{Yaoi} เก็บเดือน (END)

ตอนที่ 19 : เก็บเดือนครั้งที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    22 ก.ย. 61

  

ตอนที่ 18

 

 

 

 






 

 

 

 

     ตอนนี้ผมออกมาเดินเล่นอยู่แถวๆข้างเวทีครับ มองไปรอบหอประชุมที่เริ่มมีคนทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่ก็ได้แต่จ้องมองอยู่ไกลๆ ไม่กล้าออกไปอยู่ข้างหน้าครับ กลัวโดนรุมทึ้ง

 

     “เรื่องเมล์กับพี่นัทนี่ยังไงกันครับ” อดที่จะถามคนข้างๆออกไปไม่ได้เมื่อยังคงมึนกับบทสนทนาของน้องชายสุดที่รักกับพี่ว้ากปีสี่

 

     “ไม่รู้สิ ทุกทีเวลาเข้าห้องเชียร์สองคนนั้นก็ทะเลาะกันตลอด”

 

     “...”

 

     “กังวลอะไรเหรอ หืมห์”

 

     หน้าผมคงแสดงออกชัดว่าไม่สู้ดีนัก คือรู้ว่าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็โตๆกันแล้ว แต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่าคนที่สนใจแค่ดนตรีอย่างเมล์จะมีโมเม้นท์เต๊าะคนอื่นแบบนี้ แถมยังเป็นพี่ว้ากปี 4 หน้าโหดอีกต่างหาก

 

     “ปกติเมล์ไม่เคยจะสนใจเรื่องรักๆใคร่ๆเท่าไร”

 

     “อืม”

 

     “แล้วพี่นัทก็ไม่น่าจะใช่แบบที่เมล์ชอบ”

 

     “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

 

     “...” ได้แต่นิ่งไปเพราะไม่รู้จะตอบคำถามพี่เดลต้ายังไง จะว่ายังไงดีล่ะ เพราเมล์มันก็ไม่เคยคบกับใคร ไม่มีสเปคที่แน่นอน แต่เหตุผลหลักๆมันก็มีอยู่

 

     “คิดอะไรอยู่ครับ?” เพราะน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนข้างๆทำให้ผมผละจากความคิดแล้วหันไปมองหน้าพี่มัน สบสายตาที่แสดงความห่วงใยออกมาชัดเจน

 

     “พี่นัทเป็นผู้ชาย”

 

     “เป็นผู้ชายแล้วยังไงครับ พี่กับเดลก็ผู้ชาย”

 

     “ไม่ใช่สิ คือผมกับพี่ไม่ได้เป็นอะไรกันไง เลยไม่เป็นอะไร” เอ่ยแย้งไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันคิดว่าคำพูดที่ออกไปจะไปทำร้ายจิตใจคนฟังมากมายแค่ไหน

 

     “คือพี่เดลต้า ผมขอโทษ”

 

     “ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ” เข้าใจแต่ต้องยิ้มเศร้าๆแล้วทำเสียงหงอยขนาดนี้เลยเหรอ

 

     “พี่อยากให้เดลรู้ไว้นะว่าความรักในโลกนี้มันไม่ได้จำกัดแค่ผู้ชายกับผู้หญิงหรอก มันอยู่ที่คนสองคนว่าเค้ารักกันมากกว่า ไม่สำคัญว่าจะเป็นเพศไหน เป็นใคร หรือมีฐานะต่างกันแค่ไหน” ความรักที่พี่เดลต้าว่ามันยิ่งใหญ่เกินไป เกินกว่าที่ผมจะเข้าใจมันในเวลาสั้นๆแบบนี้

 

     “แต่ว่า..”

