วาสนา พรหมลิขิต ภาค สิ้นสุดทางเดิน

ตอนที่ 3 : วาสนาครั้งที่๓ : พรากบริสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 63



 

พรากบริสุทธิ์

 

 

         “อ้า~ อิ๊มอิ่ม” เด็กหนุ่มตบท้องแบนราบ ทำให้ผมที่ล้วงกุญแจรถขึ้นมากดรีโมทรถเหลือบมองพลางพึมพำเบา “กินแค่นั้นน่ะนะ?” เมื่อไฟท้ายสีเหลืองสว่างสองทีผมก็เปิดประตูพลางพยักเพยิดให้วาดขึ้นมานั่งข้างคนขับด้วย

 

         จากนี้จะไปไหน...สองฝ่ายต่างรู้กันดี

 

         วาดยกนิ้วชี้หน้าตัวเอง ถามแปลกใจ “ให้ผมนั่งตรงนี้จะดีเหรอ”

 

“หรือมึงจะนั่งข้างหลังแล้วให้กูเป็นสารถีแทนล่ะห๊ะ?” ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นคำถามมันจึงรีบโบกมือ

 

“เปล่าครับไม่ใช่แบบนั้น ก็...ก็มันน่าจะเป็นตำแหน่งประจำของคุณมิ้นท์ ถ้าหากผมนั่งเกรงว่าคุณพายจะไม่พอใจ...ครับ” ขณะอธิบายร้อนรน ดวงตาหลุบต่ำ สองมือจับสายกระเป๋าคาดอกแน่น

 

“...” บางครั้งเด็กนี่ก็ทำให้ผมต้องแปลกใจ...เรียกว่าไม่อยากจะเชื่อมากกว่าว่าเด็กนี่ยังมีความเกรงอกเกรงใจหลงเหลืออยู่บ้าง “ไม่เป็นไร กูเป็นคนเชิญเอง มึงก็อย่าคิดมากนัก”

 

         วาดหัวเราะแหะๆ “...นั่นสินะครับ” ก่อนจะขึ้นมานั่งเงียบๆ โดยไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย

 

         “เมื่อกี้คุณพายกินอิ่มมั้ยครับ” เสียงใสถามขึ้นมาทั้งๆ ที่ดวงตายังเหลือบมองถนน มีเหงื่อผุดซึมข้างใบหน้าทั้งๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเท่าไหร่ แต่กระนั้นผมก็หันแอร์สองตัวที่อยู่ตรงกลางให้มันแล้วก็เปิดเพลงวิทยุเบาๆ เหมือนอย่างที่ชอบทำ

 

         “พอได้”

 

         “อร่อยดีนะครับ ผมชอบ ราคาโอเค แถมให้เยอะด้วย”

 

         “อืม”

 

         “คราวหน้า...” เด็กหนุ่มเกริ่นเสียงแผ่ว เป็นน้ำเสียงที่ต่างไปจากปกติทำให้ผมเหลือบมอง แสงสว่างจากไฟข้างถนน แล่นวูบวาบ ทำให้สังเกตเห็นมือสั่นเทาในความมืด ใบหน้าชื้นเหงื่อประดับรอยยิ้ม “คราวหน้าไปกินด้วยกันอีกนะครับ”

 

         “...”

 

         ผมไม่ตอบอะไรกลับไป เป็นสาเหตุให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะออกมา “ว่าไปนั่น คุณพายค่อนข้างยุ่งนี่นา...ขอโทษครับที่ทำให้ลำบากใจ”

 

         หลังจากนั้นวาดก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงเอนกายพิงเบาะและมองออกไปนอกหน้าต่างอีกฝั่ง นิ่งเงียบผิดวิสัย ในรถมีเพียงเสียงเพลงที่คลอไปกับบรรยากาศเบาๆ

 

         “...”

 

         กระทั่งความรู้สึกผิดโจมตีในใจไม่หยุด ทำให้ชายหนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบ “...แล้วมึงล่ะ”

 

         “เอ๊ะ?” วาดหันขวับ ในความแปลกใจมีความตื่นเต้น ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดอะไรออกจากปากอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ถึงจะเป็นคำถามสั้นๆ ที่ไม่เข้าใจเลยก็ตาม “...อะไรเหรอครับ”

 

         “เห็นกินอยู่แค่นั้น...อิ่มเหรอ” ทุกครั้ง...วาดมักจะเอ่ยถามผม ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร ถึงจะน่ารำคาญ แต่น้ำเสียงนั้นมักจะมีเร่งเร้า ตื่นเต้น เป็นห่วงแฝงอยู่ และเมื่อปรากฏถึงอารมณ์ผิดหวัง มันจึงทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้อย่างง่ายดาย

 

“อิ่มสิครับ ตอนนี้ผมอิ่มมากจนท้องเกือบแตกแน่ะ”

 

ครานี้...เพียงเพราะเขาเอ่ยถามคำถามเดียวก็ทำให้ดวงตากลมโตวาววับเปล่งประกายอีกครั้ง...ราวกับดอกไม้เบ่งบาน

 

หางตาเรียวยาวปรายมองคนข้างกาย...นี่นับเป็นครั้งที่สองที่ได้สำรวจอย่างละเอียด

 

“ผู้ชายวัยอย่างมึงเขากินเยอะกว่านี้ไม่ใช่เหรอ ขนาดมิ้นท์ยังกินเยอะกว่านี้เลย”

 

“แหม...อย่าไปเทียบกันสิครับ”

 

ครั้งแรกที่เจอกันเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมคิดว่าครอบครัวของเด็กวาดคงขัดสนพอควร เนื้อตัวถึงได้สกปรกมอมแมม ร่างกายผ่ายผอมคล้ายคนขาดสารอาหารปานนั้น ซึ่งช่างแตกต่างกับคุณหนูตัวขาวสะอาดสะอ้านที่เห็นในวันนี้อย่างกับเป็นคนละคน

 

หากมองภายนอกแล้วตัดสินใจไปถึงฐานะครอบครัวของคนๆ นั้นแล้วคงโดนหลอกสนิท...เหมือนอย่างผม

 

แต่ที่คาดเดาได้แน่ๆ คือเด็กนี่คงจะถูกพ่อแม่ตามใจอยู่เป็นนิจ

 

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวาดเลย...ตัวตนของเด็กหนุ่มที่ผมรู้แน่นอนมีเพียงอายุยี่สิบกับชื่อจริงอันเสนาะหูว่า ‘วาสนา’

 

บางครั้งถามไปก็ไม่ได้คำตอบ...แต่นั่นก็เป็นเพราะผมยอมแพ้ที่จะไม่เอาคำตอบนั้นเองด้วย

 

         วาดหันมามองผม อมยิ้มทั้งดวงตา “คุณพายกินเยอะ ถ้าว่างเมื่อไหร่ไว้คราวหน้าผมจะพาไปกินร้านอร่อยๆ อีก แล้วก็ได้เยอะๆ ให้เท่ากับกินวัวทั้งตัวเลย”

 

         “...” เป็นอีกครั้งที่ผมไม่ได้รับปากคำชวน เพราะไม่อยากเห็นอะไรให้ชวนรู้สึกผิดจึงเบนสายตากลับมามองถนน

 

เพราะไม่รู้ว่าจะมี ‘คราวหน้า’ อีกหรือเปล่า...หากผ่านคืนนี้ไปแล้วระหว่างเราสองคนจะเป็นยังไงก็ไม่แน่ใจ

 

อาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างคนแปลกหน้า

 

“มึงคิดไว้ยังว่าจะไปโรงแรมไหน หรือว่าจะไปม่านรูด?” ร่างสูงถามด้วยความไม่แน่ใจ ถึงจะเคยผ่านบ่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์เข้าไปยังสถานที่เหล่านี้เลยด้วยซ้ำ

 

         วาดร้องอ้อ “ไปบ้านผมดีกว่าครับ ไม่เสียเงินด้วย...อ๊ะ จากตรงนี้อีกสองซอยเลี้ยวขวาครับ”

 

         ผมเปิดไฟเลี้ยวตามคำบอก “ไปที่บ้านจะดีเหรอ แล้วพ่อแม่...”

