{Yaoi} เก็บเดือน (END)

ตอนที่ 29 : เก็บเดือนครั้งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    16 ต.ค. 61

 

เก็บเดือนครั้งสุดท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

     หลังจากที่ผมกับพี่เดลต้าคบกันวันนั้นนี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วครับ นานจนผมจะเรียนจบปีสองแล้วเนี่ย ช่วงนี้อยู่ในช่วงสอบไฟนอลที่จะเหมือนไฟนรกเข้าไปทุกที เร่งอ่านหนังสือลืมวันลืมคืน วิชาคณะผมแม้ส่วนใหญ่จะเป็นท่องจำและความเข้าใจมากกว่าแต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สังเกตจากเกรดนิยมที่ผ่านๆมา แมวหมามาเต็มให้ชีวิตต้องลำบากเพราะประเทศเรากำลังจะได้เสียภาษีสัตว์เลี้ยงกัน (ผิด) แต่ก็นั่นแหละครับ บอกเลยว่าช่วงนี้ชีวิตมันเหี้ยได้ใจ

 

     “พรุ่งนี้ไปตักบาตรกัน” ขณะที่กำลังตั้งหน้าตั้งตายัดความรู้ที่เรียนมาครึ่งเทอมในเวลาแค่สามวันให้เข้าสมองแต่ก็มีเสียงสวรรค์จากเจ้าของห้องที่ผมมาสถิตอยู่ดังขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ พี่เดลต้าเจ้าเก่าเจ้าเดิมเพิ่มเติมคือใส่แว่นตาหนาเตอะแต่แว่นหนาแค่ไหนก็ไม่สามารถกลบรัศมีความหล่อของพ่อคุณท่านได้เลย

 

     “ไม่เอา ขี้เกียจตื่นเช้า” คืนนี้กะจะโต้รุ่งซะหน่อยเพราะมีสอบเย็น แต่คนที่เตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างหนักอย่างพี่เดลต้าดันมาชวนไปตักบาตรเนี่ยนะ

 

     “ไปแป๊บเดียวเอง แล้วกลับมานอน” เซ้าซี้ไม่เลิกครับ

 

     “มาใจบุญสุนทานอะไรตอนนี้วะครับ”

 

     “ก็เผื่อว่าบุญจะส่งผลให้มึงได้เกรดดีๆกับเขาบ้างไง” อ่าว พูดงี้ก็สวยสิ

 

     “เกรด D กูไม่เอาครับพี่ พูดงี้มาต่อยกับกูมั้ย?

 

     “กวนนะมึงน่ะ” พี่มันยกมือผลักหัวผมเบาๆ?ให้ได้เซไปเกือบกระแทกโซฟาทีเดียว แรงควายอะไรวะเนี่ย

 

     “โถถ เล่นมุขบ้างชีวิตตอนนี้แม่งเชี่ยอ่ะพี่”

 

     “ก็ไปตักบาตรกับกูสิ” ยังไม่เลิกอีก

 

     “ขนาดนี้แล้วบุญมันเข้าไม่ถึงผมร็อก”

 

     “งั้นพรุ่งนี้กูปลุกหกโมงเช้านะพระมาเจ็ดโมงกูซื้อของตักบาตรเตรียมไว้แล้ว” ไม่ต้องให้ผมเถียงนานพี่มันก็จัดการพูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วเดินกลับไปที่ห้องนอนอย่างไวไม่ให้ผมได้โต้แย้งเลยครับ ก็ได้แต่นั่งงงอยู่ที่โต๊ะตัวเตี้ยหน้าทีวีที่ใช้เป็นที่อ่านหนังสือในค่ำคืนนี้

 

     “แฟนใครวะโคตรเผด็จการ!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








     “กิ๊วๆ เดือนของเราพกเมียมาทำบุญด้วยเว้ย” มาถึงผมก็โดนไอ้พี่ไม้ทีแซวเลยครับ ได้แต่มองตอบไปอย่างเซ็งๆปนอึนเพราะเพิ่งได้นอนไปแค่ 3 ชั่วโมง

 

     “เป็นไงมึงเมื่อคืนจัดหนักเหรอ?” ไอ้พี่แมทที่เหมือนจะหวังดีกับผมเดินเข้ามาตบบ่าปุๆแล้วถามออกมา แล้วคำถามนี่โคตรเหี้ยเสมอต้นเสมอปลายอ่ะ

 

