Dragon's Tear

ตอนที่ 2 : ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    23 เม.ย. 60

 

                พิธีแต่งงานจัดขึ้นที่ชายแดนเชื่อมต่อระหว่างสองเผ่า ประรำพิธีสีแดงลวดลายสีทองโดดเด่นจับตา เป็นสัญลักษณ์ของมังกรทั้งสองเผ่าเคียงคู่กัน ด้านในเต็มไปด้วยจ้าวเผ่ามังกรเดินทักทายกันให้ขวักไขว่ หัวข้อสนทนาคงไม่พ้นเรื่องใครจะได้เป็นพระชายา

                พิธีแต่งงานนั้นเรียบง่าย แต่วิธีแต่งต่างหากที่เป็นเรื่องยาก ผู้ที่ต้องแต่งงานในวันนี้ต้องตัดสินด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อเป็นการกำหนดว่าใครต้องรับหน้าที่เป็นอะไร

                หลังจากประชุมกันจนหน้าดำคร่ำเครียด ทางฝ่ายมังกรน้ำแข็งเสนอให้ใช้วิธีแข่งกันบินให้สูงเสียดฟ้า ใครสามารถบินนำทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างหลังได้จะเป็นผู้ชนะและมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะแต่งเข้าวังใครและจะให้ใครกำเนิดทายาท และส่วนมากผู้ชนะมักประกาศให้อีกฝ่ายเป็น เจ้าสาว เสียมากกว่า

                วิธีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับเผ่ามังกรไฟ เพราะรัชทายาทของเขามีเชื้อสายมังกรลมซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่บินเร็วเป็นอันดับหนึ่งในบรรดามังกรทุกเผ่า ถ้าการแข่งครั้งนี้ชนะ  รัชทายาทไครซ์ก็น่าจะได้เจ้าสาวมาครองคู่ที่เผ่าตนเอง แต่กลับกันหากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็อาจต้องกลายเป็นเจ้าสาวและถูกส่งตัวไปอยู่ที่ดินแดนอันหนาวเหน็บทางเหนือที่แสนไกล

 

                เจ้าคิดว่าไครซ์จะชนะไหม เอเทล จ้าวมังกรไฟกอดอกมองสภาพท้องฟ้าอากาศที่แสนจะสดใส พลางเอ่ยถามชายาของตนที่ยืนอยู่เคียงข้าง

                เจ้าของร่างโปร่งทะมัดทะแมงโคลงหัว ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองพระสวามี ยิ้มมุมปากน้อยๆเพราะรู้ว่าคนหวงลูกชักกังวล ก็แล้วแต่ความสามารถ ถ้าฝั่งโน้นเขาเก่งกว่าก็ช่วยไม่ได้ เขาหัวเราะในลำคอ

                เผ่ามังกรลมบินเร็วที่สุดไม่ใช่รึ เจ้าไครซ์..ครึ่งนึงก็ลูกเจ้า  น่าจะบินได้เร็วไม่แพ้กันสิ ทำหน้าง้ำไม่ชอบใจ

                นึกถึงตอนที่พวกเราแต่งงานกันเนอะ ดวงตาของเขาฉายแววสนุกสนานไม่สนใจคำบ่นของคนรัก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เคยทิ้งนิสัยแบบนี้ได้สักที ชอบนักแหละ เรื่องสนุกๆเนี่ย

                ทำเป็นพูดดี เจ้าชนะข้าขาดลอย เล่นเอาข้าเครียดว่าต้องไปเป็นเจ้าสาวของเจ้าเสียอีก

                เอเทลเลิกคิ้ว ข้าอยากได้ท่านเป็นสามีมากกว่าเป็นภรรยานี่ แต่จะให้แพ้ก็เสียชื่อเผ่ามังกรลมหมด หัวเราะขำเมื่อนึกถึงวันวาน ตอนที่ตัวเองประกาศว่าจะไปเป็นภรรยาของเผ่ามังกรไฟ เล่นเอาทุกคนอึ้งไปกันหมด เอาน่า ข้าเชื่อว่าไครซ์คงอยากได้ ภรรยา มากกว่า เลื่อนมือไปกุมมือคนรักเอาไว้ อย่ากลุ้มใจไป ดูสิ ชี้ไปรอบๆประรำพิธี ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ แถมท้องฟ้าก็สดใส วันดีแบบนี้อย่าทำให้เสียอารมณ์เลยน่า

