「Fanfiction Vampire Twilight 」 La Luna Azul

ตอนที่ 1 : Chapter 01 | Villian Victim

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62


Chapter 01 | Villian Victim
เหยื่อตัวร้าย



            เดือนกันยาของจังหวัดปิซา ณ อิตาลีแห่งนี้อากาศช่างร้อนนัก ร่างแน่งน้อยของเด็กสาวเดินปาดเหงื่อ ขาสองข้างก้าวอย่างเอื่อยเฉื่อยไปตามถนนที่ปูด้วยอิฐแดง  สายตาทอดมองบ้านที่มีสีเดียวไม่ต่างกับพื้นถนน  ทิวทัศน์กับลมทะเลของเมืองโวลเตอร์รายามเย็นที่ประดับประดาด้วยไฟจากเทศกาลหลากสีสันสวยงามจนเธอต้องยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ

 

            “ เป็นเมืองที่ไม่เลวเลย ”  เธอยกยิ้มหลังจากถ่ายได้ภาพสวยๆตามต้องการ

 

            นับเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการติดสอยห้อยตามคุณพ่อที่เป็นนักเขียนและนักประวัติศาสตร์มาที่เมืองแห่งนี้  ด้วยงานของเขามันทำให้เธอไม่ได้อยู่ที่เดิมบ่อยนัก  อ้อ—ส่วนเธอมีชื่อว่าคลีเมนไทน์ ที โอเดนเนลล์  เกิดและมีบ้านอยู่ทราไก อดีตเมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย  เธอรักภูมิประเทศของที่นั่นแต่คลีเมนไทน์ก็ไม่ได้เกลียดการเดินทางเท่าไหร่นัก

 

            การไม่ได้อยู่ที่เดิมซ้ำสองอย่างน้อยมันทำให้เธอได้ความรู้และเปิดกว้างกับโลกมากขึ้น  ติดนิดหน่อยตรงที่คุณพ่อมักจะห่วงเธอมากเกินไป อย่างเช่นตอนก่อนที่เธอจะขอมาเดินเล่นชมงานเทศกาลคนเดียว  เขาดูกังวลแต่ก็ดันแกล้งแหย่เธอเล่นว่า ‘ ถ้ากลับดึกระวังโดนตัวอะไรลากไปกินล่ะคลีมมี่ของพ่อ ’

 

            อืม......แกล้งเหมือนเธอเป็นเด็กไปได้ มันจะมีตัวอะไรลากคนเป็นๆไปกินบ้าง?

 

            ไม่มีหรอก นอกเสียจากจะเป็นพวกวิกลจริตเข้าขั้นจริงๆ ไม่ก็สัตว์ดุร้าย

 

            คลีเมนไทน์สะบัดหัว  ไล่ความคิดไร้สาระออกจากสมอง  รุดหน้ามองหาร้านอาหาร ระหว่างทางเธอเดินสวนกับคนคนนึง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เด็กสาวสนใจจนต้องหยุดเดินคือการแต่งตัว  เขาคนนั้นใส่ผ้าคลุมหนาสีดำสนิทลากยาวเกือบถึงพื้น  ใส่ทั้งที่อากาศร้อนขนาดนี้เนี่ยนะ?   เธอมองจนเขาทิ้งห่างจากเธอไปเรื่อยๆและสุดท้ายก็ละความสนใจ วกตัวกลับไปตามทางของตนเองต่อ

 

            สายลมฤดูร้อนลูกหนึ่งพัดผ่านจนผมสีน้ำตาลอ่อนปลิวสยายไปกับอากาศ  คลีเมนไทน์ปัดมันออกด้วยความรำคาญและกำลังหายเข้าไปในร้านอาหาร 

 

            “ อา.....

