{Yaoi} เก็บเดือน (END)

ตอนที่ 9 : เก็บเดือนครั้งที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    22 ก.ย. 61



ตอนที่ 8








      “เดล ไปอยู่กับไอ้หมอนั่นได้ยังไงอ่ะ” เมื่อขึ้นมาในรถของเมล์ มันก็สอบสวนผมทันทีเลยครับ

 

     “พอดีไปประชุมดาวเดือนด้วยกัน” บอกไปแค่นี้แล้วกัน เพราะดูเหมือนเมล์มันจะเกลียดรุ่นพี่มันมาก

 

     “มันเป็นเดือนเหรอ” เมล์ทำน้ำเสียงเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แต่เอาจริงๆแบบไม่อคตินะครับ ผมว่าพี่มันก็หล่ออยู่นะ (แม้จะน้อยกว่าผมก็ตาม)

 

     “อืมปีสาม”

 

     “คราวหน้าไม่ต้องไปกับมันอีก”

 

     “ดูเมล์ไม่ค่อยชอบพี่เค้าเลยนะ” จริงๆผมก็เกลียดพี่มันครับ แต่เพราะพี่มันเป็นรุ่นพี่ในคณะน้องผมไง ยังไงวันหน้าก็ต้องเจอกัน ทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ ผมไม่อยากให้น้องผมอยู่ในคณะไม่ได้หรอกนะครับ มันต้องมีเพื่อน มีรุ่นพี่บ้าง เพื่อเครือข่ายที่ดีในอนาคตไง

 

     “มันชอบบังคับ”

 

     “บังคับ?”

 

     “ก็เค้าไม่ชอบให้ใครมาบังคับอ่ะ” แหม ทีอย่างนี้มาอ้อน

 

     “แค่เข้าห้องเชียร์เอง ใครๆก็เข้า เดือนเดียวเอง ทนๆหน่อย”

 

     “ถ้ามันไม่เอาเดลมาอ้างนะ เค้าไม่ไปหรอก” ยิ้มเลยครับ น้องผมมันน่ารักจริงๆ เอาจริงๆผมว่าพี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกครับ เพราะจากวันนี้ที่ไปดูมามันก็ไม่ได้รุนแรงอะไร แต่ถ้าเทียบกับคณะคุณหนูอย่างคณะผม มันก็หนักพอสมควรแหละครับ

 

 

 

 

 

 







 

 

 

     วันนี้ผมหยุดครับ

 

     [รีบเลยนะมึง อย่าช้า!! กูรออยู่ข้างล่าง]

 

     แต่กูก็ต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกเข้าจากไอ้เพื่อนเหี้ย ที่โทรมาปลุกเพื่อไปดูน้องปี 1 ทำอะไรซักอย่างที่สนามกีฬากลางตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าดี WTF

 

     ผมจำต้องรีบลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันอย่างด่วน น้ำค่อยกลับมาอาบครับ (อย่าว่าผมสกปรกเลย) แล้วก็ไปทั้งชุดนอนนี่แหละครับ ดีที่เมื่อคืนใส่ชุดบอลนอน

 

     “มึงอาบน้ำเปล่าวะ?” ขึ้นมาในรถ ไอ้ซีนก็ถามขึ้นมาทันที พร้อมเหล่ตามองผมอย่างรังเกียจ

 

     “ชุดกูยังไม่เปลี่ยนเลย” ไม่อายครับ หล่อเซอร์ใครจะทำไม

 

     “สงสารแฟนคลับมึงจริงๆว่ะ ที่มาชอบคนสกปรกซกมกอย่างมึง”

 

     “กูหล่อ” มั่นหน้าครับ  ฮ่ะๆๆๆ

 

     “มีดีแค่นี้แหละมึงน่ะ”

 

     “แล้วนี่จะไปไหนวะ เช้าเว่อร์ มึงรู้มั้ยว่าเมื่อคืนกว่ากูจะได้นอนมันกี่โมง” บ่นไปเซ็งๆเมื่อรถไอ้ซีนขับเข้ามาในเขตมหาลัย

 

