#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : แก๊งเรานี่มันโหดจริงๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,714 ครั้ง
    25 ส.ค. 63






Chapter 4 : แก๊งเรานี่มันโหดจริงๆ


 

 

 

 

                “ไทเกอร์ ตื่นเถอะ” 


            “อืม...” ผมงัวเงียตื่นขึ้นเพราะเสียงปลุกของใครบางคนพร้อมแรงเขย่าที่แขนเบาๆ กวาดสายตามองไปรอบๆทำให้จำได้ว่าเมื่อคืนมานอนค้างที่บ้านไอ้หนาว เป็นเหนือที่มาปลุก “โทษที จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” รีบว่าพร้อมหย่อนเท้าลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว


            “ไปไหนล่ะ กินข้าวด้วยกันก่อนสิ ข้าวเช้าเตรียมเสร็จแล้ว”


            “อ่า...ไม่เป็นไร ไม่อยากรบกวน”


            “ไม่หรอก แม่ทำกับข้าวเผื่อตั้งเยอะ”


            “...


     “กินด้วยกันก่อนนะ”


     “...โอเค” ผมตอบเสียงเบา เหนือเดินเข้าไปในครัวก่อนไอ้หนาวจะเดินออกมาจากห้องน้ำ หันมามองผมที่กำลังยืนงงอยู่


     “ยืนมึนไรวะ แดกข้าวๆ”


     “จะดีหรอวะ”


     “ไม่ดียังไงวะ แม่กูเห็นว่ามึงมานอนค้างก็ทำกับข้าวเผื่ออย่างเยอะ ถ้ามึงไม่กินก็คือเหลืออะ” 


     “โอเค” ผมตอบก่อนจะเดินตามไอ้หนาวเข้าไปในครัว มีโต๊ะกินข้าววางอยู่ตรงกลาง เห็นป้าแมวกำลังยกกับข้าวมาไว้บนโต๊ะ “สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ทักทาย ป้าแมวยิ้มให้


     “จ้า”


     “กู...นั่งตรงไหน” ผมเขยิบไปกระซิบถามไอ้หนาว


     “ตรงไหนก็ได้ บนหัวกูก็ได้”


     “งั้นนั่งเก้าอี้ดีกว่า เก้าอี้ยังสูงกว่าหัวมึงเลย”


     “โห แรงมากไอ้เหี้ย” ไอ้หนาวลากเสียงยาวอย่างไม่พอใจ ผมนั่งลงที่ตำแหน่งใกล้ตัวมากที่สุด ไม่นานทุกคนก็ได้ที่นั่งกันครบ ไอ้หนาวนั่งข้างผม ป้าแมวนั่งตรงข้ามผมและมีเหนือนั่งข้างๆ 


     ผมได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าทำอะไรเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มากินข้าวบ้านคนอื่น ผมเกลียดการกินข้าวที่บ้านเพราะมันเป็นช่วงเวลาที่แย่มากสำหรับผม อย่างที่รู้ว่าผมพยายามเลี่ยงการกินข้าวกับบ้านตัวเองขนาดไหน เพราะหัวข้อของการพูดคุยกันมันไม่เคยทำให้ผมรู้สึกดีเลยสักครั้ง มันอึดอัดจนไม่ว่ากับข้าวอร่อยแค่ไหนก็กินไม่ลง


     รู้อยู่หรอกว่าบ้านคนอื่นคงไม่เป็นเหมือนบ้านผม แต่มันอดที่จะรู้สึกมวนท้องไม่ได้ คงเพราะมันจำฝังใจตั้งแต่เด็กแล้วว่าถ้ากินข้าวกับที่บ้านจะเจอกับอะไรบ้าง ทำให้ร่างกายมันเป็นไปเองอัตโนมัติ


     “แพ้อะไรรึเปล่าครับ? หรือว่าไม่สบาย” ป้าแมวเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมกิน “ป้าทำข้าวต้มให้ไหม?”


     “อ๋อ ไม่เป็นไร แค่ง่วงๆอยู่นิดหน่อย” ผมแก้ตัวก่อนจะตักข้าวเข้าปาก ฝีมือของป้าแมวยังคงอร่อยเหมือนเดิม แค่ผมรู้สึกว่ามันลำบากมากกว่าจะกลืนลงไปได้


     “ลองชิมแกงนี่สิ เป็นแกงใต้ เคยกินรึเปล่า?” ป้าแมวถามขึ้นอีกครั้งแล้วตักแกงใส่จานข้าวผม ผมพยักหน้ารับเชิงขอบคุณอย่างเกร็งๆ “เดือนตักผัดผักให้ไทเกอร์หน่อยสิ”


