Whose fault? ผิดที่ใคร SPECIAL (Yaoi,Mpreg)

ตอนที่ 1 : WF MPREG ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

ตอนที่1


ภายในห้องนอนใหญ่ห้องหนึ่ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก...กลิ่นบางอย่างยังคงคละคลุ้งราวกับกิจกรรมบนเตียงเพิ่งจบไปเมื่อไม่นาน


และคงไม่ต้องบอกว่ามันคือกลิ่นอะไร


ใต้ผ้าห่มสีน้ำเงินเข้มที่ยับยู่ยี่บนฟูกขนาดใหญ่ มีขนสีดำบางอย่างโผล่ออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ก้อนด้านใต้จะดิ้นขยุกขยิก เมื่อได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียง สิ่งนั้นขดตัวแน่นกว่าเดิมมุดเข้าในส่วนลึกใต้ผ้าที่ให้ความอบอุ่นจากความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ


เอี๊ยด


"อื้อ..." ยิ่งได้ยินเสียงกับแรงเขย่ารอบตัวเนื่องจากเตียงยวบทำให้คนขี้เซาร้องครางอย่างรำคาญ


"ยังไม่ตื่นเหรอ" เสียงทุ้มส่งเสียงเบา แง้มผ้าห่มพบว่าร่างขาวเปลือยเปล่ายังพ่นลมหายใจแผ่วเบาผ่านจมูกและปาก


"ฟี้"


ริมฝีปากคมหยักยิ้มเอ็นดู "คงจะเหนื่อยสินะ”


ดวงตาคมกริบมองนิ่ง จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะมารบกวนการนอนของเจ้าตัวนักหรอก เจ้าของร่างขาวๆ ที่กำลังนอนหลับปุ๋ยนี้ชื่อเอมภัทร ชื่อเล่นชื่อชะเอม เป็นผู้ชายที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขา ภาคิน อนันต์โภคทรัพย์คนนี้ เรารักกันมาได้นานนับสิบปี คู่รักคู่อื่นอาจจะมีความรักให้กันน้อยลง บางคู่อาจจะเลิกรากันไป แต่พวกเขา แม้จะเป็นผู้ชายกันทั้งคู่...กลับมีความรักให้กันทุกวัน และดูเหมือนมันจะเริ่มเพิ่มพูนมากขึ้น


เพราะเราทั้งสองต่างผ่านอะไรกันมากมากมายนัก...ความเจ็บปวดที่ชะเอมเคยเผชิญเพราะภาคิย ทำให้เขาสาบานว่าจะปกป้องไม่ให้ชะเอมเจ็บอีก


'ระวัง!!'


อดีตย้อนหวนเข้ามาในความทรงจำ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันลืมความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง...ภาคินเคยประสบเหตุร้ายบางอย่างจนเสียขาทั้งสองข้างไปเพราะปกป้องชะเอม...แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจเพราะได้ทำตามสัญญาที่ยึดมั่นเอาไว้


'แค่เราสองคนยังมีชีวิตอยู่ คินก็ดีใจแล้ว'


จำได้ดีว่าเขามันบาปหนาเพราะทำให้คนสำคัญทั้งสองเสียน้ำตาและเจ็บปวด


และสุดท้ายโชคดีก็ยังเข้าข้างเขาอยู่...อากฤษบอกว่าเขาสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง แน่นอนว่านั่นเรียกได้ว่าเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตของครอบครัวเลย


โชคดีจริงๆ ที่พระเจ้ายังให้โอกาสเขาได้กลับมาดูแลชะเอมอีกครั้ง


ไม่ใช่แค่ความโชคดีหรอกที่ทำให้เขากลับมาเดินได้ภายในสองปี ยังมีกำลังใจของพ่อและร่างบางของคอยรักที่คอยดูแลอยู่ใกล้ชิด


แม้จะยากลำบากหรือเหนื่อยมากเท่าไหร่ แต่ผลลัพธ์ที่กลับมาคือรอยยิ้มของคนที่รัก หลังจากนั้นภาคินก็ได้กลับมาเรียนต่อให้จบหลังจากดร็อปไป ช่วยงานบริษัทและกลายเป็นประธาน และชะเอมที่เคยอาสาช่วยงาน...ไปๆ มาๆ เขาก็เลยให้ตำแหน่งรองประธานไป...แม้จะต้องพูดตั้งนานกว่าเจ้าตัวจะยอมรับก็เถอะ


"หึ" ร่างสูงหัวเราะในลำคอ ดื้อกว่านี้ ขี้เกรงใจกว่านี้ คงไม่มีใครเกินเจ้าตัวแล้วล่ะ


"งื้อ..." ใบหน้าหวานขมวดคิ้วส่งเสียงงึมงำหนีนิ้วยาวที่เข้ามาจิ้มแก้มกวนฝันที่กำลังจะดี


ถ้าหากพิจารณาจากใบหน้าอ่อนหวานนี้แล้ว มีหลายคนเคยทักว่าไม่น่าถึงยี่สิบห้า แต่จริงๆ อายุอานามได้สามสิบ แต่จะมีอะไรที่เหมาะกับอายุก็เห็นจะมีแต่สมองและความรู้ ส่วนนิสัยติดลบจากหน้าไปอีกสืบปีเลย