                จ้าวมังกรไฟมองตาม เขาเห็นทหารเดินกันให้เต็มไปหมด แถมมีเขตแดนกางอย่างแน่นหนา แยกระหว่างเชื้อพระวงศ์กับประชาชนเอาไว้อีกชั้น

                มันอาจจะไม่น่ากลุ้มใจอย่างที่เอเทลบอกก็ได้ เขาคงคิดมากไป ช่วยไม่ได้นี่นา..เผ่ามังกรไฟมีลูกยากจะตาย กว่าเจ้าไครซ์จะเกิดมาได้เขากับเอเทลแทบจะหมดหวัง ไม่เหมือนเผ่ามังกรลมหรือเผ่ามังกรน้ำที่มักมีทายาทหลายคน ขืนเจ้าลูกบ้าแพ้การแข่งคราวนี้แล้วถูกส่งไปอยู่ดินแดนเหมันต์ทางเหนือเพื่อเป็นชายาเผ่ามังกรน้ำแข็งที่มีลูกยากไม่แพ้กัน กว่าจะมีหลานมาให้เขาอุ้ม มิต้องรอจนหมดอายุขัยไปก่อนรึไง

                เขาคงได้แต่หวังว่าเจ้าลูกดีเดือดคงไม่ถูกน้ำแข็งเกาะจนแพ้ไปเสียก่อน !!

 

                ฮัดเช้ย รัชทายาทแห่งเผ่ามังกรไฟจามสนั่นแล้วเหลียวมองรอบตัว รู้สึกเหมือนโดนนินทาแต่เขาคงคิดไปเอง ไครซ์อยู่ในชุดประจำตระกูลสีขาวที่มีลวดลายเป็นสีแดงส้มเหมือนเปลวเพลิง ชายผ้ามีเครื่องดับทองกรอมเท้าช่วนเน้นให้ดูสูงศักดิ์ ใบหน้าคมคายนั้นค่อนไปทางหงิก..หากริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มละไมให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

                ในใจของรัชทายาทหนุ่มตื่นเต้นไม่น้อย มือทั้งสองข้างกุมชายผ้าแน่นเพราะไม่รู้ว่ารัชทายาทมังกรน้ำแข็งนั้นเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าจะน่ารัก สวยหรือขี้เหร่จนดูไม่ได้ ข่าวลือเกี่ยวกับฝั่งนั้นก็น้อยจนเรียกได้ว่าข่าวที่หลุดออกมาก็คงไม่ใช่ความจริง เห็นว่าชาวเมืองมังกรน้ำแข็งนั้นปากหนักพอๆกับนาย  ส่วนจ้าวมังกรน้ำแข็งก็อายุมากแล้ว แค่คิดไครซ์ก็รู้สึกเบื่อจนต้องเบ้ปาก

                เอาเถอะ..ใช่ว่าเขาต้องไปอยู่ที่นั่นเสียเมื่อไหร่ ทางนั้นต่างหากต้องมาอยู่ที่วังมังกรลม ของมันเห็นๆกันอยู่ !

 

                เสียงพูดคุยที่มีอยู่ในตอนแรกเงียบลงทันทีเมื่อร่างของจ้าวมังกรน้ำแข็งก้าวเข้ามาในประรำ และที่เด่นสะดุดตานั้นคงไม่พ้นร่างของรัชทายาทหนุ่มผู้ซึ่งมีผมดำยาวสนิทเหมือนท้องฟ้ายามราตรี ใบหน้าคมเข้มรับกับรูปหน้าและร่างกายที่สูงใหญ่เพื่อมีไว้รับมือกับอากาศหนาว ส่วนนัยน์ตานั้นเป็นสีเทาดูไร้ความรู้สึกใดๆ

