จอมคนคลั่งรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,462 Views

  • 12 Comments

  • 21 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    71

    Overall
    1,462

ตอนที่ 5 : การติดสินใจของบริ๊ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

พรวดด  "ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"

 

แพลงก์ตอนพลักเพื่อนสาวออกพร้อมกับหัวเราะลั่นและวิ่งหนีไป แต่ยังไม่วายตะโกนกลับมาว่า

 

"ชั้นภูมิใจในตัวแกนะบริ๊ง!" 

 

ภายใต้ผืนทรายและชายหาดอันเวิ้งว้าง เหลือเพียงแต่หญิงสาวตัวเล็กที่ยังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นทราย 

 

"ฮะ ฮะ"

 

บริ๊งเอามือหนึ่งก่ายหน้าผากตัวเองพร้อมกับคิดเรื่องที่เกิดขึ้น 'เมื่อไหร่แกจะรู้ซะทีนะว่าชั้นคิดยังไงกับแก?'

 

.....................................

 

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงถีบประตูดังโครมครั้งหนึ่ง ชายร่างบึกบึนก็กระโดดพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำตานองหน้า

 

"ม่ายยยย ไม่จริง!"

 

"ไม่นะคะท่านประธานาธิปดี ท่านรัฐมนตรีต้องการพักผ่อนนะคะ!"

 

คุณหมอสาวพยายามห้ามชายร่างบึกบึกผมสั้นเกรียนที่พยายามจะเข้าไปริมเตียงที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของวาไคเรียที่นอนหลับอยู่

 

"นี่ต้องเป็นการลอบสังหารแน่ ไม่นะชาร์ลแกอย่าตายนะ ใครกันที่มันกล้าลอบสังหารแก ชั้นสาบานชั้นจะล้างแค้นให้แกเอง!"เสียงตวาดด้วยความโมโหของประธานาธิปดีดังลั่น

 

"เอ่อ ไม่คะ ไม่มีใครลอบสังหารใครทั้งนั้น มีคนบอกว่าคุณชาร์ลดื่มไวน์จนเมาตกเรือและจมน้ำ"คุณหมอสาวสวยพยายามอธิบาย

 

ประธานาธิปดีได้ฟังถึงกับหน้าซีด "คิดว่าผมโง่รึไง ชาร์ลมันไม่ใช่คน ชาร์ลมันเป็นสัตว์ประหลาด เป็นอัจฉริยะผู้เป็นถึงหัวหน้าหน่วยลับสูงสุดของรัฐบาลโลกตั้งแต่อายุยี่สอบสอง โค๊ดเนม วัลคีรี่เวพ่อน ถูกผู้ก่อการร้ายทั่วโลกเรียกว่า ก๊อดซิลล่า คิดหรือว่ามันจะตายเพราะเรื่องโง่ๆแบบ นั้น"

 

คุณหมอสาวคิ้วสั่นระริกๆ "กรุณาอย่าแพร่งพรายความลับสุดยอดของวาไคเรียเถอะคะ ก่อนที่ประเทศนี้จะล่มสลายเพราะปากท่าน"

 

"คุณเจสัน คุณเจมส์กรุณาลากตัวท่านประธานาธิปดีกลับไปทำงานได้แล้วคะ"พอคุณหมอพูดจบ ชายชุดดำสองคนก็เข้ามาลากตัวประธานาธิปดีออกไปในทันที

 

"เดี๋ยวก่อน อลิส! มันเป็นแผน มันต้องมีเงื่อนงำแน่ อ๊ากกกกก อ๊ากกกก!!!" ประธานาธิปดีตะโกนตามหลังมา

 

.....ในคืนนั้นเอง ข่าวทุกช่องของวาไคเรียก็อออกข่าวถึงการลอบสังหารรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ชาร์ล เลย์ พร้อมกับคลิปเสียงร้องตะโกนโหยหวนของประธานาธิปดี ปิส แพ้งค์ เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก

 

