[จบแล้ว] คุณเจ้าพระยาครับ เลิกจับดาบผมสักที! [Yaoi]

ตอนที่ 9 : EP04: ยินดีที่ได้พบกัน Part 2/2 (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 196 ครั้ง
    26 ก.พ. 62



EP04


ยินดีที่ได้พบกัน 

Part 2/2



ได้ฟังดังนั้นเจ้าพระยาหนุ่มก็ส่ายหน้า ดวงตาจ้องมองความคิดเห็นนั้นราวกับจะมองให้ทะลุ ท่าทางดูไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง



“วาจาเลื่อนเปี้อนนัก ข้ากับเจ้าต่างเป็นชายด้วยกันทั้งคู่ แล้วจะเป็นคนรักกันได้อย่างไร”



แม้ในยุคสมัยของเขาจะมีคู่รักที่เป็นชายกับชายด้วยกัน แต่สองคนนั้นก็ไม่อาจหาความสงบสุขได้เลย ไม่ว่าจะไปที่ใดก็จะโดนสายตาของคนอื่นมองด้วยความรังเกียจ หนักเข้าก็กลั่นแกล้งสารพัดเพื่อให้แยกจาก ถึงเจ้าพระยาผู้รบทัพจับศึกมาตลอดจะไม่ได้สนใจเรื่องรักใคร่ ซ้ำยังช่วยปรามอยู่หลายหน หากก็ไม่เคยมีความคิดที่จะมีคนรักเป็นชายเช่นกัน



“โธ่คุณ ยุคสมัยนี้มันเปิดกว้างมากขึ้นแล้วนะ จะเพศไหนก็รักกันได้ทั้งนั้นแหละ” อิชชินตอบตามความจริง แต่พอเห็นสีหน้าของคนที่น่าจะไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่นักแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ… ว่าแต่เจ้าพระยาแบบคุณมีแฟนหรือยังล่ะ”



จิตินิ่งไปเพื่อใช้เวลาทำความเข้าใจกับคำว่าแฟนอีกครั้ง ผ่านไปไม่นานนักจึงส่ายหน้าแล้วตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา



“เรื่องนั้น… จริงๆ แล้วข้ายังมิได้ออกเรือนหรอก”



“ออกเรือน?”



“ข้าหมายถึงยังไม่มี...แฟน”



“วัยอย่างคุณยังไม่มีแฟนอีกเหรอ!”



“ก็ข้ามัวแต่วุ่นวายอยู่กับการปกป้องบ้านเมือง จะเอาเวลาใดไปสนใจเรื่องคู่ครอง”



“จิติซัง คุณนี่พลาดซะแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าเรื่องพวกนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน คุณไม่อยากมีคนรออยู่ที่บ้าน คอยดูแลหรือบีบนวดในเวลาที่เหนื่อยล้าหรือไง”



“แล้วเจ้ามีรึ”



เจ้าพระยาหนุ่มเลิกคิ้วถามกลับ พร้อมทั้งหรี่ตามองคนที่ตีหน้านิ่งแล้วเฉไฉเล่นโทรศัพท์โดยไม่คิดจะตอบคำถาม เพียงเท่านั้นเขาก็ยกยิ้มมุมปาก แววตาทอประกายขบขันแบบปิดไม่มิด



“หึ เจ้าเองก็ไม่มีใช่หรือไม่… ไม่สิ ดูจากท่าทางคงไม่เคยมีเลยเสียมากกว่า”



“คุณ!” คนถูกรู้ทันใช้ใบหน้าดุๆ เข้าข่ม แต่ก็ไม่อาจทำให้จิติหวาดกลัวได้ ซ้ำอีกฝ่ายยังหัวเราะชอบใจราวกับเห็นเป็นเรื่องสนุกสนานอีกต่างหาก “ไม่ใช่ว่าไม่อยากมี แต่คุณก็เห็นว่าหน้าผมโหดจะตาย พยายามเข้าหาใครคนนั้นก็เดินหนี พอยิ้มให้ทีก็โดนหาว่าแสยะยิ้มอีก ผมน่ะปลงไปแล้ว ที่พูดเนี่ยเพราะอยากแนะนำให้หรอกน่า”



จิติไม่ได้เถียงกลับ แต่ยังคงใช้สายตามองคนหน้าบึ้งซึ่งกำลังเล่นมือถือไม่วางตา การกระทำที่เจ้าตัวแสดงออกคล้ายกับคนในคลิปวิดีโอที่เขาเปิดผ่านเมื่อวาน



หลังจากรวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าพระยาหนุ่มจึงยกกำปั้นทุบมือแล้วทำหน้าเข้าอกเข้าใจ พร้อมกล่าวออกไปด้วยวาจาฉะฉาน



“นี่คือสิ่งที่เรียกกันว่า ‘งอน’ ใช่หรือไม่”



“ไม่ใช่!” เสียงทุ้มสะบัดใส่โดยไม่รู้ตัว ส่วนมือก็เร่งจิ้มลงบนมือถือยิกๆ



จิติเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นแขนข้างหนึ่งไปหาคนหน้าดุ “เอ้า! เจ้านวดให้ข้าที”



ทาเคดะ อิชชินเงยหน้าขึ้นจากจอ แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็ยอมละจากมือถือมาบีบนวดให้ตามที่ถูกร้องขอโดยไม่คิดอะไร



จนกระทั่งได้ยินคำพูดถัดไปของเจ้าพระยา...



