นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Space time

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Space time : love Infinity


Steve × Tony


#Endgame #Avengers




   *** เรื่องนี้จะเน้นคู่ สตีฟ - โทนี่ ส่วนคนอื่น ๆ กลับมารวมตัวกันครบแล้ว ไม่เน้นตามตัวอย่างหนังทั้งหมดแค่หยิบยก

ตรงที่โทนี่อยู่บนยานในอวกาศเท่านั้น


   หลังจากเหตุการณ์ที่ธานอสทำตามเป้าหมายสำเร็จกับการกวาดล้างประชากรไปกว่าครึ่ง โลกก็เหมือนกับ

ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป ความเศร้าเสียใจเกาะกุมหัวใจของทุก ๆ คนที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ทั้ง

เพื่อนและครอบครัว เหล่าฮีโร่ที่บอบช้ำจากการต่อสู้ที่ยับเยินจากการต่อสู้ไปมาก แต่ก็ยังต้องเข้มแข็งและ


ทำทุกวิธีเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมและทำให้โลกสงบสุขเหมือนที่เคยเป็นเหล่าคนที่เหลือรวมตัวกันอยู่

ยังที่ต่าง ๆ ทั้งในอวกาศและบนโลก วากันด้าสถานที่รวมตัวของนักสู้ศึกและเหล่าฮีโร่อเวนเจอร์ที่เหลืออยู่ เพื่อเตรียม

ใจยอมรับความผิดพลาดและวางแผนแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว พวกเขาจะต้องทำทุกอย่างให้กลับมาเป็นปกติ ตอน

นี้พวกเขายังคงปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรจริงจังเพราะยังอาลัยกับเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านไปและยังคิดหาวิธี

อะไรไม่ได้ ทุกคนก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนนึงเท่านั้นจะให้สามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอกมันต้องใช้

เวลา





   วากันด้า


   สงครามยุติลงแล้ว ความพ่ายแพ้ที่มนุษย์ได้รับไม่ได้ทำให้อ่อนแอหรือพ่ายแพ้และยังสามารถก้าวเดินต่อไปได้ขอ

แค่มีเวลาได้คิดและลงมือทำ


" พวกเราสูญเสียไปมาก แต่มันต้องมีวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ " สตีฟพูดขึ้นเมื่อทุกคนรวมตัวกันที่ห้อง

รับรองของวากันด้า


" ใช่ พวกเราต้องทำได้แน่ " นาตาชาเห็นด้วย


" ฉันก็กำลังพยายามใช้ทุกอย่างที่ทำได้ " องค์หญิงพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน


" ตอนนี้พวกคุณเป็นยังไงบ้าง " สตีฟถามถึงสถานการณ์ของคนของวากันด้าที่อาจต้องสูญเสียทีชัลล่าไป


" พวกเราจะต้องทำสำเร็จสหาย " ธอร์พูดขึ้นอย่างมีกำลังใจ


" ผมก็หวังอย่างนั้น "


" ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นครับธอร์ " สตีฟแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนที่ต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่างใน

ชีวิตไปจนหมด


" ขอบใจ ข้าเข้าใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเจ้าหละ สตีฟ " ธอร์ถามกลับไปเมื่อไม่เห็นคนข้างกายจอมแสบที่จะคอย

เสนอความคิดเห็นมากมายแน่ ๆ ในเวลาแบบนี้ แต่กลับไร้เงาของสหายของพวกเขา


" คุณหมายถึงเรื่องอะไรครับ "


" สหายเกราะเหล็กอยู่ที่ใด "


" ผมยังไม่เจอเขาเลยตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนและก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้ " สตีฟพูดความจริงที่มีให้เพื่อนอีกคนได้รับ

รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องแยกกันอยู่อย่างนี้และทำให้อาจจะไม่ได้เจอกันอีกในเวลานี้


" เขาติดไปในยานที่เดินทางไปในอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตร้นจ์ที่ถือครองมณีเวลา " บรูซเล่าถึงเรื่องที่ทำให้โทนี่หาย

ไปและติดต่อไม่ได้


" และยังติดอยู่ในอวกาศหรือหายไปแล้ว? "


" เราไม่รู้เรื่องคนที่หายไปเลย รู้แค่ว่าพวกเรายังอยู่ที่นี่เท่านั้น " นาตาชาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี


" นี่ก็เข้าวันที่สามแล้วที่ทุกอย่างจบลง พวกเรายังหาทางแก้ไขไม่ได้เลย "


" ข้าจะช่วยตามหาเขาเอง "


" ยังไง "


" สิ่งที่เหมือนกันของยานอวกาศคือการมีสัญญานขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน เจ้าใช้สิ่งนั้นตามหาเขาได้หากมันถูก

เปิดใช้ "


" ทำได้มั้ยซูริ "


" ได้ ขอเวลาเตรียมอุปกรณ์และปรับระบบการค้นหาซักหน่อย "


" ข้าหวังว่านั่นจะได้ผล มนุษย์มีชีวิตไม่ยาวนานนักหากไม่มีอากาศหายใจ " ธอร์เองก็เป็นห่วงไม่น้อยเพราะผ่านมา

หลายวันแล้ว โทนี่เหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะรอความช่วยเหลือจากทุกคน


" ผมก็หวังอย่างนั้น "


" ต้องสำเร็จแน่ " นาตาชาพูดพร้อมกับเดินไปเอามือวางบนไหล่ให้กำลังใจ


" ขอบคุณ "


" เจอแล้ว!! " เสียงซูริดังขึ้นมาทำให้ทุกคนหันไปมองทันที


" เขาอยู่ที่ไหน "


" ไกลมากทีเดียว แต่จากเทคโนโลยีที่เรามีอยู่น่าจะพอให้ไปถึงตัวเขาได้ภายในสองชั่วโมงค่ะ " ซูริอธิบายถึงวิธีที่จะ

ทำให้สามารถไปช่วยโทนี่ สตาร์คที่กำลังติดอยู่ในยานอวกาศ


" เราพร้อมเดินทางหรือเปล่าครับ "


" ทุกอย่างพร้อมในสิบนาทีค่ะ "


" ฝากด้วยนะครับ "




   หลังจากนั้นสิบนาทีหลายคนก็ออกเดินทางไปเพื่อช่วยโทนี่ทันที


" มีอะไรหรือเปล่า " บรูซถามเมื่อได้รับการติดต่อจากวากันด้าทั้งที่พึ่งเดินทางออกมาไม่นาน


" มีสัญญานวิดีโอส่งมา ต้องให้พวกคุณดู "


" สำคัญมากเหรอ "


" สำหรับพวกเราโดยเฉพาะคุณ สตีฟ "


วิดีโอถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของคนที่พวกเขากำลังจะไปช่วยกลับมา โทนี่มีสภาพที่ดูเหนื่อยและมอมแมมมาก  สตีฟจ้องมองใบหน้าอีกคนอยู่นานเมื่อได้ยินเสียงจากวิดีโอ





  กึก ๆ


  อัดรึยัง


  เฮ้สตีฟ ถ้านายได้ดูวิดีโอนี้ฉันไม่แน่ใจว่าจะยังรอเจอนายได้มั้ย


  แต่ไม่ต้องเศร้าหรือเสียใจหรอก เข้าใจมั้ย


  การเดินทางต้องมีจุดจบเสมอ อ่อ หมายถึง การลอยเคว้งคว้างในอวกาศไร้ความช่วยเหลือ ซึ่งอาจเป็นจุดจบสำหรับ

ฉัน ซึ่งมันก็ไม่เลว


  มันสนุกกว่าที่คิดไว้นะ ( โทนี่ยิ้มบางนึกถึงตัวเองตอนนี้ )


  อาหารกับน้ำหมด สี่วันก่อน


  และ ...... คาดว่า


  อากาศจะหมดลงตอนเช้าพรุ่งนี้ และก็จบลงตรงนั้น


  ถ้าฉันผล็อยหลับไป จะฝันถึงนายสตีฟ คนเดียวเท่านั้น


สุดท้าย

  ไม่ว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้งมั้ย อยากให้นายรู้ไว้ว่าฉันรักและเป็นห่วงนายกับทุกคนเสมอ สตีฟ


สตีฟมองคนที่เอื้อมมือมาปิดการบันทึกวิดีโอไม่วางตา โทนี่รอเขาอยู่อย่างมีหวังและเวลาเขาใกล้จะหมดแล้ว


" วิดีโอถูกส่งมานานรึยัง "


" หลังตรวจพบสัญญานประมานหนึ่งชั่วโมง "


" ยังพอมีเวลา " สตีฟคำนวณเวลาจากที่พบสัญานขอความช่วยเหลือจากโทนี่ถึงตอนนี้ พวกเขาออกเดินทางมาเกือบ

สองชั่วโมงแล้ว และมีเวลาประมานหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงตอนเช้าของวันพรุ่งนี้


" เราไปทันแน่นอน สหาย " ธอร์พูดอย่างเข้าใจและไม่อยากให้ต้องเสียใครไปอีกแม้แต่คนเดียว มันมากเกินกว่าจะ

ยอมรับได้แล้วในตอนนี้


" ใช่ เราใกล้ถึงแล้ว ต้องช่วยเขาได้แน่ " บรูซเองก็ห่วงโทนี่ไม่น้อย จากวิดีโอเขาดูอ่อนเพลียมากและพร้อมจะหลับ