     “นัดน้องซ้อมบอลน่ะสิ อีกอาทิตย์กว่าๆจะแข่งแล้วเนี่ย” อ้อ คงเพราะเมื่อวานผมไม่ได้ไปห้องเชียร์ที่คณะตัวเองครับเลยไม่รู้เรื่องอะไร ปกติมหาลัยของเราจะมีกีฬาเฟรซชี่ ซึ่งเป็นกีฬาของพวกเด็กปี 1 จัดขึ้นมาเพื่อสานสัมพันธ์กันทั้งในคณะเดียวกันแล้วก็ต่างคณะครับ เพื่อให้น้องมันปรับตัวสู่การเป็นนักศึกษาเต็มตัวด้วยแหละครับ ซึ่งถึงแม้ผมจะเป็นนักกีฬายูโดของมหาลัย แต่ในคณะผมอยู่ชมรมฟุตบอลครับ จริงๆผมก็ไม่ได้เล่นเก่งอะไรหรอก แต่เพื่อนมันอยู่กันยกแก๊งค์ ผมเลยต้องมาร่วมขบวนการห้าสีกับพวกมัน

 

     “กว่าจะมานะไอ้พวกเวร กูตบยุงรอจนจะหมดสนามแล้วเนี่ย” พอถึงสนามกีฬากลางผมก็เข้าไปสมทบกับเพื่อนและน้องๆปี 1 ที่มากันประปรายทันที หน้าแต่ละคนนี่ไม่ต้องพูดถึง อย่างกับซอมบี้ขาดสารอาหารที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะลืมตาขึ้นมาเลยซักนิด

 

     “ทำไมพวกมึงตื่นเช้าได้วะ” คนอื่นไม่แปลกใจ แต่ไอ้เต้กับไอ้ทอสนี่สิ เมื่อคืนมันเพิ่งโทรมาชวนไปแดกเหล้าอยู่เลย (ผมไม่ได้ไปครับ นั่งเล่นเกมกับเมล์จนเกือบๆตีสองอ่ะ) มีแรงลุกได้ไงวะ

 

     “กูกับไอ้ทอสยังไม่ได้นอนเลยห่า” เป็นไอ้เต้ที่ตอบออกมาพร้อมส่งสายตาเคียดแค้นไปให้ไอ้ซีนที่ยืนข้างๆผม

 

     “ก็ไม่บอกก่อนนะว่าจะนัดซ้อม พวกกูจะได้ไม่ไปกินเหล้า” แม้แต่ไอ้ทอสยังบ่นเลยครับ

 

     “พวกมึงก็ไม่รู้เหรอเรื่องซ้อม”

 

     “เออ มันเพิ่งโทรมาตอนตีห้าเนี่ย เสร็จกิจพอดี กะจะนอนยาว” เต้มันบ่นต่อ

 

     “พวกมึงโดดเอง สมน้ำหน้า” ไอ้ซีนพูดอย่างไม่ยี่หรา พร้อมกับเดินไปเช็คชื่อพวกปี 1 ที่เริ่มมากันเยอะขึ้น

 

     “พวกมึงไม่ได้ไปห้องเชียร์เหรอวะ” ไอ้ทอสกรอกตามองผมอย่างเอือมระอา เอ้า กูก็แค่เช็คให้แน่ใจมั้ย งั้นแปลว่าเมื่อวานไอ้ซีนก็ไปห้องเชียร์เพื่อรับสมัครน้องเข้าชมรมฟุตบอลคนเดียวสินะ สมควรละที่มันจะแกล้งพวกผมขนาดนี้ครับ

 

     “ปีที่แล้วก็ไม่เห็นเอาจริงขนาดนี้”

 

     “เออจริง” ผมเห็นด้วยกับไอ้เต้ครับ ไม่เข้าใจไอ้ซีนเลยว่ามันจะจริงจังเพื่ออะไร ยังไงๆคณะเราแม่งก็ไม่เคยเข้าถึงรอบลึกๆเลยซักกะปี ปีผมนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ แพ้ตั้งแต่รอบแรกเลย

 

     “อย่าพูดมากเลย ไปช่วยแม่งเถอะ” เป็นไอ้ทอสที่มาเบรกความสงสัยนี้ครับ แล้วยังดันตัวผมกับไอ้เต้ให้เดินไปหาพวกปี 1 ที่กำลังเตรียมพร้อมวิ่งรอบสนามฟุตบอลเพื่อวอร์มร่างกายอีก