รัชทายาทมังกรน้ำแข็งอยู่ในชุดประจำตระกูลสีน้ำเงินเข้มขลิบปลายสีเงิน เขาไม่แม้แต่จะชายตามองว่าที่..ของตัวเองแม้แต่น้อย มีกระซิบคุยกับพระบิดาบ้างแต่ก็น้อยครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสังเกตุเห็นนั่นก็คือสีนัยน์ตาของท่านจ้าวมังกรน้ำแข็งเป็นสีทอง สีที่บ่งบอกถึงตำแหน่ง และเมื่อถึงเวลาสีเทาไร้ความรู้สึกของรัชทายาทหนุ่มก็จะเป็นสีทองเฉกเช่นเดียวกับพระบิดา

                เมื่อรัชทายาทมังกรน้ำแข็งผู้เยือกเย็น ฟาทัล ซามีเนส กลายเป็นจ้าวองค์ถัดไป

                ไครซ์กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ โกรธท่านพ่อจนแทบอาละวาด ไหนบอกว่าตัวเล็กๆน่ารัก ดูสินี่ตัวเบ้อเริ่มปาเข้าไปเกือบสองเมตร ที่สำคัญตัวอย่างกับยักษ์ทั้งขบวนแม้แต่องค์ราชินีก็ยังสูงกว่าเขาอีก ไอ้เผ่านี้มันอะไรกันเนี่ย!

                นั่น..คืออาการโวยวายสุดท้ายของรัชทายาทเลือดร้อน เพราะเมื่อพิธีแต่งงานเริ่มขึ้น เขาก็ปิดการรับรู้ทุกอย่าง ปล่อยให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณี

                ไครซ์ไม่ใช่คนชอบฉีกหน้าใครโดยไม่จำเป็น เขารู้ดีว่าถ้าทำตัวป่วนพังงานแต่งงานนี้..ความสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าคงถึงจุดจบทันที ตลอดเวลาที่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ ไครซ์ได้แต่นึกถึงหน้าชาวบ้านตาแป๋ว หรือป้าอาลิเอลสุดรัก..แน่นอนพร้อมขนมแสนอร่อยนั่นด้วย  ถ้ามีสงครามคนดีๆแบบนี้คงต้องเป็นอันตราย เพราะฉะนั้นยอมสละความสุขส่วนตัวสักหน่อย...คงไม่เป็นไร

                พิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างราบเรียบ คู่แต่งงานไม่มีใครมองสบตากันแม้แต่ครั้งเดียว  ทั้งคู่เซ็นสัญญาลงนามการแต่งงานที่ใครๆก็รู้ว่ามันคือสัญญาสงบศึก จากนั้นก็รับพรจากจ้าวมังกรทั้งเจ็ด

                ถึงตรงนี้ไครซ์จึงได้เริ่มเหลือบตามองว่าที่คู่ครองของตัวเองให้เต็มตา..

                ลมหายใจของมังกรเลือดร้อนสะดุดกึก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อเห็นใบหน้าคมคายของคนข้างกาย ผิวที่ขาวจัด นัยน์ตาสีเทาเข้มยาวรีรับกับคิ้วเข้มสีดำสนิทสีเดียวกับเส้นผมละเอียดที่ยาวถึงกลางหลัง อีกทั้งจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากได้รูปสวยเหยียดนิ่ง  ถึงไม่บอกใครว่าเป็นรัชทายาทมังกรแต่ลักษณะโดดเด่นและความคมเข้มจับตาก็บอกออกมาอย่างชัดเจนถึงชาติกำเนิดอันสูงส่ง

                จนถึงตรงนี้ไครซ์ก็เบ้ปากเพราะเผลอเอามาเทียบกับตัวเองให้ช้ำใจเล่น ก่อนจะรีบสะบัดหัวลบความคิดน่าสะพรึงกลัว..เอาน่า สูงกว่าแค่นิดๆหน่อยๆไม่ใช่ปัญหา..