ได้ทุกเวลา รอผมก่อนนะครับ


สตีฟมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนนิ่งกับสีหน้าที่มีความหวังที่จะช่วยคนที่เขารักได้ สองปีที่พวกเขาต้องจากกันเพราะ

ความคิดที่ไม่ต้องกัน เขาไม่อยากเสียอีกคนไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม


" เฮ้ สตีฟ " สตีฟหันไปมองตามทิศทางที่บรูซเรียกทันทีและพบกับยานอวกาศรูปทรงแปลกตา


" นั่นต้องเป็นยานที่โทนี่ใช้เดินทางแน่ "


" นั่นเป็นยานของพวกเจ้ากระต่าย เราไปกันเถอะ " ธอร์ยืนยันว่ายานตรงหน้าต้องใช่แน่ แล้วตรงไปที่ยานลำนั้นทันที 

พวกเขาเข้าไปด้านในจากทางเชื่อมของตัวยาน ซักพักก็พบกับโทนี่นั่งพิงอยู่และไม่ขยับเลยตอนที่พวกเขาเดินเข้าไป

ใกล้จนน่าเป็นห่วง ใบหน้าเขาดูเหนื่อยอ่อนและมีแผลมากมายตามตัว สตีฟรีบอุ้มคนตรงหน้าพากลับไปที่ยานที่ตัว

เองใช้เดินทางมาทันที พวกเขารีบนำยานกลับทันทีโทนี่ต้องได้รับการรักษาให้ทันเวลา


" โทนี่ คุณได้ยินผมหรือเปล่า โทนี่ ๆๆ "


" สตีฟ ผมขอดูเขาหน่อย " สตีฟหลบเพื่อให้บรูซรีบตรวจอาการของโทนี่ที่ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานแค่ไหนก่อนที่พวก

เขาจะไปถึง มันอาจนานเกินไปก็ได้ สตีฟได้แต่หวังว่าปาฏิหารย์ที่ไม่มีจริงจะเกิดขึ้นกับโทนี่ของเขาในตอนนี้


" เขาจะต้องปลอดภัย สหาย " ธอร์เดินเข้าไปปลอบใจเมื่อเห็นสตีฟแสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมาพลางมองดูบรูซ

รักษาโทนี่อย่างสุดฝีมือ สตีฟหันมองและพยักหน้าอย่างขอบคุณ การรักษาอีกคนผ่านไปกว่าสิบนาทีแล้ว มันช่างนาน

เหลือเกินสำหรับสตีฟ เขาหันมองกราฟที่แสดงการเต้นของหัวใจที่มันดูเบาบางจนกลัวว่ามันจะหายไป


"เราต้องรีบกลับให้ถึงวากันด้าให้เร็วที่สุด เราต้องใช้การรักษาที่ดีและพร้อมกว่านี้ " บรูซหลีกทางให้คนที่เป็นห่วง

แทบบ้าเข้ามานั่งเฝ้าข้างเตียง


"ข้าเอง " ธอร์ยกฆ้อนสายฟ้าของตัวเองขึ้นมาเพื่อวาร์ปกลับไปที่วากันด้า สหายเขาต้องได้รับการช่วยเหลือทันที การ

ที่เขานั้นไม่ได้ใช้ตั้งแต่ตอนแรกนั้นเพราะตำแหน่งที่ไม่แน่นอน อาจเกิดความผิดพลาดได้ แต่ครั้งนี้สามารถทำได้เมื่อ

จุดมุ่งหมายชัดเจน


ยานมาถึงวากันด้าทันทีที่การวาร์ปสิ้นสุดลง และทุกคนรีบพาโทนี่เข้าไปด้านในของวังและพาไปที่ห้องรักษาทันที 

โดยมีคนอื่น ๆ ลุกตามไปอย่างเป็นห่วงที่เห็นสีหน้าทุกคนดูเป็นกังวลของคนที่กลับมา


"เขาหมดสติก่อนที่เราจะไปถึงไม่รู้ว่านานแค่ไหน จำเป็นต้องทำให้เขาหายใจเป็นปกติก่อนค่อยว่ากัน "


" แล้วสตีฟหละ "


" พวกคุณช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขาในระหว่างนี้ด้วย "


   ทีมแพทย์เข้าไปนานกว่าชั่วโมงแล้ว ที่ทำให้ทุกคนลุ้นว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโทนี่ แล้วสตีฟจะสามารถสู้ต่อได้แค่

ไหน พวกเขาต้องการทุกคนไม่ว่าใครเพื่อช่วยกันกอบกู้โลกใบนี้กลับมาเหมือนเดิม สตีฟนั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้นเพื่อ

เฝ้ารอให้ประตูห้องเปิดออกมาพร้อมกับข่าวดีซักที ได้โปรดอย่าพรากเขาไปจากผมเลย เขารอดจากเรื่องบ้า ๆ นั่น

แล้ว ให้เขาอยู่เพื่อพาทุกคนกลับมาดีกว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาเลย เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับที่สตีฟลุกขึ้น

ไปทันทีและถามหมออย่างร้อนใจ


"เขาปลอดภัยแล้วใช่มั้ย "


" ครับ ตอนนี้อาการเขาคงที่แล้ว อีกไม่นานก็คงฟื้น "


" เยี่ยมได้หรือเปล่า " นาตาชาถามแทนคนที่ยืนนิ่งตั้งแต่รู้ว่าคนในห้องปลอดภัยแล้ว


"ครับ เชิญได้ " ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้นสตีฟรีบพุ่งเข้าไปในห้องทันที ทุกคนรีบเดินตามเข้าไป โทนี่อยู่ในชุดคนป่วย

และมีหน้ากากออกซิเจนช่วยหายใจอยู่


"การขาดอากาศหายใจทำให้เขาช็อค เลยต้องใช้เวลาทำให้เขากลับมาเป็นปกติ "


" ขอบคุณที่อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเสียคุณไปอีกคน " สตีฟกุมมืออีกคนไว้แน่นอย่างคิดถึงและดีใจที่โทนี่ยังอยู่กับเขา






" อึก อ่าา " โทนี่รู้สึกตัวและค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ที่นี่มันที่ไหนกันเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โทนี่หัน

มองคนที่กุทมมือตัวเองไว้แน่นและจ้องมองเขาเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างนั้น ทำไมต้องจ้องฉันขนาดนั้น เรา

เป็นอะไรกันงั้นเหรอแล้วเหล่าคนที่ยืนอยู่รอบ ๆ หละ พวกเรารู้จักกันรึไง โทนี่ สตาร์คไม่มีเพื่อนเยอะขนาดนี้หรอกนะ


" โทนี่ !! คุณฟื้นแล้ว " สตีฟพูดออกมาด้วยความดีใจจนแทบจะร้องไห้ แต่โทนี่กลับพยายามดึงมือออกจากมือของอีก

คนจนสตีฟรู้สึกได้


" นาย ... ปล่อยเดี๋ยวนี้ " โทนี่พูดและขยับหนีสตีฟจนชนหัวเตียงที่นอนอยู่ พร้อมกับมองไปที่ทุกคนที่มองมาที่เขา

อย่างสงสัย ทำไมหละก็ฉันไม่รู้จักหมอนี่ทำไมต้องยอมให้จับด้วยหละ ถึงฉันจะเป็นคนดังก็เถอะ ว่าแต่คุ้น ๆ แฮะ

เหมือนเคยรู้จัก


" คุณยังโกรธเรื่องเมื่อสองปีก่อนใช่มั้ย ถึงไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวคุณ " สตีฟพยายามหาเหตุผลที่คนตรงหน้าเมิน

เขา


" เฮ้ ๆ ฉันไม่เคยโกรธอะไรนายหรอกนะ เพียงแต่ไม่คุ้นที่จะทำแบบนี้ก็แค่นั้นแหละ รู้สึกแปลก ๆ หนะ " โทนี่พูดออก


ไปยิ่งทำให้ทุกคนสงสัยมากขึ้นอีก โทนี่ไม่มีท่าทีโกรธหรือแววตาที่เก็บซ่อนอะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย มันดูเหมือนคน


ไม่เคยรู้จักกันมากกว่า ไหนจะท่าทางน้ำเสียงที่ดูไม่มีอะไรนั่นอีก


" นายรู้มั้ยว่าพวกเราเป็นใครและตัวเองเป็นใคร " บรูซถามข้อสงสัยที่คิดอยู่ทันที


" ฉันก็ โทนี่ สตาร์ค ไง ส่วนพวกนายคุ้น ๆ แต่นึกไม่ออก " เขาจำได้ลาง ๆ ว่าน่าจะรู้จักคนเหล่านี้ แต่กลับจำไม่ได้ว่า

พวกเขาเป็นใครกันบ้าง


" แค่คุ้น ๆ แต่จำไม่ได้? "


" ใช่ ความรู้สึกฉันมันบอกแบบนั้น "


" เข้าใจแล้ว นายพักผ่อนเถอะ " บรูซพูดพร้อมกับพยักหน้าชวนคนอื่น ๆ ให้ออกไปด้านนอกเพื่อคุยกันเรื่องนี้








" ความจำเสื่อมชั่วขณะ "


" ใช่ ขาดอากาศส่งผลต่อสมองทำให้มีปัญหาเรื่องความจำ "


" นานแค่ไหนคุณรู้มั้ย "


" ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวและคนรอบข้างที่จะช่วยฟื้นความจำได้แค่ไหน "


" นายคิดว่าเขาแกล้งหรือเปล่า "


" ไม่รู้สิ เพราะเรื่องแบบนี้มันตรวจสอบอะไรไม่ได้ "