 

     “พี่ไม่ได้จะเร่งรัดเราให้รักพี่ แต่ขอให้เก็บไปคิดซักนิดก็ยังดี”

 

     “อืม ครับ” แม้ตอนนี้เราจะยิ้มให้กันแต่ผมรู้ว่ารอยยิ้มของทั้งผมและพี่มันไม่ได้ออกมาจากใจจริงๆ มันไม่ได้เกิดจากที่เรามีความสุข ผมยิ้มเพราะไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้

 

     ผมมองรอยยิ้มเศร้าๆของพี่เดลต้าแล้วเก็บมาคิดวนซ้ำๆจนหัวแทบจะระเบิด ผมอยากให้พี่มันมีความสุข แต่ก็รู้ว่าผมให้ในสิ่งที่พี่มันต้องการไม่ได้ ผมไม่ได้ใจกล้าขนาดที่จะบอกใครต่อใครว่าผมชอบผู้ชาย ผมไม่สามารถยอมรับได้ว่าตัวเองเป็นเกย์ ผมไม่อยากให้คนอื่นมองมาที่ผมด้วยสายตารังเกียจ ไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง ผมกลัวเกินกว่าที่จะยอมรับความเป็นจริง

 

     “น้องเดล แสตนด์บายได้แล้วค่ะ” เสียงเจ้กิ่งดึงผมให้ออกจากภวังค์หลังจากที่นั่งนิ่งอยู่ที่ห้องแต่งตัวนานเป็นชั่วโมง พี่เดลต้าขอตัวออกไปหน้าเวที เพราะพี่มันไม่ได้มีคิวขึ้นโชว์ตัวในวันนี้

 

     “ตอนนี้เราขอเชิญดาวและเดือนเมื่อปีที่แล้วขึ้นเวทีมาได้เลยค่ะ ขอเสียงกรี๊ดดังๆให้น้องไอซ์กับน้องโมเดล”

 

กรี๊ดดด

 

     เสียงกรี๊ดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมเดินควงคู่ดาวมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้วขึ้นไปบนเวที ฉีกยิ้มกว้างทักทายทุกคนให้สมกับรางวัลเดือนยิ้มสวยและขวัญใจช่างภาพเมื่อปีที่แล้ว

 

     “วันนี้น้องไอซ์กับน้องโมเดลก็ต้องอำลาตำแหน่งและส่งมอบหน้าที่รับผิดชอบให้กับดาวเดือนรุ่นต่อไปแล้วนะคะ น้องทั้งสองคนมีอะไรอยากจะคุยอยากจะเล่าหน่อยมั้ยคะ เริ่มต้นที่น้องไอซ์เลยค่ะ”

 

     แล้วพิธีกรก็เชิญให้เราทั้งสองคนเล่าถึงประสบการณ์ใน 1 ปีที่ผ่านมาที่เราดำรงตำแหน่งดาวเดือน ระหว่างการพูด สายตาผมก็สอดส่ายมองหาใครอีกคนที่บอกว่าจะออกมารอหน้าเวที แม้จะมีนักศึกษาเยอะขนาดไหน แต่ผมก็มองเห็นพี่มันชัดเจน พี่มันยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อน มองตรงมาที่ผมนิ่งๆ

 

     “เอาล่ะค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะเปิดให้นักศึกษาทุกท่านมอบดอกไม้ให้กับดาวเดือนที่ท่านชื่นชอบซึ่งดาวเดือนที่ได้ดอกไม้เยอะที่สุดจะได้รับตำแหน่งป๊อบปูล่าโหวต และขอย้ำว่าดอกไม้ที่เราจะนำมานับคะแนนคือดอกกุหลาบที่ทางสโมฯเปิดขายเท่านั้นนะคะ”

 

     พิธีกรฝ่ายหญิงอธิบายกฎกติกาไปเรื่อยๆ พอฟังจบผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ทำเอาต้องหันไปมองน้องชายอย่างเป็นห่วง เมล์หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด

 

     “ขอเชิญน้องๆดาวเดือนก้าวไปที่หน้าเวทีเพื่อรอรับดอกไม้ครับ ให้เวลาแค่ 5 นาที เริ่มได้เลยครับ” ดาวเดือนทุกคนต่างเดินไปที่หน้าเวทีตามที่พิธีกรบอก แต่มีอยู่แค่หนึ่งคนที่ยืนนิ่งไม่ยอมเดินไปไหน