“เห็นหรือไม่ว่าเจ้าก็ดูแลและบีบนวดให้ข้าได้เช่นกัน แล้วข้าจะต้องการสิ่งที่เรียกว่าแฟนไปเพื่ออะไรเล่า”



คนที่ได้ยินคำอธิบายอันไร้หลักการและไร้เหตุผลเต็มสองรูหูนิ่งงันไปครู่ใหญ่ กระทั่งได้ยินเสียงครางฮึมฮัมด้วยความพอใจของใครอีกคน มือที่บีบนวดอยู่จึงเปลี่ยนเป็นผลักแขนอีกฝ่ายออกอย่างแรง



“บ้าหรือไง!”



ลูกค้าในร้านชาต่างทยอยกลับกันหมดแล้ว หลงเหลือไว้เพียงเศษซากของความเสียหายที่เจ้าของร้านไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก



ของบางอย่างผุพังไปยังนำกลับมาซ่อมแซมใหม่ได้ แต่ของบางอย่างสูญเสียไปแล้วแม้จะนำกลับมาซ่อมแซมสักกี่ครั้งก็ไม่อาจใช้การได้ดังเดิม



โคมูระ นากิจ้องมองข้าวของในร้านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาสีดำสนิทแบบคนปกติจะแปรเปลี่ยนเป็นสีทองผิดมนุษย์ พลันมีสายลมพัดไปยังเศษซากความเสียหายที่วางกองอยู่ จากนั้นของแต่ละชิ้นก็ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วประกอบเข้าหากันช้าๆ



ร่างสูงโปร่งในชุดยูกาตะสีครามเดินข้ามสะพานเล็กๆอย่างแช่มช้า ไปหยุดอยู่ตรงหน้าสระบัวขนาดใหญ่ ใจหวนนึกถึงคำพูดของลูกค้าคนสำคัญที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจ

‘สักวันฉันจะเลิกมากินร้านคุณเพราะสระบัวพวกนี้แหละ’



ในตอนนั้นนากิทำได้เพียงยิ้มรับด้วยรู้ดีว่ายูกิไม่ชอบสระบัวพวกนี้เพราะอะไร

ซุยเรน แปลว่า ดอกบัว



‘ดอกบัว’ ที่แม้จะเป็นดอกไม้งดงามเพียงใด แต่ก็โดนเกลียดได้เพราะดันมีความหมายเหมือนกันกับชื่อแก๊งยากูซ่าที่เธอคนนั้นชังนักหนา



รอยยิ้มอ่อนโยนซึ่งมักปรากฏอยู่บนใบหน้าผุดผ่องค่อยๆ จางลง และถูกแทนที่ด้วยความหม่นหมอง ดวงตาสีทองผิดมนุษย์ปรากฏแสงสว่างเพียงเล็กน้อย จากนั้นรอบกายก็ถูกโอบล้อมไว้ด้วยละอองสีขาวบริสุทธิ์ดุจเกสรดอกไม้



ขณะเดียวกันก็มีเสียงกุกกักดังมาจากตัวร้าน เหล่าชุดชงชาและข้าวของทุกอย่างเริ่มขยับไหวได้ราวกับต้องมนตร์ โต๊ะไม้ตัวเดียวกับที่ใช้รับแขกเริ่มกระดุกกระดิกไปมา เช่นเดียวกับชุดชงชาขี้กลัวซึ่งขยับตัวออกมาจากที่ซ่อน โบยบินมาหาผู้เป็นเจ้านายอย่างเร็วรี่



โต๊ะไม้ใช้ขาทั้งสี่ข้างขยับต่างเท้า เดินดุกดิกมาหานากิก่อนจะใช้ขอบโต๊ะถูไถท่อนขาของเขาราวกับปลอบโยน



‘ไม่เป็นไรนะขอรับนายท่าน’



โคมูระ นากิยืนเหม่อลอยอยู่หน้าสระบัว จนกระทั่งชุดชงชาบินตามมาเพื่อเอาตัวเองถูไถบนแก้มของผู้ถูกเรียกว่านายท่าน เขาจึงได้สติแล้วหันไปมองถ้วยชาที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ และหากถ้วยกระเบื้องเคลือบตรงหน้าเอ่ยวาจาได้ เขาคงได้ยินเสียงปลอบประโลมซ้ำๆ ดังอยู่ข้างหู