     “มันก็เอื้อมถึงแท้ๆ” ไอ้หนาวบ่นอิดออดแต่ก็ตักผัดผักให้ผมอย่างที่ป้าแมวบอก “ปกติกับข้าวบ้านกูไม่เยอะขนาดนี้หรอกนะ เพราะมีแขกมาแท้ๆ แม่ทำซะเต็มโต๊ะเลย”


     ผมเพิ่งสังเกตว่ากับข้าวเต็มโต๊ะจริงๆ เหมือนว่ากินกันแปดคน


     “มีแขกทั้งที ขอโทษทีนะลูกที่ให้นอนโซฟา บ้านเราไม่มีห้องรับแขก ปวดหลังแย่เลย” ป้าแมวเอ่ยเสียงแผ่วราวกับรู้สึกผิด


     “ไม่ ไม่ๆครับ ไม่ลำบากเลย ออกจะมารบกวนด้วยซ้ำ ขอโทษนะครับที่บอกค้างโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน” ผมรีบพูดออกไปอย่างล่กๆ รู้สึกเกรงใจอยู่อย่างเต็มอก


     ผมรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าป้าแมวตั้งใจทำกับข้าวเผื่อผมด้วยและคนอื่นๆไม่ได้ลำบากใจที่ผมมาร่วมโต๊ะอาหาร กับเพื่อนน่ะไม่ค่อยรู้สึกกังวลอะไรแบบนี้ แต่พอเป็นครอบครัวผมจะระแวงขึ้นมาทันที อย่างหอไอ้ฟิวส์อะผมกล้าไปนอนตลอด แต่พอเป็นบ้านไอ้มิกผมก็ไม่กล้าแม้แต่ไปเที่ยวหาด้วยซ้ำ


     เพราะแค่ครอบครัวตัวเองยังไม่อยากมีผมเลย นับประสาอะไรกับครอบครัวคนอื่น


     เป็นแค่ส่วนเกินในครอบครัวของตัวเองก็มากเกินพออยู่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยอยากค้างที่นี่สักเท่าไหร่ ตอนแรกตั้งใจจะรีบออกไปก่อนที่ทุกคนจะตื่นแต่ดันตื่นสายซะอย่างนั้น เพราะงั้นตอนที่เหนือมาปลุก ผมเลยรีบร้อนจะกลับซะให้ได้


     ยิ่งได้รู้ว่าต้องมารบกวนกินข้าวฟรีก็ยิ่งรู้สึกเกร็งไปกันใหญ่


     “รบกวนอะไรกัน ไม่รบกวนเล่นสักนิด อะลองชิมนี่ดู สูตรพิเศษของแม่เลย ไม่ได้เอาไปใส่ในเมนูของร้านเพราะมันทำยาก จะทำไม่ทันลูกค้า”


     “ครับ” ผมพยักหน้าแล้วตักข้าวกินอีกคำหนึ่ง 


     “อื้ม เดือน แดน เรียนเป็นยังไงบ้าง เปิดเทอมมาได้สักพักแล้วนี่นา”


     ผมชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินป้าแมวถามอย่างนั้น กลืนข้าวลงไปแต่กลับรู้สึกว่ามันติดอยู่แถวลำคอ มันคือหนึ่งในคำถามที่พ่อมักจะถามผมกับไอ้สิงห์ ไม่ว่าผมจะตอบอะไรกลับไป คำพูดของพ่อต่อจากนั้นมันจะทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแย่ลงสำหรับผมเสมอ


     ความรู้สึกมวนท้องกลับมาอีกครั้ง พอคิดภาพว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผมก็อยากจะลุกแล้วเดินหนีออกไปให้เร็วที่สุด


     “โอ๊ย! แม่ หนูเรียนไม่รู้เรื่องเลย” ไอ้หนาวพูดเสียงอ่อน ผมขมวดคิ้วหันไปมองมัน ในใจได้แต่คิดว่ามันพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง


     “ยากมากๆอะไรก็ไม่รู้ แม่คิดดูนะเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ เคมีเรียนอะตอม เรียนสิ่งที่เล็กมากจนมองไม่เห็น หนูจะไปเรียนสิ่งที่ตาหนูมองไม่เห็นเพื่อ หนูได้อะไรจากตรงนี้ ฟิสิกส์งี้ ขับรถก็คือขับรถ ยังจะมาคิดเวลาคิดความเร็วอยู่ได้ ยังไงมันจะถึงที่หมาย มันก็ถึงเองนั่นแหละน่า”


            ผมเผลอเอาขาสะกิดไอ้หนาวไปทีหนึ่งให้มันหยุดพูด มันหันมามองผมอย่างงุนงง


            “อะไรวะ?”


