ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    โรงเรียนมหาเวทย์มอนตาเซีย

    ลำดับตอนที่ #6 : บทที่ 4 ส่งตัวเข้าหอ ?

    • อัปเดตล่าสุด 7 ต.ค. 58


    บทที่ 4 ส่งตัวเข้าหอ ?

                    หลังจากปีหนึ่งทั้ง 60 คนได้รับการคัดเลือกไปประจำหอต่าง ๆ แล้ว อาจารย์ผู้คุมการคัดเลือกก็ประกาศให้แต่ละหอแยกย้าย เพื่อนำปีหนึ่งไปพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่อแล้วแต่รุ่นพี่ประจำหอนั้น ๆ

                    การคัดเลือกด้วยพลังเวทย์แบบนี้ แน่นอนว่าทำให้จำนวนนักเรียนแต่ละหอไม่เท่ากัน ปีนี้หอปฐพีมีปีหนึ่งถึง 14 คน ส่วนหออรุณและหอราตรีมีแค่หอละ 7 คน เพราะเป็นเวทย์ที่น้อยคนจะใช้ได้ หอวารีมี 12 คน หออัคคีและหอวายุมี 10 คนเท่ากัน

                    ระหว่างทางไปหอพักนั้น เลล่าเห็นหอสมุดของที่นี่ ตั้งอยู่ข้างๆกับหอประชุมที่เธอเดินออกมา ซึ่งเป็นหอคอยสูงขึ้นไป ว่ากันว่าข้างในบรรจุหนังสือไว้มากมาย ทำให้เลล่าตอบรับความต้องการของท่านปู่เธอทันทีที่ต้องการให้มาเรียนที่แห่งนี้ จริง ๆ แล้วเธอเริ่มเบื่อหนังสือที่ห้องสมุดของเมืองเธอ ที่เธออ่านเป็นรอบที่สาม (?) แล้วเหมือนกัน

                    ฝั่งตรงข้ามกับหอประชุมเป็นอาคารเรียนสูงสี่ชั้น ด้านหน้าอาคารเรียนเป็นลานโล่งน่าจะเอาไว้ฝึกซ้อมหรือเรียนภาคปฏิบัติ ถัดจากหอสมุดเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่หลังหนึ่งตั้งอยู่ หลังเรือนกระจกเป็นป่าใหญ่ที่เรียกกันว่า ป่าเวทย์มนตร์ ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่เธออ่านเมื่อเช้าบอกว่า ในป่าเวทย์มนตร์มีสัตว์อันตรายมากมายรวมไปถึงมังกรที่น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วด้วย เลล่ามองไปทางป่าเวทย์มนตร์ด้วยความสนใจพลางคิดในใจว่าอยากเข้าไปในป่าจัง (เจ๊จะเข้าไปทำไม ? )

                    หอราตรี

                    ตอนนี้เลล่าเดินมาหยุดอยู่ที่โถงกลางที่ดูเหมือนจะเป็นทางเชื่อมของแต่ละหอเข้าด้วยกัน หอพักของที่นี่ตั้งเรียงกันเป็นกำแพงด้านหลังของหอพักแต่ละหอเป็นหน้าผาสูงชัน ราวกับเป็นตัวป้องกันไม่ให้อันตรายภายนอกเข้ามาถึงนักเรียนได้ หอแต่ละหอ มีทั้งหมดห้าชั้น ชั้นที่สองถึงชั้นที่ห้าเป็นห้องนอนของเหล่านักเรียน ส่วนชั้นที่หนึ่งเป็นเหมือนโถงรวมเวลามีกิจกรรมหรือต้องการประชุมภายใน