     “เออ ได้นอนเกือบตีสี่” ไม่ตอบก็ไม่มีใครว่าพี่มึงเป็นใบ้นะเว้ย คำตอบของเดือนปี 3 ทำเอาชาววิศวะโห่แซวกันเป็นแถบ สงสัยแล้วใช่มั้ยครับว่าตอนนี้เราอยู่ไหน จะบอกให้ว่าผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าคณะวิศวะเค้าจะมีกิจกรรมสร้างสรรค์ขนาดนี้ในช่วงสอบคือการตักบาตรแอปเปิลกับปล่อยปลา พูดง่ายๆเลยก็คือการตัก A ปล่อย F นั่นแหละครับ พี่มันบอกว่าจะจัดขึ้นก่อนสอบเทอมละ 2 ครั้ง อย่าถามว่า 1 ปีที่ผ่านมาทำไมผมไม่รู้ บอกเลยว่าผมเป็นลูกชายอพอลโลครับ ถ้าพระอาทิตย์ไม่ขึ้นนี่อย่าหวังจะได้เจอผมในมหาวิทยาลัย

 

     “จัดหนักขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” มันยังไม่เลิกอีก

 

     “เออ จัดหนักมึงเนี่ยถ้ายังไม่เลิกจัญไร” ยกนิ้วให้กับไอ้พี่เดลต้าสองนิ้วเลยครับ เห็นพี่มันเป็นแบบนี้แต่อยากบอกว่าพี่มันเป็นคนที่เรียนเก่งโคตรๆ ระดับหัวกะทิของคณะว่าที่เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ถึงบอกว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจไง อย่างที่พี่มันชอบผมมานานนั่นก็เช่นกัน เห็นด่าเอาๆแต่บทจะหวานก็หวานงี้ อุ๊ยคิดแล้วก็เขิน (อ่า อย่าเพิ่งด่ากันนะครับรู้แล้วว่าผิดประเด็น)

 

     “เล่นนิดเล่นหน่อยทำเป็นหวง” โอ้ย อยากบอกว่าพี่มันไม่ได้หวงกูครับ เพราะเราไม่ได้มีอะไรกันมาซักพักใหญ่ๆแล้ว เอาจริงๆก็เกือบเดือนอ่ะ เพราะพี่มันอ่านหนังสือหนักจริง

 

     “เออ หวงมาก

 

     ถือว่าจบประเด็นเรื่องนี้ไปตอนที่พระท่านมาพอดี เพราะเราตักบาตรเสร็จพี่มันก็ไม่ลืมที่จะพาผมไปที่อ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยแล้วปล่อยปลาตามจำนวนวิชาที่ผมลงเรียน เห็นพี่มันเรียนวิศวะแบบนั้นนึกว่าจะหยาบแต่ที่ไหนได้ใส่ใจผมยิ่งกว่าอะไรซะอีก จริงๆผมไม่เคยนับด้วยซ้ำว่าลงเรียนกี่วิชา จำได้แค่ว่ามีวิชาอะไรบ้างแค่นั้น

 

     “ทำอะไรต่อ” หลังจากปล่อยปลาเราก็เดินมาที่รถตามเดิม แล้วพี่มันก็หันมาถามคำถามที่ผมทำหน้าเอือมใส่

 

     “กลับไปนอนสิครับ รออะไร” ง่วงจนตาจะปิดแล้วเนี่ย

 

     “ไม่กินข้าวเหรอ?

 

     “ไม่กิน เดี๋ยวจุก” คนจะนอนจะให้กินทำแป๊ะอะไร

 

     “แต่กูหิว” จ้า เชิญเลยจ้า แล้วมาถามกูเพื่ออะไรไม่ทราบ สรุปผมก็ถูกพี่มันลากมาสิงอยู่ร้านโจ๊กหน้าหม้อเจ้าเก่าเจ้าเดิม มองพี่มันที่สั่งพิเศษไม่พอแต่ยังเบิ้ลตั้งสองชามอีก ว็อทท ไปตายอดตายอยากมาจากไหนเนี่ย เมื่อวานผมก็ทำกับข้าวให้กินอยู่นะ

 

     “ทำไมพี่สั่งมาเยอะจัง”

 

     “ก็หิว งำๆ” ตอบแล้วตักโจ๊กขึ้นกินอย่างหิวโหย เรียกว่าสูบเลยเถอะถ้าจะขนาดนี้

 

     “เมื่อวานก็กินข้าวเย็นแล้วนิ” เมื่อวานอุตส่าห์โชว์ฝีมือทำข้าวไข่เจียวให้กินครับเพราะผมออกไปติวกับเพื่อนกลับมาแล้วพบว่าพี่มันยังไม่ได้กินข้าว

 

     “เอ่อ มันย่อยเร็ว” หลบตาดูมีพิรุธสุดๆ

 

