือผู้ชายที่เพิ่งรู้จักครั้งแรกมาจับหน้าอกตัวเอง  แน่นอนว่าพอได้สติเธออายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี เอ่ยขอโทษพัลวันจนกัดลิ้นตัวเอง สร้างความอับอายเพิ่มอีกเท่าตัวแต่เจคอบกลับชอบอกชอบใจให้กับท่าทีของเธอและกลายเป็นว่าเธอมีพี่ชายเพิ่มขึ้นอีกคนโดยปริยาย

 

            พี่เจคอบมีอะไรรึเปล่าคะ ”   เธอตะโกนถาม

 

            ลงมาหาพี่ข้างล่างสิ ”   เขากวักนิ้วเรียก

 

            เธอลอดหัวออก ปิดหน้าต่าง เดินลงมาข้างล่าง มาหาเขา  ยืนกอดอก เลิกคิ้วสูงแสดงท่าทีว่าต้องการคำตอบเร็วๆ

 

            พ่อให้ฉันชวนเธอทานอาหารค่ำที่บ้านและเราอาจมีย่างมาร์ชเมลโล่ที่หน้ากองไฟด้วย

 

            “ ว้าว ฟังดูวิเศษไม่เลวเลย งั้นหนูไปค่ะพี่เจค ”  คลีเมนไทน์ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น วาดภาพถึงการเล่าเรื่องหน้ากองไฟแล้วน่าสนุกนัก

 

            ผ่านมื้ออาหารแสนเรียบง่ายไปด้วยดี บัดนี้คลีเมนไทน์นั่งล้อมรอบหน้ากองไฟ มีเธอ มีพี่เจคอบรวมถึงพี่เรเชลและพี่รีเบคก้าสองพี่สาวฝาแฝดแห่งตระกูลแบล็ค  เธอรับโกโก้ร้อนและผ้าห่มมาห่อตัว รอฟังเรื่องราวจากปากลุงบิลลี่เกี่ยวกับต้นตระกูลของพวกเขา  เผ่าควิลยูต  ลุงบิลลี่เล่าว่าพวกเขาเป็นลูกหลานของหมาป่า  เขากล่าวต่อว่าบรรพบุรุษที่เป็นนักรบวิญญาณในเผ่าได้ทำสนธิสัญญายืมร่างกายของหมาป่าเพื่อตามทวงดวงวิญญาณของหัวหน้าเผ่าที่ถูกวิญญาณร้ายช่วงชิงไป

 

            และเล่าถึงอีกเผ่าพันธุ์ที่เข้ามาบุกรุกล่าเหยื่อในเขตสงวนลาพุชเมื่อนานมาแล้ว พวกเขาเป็นศัตรูกันแต่ก็ยอมทำสนธิสัญญาสงบสุขด้วยการไม่ข้ามเขต   พอลุงบิลลี่เล่าถึงช่วงนี้ คลีเมนไทน์ถึงกับกลืนโกโก้ไม่ลง  อีกเผ่าพันธุ์ที่เขาว่าคงไม่ได้หมายถึงครอบครัวคัลเลนหรอกนะ อืม—เธอคิดว่ามันใช่เลยแหละแต่เธอก็อยากเห็นเหมือนกันนะ หมาป่าน่ะ  ขนาดแวมไพร์ยังมีตัวตนจริงๆเลย แล้วหมาป่าล่ะ? เธออยากเห็นพวกเขาและนี่มันเข้าตามสูตรหนังแทบทุกเรื่องเลย เรื่องที่แวมไพร์กับมนุษย์หมาป่ามักไม่ถูกกัน   จะว่าไปพักนี้ได้ข่าวจากคุณสวอนแว่วๆว่ามีคนพบเห็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เท่ารถในเขตอุทยานด้วยนี่

 

            หนูอยากเห็นพวกเขาจังเลยค่ะ ”  เธอเปรยขึ้น 

 

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันก็แค่ตำนานนะหนูคลีเมนไทน์ ”  ลุงบิลลี่หัวเราะเสียงดัง

 

            ใช่พ่อ—มันก็แค่ตำนาน ”  เจคอบส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาหาเธอ  แต่ถ้าเธอเผลอหลงป่าคนเดียว อาจจะถูกหมาป่าลากไปกินก็ได้ แฮ่! ”