 

         “ไม่เป็นไรครับ” เด็กนั่นตอบกลับมาทันที

 

         “...ตามใจ บอกทางมาแล้วกัน” ผมหักพวงมาลัยเข้าสู่ถนนซอยหนึ่ง ดูเหมือนว่าบ้านของวาดจะห่างจากบ้านผมไม่มากเท่าไหร่นัก...ถนนแถวนี้เพิ่งทำใหม่จึงดูดี ขึ้นต้นไม้เยอะดูเป็นธรรมชาติ แต่นั่นก็ทำให้ไฟข้างทางถูกบดบังหลายส่วน ทางเท้ามืดและวังเวง หาคนเดินสวนไปมาแทบไม่มี หากเดินเข้าคนเดียวคงเสี่ยงโดนโจรฉุดจี้ข้างทาง

 

         “ตรงไปเรื่อยๆ อีกสองซอยก็ถึงแล้วครับ”

 

         “เป็นหมู่บ้าน?”

 

         “ครับ” วาดพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะถามตาโตเมื่อเห็นว่ารถคันนี้จอดชิดข้างทางหน้าร้านสะดวกซื้อเลขเจ็ดตัวโต “คุณพายจะแวะซื้ออะไร...?”

 

...ไหนเมื่อกี้บอกว่ากินอิ่มแล้วไง?

 

“ซื้อถุงยางแปป” ผมพูดพลางตบกระเป๋ากางเกง “กูไม่ได้พกมา”

 

“เอ๊ะ...ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องหรอกครับ”

 

“ไม่ได้ กับเด็กแปลกหน้าอย่างมึงกูไม่สดด้วยหรอก เดี๋ยวติดโรคอะไรมาชีวิตดับกันพอดี” ผมปฏิเสธทันที ถึงจะบอกว่าครั้งแรกจริง แต่แน่นอนว่าป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

 

คำพูดแฝงการดูถูกและถากถางไม่ได้ทำให้เด็กร่าเริงอย่างวาดสลด แถมเจ้าตัวยังหัวเราะแล้วบอกหลงประเด็น “ผมอายุยี่สิบแล้ว อ่อนกว่าคุณพายแค่ห้าปีเอง”

 

“...”

 

“คือที่บอกว่าไม่ต้องเพราะว่าผมเตรียมเอาไว้ให้แล้วครับ”

 

ผมเงียบ ก่อนจะค่อยๆ กลืนน้ำลาย “มึง...รู้ขนาดกูได้ไง”

 

“ผมกะจากขนาดตัวของคุณ แล้วก็...” เด็กนั่นมองต่ำ ฉีกยิ้มตาพราว หัวเราะคิกคัก “จากสายตาน่ะครับ” ตบท้ายด้วยการชูสองนิ้วเหมือนจะถามว่า ‘ผมเก่งมั้ย’

 

ไอ้เด็กกะล่อน

 

รถยนต์คันค่อยๆ แล่นออกจากหน้าร้านสะดวกซื้อเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เหลือบมองเสี้ยวหน้าขาวใสอ่อนเยาว์...ตอนอยู่บนเตียงจะมีอารมณ์เล้าโลมไอ้เด็กนี่หรือเปล่า เพราะเห็นอะไรๆ ก็ตลกขบขันไปหมดเสียทุกเรื่อง

 

ชายหนุ่มถอนใจเบา เปิดกระจกแลกบัตรเสร็จสรรพที่ป้อมยามทางเข้าหมู่บ้านและค่อยๆ เหยียบคันเร่งเคลื่อนรถไปข้างหน้าช้าๆ

 

         เมื่อกี้ผมโดนลุงยามวัยห้าสิบปลายจ้องเขม็งแทบทะลุไปยังโคนรูขุมขน ทั้งๆ ที่บอกว่ามาบ้านเพื่อนแต่แกดันไม่เชื่อดันถามเลขที่บ้านต่ออีกใครจะไปรู้ โชคดีที่วาดชะโงกหน้ามาทักทายถูกจังหวะ พอรู้ว่าเป็นใครสีหน้าลุงยามก็เปลี่ยนไป ทั้งสองคนเอ่ยสนทนากันเล็กน้อยด้วยความสนิทสนม จากนั้นรถของผมก็ถูกปล่อยมาอย่างง่ายดาย

 

         หรูชะมัด...

 

ดวงตาคมกริบสังเกตเห็นตั้งแต่ประตูทางเข้าที่เป็นจุดตรวจแล้ว รั้วโอ่อ่าใหญ่โต โคมไฟประดับตามเส้นทางที่ขับผ่าน กว่าจะถึงตัวหมู่บ้านจริงๆ ก็เลยจากป้อมยามเข้ามาพอสมควร บ้าน...ไม่สิ คฤหาสน์แต่ละหลังใหญ่ขนาดอยู่ได้ครอบครึ่งหนึ่งถึงห้าคนแบบไม่อึดอัด เป็นโครงการบ้านคัดสรรสำหรับคนมีอันจะกินเท่านั้นถึงจะซื้อได้

 

ครอบครัวของเด็กวาด...ท่าทางจะรวยไม่ใช่เล่น

 

แล้วทำไมวันที่เขาปรากฏตัวต่อหน้าผมถึงได้มีสภาพแบบนั้น

 

         “เลี้ยวซ้าย หลังที่สามอยู่ซ้ายมือครับ” รถยนต์แล่นเข้ามาจอดตามคำบอก ร่างโปร่งเปิดประตูลงจากรถผมครั้นจะเรียกก็ไม่ทันเสียแล้ว เจ้าตัวกำลังใช้แรงน้อยๆ นั่นทั้งดึงทั้งลากรั้วเหล็กลวดลายหรูหราเปิดกว้างเพื่อให้ผมถอยรถเข้าไปจอดข้างใน

 

         “เดี๋ยว...” แบบนี้จะดีเหรอ ถึงแม้จะน่าแปลกที่ในบ้านไม่มีรถสักคัน แต่ถ้าหากพ่อหรือแม่ของเด็กนี่กลับมาจะไม่สงสัยเอาหรือยังไงว่ารถนี่เป็นของใคร?