 

     “น้องเมล์คะ/พี่ครับ/มึง!!” ผมพูดแทรกที่พี่พิธีกรพูดแต่ก็ยังเบากว่าเสียงตะโกนของป.เชียร์ปี 4 ของคณะวิศวะที่กระโดดขึ้นมาข้างบนเวทีอย่างรวดเร็ว ทำเอาทุกคนต่างตกใจ

 

     “เดือนวิศวะขอสละสิทธิ์ป๊อบปูล่าโหวตครับ” พี่นัทประกาศแล้วลากแขนเมล์เดินไปข้างหลังเวทีโดยที่น้องชายผมก็ยอมเดินตามแรงจูงไปแต่โดยดี ตอนนี้ทุกคนต่างหยุดนิ่ง งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นไม่นานก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ซุบซิบประมาณว่าเพราะอะไรกัน ทำไม บราๆๆ

 

     “ขอโทษแทนเมล์ด้วยนะครับ พอดีเมล์แพ้เกสรดอกกุหลาบอย่างรุนแรงน่ะครับ” ผมอธิบายออกไมค์ ตอนเด็กๆแม่เคยเอาดอกกุหลาบมาจัดใส่กระถาง เมล์ที่ซนๆอยู่ก็ดึงไปดม สรุปหายใจหอบเหนื่อย จนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นน้องผมก็ไม่เคยเข้าใกล้ดอกกุหลาบอีกเลย

 

     “จะตัดสิทธิ์ออกเลยก็สงสารคนที่อยากจะโหวตให้น้องเมล์ ทางคณะกรรมการปรึกษากันแล้วลงความเห็นว่าจะให้ทุกคนมีสิทธิ์โหวตน้องเมล์โดยให้ตัวแทนมารับดอกกุหลาบแทนค่ะ” มีเสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างพอใจ ดูๆไปแล้วแฟนคลับของเมล์ก็เยอะอยู่เหมือนกัน

 

     “แล้วจะให้ใครรับแทนคะ?” เสียงคนดูตะโกนขึ้นมา

 

     “เอาเป็นนน...” พิธีกรชายพูดขึ้น

 

     “น้องโมเดลแล้วกันค่ะ ในฐานะที่เป็นพี่ชายของน้องเมล์” ผมจำต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับดอกกุหลาบแทนน้องชายตัวเอง

 

     “แต่เพื่อความยุติธรรมของดาวเดือนคนอื่นๆ ทางเราขอให้คนที่จะมอบดอกไม้ให้น้องเมล์คือชอบน้องเค้าจริงๆ ไม่เกี่ยวกับน้องโมเดลป๊อบปูล่าโหวตเมื่อปีที่แล้วนะคะ สัญญามั้ย?” สิ้นคำพิธีกรเหล่านักศึกษาที่ยืนอยู่หน้าเวทีต่างก็ส่งเสียงตอบรับแข็งขัน

 

     “งั้น 5 นาทีต่อจากนี้ขอให้ทุกคนมอบดอกไม้ให้ดาวเดือนที่ตัวเองชอบได้เลยค่ะ” สิ้นเสียงประกาศทุกคนก็กู่กันเข้ามา ผมรับดอกไม้มาจากผู้หญิงหลายคน โดยแต่ละคนก็ฝากข้อความไปถึงเมล์ต่างๆนานา

 

     ‘ขออย่าให้เป็นอะไร’

     ‘เป็นกำลังใจให้นะ” ไม่ก็

     ‘สู้ๆ’

 

     ต่างจากผมเมื่อปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิงเพราะมีแต่ตัวผู้ที่เอาดอกกุหลาบมาให้ คิดแล้วก็เคือง

 