" คงต้องไปถามอีกรอบว่าเขาเลือกที่จะจำหรือเลือกที่จะลืม "









   โทนี่ สตาร์คกลายเป็นคนขี้ขลาดก็เพราะนาย สตีฟ โรเจอร์ นายทำให้ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้า

อีกครั้ง ฉันไม่อยากผิดหวังกับการที่ต้องโดนคนที่รักและไว้ใจหลาย ๆ คนรวมหัวกันหลอกอีกแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงฉัน

จะช่วยทำทุกวิธีเพื่อให้โลกและทุกคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแน่นอน ส่วนเรื่องระหว่างเราก็ให้มันพอแค่นี้ดีกว่า ให้มัน

เป็นแค่อดีตระหว่างคนรู้จักกันก็พอ ฉันจะไม่โกรธหรือเกลียดใครอีกและต่างคนต่างอยู่ ฉันก็อยู่กับครอบครัวฉันส่วน

นายก็อยู่กับครอบครัวใหม่ของนายต่อไป แต่ไม่ต้องห่วงถ้าพวกนายต้องการความช่วยเและความคิดเห็นอะไร ฉันจะ

ช่วยทุกอย่างด้วยความเต็มใจ


" สตีฟ ของนาย " นาตาชายื่นโน๊ตข้อความให้กับสตีฟที่ยืนนิ่ง


ระหว่างฉันกับนายมันเป็นแค่อดีตไปแล้ว จากนี้ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะพยายามช่วยทุกอย่างที่ทำได้


" เขาไปแล้ว " สตีฟพูดออกไปแค่นั้น ทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่าโทนี่จำได้ทุกอย่าง แต่เขาเลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านไป


" ยังทันนะกัปตัน " สตีฟหันไปทางหน้าต่างที่คลิ้นต์ยืนอยู่และเห็นโทนี่กำลังจะขึ้นเจ็ทกลับไป โดยมีโรดี้กับเปปเปอร์

ที่รออยู่บนเครื่อง สตีฟรีบกระโดดลงไปที่ลานกว้างที่เจ็ทจอดอยู่ทันที โทนี่หันกลับไปมองที่เสียงดังลั่นด้านหลัง เห็น

สตีฟ โรเจอร์กำลังพุ่งมาทางนี้ โทนี่กดปุ่มชุดเกราะชีวภาพและโจมตีใส่สตีฟทันที แต่สตีฟก็ไวพอที่จะหลบและหา

ทางเข้าประชิดตัวอีกฝ่าย ทั้งคู่สู้กันอยู่นานจนลานพังราบ เครื่องเจ็ทได้รีบความเสียหายและสตีฟสามารถเข้าประชิด

ตัวโทนี่ได้สำเร็จ ทุกคนมองอย่างโล่งใจที่การปะทะยุติลงซักทีไม่งั้นวากันด้าคงได้สร้างตึกใหม่อีกตึกแน่


" ถอดเกราะแล้วมาคุยกันได้มั้ยโทนี่ "


" ..... "


" โทนี่ ผมขอร้อง "


เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ค. 62 / 09:04



Space time : love Infinity


Steve × Tony


#Endgame #Avengers



*** เรื่องนี้จะเน้นคู่ สตีฟ - โทนี่ ส่วนคนอื่น ๆ กลับมารวมตัวกันครบแล้ว ไม่เน้นตามตัวอย่างหนังทั้งหมดแค่หยิบยกตรงที่โทนี่อยู่บนยานในอวกาศเท่านั้น



   หลังจากเหตุการณ์ที่ธานอสทำตามเป้าหมายสำเร็จกับการกวาดล้างประชากรไปกว่าครึ่ง โลกก็เหมือนกับ
ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป ความเศร้าเสียใจเกาะกุมหัวใจของทุก ๆ คนที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ทั้ง
เพื่อนและครอบครัว เหล่าฮีโร่ที่บอบช้ำจากการต่อสู้ที่ยับเยินจากการต่อสู้ไปมาก แต่ก็ยังต้องเข้มแข็งและ
ทำทุกวิธีเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมและทำให้โลกสงบสุขเหมือนที่เคยเป็นเหล่าคนที่เหลือรวมตัวกันอยู่ยังที่ต่าง ๆ ทั้งในอวกาศและบนโลก วากันด้าสถานที่รวมตัวของนักสู้ศึกและเหล่าฮีโร่อเวนเจอร์ที่เหลืออยู่ เพื่อเตรียมใจยอมรับความผิดพลาดและวางแผนแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว พวกเขาจะต้องทำทุกอย่างให้กลับมาเป็นปกติ ตอนนี้พวกเขายังคงปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรจริงจังเพราะยังอาลัยกับเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านไปและยังคิดหาวิธีอะไรไม่ได้ ทุกคนก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนนึงเท่านั้นจะให้สามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกอะไรไม่ได้หรอกมันต้องใช้เวลา




  วากันด้า


   สงครามยุติลงแล้ว ความพ่ายแพ้ที่มนุษย์ได้รับไม่ได้ทำให้อ่อนแอหรือพ่ายแพ้และยังสามารถก้าวเดินต่อไปได้ขอแค่มีเวลาได้คิดและลงมือทำ


" พวกเราสูญเสียไปมาก แต่มันต้องมีวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ " สตีฟพูดขึ้นเมื่อทุกคนรวมตัวกันที่ห้องรับรองของวากันด้า


" ใช่ พวกเราต้องทำได้แน่ " นาตาชาเห็นด้วย


" ฉันก็กำลังพยายามใช้ทุกอย่างที่ทำได้ " องค์หญิงพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน


" ตอนนี้พวกคุณเป็นยังไงบ้าง " สตีฟถามถึงสถานการณ์ของคนของวากันด้าที่อาจต้องสูญเสียทีชัลล่าไป


" พวกเราจะต้องทำสำเร็จสหาย " ธอร์พูดขึ้นอย่างมีกำลังใจ


" ผมก็หวังอย่างนั้น "


" ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นครับธอร์ " สตีฟแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนที่ต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปจนหมด


" ขอบใจ ข้าเข้าใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเจ้าหละ สตีฟ " ธอร์ถามกลับไปเมื่อไม่เห็นคนข้างกายจอมแสบที่จะคอยเสนอความคิดเห็นมากมายแน่ ๆ ในเวลาแบบนี้ แต่กลับไร้เงาของสหายของพวกเขา


" คุณหมายถึงเรื่องอะไรครับ "


" สหายเกราะเหล็กอยู่ที่ใด "


" ผมยังไม่เจอเขาเลยตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนและก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้ " สตีฟพูดความจริงที่มีให้เพื่อนอีกคนได้รับรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องแยกกันอยู่อย่างนี้และทำให้อาจจะไม่ได้เจอกันอีกในเวลานี้


" เขาติดไปในยานที่เดินทางไปในอวกาศเพื่อช่วย ดร.สเตร้นจ์ที่ถือครองมณีเวลา " บรูซเล่าถึงเรื่องที่ทำให้โทนี่หายไปและติดต่อไม่ได้


" และยังติดอยู่ในอวกาศหรือหายไปแล้ว? "


" เราไม่รู้เรื่องคนที่หายไปเลย รู้แค่ว่าพวกเรายังอยู่ที่นี่เท่านั้น " นาตาชาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี


" นี่ก็เข้าวันที่สามแล้วที่ทุกอย่างจบลง พวกเรายังหาทางแก้ไขไม่ได้เลย "


" ข้าจะช่วยตามหาเขาเอง "


" ยังไง "


" สิ่งที่เหมือนกันของยานอวกาศคือการมีสัญญานขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน เจ้าใช้สิ่งนั้นตามหาเขาได้หากมันถูกเปิดใช้ "


" ทำได้มั้ยซูริ "


" ได้ ขอเวลาเตรียมอุปกรณ์และปรับระบบการค้นหาซักหน่อย "


" ข้าหวังว่านั่นจะได้ผล มนุษย์มีชีวิตไม่ยาวนานนักหากไม่มีอากาศหายใจ " ธอร์เองก็เป็นห่วงไม่น้อยเพราะผ่านมาหลายวันแล้ว โทนี่เหลือเวลาไม่มากแล้วที่จะรอความช่วยเหลือจากทุกคน


" ผมก็หวังอย่างนั้น "


" ต้องสำเร็จแน่ " นาตาชาพูดพร้อมกับเดินไปเอามือวางบนไหล่ให้กำลังใจ


" ขอบคุณ "


" เจอแล้ว!! " เสียงซูริดังขึ้นมาทำให้ทุกคนหันไปมองทันที


" เขาอยู่ที่ไหน "


" ไกลมากทีเดียว แต่จากเทคโนโลยีที่เรามีอยู่น่าจะพอให้ไปถึงตัวเขาได้ภายในสองชั่วโมงค่ะ " ซูริอธิบายถึงวิธีที่จะทำให้สามารถไปช่วยโทนี่ สตาร์คที่กำลังติดอยู่ในยานอวกาศ


" เราพร้อมเดินทางหรือเปล่าครับ "


" ทุกอย่างพร้อมในสิบนาทีค่ะ "


" ฝากด้วยนะครับ "


หลังจากนั้นสิบนาทีหลายคนก็ออกเดินทางไปเพื่อช่วยโทนี่ทันที


" มีอะไรหรือเปล่า " บรูซถามเมื่อได้รับการติดต่อจากวากันด้าทั้งที่พึ่งเดินทางออกมาไม่นาน