แต่เพราะแบบนั้นร่างบางถึงได้ครองใจและเป็นที่รักของใครหลายๆ คน...โดยเฉพาะตัวหลักเลยก็คือเกษมศักดิ์ พ่อของเขานี่แทบจะสปอยล์ ตามใจอีกฝ่ายจนออกหน้าออกตา แต่คินไม่ได้น้อยใจ แต่พอชะเอมแง่งอนอะไรก็มักจะไปหาพ่อเสมอ...ซึ่งเขากับพ่อก็ไม่ค่อยถูกกันอยู่ด้วย


แต่ชะเอมไม่เคยเสียคนแม้จะถูกตามใจ ยังเห็นว่าอะไรเหมาะสมและควรไม่ควร


ย้อนอดีตกันมาพอแล้ว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า


ปกติแล้วในวันธรรมดา ภาคินกับชะเอมจะไปทำงานพร้อมกัน แน่นอนเพราะทำงานที่เดียวกัน จะได้ใช้รถคันเดียวกัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ต่างคนต่างตื่น เราสองคนอายุมากเกินจะต้องมาปลุกกันและกันแล้ว


เช้านี้เป็นอีกเช้าที่ภาคินรออยู่บนโต๊ะอาหารกับพ่อ รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นวี่แววร่างบางจะเดินลงมาจากห้องนอน เลยกลายเป็นเขาที่ต้องเดินขึ้นมาหา แล้วก็พบว่า ที่นอนยังขยุกขยุย แอร์ยังเปิดทิ้งไว้ และไม่ต้องสอดส่ายหาร่างบางที่ไหนก็มันเห็นชัดเจนเพราะใต้ผ้าห่มมีก้อนกลมบางอย่างนอนขดอยู่


ทำไมชะเอมถึงได้ดูเหนื่อยและอิดโรยได้ขนาดนี้น่ะเหรอ ก็อย่างที่บอกว่าพวกเรามีความรักให้กันทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับการประกอบความรักของเรา นั่นคือกิจกรรมบนเตียง...เซ็กส์


แต่ปกติแม้ชะเอมจะทำงานเหนื่อยขนาดไหน หรือมีเซ็กส์กันจนได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวก็ไม่เคยงอแงในวันที่ต้องไปทำงานเลย

และช่วงนี้เป็นบ่อยจริงๆ


"อื้อ...หนาว" คนขี้เซาครางอืออา เพราะว่าภาคิยเลิกผ้าห่มขึ้นจึงมีอากาศหนาวเย็นผ่านเข้ามาได้ มันเสียดผิวกายผอมจนขนลุก


มือใหญ่ปัดหน้าม้าขึ้นก่อนจรดริมฝีปากลงกับหน้าผากมน "เอม...ตื่นได้แล้วครับ สายแล้วนะ"


ใบหน้าหวานส่ายหนีไปอีกด้าน ขมวดคิ้วส่งเสียงเพราะสัมผัสและเสียงที่รบกวนการนอนของตน "งืม เอมง่วง...ขออีกห้านาทีนะครับ..."


"ไม่เอาครับ มาเลย ไม่นอนแล้ว" ทันทีที่มือใหญ่จับแขนผอม เจ้าตัวก็สะบัดออก


"ไม่เอา เอมง่วง..."


เป็นการกระทำที่ภาคินไม่เคยเจอจากชะเอมมาก่อน


"ทำไมวันนี้ดื้อครับ ตื่นเดี๋ยวนี้เลย"


"เอมง่วง" ชะเอมครางงึมงำไม่ยอมตื่น ซ้ำยังงอแงเหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด ขนาดตอนที่คินสะบัดผ้าห่มออกเจ้าตัวก็ยังขยับตัวขดเข้ากับหมอน กอดร่างผ่ายผอมขาวผ่องของตัวเองแน่น จนทนความหนาวไม่ไหวต้องปรือตาขึ้นมาด้วยความสลึมสลือ


ร่างสูงถอนหายใจ ต้องให้ใช้ไม้เด็ดอยู่เรื่อย


"งือ..." ร่างผอมลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาที่ยังไม่เปิด "ง่วง"


"ไปอาบน้ำ กินข้าว" คินพยายามไม่มองร่างขาวเปลือยนานๆ เพราะเดี๋ยวมันจะไม่จบแค่มอง นิ้วยาวชี้ไปที่ประตูห้องน้ำ พูดเสียงดุ "เร็วเอม"


แต่ชะเอมนั่งนิ่ง ผงกหัว ไม่ได้พยักหน้านะแต่... "ฟี้..."


"ถ้าไม่อาบคินจับปล้ำเลยนะ"


"..."


คินกอดอก ขู่ก็แล้ว ดุก็แล้ว แต่ร่างบางก็ยังนั่งหายใจสม่ำเสมอ หลับได้แม้แต่ตอนนั่ง


ทำไมช่วงนี้เอมถึงเป็นแบบนี้กันนะ ทั้งง่วงงุนและขี้เซา ที่เขาบอกว่าช่วงนี้เจ้าตัวเป็นบ่อยก็คือเมื่อสามอาทิตย์ก่อนนี้เอง ก่อนหน้านี้แม้จะเพลียจากการงานหรือกิจกรรมระหว่างเรามากแค่ไหน เพียงแค่ส่งเสียงปลุกเจ้าตัวก็ลุกทันที...แบบนี้มันผิดวิสัย


แต่ถามว่าคินอยากจะมาบังคับให้ชะเอมตื่นไปทำงานมั้ย...ก็ไม่ ที่จ้ำจี้จ้ำไชแบบนี้ก็เพราะว่าเป็นห่วงสุขภาพ ต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินไม่ให้ขาดเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอดและไม่ให้โรคประจำตัวกลับมากำเริบอีก