            ผมไม่ตอบ ได้แค่มองป้าแมวด้วยแววตาไม่สบายใจเท่าไหร่นัก


     “นั่นสิ!” ป้าแมวว่า “ตอนแม่เรียนแม่ก็คิด ไม่เข้าใจเลยว่าเรียนไปทำไม ตอนมอปลายนี่แหละตัวยุ่งเลย คณิตก็อะไรไม่รู้ มันไม่ได้มีแค่ตัวเลขแล้วนะลูก สอบก็ยาก แม่แอบลอกเพื่อนครูยังจับได้เลย”


            คำพูดของป้าแมวทำเอาแฝดหลุดขำออกมา แต่ผมกลับนิ่งอึ้งไปทำอะไรไม่ถูก


            ก็พอรู้อยู่หรอกว่าครอบครัวอื่นไม่ได้เป็นเหมือนครอบครัวผม แต่ไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเองสักที มันเลยอดที่จะกังวลไม่ได้ แต่พอมาเจอแบบนี้แล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย


     “แต่แม่ว่าต้องถามแดน แดนคิดว่าเป็นไงบ้าง”


            “ก็ง่ายอยู่นะครับ หนูอ่านล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปิดเทอมแล้วไง แบบฝึกหัดสอบเข้ายากกว่านี้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่” เหนือว่าขึ้น ไอ้หนาวถอนหายใจออกมาทันที “ถ้าเดือนคิดว่าอะตอมยากแล้ว ต้องเจอกรด-เบส”


            “เฮอะ กรด-เบสตอนมอต้นเดือนยังจะตายแล้วเลย” ไอ้หนาวทำปากยู่ “แล้วมึงอะเสือ ห้องพิเศษคณิตเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าตารางเรียนเข้มข้น”


            “อ้าว ไทเกอร์อยู่ห้องพิเศษคณิตหรอ” ป้าแมวถามอย่างสนใจ “เป็นยังไงบ้าง เรียนหนักไหม?”

            ผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อถูกถามอย่างนั้น ตัดสินใจเอ่ยตอบออกไป คำตอบที่ผมไม่กล้าเอาไปตอบที่บ้านอย่างแน่นอน ถ้าตอบไปคงเป็นเรื่องใหญ่


            “น่าเบื่อมากเลยครับ ห้องธรรมดาจะมีคณิตแค่สองตัว แต่ห้องผมมีสามตัว คาบว่างแทบไม่มีเลย ครูสอนคณิตพิเศษดุมาก แอบงีบก็ไม่ได้ ทั้งๆที่เพิ่งเปิดเทอมแท้ๆแต่การบ้านให้มาเป็นปึกๆ ข้อสอบมหาลัยปีเก่าๆทั้งนั้น พวกผมเพิ่งขึ้นมอสี่เอง” ผมบ่นความในใจออกไป ป้าแมวขมวดคิ้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ


            “ก็โหดไปเนาะ การบ้านให้แค่พอดีก็พอแล้วป้าว่า ให้เด็กได้พอทบทวน ตอนประชุมผู้ปกครองป้าก็เขียนเสนอความคิดเห็นไปแล้วนะว่าให้ให้การบ้านเด็กแค่พอดีก็พอ เอาเวลาไปเรียนหมดก็เครียดหัวโตกันพอดี” ป้าแมวว่า “อย่างแดนเนี่ยอ่านหนังสือตลอด แม่บอกให้ไปหางานอดิเรกอย่างอื่นทำบ้าง”


            “แดนไม่ได้อ่านหนังสือเรียนอย่างเดียวสักหน่อย หนังสือธุรกิจก็อ่าน” เหนือเอ่ยแย้ง


            “แม่ต้องเข้าใจว่าแดนมีงานอดิเรกคืออ่านหนังสือ” ไอ้หนาวว่า เหนือพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


            “เล่นดนตรีไหม เดี๋ยววันเกิดปีนี้แม่ซื้อกีตาร์ให้”


            “เอาๆ เดือนเอา” ไอ้หนาวเสนอหน้าทันที “แดนเอามั้ย”


            “ไม่อะ” อีกฝ่ายปฏิเสธ “เดือนอยากได้ก็เอาเลย”


            “ไม่  ถ้าจะซื้อของแพงแบบนั้น มันต้องเป็นของขวัญที่เราทั้งคู่อยากได้สิ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่คุ้ม” หนาวพูดอย่างเซ็งๆ “เอาอย่างอื่นก็ได้ เอากีตาร์มาก็เล่นไม่เป็น”


            “กูเล่นเป็นนะ” ผมเอ่ยแทรกเสนอหน้าไปทันที 


            “จริงอะ”


            “เออ ไอ้ฟิวส์เคยสอนกูอยู่” เพราะผมเองไม่สามารถมีกีตาร์ไว้ที่บ้านได้ ก็เลยอาศัยเล่นของไอ้ฟิวส์เอา 


            “มึงจะสอนกู?”


