จอมคนคลั่งรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,466 Views

  • 12 Comments

  • 21 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    75

    Overall
    1,466

ตอนที่ 15 : จุดจบของตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

บริ๊งลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นคุณเอเย่นนั่งยิ้มมาทางตนก็โบกมือทักทาย

 

คุณชาร์ลตื่นแล้วหรอคะ หลับสบายดีเนอะ

 

ครับ….ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้นพอดี เผื่อว่าคุณจะอยากดูแต่ผมเห็นว่าคุณกำลังหลับสบายผมเลยไม่กล้าปลุก

 

อ้อ คะไม่ต้องเกรงใจปกติหนูก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว บริ๊งยิ้มหวานกลับไป แน่นอนว่ารอยยิ้มนั้นเป็นดาเมจคริติคอลที่รุนแรงมาก จนชาร์ลหัวใจแทบหยุดเต้น

 

บริ๊งโบกมือซ้ายขวาอย่างงงๆ จู่ๆทำไมคุณเอเย่นถึงกลายเป็นหินไปได้

 

คุณชาร์ลคะ คุณชาร์ล….”

 

เธอสงสัยว่าเธอคงทักทายผิดรูปแบบเค้าจึงไม่สนใจเธอดังนั้นเธอจึงลองทำการทักทายในรูปแบบชาววาไคเรียโดยการแตะที่ริมฝีปากเธอและเอาไปแตะริมฝีปากชาร์ลที่ดูเหมือนจะตายไปแล้ว

 

เอื้อ!!! “..ครับ เอ่อเรามาถ่ายรูปกันเถอะ


ชาร์ลคืนชีพขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ผู้คนรอบๆมองดูก็หัวเราะคิกคัก พร้อมกับนินทากันสนุกปาก แต่ด้วยความที่ไม่รู้คำศัพท์บริ๊งจึงไม่ได้สนใจ

 

เปิดกระจกได้แล้วครับเรากำลังจะถึงทะเลสาบ ลมทะเลตรงนั้นจะหอมสดชื่นมาก

 

บริ๊งได้ยินดังนั้นจึงรีบทำตามคำแนะนำ

 

ชาร์ลหยิบกล้องถ่ายรูปโพลารอยด์ขึ้นมาจากกระเป๋า พร้อมกับลองส่องมองดูวิวธรรมชาติด้านนอกตัวรถ แต่ความจริงแล้วทุกคนย่อมรู้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น ความจริงคือเขากำลังส่องหญิงสาวซึ่งกำลังเหม่อมองออกไปนอกกระจก ซึ่งมีลมเบาๆกำลังพัดพลิ้วเส้นผมสีดำสลวยอยู่ไหวๆ

 

มาอีกแล้ว บรรยากาศ !

 

เพลงอันไพเราะที่โชเฟอร์เปิด บวกกับดวงอาทิตย์ที่เริ่มโผล่พ้นทะเลสาบขึ้นมา ฉากหลังมาแล้ว ฟิวส์ของนางแบบก็กำลังได้ เหลือเพียงคำสารภาพเท่านั้น!

 

ชาร์ลค่อยๆลดกล้องลงพร้อมกับโน้มตัวเข้าหาหญิงสาวที่กำลังเผลอไผลให้กับบรรยากาศอันงดงามด้านนอก สายตาของเขายังคงจดจ้องเธอตาไม่กระพริบ ทุกขณะที่ตัวเขาโน้มเข้าใกล้เธอ หัวใจของเขายิ่งเต้นแรงเหมือนกำลังจะระเบิดออก

 

ทันใดนั้นบริ๊งก็หันกลับมา และใบหน้าของทั้งสองคนก็ห่างกันแค่เพียงคืบเดียว เหมือนในตอนนั้นเปี๊ยบ

 

ขอโทษครับพอดีว่า….”

 

เอี๊ยดดด ทันใดนั้นรถไฟก็เกิดการกระชากอย่างรุนแรง นี่คือโอกาสทองในรอบห้าร้อยปี ชาร์ลไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยได้แต่ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงของโลกกระชากปากตนเองเข้าหาปากของหญิงสาว….แต่ทว่า!!!

 

ผัวะ!!! บริ๊งก้มหน้างุดใช้หัวโหม่งเข้าเต็มหน้า และหลังจากนั้นสามวินาทีชาร์ลก็สลบไป

 

…………………………….