แต่ดูเจ้าตัวสิ ดื้อ...ไม่เคยห่วงตัวเองเลย


ภาคินยืนนิ่งกอดอก มองร่างผอมโดยไม่โฟกัสจุดที่ทำให้สติเตลิดอีกสองนาที ตอนแรกคิดว่าเจ้าตัวจะตื่นกุลีกุจอเข้าไปอาบน้ำ แต่เพราะเขาทำแบบนั้นจึงทำให้ห้องเงียบเชียบ ผลกลับกัน ร่างบางหลับลึก หยักรอยยิ้มฝันดีมากกว่าเดิม


ดังนั้นร่างสูงจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย


"โอเค งั้นไปแปรงฟันก็ได้ กินข้าวแล้วค่อยมานอนต่อนะ ถ้าเอมไม่ไหวเดี๋ยววันนี้คินไปทำงานคนเดียว"


โป๊ะ...เหมือนได้ยินเสียงขี้มูกโป่งแตก


"เอมไปด้วย" เสียงใสรีบร้องบอกทันที คราวนี้ตื่นเต็มตา ค่อยๆ คลานลงจากเตียงสภาพนั้น ทันทีที่ขาเรียวแตะพื้นก็โซเซเล็กน้อยจนขายาวต้องก้าวเข้าไปประคอง


"ใจเย็นเอม เดี๋ยวคินรอ" เสียงทุ้มบอกอ่อนโยนแกมเอ็นดู ชะเอมมักจะเป็นแบบนี้แหละ ห่วงเขามากกว่าใคร กลัวเขาต้องทำงานหนักจนต้องเสนอตัวเองมาช่วยทั้งที่ไม่จำเป็น...ก็หน้าที่นี้น่ะ จริงๆ แล้วภาคินควรจะแบกรับไว้คนเดียวด้วยซ้ำ แต่คนรักตัวน้อยๆ ของเขาก็ยังอยากมาช่วย


แถมยังช่วยได้เยอะมากด้วย


"ขอบ...ขอบคุณครับ" ใบหน้าใสที่แดงขึ้นเหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนไม่ได้ใส่อะไรเลย


ร่างสูงอมยิ้ม จับแขนผอมที่เย็นฉ่ำเพราะแอร์ให้เจ้าตีวยืนดีๆ พยุงตัวเองได้ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มขาวทั้งสองข้างจนเจ้าตัวต้องหดคอหลบอย่างเขินอาย "ไป อาบน้ำอุ่นนะเด็กดื้อ อย่ารีบจนลื่นล้มในห้องน้ำล่ะ ถ้าเจ็บตัวขึ้นมาคินจะดุให้มากกว่าเดิมอีก"


เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆ รัวเร็วก่อนจะรีบวิ่งแผล็วเข้าห้องน้ำไป โดยคนมองก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนใจยิ้มๆ



"ช่วงนี้เด็กดื้อขี้เซาเหรอ" เกษมศักดิ์เอ่ยแซวทันทีที่ร่างบางก้าวเท้าลงบันไดมา ดวงตาคมกริบกร้านวัยฉายความขบขัน แน่นอนว่าคนที่เดินตามหลังคนตัวเล็กมาก็มีรอยยิ้มไม่ต่างกัน


"คุณลุง" เสียงใสแง่งอนมาพร้อมแก้มพองลมตามมาด้วยร่างสูงที่หัวเราะในลำคอจนต้องตวัดมองดุ เกษมศักดิ์หัวเราะเอ็นดูก่อนจะกวักมือเรียก


"ทำงานเหนื่อยเหรอเอม มานี่มา มานั่งข้างลุง" ขาเรียวเดินไปตามคำเรียกด้วยใบหน้าขมวดคิ้วไม่คลาย


"เอมไม่ได้เหนื่อยนะครับ แต่ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ตื่นยากแถมยังชอบง่วงด้วย" เสียงใสแจกแจง ด้วยความไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ทำให้คนฟังทั้งสองฟังนิ่ง


ชะเอมตื่นเช้า อาบน้ำ ทานข้าว ทานยา ทำงาน กลับบ้านแล้วก็นอน ถ้าวันไหนที่คินไม่อยาก เขาก็ได้นอนเยอะหน่อย แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวหรอกเพราะไม่ว่าคินจะทำมากหรือน้อย เขาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้


ทุกสิ่งทุกอย่างเรียกได้ว่าใช้ชีวิตปกติ แต่ความเพลียมันเพิ่มแทรกเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


เกษมศักดิ์ขมวดคิ้ว น้ำเสียงเป็นห่วง "ช่วงนี้รู้สึกร่างกายไม่ค่อยโอเคหรือเอม ให้เจ้ากฤษมันตรวจดูหน่อยมั้ย"


"ไม่ครับคุณลุง ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องโรคประจำตัวหรอก ก็แค่รู้สึกเพลียๆ เฉยๆ"


"ไม่ใช่ว่าเจ้าคินมันโหมทำอะไรหนูมากไปเหรอ"


"ปะ เปล่าครับ มันก็..." ใบหน้าหวานร้อนผ่าว คราวนี้ไม่กล้าสบตาคุณลุงเลย


"ปกติผมกับเอมก็ไม่ได้โหมขนาดนั้น อย่างมากก็แค่ถึงเที่ยงคืน" 