                    หอราตรี หรือหอแห่งความมืด ค่อนข้างจะน่ากลัวทีเดียวในสายตาของคนภายนอก หอทั้งหอเป็นสีดำทั้งหมดแต่ก็แค่ภายนอกเท่านั้นแหละ ภายในหอราตรีผนังของหอถูกทาด้วยสีเบจตัดขอบด้วยสีดำ ที่พื้นถูกปูด้วยพรมสีเบจมีลูกเล่นด้วยลวดลายสีดำที่ขอบของพรม ผ้าม่านเป็นสีครีม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำจากไม้สีดำบุนวมด้วยหนังสีครีม ตรงกลางถูกแขวนด้วยโคมไฟอันใหญ่ ริมผนังฝั่งหนึ่งมีเตาผิงสีขาวที่คอยให้ความอบอุ่นแก่ห้องโถงนี้ เหนือเตาผิงเป็นภาพวาดสีน้ำมันในภาพเป็นมังกรสีดำตัวหนึ่งกำลังบินท้องฟ้ายามรัตติกาล เหนือลำน้ำและภูเขา ปีกข้างหนึ่งบดบังพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สาดส่องปีกของมันราวกับปีกของมันบางเฉียบดั่งปีกของแมลงปอ

                    เลล่าสอดส่ายสายตาสำรวจทั่วทั้งห้องโถง พลันได้ยินเสียงรุ่นพี่เรียกให้เธอนั่งรวมกันก่อนที่รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ท่าทางร่าเริง และเป็นมิตร ดวงตาสีน้ำตาลของเธอกลมโตราวกับตาของกวางน้อย จากนั้นเธอก็เริ่มแนะนำตัวเอง

                    “ สวัสดีจ๊ะ พี่ชื่อฮาเซล โรส อยู่ปีสามนะ มีหน้าที่ดูแลเรื่องการแบ่งห้องแล้วก็การจัดตารางเรียนของน้อง ๆ ปีหนึ่ง และข้าง ๆ ของพี่คือประธานของหอ ท่านประธานคะ พูดอะไรหน่อยสิคะ รุ่นพี่ฮาเซลหันไปหาชายหนุ่มผมสีดำระต้นคอ หน้าเรียวได้รูป ดวงตาสีน้ำตาล จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากบาง ๆ ของเจ้าตัว ที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาอ่านระเบียบการและเอกสารต่าง ๆ อยู่ทางด้านซ้ายของเธอก่อนที่จะเอ่ยปากให้เค้าแนะนำตัว ก่อนที่จะส่งยิ้มล้อเลียนไปให้ชายหนุ่มข้าง ๆ ชายหนุ่มส่งสายตาดุ ๆ กลับไปให้เธอก่อนหันมาเอ่ยปากแนะนำตัวเอง

                    “ ดีออน อเล็กซานดรา ราศีมังกร หรือประธานของหอราตรี ขอต้อนรับปีหนึ่งทุกคนและหวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฏระเบียบเป็นอย่างดี เจ้าของริมฝีปากบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เข้มแข็ง ก่อนกวาดสายตามองพวกเธอทั้งเจ็ดคน ก่อนก้มลงไปสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ จากนั้นรุ่นพี่ฮาเซลก็ให้ปีหนึ่งแนะนำตัวเพื่อให้ทั้งเจ็ดคนได้ทำความรู้จักกัน

                    พี่อยากให้น้อง ๆ ทุกคนยืนขึ้นแนะนำตัวให้เพื่อน ๆ ที่เหลือได้รู้จักกันนะคะ เริ่มจากน้องผู้ชายผมสีทองคนนั้นเลยจ๊ะ รุ่นพี่ฮาเซลผายมือไปที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งตรงข้ามกับเลล่า

                    ผมชื่อ หลุยส์ สเวนครับ มาจากวัลลาโลดิท ฝากตัวด้วยครับ หลุยส์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงติดประหม่าเล็กน้อยก่อนที่จะรีบนั่งลงเพื่อลดความตื่นเต้น จากนั้นเสียงแนะนำตัวก็ดังต่อเนื่องกันมา

                    แอนดริว ลี จากอเล็กซานเดรียครับ เด็กหนุ่มนัยน์ตาเหยี่ยว กล่าวก่อนนั่งลงตามเดิม

                    “ นิโคลัส ดีน อเล็กซานเดรียครับ เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นจากเด็กหนุ่มดวงตาสีดำ ผิวขาวซีดของเค้าช่างดูตัดกับสีผมสีดำของเค้าจริง ๆ

                    “ เห น้องชายของแอนเดรียหรอเนี่ย ดีจังเลยนะ พี่น้องได้อยู่หอเดียวกันด้วย พี่ฮาเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนส่งยิ่มให้กับนิโคลัส นิโคลัสยิ้มมุมปากนิดนึงแต่ไม่ได้พูดอะไร