 

         แล้วมาทำอะไรกับลูกชายในบ้าน

 

         สุดท้ายผมก็ไม่ให้เด็กนั่นยืนเกาะรั้วตากยุงรอนาน ถอยรถขึ้นเนินเข้าไปจอดในลานกว้างมีกำบังแดดและไม่ลืมช่วยเขาลากรั้วปิดเหมือนเดิม

 

         พอเข้าบ้านมา ข้อสงสัยอีกข้อผุดขึ้นมาในหัวของผมอย่างช่วยไม่ได้คือทำไมในบ้านถึงโล่งว่าง เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นขนาดนี้ ห้องโถงกว้างไม่มีอะไรเลย อย่างกับบ้านซื้อใหม่ยังไม่ได้ขนของเข้ามายังไงยังงั้น “...” แต่สุดท้ายผมก็แค่กวาดตาสำรวจหนึ่งที เก็บคำพูดลงลำคอ ไม่ได้ถามอะไรออกไป

 

         เด็กวาดเดินผ่านเข้าไปในครัวที่(ไม่อยากจะเชื่อว่า)มีตู้เย็นอยู่ แค่เพียงแวบเดียวแต่ผมเห็นว่ามันไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากไข่ไก่ ของแห้ง กับขวดน้ำสองสามขวด

 

         ว่าแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ย...ปกติเขาแช่ไว้ในตู้เย็นกันเหรอ

 

เด็กนั่นรินน้ำเย็นๆ ให้ตัวเองและผมดื่มหนึ่งแก้ว มือกระดกยกจนหยดสุดท้าย เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกระหายน้ำขนาดนี้

 

“ทางนี้ครับ” พวกเขาสองคนเดินผ่านบันไดไม้อัดอย่างดี แต่ละย่างก้าวมั่นคง รู้สึกถึงโครงสร้างแข็งแรงของตัวบ้าน สมกับเป็นคฤหาสน์ในโครงการบ้านระดับห้าดาว

 

พายเป็นนักขาย เป็นคนชอบสังเกตมาแต่ไหนแต่ไร สบตา อ่านความรู้สึก มองการกระทำและคาดเดาถึงจิตใจนั่นคือสิ่งที่ผมต้องทำอยู่ตลอดการทำงาน เมื่อรู้ใจจึงสามารถเอ่ยสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ยินได้ถูกกาลเทศะ แบบไหนถึงจะชอบ แบบไหนถึงจะเหมาะ บวกกับใบหน้าได้รูปประดับรอยยิ้มหลอกล่อ ชายหนุ่มถึงได้ขึ้นมาเป็นพนักงานระดับท็อปในเวลาไม่นาน

 

เพราะนิสัยช่างสังเกตนั้น ผมจึงเห็นว่าผนังตลอดทางเดินบางจุดมีรอยด่างสี่เหลี่ยมคล้ายเคยมีกรอบรูปวางอยู่ประปราย

 

ว่ากันว่ารูปภาพเป็นความทรงจำที่เมื่อมองมันจะหวนนึกถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นได้

 

ความรู้สึกนั้นคงจะเรียกว่าความสุข แตกต่างกับความรู้สึกขมขื่นของผมตอนที่เห็นภาพพ่อกับแม่และตัวเองตอนเด็ก

 

แต่แม้จะเจ็บปวด ผมก็ยังเก็บเอาไว้ดูต่างหน้า แต่บ้านหลังนี้กลับถอดมันออกหมด ราวกับเจ้าของไม่อยากจะมองมันอีกต่อไป ผมไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้มีกี่ห้อง แต่มันกว้างมากและประตูทุกบานก็ปิดสนิท แม้ไฟทุกดวงจะสว่างแต่กลับเงียบและวังเวง

 

แผ่นหลังเล็กเดินนำอยู่ด้านหน้า ผมมองแล้วก็เผลอส่งเสียงออกไปไม่ทันรู้ตัว “นี่ บ้านหลังนี้มันเงียบเกินไปรึเปล่า? ดึกดื่นป่านนี้แล้วพ่อกับแม่มึงไปไหน จะกลับมาเมื่อไหร่”

 

“...อ๋อ” วาดเปิดห้องตัวเองเข้าไป เสี้ยวหน้าขาวแต่งแต้มอมยิ้ม “อย่าบอกนะครับว่าคุณพายกังวล วางใจเถอะครับ คืนนี้บ้านหลังนี้จะมีแค่ผมกับคุณสองคนเท่านั้น ไม่มีใครมาขัดจังหวะหรอก”

 

...จังหวะอะไรของมึง...

 

“เฮ้อ” ก็เป็นแบบนี้ซะทุกที ทั้งๆ ที่ครั้งนี้ตั้งใจฟังคำตอบแท้ๆ ...ผมผิดเองที่เป็นห่วง “เออ ช่างเหอะ”

 

“เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ร่างโปร่งบอกพลางเดินเข้าห้องน้ำปิดประตู ได้ยินเสียงน้ำไหลในเวลาต่อมา ชายหนุ่มสำรวจห้อง เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวของห้องนี้คือเตียงขนาดสี่คนนอน นอกนั้นเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะติดผนังที่เป็นบิลท์อิน

 

ผมทิ้งตัวนั่งขอบเตียง ยกมือลูบอกที่ภายในนั้นยังคงเต้นเป็นจังหวะสงบอย่างประหลาด ทั้งๆ ที่รู้ว่าจากนี้จะทำอะไร แต่กลับไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด หรือว่าอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นแค่เด็ก? เป็นผู้ชาย? ไม่ใช่คนที่ชอบกันแน่?

 

แกร๊ก...

 

จะอะไรก็ช่างเถอะ เพราะหลังจากนั้นผมก็ต้องถอนคำพูดของตัวเองในทันที เมื่อประตูห้องน้ำเปิดอ้ากว้าง ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าจริงๆ แล้วอายุยี่สิบแต่สิ่งที่ตาเห็นกลับอ่อนเยาว์กว่ามากอย่างกับนักเรียนมัธยมปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะยืนอยู่ตรงนั้น

 

“...” พายกลืนน้ำลายดังเอื้อก

 

ผมกลัวเหลือเกินว่าประสบการณ์ที่ต้องพบในเร็วๆ นี้จะทำให้ตัวเองโดนตำรวจจับข้อหาพรากผู้เยาว์

 

วาดก้าวออกจากห้องน้ำด้วยขาทีละข้างเชื่องช้า มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กเหน็บหมิ่นเหม่ไว้ที่สะโพกปกปิดเรือนร่าง ส่วนอื่นเปิดเปลือยโชว์ผิวขาวสว่าง เรียบเนียนน่าลูบไล้ หยาดน้ำพราวเกาะที่ลาดไหล่ สะบักและส่วนที่เอื้อมถึงยากขับให้ดูชุ่มฉ่ำ ทว่าน่าแปลกภาพนั้นกลับทำให้เขากลืนน้ำลายอีกหลายครั้ง

 

แล้วก็น่าแปลก...ทั้งๆ ที่น้ำลายสอเต็มปาก แต่ริมฝีปากกลับแห้งผากซะอย่างนั้น

 

จุกนมเล็กๆ น่ารักประดับอยู่บนอกแบนราบทั้งสองข้าง ที่เขาว่ากันว่าหากยังบริสุทธิ์จริงจะเป็นสีชมพูธรรมชาติสงสัยจะจริง ความน่ามองทำให้สายตาไม่รักดีค่อยๆ มองต่ำลงเรื่อยๆ กระทั่งหยุดอยู่บริเวณต้นขาเรียวใต้ผ้าขนหนูสีขาว การปกปิดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้ดูวาบหวิวยิ่งกว่าเปลือยทั้งตัวอีก

 

ผมสาบานได้ว่าไม่มีร่างกายของผู้ชายคนไหนน่ามองเท่าเด็กหนุ่มคนนี้อีกแล้ว

 

คนโดนจดจ้องอย่างวาดก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างหนักเมื่อสายตาคมกริบจับจ้องมองที่ใบหน้าและไล่ลามเลียตามเรือนร่างของเขาขึ้นลงไม่หยุด โดยเฉพาะตรงอก สะดือและต้นขา

 

“คุณพาย” เจ้าตัวเรียกชื่อด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม ร่างผอมไร้ไขมันและกล้ามเนื้อเดินมาอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “จะอาบน้ำ...ก่อนไหมครับ?”

