#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : ที่พักพิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,831 ครั้ง
    25 ส.ค. 63








Chapter 5 : ที่พักพิง

 

 







 

*เนื้อหาบางส่วนเต็มไปด้วยความรุนแรงและไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

*โปรดอ่านเพื่อความบันเทิง ขอบคุณค่ะ*

 

 

 




 

♕♕♕

 

 

 

 

 

            “พวกมึงรู้จักยาหยีห้องแปดปะ” เสียงของไอ้มิกถามขึ้นในขณะที่พวกเรากำลังเดินเปลี่ยนห้องเรียน


            “ไม่รู้จัก” ผมชิงตอบขึ้นก่อน


            “เสือก กูถามไอ้ฟิวส์ มึงมันรู้จักเหี้ยอะไรบ้าง”


            “เอ้า ก็มึงเรียกว่าพวกมึงอะ” ผมแย้ง “ไอ้ฟิวส์มันมีหลายคนหรอ”


            “พวกมึงที่แปลว่าไอ้ฟิวส์” ไอ้มิกกี้ว่า “สรุปมึงรู้จักไหม? ฟิวส์”


            “ฮะ? มึงว่าไงนะ” ไอ้ฟิวส์ที่เอาแต่เหม่อลอยไปทางอื่นหันมามองแบบงุนงง 


            “ยาหยีห้องแปด”


            “อ๋อ ก็พอรู้อยู่ ตัวเล็กๆใช่ปะ” 


            “เออนั่นแหละ”


            “ทำไมวะ” ผมถาม


            “กูว่ากูเจอรักแรกพบว่ะ” ไอ้มิกตอบสีหน้าจริงจัง “แบบเธอเข้ามากระชากหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน ว่าแต่มึงนี่ไม่เคยทำกูผิดหวัง ก้างขางจริงๆ”


            “กว้าง” ผมเอ่ยแก้ให้ “ลิ้นแข็งหรอมึงอะ”


            “เออนั่นแหละ แล้วเขาเป็นคนยังไงวะ”


            “ก็นิสัยดีอะ อัธยาศัยดี น่ารัก” ไอ้ฟิวส์ว่าพร้อมพยายามนึก “ตอนนี้ก็น่าจะโสดแหละ แล้วมึงไปชอบเขาได้ไง?”


            “ก็เดินสวนกันแล้วแบบ...บอกไม่ถูกว่ะ” 


            “จีบเลยดิ” ฟิวส์บอก


            “เขิน ขอเวลาทำใจแป๊บนึง” มิกลูบหน้าตัวเองเบาๆ “หลังจากเลิกกับมิ้วไปก็ปีกว่าแล้วปะ กูก็ไม่ชิน”


            “เลิกกันทำไมวะตอนนั้น” ฟิวส์ถาม


            “กูติดเกม”


            “ก็อย่าให้มันซ้ำรอยแล้วกัน”


            “เออน่า”


            “เออเสือ” ฟิวส์หันมาเรียก “เดี๋ยวนี้มึงดูสนิทกับแฝดจัง”


            “ไม่ๆ กูสนิทกับไอ้หนาว แต่ไม่ค่อยสนิทกับเหนือ” ผมบอกไปตามตรง ไม่ใช่ว่าไม่อยากสนิทด้วยนะ แต่เหนือเป็นคนที่ผมไม่กล้าพูดเล่นอะไรด้วยเท่าไหร่ “ทำไมวะ”


            “ก็เห็นมึงไม่ค่อยมานอนห้องกูแล้ว”


            “ทำไม คิดถึงกูล่ะสิ”


            “จะบอกว่าดีแล้ว กูรำคาญ ห้องกูก็แคบจะตายห่ายังมาแย่งพื้นนอนอีก กูลุกมาสะดุดมึงไม่รู้กี่รอบ” ไอ้ฟิวส์ทำหน้าเซ็ง “ดึกๆดื่นๆก็มาเคาะประตูอยู่นั่น”


            “อ้าว เสือมึงไปนอนบ้านหนาวหรอ” ไอ้มิกถาม


            “เออ กูได้เพื่อนใหม่แล้ว ลาก่อนนะไอ้พวกเฮงซวย”


            “เออ งั้นแยกกันตรงนี้เลยไหมล่ะ อยู่ด้วยกันก็มีแต่ล่มจม” ไอ้ฟิวส์ว่า พวกผมสองคนหลุดขำออกมาเล็กน้อย “แล้วที่บ้านเขาไม่ว่าหรอวะ ไปนอนบ้านเขาบ่อยขนาดนั้น”


            “ไม่ว่านะ ออกจะต้อนรับกูด้วยซ้ำ”


            “หน้าด้านจริงๆ ไปกินฟรีอยู่ฟรีบ้านคนอื่น” มิกกี้ว่า “เขาแอบด่ามึงในใจแหละกูว่า ยังมีหน้ามาคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาต้อนรับอีก ถามจริงใครเขาจะกล้าด่าตรงๆวะ”


            “เอ้ามึงนี่” ผมขมวดคิ้ว “ไม่ต้องมาเสือกเรื่องของกูน่า”


            “หึ ไอ้เสือ อย่าคิดว่ากูไม่รู้แผนของมึงนะ” ไอ้ฟิวส์เลิกคิ้วมอง


            “แผนไรวะ”