     “ข้าวตั้งเยอะเลยนะ”

 

     “เอ่อ”

 

     “มีอะไรก็พูดมาดิพี่ อ้ำอึ้งทำไม” เริ่มรำคาญแล้วเนี่ย

 

     “ก็มันไม่อร่อย”

 

     “...” ซ็อคเลยกู เมื่อวานจำได้ว่าทำสุดฝีมือเลยนะเว้ย แถมหุงข้าวเองอีกต่างหาก

 

     “ไข่เจียวข้างในดิบข้างนอกไหม้ แถมยังโคตรเค็มอีกต่างหาก” ได้ทีบ่นใหญ่เลยนะพี่มึง ผมได้แต่กัดฟังกรอด ใจเย็นไว้ๆโมเดล

 

     “ข้าวก็แข็งแถมบางหย่อมก็ไม่สุกอีก บอกตามตรงว่าให้หมามันยังไม่แดกเลย” รักษาน้ำใจกูเหี้ยๆเลยครับ ซาบซึ้งน้ำตาจะไหล

 

     “งั้นคราวหน้าอย่าหวังว่ากูจะทำให้กินอีกเลย ไอ้พี่เหี้ย!!” วิจารณ์ขนาดนี้มึงนึกว่าเป็นหมึกแดงอยู่รึไงวะ พี่มันเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตาอ่านยาก มันมีประกายบางอย่างในนั่น หึ รู้สึกผิดล่ะสิ รู้แล้วใช่มั้ยว่ากว่ากูจะทำอาหารให้มึงกินได้มันยากขนาดไหน ถือว่าเป็นบุญเลยนะได้กินอาหารฝีมือผม

 

     “ขอบใจมึงมากเลยโมเดล”

 

     เชี่ยยยยยย

 




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     “เย้ๆ สอบเสร็จแล้ว”

 

     เปิดประตูเข้าห้องพี่เดลต้าไปก็ตะโกนอย่างสุดเสียง ไม่สนว่าพี่มันจะนอนหลับอุตุซุกผ้าห่มอยู่ก็ตาม

 

     “เย้ๆ” กระโดดไปที่เตียงพี่มันแล้วขย่มอย่างมีความสุขเมื่อแฟนตัวเองไม่คิดจะตื่นขึ้นมายินดีกับผมเลยแม้แต่น้อย รู้แหละว่าพี่มันแทบไม่ได้นอนมาหลายคืนแต่ก็สอบเสร็จก่อนผมตั้ง 1 วัน

 

     “หยุดขย่มเตียงซักทีก่อนที่กูจะทนไม่ไหวแล้วขย่มมึงแทน” หยุดอย่างไวเลยครับเมื่อได้ยินอย่างนั้น เห็นผมหื่นแบบนี้ก็ใช่ว่าจะรับไหวนะครับ แทบไม่ได้นอนมาหลายวันเรี่ยวแรงไม่มีแถมไม่มีอะไรกันมาเป็นเดือนมันต้องเข้ายากจนผมเจ็บแน่ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างว่านี่ขอห่างๆไปซักพักแล้วกัน

 

     “โธ่ นิดหน่อยเอง” บ่นอุบไปแล้วลงไปนอนข้างๆพี่มันที่หลับตาพริ้มให้ผมได้สำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่ช่วงนี้เซอร์จัด มีหนวดเคราขึ้นหยอมแหยมให้จั๊กจี้เล่น ได้แต่เอานิ้วไปสะกิดหนวดแข็งๆเล่น

 

     “กวนจังเลยนะ” พี่มันคงทนไม่ไหวเลยต้องลืมตาขึ้นมามองผม แววตาไม่ได้มีแววหงุดหงิดเท่าไร ถือว่าเป็นข้อดีอีกข้อของพี่เดลต้าครับ เพราะถ้าผมไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรงพี่มันจะไม่เคยโกรธผมซักครั้ง บางทีปากด่าแต่แววตาอาจจะอารมณ์ดีสุดๆก็มี บอกเลยว่าถ้าจะดูอารมณ์พี่มันให้ดูที่หน้าครับ อย่าเชื่อแค่คำพูดเด็ดขาด เพราะพี่เดลต้ามันปากร้ายใจดี

 

     “ฮ่ะๆ พี่มีหนวดแบบนี้ดูดิบเถื่อนขึ้นเลย”

 

     “แล้วชอบมั้ยล่ะ?” ใจโคตรบางอ่ะเจอคำถามนี้

 