"คิน!" เสียงใสแหว หูแดงหน้าแดง กับคนที่ว่าเสียงเรียบ เหมือนพูดเรื่องหมู หมา กา ไก่ ได้ไร้ยางอายที่สุด


"อย่างนั้นเหรอ" เกษมศักดิ์มองเด็กที่ไม่เด็กเถียงกันก่อนจะครางรับ...แต่ยังไม่วางใจ


"ครับ" ชะเอมพยักหน้ายืนยัน


"โอเค งั้นกินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวจะสายแล้ว"


"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมบอกเสกเอาไว้แล้วว่าจะไปสาย" ร่างสูงว่าก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบ ราวกับรู้เอาไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะว่าช่วงนี้ชะเอมเป็นบ่อย...หมายถึงอาการขี้เซาน่ะ


ริมฝีปากหยักยิ้มบางเมื่อดวงตากลมถลึงมองงอนๆ "คุณลุงดูสิครับ คินแซวเอมอีกแล้ว" แล้วหันไปฟ้องเกษมศักดิ์ด้วยปากยู่ๆ จนบนโต๊ะอาหารมีเสียงหัวเราะและสงครามกันเล็กน้อยเช่นเดิม


ภายในใจของภาคินมีความกังวล นึกถึงอาการแบบนี้ของชะเอมแล้วก็ได้แต่คิดว่าตกลงมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจหรือเปล่า


แต่เจ้าตัวบอกเองว่าไม่เกี่ยว...งั้นก็คงไม่เป็นไร...


เกษมศักดิ์พยักหน้า "ลุงว่าเจ้าคินทำแบบนั้นก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องขับรถแบบรีบๆ"


เพียงไม่นานร่างบางก็รวบช้อนอย่างเรียบร้อยและเช็ดปาก ยกน้ำดื่ม "เอมทานเสร็จแล้ว คินไปกันเถอะ"


"อิ่มแล้วเหรอ ทานเยอะๆ หน่อยสิ" คินว่าเสียงดุ


ใบหน้าหวานลำบากใจ เหลือบมองข้าวในจานที่พร่องไม่ถึงครึ่งแล้วทำหน้าผะอืดผะอม "แต่เอมอิ่มแล้ว..."


"รู้ตัวไหมว่าตัวเองกินน้อยเกินไปแล้ว" ช่วงนี้ก็ดูเหมือนจะกินน้อยลงกว่าเดิมด้วยเหตุผลบางอย่างที่เจ้าตัวไม่ยอมบอกแต่ภาคินก็สังเกต


หรือว่าจะเกี่ยวกับอาการแปลกๆ นั่นด้วย


"เอมก็รู้ แต่ว่า...ก็เอมกินไม่ลงแล้วจริงๆ นี่นา"


เกษมศักดิ์มองลูกชายที่ขมวดคิ้วสลับกับร่างผอมบางที่ทำหน้าหงอย ชะเอมในชุดเสื้อเชิ้ตที่เอวไม่ถึงยี่สิบหกนิ้ว ดูยังไงก็ผอมเกินไปจริงๆ ...ผอมยิ่งกว่าผู้หญิง


ผอมจนน่าเป็นห่วง


"แล้วเมื่อไหร่น้ำหนักจะเพิ่มซักทีล่ะ" คินถอนหายใจพึมพำ มีแต่สิ่งนี้แหละที่ดูเหมือนจะทำได้ยากที่สุด ผ่านมาเกือบสิบปีน้ำหนักของชะเอมก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่อากฤษ หมอประจำตัวของชะเอมบอกเอาไว้เลย "เอาเถอะ ไปกัน"


ร่างสูงหยิบสูทที่พาดเก้าอี้และเดินนำไปก่อน ที่บ่นก็เพราะเป็นห่วง แต่ไม่อยากพูดเยอะ


นั่นก็เพราะ...


ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างไป "งือ..." เวลากังวลทีไร ชะเอมจะต้องย่นจมูกหน้ามุ่ย ขาเรียวรีบเดินตามไปโดยไม่ลืมบอกลาเกษมศักดิ์ที่ส่งรอยยิ้มมาให้เป็นกำลังใจ


"คิน เดี๋ยว" ขาเรียวรีบเดินตามมา ร่างสูงหยุดยืนอยู่ข้างรถกดรีโมทปลดล็อคก่อนจะเปิดประตู ท่าทางเฉยชาทำให้คนมองหน้าซีดกังวล "คิน"


"ขึ้นรถแล้วค่อยคุยกัน"


ปึง!


ดวงตากลมโตมองคนรักที่ก้าวขึ้นรถไปด้วยหัวใจหวาดกลัว หรือว่าเขาจะเอาแต่ใจมากเกินไปจนคินไม่อยากคุยด้วยแล้ว...คินเบื่อเอมแล้วเหรอ


"คิน เอมขอโทษ" เสียงใสรีบเอ่ย สั่นเครือจนคนมองเลิกคิ้วและถอนหายใจ


"หืม" คินอมยิ้มเมื่อร่างบางทำหน้าหงอยซึม น่าสงสารเหมือนกระต่ายหูตก แขนแกร่งดึงไหล่บางมาโอบกอดลูบหัวลูบหลังปลอบ "ขอโทษเรื่องอะไรครับ"


"ก็...ก็เอมกินข้าวไม่หมด" เจ้าตัวอธิบายงึมงำเหมือนเด็กที่รู้ว่ามีความผิด แขนผอมกอดเอวสอบตอบ พูดแต่คำเดิมๆ "แต่ว่า เอมกินไม่ลงจริงๆ นะ"


