จอมคนคลั่งรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,466 Views

  • 12 Comments

  • 21 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    75

    Overall
    1,466

ตอนที่ 14 : จูบแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

                รถไฟวิ่งออกจากท่าอย่างช้าๆ เวลานี้ใกล้มืดแล้วฟ้าฝนข้างนอกก็คลึ้มลงเล็กน้อย หลังจากนั่งรถเที่ยวชมตัวเมืองวาไคเรียอยู่สองชั่วโมงฟ้าก็มืดลง และรถได้เปลี่ยนเส้นทางออกไปยังโบราณสถานรอบนอกซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งคืนพอดี

 

เอ่อคุณเอเย่นคะ คุณจะช่วยสอนภาษาวาไคเรียให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ

         

          เรียกผมว่า ชาร์ล เถอะครับ

         

          คะ คุณชาร์ล เอ่อหนูอยากเรียกภาษาวาไคเรียพื้นฐานอะคะคุณช่วยสอนหนูได้มั้ยคะ

 

          ชาร์ลนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยตอบว่า

 

ได้แน่นอนครับ แต่ผมจะบอกก่อนว่าภาษาวาไคเรียพื้นฐานจะต้องเรียนโดยการสัมผัสกันโดยตรง อย่างเช่นแบบนี้ครับ

 

          ชาร์ลยื่นมือแตะไปที่ริมฝีปากของหญิงสาว พลางกล่าวว่า

 

ว่ากันว่าภาษาวาไคเรียมีต้นกำเนิดมาจากทวยเทพดังนั้นการสัมผัสเนื้อตัวกันอย่างสนิทสนมจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น และการทักทายกันของชาววาไคเรียจะนิยมใช้นิ้วแตะริมฝีปากของอีกฝ่ายและนำมาแตะริมฝีปากของตนเองครับหลังจากนั้นเขาก็ยิ้มและก็นำกลับมาแตะที่ริมฝีปากของตนเอง

 

          ลองทำดูสิครับชาร์ลถือวิสาสะคว้ามือหญิงสาวขึ้นมาแตะริมฝีปากตนเองบ้าง แต่ถูกยื้อไว้

 

          บริ๊งคิดในใจ นี่มันจูบกันทาอ้อมไม่ใช่หรอ!’

 

          หลังจากนั้น ชาร์ลจึงกล่าวต่อโดยการทำเนียนกุมมือหญิงสาวไว้

 

แต่ว่าสำหรับคนที่สนิทกันมากๆ อาจจะเป็นเพื่อน หรือพี่น้องจะใช้วิธีการใช้จมูกชนกันแทน แบบนี้ครับพูดจบก็โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

 

ในเวลาแค่เสี้ยววิทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง

 

          บริ๊งถึงกับตาโต ชาร์ลรุกเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงแค่คืบเดียว บริ๊งพึ่งได้สังเกตหน้าตาของคุณเอเย่นเป็นครั้งแรก ความจริงผู้ชายคนนี้เป็นคนหล่อมาก ดวงตาสีรุ้งเหมือนพวกกลายพันธุ์ คิ้วสีน้ำตาลแดง จมูกโด่งๆนั่น เรียวปากสีส้มรูปกระจับ ใบหน้าอันเกลี้ยงใสที่ไม่มีรอยด่างดำแม้แต่จุดเดียว บริ๊งไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนเพอร์เฟคขนาดนี้มาก่อน แต่ดวงตาสีนี้มันคุ้นๆนะ

 

เวลายังคงหยุดนิ่งต่อไป

 

และเมื่อสายตาของทั้งสองประสานกันเกินกว่ายี่สิบวิ บริ๊งต้องหลบสายตาด้วยความเอียงอาย เธอไม่คิดว่าที่นี่จะมีการทักทายที่วาบหวามขนาดนี้ นั่นเพราะการทักทายแบบวาไคเรียคือการใช้จมูกแตะกันเพื่อแสดงความสนิทสนม แต่ความจริงเขากับเธอไม่ได้สนิทกันแม้แต่น้อย นี่คงเป็นการแสดงเพื่อความสมจริงสินะ บริ๊งคิด

 

แต่สำหรับชาร์ลแล้ว ตึกตักตักตักตึกตัก

 

หัวใจของเขาเต้นแรงมาก เพลงอันไพเราะบนรถนี่มันอะไรกัน  ทั้งบรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยฝน ท้องฟ้าด้านหลังที่ถูกทาบด้วยประกายดาวนับล้าน ผู้คนบนรถที่หลับสนิท และเสียงของลมหายใจที่แนบชิดกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน มันคือโอกาสทองที่ชาร์ลจะต้องตัดสินใจ

 