 

            เขาแยกเขี้ยว แกล้งคำรามใส่ ยกสองแขนทำท่าทางเหมือนจะตะครุบ  แล้วก็แหย่นิ้วจิ้มไปตามตัวจนคลีเมนไทน์ต้องกระโดดหนีเพราะจักจี้  ไม่เอา ไม่จักจี้หนูนะพี่เจค เธอวิ่งหนีเขารอบต้นโอ๊คใหญ่ที่ไม่มีใบไม้ประดับบนต้นสักใบ  วิ่งวนอยู่สามสี่รอบจนหืดขึ้นคอแต่ก็เสียเปรียบโดนเขาแกล้งอยู่ดี  พฤติกรรมราวเด็กๆของเธอทำให้คนที่อายุมากกว่าตรงนั้นหัวเราะอย่างมีความสุข

 

            เจคลูก พ่อว่าถึงเวลาพาหนูคลีเมนไทน์กลับบ้านได้แล้วนะ ”  

 

            ครับพ่อ ผมก็ว่างั้น ”  เจคอบรับคำ หันหน้าตบบ่าเด็กสาวเบาๆ  ไปขึ้นรถยัยตัวแสบ ได้เวลากลับบ้านแล้ว

 

            “ โห่ว อะไรกัน ”  เธอร้องอย่างเสียดาย แต่ก็ยอมขึ้นรถกลับบ้านแต่โดยดี

 

            ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นักก็มาถึงหน้าบ้านเธอ คลีเมนไทน์กระโดดลงจากรถด้วยใบหน้าง้ำงอ  กรอกตามองชายหนุ่มที่หัวเราะหึๆจนเห็นแผงฟันขาวเต็มปาก   เจคอบส่ายหัวเล็กน้อย ถอดเข็มขัดนิรภัยออกและลงจากรถอีกคน เขาเดินเข้าหาเด็กสาว  เอ่ยปากบอกให้เธอช่วยยื่นแขนมาหาเขา

 

            ยื่นแขนมาหน่อยสิ ”   เขามองแขนเรียวเล็กกับใบหน้าฉงนสักครู่ ก่อนจะสวมใส่บางอย่างให้เธอ  สุขสันต์วันเกิดนะคลีเมนไทน์

 

            เธอกระพริบตาถี่ๆ มองสิ่งที่เขาใส่ให้เธอ มันเป็นกำไลข้อมือถักจากเชือกสีน้ำตาลเข้ม มีลูกปัดหินเล็กๆสีแดงกับสีเขียวที่ตัดกันอย่างลงตัว

 

            พี่รู้ได้ไงว่าเป็นวันเกิดหนู แล้วนี่พี่ทำเองเหรอ? ”   เธอมองหน้าเขา ซึ่งเจคอบยิ้มเป็นคำตอบให้

 

            ใช่ พี่ทำเอง ส่วนเรื่องวันเกิดพ่อเธอเป็นคนบอกน่ะ   เขาเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ  ชอบรึเปล่า

 

            “ ของทำมือต้องชอบอยู่แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เจค

 

            เจคอบอมยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะขอตัวลา พี่กลับก่อนนะ

 

            กลับดีๆนะพี่ ”   เธอโบกมือ รอส่งจนเขาพ้นสายตา  คลีเมนไทน์เดินขึ้นบ้านด้วยความรู้สึกอบอุ่นเต็มหัวใจ  วันเกิดครบรอบสิบหกปีที่ไม่ได้มีการจัดเฉลิมฉลองอย่างหวือหวา ไม่มีเค้ก ไม่มีเพื่อนมาเต็มงาน ไม่ได้มีของขวัญมากมายแต่ถือเป็นวันเกิดสุดพิเศษสำหรับเธอ

 

            เหนือสิ่งอื่นใดคือการได้รับของขวัญชิ้นแรกจากแม่ผู้ล่วงลับ คลีเมนไทน์กรอกตามองกล่องสีเหลี่ยมที่วางอยู่กลางเตียง   กลางเตียง?   เธอจำได้ว่าวางมันไว้ที่ปลายเตียง  ตำแหน่งของในห้องหลายอย่างก็ผิดไปจากเดิม

 

            เธอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เพียงเสี้ยวนาทีที่เธอหันหลัง สัมผัสเย็นยะเยือกคว้าเข้าที่คอผลักเธอลงเตียงนอน คลีเมนไทน์จ้องดวงตาสีโลหิตที่สว่างวาบเบื้องหน้า ผู้บุกรุกยามวิกาลยิ้มเหยียดหยันราวมัจจุราชส่งมอบให้  เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก  ใบหน้าขาวซีดงดงามปานเทพบุตรอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ  เขาลดจมูกแนบข้างแก้ม ลมหายใจฟึดฟัดกำลังพิสูจน์กลิ่น

 

            สวัสดีแม่หนู ”  

 

            เสียงคำรามแผ่วต่ำกระซิบข้างหู ไกอัสใช้เวลาเพียงไม่นานเดินทางมาถึงที่นี่หลังได้รับข่าวคราวจากอาเธโนโดราภรรยาผู้อยู่ในโอวาท  เหยื่อชิ้นโตเมื่อตอนนั้นยังไม่ตายอย่างที่คาด แต่สิ่งที่ชวนสงสัยคือแม่หนูนี่ไม่มีเคล้าของผู้เกิดใหม่  เขายังรู้สึกถึงความอบอุ่นผ่านมือนี้  หัวใจยังคงเต้นตุบๆ เลือดไหลเวียนผ่านกระแสเลือดใต้ผิวหนังขาวอมชมพู  ดูแล้วไม่ได้ต่างจากมนุษย์ตัวจ้อยที่เจอคราแรก   คำว่าทำไมผุดขึ้นกลางหัว หากรองตรองดีๆแล้ว เรื่องที่อาโรไม่สามารถรับรู้ถึงความทรงจำตอนนั้นอาจจะเกี่ยวกับแม่หนูนี่

 

            หรือเธอจะมีความพิเศษกัน? แต่ถึงจะพิเศษอย่างไรเธอก็ต้องตายเพราะเธอรู้มากเกินไป  ไกอัสเริ่มออกแรงบีบคอเธอ  คลีเมนไทน์รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก เธอเลื่อนสองมือกระชับลำแขนแกร่ง  ปัดป่าย ดีดดิ้นทุรนทุราย จ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีโลหิต  ดวงตาคู่นั้นหาได้มีความเมตตาไม่  เธอภาวนาในใจ  ช่วงเวลาเฮือกสุดท้ายที่ใกล้หมดลม เธอขุดแรงทั้งหมดที่มีเปล่งเสียงออกมา

 

            กะ......ไกอัส

 

            เขาเลิกคิ้วด้วยความฉงน  ยามเมื่อผสานตาหาดวงตาสีน้ำทะเล เขาถึงกับผละมือออก  ร่างน้อยๆไอค่อกแค่กสำลักน้ำลายสูดหาอากาศหายใจ  เพียงแค่เธอขานชื่อเขาเท่านั้น ร่างกายของเขามันร้องว่าห้ามทำ ปฏิปักษ์ต่อปัจเจกความคิด   ฆ่าไม่ได้   นับหลายทศวรรษที่เขาละเลงเลือดมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาปฏิเสธต่อการฆ่า   เขาช้อนใบหน้าหาเด็กสาวที่ตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกสับสน   

 

            คลีเมนไทน์ อาศัยจังหวะที่แวมไพร์บ้ายืนนิ่งงันวิ่งไปที่หน้าต่าง หมายจะกระโดดหนีออกไปทั้งแบบนั้น  เธอเปิดหน้าต่างออก สายลมวูบหนึ่งปะทะเข้าร่างกาย  กลิ่นหอมรุนแรงจากตัวเธอโชยเข้าจมูก ไกอัสมีสติกลับมาและเขาเห็นเด็กสาวกำลังหนี  จึงเคลื่อนตัวอย่างว่องไว รวบเอวบางรั้งเธอกลับมา  เขาโน้มหน้าลง กระชับร่างทั้งร่างเอื้อนเอ่ยคำถามขณะที่สำนึกยังคงสงสัยผสมปนเปไปกับรสเลือดที่เขาลิ้มลองเมื่อครั้งนั้น  มันตอกย้ำยามเมื่อได้กลิ่นของเธอ  เขารู้สึกกระหายจนคอแห้งผาก  มันร้อน มันร่ำร้องอยากจะฝังคมเขี้ยวลงอีกสักครั้ง