     “เหลืออีกสามสิบวินาทีสุดท้ายค่ะ” ทุกคนต่างให้ดอกกันเกือบหมดแล้ว เหลือแค่เฟิร์สกับผมที่ยังยืนรับดอกไม้อยู่ที่หน้าเวที แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงกรี๊ดดังเป็นระลอกตามทางที่มีคนแหวกเพื่อให้คนๆหนึ่งเดินมา ผมมองไปที่ผู้ชายร่างสูงที่เดินเข้ามาหาผมช้าๆ ในมือพี่เดลต้าถือดอกไม้ช่อใหญ่เอาไว้ ดูก็รู้ว่าแพงขนาดไหน และที่สำคัญมันคือดอกเดซี่ ดอกไม้ที่ผมชอบมากที่สุดเนื่องจากคุณแม่ผมท่านชอบจัดดอกไม้มาก

 

     “ให้เมล์เหรอครับ?” เอ่ยถามออกไปเมื่อพี่เดลต้ายื่นช่อดอกไม้มาตรงหน้าผม เป็นดอกเดซี่สีเหลือง ที่มีความหมายว่าฉันพยายามที่จะชนะใจเธอ ผมสบตากับพี่มันนิ่งๆ

 

     “ให้เดล” ยิ้มกว้างถูกส่งมาแอทแทคผมจนรู้สึกตาพร่ามัว พยายามเอื้อมมือสั่นๆออกไปรับช่อดอกไม้จากมือคนให้

 

     “ขอบคุณครับ” ยิ้มหวานไปให้แล้วรับช่อดอกไม้มาถือไว้เมื่อพิธีกรแจ้งว่าหมดเวลาแล้ว

 

     “กรี๊ด แบบนี้ถือว่าผิดกติกามั้ยคะคุณณณ” พิธีกรผู้หญิงหันไปถามพิธีกรชายอีกคนแบบเสียงแซวๆ

 

     “ไม่ผิดแล้วกันครับ เพราะเราไม่ได้นับคะแนนจากดอกไม้นอกเหนือจากที่ทางสโมฯจัดจำหน่าย”

 

     “แต่หวานกันขนาดนี้ มีข่าวดีเมื่อไรก็บอกกันด้วยนะคะ”

 

กรี๊ดดด

 

     เหล่าคนดูต่างส่งเสียงกรีดร้องเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเดือนปีสามที่หน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด คนที่อยู่ใกล้ๆต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปถ่ายวิดิโอกันยกใหญ่เพราะปกติใครๆก็รู้ว่าเดือนมหาวิทยาลัยปีสามเป็นเสือยิ้มยากขนาดไหน เอาจริงๆผมก็คงมีสภาพไม่ต่างจากพี่มันเท่าไร แต่หน้าไม่แดงขนาดนั้นคงต้องขอบคุณเมคอัพหนาๆที่ครั้งแรกบ่นแทบตายว่าหนักหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







 

     “ขอเสียงดังๆของชาวม.หน่อยเร็วว”

 

กรี๊ดดด

 

     ผมมองไปที่เวทีแล้วโยกตัวตามจังหวะเพลงมันส์ที่พี่ๆวง Tattoo colour แสดง หลังจากที่แอบไปเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดไปรเวทที่หลังเวทีเมื่อกี้

 

     “เต้นดีๆสิ” โดนมนุษย์ร่างสูงเสียงโหดบ่นใส่เป็นรอบที่ร้อยหลังจากที่ผมเผลอเต้นใส่อารมณ์แบบสุด จนไปชนคนอื่นอยู่หลายรอบ แต่ตอนนี้ต่างไม่มีใครถือสาเพราะเต้นกันอย่างเมามันส์

 

     “เพลงมันมันส์ก็ต้องสนุกกันหน่อยสิ” ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนหน้าตายอย่างพี่มันจะมายืนกอดอกนิ่งๆอยู่ท่ามกลางเหล่านักศึกษาที่ออกสเต็ปอย่างบ้าคลั่งแบบนี้

 

     “เดี๋ยวไปชนคนอื่น”

 

     “นิดหน่อยเอง ผมไม่ได้ไปเหยียบเท้าใครซักหน่อย” บอกไปเสียงหงุดหงิด แต่ก็เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วเมื่อเพลงโปรดถูกบรรเลงขึ้น เต้นลืมตายเลยทีนี้

 

หมับ

 

     “....”