     “ชอบ” แต่คบกันนานขนาดนี้ไม่มีเขินอายกันแล้วครับ ชอบก็บอกว่าชอบเซ่ จะหลบหลีกไปก็ใช่ว่าจะดีต่อความสัมพันธ์ ตอนนี้เราคบกันแบบที่ต้องใช้ความเข้าใจอย่างหนักเลยครับ ไม่อยากจะคบๆเลิกๆแล้ว อยากจริงจังกับเค้าบ้าง

 

     “หึๆ มึงนี่น่ารักนะ” แม้จะไม่ค่อยชอบกับคำชมเท่าไรแต่ก็ขอรับไว้แล้วกัน ได้แต่เบี่ยงตัวหลบจมูกโด่งที่จะยื่นมาจนมันเฉี่ยวผิวแก้มไปแค่นิดเดียว พี่มันทำหน้าไม่สบอารมณ์นิดๆ

 

     “ฉวยโอกาสตลอด”

 

     “มอร์นิ่งคิสไง”

 

     “มอร์นิ่งบ้าบออะไรพี่ นี่บ่ายแล้ว” บอกเลยว่าไม่มีเคลิ้มครับ ผมนี่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปสอบในขณะที่พี่มันนอนหลับสบายบนเตียงอุ่นๆ แบบนี้มันชวนให้เซ็งสุดๆ

 

     “โอเคๆ แล้วเย็นนี้ไปฉลองที่ไหนมั้ย?” เป็นธรรมเนียมที่เวลาสอบเสร็จก็จะต้องมีฉลองกันเล็กๆน้อยๆ แต่พอดีว่าพ่อแม่ผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศพอดีเลยโดนเรียกตัวกลับบ้าน ปฏิเสธไม่ได้ด้วยครับเพราะเมล์มันตอบตกลงไปแล้ว ถ้าลูกชายคนโตอย่างผมไม่ไปนี่อาจจะถูกตัดออกจากกองมรดกได้

 

     “เอ่อพี่เดลต้า วันนี้ผมต้องกลับบ้านอ่ะ พี่ไปฉลองกับเพื่อนก็ได้นะ” ถือว่าให้หนูได้ร่าเริงบ้างแล้วกัน เพราะหลังจากคบกันพี่มันก็หนีบผมไปด้วยตลอด เพื่อนพี่มันแซวจนเบื่อที่จะแซวไปแล้ว

 

     “มึงจะกลับกี่โมง” เสียงหงอยเลยครับ ปกติเราตัวติดกันตลอดไงยกเว้นเวลาเรียน พี่มันคงมีเหงาแหละ

 

     “เดี๋ยวซักสี่โมงก็ไปแล้วพี่ ว่าจะงีบก่อน”

 

     “งั้นเดี๋ยวกูไปส่ง”

 

     “เฮ้ย ไม่ต้อง ผมขับรถไปเองได้” ปฏิเสธทันควัน เพราะบ้านผมอยู่ชานเมืองไงขับรถไปก็ไกลอยู่ จะให้พี่มันลำบากขับไปๆกลับๆได้ไงทั้งๆที่ผมก็ขับรถเป็น

 

     “อย่าปฏิเสธ กูไปส่งเอง”

 

     เฮ้อ มีแฟนเผด็จการก็แบบนี้ตลอด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

     “เลี้ยวข้างหน้าเลยครับ” บอกทางพี่มันเป็นพักๆเมื่อรถเคลื่อนเข้ามาในหมู่บ้าน แล้วเลี้ยวเข้าซอยในสุดที่มีบ้านของผมเพียงหลังเดียวตั้งตระง่าอยู่

 

     “นี่บ้านมึงเหรอ?

 

ปริ๊นๆ

 

     “เฮ้ยพี่ ไม่ต้องเข้าไปส่งผมข้างในก็ได้!” บอกพี่มันไม่ทันเพราะเล่นกดแตรซะเสียงดัง ประตูอัตโนมัติถูกเปิดออกให้รถพี่มันขับเข้าไปในตัวบ้านที่อยู่ค่อนข้างไกลจากประตู ถ้าให้เดินไปนี่บอกเลยว่ามีลิ้นห้อยครับ

 

     “นั่นมันรถพี่นัทนี่” จอดที่หน้าบ้านยังไม่ทันดับรถพี่เดลต้าก็มองไปที่ลานจอดรถที่มีรถคันสีดำที่ผมไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไรจอดอยู่ แต่พี่มันดันเอ่ยชื่อเจ้าของได้ซะงั้น

 

     “หือ หรือว่าเมล์มันจะพาแฟนมาเปิดตัวกับพ่อแม่” บอกเลยว่าแค่พึมพำเบาๆ

 