 

     ไอ้ห่า มันบังคับให้กูวิ่งกับน้องทั้งๆที่กูลากแตะมาครับ WTF

 

 

 

 

 





 

     “แฮกๆๆ” วิ่งไปได้แค่รอบเดียวก็รู้สึกหอบจนแทบจะหายใจไม่ทัน คงเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังแถมเมื่อคืนยังนอนดึกอีก กูไม่ล้มไปกองกับพื้นก็ดีแค่ไหนแล้ววะ ด้วยสปิริตอันแรงกล้าหรือทิฐิที่ไม่ยอมเสียหน้าก็ไม่รู้สินะ ทำให้ผมต้องฝืนลากแตะวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ

 

     “เฮ้ย พี่เดล/ไอ้เดล” สะดุดครับ จู่ๆเท้าทั้งสองข้างมันก็เกิดรักใคร่นัวเนียกันขึ้นมา หลับตาเตรียมรับชะตากรรมแต่โดยดี คือส่วนไหนจะเป็นอะไรกูไม่ว่า แต่ขอเซฟหน้าไว้ก่อนครับ

 

     “อึก” ผมกลับแต่แปลกที่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยครับ งงจนต้องลืมตาขึ้นมาดู

 

     “เฮ้ย มึง” อึ้งไปแป๊บนึงเลยครับ ที่ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเพราะตอนนี้ผมล้มไปทับไอ้เด็กเดือนนิติที่ไม่รู้มันคิดยังไงถึงเอาตัวมันมาเป็นเบาะรองรับร่างของผมไว้

 

     “พี่เดลเป็นอะไรมั้ยครับ” แทนที่มันจะห่วงตัวเอง ยังมีหน้ามาห่วงผมอีก

 

     “ไม่เป็นไร มะ มึงอ่ะ” รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาแปลกๆ เมื่อตอนนี้ใบหน้าผมกับไอ้เด็กเฟิร์สอยู่ห่างกันถึงหนึ่งเซน

 

     “เดล มึงเป็นไรมั้ยวะ” เสียงไอ้เต้ดังมาแต่ไกลเลยครับ เรียกสติให้ผมรู้ตัวว่าตอนนี้เราสองคนอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมซะเหลือเกิน

 

     “อ่ะเออ” น้องมันแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมานิดนึงครับเมื่อผมรีบผละออกมาจากตัวมัน ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันที  รู้ครับว่าตัวผมไม่ได้บอบบางเป็นสาวน้อยวัยกระเต๊าะ ผู้ชายสูง 180 นะครับ

 

     “ลุกไหวมั้ย/มาเดี๋ยวพวกกูช่วย” เอ่ยถามเดือนนิติไปแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร พวกเพื่อนผมที่วิ่งมาก็ช่วยพยุงเฟิร์สลุกขึ้น ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะเจ็บอะไรมากมาย

 

     “อะ เอ่อ ขะ ขอบใจมึงมากนะ” จู่ๆคนที่ใจกล้าหน้าด้านแบบผมก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมาดื้อๆครับ

 

     “ทีหลังก็ระวังด้วยนะครับ มาวิ่งแต่ใส่รองเท้าแตะได้ยังไง ^^” เด็กมันดุผมทั้งๆที่ยิ้มได้ยังไงวะครับ แล้วกูเนี่ย ทำไมต้องรู้สึกเขินด้วยวะสัด

 

     “อ่ะ เออ ขอโทษแล้วกัน” แล้วกูไปขอโทษมันทำไม

 

     “แค่พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ” มันพูดขึ้นแถมยังเอามือมาลูบหัวผมอีกครับ

 

     “ละ ลามปามนะมึง” แต่แปลกที่ผมกลับไม่ได้โกรธมันอย่างที่ควรจะเป็น เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นกับผมวะ

 