               

                เมื่อพิธีแต่งงานจบลง ก็เริ่มเข้าสู่วิธีคัดเลือกที่ไครซ์หมายมั่นถึงชัยชนะ หน้าปะรำเป็นลานกว้างขนาดเอาปราสาทมาตั้งได้ทั้งหลัง บนพื้นนอกจากดินแล้วก็ไม่มีแม้แต่หญ้าสักต้น เหนือขึ้นไปนั้นเป็นเพียงท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่

                ท่านไครซ์และท่านฟาทัล ชายในชุดสีน้ำเงินเข้มจัดเกือบดำเดินออกมายืนด้านหน้าของทั้งคู่ เมื่อได้ยินสัญญาณแล้ว ขอให้ท่านบินขึ้นไป ใครที่ไปถึงจุดรัศมีสีแดงก่อนคือผู้ชนะ

                บนท้องฟ้านั้นเมื่อพ้นส่วนของชั้นเมฆขึ้นไปแล้วจะแบ่งเป็นสามชั้น เรียกว่าชั้นรัศมี ซึ่งชั้นล่างสุดจะมีสีเหลือง ถัดไปคือสีส้มและสูงสุดคือสีแดง โดยทั่วไปแล้วมีมังกรน้อยตัวนักที่จะบินไปถึงจุดรัศมีสีแดงซึ่งอยู่สูงและอากาศน้อย ส่วนมากแค่รัศมีสีส้มก็เรียกได้ว่าเต็มกลืน เพราะฉะนั้นในพิธีคัดเลือกปกติแล้วจะกำหนดไว้แค่รัศมีสีส้ม หากคราวนี้

                ..ไครซ์ยิ้มมุมปาก..คงมีใครเอาใจช่วยถึงได้กำหนดเส้นชัยเป็นรัศมีสีแดง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สบายมากสำหรับผู้มีเชื้อสายมังกรลมอย่างเขา

 

                เมื่อสัญญาณให้คืนร่างดังขึ้น รัชทายาทมังกรทั้งสองก็คืนสู่ร่างใหญ่โต เสียงของผู้คนรอบข้างดังกระหึ่ม ชื่นชมถึงร่างกายสวยงามสมฐานะของมังกรทั้งสองตัว

                รัชทายาทมังกรไฟยืดอก ภูมิใจกับร่างกายสมส่วนของตัวเอง เขาเหลือบตามองร่างข้างๆคาดหวังไว้ว่าจะได้เห็นมังกรสีซีดๆธรรมดา แต่แล้วไครซ์ก็ต้องเบิกตากว้างกับร่างมังกรน้ำแข็งที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

                มังกรตัวโตสีเทา ใบหน้าที่ดุดันจนคนเห็นกลัวจนแทบจะขยับไม่ได้ ร่างนั้นสูงใหญ่กว่ามังกรไฟจนเห็นได้ชัด หลังลำคอยาวมีแผงขนนุ่ม ซึ่งอาจเป็นเพราะอยู่เมืองหนาวทำให้มีแผงขนให้ความอบอุ่นและทำให้ตัวโต ดูแบบนี้แล้ว..มังกรไฟที่ปราดเปรียวดูตัวเล็กไปถนัดตา

..แย่ชะมัด..

 

                พร้อมแล้ว..เริ่มได้

 

                ด้วยสัญชาตญาณไม่ยอมแพ้ ไครซ์พุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าทันที สายลมที่ปะทะผิวหน้าสร้างรอยยิ้มให้มังกรหนุ่ม อากาศดี ฟ้าใสแบบนี้เขาคงเร่งความเร็วได้สบายๆ ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าปกติด้วยซ้ำ

                เฮ้อ..อยู่ๆต้องมีเจ้าสาวร่างบึ้ก ต้องทำใจหน่อยละมั้ง แต่ก็ไม่แน่นะ เขาอาจจะได้ชายาแสนเซ็กซี่มาครองก็เป็นได้ ผมยาวสีดำและดวงตาสีเทาน่าสนใจน้อยเสียเมื่อไหร่  แถมพูดน้อยสิดีจะได้ไม่ปวดหัว จะว่าไปก็เสป็คเหมือนกันนะเนี่ย หึ หึ

                รัชทายาทมังกรไฟฉีกยิ้มกว้าง เขี้ยวขาวจากริมฝีปากมังกรวาววับดูน่าสยองราวกับกำลังจะตะครุบเหยื่อ ไครซ์เร่งความเร็วขึ้นอีกจนทิวทัศน์รอบตัวพร่ามัว หากใครเห็นเขายามนี้คงไม่ต่างไปจากลูกไฟที่กำลังพุ่งขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง

                เสร็จฉันล่ะ รัชทายาทน้ำแข็ง!