     “งั้นกูก็ควรเปิดตัวกับพ่อแม่มึงเหมือนกัน” ไม่ทันที่จะประมวลผลพี่มันก็เปิดประตูรถเดินออกไปแล้วครับ เชี่ย ทำอะไรไม่เคยจะปรึกษากูเลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 












 

 

     “น้องเดลลล อ้าว” เสียงหวานเรียกขึ้นมาเสียงดังแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะพบเจอกับคนที่ไม่รู้จัก ผมรีบเดินเข้าไปข้างในบ้านเมื่อได้ยินแม่เรียกชื่อตัวเอง

 

     “สวัสดีครับแม่” วิ่งไปสวมกอดแม่เบี่ยงเบนความสนใจให้ไม่สงสัยในตัวพี่เดลต้าที่จู่ๆก็โผล่พรวดมาในบ้านของคนอื่น

 

     “น้องเดลสุดหล่อของแม่มาแล้ว ไม่เจอกันนานลูกแม่ก็ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะครับ” อย่าแปลกใจที่แม่ผมอวยขนาดนี้ บอกเลยว่าที่ผมหลงตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้ก็เกิดจากคนในครอบครัวนี่แหละครับ กรอกหูเช้าเย็นถึงความหล่อของตัวเองเนี่ย แม่ผมเป็นพวกบ้าโอปป้าครับ เจอคนหล่อเป็นไม่ได้ชอบเกาะแกะ

 

     “แล้วคนนี้ใครนะ หล่อมากกกก”

 

     “อ่ะ เอ่อ” จะบอกยังไงดีวะว่าพี่เดลต้าเป็นแฟน แม้ว่าพ่อแม่ผมจะเป็นคนหัวสมัยใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะรับเรื่องแบบนี้ได้ซะเมื่อไรล่ะครับ ผู้ชายกับผู้ชายมันยากที่จะมีคนเข้าใจ

 

     “สวัสดีครับ ผมเดลต้าครับ” แต่พี่มันดันแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ “เป็นแฟนโมเดล” แถมพี่มันยังบอกสถานะอีกครับ

 

     “กรี๊ดดดดดด”

 

     “แม่ครับเป็นอะไร/คุณเกิดอะไรขึ้น” เมล์กับพ่อวิ่งออกมาอย่างตกใจเมื่อผู้หญิงคนเดียวในบ้านจู่ๆก็กรี๊ดขึ้นมาเสียงดัง

 

     “คุณคะ” แม่เกาะแขนพ่อเอาไว้ส่วนมืออีกข้างหนึ่งยังทาบไว้ที่หน้าอก

 

     “หืม?” ได้แต่มองพ่อกับแม่อย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าแม่ซ็อคแค่ไหนที่จู่ๆพี่เดลต้าก็แนะนำตัวแบบนั้น ขนาดผมยังตั้งตัวไม่ทันเลย ส่วนเจ้าตัวนะยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีสุดๆ

 

     “พี่พามันมาทำไมเนี่ย”

 

     “เมล์ เรียกพี่เดลต้าดีๆ” ผมปรามน้องชายเสียงเข้ม

 

     “มีอะไรกันเหรอครับ?” จู่ๆพี่นัทก็เข้ามาร่วมด้วยอีกคน เป็นอันครบองค์

 

 

 

 

 













 

 

 

 

 

 

     สรุปว่าลูกชายแม่ 2 คนมีแฟนเป็นผู้ชายหมดเลย” หลังจากที่เงียบไปนานคนที่ได้สติก่อนก็คือผู้หญิงคนเดียวในบ้านที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆพ่อบนโต๊ะกินข้าวที่มีอาหารหน้าตาน่ากินมากมายเรียงรายอยู่ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองเห็นปลาหมึกผัดไข่เค็มของโปรดที่วางอยู่ตรงหน้า

 

     เหมือนคำพูดของมารดาจะไม่ใช่ประโยคคำถามยังไงก็ไม่รู้ครับ เพราะเล่นมองพี่เดลต้าตาพราวเลย แหล่มองพี่นัทที่วันนี้ตัดผมเรียบร้อยแถมโกนหนวดโกนเครามาซะน่ารักด้วย “แถมหล่ออีกต่างหาก

 

     อ่ะ เอ่อ คือว่า

 

     ไม่ต้องพูดอะไรนะน้องเดล แม่รับได้จ้า” ได้แต่หันไปสบตากับพี่มันที่ยิ้มหว่านเสน่ห์ให้แม่ผู้นิยมชมชอบผู้ชายหล่อ นี่ทั้งบ้านก็หล่อทุกคนอ่ะ จะไปชื่นชมคนอื่นทำไม (พาล