และในวินาทีที่บริ๊งเบือนหน้าหนี ปากของทั้งสองก็สัมผัสกันเล็กน้อย แบบว่าเล็กน้อยมากจริงๆ เล็กน้อยจนบริ๊งแทบจะไม่ใส่ใจ แต่ทว่าสำหรับชาร์ลนั่นคือการจูบแบบเต็มๆ จูบแรกของเขาถูกพรากไปแล้วโดยผู้หญิงที่เขาแอบหลงรัก หรือว่าผู้หญิงคนนี้ความจริงต้องมีใจให้เขาแน่ๆชาร์ลคิดเข้าข้างตัวเอง 

 

ชาร์ลมโนไปจนถึงขนาดที่ว่าทั้งสองได้แต่งงานกัน มีลูก มีหลาน และตายไปพร้อมกัน…!!!

 

บริ๊งเหลือบมองชาร์ลที่นั่งแข็งเป็นหิน ชาร์ลนั่งนิ่งโดยใช้สองมือแตะอยู่ที่ริมฝีปาก ท่าทีแบบนี้ดูยังไงก็เหมือนคนที่โดนขโมยจูบครั้งแรกไปและกำลังฟุ้งซ่าน เธอจึงคิดทบทวนย้อนกลับไปเรื่องเมื่อครู่

 

หรือว่าจะโดนนะ..?’

 

เมื่อเป็นเช่นนั้นเพื่อความสบายใจบริ๊งจึงบอกไปว่า

 

คุณชาร์ลคะ ไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้โดนรึเปล่าแต่ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ

 

ยัง!! ชาร์ลเหมือนยังตกอยู่ในภวังค์ไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ หรือว่าชาววาไคเรียจะคิดมากเรื่องแบบนี้กันนะ คงกำลังรู้สึกผิดที่ริมฝีปากแตะกับคนที่ไม่ใช่คนรักสินะ หรือคงคิดแทนเธอกลัวว่าผู้หญิงจะเป็นผู้เสียหายสินะ เป็นผู้ชายที่น่ารักจริงๆ ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย บริ๊งจึงพูดปลอบว่า

 

คุณชาร์ลคะไม่ต้องคิดมากนะคะ สำหรับผู้ชายแล้วนี่เป็นเรื่องธรรมดามาก และสำหรับหนูแล้วมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกคะ ไม่ต้องห่วง ^-^”

 

ใช่สิเธอเคยจูบเล่นๆกับยัยแพลงก์ตอนเพื่อนเธอนี่

 

ทันใดนั้นชาร์ลหลุดพ้นจากภวังค์หันขวับกลับมาด้วยแววตาลุกโชน สีหน้าของเขาตกใจแบบสุดขีด หรือว่าเธอจะมีแฟนอยู่ก่อนแล้วเรื่องนี้ทำไมไม่มีในข้อมูลที่ได้มาเลยหละ

 

..จริงหรอครับ!”ชาร์ลถามออกมาทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า

 

คะ ที่ที่หนูเคยทำงานหนะจูบเล่นกันประจำ

 

ทันใดนั้นชาร์ลก็นึกย้อนไปถึงวันที่เคยพบเธอครั้งแรก ในวันนั้นชาร์ลเฝ้ามองอยุ่บนเรือเห็นหญิงสาวว่ายน้ำเล่นกับฝูงแมวน้ำตัวเล็ก หลังจากพวกมันว่ายมาจูบเธอพวกมันก็ได้ปลากินคนละตัว

 

จริงด้วย!! เธอหมายถึงแมวน้ำสินะ!!’

 

สีหน้าของชาร์ลเปลี่ยนไปทันที เปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีสุดๆ และเมื่อหญิงสาวเห็นชาร์ลอารมณ์ดีขึ้นมาเธอจึงถามถึงคำศัพท์อื่นๆต่อ

 

ทั้งสองคุยกันจนเหนื่อยจนกระทั่งบริ๊งผลอยหลับไป

 

ในคืนนั้นเอง ชาร์ลไม่ได้นอนแม้แต่วินาทีเดียว เขานั่งจ้องใบหน้าของเธอโดยไม่ละสายตา….จนเช้า!!

 

………………

ท่านประธานาธิปดีครับ สายรายงานมาว่าเกิดเหตุระเบิดที่ตึกร้างเขต F ครับท่าน

 

เจสันเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นบันทึกเล่มหนึ่งให้กับประธานาธิปดีปิส แพ้งค์ ในนั้นมีรูปซากของชายคนหนึ่งซึ่งถูกเผาไหม้เป็นตอตะโก

 

นี่มัน!!! เนเมซิสไม่ใช่รึไง!”