            “หัดเข้าทางน้องชายหรอวะ ร้ายใช่เล่นนะเรา ตอนแรกบอกไม่รู้จัก ไม่น่ารัก เฉยๆ หึ หอบผ้าหอบของไปนอนบ้านเขาเป็นอาทิตย์ๆ มองจนอิ่มเลยล่ะสิ มีความสุขมากปะได้อยู่ใกล้แดนเหนืออะ” 


            “อ้าว สรุปมันคือแผนมึงหรอ? เสือนี่มึง...เฮ้ย ไอ้เสือ ว้าว มันเอาว่ะ รู้จักกันแค่ไม่นานก็ย้ายไปอยู่กับเขาซะแล้ว มันใจง่ายจริงๆเพื่อนเรา ปอกกล้วยที่ว่าง่ายยังไม่ง่ายเท่าใจมึง”


            “ไอ้ควาย” ผมสบถด่า อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ “ก็เหี้ยแล้ว ไม่มีแผนไรทั้งนั้นแหละ กูชอบที่นั่นเฉยๆ”


            “อะ แล้วสรุปแดนเหนือน่ารักมั้ย?”


            “มันทำไมวะฟิวส์” ผมถามกลับ “มึงชอบเขาหรอ?”


            “เฮ้ยบ้า ใครจะไปชอบ คนชอบเขาตั้งเยอะตั้งแยะ กูจะไปชอบคนที่มีคู่แข่งเยอะแบบนั้นทำไม น่ารักก็จริงแหละ แต่กูก็ไม่มีโอกาสไง นั่นแหละ สรุปคือไม่ได้ชอบเว้ย”


            “มันเพ้อ มันตัดพ้อว่ะ” ไอ้มิกเอ่ยแซว “สรุปคือพวกมึงสองคนชอบคนเดียวกันหรอ มิตรภาพสิบเอ็ดมันจบตรงนี้หรอ”


            “เฮ้ยกูไม่ได้อะไร กูถอยให้เพื่อนได้อยู่แล้ว” ไอ้ฟิวส์ว่า


            “อ้าว ถอยทำไม ไหนบอกไม่ได้ชอบ” ผมว่ากลับ อีกฝ่ายหยุดเดิน ขมวดคิ้วนิ่ง


            “นั่นแหละ ไม่ได้ชอบ”


            “เฮ้อ ฟิวส์มึงฟังกูนะ กูไม่ได้อะไรจริงๆเว้ย”


            “งั้นมึงชอบไอ้หนาวหรอ” ไอ้มิกถาม ผมถอนหายใจออกมาทันที “กูถามจริง?”


            “ไม่ คือกูไม่ได้อะไรกับแฝดเลย” ผมบอกไปตามความจริง “ไอ้หนาวมันตลกดี อยู่ด้วยแล้วสนุก คุยกันถูกคอ กูไม่อยากไปแย่งพื้นห้องไอ้ฟิวส์นอนแล้ว อย่างน้อยๆก็ขอโซฟาบ้านแฝดเถอะ”


            “อะๆ เชื่อ” ไอ้มิกว่าพร้อมส่ายหน้า


            “เชื่อนะ แต่ส่ายหน้า ไอ้เวร”


            “มันไม่หวั่นไหว มันเป็นไปได้ยังไง ดูอย่างนายฟิวส์ แค่ไปกินข้าวร้านเขาวันละไม่กี่นาที หัวใจนายฟิวส์มันก็ล่องลอยไปแล้ว”


            “ไอ้เหี้ยก็บอกว่าไม่ได้ชอบไง” ไอ้ฟิวส์ยังคงพยายามโต้แย้ง “รำคาญพวกมึง ไม่ต้องมาลอกอังกฤษกูนะสัด”


            “เดี๋ยว” ผมเอ่ยปราม “มีการบ้านอังกฤษด้วยหรอวะ?”


            “เออนั่นดิ”


            “หึ ส่งวันนี้ด้วย”


            “โหฟิวส์ กูก็รู้อยู่แล้วว่ามึงไม่ได้ชอบ” ผมรีบว่าประจบ “พวกกูก็แซวไปงั้น พี่ฟิวส์ขวัญใจสาวๆทั้งโรงเรียน ไม่ยอมหยุดที่คนๆเดียวหรอกจริงไหม? มันเสียระบบ”


            “ไอ้ห่า ไม่ต้องพูดก็ได้งั้นอะ”​ อีกฝ่ายถอนหายใจใส่ผม พอเดินมาถึงตึกเรียน พวกผมก็เดินถือรองเท้าขึ้นไป ในขณะที่เดินผ่านห้องๆหนึ่งที่มีรองเท้าวางเรียงรายอยู่ด้านหน้า สายตาของผมเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังคลานอยู่บนพื้น พยายามจะเก็บกระดาษที่ปลิวออกมา


            ไอ้หนาวทำท่าทางเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่เราสบตากันมันก็ยิ่งดูตื่นเต้น ผมมองเข้าไปในห้องเห็นว่าห้องมันกำลังสอบอยู่


            สอบอยู่แล้วทำไมมันมาคลานอยู่บนพื้นอย่างนี้วะ?