                    แมกซ์ ฮาเกน วัลลาโลดิท น้ำเสียงติดจะเบื่อหน่ายเอ่ยขึ้นก่อนที่นั่งลงพลางปิดปากหาว ผมสีน้ำตาลเป็นลอนของเค้ายุ่งเหยิงราวกับพึ่งตื่นนอน

                    อลัน วัลโด้ จากอควอเทียร์ครับ เด็กชายที่มีดวงตาสีน้ำเงินกล่าวเรียบ ๆ ก่อนส่งยิ้มเล็กน้อยให้ทุกคนและนั่งลง

                    เฟอนัลโด้ ฮิวโก้ จากนครหยั่งรู้ครับ ฝากตัวด้วย เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาเจ้าเล่ห์ภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมสีดำ นั่งลงพลางดันโครงแว่นให้เข้าที่ ทุกคนแนะนำตัวหมดแล้วก็มาถึงเธอ เลล่าค่อยยืดตัวยืนขึ้นก่อนเอ่ยด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่ติดเย็นชานิดหน่อย

                    เลล่า ไอซอซท์ จากสโนว์แลนด์ค่ะ ฝากตัวด้วยเธอโค้งตัวเล็กน้อยก่อนนั่งลงตามเดิม หลังจากนั้นก็มีเสียงไม่เบานักดังมาจากหนุ่มห้องสมุดเคลื่อนที่ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอเอ่ยถามที่น้ำเสียงติดจะล้อเลียนนิดหน่อย

                    ฝาแฝดคนพี่แห่งอาณาจักรสโนว์แลนด์ ผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นในงานสังคม อันที่จริงแล้วก็แทบไม่มีใครเห็นแฝดคนพี่นี้เลย เธอไปหมกตัวอยู่ที่ไหนมาน่ะ

    เลล่าหันไปมองคนข้าง ๆ เธอ สมกับฉายาห้องสมุดเคลื่อนที่ล่ะนะ ถึงเธอจะรู้สึกว่าเฟอนัลโด้เป็นพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมากกว่าก็เถอะ ถูกของเฟอนัลโด้ เธอไม่เคยออกงานสังคมใด ๆ เพราะเธอไม่ชอบการเข้าสังคม ที่ต้องฉีกยิ้มตามมารยาทอยู่หลายชั่วโมง ในชุดลูกไม้ฟูฟ่องที่แสนจะอึดอัด รวมถึงต้องเต้นรำบนรองเท้าส้นสูงอีกด้วย ดังนั้นงานสังคมต่าง ๆ ที่ส่งบัตรเชิญมาที่วังทุกงาน จะมีเพียงคิร่าน้องสาวฝาแฝดของเธอเท่านั้นที่จะติดตามไปกับท่านปู่ของเธอ ส่วนตัวเธอเองถ้าไม่ขลุกอยู่ในห้องสมุด ก็คงซ้อมฝีมือล่ะมั้ง เลล่าคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป พลางหันไปมองด้านหน้าเพราะตอนนี้รุ่นพี่ฮาเซลกำลังจัดแบ่งห้องให้พวกเธอ

    เนื่องจากเลล่าเป็นผู้หญิงคนเดียว คงต้องให้พักคนเดียวนะจ๊ะ นี่จ้ะ กุญแจห้องของเธอ ขึ้นบันไดไปแล้วเลี้ยวขวานะจ๊ะ รุ่นพี่ฮาเซลยื่นกุญแจห้อง 201 ให้เธอ เลล่ากล่าวขอบคุณเบา ๆ รุ่นพี่ฮาเซลส่งยิ้มให้เธอก่อนทำการแบ่งเรื่องห้องพักต่อ

    ส่วนพวกหนุ่ม ๆ พี่จะให้อยู่ห้องละสองคนนะจ๊ะ เฟอนัลโด้กับอลันห้อง 202 จ๊ะ นิโคลัสกับหลุยส์ห้อง  203 แล้วก็แมกซ์กับแอนดริวก็ห้อง 204 นะจ๊ะ รุ่นพี่ฮาเซลเอ่ยก่อนส่งกุญแจห้องให้กับพวกเขา จากนั้นรุ่นพี่ดีออนก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า