 

เจสันยืนนิ่งอยู่ในห้องประธานาธิปดี ดูเหมือนว่าชาร์ลจะถอดเครื่องติดตามตัวออก เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วตอนชาร์ลเข้าประกบสายลับที่ฉลาดมากๆและมีความระวังตัวสูงในระดับภารกิจที่ถูกเรียกว่าเป็นภารกิจระดับ ss

 

ชาร์ลหายตัวไปสองวันแล้ว ผมไม่เคยขาดการติดต่อกับเค้านานขนาดนี้มาก่อนประธานาธิปดีนักกล้ามนั่งเครียด

 

ไม่ต้องห่วงหรอกครับท่าน ถ้าเป็นเขาคนนั้นเรื่องทุกอย่างต้องเรียบร้อยแน่เจสันพูดปลอบ

 

แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ ผมไม่เคยรู้สึกประหลาดแบบนี้มาก่อนและลางสังหรณ์ของผมมันก็บอกว่าต้องมีอะไรแน่ๆ

 

เจสันได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เคร่งเครียดลงทันที เพราะความสามารถพิเศษของประธานาธิปดีผู้นี้คือลางสังหรอันแม่นยำ และการเดาสุ่มที่ไร้หลักการใดๆสนับสนุน   แต่กลับถูกต้องอย่างน่าเหลือเชื่อทุกครั้งที่เอ่ยปากออกมา

 

ผมจะโทรหาชาร์ล ตอนนี้เลย!”

 

แต่ว่าท่านครับมันเสี่ยงเกินไป!”

 

ประธานาธิปดีนักกล้ามคว้ามือถือกดโทรออกทันที….

 

ติ๊ง ติ๊ง ติง ติง ติ่ง ติ่ง ติง ติง(ริงโทนเพลง Take On Me) ดังขึ้นบนรถไฟ ทุกคนหันมามองตามเสียงทันที

 

บริ๊งหน้าซีด ริงโทนที่ชาร์ลตั้งไว้มันดังมากและตอนนี้เขาก็นอนสลบอยู่บนตักเธอ การจะรับก็เสียมารยาท แต่การไม่รับก็รู้สึกเกรงใจคนรอบข้างดังนั้นเธอจึงตัดสินใจรับ

 

เมื่อกดรับเสียงตามสายก็ตวาดออกมาทันทีเป็นภาษาวาไคเรีย ชาร์ลตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน…..”

 

แน่นอนว่าบริ๊งฟังออกแค่คำเดียวคือคำว่า ชาร์ล เธอจึงเงียบ

 

ชาร์ล …. ชาร์ล!!.... ชาร์ล!!!”

 

ตอนนี้กลับกลายเป็นประธานาธิปดีปิส แพ้งค์และเจสันที่หน้าซีดแทน  มีคนอื่นรับโทรศัพท์ของชาร์ล!

ทั้งสองรู้ดีว่าบุคคลระดับชาร์ลไม่เคยไม่ตอบโทรศัพท์หรือไม่เคยให้คนอื่นรับแทนมาก่อน

 

คงมีเพียงสถานการณ์เดียวที่เกิดขึ้นคือชาร์ลโดนสยบไว้แล้ว!!

 

ด้วยความเสียงดังของรถไฟ ประธานาธิปดีปิส แพ้งค์ จึงได้ยินคำเดียวว่า catch!! อะไรซักอย่าง(ความจริงคือบริ๊งแค่พยายามอธิบายว่าชาร์ลถูกชน crash)

 

โทรศัพท์หลุดมือประธานาธิปดีนักกล้ามทันที

 

เจสัน! ชาร์ลถูกมันจับตัวไว้แล้ว…..

 

เจสันถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น จบสิ้นแล้วตำนานของพวกเรา แต่ทว่าด้วยไหวพริบและความเหนือชั้นเจสันจึง รีบคว้าหยิบมือถือขึ้นมา

 

แกต้องการอะไรกันแน่!”

 

บริ๊งพยายามฟังอยู่พักใหญ่แต่ยังคงไม่รู้เรื่อง พอดีมีเด็กเจ็ดขวบคนหนึ่งเดินผ่านมาบริ๊งจึงส่งโทรศัพท์ให้หวังจะให้สื่อสารแทน

 

ชั้นถามว่าแกต้องการอะไร

 

หือ….!??? !!??”

 

เจสันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและพยายามใช้น้ำเสียงที่นิ่มที่สุด

 

ต้องการอะไรบอกผมมา?”

 

ผมต้องการดาบแห่งการพิพากษา(พอดีว่าช่วงนั้นของเล่นสุดฮิตสำหรับเด็กชาววาไคเรียคือดาบเลเซอร์

 

แต่สำหรับเจสันแล้วคำว่าดาบแห่งการพิพากษามีเพียงความหมายเดียวคือเมอร์ลินดาวเทียมทำลายล้างนั่นเอง

 

เจสันหันมาบอกประธานาธิปดีว่า

 

มันต้องการเมอร์ลินครับท่าน

 

ประธานาธิปดี ปิส แพ้งค์ ถึงกับกุมหัวแต่ยังไงชีวิตของชาร์ลก็สำคัญกว่ามากเขาจึงพยักหน้าให้เจสันเป็นเชิงว่าจะทำไงได้หละ จำเป็นต้อง ตกลงแล้วหละ

 

เจสันจึงถามต่อ ได้ ที่ไหนดี?”