"อืม คินรู้แล้ว" ภาคินกระซิบข้างหูเล็ก "จริงๆ แล้วคินก็บ่นหรือว่าอะไรเอมไม่ได้หรอก"


แต่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเป็นห่วง...แต่พอบ่นมากๆ คินกลับมาคิดว่าคนฟังอาจจะไม่ได้ชอบให้มายุ่งวุ่นวายนักหรือเปล่า


ไม่ได้เบื่อที่จะบ่น แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเบื่อที่จะฟังต่างหาก


เพราะความรักที่มากเกินไป...จนทำให้ต่างฝ่ายต่างก็กังวล


"แต่ปกติคินจะบ่นนี่นา คราวนี้ไม่บ่นเอมก็เลยคิดว่าคินน่าจะ...โกรธ" ชะเอมเอ่ยถึงสิ่งที่คิด ทำให้ร่างสูงถึงบางอ้อ


"ไม่ได้โกรธอะไรเลย ที่ไม่บ่นก็เพราะกลัวเอมจะเบื่อที่คินจู้จี้มากกว่า"


"แต่เอมไม่เคยรำคาญคินซักครั้งนะ...!"


"แล้วเอมก็คงจะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว เรื่องสุขภาพตัวเอง คินก็เลยไม่อยากพูดมากยังไงล่ะ"


เจ้าตัวขมวดคิ้วน้ำตาคลอ "แต่เอมอยากให้คินพูด...อยากให้บ่นเอมเยอะๆ ...เป็นห่วงเอม"


อยากเป็นคนสำคัญที่อยู่ในใจของอีกฝ่ายตลอด


"ทุกวันนี้ก็เป็นห่วงไม่รู้จะห่วงยังไงแล้ว" คินจรดริมฝีปากที่กลางหน้าผาก ปลอบใจคนที่คิดมาก น้อยใจจนกังวลให้หาย "ไม่ต้องคิดมาก คินรักเอม ไม่มีทางที่จะเบื่อเอมที่เป็นแบบนี้เลย มีแต่รักมากขึ้นไปอีกนะ"


"..."


"รู้ไหม"


รู้บ้างไหมว่าหมาป่าหลงรักกระต่ายแค่ไหน


คิดถึง...ทุกวินาที


อยากจะอยู่เคียงข้างกายตลอดเวลา


ชะเอมใจชื้น หน้าแดงหูแดงเมื่อคนที่รักพูดเสียงอ่อนโยนเหมือนที่ชอบอีกแล้ว ใจเต้นทุกครั้งที่ได้ฟัง "ครับ"


ใบหน้าที่เข้ามาใกล้ชิด หล่อเหลาจนต้องกลั้นหายใจ สัมผัสร้อนรุ่มที่แนบลงมา ลิ้นแลบเลียละเมียดละไมแต่กลับทำให้คนโดนรุกเกร็งแน่นไปทั้งตัวอยู่ในอ้อมอกกว้าง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะอ้าแย้มเปิดรับให้ลิ้นร้อนเข้ามาแทรกแซงอย่างที่ต้องการ กวาดต้อนให้หมดลมหายใจ "เอมก็ แฮ่ก...รัก...อืม จุ๊บ"


รักคิน


"แฮ่ก...แฮ่ก พอแล้วนะ สายแล้ว" เสียงใสเจือหอบพูดขึ้น ใบหน้าหวานก้มงุดหลบเลี่ยงริมฝีปากร้อน แต่ก็ถูกช่วงชิงครั้งแล้ว ครั้งเล่า "ฮื้อ"


"เย็นนี้คินขอสามรอบ...นะ" ดวงตาคมกริบหวานหยดย้อย


แค่จูบ...มันไม่พอ


กับคนๆ นี้เขาไม่เคยรู้จักคำว่าพอ


ลมหายใจเจือความหอมเย็นที่หอบใกล้ชิด มันหอมหวานจนชะเอมต้องเลื่อนใบหน้าตนเข้าชิดและจู่โจมริมฝีปากหยักทรงเสน่ห์นั้นบ้าง


ต่างฝ่ายต่างหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น...และอยากให้อีกฝ่ายหลงตนจนไม่มีเวลาไปนึกถึงใคร


ลิ้นเล็กพยายามรุกลิ้นที่ใหญ่กว่า ผละออกแล้วเอียงคอประกบเข้าอย่างร้อนแรง แต่เหมือนจะตกหลุมกับดักของคนที่รออยู่ เอวผอมถูกแขนแกร่งเพียงข้างเดียวโอบรัดไม่ให้หนี ซ้ำยังถูกมือใหญ่อีกข้างกอบกุมท้ายทอยเอาไว้จนหนีไม่ได้จริงๆ


"แฮ่ก...อื้ม...อื้อ" ชะเอมหลับตาปี๋ ลมหายใจกระตุก สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกกวาดต้อนด้วยการกระทำที่ชำนาญกว่า ทั้งดูดลิ้น ดูดปากจนเจ็บแสบไปหมด ภาคินยังใจดีที่ผละออกให้เพียงครู่ แต่ก็ถูกลากเข้าไปรับอีก...รับอีก...รับอีก


"อื้ม จุ๊บ แฮ่ก..." หมาป่าขโมยลมหายใจจนกระต่ายหน้าแดงก่ำ กำปั้นเล็กทุบอกแกร่งประท้วงจนริมฝีปากร้อนยอมผละออกปาดน้ำลายที่ไหลลงเปรอะคางมนให้ ลมหายใจเจือหอบประสาน ร่างสูงมองใกล้ประชิด ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำบางอย่างกำลังเหม่อมองใบหน้าของเขาอย่างหลงใหลเหมือนอยากได้อีกแบบนี้ ทำให้ร่างสูงต้องเลียปาก


ไม่รู้หรอกว่าชะเอมจะรู้ตัวมั้ย...ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายอยากได้อะไร...จูบ...หรือว่า...