    เอาล่ะ ก่อนที่จะแยกย้ายให้ทุกคนมาดูวิชาเลือกที่ต้องการลงเรียนที่ฮาเซล ให้ทุกคนเลือกเรียนคนละสองวิชา ตารางเรียนของทุกคนจะถูกส่งไปไว้ให้ในห้องพักของทุกคนพร้อมกับแผนที่ทางไปห้องเรียน หลังจากที่ปีหนึ่งทุกคนทำการลงทะเบียนวิชาเลือกเสร็จสิ้น มีข้อสงสัยอะไรมั้ย ? ดีออนกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องเพื่อรอคำถาม เมื่อไม่มีใครมีคำถาม ดีออนก็ทำการยื่นซองจดหมายให้ปีหนึ่งทุกคนก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

     นี่เป็นรายชื่อหนังสือและสิ่งของที่ต้องใช้ทั้งหมดของปีหนึ่ง โรงเรียนจะเปิดเทอมอีกสามวันข้างหน้า พวกเธอสามารถหาซื้อสิ่งของตามใบรายชื่อนี้ได้จากภายในเมือง หนังสือทุกเล่มจะซื้อได้จากร้านตำราเวทย์มนตร์ของอองตัวร์ โดยการยื่นใบรายชื่อหนังสือภายในจดหมายให้กับทางร้าน... มีอะไรหลุยส์ สเวน ดีออนเอ่ยถามหลุยส์ด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หลุยส์สะดุ้งก่อนลดมือลงข้างลำตัวก่อนส่งยิ้มแหยให้กับดีออนพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ว่า

    คือ... ค่าหนังสือแล้วก็ของใช้ทั้งหมดแพงมั้ยครับ คือ...เอ่อ...ผมไม่ค่อยมีเงินน่ะครับ...หลุยส์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วรีบก้มหน้าก้มตาลงเพราะความอาย ตอนนี้ใบหน้าของเค้าเป็นสีแดงราวกับมะเขือเทศ ดีออนถอนหายใจนิดหน่อยก่อนที่จะตอบเสียงเรียบ ๆ ว่า

    นักเรียนทุนสินะ หลังจบการประชุมให้ตามชั้นมา ชั้นจะพาไปรับเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อของทั้งหมด ที่หออำนวยการ แล้วก็แต่ละเดือนนายก็อย่าลืมไปรับค่าใช้จ่ายรายเดือนที่นั่นด้วยล่ะ ดีออนมองหน้าหลุยส์ที่ตอนนี้อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไปแล้วเรียบร้อยนิดนึง ก่อนจะหันกลับมาอธิบายรายละเอียดเรื่องร้านค้าต่าง ๆ และรายชื่อวิชาเลือกของปีหนึ่ง ต่อไป

    นักเรียนทุนของโรงเรียนนี้ดีจังแฮะ ได้เข้ามาเรียนที่นี่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีทุนสำหรับซื้ออุปกรณ์การเรียน แถมให้เงินใช้รายเดือนด้วย เลล่าคิดในใจ พลางฟังรายชื่อวิชาเลือกที่สามารถลงเรียนได้ในปีหนึ่งก่อนตัดสินใจเงียบ ๆ

    จะเรียนวิชาอะไรดีนะ ขณะที่เลล่ากำลังใช้ความคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอธิบายรายวิชาหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คน ส่ายหน้าด้วยความหวาดผวา แต่เลล่ากลับยกยิ้มที่มุมปากเบา ๆ ถ้าไม่มีใครสังเกตที่มุมปากของเธอก็คงไม่รู้หรอก เพราะมันถูกยกขึ้นมาแค่เพียงสองมิลเท่านั้น

     