 

     จับไว้จะได้ไม่หลงกัน” ได้แต่หันไปมองหน้าพี่มันนิ่งๆ

 

     “อืม” เพราะเพลงโปรดหรอกนะที่ทำให้ผมยอมให้พี่มันจับมือไว้แบบนี้

















 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 



 

 





 

 

 

 

 

 

     CM Cute Boy

     เดลต้าผัวสองของแอดมิน มอบดอกเดซี่ช่อโตให้น้องโมเดลกลางเวทีประกวดดาวเดือน ฟินไม่ฟินไม่รู้ แต่แอดมินไปหาความหมายของเดซี่สีเหลืองมา มันหมายความว่าฉันพยายามที่จะชนะใจเธอ กรี๊ดมาก อะไรจะโรแมนติกขนาดนี้คะพ่อคุณ กับ โมเดลสุดหล่อ พ่อทุกสถาบัน และ Ronnapat Ratthanasittichart   #2เดือน2เดล

     **แนบวิดิโอ

 

     ถูกใจ 9605 ความคิดเห็น 2201 รายการ แชร์ 964 ครั้ง

 

 

 



 

     อยากบอกว่ากรี๊ดมากจริงๆค่ะตอนพี่เดลต้าเดินเอาดอกไม้ไปให้น้อง #2เดือน2เดล

     คือมันโรแมนติคมาก น้องถามว่าให้เมล์เหรอ คนพี่ตอบให้เดลงี้ กรี๊ดด #2เดือน2เดล

     ความหมายนี่แบบสุด อยากให้เค้าได้กันค่ะแม่

     สรุปโมเดลชอบผู้ชายเหรอ จะได้จีบ

     โคตรขาว

     เค้ายังไม่เป็นแฟนกันอีกเหรอ ฉันชง

     คู่ไหนไม่รู้ แต่นาทีนี้ #2เดือน2เดล ค่ะ

     ขอบอกว่าเกือบตายตอนเห็นพี่เดลต้าเขิน น่าร้ากกก #2เดือน2เดล

     คนน้องก็เขินนะ แค่เมคอัพหนา’ *แนบรูป

     น่ารักกกก

 

 

 

 




     ผมนอนอ่านโพสในเพจมหาวิทยาลัยอย่างเฉื่อยๆเพราะเพิ่งตื่นนอน เมื่อคืนกลับเกือบตี 1 บอกเลยว่าโคตรมันส์ เต้นลืมตายกันเลยทีเดียว แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และถึงแม้กลุ่มเพื่อนผมมันก็ไปงานกันทั้งกลุ่มแต่ผมกลับถูกผลักไสให้ติดรถคนที่จับมือผมไว้ตลอดงานกลับคอนโดซะงั้น ก็รู้ว่าอยู่คอนโดเดียวกัน แต่มันก็อดรู้สึกแปลกๆในใจไม่ได้ซักที

 

     Rrrrr

 

     จู่ๆก็มีสายเรียกเข้ามาทำเอาผมที่คิดเพลินๆอยู่ตกใจเลยจนเผลอปล่อยโทรศัพท์ร่วงใส่หน้า บอกเลยว่าโคตรเจ็บ  มองดูหน้าจอก็เห็นเป็นไอ้พวกเพื่อนเลวที่โทรเข้ามา ตายยากจริงๆ

 

     “โทรมาทำไม”

 

     [โห ทักงี้เลยเหรอเพื่อนรัก]

 

     “น้ำเสียงมึงจะสดใสไปแล้วไอ้เต้ ไอ้เพื่อนเลว”

 