 

            กลิ่นเจ้า ตัวเจ้า เลือดของเจ้ามันทำให้ข้าสับสน.......บอกมาว่าเจ้าทำอะไรกับข้า! ”

 

            เธอสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งค้าง แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับแผงอก ผิวหน้าที่เขาแนบกับเธอนั้นให้ความรู้สึกนุ่มแต่ก็แข็งกระด้างราวหินแกรนิตเรียบลื่นในเวลาเดียวกัน  เธอกรอกตาหาแวมไพร์ที่อยู่ด้านหลัง สายตาของเขาสับสน เว้าวอนปานเด็กน้อยกระจองอแง  เขายังไม่รู้แล้วตัวเธอจะสรรหาคำตอบมาจากไหน  แล้วนี่เขาเป็นแวมไพร์ไบโพล่าร์หรือประจำเดือนไม่มาหรือไง? อารมณ์ถึงได้ขึ้นๆลงๆดุจสตรีวัยทองแบบนี้   อยากจะด่าแต่ก็กลัวเขาเป็นบ้าไล่ฆ่าเธออีกรอบ

 

            ข้าอยู่มาสามพันปี......กินเลือดสาวงามมาก็มาก มือเปื้อนเลือด ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นและเผ่าพันธุ์เดียวกันมาไม่น้อย ทั้งเด็ดหัว ฉีกกระชาก นั่งทับกองเพนินศพช่างบันเทิงใจ ทุกอย่างล้วนง่ายดายดั่งใจสั่ง แรงปรารถนาที่ข้าเกลียดชังมนุษย์สมปรารถนาเมื่อมาอยู่โวลตูรี่  ข้าเด็ดขาด เลือดเย็น หลงใหลการทรมานเหยื่อแท้ๆ แต่ทำไมกับเจ้า กับสาวน้อยตากลมราวลูกกวางถึงฆ่าไม่ได้ ทั้งที่อ่อนปวกเปียก บีบคอทีเดียวก็ตายแล้วแท้ๆ

 

            คลีเมนไทน์กรอกตา เบะปากแทบสามร้อยหกสิบองศา  เริ่มรำคาญที่เขาเอาแต่แพล่มอะไรไม่รู้ยืดยาว น่าเบื่อ แต่ละอย่างที่พูดมาก็ใช่เรื่องน่าฟัง ปากแพล่มแต่ฆ่า ฆ่า ฆ่า  แก่มาตั้งหลายพันปี มีชีวิตยืนยาวแต่สมองคิดได้แต่เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ เสียของชะมัด  เธอตัดสินใจเอี้ยวตัว จับใบหน้าเย็นเหยียบด้วยสองมือ บังคับให้เขาฟังที่เธอพูดชัดๆ

 

            ปู่เป็นอมตะ ปู่ไม่ตายแต่สมองของปู่น่าจะตายนะคะ ถึงคิดไม่ได้ขนาดนี้ ”

 

            แล้วถามจริงเถอะค่ะ หนูขอเหตุผลที่ต้องฆ่าหนูทิ้งที รบกวนขอเหตุผลดีๆด้วยนะคะ ถ้าไม่ดีพอ มาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้นเลยค่ะ ” 

 

            อ้อ—ถ้าเป็นเหตุผลที่หนูรู้ถึงตัวตนของพวกคุณ นั่นไม่ใช่เหตุผลเลยนะคะ หนูไม่คิดจะปริปากบอกใครอยู่แล้วเพราะพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ อีกอย่างถ้าหนูพูด ป่านนี้คงเป็นข่าวไปตั้งนานแล้วค่ะปู่

 

            “ สุดท้าย ปู่เป็นพวกรักษากฎใช่มั้ยคะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าต้องมีความเป็นกลางในการตัดสิน งั้นหนูขอเรียกร้องชีวิต เพื่อแลกกับที่ปู่ดูดเลือดหนูในวันนั้นได้มั้ยคะ ถ้าปู่ตกลงหนูจะให้ปู่ดูดเลือดอีกสักครั้งเป็นเซอร์วิสก็ได้ค่ะ ”    

 