 

            ร่างใต้ผ้าคลุมพลันหยุดชะงัก สูดลมหายใจลอดผ่านจมูกสันโด่งเสียงดัง หันเหศีรษะหาต้นตอของกลิ่นชวนน้ำลายสอ  ไกอัส โวลตูรี  ใช้หางตาตวัดปราดนึง  กรอกนัยน์ตาสีโลหิตทั่วทิศทาง เฟ้นหาเจ้าของกลิ่นท่ามกลางคนจำนวนมาก  สายตาของเขาดีกว่ามนุษย์หลายเท่าตัวนัก เขาเห็นแม้กระทั่งละอองฝุ่นที่กระจายบนอากาศ  ไกอัสไม่เห็นร่างของอาหารตนนี้แต่กลิ่นยังคงตกค้าง  เขาเงยหน้าขึ้น เอนเอียงศีรษะไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม ขยับริมฝีปากจินตนาการถึงรสชาติเลือด

 

            จะมีรสแบบไหนเขาไม่อาจหยั่งถึง รู้แต่ว่ามันน่ากินมาก

 

            “ ข้าคงต้องรอมืดกว่านี้เสียก่อน ”   ไกอัสกระตุกยิ้ม   มันยังไม่ถึงเวลาล่า  ไม่รู้หรอกว่าเจ้าของกลิ่นคือใคร  แต่เขาสลักกลิ่นนี้ในภาพจำแล้ว  ต้องอดใจเข้าไว้—เมืองโวลเตอร์ราเป็นอาณาเขตพำนักของเขา มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาตัวเหยื่อเลย   

 

            เวลาเกือบประมาณสองทุ่ม หลังจากที่คลีเมนไทน์ออกจากร้านอาหาร ท้องของเธออิ่มเสียจนแทบเดินไม่ไหว  เด็กสาวยังไม่อยากกลับโรงแรมจึงมาสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายอย่าง พาลาซโซ เดอิ ไพรออรีหรือหอนาฬิกาบนคฤหาสน์เก่าที่ตั้งอยู่จัตุรัสกลางเมือง   น่าแปลกตรงที่เข้าช่วงเทศกาลแท้ๆแต่ดันมีผู้คนน้อยกว่าที่คิดไว้ น้อยเสียจนเกือบเป็นป่าช้า 

 

            “ ถ่ายอีกสักรูปแล้วค่อยกลับดีกว่า ”  เมื่อบรรยากาศมันไม่น่าอยู่ต่อ เธอจึงตัดสินใจถ่ายรูปอีกรูปนึงก่อนจะกลับโรงแรม

 

            เด็กสาวก้าวขาเดินผ่านตรอกแคบๆระหว่างตึกของหอนาฬิกา เพ่งสมาธิกับการจับโฟกัสกล้องที่ไม่ติดเสียที

 

            ฉับพลันคลีเมนไทน์รับรู้ถึงแรงกระชาก กล้องบนมือเธอหลุดออก หูได้ยินเสียงของแตกกระจายกระทบกับพื้น ไม่ต้องนึกเลยว่ากล้องจะเละขนาดไหน เด็กสาวกรอกตาแต่ไม่เห็นสิ่งใด ร่างของเธอกลืนหายไปกับเงาสีดำตรงตรอก จะส่งเสียงร้องก็ร้องไม่ได้เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกอะไรบางอย่างพาตัวไปอย่างรวดเร็วมาก  มันลากเธอผ่านช่องแคบที่คาดน่าจะเป็นโพรงท่อ เธอหลับตาด้วยความกลัว  หายใจเพื่อทุเลาความกังวลทั้งที่ไม่ได้ช่วยอะไร

 

            สิ่งที่พ่อพูดเหมือนเป็นลาง เธอไม่น่าออกมาเที่ยวเทศกาลคนเดียวเลย

 

            เธอกำลังถูกลากไปกินหรืออาจจะถูกฆ่าจริงๆใช่มั้ย?—ไม่เอานะเธอต้องหนี

 

            เด็กสาวออกแรงดิ้นแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกเลย สักพักเธอรู้สึกตัวลอย หลังกระแทกอัดกับกำแพง คลีเมนไทน์เบิกตากว้างและนั่นแหละที่ทำให้เธอได้เห็นเจ้าตัวประหลาดที่ลากเธอลงท่อ

 