แต่แบบนี้แหละ...สายตาแบบนี้แหละ...ที่ภาคินอยากได้


กระต่ายแสนยั่วยวนกำลังทำลูกชายเขาพองตัว


"ไม่เอาสามรอบแล้วดีกว่า คินจะทำจนกว่าจะพอใจเลย" คินพูดขึ้นทำลายความเงียบ แค่นึกถึงคืนนี้ ลมหายใจก็ร้อนผ่าวรุนแรงขึ้นทุกขณะ "จะได้ตอบสนองคนแถวนี้ด้วยดีมั้ย"


คนฟังได้สติก็ผละออกตัวสั่นหูแดงแก้มแดง "คะ ใครบอกว่าเอมอยากได้ ระ รีบๆ ไปทำงานเลย สายแล้วนะ!" เสียงใสโวยวายดัง ทั้งสั่นระริกและสุดจะประหม่านัก มือผอมไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนก็ทำเป็นจัดเสื้อเชิ้ตกับสูทที่ไม่ได้ยับแม้แต่นิดและมองออกไปนอกหน้าต่าง


ภาคินมองท่าทางนั้นแล้วก็หัวเราะในลำคอให้ดวงตาแดงก่ำเพราะเขินอายตวัดมองดุ...ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด


ก่อนจะสะบัดหน้าออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม ซึ่งคนหูดีก็ได้ยินเสียงใสพึมพำว่า "คินบ้า" ด้วยใบหูแดงๆ อันแสนน่ารัก เจ้าตัวยิ่งเม้มปากแน่นเมื่อเขาส่งมือเข้าไปสอดกอบกุมมือเล็กและเอามาวางไว้บนตักโดยขับรถด้วยมือเพียงข้างเดียว


ปฏิกิริยาขัดขืนเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งส่งเสียงฮึเมื่อภาคินส่งสายตาออดอ้อนวอนขออยากจับมือไปตลอดทาง


รถบีเอ็มสีขาวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากอาณาเขตบ้านออกสู่ถนนใหญ่ โดยที่มือทั้งสองยังคงกอบกุมให้ความอบอุ่นกันและกัน


ด้วยรอยยิ้ม


"ยินดีต้อนรับครับ"


ชะเอมหันมองตามเสียงเรียกเมื่อเดินผ่านหน้าร้ายอาหารแห่งหนึ่ง พอสบตากับพนักงานชายที่น่าจะเป็นเจ้าของเสียงเมื่อกี้ก็กระพริบตาปริบก่อนจะยิ้มให้


โดยลืมไปว่าข้างกายมีคนรักขี้หึงอยู่ด้วย


"ยิ้มอะไร"


"หืม" ร่างบางละสายตาแต่ไม่คลายรอยยิ้ม กระพริบตามองคนสูงกว่างุนงง แขนแกร่งก็กระชับเอวบางแสดงความเป็นเจ้าของให้แน่นกว่าเดิม "??"


สายตาซื่อบวกงุนงงกำลังสองทำให้ร่างสูงเหนื่อยหน่าย กระต่ายตัวนี้นี่ กลับไปจะลงโทษเสียให้เข็ด...เอาแบบที่เจ้าตัวยังไม่รู้ว่ามีความผิดอะไรนี่แหละ


"เอม อยากกินอะไร"


ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะตอนนี้ทั้งสองคนยืนอยู่หน้าร้านอาหารอยู่แล้ว และเป็นร้านที่ไม่เคยกินมาก่อน "งั้นกินนี่กันมั้ยครับ"


ดวงตาคมกริบวาววับ เมื่อไอ้พนักงานชายคนนั้นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใสพูด


"คินไม่ค่อยชอบกินอาหารแนวนี้เลย...ไปร้านอื่นกันได้ไหม" ร่างสูงก้มลงพูดเสียงอ่อน จนชะเอมเปลี่ยนใจ แต่ก็สงสัยไม่น้อย


วันก่อนยังเห็นคินกินได้อยู่เลย


ร่างบางตัดสินใจตัดความคลางแคลงนั้นทิ้งไป ก่อนจะหุมคาง "อืม" เสียงใสคราง นิ้วเรียวชี้ไปเมื่อปะทะสายตากับร้านหนึ่งที่ชอบ "งั้นเอมกินนั่นก็ได้"


"โอเค" ขายาวเดินนำลิ่ว โดยไม่ลืมลากร่างผอมออกจากร้านของพนักงานชายที่ได้รอยยิ้มของชะเอมไปทางตรงกันข้าม


ฝันไปเถอะว่าเขาจะยอม(พาเจ้ากระต่ายซื่อบื้อ)เข้าร้านนั้น


ร่างสูงหลุบมองเจ้าคนยิ้มร่าไม่รู้เรื่องว่าตอนนี้เขาหึงมากแค่ไหนแล้วอดเข่นเขี้ยวในใจไม่ได้...กลับไปจะลงโทษเจ้าคนอายุตั้งสามสิบแต่ยังบื้อตามใครไม่ทันเสียให้เข็ด