            ไกอัสฟังคำพูดที่ราวกับหอกทิ่มแทงแล้วมันจุกเสียจนพูดอะไรไม่ออก  หากลองชั่งน้ำหนักกับเหตุผลที่ยัยหนูยกมาร้อยแปดพันเก้าดูแล้ว มันก็คุ้มค่าพอที่เขาจะยอมแลกกับการทำผิดกฎสักครั้ง เลือดกับการไว้ชีวิตลูกกวางน้อยมันเป็นราคาที่เท่าเทียมกันอยู่  ขอเพียงแค่อาโรไม่รู้เรื่องนี้ก็เพียงพอแล้ว 

 

            ตกลง ”  

 

            เขาเอ่ยอย่างแผ่วเบา คลีเมนไทน์ยกยิ้มดั่งผู้ชนะ กู่ร้องดีใจที่มีชีวิตตลอดรอดฝั่งไปถึงแก่ เธอกำลังเอื้อนเอ่ยประโยคถัดไป  ทว่า—ไกอัสกลับสอดมือประคองท้ายทอยเด็กสาว ดันศีรษะเธอ จิกทึ้งกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนราวขนลูกกวาง กระชากให้คอเชิดขึ้น แล้วฝังคมเขี้ยวลง สูบเลือดอย่างกระหายและบ้าคลั่ง  รสชาตินี้ รสชาติแสนหวานที่แผ่กระจายทั่วปาก พอได้ลิ้มลองอีกครั้งมันจักต้องมีครั้งต่อๆไป

 

            เขาถอนตัวไม่ได้อีกแล้ว


︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱


TALK


( อาเธโนโดรา ภรรยาปู่ )


บทสัมภาษณ์น้องว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์

ไรท์ : คิดว่าหนุ่มๆ(หรือแก่)ในเรื่องเราสานสัมพันธ์

ถึงระดับไหน  เริ่มมาที่คนแรกอย่างเจคอบก่อนเลย


คลีเมนไทน์ : พี่เจคเหรอก็บราเธอร์โซนนั่นแหละค่ะ 

ม่มีอย่างอื่นเพราะพี่เจคชอบพี่เบลล่าและพี่เขาหวังจะจับกดพี่เบลล่าด้วย


เจคอบ : ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ!!


ไรท์ : แล้วไกอัสล่ะคะ 


คลีเมนไทน์ : แกรนด์ฟาเธอร์โซนค่ะ 


ไกอัส : นี่เจ้าแทบไม่ได้คิดเลยนี่ 


คลีเมนไทน์ : มันไม่ต้องคิดเลยค่ะ ปู่ออกจะแก่ขนาดนี้


ไรท์ : โอเค ขอจบการสัมภาษณ์เพียงเท่านี้ค่ะ 


ไกอัส : เดี๋ยวสิ!!


#ปู่เม็นมา #เจอคำผิดบอกได้นะคะ #ปู่โดนน้องล่อซื้อเสียแล้ว

 

 

           

 

           

           

 

           

 

 

            


            


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #79 V A M P I E (@blue_sweet) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 22:22
    ตลกตรงแกรนด์ฟาเธอร์โซน 5555555
    #79
    0
  2. #26 LOVETOMHID (@LOVETOMHID) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 20:07

    ปู่ไม่ใช่แวมไพร์ แต่ปู่เข้าข่ายหมี!!

    #26
    0
  3. #25 PuasePG (@ieeeeeee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 20:04

    เชื่อง่าย หลงน้องแล้วล่ะสิ

    #25
    0
  4. #24 เจ้าหมาขาว (@Wi-V) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 19:01

    นึกว่าไรท์จะไม่เอาเมียปู่มาซะแล้ว อย่างงี้น่าสนุก อยากรู้ว่าพี่แกจะเอาไงต่อ

    #24
    0
  5. #23 Cup_123Cake (@beauty_suwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 10:59
    ปู่เอ๋ยยยย โดนเด็กล่อง่ายมากจ๊ะ
    #23
    0
  6. #22 LazyLion (@guitar643922) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 09:55
    ปู่โดนเล่นแล้ว555555555555 น๊องเก่งน๊องงง ตบมือแปะๆ ชอบภาษามั่กๆเลยย
    #22
    0
  7. #21 ทาสเตียงดูด (@MMabelledog) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:18

    น้องฉลาดใช้เลือดต่อรองปู่ แอบขำทอล์กตรงแกรนด์ฟาเธอร์โซน 55555

    #21
    0