            โอ้ ก็อต—เธออุทานในใจ เบื้องหน้าเธอคือชายหนุ่มรูปงามคนนึง เครื่องหน้าสวยชนิดที่ไม่เกรงใจผู้หญิง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งอารมณ์ ผิวขาวซีดราวกระดาษ เส้นผมสีบลอนด์อ่อนที่ขาวจนเกือบเทียบเท่าหิมะ นัยน์ตาสีโลหิตวูบไหวจนดูน่ากลัว  ไม่ต้องใช้สมองกลั่นกรองก็รู้ได้ทันที่ว่าเขาไม่ใช่คน   มือเรียวยกขึ้นประคองใบหน้าเธอ  เพียงสัมผัสแรกเธอหนาวสะท้าน มือของเขาไม่มีแม้แต่ความอบอุ่น มันเย็นเหยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งในช่องฟรีส

 

            ไกอัสเคลื่อนหน้าเข้าใกล้เด็กสาว ผินหน้าหาซอกคอขาวอมชมพู สูดดมกลิ่นหอมรัญจวนชวนตราตรึง  ผิดคาดเพียงนิดที่เจ้าของกลิ่นเป็นแค่ลูกกวางน้อยตากลมใส  เขาเอียงคอ สำรวจอาหารถี่ถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า  ไกอัสกำลังพิจารณาว่าเขาจะเล่นสนุกหรือทรมานเหยื่อก่อนกินดีหรือไม่  การทรมานเหยื่อและนักโทษเป็นความเริงรมย์รูปแบบหนึ่งที่เขาชอบ  เขาโปรดนักกับการฟังเสียงกรีดร้องสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยือน

 

            เขาออกแรงบีบคอแม่หนูเพียงน้อย ซึ่งเธอส่งเสียงร้องอึกอักในลำคอ คิ้วเธอขมวดเป็นปม อ้าปากพะงาบ หอบหาอากาศหายใจดิ้นทุรายดั่งปลาขาดน้ำ  มันอภิรมย์ในสายตาเขาแต่นี่มันยังไม่พอ หน้าผิดหวังตรงที่เธอยังไม่กรีดร้องสักแอะ ถึงแม้จะได้ยินเสียงหัวใจเต้นถี่ระรัวบ่งบอกถึงความกลัว

 

            อา—ลองดูว่าลูกกวางน้อยจะทนได้ขนาดไหนกัน หากเขาฝังคมเขี้ยวลงไป

 

            ข้าเพิ่งกินมื้อเย็นฝูงนึงไป ”  เขาคำราม แยกเขี้ยวสีขาวใส่  แต่สำหรับเจ้า—คงเป็นของหวานมื้อดึก ”   ท้องของเขาไม่ได้คร่ำครวญร้องหิว เขาเพิ่งกินเลือดมนุษย์สดๆที่ไฮดีหามาเมื่อเย็น เลือดสดๆของเด็กน้อยวัยกระเตาะสองคนช่างหวานนัก

 

            ถ้างั้นคุณคงต้องถ่ายพยาธิ ไม่ก็ไม่รู้จักพอ ”   เธอสวนทันควัน  แม่เจ้า! กำลังถูกกินอยู่แล้วยังจะปากดีต่อปากต่อคำกับแวมไพร์อีก  เธอต้องหนีคลีเมนไทน์ หากเธอโดนกัด เธอต้องเป็นพวกเดียวกับเขาไม่ก็ตาย เหมือนที่หนังหลายๆเรื่องจารึก  เย็นไว้ตัวเธอ เธอมีไม้เด็ดอยู่ในกระเป๋ากางเกงตั้งสองอย่าง รอโอกาสเขาเผลอก่อนเถอะ

 

            ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง  ไกอัสย่นคิ้ว ส่งเสียงฮึดฮัด เขาจ้องดวงตากลมโตสีน้ำทะเลนั้น  มันหาได้มีความกลัวซ่อนเร้นไม่ จังหวะหัวใจของแม่หนูเปลี่ยนไป มันดูสงบลง เหมือนเธอกำลังครุ่นคิด  ช่างเป็นเด็กสาวประหลาดที่ชวนหงุดหงิดเสียจริง 

 

            “ ปากเก่งนัก.......ดูซิว่าเจ้าจะทนได้เท่าไหร่กัน ” 

 