ชะเอมผู้น่าสงสารโดนไปหลายกระทงไม่รู้ตัว


ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงาน ขาสองคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่ง เนื่องจากไม่ได้ออกมาทานข้าวด้านนอกสักพักแล้ว ทั้งสองคนต่างก็ชวนกันออกมาเดินเล่น


เพียงไม่นานทั้งสองก็ทานมื้อเย็นจนเสร็จ...ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง


"ดูท่าจะชอบมากเลยนะ ไอ้ซุปกาอะไรนั่น" คินว่า นึกถึงตอนที่ชะเอมสั่งเมนูบางอย่างที่ชื่อซุปกา ในร้ายอาหารญี่ปุ่นชื่อดังมาหลายรอบ เขาว่ารสชาดมันก็โอเคดี ใส่มะนาวด้วยก็จะเปรี้ยวๆ ปากหน่อย...ไม่คิดว่าจะถูกปากร่างบางขนาดนี้


เจ้าตัวไม่ปฏิเสธ ซ้ำยังพยักหน้าหงึกหงักตอบตามตรง "เอมอยากกิน" ลูบท้องแบนราบที่อิ่มแปล้เบาๆ


ช่วงนี้เขารู้สึกเปรี้ยวปาก ชอบกินอะไรที่มีรสเปรี้ยวๆ แต่กับสิ่งที่เคยชอบอย่างซูชิกลับกินได้แค่นิดหน่อย ยิ่งปลาดิบที่ตนมั่นใจว่าชอบมาก...ไม่แตะเลยแม้แต่นิด


เพียงแค่มองก็รู้สึกได้ว่าถ้ากินเข้าไปต้องขย้อนออกมาแน่ๆ ...จึงยกสิ่งที่สั่งให้ภาคินจัดการทั้งหมด ส่วนตัวเขาสั่งซุปกามากินได้เรื่อยๆ จนอิ่ม


ช่วงนี้เป็นอะไรกันนะ...งงตัวเอง


"คิน ตรงนี้น่ารัก...เอมขอดู" ระหว่างที่ไม่รู้จะไปไหนและลงความเห็นว่าจะกลับ ทั้งสองเดินผ่านร้านที่ขายของเกี่ยวกับเด็กทารก สีสันพาสเทลสดใสจนคนเถื่อนต้องเดินออกเป็นรัศมีโค้ง


แต่ไม่ใช่กับผู้ชายอย่างชะเอมแน่ๆ


พอพูดเสร็จเจ้าตัวก็ลากแขนเขาตามเข้าร้านที่มีแต่พ่อแม่จับมือกันอย่างรักใคร่พร้อมกับลูกตัวน้อยๆ ตั้งแต่อยู่ในท้องยันเด็กอนุบาล เด็กประถมเข้ามาเลือกซื้อของที่นี่


แล้วคิดดูว่าชายสองคนที่จับมือเข้ามาพร้อมกันจะเป็นจุดสนใจมากขนาดไหน...แน่นอนคินไม่สนใจหรอก ส่วนชะเอมที่ปกติจะขี้อายขี้เขินกลับไม่สนใจสายตาเสียด้วยซ้ำเพราะของรอบๆ ดูน่าสนใจมากกว่า


มือเรียวยกขึ้นจับถุงเท้าที่ถูกแขวนอยู่เป็นโซน มันเล็กยิ่งกว่าฝ่ามือไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีใครใส่มันได้นอกจากทารกเพิ่งเกิด


พวกเราทุกคนต่างผ่านการเป็นเด็กมาทั้งนั้น ตัวเขาอาจจะไม่เคยได้ใส่ของดีๆ แบบนี้ แต่คินก็อาจจะไม่แน่


คินตอนเป็นเด็กน่ะน่ารักและกล้าหาญ ครองใจเขามาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ถึงจะเกิดเรื่องมากมายแต่ว่าตอนนี้ร่างสูงเป็นคนรักของเขา เติบโตเป็นชายหนุ่มใหญ่ หล่อเหลายิ่งกว่าใคร


และถ้าหากคนๆ นี้ไม่มีเขา...ภาคินก็อาจจะได้มีสาวน้อยสาวใหญ่เข้ามาในชีวิต แต่งงานและมีทายาทสืบทอดตระกูลอย่างคนปกติไปแล้ว


เขาเป็นคนทำให้ครอบครัวอนันต์โภคทรัพย์จบลงเพียงเท่านี้


รอยยิ้มน่ารักสดใสค่อยๆ หุบลง แววตาก็เปลี่ยนเป็นเศร้า ทันใดนั้นภาคินก็รู้ทันทีว่าชะเอมกำลังคิดอะไรอยู่


"จริงอยู่ ที่คินอยากมีลูก..."


ฟันขาวขบกัดริมฝีปากทันทีที่อีกฝ่ายเกริ่นประโยค จะขืนมือที่ถูกกอบกุมออกก็ถูกจับเอาไว้แน่น ภาพข้างหน้าพร่ามัวด้วยน้ำตาจนต้องก้มหน้าลง


ขอโทษ...


"แต่คินอยากมีลูกกับเอมคนเดียว" ใบหน้าหวานเงยมอง ทันใดนั้นน้ำตาก็กลั้นไว้ไม่อยู่ "คนที่คินอยากมีลูกด้วยก็คือเอม..."