" มีสัญญานวิดีโอส่งมา ต้องให้พวกคุณดู "


" สำคัญมากเหรอ "


" สำหรับพวกเราโดยเฉพาะคุณ สตีฟ "


วิดีโอถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของคนที่พวกเขากำลังจะไปช่วยกลับมา โทนี่มีสภาพที่ดูเหนื่อยและมอมแมมมาก สตีฟจ้องมองใบหน้าอีกคนอยู่นานเมื่อได้ยินเสียงจากวิดีโอ






กึก ๆ

อัดรึยัง

เฮ้สตีฟ ถ้านายได้ดูวิดีโอนี้ฉันไม่แน่ใจว่าจะยังรอเจอนายได้มั้ย

แต่ไม่ต้องเศร้าหรือเสียใจหรอก เข้าใจมั้ย

การเดินทางต้องมีจุดจบเสมอ อ่อ หมายถึง การลอยเคว้งคว้างในอวกาศไร้ความช่วยเหลือ ซึ่งอาจเป็นจุดจบสำหรับฉัน ซึ่งมันก็ไม่เลว

มันสนุกกว่าที่คิดไว้นะ ( โทนี่ยิ้มบางนึกถึงตัวเองตอนนี้ )

อาหารกับน้ำหมด สี่วันก่อน

และ ...... คาดว่า

อากาศจะหมดลงตอนเช้าพรุ่งนี้ และก็จบลงตรงนั้น

ถ้าฉันผล็อยหลับไป จะฝันถึงนายสตีฟ คนเดียวเท่านั้น

สุดท้าย

ไม่ว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้งมั้ย อยากให้นายรู้ไว้ว่าฉันรักและเป็นห่วงนายกับทุกคนเสมอ สตีฟ



  สตีฟมองคนที่เอื้อมมือมาปิดการบันทึกวิดีโอไม่วางตา โทนี่รอเขาอยู่อย่างมีหวังและเวลาเขาใกล้จะหมดแล้ว


" วิดีโอถูกส่งมานานรึยัง "


" หลังตรวจพบสัญญานประมานหนึ่งชั่วโมง "


" ยังพอมีเวลา " สตีฟคำนวณเวลาจากที่พบสัญานขอความช่วยเหลือจากโทนี่ถึงตอนนี้ พวกเขาออกเดินทางมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว และมีเวลาประมานหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงตอนเช้าของวันพรุ่งนี้


" เราไปทันแน่นอน สหาย " ธอร์พูดอย่างเข้าใจและไม่อยากให้ต้องเสียใครไปอีกแม้แต่คนเดียว มันมากเกินกว่าจะยอมรับได้แล้วในตอนนี้


" ใช่ เราใกล้ถึงแล้ว ต้องช่วยเขาได้แน่ " บรูซเองก็ห่วงโทนี่ไม่น้อย จากวิดีโอเขาดูอ่อนเพลียมากและพร้อมจะหลับได้ทุกเวลา รอผมก่อนนะครับ


  สตีฟมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนนิ่งกับสีหน้าที่มีความหวังที่จะช่วยคนที่เขารักได้ สองปีที่พวกเขาต้องจากกันเพราะความคิดที่ไม่ต้องกัน เขาไม่อยากเสียอีกคนไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม


" เฮ้ สตีฟ " สตีฟหันไปมองตามทิศทางที่บรูซเรียกทันทีและพบกับยานอวกาศรูปทรงแปลกตา


" นั่นต้องเป็นยานที่โทนี่ใช้เดินทางแน่ "


" นั่นเป็นยานของพวกเจ้ากระต่าย เราไปกันเถอะ " ธอร์ยืนยันว่ายานตรงหน้าต้องใช่แน่ แล้วตรงไปที่ยานลำนั้นทันที พวกเขาเข้าไปด้านในจากทางเชื่อมของตัวยาน ซักพักก็พบกับโทนี่นั่งพิงอยู่และไม่ขยับเลยตอนที่พวกเขาเดินเข้าไปใกล้จนน่าเป็นห่วง ใบหน้าเขาดูเหนื่อยอ่อนและมีแผลมากมายตามตัว สตีฟรีบอุ้มคนตรงหน้าพากลับไปที่ยานที่ตัวเองใช้เดินทางมาทันที พวกเขารีบนำยานกลับทันทีโทนี่ต้องได้รับการรักษาให้ทันเวลา


" โทนี่ คุณได้ยินผมหรือเปล่า โทนี่ ๆๆ "


" สตีฟ ผมขอดูเขาหน่อย " สตีฟหลบเพื่อให้บรูซรีบตรวจอาการของโทนี่ที่ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานแค่ไหนก่อนที่พวกเขาจะไปถึง มันอาจนานเกินไปก็ได้ สตีฟได้แต่หวังว่าปาฏิหารย์ที่ไม่มีจริงจะเกิดขึ้นกับโทนี่ของเขาในตอนนี้


" เขาจะต้องปลอดภัย สหาย " ธอร์เดินเข้าไปปลอบใจเมื่อเห็นสตีฟแสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมาพลางมองดูบรูซรักษาโทนี่อย่างสุดฝีมือ สตีฟหันมองและพยักหน้าอย่างขอบคุณ การรักษาอีกคนผ่านไปกว่าสิบนาทีแล้ว มันช่างนานเหลือเกินสำหรับสตีฟ เขาหันมองกราฟที่แสดงการเต้นของหัวใจที่มันดูเบาบางจนกลัวว่ามันจะหายไป


"เราต้องรีบกลับให้ถึงวากันด้าให้เร็วที่สุด เราต้องใช้การรักษาที่ดีและพร้อมกว่านี้ " บรูซหลีกทางให้คนที่เป็นห่วงแทบบ้าเข้ามานั่งเฝ้าข้างเตียง


"ข้าเอง " ธอร์ยกฆ้อนสายฟ้าของตัวเองขึ้นมาเพื่อวาร์ปกลับไปที่วากันด้า สหายเขาต้องได้รับการช่วยเหลือทันที การที่เขานั้นไม่ได้ใช้ตั้งแต่ตอนแรกนั้นเพราะตำแหน่งที่ไม่แน่นอน อาจเกิดความผิดพลาดได้ แต่ครั้งนี้สามารถทำได้เมื่อจุดมุ่งหมายชัดเจน


  ยานมาถึงวากันด้าทันทีที่การวาร์ปสิ้นสุดลง และทุกคนรีบพาโทนี่เข้าไปด้านในของวังและพาไปที่ห้องรักษาทันที โดยมีคนอื่น ๆ ลุกตามไปอย่างเป็นห่วงที่เห็นสีหน้าทุกคนดูเป็นกังวลของคนที่กลับมา


"เขาหมดสติก่อนที่เราจะไปถึงไม่รู้ว่านานแค่ไหน จำเป็นต้องทำให้เขาหายใจเป็นปกติก่อนค่อยว่ากัน "


" แล้วสตีฟหละ "


" พวกคุณช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขาในระหว่างนี้ด้วย "


   ทีมแพทย์เข้าไปนานกว่าชั่วโมงแล้ว ที่ทำให้ทุกคนลุ้นว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโทนี่ แล้วสตีฟจะสามารถสู้ต่อได้แค่ไหน พวกเขาต้องการทุกคนไม่ว่าใครเพื่อช่วยกันกอบกู้โลกใบนี้กลับมาเหมือนเดิม สตีฟนั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้นเพื่อเฝ้ารอให้ประตูห้องเปิดออกมาพร้อมกับข่าวดีซักที ได้โปรดอย่าพรากเขาไปจากผมเลย เขารอดจากเรื่องบ้า ๆ นั่นแล้ว ให้เขาอยู่เพื่อพาทุกคนกลับมาดีกว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา


เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับที่สตีฟลุกขึ้นไปทันทีและถามหมออย่างร้อนใจ


"เขาปลอดภัยแล้วใช่มั้ย "


" ครับ ตอนนี้อาการเขาคงที่แล้ว อีกไม่นานก็คงฟื้น "


" เยี่ยมได้หรือเปล่า " นาตาชาถามแทนคนที่ยืนนิ่งตั้งแต่รู้ว่าคนในห้องปลอดภัยแล้ว


"ครับ เชิญได้ " ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้นสตีฟรีบพุ่งเข้าไปในห้องทันที ทุกคนรีบเดินตามเข้าไป โทนี่อยู่ในชุดคนป่วยและมีหน้ากากออกซิเจนช่วยหายใจอยู่


"การขาดอากาศหายใจทำให้เขาช็อค เลยต้องใช้เวลาทำให้เขากลับมาเป็นปกติ "


" ขอบคุณที่อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเสียคุณไปอีกคน " สตีฟกุมมืออีกคนไว้แน่นอย่างคิดถึงและดีใจที่โทนี่ยังอยู่กับเขา





" อึก อ่าา " โทนี่รู้สึกตัวและค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ที่นี่มันที่ไหนกันเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โทนี่หันมองคนที่กุทมมือตัวเองไว้แน่นและจ้องมองเขาเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างนั้น ทำไมต้องจ้องฉันขนาดนั้น เราเป็นอะไรกันงั้นเหรอแล้วเหล่าคนที่ยืนอยู่รอบ ๆ หละ พวกเรารู้จักกันรึไง โทนี่ สตาร์คไม่มีเพื่อนเยอะขนาดนี้หรอกนะ


" โทนี่ !! คุณฟื้นแล้ว " สตีฟพูดออกมาด้วยความดีใจจนแทบจะร้องไห้ แต่โทนี่กลับพยายามดึงมือออกจากมือของอีกคนจนสตีฟรู้สึกได้