          สามวันต่อมา ชาร์ลนั่งเหม่อไม่ได้สติอยู่ริมหน้าต่าง ไม่เพียงมีสีหน้าเหมือนคนไร้วิญญาณ ร่างกายของเขาก็เหมือนตายด้านไม่กระดุกกระดิกตัวแม้แต่น้อย มีเพียงอาการถอนหายใจอยู่บ่อยครั้ง นั่นคืออาการของเขา

 

จนกระทั่ง อลิส หมอสาวสุดสวยเดินเข้ามาพร้อมกับนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดอีกสิบกว่าคน

 

          เอาหละเด็กๆ เรามาดูเคสถัดไปกัน ผู้ชายคนนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว เค้าคือรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของประเทศเราเอง ชาร์ล เลย์ พอดีเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเขา อาจารย์เลยถือโอกาสให้ทุกคนได้ศึกษาเขาเป็นกรณีพิเศษ

 

          อลิสจับชาร์ลผู้แข็งเป็นหินขึ้นมานั่งรถเข็นแล้วลากมาต่อหน้านักศึกษาทุกคน ก่อนที่จะใช้ค้อนเล็กทุบลงบนเข่าชาร์ลสองครั้ง

 

ป๊อก ป๊อก

 

          นี่คือคนที่อาการสมองตายจากการจมน้ำเป็นเวลานานกว่าสี่นาที ทุกคนจะเห็นว่าเขาแทบไม่มีการตอบสนองแล้ว

 

          “แต่จากผลตรวจร่างกายทางสภาแพทย์สรุปได้ว่าเขามีความปกติดีทุกประการ อาจารย์อยากให้ทุกคนช่วยกันวินิจฉัยว่าความจริงแล้วท่านรัฐมนตรีเป็นโรคอะไรกันแน่ เอาหละอาจารย์จะให้เวลาพวกเธอสามชั่วโมงนะ

 

          หลังจากนั้นอลิสก็เดินออกไปทิ้งพวกนักศึกษาแพทย์ไว้กับชาร์ลเพียงลำพัง

 

          นักศึกษาแพทย์เดินชมรอบๆตัวชาร์ลและทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

 

          นี่อาจจะเป็นโรคใหม่ก็ได้นะครับ

 

          “หรือเป็นเอฟเฟ็คต่อจากการขาดอากาศหายใจไปสี่นาที

 

          “ส่วนใหญ่ถ้าขาดอากาศหายใจนานขนาดนี้คงตายไปแล้วละคะ

 

          “แต่สีหน้าของคุณชาร์ลยังดูเหมือนปกตินะครับ

 

          “หากจะให้พูดทางวิทยาศาสตร์คงยาก ผมคิดว่าวิญญาณคุณชาร์ลน่าจะหลุดออกจากร่างไปแล้วหละครับ

 

          “แล้วตอนนี้ใครอยู่ในร่างคุณชาร์ลกันคะ

 

          “ผมว่าต้องเป็นผีเร่ร่อนแน่เลยครับ

 

          “หรือว่าพวกเราต้องเรียกหมอผีมาคะ

 

          “ผมมีเบอร์อยู่นี่รีบเรียกเลยละกันครับ

 

          “ไม่ต้องครับ ดีที่ผมพอจะเรียนวิชาไสยศาสตร์มาบ้าง เอาหละเรามาเริ่มทำพิธีกันเลย

 

          หลังจากนั้น เด็กๆนักศึกษาแพทย์ก็เริ่มกางข่ายอาคมพร้อมกับทำพิธีขับไล่วิญญาณร้าย

 

ชายผู้เป็นหมอผีฟาดสายน้ำเกลือลงไปที่ตัวชาร์ลอย่างรุนแรง

 

จะออกไม่ออกจะออกไม่ออกหา!”