"แต่เอมเป็นผู้ชาย...ฮึก! เอมมีลูกให้คินไม่ได้..." ไม่เคยรู้สึกผิดเท่านี้มาก่อน เขาอยากเกิดเป็นผู้หญิงเพื่อตอบแทนความรักให้กับภาคิน...ชะเอมอยากมีลูกกับคิน


ขอโทษ...


"ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่ถ้าทำทุกวันก็อาจจะท้องได้นะ?"


เพียะ!


"คินบ้า" คนสะอึกสะอื้นปาดน้ำตาตีเพียะเข้าที่ไหล่กว้าง คำพูดของภาคินทำให้ชะเอมหลุดหัวเราะออกมาแผ่วเบา


"..." ภาคินและชะเอมโอบกอดกันไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง ร่างสูงไม่อยากให้ร่างบางคิดมาก แค่หัวเราะออกมาได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ...แม้คำพูดนั้นจะแฝงไปด้วยความเอาจริงก็เถอะ


"ถ้างั้น..." เสียงใสพึมพำ ก้มต่ำพยายามซ่อนใบหน้าร้อนผะผ่าวและหูแดงก่ำ "กลับไป..."


หมาป่าเจ้าเล่ห์หยักยิ้มทันทีที่ได้ยินจบ "รับทราบครับผม"


ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือผอม เดินตรงดิ่งและลากขึ้นรถ บึ่งกลับบ้านโดยอดทนไม่แวะโรงแรมข้างทางอย่างรวดเร็ว


ภาคินปรายตามองกระต่ายที่ยังหน้าแดงตัวแดงไม่หายนั่งตัวลีบตัวสั่นราวกับรู้ตัวว่าจะโดนอะไรแล้วเลียปากแห้งผาก


...ถ้างั้น...กลับไปทำลูกกันนะ...


คืนนี้เขาจะไม่หยุดให้แล้วจริงๆ ...เพราะกระต่ายตัวนี้เชิญชวนด้วยตัวเองแล้วนี่


ค่ำคืนนั้น ในห้องนอนที่เก็บเสียงอย่างดี สองร่างต่างกอดเกี่ยวซึ่งกันและกันแน่นเหนี่ยว เตียงที่ว่าแข็งแรงก็ต้องรองรับอารมณ์ร้อนแรง คนทั้งคู่สลับเปลี่ยนท่าแล้วท่าเล่า ร่างผอมบางก็เกร็งรับลูกนับล้านที่ฉีดพ่นเข้ามาในกายอย่างเต็มใจ แม้จะเหน็ดเหนื่อยซักเพียงใด แต่ก็ยังมีรอยยิ้มหวาน...ตาปรือถูกใจ


ปั่บๆๆ!


"ซี้ด อา อืม"


"คิน...คิน! อ๊า! เอมอยากท้อง...อ๊ะๆๆ" แขนผอมถูกจับให้หยัดรั้งแรงกระแทกจากด้านหลัง ใบหน้าหวานเอี้ยวมองคนรักที่ขยับสะโพกไม่ปราณีและกรีดร้องเรียก ดวงตากลมมีน้ำตาคลอหน่วย รืมฝีปากบางอ้ากว้างงับอากาศ "อยากท้องกับคิน อื๊อออ!!"


คำพูดน่าฟังเข้าหูหมาป่าจนต้องจับเปลี่ยนท่าให้กระต่ายมาโอบรอบคอและจับอุ้มกระเตงเป็นหมีโคอาล่า จับสอดใส่ทั้วท่านั้นและสูดปากดังเมื่อด้านในบีบรัดแน่นไม่จางหาย


"อ๊ะ อ๊าง! อื๊อ ฮ้าๆๆ เสียว" ใบหน้าหวานส่ายไปมาอย่างทนไม่ไหว ท่อนเนื้อร้อนมันแทรกสอดรัวเร็วไม่ปราณี เข้ามาลึกจนจุกอั่กกันไปหลายๆ ที


เสียดสีจนร้อนแทบเป็นไฟ...เสียวมากจนบรรยายไม่ถูก


"เอม...เตรียมตัวนะ...แฮ่ก" เสียงทุ้มบอก หอบเหนื่อยไม่ต่างกัน จับคนตัวเบาสวนแรงด้านล่างให้ลึกถึงลำไส้จนเจ้าตัวเชิดหน้าหวีดร้องดังทะลักทะลายสุขสมไปพร้อมกัน


"อ๊า!!!"


"อา! อะ...อา..."


คนให้ก็ให้อย่างเต็มใจ คนรับก็รับอย่างเต็มใจ ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มขยับเขยื้อนอีกครั้ง ช่องทางด้านหลังเต็มไปด้วยความเหนอะหนะ ไหลลงเปรอะเปื้อนพื้นไม้ปาร์เก้หรูแต่ไม่มีใครสนใจ ร่างสูงจับชะเอมลงนอนและจับข้อเท้าผอมสองข้างอ้ากว้าง สะโพกสอบกระแทกดังให้ร้องลั่นอีกครั้ง


"อ๊า ลึก ฮือ...อ๊ะ! อ๊าๆๆ"


สะโพกแกร่งขับเคลื่อนไม่หยุด มอบน้ำที่ใครหลายคนบอกว่ามันคือชีวิตเข้าไปให้เต็มท้องอีกฝ่าย แม้จะมีสักสิบหรือร้อยล้านที่จะต้องตายภายในสามวัน


...แต่เราสองขออธิษฐานให้ซักหนึ่งชีวิตได้เติบโต...



TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #1 chayada3015 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:10
    พี่คินขาหายแล้วววววว
    #1
    0