     [แน่นอนคนมันอินเลิฟ]

 

     “อินเลิฟ? อย่างมึงเนี่ยนะ” อย่างผมเรียกเจ้าชู้ อย่างไอ้เต้ก็เรียกกระล่อนครับ

 

     [ทำไม หล่อๆเกาหลีอย่างกูนี่สเปคสาวๆโว้ย]

 

     “ไอ้คนหลงตัวเอง”

 

     [เรื่องจริง มึงอย่าอิจฉากูสิเดล]

 

     “กูไม่ได้อิจฉา” มันเอาสมองส่วนไหนคิดวะ

 

     [อย่าหลอกตัวเองเลย กูรู้ว่ากูหล่อ ฮ่ะๆๆ]

 

     “อย่านอกเรื่องให้มาก โทรมามีไร ไม่สำคัญจะได้วาง” ยิ่งคุยยิ่งหาสาระใดใดไม่ได้

 

     [เย็นนี้หกโมงที่ร้านไอ้ทอส]

 

     “แดกชาบู?

 

     [ทำไม สายสุขภาพไม่ได้เหรอ]

 

     “อย่าเรียกว่าสายสุขภาพ ถ้ามึงไม่กินแม้แต่ผักกาดขาว”

 

     [มึงก็ไม่กินแครอท]

 

     “กูกินเห็ดโว้ย”

 

     [ไอ้โง่ เห็ดมันไม่ใช่ผัก มันเป็นเชื้อรา]

 

     “เออนั่นแหละ กูตกชีวะตอนม.ปลายว่ะ” แล้วบทสนทนาของเราสองคนก็เรื่อยเปื่อยจนหาสาระอะไรไม่ได้ คุยไปคุยมาก็จะสี่โมงเย็นแล้ว ผมเลยต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอให้ไอ้เต้มารับตอนห้าโมงครึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 




 

     สรุปเรื่องของมึงกับพี่เดลต้านี่ยังไงนะ” ซีนที่เมื่อกี้ยังก้มหน้าก้มตาสไลด์โทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมาถาม ตอนนี้พวกเราสี่คนนั่งกินชาบูอยู่ที่ร้านทอสมันครับ นานๆนัดแดกข้าวที ปกติแดกแต่เหล้า

 

     ก็ไม่ไง” 

 

     เห็นพี่มันออกตัวขนาดนั้น นึกว่ามึงจะใจอ่อนบ้าง สรุปไม่เหรอ?” 

 

     ก็ไม่” 

 

     ไม่แน่ใจ?” ทอสถามราวกับมานั่งอยู่ในหัวผม 

 

     กูชอบผู้หญิงมาตลอด” มันเป็นปกติที่พระเจ้าสร้างมาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ

 

     แล้วยังไง?” เต้ถาม

 

     ก็มันไม่แปลกเหรอวะ”

 

     “จริงๆเรื่องความรักมันอยู่ที่คนสองคน” เป็นครั้งแรกที่ไอ้ซีนพูดแบบมีสาระ

 

     “พวกมึงรับได้เหรอวะ เป็นเกย์นะเว้ย”

 

     “มันก็แค่คำนิยามเปล่าวะ”

 

     “ไม่รู้สิ กูไม่แน่ใจ” มันอาจจะเป็นความหวั่นไหวแบบที่เคยผ่านมาก็ได้ ผมก็อยู่ของผมมาได้ ไม่เห็นจะต้องไปแคร์พี่มันเลย

 

     “งั้นมึงก็ถอยออกมาเถอะ แบบที่มึงเคยทำ” เป็นทอสที่พูดออกมา เหตุการณ์คุ้นเคยเหมือนเคยเกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ทอสมันก็พูดประโยคนี้เหมือนกัน ผมสบสายตาจริงจังที่เพื่อนทุกคนมองมา

 