" นาย ... ปล่อยเดี๋ยวนี้ " โทนี่พูดและขยับหนีสตีฟจนชนหัวเตียงที่นอนอยู่ พร้อมกับมองไปที่ทุกคนที่มองมาที่เขาอย่างสงสัย ทำไมหละก็ฉันไม่รู้จักหมอนี่ทำไมต้องยอมให้จับด้วยหละ ถึงฉันจะเป็นคนดังก็เถอะ ว่าแต่คุ้น ๆ แฮะเหมือนเคยรู้จัก


" คุณยังโกรธเรื่องเมื่อสองปีก่อนใช่มั้ย ถึงไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวคุณ " สตีฟพยายามหาเหตุผลที่คนตรงหน้าเมินเขา


" เฮ้ ๆ ฉันไม่เคยโกรธอะไรนายหรอกนะ เพียงแต่ไม่คุ้นที่จะทำแบบนี้ก็แค่นั้นแหละ รู้สึกแปลก ๆ หนะ " โทนี่พูดออกไปยิ่งทำให้ทุกคนสงสัยมากขึ้นอีก โทนี่ไม่มีท่าทีโกรธหรือแววตาที่เก็บซ่อนอะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย มันดูเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมากกว่า ไหนจะท่าทางน้ำเสียงที่ดูไม่มีอะไรนั่นอีก


" นายรู้มั้ยว่าพวกเราเป็นใครและตัวเองเป็นใคร " บรูซถามข้อสงสัยที่คิดอยู่ทันที


" ฉันก็ โทนี่ สตาร์ค ไง ส่วนพวกนายคุ้น ๆ แต่นึกไม่ออก " เขาจำได้ลาง ๆ ว่าน่าจะรู้จักคนเหล่านี้ แต่กลับจำไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นใครกันบ้าง


" แค่คุ้น ๆ แต่จำไม่ได้? "


" ใช่ ความรู้สึกฉันมันบอกแบบนั้น "


" เข้าใจแล้ว นายพักผ่อนเถอะ " บรูซพูดพร้อมกับพยักหน้าชวนคนอื่น ๆ ให้ออกไปด้านนอกเพื่อคุยกันเรื่องนี้





" ความจำเสื่อมชั่วขณะ "


" ใช่ ขาดอากาศส่งผลต่อสมองทำให้มีปัญหาเรื่องความจำ "


" นานแค่ไหนคุณรู้มั้ย "


" ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวและคนรอบข้างที่จะช่วยฟื้นความจำได้แค่ไหน "


" นายคิดว่าเขาแกล้งหรือเปล่า "


" ไม่รู้สิ เพราะเรื่องแบบนี้มันตรวจสอบอะไรไม่ได้ "


" คงต้องไปถามอีกรอบว่าเขาเลือกที่จะจำหรือเลือกที่จะลืม "





    โทนี่ สตาร์คกลายเป็นคนขี้ขลาดก็เพราะนาย สตีฟ โรเจอร์ นายทำให้ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้าอีกครั้ง ฉันไม่อยากผิดหวังกับการที่ต้องโดนคนที่รักและไว้ใจหลาย ๆ คนรวมหัวกันหลอกอีกแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะช่วยทำทุกวิธีเพื่อให้โลกและทุกคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแน่นอน ส่วนเรื่องระหว่างเราก็ให้มันพอแค่นี้ดีกว่า ให้มันเป็นแค่อดีตระหว่างคนรู้จักกันก็พอ ฉันจะไม่โกรธหรือเกลียดใครอีกและต่างคนต่างอยู่ ฉันก็อยู่กับครอบครัวฉันส่วนนายก็อยู่กับครอบครัวใหม่ของนายต่อไป แต่ไม่ต้องห่วงถ้าพวกนายต้องการความช่วยเและความคิดเห็นอะไร ฉันจะช่วยทุกอย่างด้วยความเต็มใจ


" สตีฟ ของนาย " นาตาชายื่นโน๊ตข้อความให้กับสตีฟที่ยืนนิ่ง


ระหว่างฉันกับนายมันเป็นแค่อดีตไปแล้ว จากนี้ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะพยายามช่วยทุกอย่างที่ทำได้


" เขาไปแล้ว " สตีฟพูดออกไปแค่นั้น ทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่าโทนี่จำได้ทุกอย่าง แต่เขาเลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านไป


" ยังทันนะกัปตัน " สตีฟหันไปทางหน้าต่างที่คลิ้นต์ยืนอยู่และเห็นโทนี่กำลังจะขึ้นเจ็ทกลับไป โดยมีโรดี้กับเปปเปอร์ที่รออยู่บนเครื่อง สตีฟรีบกระโดดลงไปที่ลานกว้างที่เจ็ทจอดอยู่ทันที โทนี่หันกลับไปมองที่เสียงดังลั่นด้านหลัง เห็นสตีฟ โรเจอร์กำลังพุ่งมาทางนี้ โทนี่กดปุ่มชุดเกราะชีวภาพและโจมตีใส่สตีฟทันที แต่สตีฟก็ไวพอที่จะหลบและหาทางเข้าประชิดตัวอีกฝ่าย ทั้งคู่สู้กันอยู่นานจนลานพังราบ เครื่องเจ็ทได้รีบความเสียหายและสตีฟสามารถเข้าประชิดตัวโทนี่ได้สำเร็จ ทุกคนมองอย่างโล่งใจที่การปะทะยุติลงซักทีไม่งั้นวากันด้าคงได้สร้างตึกใหม่อีกตึกแน่


" ถอดเกราะแล้วมาคุยกันได้มั้ยโทนี่ "


" ..... "


" โทนี่ ผมขอร้อง "


" ..... "



   สตีฟได้แต่อ้อนวอนอีกคนให้ยอมคุยกับเขา เพราะอีกคนเอาแต่ยืนนิ่งไม่แม้แต่จะขยับหรือขัดขืนอะไรเขาเลยด้วยซ้ำ สตีฟลองคลายอ้อมแขนออกพบว่าเกราะค่อย ๆ หายไปและโทนี่สลบไปแล้ว โรดี้กับเปปเปอร์รีบเข้ามาดูเพื่อนตัวเองทันที สตีฟตัดสินใจอุ้มโทนี่ไปที่ห้องรักษาเพื่อให้หมอเช็คสภาพร่างกายโทนี่อีกครั้ง


" เขาเป็นยังไงบ้าง "


" เขาพึ่งฟื้นและมีอาการบาดเจ็บ บวกกับการออกแรงมากเกินไปเลยทำให้เหนื่อยจนสลบไป " สตีฟมองหน้าคนเพิ่งฟื้นตัวที่ฝืนร่างกายตัวเองมาสู้กับเขา ใบหน้าที่ดูล้าและร่างกายที่มีแผลและรอยช้ำเต็มไปหมด ผมขอโทษที่ดูแลคุณไม่ได้แถมยังปล่อยให้คุณต้องเจ็บปวดอีก ผมสัญญาโทนี่หลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ จะอยู่เคียงข้างคุณจะไม่ปล่อยให้คุณอยู่ตามลำพังอีกต่อไป


" ไม่ ทำไมต้องจากฉัน..กันไปหมด " โทนี่ละเมอออกมา สตีฟเช็ดน้ำตาที่ไหลตรงหางตาออกอย่างเบามือ


" เขาต้องเจออะไรมากันแน่ ถึงเป็นขนาดนี้ " สตีฟได้แต่มองคนที่หลับไม่รู้ตัวว่าอะไรที่ทำให้คนเข้มแข็งอย่างโทนี่ร้องไห้ได้แบบนี้


" เขาต้องเสียใครไปกันแน่ "


" ต้องเป็นเด็กนั่นแน่ ๆ ที่เป็นสไปเดอร์แมน "


" ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เขารักเด็กนั่นเหมือนลูก คงต้องเจ็บปวดมากที่ต้องทนเห็นเขาสลายไปต่อหน้าต่อตา "


" ไม่ !! โอ๊ย "


" คุณเป็นยังไงบ้างค่ะ "


" เปปเปอร์ โรดี้ " โทนี่กอดทั้งสองคนแล้วร้องไห้ออกมาไม่อายใคร เขาปกป้องใครไว้ไม่ได้อีกแล้ว ทุกคนที่อยู่รอบตัวทิ้งเขาไปหมดแล้ว


" ฉันอยู่ข้างนายเสมอ เพื่อน " โรดี้ให้กำลังใจเพื่อนตัวเองเสมอ


" ทุกคนยังเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ " นาตาชาพูดออกมา ทุกคนพยักหน้ารับเว้นแต่โทนี่ที่ยิ้มแบบเหงา ๆ เขาเคยถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวจากคนที่เรียกว่าเพื่อน ตัวเขาควรจะเปิดใจแล้วเดินหน้าต่อหรือปิดตัวเองอยู่กับอดีตที่แสนเจ็บปวดต่อไป


" ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอย่างฉันหรอก "


" โทนี่ คุณไม่.... "


" ทุกคนยังเป็นทีมเสมอ สตาร์ค "


" ผมควรจะก้าวต่อไปมั้ยเปปหรือจะอยู่กับโลกที่หมองหม่นต่อไปดี โร้ด " โทนี่หันไปถามเพื่อนคนที่เคียงข้างเขามาตลอดทั้งชีวิต ไม่ว่าเขาจะเลือกเส้นทางไหน ไม่ว่าจะมีความสุขหรือเสียใจมากแค่ไหนก็ตาม ทั้งคู่ก็ยังอยู่กับเขาเสมอ