            มันชี้ไปที่กระดาษเชิงว่าให้เก็บให้หน่อย


            ผมหยิบกระดาษนั้นมาพบว่าเป็นโพยข้อสอบ เกือบหลุดขำดีที่กลั้นไว้ได้ก่อน แกล้งสะบัดกระดาษในมือไปมา


            ไอ้เหี้ย ส่งกระดาษมา’ ผมอ่านปากของไอ้หนาวได้อย่างนั้น ‘-วย


            เลี้ยงน้ำกู ผมขยับปากบอก แต่อีกฝ่ายทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ เลี้ยงกู’ ผมขยับปากบอกอีกครั้งพร้อมชี้มาที่ตัวเอง 


     ‘เออๆๆๆๆ เร็วๆๆ’ อีกฝ่ายพร้อมพยักหน้ารัวๆอย่างไม่คิด ผมย่อตัวลงนั่งแล้วค่อยยื่นกระดาษให้มันแล้วไอ้หนาวก็ค่อยๆคลานกลับเข้าไปนั่งที่เดิมของตัวเอง สายตาหวาดระแวงครูไปด้วย


            พอเดินไปที่หน้าห้องผมเห็นว่าครูไม่ได้ตั้งใจคุมสอบเท่าไหร่ เอาแต่เล่นมือถือทำให้เด็กแอบโกงข้อสอบกัน 


            “มึงทำไรวะ” ไอ้ฟิวส์ถามหลังจากเห็นผมเดินเข้าห้องมาช้า


            “เจอโพยข้อสอบไอ้หนาวปลิวออกมาข้างนอกห้องพอดีเลยเก็บให้”


            “อ๋อ ไอ้เหี้ย แม่งโคตรซวย เป็นกูคงล่กไปหมดแล้ว”


            “เออ นั่นดิ” ผมว่า นึกถึงสีหน้ากับท่าทางของมันเมื่อกี้แล้วอดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ “แม่งตลกชิบหาย”

 

 

 

 

            .....

 

 

 

 

 

            “หนาว น้ำกูอะ” ผมเห็นไอ้หนาวกำลังยืนต่อแถวซ้ำน้ำหวานในโรงอาหารพอดีจึงเดินเข้าไปถาม


            “น้ำเหี้ยไร”


            “เอ้า ก็มึงบอกจะเลี้ยงน้ำอะ”


            “กูบอกตอนไหน”


            “ตอนกูเก็บโพยให้ไง”


            “อ๋อ -วยนะไอ้เวร ไอ้ฉวยโอกาสตอนจังหวะสำคัญ” ไอ้หนาวบ่นพร้อมทำหน้าเซ็งสุดขีด “เอาน้ำไร”


            “เหมือนมึงแหละง่ายดี”


            “กูกินน้ำบอระเพ็ด”


            “อะ ถ้าเขามีขายจริงกูก็แดก” ผมว่า “กูก็นึกว่ามึงรู้แล้ว เห็นพยักหน้ารัวๆเลย”


            “จะรู้อะไรล่ะ กูรีบ มึงพูดเหี้ยไรกูก็พยักหน้าหมดอะ ไอ้ห่า เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ”


            “เสือกทำโพยปลิวเองทำไมล่ะ”


            “ไม่ใช่กู ไอ้อั้มเถอะ แม่งส่งโพยให้กูไม่ดีเสือกปลิว ใจกูหายแว๊บ” ไอ้หนาวทำสีหน้าประกอบอารมณ์ไปด้วย “แล้ววันนี้นอนบ้านกูอีกปะ?”


            “เออ คิดเมนูตอนเย็นไว้เลย”


            “เออ”


            รอไอ้หนาวซื้อน้ำให้เสร็จก็เดินกลับมาที่โต๊ะ เห็นไอ้มิกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างน่ารำคาญสายตา


            “ยิ้มไรนักหนาวะ”


            “ยาหยีเดินผ่านไปเมื่อกี้ เพื่อนมึงดิ้นเป็นไส้เดือนเลย”


            “หรอวะ คนไหนวะกูจำไม่ได้” ผมบอก ไอ้ฟิวส์แอบชี้ไปที่อีกโต๊ะหนึ่ง


            “ผูกโบว์สีดำอะ”


            “เออ ขอบคุณนะ ถุย โบว์ดำกี่คนล่ะวะ”


            “คนที่นั่งริมสุดทางซ้าย ตัวเล็กๆ”


            “อ๋อ นาฬิกาส้มปะ”


            “ใช่ๆ”


            พอมองจนรู้ว่าหน้าตาเป็นแบบไหนก็หันสายตากลับมามองจานข้าวของตัวเอง


            “มึงเลิกจ้องเขาได้แล้วไอ้สัด” ผมว่าหลังจากที่นั่งกินข้าวอยู่ เห็นไอ้มิกเอาแต่จ้องไปทางด้านหลังอย่างไม่วางตา “รีบแดกข้าว”


            “มึงนี่ขัดจังหวะกูจริง” คนนั่งตรงข้ามบ่น “มึงว่าเขามีแฟนรึยังวะ”


            “ก็ไอ้ฟิวส์บอกว่าน่าจะโสด”


            “อาจจะมีแค่คนคุยก็ได้” ฟิวส์เสนอความคิดเห็น “หรืออาจจะคบแบบไม่เปิดเผย”


            “รู้ได้ไง?”