     “หยุดสร้างโลกส่วนตัวสีชมพูของพวกมึงซักที คนมองกันทั้งสนามแล้วนะเว้ย” ไอ้ซีนตะโกนมาจากข้างสนาม ทำให้ผมเพิ่งรับรู้ว่าตอนนี้เราอยู่กันที่สนามกีฬากลางของมหาลัย แล้วก็มีผู้คนหลากหลายคณะมาซ้อมเหมือนกันกับคณะผมครับ แต่ว่าไอ้ซีน มึงตะโกนดังขนาดนั้นจากที่คนสนใจมากอยู่แล้วยิ่งหันมามองเป็นตาเดียวเลยไอ้ห่า  

 

     “ไปจีบกันที่อื่นไป ขวางคนอื่นเค้าจะวิ่ง” ไอ้ทอสพูดจบก็เดินไปที่แสตนด์เชียร์ข้างสนามที่มีพวกน้องๆชมรมฟุตบอลของคณะผมนั่งพักกันอยู่ครับ

 

     “อ่ะ เอ่อ เดินไหวมั้ย” เห็นมันเอามือกุมท้องครับเลยถามออกไปซักหน่อย

 

     “ไม่ไหวครับ” เมื่อมันพูดแบบนั้นผมก็เลยต้องยอมให้มันพาดแขนที่ไหล่ผม แล้วช่วยพยุงมันเดินออกมา

 

     “หนักมั้ยครับ” มันถามซื่อๆ แล้วเอื้อมมืออีกข้างมาเกี่ยวไหล่ผมเอาไว้ ท่าทางมันในตอนนี้เหมือนกับกอดผมไว้กลายๆเลยครับ ท่าทางเหมือนไม่มีแรงเดินแม้แต่น้อยนิด

 

     “ทิ้งน้ำหนักมึงมาขนาดนี้ คิดว่าตัวเองเป็นสาวน้อยร่างบอบบางรึไงสัด” กว่าจะลากมันมาถึงข้างสนามทำเอาผมหอบอีกรอบ

 

     “พี่ตัวเล็กกว่าที่คิดนะครับ” อะไรที่จู่ๆมันก็เปลี่ยนประเด็นครับ แถมมือที่โอบไหล่ผมอยู่ยังลูบๆคลำๆลงมาแถวๆเอวแล้วไอ้ห่า

 

     “ไปห่างๆกูเลยสัด” สะบัดตัวอย่างแรงไม่สนว่ามันกำลังเจ็บอยู่เลยครับ เผลอไม่ได้ลวนลามกูตลอด

 

     “รุนแรงจังเลย ผมเจ็บอยู่นะครับ^^

 

     “คนเจ็บจริงๆเขาไม่พูดไปยิ้มไปอย่างมึงหรอก ไอ้เด็กขี้โกหก”

 

     “ว้า มีคนรู้ทันซะแล้ว แย่จัง” มันทำท่าทางเสียดาย แบบดูปลอมสุดๆ

 

     “...”

 

     “...” เกิดเดดแอร์ซะงั้น

 

     “แล้วนี่มึงมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ” ไม่ได้อยากรู้จริงๆนะสาบาน แต่เงียบแล้วมันขัดเขินแปลกๆ เหี้ย กูต้องบ้าไม่แล้วแน่ๆ

 

     “รุ่นพี่ชมรมเรียกซ้อมครับ เพราะอาทิตย์หน้าก็จะเริ่มแข่งกันแล้ว” มันตอบแล้วพยักหน้าไปทางแสตนด์เชียร์อีกฝั่งที่ผมเห็นพวกนักบอลปี 2 คณะนิติยืนอยู่ พอจำได้ครับ ปีที่แล้วเคยแข่งกับพวกนิติตอนรอบแรก แล้วมันก็ชนะไปด้วยสกอร์ 4-0 แบบใสใสครับ ใสพ่อง ขากูเดี้ยงจนต้องหามส่งโรงบาลไอ้สัด

 

     “มึงอยู่ฟุตบอลเหรอ” ไม่ได้จะดูถูกนะครับ แต่หน้ากับผิวพรรณที่ขาววิ๊งค์ๆอย่างกับลูกคนหนูของมันทำเอาเชื่อไม่ลงเลยว่าเล่นฟุตบอลตากแดดตากลมกับเขาได้

 

     “ครับ ^^” ยิ้มสยองสัด

 