 

     จะไม่ห้ามหน่อยเหรอครับ?” ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ มองไปที่บิดาที่นั่งเอาหนังสือพิมพ์มาอ่านรอพวกเราคุยกันอย่างสบายใจ 

 

     แล้วเดลต้าเรียนอะไรน่ะลูก?” แม่ก็ยังสัมภาษณ์ต่อ ได้ยินเมล์บอกว่าเมื่อกี้พาพี่นัทมาแม่ก็ซักจนพอใจแล้ว แต่พี่เดลต้าคงพิเศษหน่อย เพราะนี่มันสเป็คแม่ชัดๆ

 

     วิศวะเครื่องกลครับ” พี่มันก็ตอบสุภาพกลับไป แล้วเหมือนจะรู้ว่าแม่ผมชอบนะ เพราะพี่มันยิ้มแบบโคตรหล่อส่งไปให้ไม่ขาดสายเลย หมั่นไส้

 

     ต๊าย งั้นก็มาช่วยบริษัทคุณพ่อได้เลยสิจ๊ะ ดีจังเลย” 

 

     ฮ่ะๆ ด้วยความยินดีครับ

 

     แม่ ผมก็เรียนวิศวะเครื่องกลนะ ไม่ต้องพึ่งมันหรอก” เหมือนแม่ยาย?กับลูกเขยจะไปกันได้ด้วยดี แต่กับไอ้เมล์เนี่ยคงยาก

 

     เมล์ใครสั่งใครสอนให้เรียกพี่เค้าแบบนั้น” แม่ออกโรงปกป้องเลยครับ เมล์หน้าหงิกเลย น่าสงสารจริงๆอดีตลูกรักของแม่ ^^

 

     ก็มันเคยแกล้งเมล์อ่ะ

 

     ถ้าพี่เดลเรียกพี่นัทว่ามันบ้างลูกจะยอมมั้ย?” เงียบไปเลยเมื่อเจอหมัดฮุคของคุณแม่คนสวย

 

     เอาล่ะๆ เคลียร์กันได้แล้วเนาะ?” พอบรรยากาศเริ่มดีขึ้นบิดาที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้น แล้วให้สัญญาณพี่เมดตักข้าวใส่จานให้ ดูท่าจะรอเวลานี้มานานครับ พ่อผมไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้เท่าไรหรอกตามประสาคนถูกเลี้ยงมาแบบฝรั่ง

 

     งั้นวันนี้ก็ถือว่าลูกๆพาลูกเขยลูกสะใภ้มาเปิดตัวละกัน ยังไงก็ทานข้าวกันเถอะ พ่อหิวแล้ว” ไม่พูดพร่ำทำเพลงคุณพ่อยังหนุ่มก็ตักกับข้าวให้แม่แล้วเผื่อแผ่มาที่จานของผมด้วย งี้แหละครับลูกรัก ฮ่ะๆๆ

 

     พี่นัททานเยอะๆนะครับ” เบ้ปากน้อยๆกับท่าทางเอาอกเอาใจของน้องชายตัวดี ไม่รู้ทำเสน่ห์อะไรใส่พี่ว้ากตัวเล็กที่วันนี้ดูสงบเสงี่ยมกว่าปกติมากโข

 

     มองอะไรครับพี่เดล อ่ะผมตักผัดปลาหมึกให้ ของโปรดพี่อ่ะ” ก็ยังดีที่ยังจำได้อ่ะนะ

 

     ดีมากน้องรัก” ยิ้มกว้างให้ทั้งพ่อแล้วก็น้องชายที่ยังเห็นว่าผมยังสำคัญ ปกติมีแต่คนเอาใจครับ พอคบกับพี่เดลต้านั่นแหละที่ต้องหัดทำอะไรเอง พี่มันแม่งเป็นผู้ชายที่โคตรผู้ชายอ่ะ เอาใจใครไม่เป็น

 

     อ่ะ พี่ตักให้

 

     OoO

 

     อึ้งเลยเมื่อคิดไม่ทันจบพี่มันก็ตักผัดผักมาให้ ปกตินี่ไม่มีนะครับแบบนี้ ผมหันไปมองพี่มันที่มองมาก่อนแล้วพร้อมรอยยิ้มหวานเชื่อม แต่ผมนี่หนาวทะลุไปขั้วหัวใจเลยครับ

 