            “ก็ที่เฟซไม่เห็นมีไรเลย”


            “สายส่องว่ะ” ผมเอ่ยแซว “นายฟิวส์ผู้เป็นเพื่อนร่วมกันกับเฟซบุ๊กของผู้หญิงทุกคน”


            “เออ แล้วไปซื้อน้ำไม่บอก จะได้ฝากซื้อ” ไอ้มิกว่าหลังจากเห็นแก้วน้ำที่ผมถือมาวาง


            “อ๋อ ไอ้หนาวเลี้ยงอะ”


            “เ-ดเข้ ไปอาศัยบ้านเขาอยู่ไม่พอยังให้เขาเลี้ยงน้ำด้วย ทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดเลยว่ะเพื่อนกู นายไม่เคยทำเราผิดหวัง” ไอ้มิกยกนิ้วโป้งให้ส่วนผมยกนิ้วกลางกลับให้มัน


            ตกเย็นพอซ้อมชมรมเสร็จผมก็กลับบ้านพร้อมกับไอ้หนาว อย่างที่เคยบอกไอ้ฟิวส์กับไอ้มิกไป หลังจากวันนั้นที่ได้ไปนอนค้างที่บ้านมัน เพราะป้าแมวเอ่ยปากชวนว่าให้มานอนบ่อยๆนะถ้าไม่รังเกียจ หลังจากนั้นผมเลยไปนอนบ่อยขึ้น ปกติแล้วถ้าไม่ได้นอนบ้านผมจะมานอนที่หอไอ้ฟิวส์ แต่เพราะหอมันแคบและของรก แถมได้นอนบนพื้นอีกต่างหากเพราะมันเป็นเตียงเดี่ยว 


            อย่างน้อยๆบ้านไอ้หนาวก็มีโซฟาที่ตอนนี้มันกลายเป็นที่นอนของผมไปแล้ว ผมทยอยหอบผมข้าวของกับเสื้อผ้าที่หอไอ้ฟิวส์ย้ายมาอยู่ที่นี่ แรกๆก็เกรงใจอยู่หรอกแต่พอพบว่าทุกคนเต็มใจต้อนรับผมเป็นอย่างดีก็ค่อยรู้สึกโอเคขึ้น


            เหตุผลหลักเลยคือผมชอบที่นี่ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศครอบครัวที่ปลุกกันมากินข้าวตั้งแต่เช้า พูดคุยเรื่องต่างๆอย่างไม่ต้องมาคอยกังวลอะไร มีแต่เสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร ได้ช่วยงานที่ร้านก่อนจะเดินมาโรงเรียนพร้อมกับแฝด


            ตกเย็นก็มีเมนูกับข้าวที่อยากกินเพราะป้าแมวจะให้ผลัดกันคิดเมนูคนละวัน นั่งดูทีวีตอนค่ำด้วยกัน บางวันก็เล่นบอร์ดเกมบ้างแล้วค่อยแยกย้ายกันเข้านอน ผมชอบจนเรียกว่าเสพติดเลยก็ได้เพราะมันคือสิ่งที่ผมโหยหาตั้งแต่ตอนเด็กๆ


            ผมมีเงินเก็บจากการที่เคยไปแข่งรถเมื่อก่อนอยู่ค่อนข้างเยอะ ก็ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเข้าบ้านไอ้หนาวเพิ่มเพื่อเป็นการตอบแทนที่ให้ผมอยู่ที่นี่ แม้คนที่บ้านนั้นจะบอกว่าไม่อยากได้ แต่ผมก็บอกว่ามันคือของๆผม ถ้าวันไหนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วผมค่อยขนกลับ


            ผมกลับไปนอนบ้านตัวเองบ้างแค่สัปดาห์ละไม่กี่วันเหมือนปกติตอนที่ยังอาศัยนอนห้องไอ้ฟิวส์อยู่ ผมชอบที่ครอบครัวของไอ้หนาวไม่เคยถามว่าทำไมผมไม่ค่อยกลับบ้านเลย เหมือนทุกคนรู้ว่าผมมีปัญหาและอยากจะช่วยโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา


            “สรุปคิดออกยังจะแดกอะไร?” ไอ้หนาวถามขึ้นในขณะที่เรากำลังเดินกลับบ้าน


            “นั่นดิ อยากแดกแกงอันนั้นอะ”


            “อันไหน”


            “จำชื่อไม่ได้ ที่มันสีแดงๆ...” ผมยังไม่ทันได้พูดให้จบ โทรศัพท์ก็สั่นเพราะมีสายเรียกเข้า หยิบออกมาดูหน้าจอแล้วขมวดคิ้วทันที


            ลีโอ...


            “แป๊บนะ มึงเดินไปก่อนเลย” ผมว่าก่อนจะหาที่ยืนคุยโทรศัพท์ ไอ้หนาวพยักหน้าแล้วเดินนำไปก่อน ผมเคยบล็อกเบอร์มันนะไอ้สิงห์ไปแล้วแต่โดนบังคับให้ปลดบล็อก แน่นอนว่ามันโทรมาคงไม่มีเรื่องดีแน่นอน


            (กลับบ้าน)


            “ไม่”


            (ไปทำงานกับกู)


            “เพื่อ?”