            พูดจบไกอัสบรรจงฝังคมเขี้ยวลงต้นคอขาว  คลีเมนไทน์จิกทึ้งผ้าคลุมของเขา กัดริมฝีปากพยายามข่มกลั้นไม่ให้เสียงหลุดลอดไรฟัน  

 

            แม่งเอ้ย! ”   คลีเมนไทน์สะบดลั่น ขบฟันกรามดังกึก เด็กสาวรับรู้ถึงของแข็งที่เรียกว่าเขี้ยวค้างเติ่งตรงคอ เริ่มเวียนหัวและเลือดของเธอกำลังถูกสูบออกไป มันแสบ มันปวด มันทรมาน เหมือนโดนฉีกกระชากและเฉียดใกล้ความตาย

 

            พระเจ้า.......คลีเมนไทน์ เธอต้องประคองสติไว้นะ

 

            เด็กสาวยังพอมีสติเคลื่อนมือไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง มันคือที่ช็อตไฟฟ้า เธอกดปุ่มสองข้างของมันแล้วพุ่งไปที่ต้นคอของเจ้าแวมไพร์  เขาดิ้นเร่าๆ ปล่อยคอเธอ จนร่างกระแทกกับพื้นเหนอะหนะในท่อระบายน้ำ  คลีเมนไทน์กุมคอตัวเองที่เลือดไหลเยิ้ม เกาะกำแพงเหนียวจากขี้ตระไคร่หยัดกายลุกขึ้นยืน

 

            กระแสไฟฟ้าจากเครื่องทิ่มท้ายทอย หากเป็นคนปกติอาจสลบได้ แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับการใช้กับแวมไพร์ 

 

            เจ้า!! ”

 

            แวมไพร์หัวขาวโซเซชี้หน้าเธอ เขาขู่คำรามฟ่อๆ กำลังจะพุ่งใส่ แต่คลีเมนไทน์หยิบสเปรย์พริกไทยฉีดใส่ลูกตาของเขา  เขายกมือขึ้นกุมหน้า กรีดร้องด้วยความแสบ  เธออาศัยจังหวะนั้นใส่เกียร์วิ่งเต็มเท้า วิ่งแบบไม่รู้ทิศทางและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ฝ่าพื้นนองน้ำกับอุโมงค์มืดสลัวชื้นแฉะ  กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยเตะจมูก  เสียงก้องกังวานของฝีเท้าผสมปนเปกับเสียงร้องของเขา ทั้งหมดล้วนหลอนประสาทหู

 

            ตาเธอเริ่มปรับสภาพในที่มืด  เด็กสาวเห็นบันไดเหล็กเหนือหัว  คลีเมนไทน์รีบปีนขึ้นไป พื้นรองเท้าเปียกน้ำทำให้เธอลื่นจนเกือบพลัดตกจากบันได แต่เธอก็ใช้กำลังแขนยึดมั่นไว้ หัวกระแทกกับของแข็งซึ่งเธอมั่นใจว่ามันคือฝาท่อ มันก็ดี—เพราะมันทำให้เธอตาสว่าง  เธอออกแรงดันฝาท่อ สายลมร้อนกระแทกหน้า  เธอหายใจหายคอสะดวกเมื่อหนีมาได้สำเร็จ  คลีเมนไทน์กุมคอตนเองที่เลือดไหลย้อยไม่หยุด 

 

            สายตาพร่ามัวมองปากทางแยก ถนนตอนนี้ไร้ผู้คนโดยสิ้นเชิง  เด็กสาวสำเหนียกดีว่าหากยังนั่งแช่อยู่อย่างนี้ต่อไป มีหวังอีตาแวมไพร์ตัวเมื่อครู่ต้องตามมาลากเธออีกแน่  คลีเมนไทน์ลุกยืนและออกตัววิ่งอีกครั้ง

 

            ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงแรม โชคดีที่ล็อบบี้ไม่มีผู้คนหรือแม้แต่พนักงานที่หน้ารีเซฟชั่น  เธอสาวเท้าเข้าลิฟต์ กดปุ่มปิดประตู ไถลรูดนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนหน้าเธอส่งข้อความหาคุณพ่อแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะออกมารับเธอที่ลิฟต์ นึกแปลกใจเหมือนกันที่ยังไม่ตายและมีแรงหนีกลับถึงโรงแรมได้  ตอนนี้เธอหวังแต่ว่าตัวเองจะไม่แปลงร่างหรือกลายพันธุ์เป็นผีดูดเลือด

 

            มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!! โลกนี้มีแวมไพร์ด้วยเหรอ? อย่างแรกเลยที่เธอต้องคิดคือเธอจะบอกพ่อยังไง  เขาต้องไปแจ้งตำรวจแน่และเธอไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ อีกอย่างนึงคือเธอบาดเจ็บกลับมา  คงแถสีข้างถลอกใส่พ่อไม่ได้แน่นอน

 

            โอ้ว—พระเจ้า!!? ครีมมี่ลูกพ่อ ”   ประตูลิฟต์เปิดออก พร้อมเสียงร้องตกใจจากชายวัยกลางคน

 

            โจอาห์  เด็กซ์ โอเดนเนลล์    ถลาเข้าลิฟต์ ช้อนร่างน้อยๆของลูกสาวขึ้น  รีบพาแก้วตาดวงใจกลับห้องเพื่อปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน

 

            คลีเมนไทน์เบะปากร้องซี้ดเพราะความแสบของแอลกอฮอลล์ เธอกรอกตามองพ่อที่ดูมีท่าทีใจเย็นผิดธรรมชาติ  คิดว่าเขาดูใจเย็นนะ  ด้วยความอึดอัดใจเธอจึงถามออกไป

 

            พ่อคะ......พ่อไม่คิดจะถามหนูเลยเหรอคะว่าหนูโดนอะไรมา ”   พอคำถามนี้หลุดออกจากปาก พ่อดูมีสีหน้าเคร่งเครียดปนโกรธ  เธอไม่เคยเห็นพ่อโมโหรุนแรงแบบนี้มาก่อน

 

            เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วลูก เราต้องรีบไปด่วน โจอาห์เลือกไม่ตอบ เขาโยนก้อนสำลีเหวี่ยงลงถังขยะและหันหลัง รีบเก็บข้าวของลงสัมภาระ   พ่อไม่น่าปล่อยลูกไปคนเดียวเลย ทั้งที่เป็นอาณาเขตของพวกมัน

 

            อาณาเขตของพวกมัน?  เธอสะดุดที่คำคำนี้   เดี๋ยวนะ.......พ่อรู้อะไร ทำไมพ่อไม่บอกหนู!! ”  

 

            พ่อยังคงเงียบ ไม่ใส่ใจคำถามของเธอ แต่เขากลับโยนเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลพร้อมสั่งเสียงแข็งแทน

 

            ใช้เจ้านี่คลุมตัวลูกซะ ” 

 

            “ นี่ขนอะไรพ่อ? ”

 

            “ ขนหนังมนุษย์หมาป่า ”  เขาตอบสั้นๆ  มันเหม็นสาบสำหรับพวกมัน รีบใส่เถอะ มันช่วยกลบกลิ่นตัวลูก ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอธิบายอะไรทั้งนั้น

 

            หนังมนุษย์หมาป่า!!? ”   คลีเมนไทน์อ้าปากค้าง หวีดร้อง ทำหน้าเหยเก  แต่.....พ่อ! อย่างน้อยก็ควรห่วงหนูหน่อยนะ ว่าหนูจะแปลงเป็นแวมไพร์

 

            โจอาห์หยุดลง  ถ้าลูกจะเป็น ลูกคงแสดงอาการดิ้นทุรนทุรายตั้งแต่โดนกัดแล้ว จริงๆถ้ามันมีผล ลูกคงตายตั้งแต่ตรงนั้น

 

            เด็กสาวนิ่งค้าง ไม่มีคำถามใดหลุดจากปากอีก โอเค—สรุป โดนกัด เสียเลือดฟรี ตกท่อเหม็น ตัวเละทั้งตัว ต้องรีบเดินทางทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ได้ขนมนุษย์หมาป่าห่อตัว แถมพ่อยังใจเย็นผิดคาด  ยังไม่ได้รู้เรื่องราวอะไร มีเรื่องซวยและมันแย่ยิ่งกว่าตอนเธอแพ้เนยถั่วเสียอีก 