     “มึงก็กลับไปทำตัวเหมือนเดิม ควงผู้หญิงสวยๆ เก็บแต้มไปเรื่อยๆ เมื่อคืนมึงก็เจอดาวปีหนึ่งสวยๆตั้งเยอะแยะ ไปจีบเลย พวกกูสนับสนุน”

 

     “จริงอย่างที่ได้เต้ว่า ถ้ามึงไม่ชอบพี่เดลต้ามึงก็ถอยห่างจากพี่มันซะ ก็สิ้นเรื่อง” ซีนว่า

 

     “แต่พี่เดลต้าบอกว่าชอบกู” หางเสียงทำไมต้องสั่นด้วยวะ

 

     “ชอบมึงแล้วยังไง เดล มึงเป็นเดือนมหาวิทยาลัยนะเว้ย เป็นนักยูโดระดับประเทศ ฐานะที่บ้านก็รวยระดับมหาเศรษฐี มีคนชอบมึงเป็นหมื่นเป็นแสน มึงจำเป็นต้องไปแคร์ทุกคนเหรอวะ?” ถ้าเป็นปกติได้ยินเพื่อนอวยขนาดนี้ผมคงจะตัวลอยแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่ มีคนชอบผมเยอะมันก็ถูก

 

     “แต่มันไม่เหมือนกัน”

 

     “ไม่เหมือนกันยังไง”

 

     “ไม่รู้สิ”

 

     “ไม่เหมือนกันตรงที่พี่มันรักมึงเหมือนคนทั้งโลก หรือไม่เหมือนตรงความรู้สึกของมึงวะเดล” ซีนยังขยี้ต่อโดยเพื่อนอีกสองคนก็วางตะเกียบแล้วมองผมโดนบดอย่างตั้งใจ

 

     “กูก็ไม่รู้ ที่แน่ๆคือกูไม่มีทางรักพี่มันแน่ๆ” พูดไปทำไมต้องใจหวิวด้วยวะ 

 

     “งั้นมึงก็ไม่ควรให้ความหวังใคร ถอยออกมาเถอะ”

 

     “กูต้องทำยังไงวะซีน?” ถามเพื่อนมันอย่างอ่อนแรง ตอนนี้สมองที่เคยปราดเปรื่องกลับทื่ออย่างไม่มีสาเหตุ แขนขาก็หมดแรงแทบจับตะเกียบไว้ไม่ไหว แต่ยังไงผมก็เคยผ่านมันมาได้เมื่อปีก่อน ครั้งนี้ผมก็คิดว่าจะต้องผ่านไปได้

 

     “มึงก็แค่ทำตามที่พวกกูบอก” สบตากับเพื่อนทั้งสามที่มองมาอย่างจริงจังก็ได้แต่พยักหน้าตอบตกลงกับข้อเสนอ ยังไงผมก็ไม่ได้คิดจริงจังกับความสัมพันธ์แบบนี้อยู่แล้ว ผมก็แค่ถอยห่างออกมา ถอยมาในจุดที่เคยยืน เหมือนเดิม

 




     “อืม กูจะทำ”

 

 









 















ช่วงนี้มาบ่อยหน่อย อย่าเบื่อกันน้า ใกล้จบแล้วค่ะ

*ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ เม้นท์ให้กำลังใจได้น้า รักคนอ่าน จุ๊บ 


29/8/61

30/8/61




  





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #84 athitiyaunyotha (@athitiyaunyotha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:00
    น้องย้อนแย้งอ่ะะะะ
    #84
    0
  2. วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 12:11
    โอ้ยยย. อย่าทำร้ายจิตใจพี่เดลต้าเลยนะโมเดล.
    #43
    0
  3. #39 kirsyeol (@kirsyeol) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 05:00
    รอนะเป็นกำลังใจให้ไรท์นะ
    #39
    0
  4. #38 prikhwan1234 (@prikhwan1234) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 18:52
    มาบ่อยๆสิดีรอ
    #38
    0
  5. #37 duqidjmwkxieiicn (@duqidjmwkxieiicn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 15:06
    รอออออ
    #37
    0