            (พ่อสั่ง ภายในยี่สิบนาที ถ้ามึงไม่มากูจะส่งคนไปลากมึงมาเอง) แล้วมันก็วางสายไป ผมถอนหายใจเพื่อระบายความเครียดที่ก่อตัวขึ้นมา เดินไปหาไอ้หนาวแล้วกลับไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่บ้าน


            “ไม่อยู่แดกข้าวด้วยกันก่อนหรอ?” ไอ้หนาวถาม


            “โทษที” ผมว่าอย่างรู้สึกผิด “ธุระด่วนน่ะ”


            “แล้วจะกลับมานอนอยู่ปะ จะได้ไม่ต้องเก็บหมอนกับผ้าห่มที่โซฟา”


            “เออ จะกลับมานอน”


            “งั้นกูรอเปิดประตูให้นะ”


            “ไม่เป็นไร มึงนอนก่อนเถอะ”


            “ไม่ๆ กูนอนดึกอยู่แล้ว เดี๋ยวนั่งเล่นเกมรอ”


            “โอเค งั้นกูจะรีบกลับ”


            “เออ”


            แล้วผมก็ขี่รถออกมาอย่างรวดเร็ว เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อคิดว่ามีคนที่รอกินข้าว รอให้กลับบ้านอยู่ รู้สึกดีมากๆเหมือนได้มีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่นเขา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ครอบครัวจริงๆก็ตาม

 

 





            .....

 

 






 

            กลับมาถึงบ้านก็โดนบอกให้ไปเปลี่ยนชุดและขึ้นรถทันที ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมออกไปทำงานกับไอ้สิงห์ เพราะในอนาคตผมต้องทำแบบเดียวกัน พ่อเลยให้ผมไปกับไอ้สิงห์บ่อยครั้งคล้ายๆกับการศึกษาดูงาน จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ไปกับมัน ผมเห็นมันยิงคนทิ้งอย่างไม่แยแสอะไรเลย 


            ผมไม่เคยทำแบบนั้น ไม่เคยจับอาวุธเพื่อทำร้ายคนอื่นมาก่อนแม้จะฝึกมาแล้วก็ตาม ไอ้สิงห์บอกว่าผมอ่อนแอ ถ้าว่าอย่างนั้นก็คงต้องยอมรับ ผมไม่อยากทำจริงๆ แค่เห็นก็รู้สึกแย่มากพออยู่แล้ว ทะเลาะวิวาทต่อยตีทั่วไปกับฆ่าคนมันต่างกัน


            รู้สึกว่างานครั้งนี้จะเป็นการไปจัดการกับคนที่หักหลังพวกเราและกำลังหลบหนีอยู่ คนที่หักหลังมีคนเดียวแต่ว่ามันมีพวกอยู่จำนวนไม่น้อยเลย ที่ต้องเป็นไอ้สิงห์มาลงมือเองเพราะคราวก่อนเคยส่งคนมาแต่โดนพวกมันจัดการหมด และที่ให้ผมมาด้วยเพราะอยากฝึกให้ผมกล้าลงมือมากขึ้นในสนามจริงแน่ๆ


            ไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นยังไง จะเป็นพวกเราเองรึเปล่าที่โดนจัดการ ไม่รู้ด้วยว่าตัวผมเองจะทำอะไรได้สักแค่ไหน แต่ถ้ามาตายเอาตอนนี้ คงไม่ได้กลับไปกินข้าวที่บ้านแน่ๆ ไอ้หนาวคงนั่งรอเปิดประตูให้จนแห้งตายอยู่ตรงนั้น อย่างน้อยๆก็ขอมีชีวิตรอดกลับไปก็พอ


            ผมได้รับปืนกับมีดมาติดตัวไว้ ไอ้สิงห์บอกแผนและเริ่มสั่งการ มันบอกให้อยู่ติดกับมันไว้ ผมก็ทำตามคำสั่ง เมื่อเริ่มปะทะก็เป็นไอ้สิงห์ที่ยิงสู้แต่ผมกลับได้แต่นั่งตัวแข็ง จู่ๆก็มีฝั่งศัตรูแอบมาด้านหลัง ผมไหวตัวทันเลี้ยวหลบ ไอ้สิงห์ยุ่งอยู่คงต้องเป็นผมที่จัดการกับมัน


            พยายามหลบมีดแล้วสวนกลับด้วยมือเปล่าจนมันล้มลงไป พอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นก็รีบหาที่หลบ ผมจัดการกับคนที่ไม่มีปืนแล้วแอบเข้ามาด้านหลังจนหมด ส่วนคนที่ถือปืนก็เป็นคนของเราคอยสั่งคุ้มกันให้ ผ่านไปสักพักทุกอย่างก็เรียบร้อย ผมออกมาจากที่หลบแล้วกวาดสายตามองเห็นศพนอนเกลื่อนกลาดและเต็มไปด้วยกองเลือด สิ่งที่เห็นทำเอาผมแทบหายใจไม่ออก