 

                ฟึ่บ!!!!

                เหว๋ออออ

                แรงเหวี่ยงของสายลมที่เบียดผ่านทำเอาคนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับเสียศูนย์ ไครซ์กระพริบตาปริบๆก่อนจะเหงื่อแตกพลั่กรีบบินตามไป

                พูดเป็นเล่น!! อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้มัน....??

                เมื่อไครซ์ขึ้นมาถึงท้องฟ้าที่แดงก่ำราวกับสีเลือด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มในตอนแรกถึงกับซีดเผือด เจ้าตัวถึงกับยกมือขยี้ตาสองสามครั้งเพราะไม่อยากจะเชื่อ ถ้าใครไม่เคยเห็นมังกรตะลึงอ้าปากค้างก็คงจะได้เห็นกันวันนี้

                มังกรสีเทาตัวโตกำลังบินทรงตัวช้าๆอยู่ในอากาศ สีที่ตัดกับบรรยากาศรายล้อมเน้นให้หมอนี่ดูโดดเด่นทรงพลัง แผงคอไหวเป็นจังหวะตามแรงสะบัดของปีก นัยน์ตาสีเทากำลังจับจ้องมายังรัชทายาทมังกรไฟ

                ไครซ์สาบาน..ว่าเขาเห็นรอยยิ้มในแววตานั่น!!

 

                เสียงกระซิบดังกระหึ่มหลังจากที่มีการประกาศผลออกมา ทางฝั่งมังกรน้ำแข็งไม่ได้มีทีท่ายินดีหรือตื้นเต้นอะไรมากนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะพื้นฐานนิสัยใจคอของคนเผ่านี้ ในขณะที่ทางมังกรไฟเต้นเป็นเจ้าเข้า  โดยเฉพาะองค์ราชันย์ที่แทบจะไฟลุกท่วม

                ไอ้ลูกงี่เง่า ทำอีท่าไหนถึงแพ้เขาได้ห๊ะ คนเป็นพ่อตวาดใส่ทันทีที่เห็นหน้ามุ่ยๆของลูกรักเดินเข้ามาในปะรำพิธี ไครซ์ไม่ตอบแต่ส่งค้อนขวับไปให้บิดาแทน

                พ่อนั่นแหละ ทำไมไม่บอกกันบ้างว่าเผ่านี้บินโคตรเร็วแบบเนี้ย!

                ตกลงเจ้าต้องไปที่วังมังกรน้ำแข็งสินะ เฮ้อ เหงาแย่เลย แต่ไม่เป็นไรหรอกเอเทลเดินเข้ามากอดลูกรักแล้วลูบหลังปลอบใจอย่างอารมณ์ดี บางทีฝั่งโน้นอาจจะเปลี่ยนใจมาเป็นเจ้าสาวก็ได้นะ หัวเราะชอบใจในขณะที่สองพ่อลูกเถียงกลับเป็นเสียงเดียวกัน

                ไม่มีทาง!!”

 

                พิธีสุดท้ายเริ่มขึ้นด้วยใบหน้าอันนิ่งขึงของรัชทายาทมังกรทั้งสอง  ไครซ์ไม่แม้แต่จะเหลือบตามองคู่ครองในอนาคตสักนิด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจเพราะเดาไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน ถ้านึกครึ้มอย่างที่ท่านแม่บอกก็ดีไป แต่โดยทั่วไปแล้ว....มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย

                ทั้งคู่ก้าวเขาสู่ลานวงกลมที่ล้อมรอบด้วยราชันย์มังกรทุกเผ่าก่อนจะหันมาประจันหน้ากัน ฟาทัลเอื้อมมือมากอบกุมมือของเขาเอาไว้แล้วค่อยๆยกขึ้นท่ามกลางความระทึกของทุกคน

                ริมฝีปากได้รูปจรดลงเชื่องช้ากลางอุ้งมือของว่าที่ภรรยา!