" ฟังเสียงหัวใจคุณสิว่ามันบอกว่ายังไง ไม่ต้องใช้เหตุผลเรื่องความรักโทนี่ รู้แค่ว่าคุณจะมีความสุขมั้ยกับสิ่งที่คุณตัดสินใจ ฉันกับโรดี้อยู่ข้างคุณเสมอ "


" ขอบคุณ " โทนี่สบตาทั้งคู่อย่างแน่วแน่และตัดสินใจแล้วกับทางเลือกของตัวเอง


" พวกนายไม่ต้องมาเชื่อใจหรือพยายามทำดีกับฉัน อยากจะทำตัวแบบไหนตามสบาย ฉันก็จะเป็นโทนี่ สตาร์ค ในแบบของฉัน " โทนี่หันหน้าคุยกับทุก ๆ คนที่เคยเรียกว่าเพื่อนอย่างสนิทใจและมันกำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง


" ส่วนนาย สตีฟ โรเจอร์ ฉันไม่เชื่อใจนายและคงยากที่จะเชื่อนายได้เหมือนเดิมอีก แต่ฉันจะให้โอกาสนายและตัวฉันเองเป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับนายและฉันจะทำให้มันเป็น "


" ขอบคุณครับโทนี่สำหรับโอกาส ผมจะดูแลคุณและโอกาสที่คุณให้อย่างดีที่สุด "


" ไม่ต้องสัญญา แค่อย่าหลอกกันอีกก็พอ "


" ครับ ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด "


" งั้นพวกเราขอตัว นายจะได้พักผ่อน " ทุกคนทยอยเดินออกไปด้านนอกห้องเพื่อให้ทั้งคู่ได้เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง " ไปก่อนนะที่รัก' 'ไปก่อนนะเพื่อน " โรดี้กับเปปเปอร์คุยกับโทนี่นิดหน่อยก่อนจะออกไปเหมือนกัน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อทั้งสองคนเลือกที่จะไม่พูด


" ผมขอบคุณจริง ๆ ที่ยังให้โอกาสเราได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง "


" มันจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายสำหรับเรา "


" ครับ ที่รัก " สตีฟจูบลงที่หน้าผากมนของอีกคนบางเบาแต่เนิ่นนาน


" ฉันอยากพักแล้ว " โทนี่พูดพร้อมกับหันหน้าหนีสตีฟที่มองมาด้วยสายตาอาวรในตัวอีกคน สตีฟปล่อยคนในอ้อมกอดให้ได้นอนพัก


" ราตรีสวัสดิ์ครับ " สตีฟเดินออกไปโดยที่โทนี่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาเลยซักคำ แต่ไม่เป็นไร โทนี่ให้โอกาสเราทั้งคู่แล้วทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่นอน





  วันต่อมา


" เราต้องรีบหาวิธีกำจัดธานอสและทำให้ทุกคนกลับมาเหมือนเดิม "


" เราต้องทำให้พลังมณีหายไปให้ได้ก่อน "


" เรื่องนั้นข้าหาวิธีเอง น่าจะพอมีทางเป็นไปได้ " ธอร์เสนอที่จะจัดการเรื่องถุงมือและพลังของมณี


" ตกลง ถ้าเราแก้ปัญหานั้นได้ ที่เหลือก็ไม่น่าจะเกินกำลังพวกเรา " สตีฟพูดสรุปการหารือของพวกเขาในตอนนี้ แบ่งหน้าที่ในการเตรียมตัวรับมือกับการโจมตีและการเอาคืนให้สาสม


" เราจะลงมือในอีกสามวัน ทุกคนเตรียมตัวกันให้พร้อม ส่วนเรื่องคลิ้นต์ฝากคุณด้วยนาตาชา "


" ได้เลย " ทุกคนแยกย้ายกันไปจัดการในส่วนของตัวเองและเตรียมตัวก่อนการสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อกอบกู้โลกและจักรวาลอีกครั้ง


" โทนี่เป็นไง " นาตาชาถามขึ้น ตามมาด้วยคนอื่น ๆ เดินเข้ามาสมทบ


" เขากำลังค้นคว้าและสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับตอนนี้อยู่ที่แลป "


" หมายถึงพวกนาย "


" ก็ดีแต่ตอนนี้ต้องพักไว้ก่อน มีเรื่องที่สำคัญกว่า โทนี่เองก็เข้าใจ "


" นั้นซินะ จะเป็นยังไงต่อคือหลังจากนี้ต่างหาก "





   การต่อสู้เพื่อทุกคนเพื่อเพื่อน เพื่อทุกคนที่เรารักและผู้คนที่ต้องหายไป จนในที่สุดวันตัดสินก็มาถึงวันที่จะตัดสินทุกอย่างของทุก ๆ คนบนโลกใบนี้ การต่อสู้ตัดสินชะตาของทั้งจักรวาลได้เริ่มขึ้นแล้ว ทุกคนต่อสู้กับเหล่าสมุนของธานอสอย่างบ้าคลั่ง การปะทะกันต่อเนื่องไปหลายวันจนทุกคนเริ่มอ่อนล้าและใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที ตอนนี้สามารถกำจัดและควบคุมสถานการ์ทุกอย่างไว้ได้เหลือเพียงสุดท้ายคือการกำจัดธานอสทุกสิ่งก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผ่านไปห้าวันสงครามสิ้นสุดลงโลกได้รับชัยชนะ ทุกคนที่สลายไปเริ่มกลับมามีตัวตนอีกครั้ง จากนั้นทุกคนที่ต่อสู้มาก็ทรุดนั่งแบบสบายใจและปล่อยให้คนอื่น ๆ ที่เหลือจัดการความเรียบร้อย


   ทันทีที่กลับมาครบและประมวลความคิดได้ทีชัลล่าก็จัดการทุกอย่างและสั่งให้คนที่เหลือและยังไหวช่วยกันพาคนที่บาดเจ็บรวมถึงผู้กล้าที่เสียสละไปที่ลานกว้างเพื่อรักษาและจัดการตามพิธีต่อไป โลกกลับมาสงบสุขดังเดิม ผู้คนกลับมาอบอุ่นและได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อน พี่น้อง คนรัก ได้กลับมามีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางและจะเรียบร้อยในอีกไม่กี่วัน


" ทุกอย่างเป็นยังไงบ้างครับ " สตีฟเดินมาถามทีชัลล่าที่เดินดูและตรวจสอบความเรียบร้อยในการฟื้นฟูวากันด้า


" จะเป็นปกติในเร็ววันกัปตัน "


" ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นและโลกควรได้พักซักที เพราะทั้งพวกเราและโลกคงไม่สามารถรับมือกับการถูกทำลายได้อีกในตอนนี้ "


" ผมก็คิดแบบนั้น แล้วพวกคุณเป็นไงกันบ้าง "


" ครับ เรียบร้อยดีทั้งส่วนรวมและส่วนตัว " สตีฟยิ้มบางให้ทีชัลล่าก่อนจะขอตัวกลับไปหาคนที่รักที่สุดที่ตอนนี้คลุกอยู่กับเจ้าหนูแมงมุมนั่นไม่ยอมห่างจนเจ้าหนูนั่นจะดูแลตัวเองไม่ได้แล้ว คงต้องไปแยกออกจากกันแล้วมาใช้เวลาเป็นส่วนตัวกันหน่อย คิดถึงจะแย่ อยากกอด ต้องการอยู่ใกล้ ๆ และดูแลคนรักของเขาให้สมกับความรักครั้งใหม่นี้ ทันทีที่เดินมาถึงก็ถูกทักใหรีบดู


" ไงสตีฟ โทนี่ของนายแทบจะประเคนทุกอย่างให้เด็กนั่นอยู่แล้ว "


" คุณสตาร์คครับ ผมกลับมาแล้วคุณไม่ต้องเสียใจหรือรู้สึกผิดอะไรหรอกนะครับ ผมรู้ว่าคุณรักและเป็นห่วงผม แตาอย่าทำให้ตัวเองต้องเป็นทุกข์เลยนะครับ "


" โอเค ฉันเข้าใจแล้ว "


" โทนี่! คุณร้องไห้ทำไม เป็นอะไรหรือเปล่า " สตีฟรีบเข้าไปดูโทนี่ที่จู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา


" อ่า คงโล่งใจละมั้งที่ไม่ต้องเป็นสาเหตุให้ใครต้องมาตายอีก โล่งใจที่เห็นคนที่ฉันรักและเป็นห่วงทุกคนยังมีชีวิตอยู่ ก็นะ คนอย่างฉันตราบาปมันเยอะ จะมานั่งคิดมากแบบนี้คงไม่แปลกหรอก " โทนี่พูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกมาจนสตีฟต้องรีบรับอีกคนเข้ามากอด ทุกคนยืนมองด้วยรอยยิ้มที่เห็นเห็นเจ้าคนอมทุกข์นั่นได้ระบายออกมาซะบ้าง ปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่คนเดียวไม่ยอมให้ใครเขาไปช่วยแบ่งปันเลยซักคน


" คุณยังมีพวกเราเสมอนะโทนี่ " สตีฟให้กำลังใจอีกคน


" อือ โทษทีช่วงนี่อ่อนไหวง่ายไปหน่อย " โทนี่รับคำอย่างว่าง่าย


" ดีแล้ว พูดออกมาบ้างคุณจะได้สบายใจ "