            “มึงได้ยิงสักคนรึยัง?” ไอ้สิงห์เดินเข้ามาถาม ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ ท่าทางของผมทำเอาไอ้สิงห์ไม่พอใจขึ้นมาทันที มันลากผมเดินออกไป


            มีคนหนึ่งโดนคนของเราจับตัวเอาไว้ ดูเหมือนมันจะเป็นตัวการ ไอ้สิงห์ส่งปืนให้ผม


            “ฆ่ามัน”


            “...” ผมไม่ยอมรับปืน ไอ้สิงห์เลยเปลี่ยนทิศทางปืนมาทางผมแทน 


            “คราวก่อนมึงก็ไม่ยอมทำ คราวนี้มึงเลี่ยงไม่ได้แล้ว”


            “ทำไมต้องกู”


            “เพราะวันหนึ่งมึงก็ต้องทำ”


            ผมยังคงนิ่ง มองคนที่กำลังอ้อนวอนร้องขอชีวิต จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้น เป็นไอ้สิงห์ที่ยิงปืนใกล้จุดที่ผมยืนอยู่ เกิดเป็นรอยกระสุนห่างเท้าผมไปแค่ไม่กี่เซ็น ผมกัดฟันแน่นด้วยความกดดัน


            “สิงห์ ขอร้อง กูไม่อยากทำ”


            “ถ้าไม่ทำ นัดต่อไปจะเป็นมึง”


            “มึงไม่ฆ่ากูหรอก”


            “ไม่แน่” มันว่าเสียงแข็ง แววตาคู่นั้นบ่งบอกว่าเอาจริง “ถ้าทำไม่ได้ มึงคงหมดประโยชน์แล้ว”


            หัวใจของผมเต้นรัว รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง โหวงในอก อึดอัดจนอยากจะอ้วกออกมาซะให้ได้ ทั้งตัวของผมสั่นเทาอย่างคุมไม่ได้ เหลือบสายตามองไอ้สิงห์ที่พร้อมลั่นไกใส่หัวผมได้ทุกเมื่อ 


            ผมรับปืนมาอย่างจำยอม หันปืนใส่คนที่กำลังร้องไห้อยู่ หลับตาลงแล้วกลั้นใจเหนี่ยวไก


            “ดี” ไอ้สิงห์รับปืนคืนแล้วเดินออกไปที่รถ ผมยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้สติจึงค่อยเดินตามออกไป ในตอนนี้สมองของผมมันขาวโพลน คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ได้แค่เหม่อลอยจนกระทั่งกลับถึงบ้าน ผมรีบคว้ารถมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไปทันที

            

 

 

 

 

 




 

 

 

❆❆❆

 

 

 

 

 

 

 

 

            

            ผมนั่งอยู่ชั้นล่างของบ้านเพื่อรอเปิดประตูให้ไอ้เสือ มองเวลาตอนนี้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้วยังไม่มีวี่แววของมัน ไอ้เสือมันมานอนที่บ้านของผมได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว นอนประมาณสามถึงสี่วันต่อสัปดาห์นอกนั้นมันก็จะกลับบ้าน


            ผมไม่รู้ว่ามันมีปัญหาอะไรกับที่บ้านและไม่คิดจะเค้นถามอะไร แม่กับแดนก็เหมือนกัน ทุกคนโอเคกับการที่มีใครอีกคนเข้ามาทำให้บ้านมันครึกครื้นมากขึ้น ไอ้เสือมันชอบซื้อพวกบอร์ดเกมมาเล่นด้วยกัน จนกลายเป็นว่าถ้าไม่มีไอ้เสือ พวกผมก็ไม่เล่นเพราะตกลงว่าจะรอให้ครบสี่คนก่อน


            มันซื้อข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างเข้ามาในบ้าน เช่นกาน้ำร้อน ไมโครเวฟ และอื่นๆทำให้บ้านของผมมีความสะดวกสบายมากขึ้น แน่นอนว่าพวกผมไม่กล้ารับไว้หรอก มันเลยบอกว่าถ้ามันไม่ได้มาอยู่ที่นี่แล้วมันจะขนกลับไปด้วย


            แม่ก็ดูเหมือนว่าจะชอบไอ้เสือมาก เหมือนได้ลูกชายอีกคน ไอ้เสือจะพาแม่ไปช็อปปิ้งเป็นบางครั้ง แม่แมวที่ไม่ได้ช็อปปิ้งมานานถูกใจสิ่งนี้มาก เสือบอกว่าซื้อตอบแทนที่ให้พักที่บ้านและต้องมารบกวนบ่อยๆ แม่บอกว่ามันไม่ได้รบกวนเลยสักนิดและถึงจะเกรงใจแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ แม่แมวตอนนี้ได้ใส่ชุดสวยๆเหมือนเมื่อก่อนบ้างแล้ว


            ผมเองก็รู้สึกสนุกดีที่มันมาอยู่กับพวกเราบ่อยๆ บรรยากาศมันครึกครื้นขึ้น หลายๆอย่างก็ดีขึ้นด้วย