 

ชาร์ลยังคงนิ่งเงียบเช่นเดิม

 

พี่หมอคะ นี่คงไม่ใช่ผีธรรมดาแล้วคะ อาจจะเป็นวิญญาณร้ายของซาตาน ใช้ไบเบิ้ลเถอะคะ

 

หมอผีรีบหยิบไบเบิ้ลขึ้นมาฟาดหลังชาร์ลอยู่สองสามที แต่นั่นยังไม่ได้ผล ทุกคนเริ่มขนลุกเกรียว ยิ่งไปกว่านั้นไฟในห้องดันดับพรึบขึ้นมา

 

อ๊ากกกกก” “กรี๊ดดดดดด

 

เสียงนักศึกษาแพทย์ร้องกันลั่นโรงพยาบาล ทุกคนวิ่งชนกันวุ่นวายในความมืด จนกระทั่งไฟติดขึ้นมา

 

ชาร์ลยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม แต่ใบเบิ้ลปลิวกระจายไปทั่วห้องแล้ว มีเพียงกระดาษใบเดียวที่ยังแปะหน้าชาร์ลอยู่ ในกระดาษใบนั้นเขียนว่า

 

ความรักเอาชนะได้แม่กระทั่งซาตาน

 

ทุกคนหันมามองหน้ากันพร้อมกับร้องตะโกนออกมา

 

ใช่แล้ว ที่แท้คุณชาร์ลกำลังมีความรักนั่นเอง” “ในที่สุดพวกเราก็วินิฉัยได้ซะที

 

อาการแบบนี้ก็ว่าอยู่มันคุ้นๆ” “เอาหละพวกเราทุกคนเขียนคำตอบส่งอาจารย์อลิสกันเถอะ

 

หลังจากนั้นนักศึกษาแพทย์ทุกคนก็ส่งคำตอบเหมือนกับลอกกันมาทุกกระเบียดนิ้ว

 

ความรัก

 

…………………….

 

อลิสหลังได้คำตอบแล้วเธอแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง แต่นักศึกษาแพทย์อัจฉริยะทั้งสิบคนกลับตอบเหมือนกันหมดโดยไม่มีผิดเพี้ยน ดังนั้นเธอจำต้องเชื่อ

 

เธอเข้าไปนั่งตรงหน้าชาร์ลสองต่อสองและเริ่มถาม

 

ชาร์ล คุณมีอาการมองอะไรก็เห็นเป็นหน้าใครบางคนบ้างมั้ย


ชาร์ลพยักหน้าหงึกๆ

 

 มีอาการคิดถึงแต่ใครบางคนอยู่ตลอดเวลาบ้างมั้ย

 

ชาร์ลพยักหน้าต่อ

 

 มีอาการถอนหายใจแรง และทุกครั้งที่คุณหายใจ ทุกลมหายใจเข้าของคุณเป็นชื่อเธอ และทุกลมหายใจออกของคุณก็เป็นชื่อเธอแบบนี้บ้างมั้ย

 

ชาร์ลส่ายหน้าแต่กลับพูดต่อออกมาว่า

 

มีอาการแบบนั้นจริงแต่ผมไม่รู้เลยว่าเธอชื่ออะไร

 

อลิสนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและเปิดหนังสือออกมา

 

งั้นคงไม่ใช่ความรักแล้วหละ พวกเด็กๆคงวินิฉัยผิด เพราะในหนังสือบอกว่าคุณจะต้องรู้ชื่อคนที่คุณรัก ถ้าไม่รู้แสดงว่าสมมุติฐานผิดทั้งหมด เอาหละในเมื่อเป็นแบบนี้ทางสภาแพทย์จะเอาตัวคุณไปทดลองแล้วกัน

 

หลังจากนั้นครึ่งเดือนชาร์ลก็ถูกนำตัวไปทดลองที่ห้องลับ พวกเขาใช้เครื่องชอตไฟฟ้าจนหัวใจชาร์ลหยุดเต้นอีกครั้ง และหลังจากชาร์ลฟื้น เขาก็หายเป็นปกติ

 

…………………………

 

สองปีต่อมา

 

 เรือเร็วลำหนึ่งแล่นเทียบชายหาดเกาะแมวน้ำ คุณป้าวัยเกือบๆห้าสิบคนหนึ่งรีบเดินเข้าหาบริ๊งที่กำลังเช็คอุปกรณ์ดำน้ำของลูกค้ากองใหญ่

 

"บริ๊ง ลูก คุณยายแย่แล้ว!"