 

            เออ......ยังดีที่ได้รู้ว่าเธอจะไม่เป็นแวมไพร์น่ะ

 

            ที่ท่อระบายน้ำ  ไกอัสเพิ่งหายจากอาการแสบตา ผลพลอยได้จากน้ำอะไรสักอย่างที่เขาโดนพ่นใส่  เขาทุบกำแพงด้านข้างระบายความคับข้องใจ  เดินลอดผ่านทางในอุโมงค์ไปยังบันไดพื้นลาดสู่หน้าลิฟต์   เขามาถึงชั้นใต้ดินล่างสุด ทางเดินหินโค้งสีเทาขุ่น เบื้องหน้าไม่ไกลนักคือบานประตูสีทองสู่ห้องโถงกว้างอันเป็นที่พำนักของเขา 

 

            ไกอัส.....สภาพดูไม่ได้เลย เจ้าไปทำอะไรมา

 

            เสียงยียวนเปี่ยมสุขกับผู้มารอต้อนรับที่ปลายทางยิ้มร่า  มันก็ไม่ผิดจากที่คาดเท่าไหร่นัก แต่เสียงแบบนั้นต่อให้ฟังมาสามพันปีก็ยังน่ารำคาญอยู่ดี    อาโรหรือแวมไพร์ตนอื่นๆคงได้กลิ่นคาวเลือดนั้นลอยฟุ้งไปทั่ว  หึ—กลิ่นมันคงยั่วน้ำลายน่าดู เจ้าอาโรถึงได้โผล่หัวดำๆมาถึงนี่

 

            “ ข้าได้กลิ่นหวานๆลอยมาถึงด้านใน เจ้าไปจับเหยื่อมาหรือ? นั่นเจ้าไม่ต้องทำนะ  มันหน้าที่ของไฮดี ”   อาโรลอยเคลื่อนไปมารอบตัวไกอัส เขายื่นแขนหมายจะจับมือของเพื่อน

 

            อย่า

 

            แต่เจ้าเฒ่าหิมะชักมือหลบ พร้อมแยกเขี้ยวใส่  อาโรกุมมือตนเอง  ลีลาศ กรีดกรายลอยตัวไปมา ใบหน้าเต็มตื้นแต่แฝงไว้ด้วยความฉงนเล็กน้อย  ไกอัสช่างทำตัวเหมือนเมื่อสามพันปีก่อนไม่มีผิด แบบว่า—ดูขี้โมโหและไม่ฟังเขา   ถึงปกติจะไม่ค่อยฟังแต่เขารู้ข้อแตกต่างดี  จะมาร์คัสหรือไกอัสต่างภักดีต่อเขาตามระยะเวลาอันยาวนานแต่ส่วนหนึ่งก็มาจากพลังของเชลซีด้วย

 

            อยากรู้จังเลยว่าเหยื่อที่เจ้ากินจะเป็นแบบไหน มาร์คัสก็อยากรู้นะ เพราะมันทำให้พวกข้าอยู่ไม่สุขกันเลยล่ะ แต่ถ้าเจ้าไม่เต็มใจให้ข้ารู้ก็ไม่เป็นไร ”  อาโรหวนนึกถึงกลิ่นหอมหวนที่ลอยฟุ้ง มันหอมหวานยั่วยวนชนิดที่มาร์คัส เจ้าแวมไพร์หน้าตายยังนั่งไม่ติดบัลลังก์   อ้อ.......แล้วเหยื่อนั่นตายรึยังล่ะ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เคยปล่อยให้อาหารหลุดรอด

 

            ไกอัสค้อนใส่เจ้าเฒ่าหัวดำหน้าสลอน  รู้มาก รู้ดี แสนรู้เสียจนน่าหงุดหงิด  เขารีบลอยตัวหนีแบบไม่ทิ้งฝุ่นออกห่างอาโร ภาพก่อนหน้าย้อนกลับมาให้ยั่วโทสะ  เขาจะให้อาโรแตะตัวไม่ได้เด็ดขาด มันจะน่าอัปยศอดสูเพียงใดหากเจ้านั่นรู้ว่าเขาปล่อยเหยื่อหนีไปได้ แล้วไม่พอยังโดนทำร้ายอีก