    หออรุณ

                    คิร่าไปรอบ ๆ โถงของหออรุณอย่างสนอกสนใจ นี่มันห้องโถงของพระราชวังชัด ๆ เครื่องประดับและเฟอร์เจอร์อยู่ในโทนขาว ทอง ผ้าม่านลายลูกไม้สีขาว ผนังก็ทาด้วยสีขาวตัดขอบด้วยสีทอง พรมที่ปูก็ปักตกแต่งด้วยไหมสีทอง ไหนจะโคมไฟคริสตัลกลางโถงนั่นอีก นี่มันหอพักนักเรียนแน่ใช่มั้ย ? ปีหนึ่งทั้งเจ็ดคนมองไปรอบโถงอย่างสำรวจ ก่อนเสียงหวานๆ แต่ราบเรียบของรุ่นพี่ปีสามคนนึงจะดึงความสนใจของทุกคนไปแทน

                    สวัสดีปีหนึ่งทุกคน พี่ชื่อ เจสสิก้า ฟรอซ อยู่ปีสาม ราศีกุมภ์ เป็นรองประธานหอ ตอนนี้เป็นผู้ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหอ เพราะตอนนี้ราศีธนูหรือประธานหอกำลังว่างเนื่องจากรุ่นพี่จบไปแล้ว จึงจะมีการคัดเลือกประธานหอในเดือนหน้า ปีหนึ่งก็สามารถเข้าชิงตำแหน่งได้นะ พี่เจสสิก้า เป็นผู้หญิงท่าทางเจ้าระเบียบ ดวงตาของเธอเป็นสีม่วงดูท่าทางเย็นชา แถมแว่นตาของเธอยังทำให้เธอดูเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้าไปอีก ผมของเธอเป็นสีดำยาวส่งผลให้บุคลิกดูเคร่งขรึม อันที่จริงพี่เจสสิก้าแค่จริงจังในเรื่องงาน เวลาที่ทำงานเธอจะสวมโหมดสาวแว่นสุดเฮี้ยบ แต่จริง ๆ แล้ว พี่เจสสิก้าเป็นคนที่น่ารักมากเลย คิร่านึกถึงสมัยเด็ก ๆ ที่พี่เจสสิก้ามักชวนเธอไปทำหัดทำขนมบ่อย ๆ ทำให้รักและนับถือพี่เจสสิก้าเป็นพี่สาวอีกคนทีเดียว

                    สำหรับห้องพัก เนื่องจากมีทั้งหมดเจ็ดคน จึงมีคนนึงได้นอนคนเดียว หลังจากพิจารณาจากรายชื่อทั้งหมดแล้ว คาโรลิน่ากับคิร่า พักห้อง 201 เฟลีเซียกับลินดาห้อง 202 เอนิลกับอเล็ก ห้อง 203 ส่วนห้องสุดท้ายให้อาเธอร์พักคนเดียว มีอะไรขัดข้องมั้ย ? เจสสิก้าเอ่ยถามพลางกวาดสายตามอง ปีหนึ่งทุกคนส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่มีปัญหาอะไรกับการจัดแบ่งห้องในครั้งนี้

                    เอาล่ะ ต่อไปให้ปีหนึ่งทุกคนมาลงทะเบียนวิชาเลือกที่อยากเรียน แล้วรับจดหมายไปคนละหนึ่งฉบับ ในนั้นจะเป็นรายชื่อสิ่งของทั้งหมดที่พวกเธอต้องซื้อ ส่วนทางโรงเรียนจะเปิดเทอมอีกสามวันข้างหน้า หวังว่าจะไม่เห็นเด็กของหออรุณไปเข้าเรียนสายในวันแรกนะ

                    หลังจากนั้นพี่เจสสิก้าอธิบายก็อธิบายรายวิชาที่เปิดให้ปีหนึ่งเลือกเรียน มีทั้ง การใช้อาวุธในระประชิด การใช้อาวุธในระยะไกล การรักษาพยาบาลด้วยเวทย์เบื้องต้น การดูแลสัตว์ในตำนาน  การออกแบบอาคารและภายใน การปรุงยาด้วยสมุนไพร วิชาคหกรรม และภาษาภูตเบื้องต้น คิร่าฟังคำอธิบายในแต่ละรายวิชาเงียบ ๆ ก่อนที่คาโรลิน่าจะหันมาคุยกับเธอ