 

ปกติน้ำเสียงของอีกฝ่ายจะสดใสและจอมแก่นเหมือนเด็กซนๆ ...แต่ยามนี้แหบพร่า หวานหู...โหนกแก้มแดงเรื่อ พอดวงตาคมตวัดมองอีกฝ่ายก็หลุบต่ำปิดบังแววตาดอกไม้งดงามใต้แพขนตายาว ดูออกว่ามีความเขินอายอยู่ในที ท่าทางนั้นเรียกความร้อนผ่าวแล่นขึ้นใบหน้า เสียงหัวใจของผมให้เต้นดังอย่างกับกลองชัย

 

“ตัวกูเหม็นเหรอ” ผมถามออกไปพลางกลืนน้ำลายอีกหนึ่งอึก อยากจะอาบน้ำอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่อยากเสียเวลาจากตรงนี้ไปสักวินาทีเดียว แล้วก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อร่างผอมเพรียวเข้ามาใกล้กว่าเดิม “!” ชายหนุ่มผวากว่าเก่าเมื่อพบว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ใกล้ แต่เป็นสัมผัสเย็นๆ ของผิวเนื้อที่จับต้องได้ เด็กหนุ่มชักความกล้าข่มความอายอ้าขาขึ้นคร่อมตักแกร่ง เขยิบชิดใกล้ชนิดหน้าท้องแนบหน้าท้อง บั้นท้ายเล็กแนบสนิทกับสิ่งนั้น ผ้าขนหนูผืนเล็กตอนนี้แทบไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรอีกต่อไป กลิ่นหอมของสบู่ที่ลอยฟุ้งทำเอาชายหนุ่มตื่นเต้นจนแทบเป็นลม

 

เด็กหนุ่มใช้สองมือเกาะไหล่ กดจมูกฟุดฟิดตามซอกคอของผมก่อนจะผละออกมาแล้วส่ายหน้าบอก “ตัวคุณพายหอม ไม่เหม็นเลยครับ”

 

ตึกๆๆ!

 

คำตอบไร้เดียงสาปราศจากเล่ห์ยั่วยวน แม้จะไม่ใช่เสน่ห์ของหญิงสาวทว่าความน่ารักพาซื่อทำให้ผมไม่สามารถควบคุมร่างกายช่วงล่างของตัวเองไม่ให้แข็งตัวได้

 

และดูเหมือนเด็กนี่ก็รับรู้ได้ผ่านสัมผัสร้อนผ่าว ถึงได้เม้มปากหน้าแดง ดวงตากลมโตที่มักมีดอกไม้ประดับชื้นน้ำตาแห่งความเขินอาย หนำซ้ำยอดอกชมพูอมแดงยังตั้งชันเองโดยที่ไม่ได้สัมผัสอีก

 

ผมเลียปาก ทั้งๆ ที่หักห้ามใจ แต่ร่างกายกลับทรยศ มือสองข้างที่เท้ากับเตียงยกขึ้นจับที่เอวบางแผ่วเบา

 

น่าแปลกว่าทำไมผู้ชายด้วยกันเองถึงได้รู้สึกแตกต่างขนาดนี้

 

นอกจากขาวเนียนแล้วยังทั้งนุ่ม ทั้งหอม ผิวเย็นๆ หลังจากผ่านน้ำมาให้ความรู้สึกดีสุดๆ

 

เด็กนั่นสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนที่นิ้วทั้งสิบจะลงมือนวดเฟ้นบริเวณนั้นขึ้นลงจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ “มึงเตรียมมาแล้วเหรอ”

 

“...ครับ ตอนอาบน้ำ” วาดกัดปากก่อนตอบ บิดเร้าเมื่อมือร้อนไต่ขึ้นมาที่อก นิ้วโป้งทั้งสองแตะที่ปลายจุก “อะ...” ฟันขาวกับปากแดงยิ่งเรียกเลือดลมแล่นพล่านในร่างกายแข็งแกร่ง พายออกแรงบดขยี้เม็ดเชอรี่ดูปฏิกิริยาน่ามองของเด็กหนุ่ม “อึก...อื้อ”

 

“หืม ทำเป็นด้วย?”

 

“อึก...ผม...ศึกษามาที่ร้านอินเทอร์เน็ต หะ...เพราะกลัว...คุณจะรังเกียจ” วาดบอกเสียงขาดห้วงปนหอบ น้ำตารื้น แขนบางทั้งสองโอบลำคอของร่างแข็งแกร่ง ออกแรงบดสะโพกเข้ากับอวัยวะเพศที่เริ่มแข็งขืนของชายหนุ่มกระตุ้นกำหนัดให้แรงกล้า เท่านั้นไม่พอยังพ่นลมหายใจร้อนและครางพร่าใส่หูของอีกฝ่าย “คุณพายทำตามใจได้เลยนะครับ ร่างกายของผม...เป็นของคุณคนเดียว”

 

สิ้นเสียงบอกพายก็สูดปากหนัก ละมืออกจากแผ่นอก กระตุกผ้าขนหนูทิ้งลงพื้นและตรงเข้าขยำแก้มก้นนุ่ม ฟอนเฟ้น “ไหน กูขอเช็คหน่อย” ผมพูดจบก็สอดปลายนิ้วชี้เข้าไปหนึ่งนิ้วที่ช่องทางด้านหลัง ผลปรากฏว่ามันเข้าไปอย่างง่ายดาย แต่หลังจากนั้นก็โดนผนังรอบด้านตอดแน่นตุ้บ

 

“อ๊า...อะ” ไหล่บางเกร็งรัด ใบหน้าขาวก้มงุดที่ซอกคอ กายผอมแนบชิดบดเบียดยิ่งขึ้นเมื่อนิ้วยาวขยับเสียดสี “อื้อ...คุณ...พาย”

 

“หือ” ผมเห็นว่าที่ตรงนี้เริ่มไม่ถนัดแก่การทำอะไรๆ จึงถอนนิ้วออก อุ้มสะโพกคนตัวเบาขึ้นมาพิงหัวเตียง เด็กหนุ่มหอบหายใจแฮ่ก ปรือมองใบหน้าหล่อเหลาไม่รู้ตัว พลันสะดุ้งหลุดร้องเมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้ามาเหมือนเดิม จากเพียงแค่สองข้อนิ้วขยับกลายเป็นสุดโคน สอดลึกแน่นิ่ง ขยับเชื่องช้า

 

“ฮื้อ”

 

ร่างสูงกัดฟันอดทน ลมหายใจผ่อนหนักเบาระส่ำระส่าย ตั้งแต่ขนขึ้นและรู้ว่าอะไรเป็นอะไรผมก็เคยพึ่งแต่คลิประหว่างผู้ชายกับผู้หญิงเพื่อช่วยตัวเองเท่านั้น ช่องทางของผู้หญิงผมเห็นผ่านหน้าจอมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพราะมันเป็นที่ๆ ชายหนุ่มปรารถนาที่จะทำให้หญิงคนรักและตัวเองรู้สึกดีไปพร้อมๆ กัน แต่...สำหรับผู้ชายด้วยกันเอง ตรงรูทวารก็ว่าใช้มีเพศสัมพันธ์และรู้สึกดีได้เหมือนกัน

 

เพราะผู้ชายมีช่องทางเดียวที่ใช้ระบายอารมณ์ได้ แต่ก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อทำเรื่องพรรค์นั้นเหมือนผู้หญิง ดังนั้น...ก่อนอื่นต้องผ่อนคลายเสียก่อน

 