 

            ลูกกวางตัวเล็กตัวจ้อยแสนฤทธิ์มากกว่าที่เห็น  หึ! เหยื่อตัวร้าย ”  เขาหัวเราะในลำคอ เชิดจมูกสันโด่งขึ้น  เขากำลังขันในตนเองยามเมื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่เขาดูดเลือดเธอ  ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลนั้นช่างล้ำลึกราวมหาสมุทร   พวงแก้มพองๆขึ้นสีชมพูระเรื่อ แววนัยน์ตาดื้อรั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือรสชาติที่ผ่านปลายลิ้น มันหอมหวานและเข้มข้น มันอร่อยเสียยิ่งกว่าเด็กน้อยสองคนที่เป็นอาหารมื้อเย็น

 

            อร่อยกว่าอาหารนับไม่ถ้วนตลอดเวลาหลายพันปี ไกอัสกลืนน้ำลาย รสชาตินั้นตราตรึง แต่น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆที่ตามธรรมชาติของมนุษย์ หลังโดนเผ่าพันธุ์เขากัดส่วนใหญ่จะต้องตาย  ตายก็ดีจะได้ไม่ต้องลำบากให้เขามาตามเก็บกวาดทีหลัง

 

            แต่ถ้าไม่ในกรณีที่ยังไม่ตายและกลายเป็นผู้เกิดใหม่ล่ะก็

 

            ก็เตรียมพบข้าอีกครั้งได้เลยลูกกวางน้อย


︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱︱


TALK

            เป็นยังไงบ้างคะ? ภาษาโอเครึเปล่า ไรท์ค่อนข้างกังวลค่ะเพราะไม่รู้ว่าโอมั้ย พยายามอ่านเยอะๆเพื่อปรับการใช้ภาษาให้ดีค่ะและขอบคุณที่เข้ามาอ่านะคะรีดเดอร์ทุกท่าน




พ่อน้องหนู  โจอาห์ เด็กซ์ โอเดนเนลล์

คิดว่าใช้อิมเมจป๋าเบ็นน่าจะดีสุดค่ะ

ปล.พ่อลูกบ้านนี้ค่อนข้างใจเย็น 55555 ขออภัยด้วยนะคะ

 

           

 

           

           

 

 

           

 

 


           

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

           

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #69 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:45

    สนุกมากเลยค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #69
    0
  2. #33 G-connect (@G-connect) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:07
    สนุกค่า ติดตามๆ
    #33
    0
  3. #18 ทาสเตียงดูด (@MMabelledog) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:45

    ภาษาอ่านเข้าใจง่าย ลื่นไหลมากค่ะ

    #18
    0
  4. #13 Chuliat (@nongfai001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 03:19
    ใช้ภาษาได้ดีเลยยย เราหวังว่าจะได้อ่านตอนใหม่ๆจากคุณอีกนะคะ สู้ๆ
    #13
    0
  5. #7 Cup_123Cake (@beauty_suwan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 00:32
    ภาษาอ่านลื่นดีนะคะ สนุกๆรอติดตามเลย
    #7
    0
  6. #6 เจ้าหมาขาว (@Wi-V) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 19:48

    ภาษาดี อ่านแล้วลื่นไหล เข้าใจมุมมองของตัวละคร เนื้อเรื่องแหวกแนวด้วยค่ะ

    #6
    0
  7. #5 Melinna_Lena (@maleen031309) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:51
    สนุกมากค่ะ ภาษาลื่นไหลอ่านเพลินมาก รออยู่นะคะ รีบมาอัพไวๆน้า
    #5
    0
  8. #4 meawlovefic (@waaslovefic) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 10:35
    อร๊าย ไกอัสเลี้ยงต้อยแหละ
    #4
    0
  9. #3 RuTier (@RuTier) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 07:01
    ตอนต่อไปปปปป.....จงมาา!!!
    #3
    0