     “งั้นมึงไปซ้อมเหอะ อย่าเป็นตัวถ่วงของเพื่อนล่ะ” ไล่มันเสร็จผมก็เดินไปสมทบกับเพื่อนครับ

 

     “นัดแรกแข่งกับรัฐศาสตร์นะครับ อย่างลืมมาเชียร์ผมด้วยนะ” เชี่ยย มึงจะตะโกนทำซากอะไรคนหันมามองกันทั้งสนามแล้วมั้ยสัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     “แหมๆ เพื่อนกูฮอตนะครับ” มาถึงไอ้เต้ก็แซวขึ้นมาทันทีเลยครับ

 

     “ฮอตห่าอะไร ไร้สาระ” บ่นกลบเกลื่อนแล้วแย่งขวดน้ำที่ไอ้ซีนกับกำลังจะแดกมาเฉยเลยครับ

 

     “ไอ้ห่า น้ำกู” ยกขึ้นดื่มโชว์เลยครับ แถมอมปากขวดแม่ม

 

     “อ่ะ กูคืน” ยิ้มยียวนแล้วส่งขวดคืนมันครับ ฮ่ะๆๆ ดูมันทำหน้า

 

     “ไอ้เชี่ยเดล ไอ้ซกมก ยี้” แหม ไม่ต้องรังเกียจกูขนาดนั้นก็ได้เปล่า

 

     “ฮ่ะๆๆๆ”

 

     “กูไปเอาขวดใหม่ก็ได้ไอ้สัด” พูดจบไอ้ซีนก็เดินหนีไปเลยครับ

 

     “เพิ่งรู้ว่ามึงสนิทกับไอ้เด็กนั่นขนาดนี้” แล้วประโยคของไอ้ทอสก็ทำเอาพวกผมกลับเข้ามาในประเด็นแรกครับ ไอ้เชี่ย กูอุตส่าห์จะเนียนๆแล้วมั้ย

 

     “ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพิ่งเจอกันที่กองประกวดเมื่อวันก่อนเอง”

 

     “แล้วมึงก็ไปที่ห้องมัน ไปกินชาบูด้วยกัน แล้วมันก็ไปส่งมึงที่คอนโด?” ไอ้ทอส มึงจะขยี้กูทำไม กูไปทำเวรทำกรรมอะไรให้มึงไม่ทราบ

 

     “ก็กูไม่มีรถไง เลยให้มันไปส่ง”

 

     “เหรออ ปกติมึงก็เรียกให้กูไปรับตลอดนี่” ไม่รู้ไอ้ซีนเดินกลับมาเมื่อไรครับ แต่มึงไม่พูดก็ไม่ได้มีใครว่าป่ะวะ

 

     “แล้วเมื่อวานมึงไปไหนมา” เต้ มึงก็เอากับเค้าด้วยเหรอวะ

 

     “ก็ประชุมดาวเดือนไง” แอบกลืนน้ำลายเลยครับเมื่อเห็นสายตาจับผิดของเพื่อนทั้งสามคน

 

     “ประชุมดาวเดือนนี่เค้าต้องป้อนไอติมกันด้วยเหรอวะ” ไอ้ซีนขยี้ต่อ

 

     “ก็เกมไง เก็บเดือนๆ” สาบานว่าผมไม่ได้แถนะครับ ในใจผมท่องคำนี้ตลอด

 

     “เหรอออ” มึงไม่ต้องทำเสียงตอแหลขนาดนั้นก็ได้ไอ้เต้

 

     “ถ้ามึงคิดว่ามันเป็นเกมก็ดี” ไอ้ทอสพูดเสียงเข้มแล้วสบตาผมอย่างสื่อความหมาย

 

     “เกมก็คือเกมสิวะ คิดมาก พวกมึงก็รู้ว่ากูไม่ได้ชอบผู้ชาย” จริงจังทำไม ในเมื่อผลลัพธ์มันก็รู้ๆกันอยู่ 


     ขอให้มันจริงเหอะ


     พวกมึงเตรียมตัวมาเป็นเบ้กูได้เลยครับ ฮ่ะๆๆๆ 



























21/7/61

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #10 คุณหลอกดาว! (@norinamfon188) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 01:39
    เดะๆน้องจะโดนคริคริ
    #10
    0