 

            บริ๊งหันขวับไปมองทางต้นเสียงเห็นคุณป้าข้างบ้านกำลังเดินมาด้วยท่าทีร้อนรน

 

"คุณยายเป็นอะไรคะ!"

 

"โรคหัวใจกำเริบอีกแล้ว ตอนนี้ส่งตัวไปโรงพยาบาลที่ กทม. แล้ว"

 

          สีหน้าของบริ๊งตกใจมาก น้ำตาค่อยๆคลอออกมาที่เบ้าตา 


          "กทม. เลยหรอคะ" 

 

"นี่ป้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัดหละต้องใช้เงินหลักหมื่นเชียว!"

 

บริ๊งหน้าซีดทันที เวลาผ่านไปหลายสิบปี ประเทศไทยค่าครองชีพก็สูงขึ้นเรื่อยๆค่าเงินก็ลดน้อยลง เงินเดือนของบริ๊งตอนนี้ได้แค่เดือนละสามพันบาท ยังดีที่ได้กินอยู่ฟรีที่เหลือทั้งหมดก็ส่งให้ยายตลอดจนไม่มีเงินเก็บ ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าผ่าตัดครั้งนี้

 

แพลงก์ตอนเดินออกมาจากห้องอาหารของลูกค้า เธอได้ยินที่ทั้งสองคุยกันหมดแล้ว เมื่อเห็นเพื่อนสนิททำท่าจะร้องไห้ก็เดินเข้ามากอดจากด้านหลังแล้วพูดว่า

 

 "บริ๊ง เค้ามีหมื่นห้าพอรึเปล่า"

 

           บริ๊งหันมามองเพื่อนด้วยน้ำตานองหน้า

 

"ขอบคุณมากต้อล ฮือ ฮือ"

 

"ค่าผ่าตัดทั้งหมดเก้าหมื่นแปด ป้าว่าไม่พอหรอกจ๊ะ"

 

คำพูดของคุณป้าเหมือนกับการแทงมีดเข้าไปทีหัวใจบริ๊งอย่างรุนแรง ได้ยินแล้วเข่าแทบทรุด

 

"ป้าว่าคงมีทางเดียวแล้วหละ!"

 

"ทางไหนคะ!"


บริ๊งหันมามองป้าอย่างมีความหวัง

 

"ตอนนี้ที่วาไคเรียกำลังขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เราต้องซื้อตั๋วผีเข้าไปทำงาน"

 

"ตั๋วผี!"


บริ๊งยืนเหม่ออยู่พักใหญ่

 

แพลงก์ตอนหันมากุมไหล่บริ๊งไว้พลางบอกว่า

 

"แกจะบ้าหรอบริ๊ง ซื้อตั๋วผีคือแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองนะ คนที่โดนจับที่วาไคเรียไม่มีใครได้กลับบ้านซักคน"

 

"อย่าไปนะบริ๊ง อย่าไปนะ" แพลงก์ตอนพยายามเขย่าตัวบริ๊งให้ได้สติ

 

"แต่ว่าแค่ทำงานแล้วส่งเงินกลับมาก็ได้เดือนละแสนเลยนะ ค่าเงินที่นั่นแพงที่สุดในโลก!"ป้าบอก

 

"ค.. ค.. แค่เดือนเดียวก็ได้หรอคะ!" บริ๊งถอนหายใจยาวๆ


เพื่อนรักรู้ได้ทันทีว่าบริ๊งกำลังติดสินใจแล้ว

 

"อย่านะบริ๊ง"แพลงก์ตอนเขย่าเพื่อนแรงขึ้นอีก

 

"หนูจะไปคะ!"

 

....................................

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น