ถึงแม้จะไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่ได้เกลียด ผมไม่ต้องการให้เด็กประหลาดไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข็ดขยาดกับเซ็กส์ครั้งแรกของผม

 

“อื้ม ฮึก คุณ...พาย คุณพาย” ร่างขาวบิดเร้าแนบชิด มือไม้อ่อนแรงปาดป่ายไปทั่ว บางจังหวะมือทั้งสองขยุ้มจนเสื้อยับ บางจังหวะขยับถูไถ แก่นกายอ่อนนุ่มแข็งขืนแนบหน้าท้องแกร่ง เคลือบน้ำชุ่มฉ่ำเปรอะเสื้อเชิ้ตแต่พายกลับไม่ใส่ใจอะไรมาก เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งขยับถะถี่จนได้ยินเสียงครางหวานหูหวีดร้อง

 

ใบหน้าหล่อเหลาหยักยิ้มข้างมุมปาก รู้สึกภูมิใจที่ผลการปฏิบัติจากการศึกษาตัวหนังสือและคลิปตัวอย่างมาตลอดสองสัปดาห์จะออกมาดีไม่น้อย

 

พายสอดนิ้วที่สองและสามเข้าไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกดีกว่าที่คิด และไม่ลืมกระซิบบอกให้ผ่อนคลาย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ยิน เจ้าตัวสั่นระริกไปทั้งร่าง ทว่าก็พยายามเงยหน้าขึ้นสบตาผมทั้งดวงตาฉ่ำน้ำ ริมฝีปากบางที่ครางอึกอักค่อยๆ อ้าออกถาม

 

“จ จูบ...ได้มั้ยฮะ”

 

ให้ตาย เด็กนี่มันโคตรเซ็กซี่เลย

 

ผมรัดเอวบางเข้ามาแน่นกว่าเดิมก่อนจะเอื้อมมือจับหลังคอ ประกบปากแลกลิ้นตามคำขอ ถึงจะไม่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่า แต่เรื่องจูบผมมั่นใจว่าจะทำให้อีกคนพอใจได้ เรียวลิ้นที่ทั้งร้อนทั้งอวบชอนไชในช่องปาก ตั้งแต่ไรฟัน กระพุ้งแก้มและเพดานสลับไปมา

 

นิ้วยาวทั้งสามยังคงทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องทำให้เด็กวาดน้ำตาไหล ถูกสัมผัสสยิวสองด้านพร้อมกันแบบนี้ ร่างเล็กเกร็งรัดบดเบียดหนักหน่วงอย่างทนไม่ไหว อยากจะครางเสียงดังๆ แต่ก็ทำได้แค่อื้ออึงในลำคอ

 

“อื้อ อึก อืม”

 

มังกรตัวเขื่องตื่นจากการหลับใหลนานแล้วทว่าถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยกางเกงสแลค มันกำลังเรียกร้องอยากออกมาสูดอากาศแต่ทำได้เพียงดันเนื้อผ้าปูดโปนขึ้นเป็นโดมดูลามก ยิ่งแผลงฤทธิ์หนักเมื่อถูกขาอ่อนสัมผัสเสียดสีอย่างยั่วยวน อ้อมแขนแกร่งออกแรงรัดเอวบางแน่นยิ่งกว่ามือปลาหมึก ชายหนุ่มผละจูบออกให้เด็กหนุ่มพัก ส่วนตัวเองเลียปากหายใจหืดหาดทั้งลมหายใจร้อนผ่าว

 

เด็กนี่ไม่รู้หรอกว่าผมต้องอดทนมากแค่ไหน...ทั้งเสียงครางกับร่างกายหอม ขาว เนียน ถึงจะไม่นุ่มเพราะผอมเกินไปกำลังบดเบียดเข้ามาไม่หยุดด้วยอารมณ์ซ่านเสียว แถมช่องทางนุ่มยังตอดรัดแน่นเป็นจังหวะสอดใส่อีก

 

ผมไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้อารมณ์ จะให้ไม่รู้สึก...จะไม่ให้จินตนาการว่าจะรู้สึกดีแค่ไหนยามสอดใส่ของตัวเองเข้าไปในร่างกายหอมหวนนี่แล้วปลดปล่อยเต็มกำลังเลยมันก็ออกจะเกินไปสักหน่อย

 

“อะ อา คุณพาย ผมไม่ไหว...ผม...ฮะ! อื้อ...”

 

“จะเสร็จแล้วเหรอ” ผมกระซิบถาม เด็กนั่นกัดปากพยักหน้าระรัว หลังจากนั้นเจ้าตัวก็เบิกตาจนเกือบถลน อ้าปากกว้างครางเสียงดังลั่นจนน้ำลายใสๆ ไหลออกจากมุมเพราะด้านหลังถูกบุกรุกรุนแรงและลึกกว่าเดิม

 

“อ๊าๆๆ!! ม ไม่นะ!” นิ้วทั้งสามกระทุ้งหนักหน่วง เด็กหนุ่มหวีดร้อง อยากจะถดสะโพกหนีก็ไม่ได้ เพราะถูกคนแข็งแกร่งโอบรัดเอาไว้ ร่างผอมบางเกร็งสั่น อยากอ้อนวอนให้เบาลงอีกนิดแต่แก่นกายเล็กแดงก่ำและบวมเป่งอยากปลดปล่อย “ค อ๊ะๆ ...คุ...ฮึก พา...” บรรยากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นชะมด เสียงเฉอะแฉะเจ๊าะแจ๊ะน่าอายกับน้ำบางอย่างไหลออกมาจากช่องทางเคลือบนิ้วทั้งสามจนเปียกชุ่ม ส่งผลให้มันเสือกไสเข้ามาง่ายดาย “มะ แฮ่ก คุณพาย วาดไม่ไหว!”

 

ได้ยินคำหวานหูร้องขอ จมูกโด่งจรดลมหายใจร้อนผ่าวข้างใบหูเล็ก เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาเป็นคำอนุญาต “ปล่อยออกมาเลย” แตกต่างกับการกระทำ ผมกระทุ้งนิ้วยาวสอดลึกเข้าไปจนสุดโคนในครั้งสุดท้าย

 

“อื้อออ” จากนั้นก็ได้เห็นร่างผอมเกร็งกระตุกพ่นน้ำอย่างรุนแรงเป็นขวัญตา เป็นครั้งแรกที่วาดเสร็จจากการเล้าโลมด้านหลัง ส่งผลให้แก่นกายเล็กพ่นแรงจนน้ำขาวขุ่นกระเด็นมาโดนคางและสันกรามของใบหน้าหล่อเหลาบางส่วน “ฮึก...!”