 

ถูกต้องแล้วครับ ไม่อยากเชื่อว่าท่านจะจำมันได้


หึ เจสันผมเคยเจอมันครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน ผมไม่มีวันลืมมันเด็ดขาดแม้มันจะแหลกเหลวไม่มีชิ้นดีขนาดนี้ ผมก็ยังจำมันได้ขึ้นใจ

 

ความจำของท่านสุดยอดมากเลยครับ

 

ประธานาธิปดีปิส แพ้งค์ยังคงจดจ้องกับรายงานต่อไป เมื่อเปิดอ่านบทสรุปในหน้าสุดท้ายเขาก็ถามขึ้นว่า

 

หรือว่าเป็นฝีมือของชาร์ล

 

เจสันรีบตอบออกมาอย่างรวดเร็วว่า

 

มีโอกาสเป็นไปได้หลายส่วนครับ ระดับจอมวายร้ายอย่างเนเมซิสมีหรือที่มันจะระเบิดตัวเองตาย ผมคิดว่ามันคงไม่โง่ขนาดนั้นครับท่าน

 

ชาร์ลคงสืบได้เบาะแสอะไรซักอย่างและไล่เก็บพวกมันเรียงตัวสินะ เฮ้อ น่าสงสารจริงๆเจ้าพวกนั้นเคราะห์ร้ายซะแล้ว

 

 

…………………………

รังลับที่องของกลุ่มก่อการร้าย บัดนี้อาชญากรตัวพ่อทั้งหกคนนั่งนิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่น้อย ไม่ใช่เพราะเนเมซิสตายไปแล้ว แต่เพราะรังลับของพวกเขาโดนเผาทำลายวอดวายทั้งหลัง ตอนนี้ต้องมานั่งประชุมอยู่ในกระต๊อปไม้โทรมๆแทน

 

เดทแคท: “ผมเคยเตือนมันหลายครั้งแล้วว่าอย่าได้เอ่ยชื่อคนที่คุณก็รู้ว่าใคร แล้วเป็นยังไงหละ ไม่เชื่อ….”

 

ปิรันย่า: “พวกเราต้องหลบซ่อนตัวแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่นะ เห้อ หากรู้ว่าตัวจริงของเจ้านั่นเป็นใครพวกเราอาจวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนได้บ้าง

 

เดทแคท : “หากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเราต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่ ผมขอเสนอให้ใช้คนคนหนึ่ง

 

          ทุกคนหันไปมองเดทแคทเป็นสายตาเดียวกัน เพียงแค่มองตาก็เข้าใจได้ว่าคนคนนั้นคือสุดยอดมือสังหารอันดับหนึ่งขององค์กรมือสังหารลับอันเลื่องชื่อ

 

ปิรันย่า : “หรือว่าคุณเดทแคทต้องการใช้เจ้านั่นรึคะ ชายผู้ที่ว่ากันว่าลงมือไม่เคยพลาด เก็บงานรวดเร็วภายในสิบสามวัน

 

          เดทแคทพยักหน้าครั้งหนึ่งและเริ่มบรรยายสรรพคุณ

 

          ถูกต้องแล้ว ชายที่ถูกขนานนามว่าจอมคลั่งนักฆ่าไร้ใจ ชายผู้เป็นตำนานสะเทือนวงการนักฆ่าโดยมีสถิติอันสวยหรู ลอบสังหารแปดร้อยเจ็ดสิบห้าครั้งไม่เคยพลาดซักครั้ง ชายผู้ใช้มือเปล่าเป็นอาวุธ และเขาคือฝันร้ายของผู้นำทั่วโลก

 

          ทันใดนั้น ชายชุดดำคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับร่างกายกำยำใหญ่โต หน้าตาของเขาดุร้ายราวกับอสูร ขนหน้าอกอันดกดำของเขาช่วยเสริมความหน้าเกรงขามของเขาขึ้นมาเท่าตัว โดยเฉพาะรอยแผลเป็นทั้งตัวของเขาสามารถบอกได้เลยว่า คนคนนี้ผ่านมากี่สมรภูมิแล้ว เขาคือนักฆ่าในตำนานที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

 

          เดทแคทแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับแนะนำชายผู้นี้

 

          ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย กระผมขอแนะนำให้ท่านรู้จักตำนานผู้นี้ มี้จัง!!!!!!’ฉายา เดอะ แบลค แพนตี้!!!”

 

          มี้จังกระโดดขึ้นโต๊ะประชุมพร้อมกับคำรามอย่างดุร้าย เขาฉีกเสื้อผ้าทั้งหมดออกจนเหลือเพียงกางเกงในสีดำตัวเดียว พร้อมกับทำลายข้าวของในกระต๊อปจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี…..

 

         

 

         

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น