" สตีฟ ฉันจะกลับบ้าน "


" เมื่อไหร่ "


" พวกนายจะไปด้วยกันหรือจะอยู่ต่อก็ได้ ฉันให้ฟรายเดย์ส่งเจ็ทมารับในตอนเช้า "


" ต้องกลับสิ พวกเราไม่ปล่อยให้นายต้องอยู่คนเดียวอีกครั้งหรอก "


" ก็ดี เตรียมตัวแล้วกัน " หลังจากนั้นทุกคนก็แยกกันไปพักเตรียมตัวกลับบ้าน


" คิดอะไรอยู่ครับ "


" ก็คิดไปเรื่อยไม่มีอะไรหรอก " โทนี่ตอบกลับคนที่กอดเขาอยู่


" ผมคิดถึงคุณ " สตีฟกระซิบข้างหูแล้วจุ๊บเข้าที่แก้มเนียน


" ฉันไม่เชื่อ นายมันจอมหลอกลวง " โทนี่ตอบกลับคนที่กอดอยู่ไม่จริงจังนักแต่ก็ทำให้คนฟังต้องคิดเลยทีเดียว


" มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วโทนี่ " สตีฟกอดแน่นขึ้นจนโทนี่ต้องตีมือแล้วหันหน้าไปเจอเข้ากับสตีฟที่ก้มลงมาจูบพอดีและค้างจูบที่โหยหาไว้อย่างนั้น


" อื้มม " โทนี่เคลิ้มกับจูบที่ใจอยากปฏิเสธแต่ร่างกายกลับไม่เป็นอย่างนั้น มันกลับโหยหาและต้องการไม่สิ้นสุด เขาคิดถึงสตีฟ ต้องการสัมผัส ความอบอุ่นที่เคยได้รับ สตีฟถอนจูบออกและมองหน้าคนที่หลับตาพริ้มอย่างรักใคร่


" ยิ้มอะไรของนาย " โทนี่มองหน้าคนที่เอาแต่ยืนยิ้มไม่พูดอะไร


" ดีใจที่คุณไม่ปฏิเสธจูบผม "


" อือ " โทนี่ที่ไม่รู้จะพูดอะไรเลยตอบกลับไปแค่นั้น สุดท้ายก็ยังใจเต้นกับหมอนี่ไม่หยุดซะที


   ทีชัลล่า ซูริ โอโคเย บั้คกี้และคนอื่น ๆ มาส่งเหล่าอเวนเจอร์กลับบ้านของพวกเขาและแน่นอนคงได้ไปเยี่ยมรวมถึงมาหากันอีกแน่ เมื่อพบกันก็ต้องมีการจากลาแต่ความเป็นเพื่อนจะทำให้ทุกคนรักและนึกถึงกันอยู่เสมอ เครื่องบินเจ็ทลงจอดพร้อมกับการมาถึงของทุกคน


" ยินดีต้อนรับกลับบ้านคะ เจ้านาย "


" ขอบใจ "


" ไง ฟรายเดย์ " ทุกคนทักเอไอของโทนี่แล้วแยกย้ายไปที่พักของตัวเอง


" โทนี่ ผมพักห้องเดียวกับคุณได้มั้ย " สตีฟรอคำตอบของอีกคนอย่างมีหวัง


" ตามใจนาย "


" ขอบคุณนะครับ " สตีฟเดินเข้าไปกอดโทนี่ด้วยความดีใจที่เราเปิดใจกันมากขึ้น สตีฟปล่อยให้อีกคนไปอาบน้ำจะได้สบายตัว เมื่ออีกคนอาบเสร็จสตีฟก็อาบต่อและออกมาเจออีกคนนอนหลับอยู่จึงขึ้นไปนอนกอดอีกคนบนเตียงด้วยกัน


" ผมขอนะครับ " สตีฟจูบกลีบปากนุ่มพร้อมกับคร่อมร่างอีกคนไว้


" อือ อื๊อ " โทนี่ดิ้นและขยำเสื้อสตีฟไว้แน่นจนสตีฟต้องถอนจูบอย่างเสียดาย พร้อมจ้องหน้าเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะเห็นพยักหน้าเล็กน้อย เมื่ออีกคนอนุญาตสตีฟจึงเริ่มบทรักที่ห่างหายไปนานและโหยหามาตลอด ทั้งคู่ส่งความรักให้กันผ่านร่างกายที่ปั่นป่วนด้วยแรงอารมณ์ที่ยิ่งนานยิ่งมากขึ้นจนบทรักที่บรรเลงขึ้นมาดำเนินไปไม่รู้จบ ร่างกายปลดปล่อยครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบหมดแรง สตีฟถอนกายออกจากคนใต้ร่างที่เหนื่อยหลับไปก่อน เขารังแกอีกคนจากความต้องการที่มันเอ่อล้นจนทำให้ต้องรับบทหนักแบบนี้ ผมขอบคุณนะครับโทนี่ที่ยอมให้ผมได้รักและดูแลความรักของเราอีกครั้ง สตีฟเกลี่ยผมออกจากหน้าผากที่ชื้นเหงื่อ จัดผ้าห่มคลุมตัวให้เรียบร้อยหลังจากอาบน้ำล้างตัวและจัดท่าทางเพื่อให้นอนสบายตัวแล้วล้มตัวลงนอนหลับข้างกัน พวกเขาใช้ชีวิตที่สงบสบาย ไม่ออกงานหรือทำภารกิจอะไรเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่


" โทนี่ครับ "


" นายหื่นอีกแล้ว.... อื้อ "


" สตีฟ วันนี้มะ อื๊อ "


" นะครับ ผมขอ "


   โลกอยู่อย่างสงบมาหลายเดือนและทุกอย่างเริ่มกลับมาปกติเหมือนเดิม เหล่าอเวนเจอร์ยังคงออกสำรวจและกำจัดพวกตัวร้ายที่ก่อเรื่องไม่เลิก วันนี้ก็เหมือนกันทุกคนออกไปตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงและสถานที่น่าสงสัยเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการก่อการร้ายต่าง ๆ คนอื่น ๆ ลงมาจากเครื่องเจ็ทพร้อมกับที่โทนี่มาถึงและลดเกราะออก


" โทนี่ คุณโอเคมั้ย "


" ฉันต้องโอเคอยู่แล้วสิ... "


" โทนี่ครับ โทนี่!! เฮ้ " สตีฟคว้าคนที่บอกว่าตัวเองโอเคแต่กลับล้มลงไปต่อหน้าเขาแล้วอุ้มไปที่ห้องตรวจร่างกายทันที


" เกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นอะไร "


" พวกเราสิต้องถามนาย อยู่ ๆ ก็หลับไปเฉยแบบนั้น " คลิ้นต์ถามโทนี่กลับแทนคำตอบ


" ฟรายเดย์ แสกนร่างกาย "


" คาดว่าผลอาจผิดพลาดค่ะเจ้านาย " ผ่านไปซักพักฟรายเดย์ก็รายงานแต่กลับผิดคาดแม้แต่ฟรายเดย์ยังหาสาเหตุที่แน่นอนไม่ได้


" บรูซ ขอดูจอหน่อย "


" เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ฟรายเดย์ "


" ฉันคำนวนทุกข้อที่เป็นไปได้และตัดทุกอย่างที่ไม่ถูกต้องแล้วค่ะ นี่คือข้อสรุปของอาการทางร่างกายคุณค่ะเจ้านาย " โทนี่ได้แต่จ้องผลบนหน้าจอที่ถือไว้อย่างไม่เชื่อสายตา โทนี่ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างคิดไม่ตกจนคนอื่นต้องเข้ามาดู


" นายก็ต้องคิดเหมือนฉัน "


" ง้นลองไปโรงพยาบาลดูเป็นไง "


" บรูซ นายก็รู้ "


" ตัวเลือกสุดท้าย "





เกาหลี


" ไม่คิดว่าพวกคุณจะมา แล้วนี่อะไรคะ "


" ช่วยตรวจอย่างละเอียดให้ผมหน่อย " ดร.โชรับมาเลื่อนดูข้อมูลก่อนจะเอ่ยถาม


" ของใครเหรอค่ะ "


" เมื่อคุณตรวจสอบเสร็จ ผลที่ได้เป็นแบบไหน ผมจะบอกคุณเอง ฝากด้วยนะ "


" ฉันจะส่งข้อมูลให้คุณทันทีเมื่อเสร็จ "


" ขอบคุณ "




สามวันต่อมา


" เจ้านายค่ะ ดร.โช ส่งผลตรวจมาแล้วคะ "


" เอาขึ้นจอเลย " โทนี่ยืนจ้องผลการตรวจที่โชว์บนจอแล้วก็ได้แต่ถอนใจสรุปมันเป็นไปได้จริงงั้นสินะ แถมเจ้าตัวยังส่งวิดีโอยืนยันด้วยตัวเองมาอีกว่าผลการตรวจทั้งหมดคือที่สุดแล้ว แม่นยำและถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์


" ยินดีด้วยนะ สตีฟ " โทนี่พูดกับสตีฟที่ทำหน้าไม่เข้าใจพร้อมคนอื่น ๆ ที่มองมาที่โทนี่อย่างสงสัย


" คืออะไรครับโทนี่ "