                    คิร่าจะลงเรียนวิชาเลือก วิชาอะไรบ้างจ๊ะ ? ชั้นน่ะยังตัดสินใจไม่ถูกเลย คาโรลิน่าพูดพลางทำสีหน้าหนักใจ

                    ก็คงจะเป็นวิชาคหกรรม กับ การใช้อาวุธในระยะไกลน่ะค่ะ คิร่าพูดพลางส่งยิ้มกลับไป

                    ทำไมถึงลงเรียนสองวิชานี้ละคะ ? คาโรลิน่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย

                    ที่ลงวิชาคหกรรมเพราะจะได้ทำขนมไปให้พี่เลล่าน่ะค่ะ ส่วนวิชาการใช้อาวุธในระยะไกล อยากเรียนเพราะว่ามันคงไม่เจ็บตัวดีและสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยค่ะ คิร่าอธิบายด้วยรอยยิ้มสดใส

                    อิจฉาพี่สาวฝาแฝดของคิร่านะคะ มีน้องสาวน่ารักจัง คิร่าคงรักพี่สาวมากเลยเนอะ คาโรลิน่าเอ่ยก่อนส่งยิ้มสดใสกลับมา

                    คิร่าพยักหน้าตอบรับคำของคาโรลิน่า เธอรักพี่สาวของเธอมากพอ ๆ กับที่พี่สาวเธอรักเธอมากเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยถามว่า

                    คาโรลิน่าตัดสินใจได้รึยังคะว่าจะลงเรียนวิชาไหน

                    เรียกคาเลียก็ได้จ๊ะ คาโรลิน่ามันคงจะยาวเกินไป ชั้นขอลงวิชาเลือกวิชาเดียวกับคิร่าได้มั้ยจ๊ะ ? คาโรลิน่าเอ่ยถาม คิร่าก็ส่งยิ้มให้พลางตอบว่า

                    “ ยินดีค่ะ คาเลีย งั้นเราไปลงทะเบียนดีกว่านะคะ จะได้รีบออกไปหาซื้อของตามใบรายการของทางโรงเรียนน่ะค่ะ คาโรลิน่าพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งสองจะเดินจูงมือกันไปลงทะเบียนวิชาเรียน

                    เจ้าหญิงคิร่า เป็นยังไงบ้างคะ พี่เจสสิก้าเอ่ยทักทายคิร่าที่ตอนนี้กำลังลงทะเบียนเรียนวิชาเลือก ก่อนส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

                    ไม่ต้องเรียกเจ้าหญิงหรอกค่ะ พี่เจสสิก้า อย่าลืมสิคะ หนูเป็นรุ่นน้องพี่นะคะ คิร่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มสดใส

                    จ๊ะ เป็นไงบ้างสบายดีมั้ย แล้วเลล่าล่ะ

                    “ สบายดีค่ะ พี่เลล่าก็สบายดี หนูคิดถึงพี่เสสิก้ามากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งสองปี พี่เจสสิก้าทำไมไม่กลับไปเยี่ยมน้องบ้างล่ะคะ คิร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะงอน ๆ อยู่บ้าง

                    พี่ยุ่ง ๆ เรื่องเรียนนะจ๊ะ แถมยังต้องเป็นรองประธานหออีก เลยไม่ค่อยมีวลากลับบ้าน ขอโทษด้วยนะจ๊ะ เจสสิก้าเอ่ยพลางส่งยิ้มขอโทษมาให้

                    ถ้างั้นพี่เจสสิก้าคงต้องทำชูครีมฝีมือพี่ มาเลี้ยงไถ่โทษครั้งนี้แล้วล่ะค่ะ คิร่าพูดพลางหลิ่วตาให้กับพี่เจสสก้า เจสสิก้าหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนตอบรับข้อเสนอแต่โดยดี พลางคิดในใจว่าเด็กคนนี้ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงจะไม่ได้เจอกันถึงสองปีก็ตาม


    ______________________________________________________________________________________________________

    ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ สำหรับคำแนะนำว่าแต่ละตอนสั้นไป จะพยายามเขียนให้ยาวขึ้นนะคะ หากมีอะไรผิดพลาด สามารถบอกได้ทันทีเลยนะคะ ยินดีรับฟังคำติชมค่ะ 

    ปล. ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ :)

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×