 

วาดนอนหอบหายใจหมดแรงอยู่บนอกแกร่ง หัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัว เป็นความรู้สึกยินดีและลิงโลด ราวกับเป็นพระเจ้าที่สามารถควบคุมร่างกายบอบบางนี้เอาไว้ได้ด้วยการกระทำของตน

 

ในตอนนั้นเองในหัวพลันเกิดความคิดที่ไม่อยากปล่อยเด็กหนุ่มไป...ไม่อยากปล่อยความสนุกนี้ไปจากอุ้งมือ

 

“วาด ไหวหรือเปล่า” อย่างน้อยในตอนที่อยู่บนเตียงผมก็อยากจะพูดดีๆ กับเด็กคนนี้ ไม่อยากให้บรรยากาศมันห่อเหี่ยวไปเพราะคำหยาบคาย ร่างสูงช้อนประคองหลังคอของร่างขาวขึ้นมาช้าๆ ดูท่าเจ้าตัวปลดปล่อยแรงจนเหนื่อยอ่อน แต่ริมฝีปากร้อนยังคงป้อนจูบให้ราวกับต้องมนต์เสน่หา “พี่ยังอึดอัดอยู่เลย...อย่าเพิ่งหลับไปซะก่อนล่ะ”

 

“อืม” วาดหลับตาพริ้ม หลังจากผ่านสวรรค์มาแล้วครั้งหนึ่ง ร่างกายยังคงรู้สึกวาบหวิว อีกทั้งหัวใจยังโดนโจมตีด้วยเสียงทุ้มและคำแว่วหวาน เมื่อกี้ชายหนุ่มเรียกชื่อเขาอีกแล้ว และยังแทนตัวว่า ‘พี่’ อย่างสนิทสนม “คุณ...พาย”

 

ในดวงตาดอกไม้บานฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์แห่งความรักและความใคร่ จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาถ้วนทั่ว สีแดงลามพาดใบหูและโหนกแก้มเมื่อเห็นคราบน้ำกามของตนเปรอะคางและแก้มของร่างสูง ลิ้นเล็กจึงแลบเลียไล่เก็บให้ นิ่วหน้าเมื่อพบว่ารสชาติมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

จากนั้นศีรษะทุยก็แทบระเบิดดังปุ้งด้วยความอายเมื่อความคิดน่าอายชั่ววูบ...อยากรู้ว่ารสชาติของคุณพายเป็นยังไง จะฝาดเฝื่อนเหมือนกันไหม...หรือว่าอาจจะหวานฉ่ำในลำคอกันแน่

 

“อยู่บนเตียงก็เรียกพี่พาย” ผมบอกเพราะเรียกคุณฟังดูห่างเหิน พลางมองใบหน้ามนนั้นด้วยความสงสัย...ทำไมอีกฝ่ายถึงหน้าแดง

 

“พี่พาย” เจ้าตัวทวน เสียงหวานเสนาะหู

 

“อืม ดีมาก เด็กดี”

 

“ฮื่อ ผมห่างกับ...พี่พายแค่ห้าปีเองนะ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็หัวเราะอย่างดีใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเหมือนได้รับความรักและความอ่อนโยนจากคนที่คาดไม่ถึงก็มิปาน เด็กหนุ่มเขยิบเข้าไปชิดใกล้สวมกอดและซบอกแกร่ง จากนั้นก็ต้องสะดุ้งสุดตัวหน้าแดงแปร๊ดเมื่อมีของร้อนสัมผัสที่ร่องก้น เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองยังอยู่ในระหว่างสมรภูมิบนเตียง

 

“รู้สึกตัวแล้วเหรอว่ามันยังไม่จบ” ร่างสูงเอ่ยขึ้นยิ่งขับผิวขาวให้แดงจนเห็นชัด

 

“ครับ” วาดก้มหน้างุดๆ ตอบเสียงเบา

 

ผมเลิกคิ้วสงสัยเมื่อร่างผอมถดออกจากตัวไปที่กลางเตียง จากนั้นเอนหลังนอนหงายก่อนจะอ้าขาชันเข่าขึ้น เปิดเปลือยทุกอย่างจนหมดสิ้นต่อสายตา มองมุมนี้ผมจึงสามารถเห็นทั้งหมด ถึงแม้คนทำจะเม้มปาก ขมวดคิ้ว แดงก่ำไปทั้งตัว แต่ก็ยังอาจหาญกล้าทำ

 

ถ้าหากเป็นคนรัก...เขาจะกระทำการเด็กวาดอย่างหนักหน่วงเพื่อลงโทษฐานยั่วยวนต่อมกาม

 

ความนึกคิดถูกปัดออกไปด้วยความรู้สึกทั้งมวล ในตอนนี้มีทั้งความอึ้งและทึ่ง หัวใจเต้นรัว กล้ามเนื้อทั่วร่างดังเป๊ะป๊ะเหมือนวัยแตกหนุ่ม ดวงตาคมกริบจดจ้องช่องทางชุ่มฉ่ำที่เพิ่งถูกนิ้วแทรกขยายจนบวมนิดๆ จนน้ำลายสอขึ้นมาเต็มปาก

 

เอี๊ยด...

 

ต่อจากนี้ต่างหากคือของจริง ส่วนก่อนหน้านี้แค่เรียกน้ำย่อย

 

ร่างแข็งแกร่งค่อยๆ ลุกขึ้นคุกเข่าปลดซิปกางเกงออกดังพรืด เผยท่อนเนื้อสีแดงก่ำดีดผึงออกมาจากกางเกงในสีเทาเข้ม ทั้งส่วนหัวและลำตัวฉ่ำวาวด้วยน้ำหล่อลื่นที่ผุดซึมออกมาจากส่วนปลาย เส้นเลือดรอบๆ ปูดโปนแทบปริแตก วาดเห็นความแข็งแกร่งของมันแล้วรู้สึกวาบหวามในอก แค่คิดว่าสิ่งนั้นจะสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย แก่นกายที่ห่อเหี่ยวก็ค่อยๆ แข็งตัวชูชันขึ้นมาอีกครั้ง

 

ดวงตาคมกริบหรี่ลง สังเกตเห็นช่องทางด้านหลังที่หุบอ้าถะถี่ตามจังหวะหายใจ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเด็กนี่กำลังตื่นเต้น ผมเลียปาก ก้มลงคร่อมร่างหอมหวนที่กำลังขมิบเชิญชวนไม่หยุด “เด็กลามก”

 

ผมก้มลงมอง จับส่วนปลายถูไถช่องทางบวมแดงนั้น มันยิ่งสั่นระริกหนักหน่วงตามร่างกายของเจ้าของ ผมกดส่วนหัวเข้าไปไม่กี่มิลและถอนออกมา ทำแบบนี้หลายครั้งเพราะต้องการให้น้ำใสเหนียวๆ ของผมย้อมปากทางให้ชุ่มฉ่ำเข้าง่าย และทำให้ร่างผอมชินกับขนาดไว้ก่อน

 

ทั้งๆ ที่มีเจลหล่อลื่นแต่กลับไม่ใช้...ก็แค่อยากแกล้ง...อยากเห็นปฏิกิริยาน่ามองของวาดก็เท่านั้น

 

การทำให้คู่นอนดิ้นพล่านเพราะเราได้...เป็นอะไรที่สุขใจสุดๆ

 

เมื่อกดส่วนหัวเข้าไปได้ ผมก็แช่ค้างไว้แบบนั้น “ซี้ด” แค่ขอบปากทางยังแน่นขนาดนี้เชียว

 

“อะ ฮะ...” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นบีบต้นแขนแกร่ง หอบหายใจหนักหน่วง เรียกชื่อด้วยใบหน้าอ้อนวอน น้ำตารื้น “พ พี่พาย”

 

“หืม” ผมหลุบมองเบื้องล่างส่วนที่เชื่อมต่อกันพลางเลียปากแห้งผาก พอได้เงยหน้าสบดวงตาดอกไม้แสนงดงามของเด็กนี่แล้วรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจประหลาด อดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบปากเล็ก แลบเลียอย่างไม่รู้เบื่อ พอได้เชยชิมแล้วครั้งหนึ่งก็ติดใจ ไม่อาจละออกไปจากความนุ่มนิ่มและหอมหวานนี้ได้

 

“แฮ่ก แฮ่ก” ร่างผอมสำลักน้ำตารื้น เรียกชื่อผมเสียงพร่า “พี่พายครับ”

 

ไม่อยากให้วาดไปมองใครนอกจากผม...ไม่อยากให้ไปทำกับใครแบบนี้นอกจากผม

 

“ถ ถุงยาง...”