 

อีกสามวันครับ ที่โรงเรียนเอ็ดเวิร์ดสคูลเด็กน้อยพยายามจะบอกว่าอีกสามวันถึงจะกลับโรงเรียน

 

ชั้นจะแน่ใจได้ยังไงว่าแกจะไม่ตุกติก

 

เด็กน้อยเงียบไปพักหนึ่งจึงค่อยตอบว่า

 

แค่นี้นะ….. แม่เรียกแล้ว!”  

 

ตื้ดดด ตื้ดดดด ตื้ดดดด….!!! การสื่อสารถูกตัดไปในลักษณะนี้

 

………………………………………

ณ ประเทศเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งอยู่สุดขอบโลก

 

ท่านนายพลครับ มันมุ่งตรงมาทางนี้แล้วครับ!!!”

 

ยิงมันเลยใช้ทุกอย่างที่เรามี อย่าให้มันเข้ามาได้นายพลตวาดก้องพร้อมกับส่องกล้องไปยังเป้าหมาย บัดนี้เหงื่อของเขาเปียกท่วมไปทั้งหลัง

 

ปัง ปัง ปัง ตูม!! เฟี้ยว!! ตูม บรึ๊ม!!

 

          เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งบาซูก้า ทั้งปืนครก ไรเฟิ้ล ล้วนระดมยิงใส่เป้าหมายไม่ยั้ง

 

          แต่ทว่าเมื่อฝุ่นควันจางหายไป ยังปรากฏเงาดำทะมึนของชายผู้หนึ่งเดินออกมาอย่างไม่ยี่หระต่อความตายแม้แต่น้อย

 

          ผ้าคลุมสีดำที่พลิ้วปลิวไสว ขนหน้าอกฟูฟ่อง และกางแกงในสีดำนั่น ไม่ผิดตัวแน่ นั่นคือ แบรค แพนตี้ครับท่าน!!”

 

          ท่านนายพลถึงกับทรุดเข่าลง ซักครู่เดียวเสียงทหารด้านล่างร้องกันระงม เสียงฝีเท้าเดินขึ้นมาตามขั้นบันใดอย่างช้าๆ และในที่สุดประตูก็เปิดออก

 

          แก แกต้องการอะไรกันแน่ ใครสั่งให้แกมา!!”

 

          มี้จังแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย เขาเดินเข้ามาพร้อมกับตะบันหมัดใส่นายพลครั้งเดียวจนคนกระเด็นติดกำแพงบาดเจ็บสาหัส คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของเหยื่อ ภารกิจของเขามีเพียงสิ่งเดียวคือฆ่า!

 

          ลาก่อย วัลคีรี่เวพ่อน!”

 

          ตูมมม!!! เพียงแค่หมัดเดียว คนก็ร่างกายแหลกเหลวไป

 

          มี้จังหันสบตากับคนสนิทของนายพลแว๊บหนึ่ง เห็นคนกลัวจนฉี่ราดจังไม่อยากสนใจอีก เขาจึงรีบเดินออกไปทันที

 

          แต่ทว่าคนสนิทผู้นั้นกลับร้องตะโกนออกมาอย่างอาจหาญ

 

          แก!! หยุดนะ!”

 

          มี้จังหันกลับมาช้าๆ สีหน้าของมันดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

 

          อยากตายรึไง

 

          ..ไม่ใช่ครับ!” ทหารตอบ

 

          ต้องการอะไร จะล้างแค้นรึไง!”

 

          ก็ไม่ใช่อีกครับ เพียงแต่…”

 

          เพียงแต่อะไร

 

          เพียงแต่เมื่อครู่ผมได้ยินคุณพูดว่า ลาก่อยวัลคีรี่เวพ่อน!”

 

          แล้วยังไง

 

          ประเทศของเราคือประเทศ วากันดี้ครับ และนายพลของเราก็ฉายา วากันดี้เวพ่อน!”

 

          มี้จังชะงักไปครู่หนึ่งและนำกระดาษออเดอร์ที่พับไว้ในกางเกงในขึ้นมาดูอีกรอบ แต่รอยหมึกที่จดไว้ช่างเลือนรางเหลือเกิน คงเป็นเพราะเหงื่อ


          ที่หน้าผากของมี้จังมีเหงื่อไหลออกมาสองหยด เขารีบตีสีหน้าเรียบเฉยและวิ่งออกไปทันที

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น