            ผมนั่งเล่นเกมรอจนเกือบตีหนึ่ง เกิดคิดขึ้นมาว่าสรุปมันจะกลับมารึเปล่า ไม่ใช่ว่าปล่อยผมรอจนสว่างหรอกนะ แต่ก็ยังนั่งรออย่างง่วงๆจนเกือบตีสอง ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาจึงรีบออกไปเปิดประตูให้


            ผมนิ่งอึ้งไปกับสภาพของไอ้เสือ เปลี่ยนไปใส่เป็นชุดธรรมดาแต่มีคราบเลือดติดอยู่เต็มตัว ใบหน้าเรียบเฉยทว่าดวงตาเหม่อลอย เรียกได้ว่าค่อนข้างน่าเป็นกังวลมาก ผมรีบเข้าไปหามันทันที


            “เฮ้ยมึงเป็นไรวะ เลือดใคร เลือดมึงมั้ย ไหนมาดูแผลหน่อยมีแผลตรงไหน เชี่ย เลือดเยอะชิบหายโดนสาดถุงเก็บเลือดบริจาคใส่หรอ” ผมถามอย่างร้อนรน เปิดประตูให้มันเข้ามาพอมันลงจากรถก็รีบพลิกดูแขนดูตัวมันว่ามีแผลจากตรงไหนบ้าง แต่มันกลับยืนนิ่งไม่ตอบอะไรเลย “มึง คุยกับกูหน่อย เจ็บหรอ โอเคมั้ยเนี่ย ไปโรงพยาบาลมั้ย”


            “...หนาว” น้ำเสียงของมันแหบแห้ง ผมรีบหันไปมองหน้ามันทันที


            “อะไร”


            “...” มันไม่ตอบ จนผมรีบลากมันเข้ามาในบ้านก่อน เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดที่เลอะอยู่ตามตัวมัน สังเกตเห็นว่าแถวๆใบหน้ามีรอยเลือดกระเซ็นโดน เหมือนว่ามันไปทำอะไรใครมาอย่างนั้นแหละ นี่มันเกินกว่าแค่การไปไล่ตีเด็กแว้นแล้วนะ


            “...หนาว กู” อีกฝ่ายพูดเสียงเบา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน กัดริมฝีปากแน่นจนมีเลือดซิบและเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตา “กู...กู ฮึก”


            “ใจเย็น” ผมรีบเอ่ยปลอบ แตะแขนมันเบาๆ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ยังไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร” 

 

            “กู ฮึก”


            ผมทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่บ่อยนักที่เห็นเพื่อนร้องไห้ แน่นอนว่าผมปลอบคนไม่เก่ง ได้แต่มองมันอย่างเป็นห่วงเท่านั้นเอง มองคนแข็งแกร่งอย่างไอ้เสือกลับร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ


            “กู...กูไม่ได้ตั้งใจ”

            “...


            “กูไม่ได้อยากทำเลย แต่...แต่ กูทำไปแล้ว” 


            คนตรงหน้าผมหงายฝ่ามือที่เปื้อนเลือดของตัวเองขึ้น ผมงุนงงกับคำพูดนั้น ถ้าพูดอะไรออกไปแล้วสถานการณ์มันจะดีขึ้นหรือว่าแย่ลงเลยเลือกที่จะไม่พูด คิดไปถึงตอนที่แดนร้องไห้ว่าผมปลอบแดนยังไง


            ตอนแดนร้องไห้ ผมก็แค่กอดแดนเท่านั้นเอง


            ผมยื่นมือออกไปดึงไอ้เสือเข้ามาใกล้ ให้หน้าผากมันซบกับไหล่ของผม น้ำตาไหลซึมลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งหมดที่ผมทำได้คือกอดปลอบมันอยู่อย่างนั้น


            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว กูอยู่นี่แล้วนะ” ผมลูบหลังมันเบาๆ


            “ฮึก...ฮึก หนาว” 


            “อยากพูดหรืออยากระบายอะไรก็ได้เลยนะ กูจะรับฟังมึงเสมอ”


            “...กู กูขอโทษ” น้ำเสียงปนสะอื้นจนฟังแทบไม่เข้าใจ ไอ้เสือมุดหน้าและกอดตอบด้วยมือที่สั่นอย่างหนัก มันทิ้งน้ำหนักลงมาบนตัวผมราวกับว่าต้องการที่พักผิง  “ฮึก กูผิดไปแล้ว”


            ผมกอดปลอบมันอยู่นานกว่ามันจะหยุดร้องไห้ เมื่อถอนกอดออกพบว่าเสื้อของผมเปียกน้ำตาของมันเต็มเลย 

            “โอเคยัง?”


            “เออ”


            “งั้นไปล้างหน้าไป”


            “เออ หิวอะ มีไรกินบ้าง”


            “เดี๋ยวต้มมาม่าให้” ผมว่า แล้วมันก็ลุกไปล้างหน้าส่วนผมลุกไปต้มน้ำร้อน สักพักไอ้เสือก็เดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว 


            “หนาว”


            “อะไร”


            “ทำไมมึงไม่ถามอะไรกูเลยวะ”


            “อ้าว ก็ไม่ได้อยากรู้”


            “มึงถามแค่ว่ากูโอเคมั้ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า” มันว่าเสียงเบา ผมแอบเห็นมันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย


            “ก็ถามปกติปะวะ”


            “หรอ”


            “เออ ปกติเลย”


            “งั้นก็ขอบใจนะ”


            “เออ แล้วสรุปไม่เจ็บตรงไหนใช่ปะ”


            “เออ”


            “อีกอย่างกูเชื่อใจมึง”


            “?”