 

                ถ้าเป็นลมแล้วไม่เสียหน้า ไครซ์จะขอเป็นลมมันเสียตรงนี้ พิธีสุดท้ายคือการประกาศว่าใครจะเลือกเป็นอะไร โดยผู้ที่มีโอกาสเลือกคือผู้ชนะการแข่งขัน ซึ่งผลนั้นจะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยเด็ดขาดชนิดที่ว่าทำผิดวิธีก็รับเคราะห์ไปเต็มๆ

จูบหลังมือแสดงถึงความเคารพและพร้อมจะเป็นผู้อยู่ใต้ความคุ้มครองของพระสวามีแต่การจูบกลางอุ้งมือนั้นหมายถึงความรักที่พร้อมจะมอบให้พระชายาชั่วนิจนิรันดร์

 

สำหรับไครซ์..การจูบอุ้งมือมันเป็นการบอกรักที่โคตรน่าอายที่สุดในสามภพเลยทีเดียว

 

แสงสีทองเรื่อขึ้นจากหลังมือขวาของทั้งคู่ เกี่ยวกวัดเป็นลวดลายอักขระราวกับจะผูกพันทั้งคู่เอาไว้ด้วยกัน เมื่อแสงสงบลงสิ่งที่หลงเหลือบนหลังมือของทั้งคู่นั้นเป็นพลอยล้ำค่าที่แสนงดงาม

ไครซ์มองหลังมือตัวเองอย่างตะลึงในความงาม พลอยสีฟ้าส่องประกายแวววับราวกับแซฟไฟร์เนื้อดี หากมองอีกมุมก็ราวกับโทพาสที่ใสราวผลึกน้ำแข็ง ...เหมือนท้องฟ้าที่สดใสและน้ำแข็งที่เยือกเย็น  รัชทายาทมังกรไฟเหลือบมองหลังมือคู่กรณีทันที ซึ่งฟาทัลเองก็กำลังพิจารณาอยู่ด้วยความสนใจเช่นกัน ทับทิมสีแดงสดมีลวดลายสีขาวกระจายตัวกับเนื้อพลอยเป็นแฉกเหมือนดวงดารา ราวกับความน่าเกรงขามและอำนาจแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน

 

                เหล่าราชันมังกรกล่าวคำอำนวยพรขึ้นพร้อมๆกัน เกิดเป็นเสียงทรงพลังที่ดังกึกก้องได้ยินไปทั่ว บวกกับเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรีโบราณประสานเสียงคลอ ปลุกให้ผู้ร่วมพิธีสั่นสะท้านด้วยความยำเกรง

 

        

                ท้องนภาโอบอุ้มคลุมชีวิต                     ปฐพีพิชิตทุกสิ่งสรรพ

            นทีธารไหลผ่านเพื่อเผ่าพันธุ์                อันแสงจันทร์ส่องสว่างวสุธา

            ห้วงเหมันต์ผนึกแน่นวานวงศ์               ราตรีคงครอบคลุมแสงอุษา

อัคคีเพลิงเผาพลาญทั่วจักรา              หลอมวิญญาสัตตะองค์ราชัน

               

               

                ฝ่ามือของรัชทายาทมังกรไฟกำแน่น

...หรือว่าเขา..จะหันหลังไม่ได้อีกแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #62 Kamuki (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 02:12
    ชอบบบบบบบ เราอ่านด้ายแดงจบ เราก็แว๊บบบบ มาอ่านเรื่องนี้เลยนะคะ ฮือออออออ อยากให้ต่อจัง จะเป็นไปได้มั้ยน้าาา
    #62
    0
  2. #8 ALOHA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 23:41
    ทำไมไครซ์น่ารักจังเลยคะ เรารู้สึกตกหลุมรักความน่ารักของ มังกรไฟ ฮืออ น่ารักจริง ๆ นะ
    #8
    0