 

ได้ยินคำพูดนั้นผมพลันกลืนน้ำลาย...ลืมไปเสียสนิท

 

อีกไม่กี่วินาที หากพายเมินซะ แล้วแทรกเข้าไปจนมิดโคนมันก็จบ

 

‘กับเด็กแปลกหน้าอย่างมึงกูไม่สดด้วยหรอก เดี๋ยวติดโรคอะไรมาชีวิตดับกันพอดี’

 

...ไม่ได้ ถ้าหากทำแบบนั้น...

 

ร่างสูงอดทนอดกลั้นและถาม “อยู่ไหน”

 

“ลิ้นชัก...บ บนโต๊ะข้างเตียงครับ”

 

จนแล้วจนเล่าพายกลับไม่ขยับ ถามเขากลับว่า “วาด เธอบอกว่านี่เป็นครั้งแรก”

 

เด็กหนุ่มตาปรือ เหม่อลอยคล้ายอยู่ในห้วงฝัน แต่ผมไม่เร่งเร้า ลูบมือไปกับผิวเรียบลื่นทั่วร่างเพลิดเพลิน...ชอบมองใบหน้าที่พยักน้อยๆ อย่างเชื่องช้า “...ครับ”

 

“สัญญาได้มั้ย”

 

“สัญญา...”

 

“ว่าจะไม่นอนกับใครนอกจากพี่”

 

“...ได้ครับ” วาดตอบรับแบบไม่ต้องคิดแทบในทันที “ผมเป็นของคุณ...”

 

“แทนตัวเองว่าวาดด้วย แล้วบอกให้เรียกพี่ว่ายังไง” พอได้ยินคำเรียกเหมือนเดิม มันดูห่างเหินเสียจนต้องลงโทษอีกฝ่ายโดยการกระทุ้งท่อนล่างเข้าไปลึกอีกจนเข้าไปได้ครึ่งหนึ่ง...โทษฐานบอกไม่รู้จักจำ

 

“อ๊า--! อ่ะ...หะ” วาดอ้าปากค้างเพราะจู่ๆ ความใหญ่โตก็รุกคืบจนจุกแน่นไปหมด นิ้วเรียวงองุ้มจิกผ้าปู ครางเสียงหวานหู เพราะท่าทางบิดเร้าของร่างขาวทำให้ผมพึงพอใจเป็นอย่างมาก จึงก้มลงป้อนจูบให้เป็นรางวัล คว้านลิ้นกวาดต้อน ก่อนผละออกมาก็ดูดดึงจนริมฝีปากเป็นสีแดง เจ้าตัวหอบหายใจพูดเสียงอ่อน “...ว วาด ฮึก- วาดจะเป็นของพี่พายคนเดียว...วาดจะไม่นอนกับใคร อะ นอกจากพี่พาย...”

 

“ดี” ผมยิ้ม “เพราะพี่ก็ไม่อยากใช้ถุงยางกับเธอ”

 

ทั้งรอยยิ้มและคำพูดประโยคนั้นของพาย ทำให้วาดเม้มปาก ใบหน้าร้อนผะผ่าว หัวใจสูบฉีดเต้นแรง “พี่พาย”

 

แขนบางยกขึ้นเอื้อมโอบกอดบ่าแข็งแกร่ง ซุกหน้ากับซอกคออบอุ่นซบซ่อนน้ำตาของตน คำพูดนั้นมันไม่ต่างจากได้รับความเชื่อใจ...แม้จะไม่มากแต่ชายหนุ่มเริ่มไว้ใจตนขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ย

 

คนแปลกหน้าที่เป็นใครก็ไม่รู้อย่างเราคนนี้

 

สองร่างกกกอดกันแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอ้าวร้อนผ่าว ได้ยินสุ้มเสียงหอบหายใจของทั้งสอง ผ่านไปพักใหญ่ร่างสูงใหญ่ก็สามารถกดสะโพกแนบชิดจนความแข็งแกร่งเข้าไปทั้งหมดได้ “อา...” ภายในนั้นมันรุมทึ้งเขาอย่างบ้าคลั่ง จนทนไม่ไหวต้องเงยหน้าสูดปากเสียงดัง แต่กระนั้นก็ยังอดกลั้นไม่ทำตามสัญชาตญาณอย่างที่ต้องการ เพราะไม่อย่างนั้นเด็กนี่ได้เลือดตกยางออกกันพอดี “เป็นยังไงบ้าง วาด ไหวมั้ย เจ็บหรือเปล่า”

 

“อะ หะ พี่พาย...” ไม่ใช่แค่พายที่รู้สึกจะบ้าคลั่ง วาดก็เช่นกัน ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ยิ่งกว่าตอนที่ถูกนิ้วทั้งสามสอดเข้ามาจนสุด ทั้งขนาด ทั้งความร้อน ทั้งความแข็งมันต่างกันราวฟ้ากับเหว ภายในท้องรู้สึกเต็มตื้นไปด้วยของๆ อีกฝ่าย ทั้งๆ ที่พี่พายยังไม่ได้ขยับเลยแท้ๆ แต่ข้างในมันกลับขยับอยู่ตลอดเวลาราวกับมีชีวิต ขนาดนอนอยู่เฉยๆ แต่กลับเหนื่อยอ่อนอย่างกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมา หยาดน้ำตาถูกกลั่นออกมาจากหางตา แต่ใบหน้ากลับติดรอยยิ้ม จ้องมองใบหน้าคมคายด้วยความพร่ามัว “ไม่เจ็บครับ แต่วาดรู้สึก...แปลกๆ อ๊ะ! พี่พายอย่าเพิ่งขยับ...ฮั่ก”

 

ภายในที่บีบรัด รุมทึ้งแก่นกายของผมไม่หยุด ผมได้ยินเสียงห้ามแต่ไม่อาจหักใจห้ามการกระทำของตัวเองได้อีกต่อไป ท่อนเนื้อแข็งค่อยๆ ถอนออกจนเกือบหลุดก่อนจะค่อยๆ สอดกลับเข้าไปเชื่องช้า ฝ่ามือหยาบกร้านช้อนข้อเข่าแหกกว้างให้มองเห็นภาพยามสอดใส่ชัดเจน ชายหนุ่มเลียปากหื่นกระหาย เมื่อขยับจนช่องทางเริ่มชินกับขนาดอันใหญ่โตแล้วสะโพกแกร่งก็ฟาดเข้าไปอีกอย่างไม่ปราณี!

 

“อ๊ะ อ๊า!! พี่พาย!” เด็กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อได้รับความรู้สึกที่ไม่เคยพบพานมาก่อน ประสาทสัมผัสที่เบื้องล่างแล่นจี๊ดขึ้นมาที่ไขสันหลัง สมองและทุกส่วนปลายของร่างกาย ปลายเท้างองุ้มบนอากาศ ส่วนมือจิกเกร็งแน่นจนผ้าปูยับย่น ร่างกายไถลไปตามแรงส่งรุนแรง เสียงแหลมร้องครางไม่หยุด ส่ายหน้าบอกน้ำหูน้ำตาไหล “อ๊า วาดเจ็บ!”