     ต๊าย พี่เดลต้าน่ารักจัง” แม่ผมก็เห่อไม่เลิกเมื่อพี่มันตักกับข้าวไปให้แม่ผมด้วย ดูหน้าแล้วคงฟินหนักแบบกู่ไม่กลับ เพราะตอนเมล์ตักให้แม่ยังไม่ทำท่าเขินขนาดนี้เลย

 

     แล้วมื้ออาหารก็จบลงด้วยการพูดคุยกันอย่างมีความสุข และความปลื้มอกปลื้มใจของคุณแม่ลูกสองที่จะได้ลูกชายมาเพิ่มอีก 2 คน เอาจริงๆก็ไม่พร้อมเท่าไรหรอกครับเรื่องพาแฟนมาเปิดตัวเนี่ยเพราะว่าเราก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ แต่พี่เดลต้ามันคงไม่ยอมแน่ๆถ้าเห็นว่าพี่นัทได้รับการยอมรับจากครอบครัวผมแต่พี่มันยังอยู่ในเงามืด 

 

     พรุ่งนี้ไปกินข้าวกับครอบครัวกูนะ” 

 

     ห๊ะ?” ตกใจสิครับ 

 

     พ่อแม่กูอยากเจอมึง” บังคับกันแล้วจำเป็นต้องยิ้มกว้างขนาดนี้มั้ย

 

     เออ” จะปฏิเสธได้มั้ยเล่า

 

 

 

 







 

 

 

 

 

 

 

 

     หลังจากที่เราเปิดตัวกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายแล้วตอนนี้เราก็คบกันเปิดเผยยิ่งกว่าแต่ก่อนมาก เอาจริงผมน่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของพี่มันหมดแหละครับ

 

     โมเดลคนเดิม เพิ่มเติมคือมีแฟนแล้ว in relationship กับ Ronnapat Ratthanasittichart

 

 

     น้ำตากูไหลพราก เพราะแม้แต่ชื่อเฟสก็ยังถูกแทรกแซงแถมยังเอาไปโพสไปทำอะไรตามใจตัวเองอีก ไม่พอรูปโปรไฟล์ก็เป็นรูปคู่พี่มันอีก แบบที่มองจากดาวเสาร์ก็รู้อ่ะว่าคบกัน บอกเลยว่าทุกวันนี้นอกจากโทรมาโดยตรงก็ไม่มีอะไรที่พี่มันจะไม่รู้แล้วครับ เรียกว่าปิดทุกทางที่จะให้ผมไปแรดที่ไหนเลย คิดแล้วเศร้า ขอเหล้าเข้มๆ

 

 

 

     ซีซอซีนเองครับ: เดี๋ยวนี้ติดผัวเหรอ อ่อนว่ะ

     ลาเต้หอมหวานอร่อย: แรดนะเดี๋ยวนี้ 

     CM Cute Boyรักกันนานๆนะคะ กระซิกๆ TT

      Matthew: กูจะรอวันพวกมึงเลิกกัน

     Ronnapat Ratthanasittichart: ไอ้แมท ไอ้เหี้ย

     TTT-Teranai: เอาของมาเซ่นพวกกูด้วย ช่วยขนาดนี้

     Ball Ball เด็กผีฆ่าไม่ตาย: เรียกสินสอดมาเลยครับพ่อ @Thanatosz

     Thanatosz: เสือก!!

     Ball Ball เด็กผีฆ่าไม่ตาย: ไอ้เหี้ย @Thanatosz

     Thanatosz: เสือกก!!

 

 

 

     แล้วก็จบลงด้วยการทะเลาะกันของพี่บอลกับทอสตามเดิม เอาจริงๆเป็นพี่บอลมากกว่าที่ด่าเพราะดูเหมือนทอสมันจะไม่ได้สนใจอะไร พวกยุขึ้นง่ายก็งี้แหละครับโดนความนิ่งของเพื่อนผมปั่นหัวมานักต่อนักแล้ว

 

 

 

     Thanatosz: แล้วทำไมถึงเรียกกูว่าพ่อนักวะ พ่อทูนหัว?

 

 

     บอกตามตรงว่าทอสมันเก่งจริงเรื่องปั่นหัวคนเนี่ย

 

 

     Ronnapat Ratthanasittichartทูนหัวพ่อง!!