‘ไม่เป็นไรนะ นายท่านยังมีเราอยู่นะ’



“ขอบใจ” เสียงนุ่มนวลเอ่ยบอกกับชุดชงชาและโต๊ะไม้ที่ยังคงถูไถขาของตนไม่เลิกรา “แต่เราไม่ชอบความรู้สึกในตอนนี้เอาเสียเลย”



แม้จะบอกตัวเองว่าไม่มีความรู้สึกใดๆ แล้ว หากอีกใจกลับประท้วงว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม



เคยรู้สึกอย่างไร ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น



“เจ้าเองก็รู้อยู่แล้วใช่ไหม”



ชุดชงชาผงกตัวขึ้นลงเป็นเชิงตอบรับ เข้าใจดีกว่าผู้เป็นนายต้องการสื่อถึงอะไร



หากเปรียบชุดชงชาเป็นมนุษย์ คงไม่ต่างอะไรกับทาสรับใช้ผู้จงรักภักดี ทาสที่รู้ใจนายท่านมากกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่ต้องมีสระบัวอยู่ในร้าน หรือกระทั่งการที่นากิมักจะมายืนดูดอกบัวในสระด้วยใบหน้าทุกข์ตรม ทุกอย่างมีเหตุผลแทบทั้งหมด



เพราะดอกบัว... มีความหมายเช่นเดียวกับชื่อ ‘สโรชา’ หญิงสาวที่เจ้านายของตนรอคอยมานานนับกัลป์... นานจนแทบเป็นอสงไขย



ละอองสีขาวรอบกายลอยฟุ้งหนักขึ้น เสมือนแทนหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดซึ่งไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นถ้อยคำได้ ยิ่งละอองมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงออกถึงความปวดร้าวในใจได้มากเท่านั้น



“ตอนแรกเราเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่การได้มาเจอเขาอีก… กลับทำให้ความรู้สึกของเราชัดเจนขึ้นมาอีกครา”



ร่างสูงโปร่งเหม่อมองเหล่าบัวในสระด้วยแววตาหม่นหมอง ละอองสีขาวพลันโอบรอบกายไว้หนักเข้าจนแทบมองไม่เห็นร่างจริงภายใน



โต๊ะไม้เห็นท่าไม่ดีก็รีบคลอเคลียผู้เป็นนายเพื่อปลอบใจ เช่นเดียวกันกับชุดชงชาซึ่งบินผ่านม่านละอองเข้าไปถูไถตัวเองกับพวงแก้มของคนเศร้าตรม สุดท้ายนากิจึงส่ายหน้าไปมา แล้วยกมือขึ้นลูบถ้วยชาประดุจกำลังลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู



การกระทำของผู้ภักดีทำให้รอยยิ้มอ่อนโยนค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ละอองสีขาวลดลงไปเล็กน้อยเมื่อความเศร้าบรรเทาลง



เสี้ยววินาทีถัดมาใจก็หวนคิดถึงใครอีกคน



“แต่เราดีใจที่ได้เจอท่านอีกนะ… จิติซัง”







 หิวหิว Talk


          เอาแล้วๆๆๆๆ สรุปเรื่องมันเป็นไงมาไงกันแน่นะ นากิ







#เลิกจับดาบผมสักที


แวะเข้ามากด like เพจกันได้นะคะ ^w^






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 196 ครั้ง

379 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:58

    อะไรง่ะะ สรุปนี่คือ..รู้จักคุณจิติมาเเล้วงั้นหรือ งงไปหมดเเว้วววว เรื่องมันเป็นไงมาไงกันเเน่!!! กึ๊ดดดดดดดดดดดด
    #334
    0
  2. #270 จริง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 17:09

    กามเทพตัวจริง นากิซัง ของน้องซอว์ สินะ

    #270
    0
  3. #235 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:48
    โอ้ว วี่แววมาม่ามารำไร
    #235
    0
  4. #102 Shin Night (@nunza1743) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:29
    การเดาไม่เคยผิด!!!!แต่เธอมาเป็นเทพได้ไง!!!!
    #102
    0
  5. #62 Sodaxzaza2549 (@Sodaxzaza2549) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:43
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกกกก
    #62
    0
  6. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    นี่ใช่เทพองคเดียวที่อยู่ในเรื่องกามเทพป่คะเเลชื่อคุ้นถ้าจำไม่ผิดนากินี่เเหละที่ทำให้สัญญากับปราการรักกัน?
    #55
    0
  7. #50 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:33
    มีความซับซ้อนไปอี้กกกกก อยากรู้จริงๆว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นกันแน่.
    #50
    0