 

ริมฝีปากหนาห่อฟัน สูดปากเสียงดังด้วยความเสียว ถามเขาด้วยรอยยิ้ม “เจ็บจริงเหรอ?” และกระทุ้งสะโพกเข้าไปกระทบบั้นท้ายขาวรัวเร็ว ผลที่ได้คือเสียงหวีดร้องพร้อมกับภายในตอดรัดเป็นจังหวะถะถี่

 

ยามถอนออกก็บีบแน่นเหมือนกับไม่อยากให้ออก ยามเข้าจนสุดโคนก็ตอดทึ้งตลอดลำ...แบบนี้เหรอเรียกว่าเจ็บ

 

“แบบนี้เขาเรียกว่า ‘เสียว’ ต่างหาก” ผมบอกเสียงพร่า เสือกสะโพกสอดใส่แก่นกายเสียดสีภายในมอบความเสียวซ่านให้แก่เด็กหนุ่มพรหมจรรย์

 

“อา อ๊า” วาดไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วนอกจากความสยิวที่แทงเข้ามาด้านหลัง เติมเต็มในทุกๆ ครั้งเป็นจังหวะถี่รัว ท่อนเนื้อเล็กสะบัดไปมาอยู่บนท้องแบนราบ ทั้งๆ ที่เจ็บที่ก้นมากเพราะถูกฟาดแต่ก็รู้สึกแปลกมาก มันวาบหวิวจนหยุดครางไม่ได้ ได้แต่ร้องเรียกชื่อชายหนุ่มที่เขาหลงใหลตั้งแต่แรกพบ “พี่พาย พี่พาย”

 

ผมจับขาเรียวขึ้นพาดไหล่ ก่อนจะขยับสะโพกอีก พออยู่ท่านี้ผมสามารถฟอนเฟ้นขาเรียวได้ตามใจ ทั้งเลียทั้งขยำจนเป็นรอยนิ้วจ้ำๆ อย่างที่ใจอยาก แถมยังได้ยินเสียงหน้าขากระทบแก้มก้นขาวดังป้าบๆ อีกหลายร้อยทีชัดเจนด้วย

 

เพียงไม่นานก็ใกล้ถึงจุด ร่างแกร่งเปลี่ยนจากเงื้อตอกรุนแรงเป็นซอยสั้นแต่ทว่าถะถี่รัวเร็ว กัดฟันบอก “พี่ปล่อยข้างในนะ”

 

เด็กหนุ่มมัวแต่กรีดร้องกับจังหวะที่เปลี่ยนไป “ม ไม่ไหว อ๊ะๆ ไม่ไหวแล้ว...ฮึก จะตายแล้ว...” เสียงเนื้อกระทบเนื้อกลบเสียงทั้งหมด ดวงตาดอกไม้พร่ามัวด้วยม่านน้ำเหมือนอยู่ในห้วงฝัน

 

ชายหนุ่มกดกระแทกเข้าไปให้ลึกที่สุดในจังหวะสุดท้ายแล้วก็ทะลักทลายอารมณ์ทั้งหมดออกมา ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดเชิด ครางต่ำในลำคอ “อึก อา...” กล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่งเกร็งจนขึ้นแปดลูกเมื่อช่องทางด้านหลังรุมทึ้งราวกับโมโห ทั้งตอดแน่น บีบรัด รีดน้ำร้อนๆ ของผมออกไปอย่างหื่นกระหาย

 

ไม่อยากเชื่อว่าหลังจากนั้นร่างผอมจะเกร็งแน่นและปลดปล่อยออกมาติดๆ กัน “อ๊า อะ อา”

 

ผมล้มตัวลงตระกองกอดอีกคนที่กำลังหอบเหนื่อยไม่แพ้กัน ร่างกายอ่อนล้าแต่ในใจเต็มตื้น...ไม่นึกเลยว่าการมีเพศสัมพันธ์มันจะรู้สึกดีขนาดนี้

 

ชายหนุ่มยกมือลูบข้างแก้มใส กลิ่นกรุ่นของอารมณ์กามที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ทำให้ดวงตาสองคู่สบกันลึกซึ้งก่อนที่พายจะสอดลิ้นเข้าไปในช่องปากเล็ก ก่อนจะเกี่ยวกระหวัดแลกน้ำลายกันเฉอะแฉะ ร่างโปร่งหลับตาพริ้มครางอึงในลำคอ จนอิ่มเอมคนด้านบนก็ผละออกบังเกิดเสียงจากสองริมฝีปากดึงดูดกันดังจ๊วบ

 

“เป็นไงบ้าง หืม”

 

เด็กหนุ่มยิ้มเขินเพราะรู้ว่าผมหมายถึงอะไร ดวงตากลมโตเปล่งประกาย “ได้ทำกับพี่พาย...วาดรู้สึกดีเหมือนกับขึ้นสวรรค์เลย”

 

“ไม่เจ็บ”

 

“ไม่เลยครับ”

 

ผมหยักยิ้ม ในใจลำพอง “แล้วอยากขึ้นสวรรค์อีกหรือเปล่า” ขยับสะโพกบดแก่นกายที่เริ่มพองขึ้นมาอีกครั้งใส่ช่องทางเปียกชื้นอบอุ่น

 

“อื้อ...อึก” วาดเม้มปาก แก้มแดงเรื่อ “อยากครับ...ถ้าพี่พายไม่รังเกียจ”

 

“ป่านนี้แล้ว”

 

คืนนั้นผมได้ทดลองอีกหลายท่าด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าถ้าหากทำตามคลิปที่เคยดูจะเป็นยังไง แต่ไม่ว่าจะเป็นท่าไหน ผมก็พบว่าเด็กวาดก็มักจะกรีดร้องลั่น ครางเรียกแต่ชื่อผม หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาปรือปรอย และเริ่มเรียนรู้ที่จะขยับสะโพกเข้าหาเพื่อสนองความต้องการของผม

 

นี่เป็นเซ็กส์แรกของผมกับของเขา...และยังเป็นครั้งแรกระหว่างพวกเราสองคน

 

ผมพบว่าร่างกายของเราเข้ากันได้ดี

 

ใบหน้าของทั้งคู่ ซุกไซ้ซอกคอกันและกัน จมูกโด่งดอมดมความหอมหวานของผิวนุ่ม “อึก อา วาด” ฝ่ามือร้อนโอบรัด ฟอนเฟ้นแผ่นหลังเนียน

 

ผมพบว่าเด็กคนนี้ชอบออนท็อป...ชอบจูบ...และชอบครางเรียกชื่อผม

 

ร่างผอมขยับทิ้งตัวบนตักแกร่งกลืนกินท่อนเนื้อที่ตั้งตรงเป็นเสาแข็ง ก่อให้เกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็นจังหวะตับๆ “พะ พี่พาย อ๊ะๆ!”

 

ความรู้สึกทางกายเป็นบ่อเกิดความรู้สึกทางใจ

 

คนสองคนที่คราแรกเพียงพบหน้า...แลกเปลี่ยนคำสัญญา

 

คราสองพบว่านามเชื่อมโยง...สัมพันธ์กัน

 

คราสามร่างกายผูกพัน...อย่างลึกซึ้ง

 

คราต่อไปจะเกิดอะไร...ไม่มีใครรู้

 

 

จบตอน.

ติดตามต่อไปใน วาสนาครั้งที่ ๔ : แรกพบข้างเดียว

 

ขอโทษที่มาช้านะคะ

ช่วงนี้ทำงานหนักหน่วงมาก แต่งได้วันละนิดวันละหน่อยเอง กว่าจะจบเล่มก็ใช้เวลาอีกสักพักเลย

มีใครเริ่มจับเค้ารางของคำว่าดราม่าได้หรือยังนะ

อย่าลืมรับน้องวาดเข้าไปในอ้อมอกของทุกคนโด้ยน้า


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น