" นี่คือผลการตรวจร่างกายของเจ้านายที่ดร.โชส่งกลับมาคะ ส่วนถัดมาคือผลที่เจ้านายตรวจก่อนส่งให้ดร.โชคะ " ทุกคนมองมาที่โทนี่ที่นั่งอยู่มุมห้องอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยินและได้เห็น ในจอนั้นข้อมูลที่มีทุกอย่างบอกว่า ท้อง ทั้งดร.โชเองก็ยืนยันแน่ชัด แต่เจ้าของข้อมูลพวกนั้นกลับเป็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้ จะไม่ให้อึ้งได้ไง คงต้องรอคำยืนยันจากเจ้าตัวอีกที สตีฟรั้งแขนคนที่กำลังจะลุกออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว


" ทั้งหมดคือความจริงเหรอครับโทนี่ "


" ใช่ ทั้งหมดนั่นแหละ "


" แล้วจะส่งผลอะไรกับคุณหรือเปล่า " สตีฟถามด้วยความเป็นห่วงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอะไรกับร่างกายและชีวิตของอีกคนหรือเปล่า


" ไม่รู้ซิ ไม่เคยท้องนี่แล้วจะไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง " โทนี่ตอบกลับไปทันทีและนั่นยิ่งทำให้คนฟังยิ่งเป็นห่วง


" ก็ได้ครับ แต่ถ้ามีอะไรถึงจะแค่เล็กน้อย บอกทุกคนได้เลยนะครับ ห้ามเกรงใจรู้มั้ย "


" ท้องนานแค่ไหนแล้วครับ "


" ประมานเดือนกว่า "


   พอถึงช่วงปลายเดือนที่สองเข้าเดือนที่สามอาการแพ้ก็มีมากขึ้นจนสตีฟเป็นกังวลว่าคนท้องจะไม่ไหวจนต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิดแทบจะทุกฝีก้าว แต่พอเริ่มเข้าเดือนที่สี่ทุกอย่างก็ลดลงเหลือแค่บางอย่างที่เป็นอาการของคนท้องในแต่ละช่วง จะหนักสุดก็อารมณ์ที่ไม่คงที่ของคุณแม่ขี้วีนนั่นแหละที่ทำเอาสตีฟแทบจะหัวหมุนจนทุกคนเป็นห่วงว่ากัปตันของพวกเขาอาจจะไม่รอดซักวัน 555


" คุณรู้สึกยังไงบ้าง " สตีฟถามพร้อมกับลูบท้องเพื่อให้อีกคนผ่อนคลาย หมอบอกว่าวิธีนี้จะช่วยทั้งแม่และเด็กให้รู้สึกดีมากขึ้นและสตีฟก็ชอบที่จะทำเพราะนั่นทำให้เขาได้ใกล้ชิดทั้งโทนี่และลูก


" อือ ลูบต่อสิ รู้สึกว่าลูกจะชอบที่นายทำแบบนั้นนะ " โทนี่พูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่ ตัวเขาเองก็ชอบที่จะให้สตีฟทำแบบนั้นเพราะมันทั้งรู้สึกดีแล้วก็ผ่อนคลายมาก ๆ


" ครับ " เขาพอใจมากที่เห็นที่ได้เห็นภรรยามีความสุขและลูกของพวกเราสองคนก็ใกล้จะคลอดแล้ว เป็นห่วงก็แต่โทนี่เวลาคลอดจะเป็นยังไง แต่ไม่ทันที่จะได้คิดกังวลอะไรมากไปกว่านี้คนที่นอนอยู่ก็ร้องออกมา


" โอ๊ยย ฮึก สตีฟเจ็บท้อง " ลูกนะลูกพอสบายตัวเข้าหน่อยก็คิดจะออกไม่บอกกันบ้างเลย ฮึ่ย ทำไมมันปวดท้องมากขนาดนี้หละ เขาจะตายมั้ยเนี่ยเหมือนตัวจะฉีกเลย ฮื่อ


" อดทนไว้นะครับเดี๋ยวหมอก็มาแล้ว ผมอยู่ข้างคุณนะครับ " สตีฟให้กำลังอีกคนทุกทาง ทั้งคำพูด บีบมือ และจูบปลอบขวัญเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทางเพราะเจ็บท้อง โทนี่เข้มแข็งและไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นแต่เพราะเขาและเพื่อลูกจึงทำให้อีกคนต้องอดทนเป็นอย่างมาก


" รีบพาฉันไปเร็ว "


" ผมเข้าไปด้วยได้มั้ย "


" แน่นอน แต่คุณต้องไปเปลี่ยนชุดก่อน " ดร.โชรีบเข้าไปดูคนท้องที่ส่งเสียงร้องน่าเป็นห่วง โทนี่เป็นผู้ชายนั่นอันตรายมากเพราะโครงสร้างที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับเรื่องแบบนี้


" เข้มแข็งไว้นะครับ ผมอยู่ข้าง ๆ คุณเสมอ "


" ฉันจำเป็นต้องผ่าคลอด คุณต้องสู้นะโทนี่ " ดร.โชค่อย ๆ ทำให้โทนี่รู้สึกผ่อนคลายจึงเริ่มลงมือผ่าตัดทำคลอด การผ่าตัดดำเนินไปด้วยความกังวลทั้งสภาพร่างกายของแม่ที่ดูหล้าและเริ่มเสียเลือดมาก อดทนอีกนิดโทนี่ลูกคุณกำลังจะออกมาแล้ว


" อ๊าาาา อุแว้ อุแว้ "


" ยินดีด้วยโทนี่ สตีฟ ลูกชายพวกคุณแข็งแรงสมบูรณ์ดี " สตีฟกับโทนี่มองหน้าลูกอย่างดีใจและมีความสุข ก่อนที่สติจะเริ่มดับวูบไปโดยมีเสียงเรียกดังอยู่รอบตัว





ห้องพักฟื้น


" เขาจะฟื้นเมื่อไหร่ "


" คงอีกซักพัก "


" อยากเห็นหน้าหมอนี่ตอนอุ้มลูกจะแย่แล้ว "


" นั่นสิ คงจะแปลกตาไม่น้อยเลย " สตีฟยิ้มกับทุกคนแล้วหันไปมองที่ลูกชายตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ที่รถเข็นข้างเตียง โดยมีคนอื่น ๆ ยืนมองความละมุนนั้น โดยไม่ได้สังเกตว่าโทนี่รู้สึกตัวแล้วและกำลังมองอยู่เช่นกัน เมื่อมีเสียงเรียกดังขึ้นทุกคนจึงหันไปมอง


" ลูก " สตีฟรีบขยับรถเข็นลูกมาใกล้ ๆ โทนี่ยื่นมือไปแตะแก้มน้อย ๆ ที่แดงจัดเพราะเส้นเลือดใต้ผิวบาง ๆ ที่กลัวว่าจะแตะแรงไปจะทำให้เจ็บ


" คุณจะอุ้มลูกมั้ย " สตีฟถามเมื่อเห็นอีกคนเหมือนจะอุ้มแต่ก็ไม่ได้ทำ


" ไม่ดีกว่า ฉันคิดว่าตัวเองยังไม่มีแรงพอ " เขาอยากอุ้มลูกใจจะขาดแต่กลัวว่าจะทำเด็กน้อยของเราหล่นเพราะตอนนี้รู้สึกยังเจ็บและไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ สตีฟเห็นแบบนั้นจึงอุ้มลูกไปนั่งที่ข้างเตียงอีกคนแทน ทุกคนยืนมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นตรงหน้า ทั้งคู่ผ่านอดีตทั้งดีและร้ายด้วยกันมามากและควรจะได้อยู่อย่างมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น


  ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์โทนี่สามารถออกจากห้องพักฟื้นกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ ตอนนี้โลกกลับมาสงบสุขเป็นไปตามธรรมชาติและดำเนินชีวิตไปตามปกติ





" ไง พีท " โทนี่ก้มลงอุ้มเด็กน้อยที่เดินเตาะแตะมาหาตัวเองแล้วหอมแก้มซ้ายขวาอย่างหมั่นเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะน้อย ๆ จากเด็กน้อยของพวกเขาสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่มองมาได้มากเลยทีเดียว


" ให้ผมอุ้มดีกว่านะครับ " สตีฟถามเมื่อเห็นโทนี่ยุ่งกับการหยิบนู่นจับนี่อาจทำให้เกิดอันตรายกับทั้งคู่ได้


'แชะ' เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นจนทั้งคู่หันไปมอง


" อยากได้รูปก็บอกกันสิ ฟรายเดย์ " ทุกคนเดินมารวมกันเพื่อถ่ายรูปครอบครัวเก็บไว้ทั้งครอบครัวบาร์ตัน โรดี้ เปปเปอร์ เจ้าหนูปีเตอร์ หมอแปลกกับหว่องและกล่องของขวัญจากวากันด้า อเวนเจอร์จะเป็นครอบครัวที่อยู่อย่างสงบต่อไป









END

###

" อยากมีน้องให้หนูพีทมั้ยครับ "


" ไม่เอาเด็ดขาด พีทพึ่งจะขวบเดียวเองนะ "


" ถ้ามากกว่านี้แสดงว่าได้สิครับ "


" ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย "


" งั้นวันนี้ผมขอเป็นกำลังใจแทนแล้วกันนะครับ "


" อื๊อ สตีฟ ปล่อย อื้มมม "



###
พีทหลับแล้ว ขอเวลาพ่ออยู่กับแม่หน่อยนะครับ เผื่อแม่จะยอมใจอ่อนช่วยพ่อปั๊มน้องให้พีท

ผลงานอื่นๆ ของ I_knoe

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ดารักสา
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 14:12

    ตต่อนะ

    #1
    0