 

 

     เดล ตกลงมึงเป็นอะไรกับไอ้ทอสกันแน่?” พี่มันที่กำลังหงุดหงิดอยู่บนโต๊ะทำงานก็หันมาเล่นงานผมที่นอนส่องเฟสอยู่บนเตียง 

 

     ก็เพื่อนกันไงครับ” 

 

     ทำไมต้องเรียกมันว่าพ่อ” ร่างสูงเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงเตรียมซักผมเต็มที่

 

     พี่หงุดหงิดอะไรเนี่ย ก็เคยบอกแล้วไงว่าไอ้เต้มันพูดเล่นเฉยๆแล้วมันติดปากอ่ะเลยเรียกแบบนั้นกัน” 

 

     แล้วเป็นเพื่อนกันมานานยัง?” เสียงพี่มันอ่อนลงแล้วครับเมื่อผมพูดออกไปแบบนั้น 

 

     ก็ตั้งแต่อนุบาลอ่ะ” เพื่อนคนแรกที่รู้จักกันเลยมั้งครับ อีกอย่างหนึ่งพ่อแม่เราเป็นเพื่อนกันด้วย

 

     แล้วเคยเป็นมากกว่าเพื่อนป่ะ” 

 

     บ้าเหรอพี่ เพื่อนกัน” 

 

     ไม่ใช่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อนะ?” 

 

     คิดซื่อๆนี่แหละพี่ ไม่ต้องระแวงไปหรอกน่าไอ้ทอสน่ะมันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว อุ๊ป” ตายห่าละ เผลอหลุดปากได้ไงวะ เรื่องนี้แม้แต่ไอ้เต้ไอ้ซีนก็ยังไม่รู้เลยเนี่ย

 

     หืม งั้นก็แล้วไป” พี่มันยกยิ้มหล่อร้าย ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ทอสกูขอโทษ

 

     พี่อย่าเอาไปบอกใครนะ

 

     จะไม่บอกใครก็ได้” เผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่คาดคิด “ถ้ามึงไม่ออกนอกลู่นอกทาง

 

     แทบร้องไห้เมื่อได้ฟังประโยคถัดไป ชาตินี้ผมคงต้องตกเป็นเบี้ยล่างพี่มันไปตลอดแน่ๆเลยครับ คิดผิดคิดถูกวะเนี่ย

 

     ผมรักพี่คนเดียวพี่ก็รู้” ยิ้มหวานเชื่อมให้พี่มันซึ่งยื่นมือมาบีบจมูกผมเบาๆ 

 

     ใครบอกให้ทำตัวน่ารักแบบนี้” พี่เดลต้าพูดพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ 

 

     ผมก็ทำตัวปกติ” เห็นสายตาหื่นๆที่มองมาทำเอาผมรู้ชะตากรรมตัวเองเลย

 

     แค่นี้ก็รักจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว อื้ออ” อยู่บนเตียงทีไรไม่เคยคุยกันได้เกินสิบประโยคอ่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของเราสองคนไปในตัวครับ พี่มันคงรู้ว่าผมค่อนข้างมีความต้องการสูง และพี่มันก็พร้อมตอบสนองให้อย่างถึงใจ ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ขอให้เรามีกันและกันอย่างนี้ก็พอ อย่าเพิ่งอ้วกนะครับ เพราะหลังจากนี้อาจไม่มีบทหวานๆแบบนี้อีกก็ได้

 

     พี่รักเรานะโมเดล

 

 

 

 

 











 

 

 

 



 

 

 

 

 END

 #เก็บเดือน

 

 

 

 











 

 

 

 

     จบไปแล้วกับ 2เดือน2เดลของเรา ไม่รู้ว่าจะมีคนรอมั้ยแต่เรามาต่อจนจบให้แล้วนะคะ ขอโทษอย่างแรงเลยที่หายไปนาน ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆเลยนอกจากว่าเราไปติดผู้ชาย 555+ คนที่เคยเข้าทวิตเราคงรู้กันว่าเราเป็นติ่ง ตอนนี้โมเม้นท์มาแรงเราเลยบ้าแต่งฟิคค่ะ (น้อมรับความผิด

 

     ชอบไม่ชอบหรืออยากให้แก้ไขอะไรพูดคุยกับเราได้น้า ในนี้ก็ได้ ทวิตก็ได้ แล้วเจอกันใหม่เรื่องต่อไปค่า รักคนอ่าน จุ๊บ

 

16/10/61

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #83 GOTBANGTAN (@Ice2317) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:51
    แงงงจบแล้ววว
    #83
    0
  2. #75 ningchannnnnn (@ningchannnnnn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:35

    ขอบคุณค่าา ที่มาต่อ
    #75
    1
    • #75-1 (@IDO_KYUNG) (จากตอนที่ 29)
      17 ตุลาคม 2561 / 20:37
      Love love
      #75-1
  3. #74 Aom_D_out (@Aom_D_out) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 08:13
    อุ้ยย อ่อยเเรงง่ะ555#2moon2del
    #74
    0