            “ไม่รู้ แค่รู้สึกว่าเชื่อใจมึง เลยไม่อยากถาม”


            “...เออ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


















          #ช่วงนี้เดือนหนาว

 

      ช่วยคอมเมนท์กับสกรีมแท็กให้กำลังใจเราด้วยนะคะ ; - ;

            





            

 

 

 

 

            

            

            

 


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.831K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,685 ความคิดเห็น

  1. #11431 RealBT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 / 02:22
    พี่เสือ อยากกอดปลอบเลยอะ พี่สิงห์ใจร้าย😭
    #11,431
    0
  2. #11176 WanDayy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 19:58
    ฮือ อยากกอดๆปลอบ
    #11,176
    0
  3. #11130 Meikukio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 22:42
    กอดๆนะเสืออออ
    #11,130
    0
  4. #10899 softless (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 12:34
    มูมู่นะน้องเสือ กอดๆ
    #10,899
    0
  5. #10240 K.white wine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 21:24
    โอ๋ๆนะเสือ โอ๋ๆ
    #10,240
    0
  6. #8596 Mymam_bgly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 14:41
    ตัดภาพไปที่เรื่องโจฮันนอร์ท

    หักแขนคนที่ต่อยกับหนาว สุดยอด
    #8,596
    0
  7. #8235 rnhaha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 10:58
    รู้สึกแย่แทนเลยTT
    #8,235
    0
  8. #7981 pxpeach (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:41
    กอดๆนะเสือ
    #7,981
    0
  9. #7407 เด็กคนนึง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 20:53

    เค้าแบบรอไรทกลับมาอัพนานมากค่ะ ขอบคุณที่กลับมานะคะ

    #7,407
    0
  10. #7378 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 21:36
    หนาวเป็นเพื่อนที่ดีมากๆเลย.
    #7,378
    0
  11. #7359 ck6224 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 10:31
    ถ้าเรามีเพื่อนอย่างหน่วสักคนเราคงสบายใจมากๆเลยอะ
    #7,359
    0
  12. #7176 it's me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 08:23
    โอ้ยยยยย สงสารพี่เสือคนกาก กว่าจะเป็นพี่เสือคนกากในวันหน้าไม่ง่ายเลย แงงงงง ไม่คิดว่าเสือจะเจอแบบนี้เลยอ่ะ คิดว่าเป็นคนตลกมาตลอด
    #7,176
    0
  13. #7153 Thnpppppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 22:00

    555555

    #7,153
    0
  14. #6923 P.chonn3 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 03:48
    น้องหนาวก็จิตใจดีมากๆๆ ;___;
    #6,923
    0
  15. #6868 crzoldyck7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 20:39
    สงสารเกอร์ แงงงง ทำไมครอบครัวโหดร้ายงี้
    #6,868
    0
  16. #6855 258011 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 17:14
    ที่พักใจของพี่เสือ
    #6,855
    0
  17. #6834 chompoo_tm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 22:23
    สงสารพี่เสือ พี่สิงห์ใจร้ายมากนะ

    หนาวกอดพี่เสือแน่นๆนะะ
    #6,834
    0
  18. #6631 likeblood (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 20:51
    เป็นตามรักแล้วมั้ยอ่ะ มันอบอุ่น มันชุ่มชื่นนน
    #6,631
    0
  19. #6478 madame_Gabrielle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 16:23
    งือออร้ากกก
    #6,478
    0
  20. #6333 nongnuch_mint (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:41
    พี่เสืออออ ไม่ร้องน้าาาา
    #6,333
    0
  21. #6278 Jinjoo.K (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 18:15
    สงสารเกอร์😭😭😭😭 ไม่แปลกใจเลยที่พอเริ่มชอบเกอร์จะชอบหนาวมากขนาดนั้น ชอบจนไม่กล้าบอกเพราะกลัวเสียเขาไป
    #6,278
    0
  22. #6176 BaiTong23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 09:31
    ไม่แปลกใจเลยทำไมเสือที่ชอบหนาว
    #6,176
    0
  23. #6128 อาอึ้มอ่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 13:46
    สาเหตุคลั่งรัก
    #6,128
    0
  24. #5846 bPAS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 09:23
    คำพูดคำจาสิงห์อะ ตัวเองเคยโดนมาก่อนน่าจะรู้ดีที่สุดว่ามันเป็นยังไงแล้วยังมาพูดกับน้องแบบนี้อีก เออดี สงสารเสือมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #5,846
    1
    • #5846-1 Phialiak(จากตอนที่ 6)
      21 ธันวาคม 2563 / 17:38
      อาจะใช่ ที่เคยเจอมาก่อน แต่อาจจะเพราะเจอมาก่อนหรือป่าว? ถึงรู้ว่าต้องทำต้องพูดเสือแบบนี้😢
      #5846-1
  25. #5706 dang24 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 14:05

    มีมาม่า แถม ไวไว้วย แต่ชอบนะ

    #5,706
    0