            “เหอะ ไม่อะ แค่อยากอวดว่าเล่นได้” ผมยักคิ้วใส่มัน ไอ้หนาวทำหน้าเซ็ง พ่นลมหายใจจนจมูกบาน “หยอก สอนก็ได้ กูเพิ่งตีคอร์ดดีได้ ร้อนวิชา”


            “ดีเลย เดือนก็เล่นกับไทเกอร์สิ แล้วมาเล่นให้แม่ฟัง”


            “ทำไมแม่ดูอยากให้หนูเล่นจัง”


            “สมัยก่อนพ่อดีดกีตาร์ร้องเพลงจีบแม่นะ เดือนเอาไปร้องจีบสาวบ้างสิ” คำพูดของป้าแมวทำเอาเหนือหลุดขำออกมาเล็กน้อย ไอ้หนาวเลยขำตามไปด้วย


            “อะไร แดนหัวเราะอะไร” หนาวถาม


            “ก็เดือนอ่า ร้องเพลงเพี้ยนสุดๆเลย”


            “ได้ยินได้ยังไง!


            “ก็ชอบร้องเพลงเสียงดังตอนอาบน้ำนี่นา ดังลั่นออกมาเลยอะ”


            “ดังขนาดนั้นเลยหรอ แม่ก็ได้ยินด้วยหรอ” คนข้างๆผมทำหน้าราวกับไม่เชื่อ ท่าทางเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ตัวว่าโดนจับได้ว่าร้องเพลงในห้องน้ำ


            “ได้ยินสิ ไม่เป็นไรนะลูก คนเรามันก็ต้องมีเรื่องเก่งไม่เก่งเป็นธรรมดา”


            “แม่...ไม่ต้องพยายามปลอบหนูหรอก”


            “เอ้า แม่พูดจริง เดือนอาจจะร้องเพลงไม่เพราะ ร้องเพลงทีก็เหมือนคนจะขาดใจตาย เรื่องเรียนเรื่องการบ้านก็ขี้เกียจบ้าง ตั้งแต่เด็กชอบทะเลาะวิวาท แกล้งเพื่อนเป็นประจำ โตมาก็เป็นหัวโจกแก๊งอันธพาล แต่เล่นฟุตบอลเก่งนะ เห็นไหมคนเราก็ต้องมีดีมีไม่ดีบ้าง”


            “แม่พยายามปลอบใจแต่ทำไมหนูรู้สึกแย่กว่าเดิมอะ” ไอ้หนาวขมวดคิ้วสงสัย ผมเองก็เผลอหลุดขำออกมาเหมือนกัน มันเป็นยังไงวะร้องเพลงเหมือนคนจะขาดใจตาย “หัวเราะเหี้ยไรเสือ มึงร้องเพลงเพราะมากดิ”


            “ก็ไม่ขนาดเหมือนคนกำลังจะขาดใจอะ”


            “ไม่เชื่อ ไหนร้องดิ”


            “ทำไมกูต้องร้อง กินข้าวอยู่ดีๆก็ให้ร้องเพลงเนี่ยนะ”


            “เอางี้เรามาเล่นต่อเพลงกันไหม เริ่มจากแม่ก่อน เรียงไปที่แดน ไทเกอร์แล้วก็เดือน” ป้าแมวเสนอ เมื่อไม่มีใครปฏิเสธเราก็เริ่มเล่นเกมต่อเพลงกันโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เริ่มจากป้าแมวที่ร้องเพลงค่อนข้างเพราะ ร้องเป็นเพลงลูกทุ่ง ต่อด้วยเหนือและผม “อื้ม ไทเกอร์ใช้ได้เลย ถือว่าเพราะ ไม่เพี้ยน ตัวอ.อ่าง อะเดือนต่อเลย”


            ไอ้หนาวขมวดคิ้วท่าทางเคร่งเครียด ทำหน้ากดดันเพราะทุกคนตั้งความหวังไปที่มัน พอมันเริ่มอ้าปากร้อง ทุกคนบนโต๊ะก็กลั้นขำทันทีรวมถึงผมด้วย


            “เพี้ยนจริงไอ้เหี้ย ตั้งแต่คำแรกเลยอะ คีย์มึงสูงไปไหนก่อน” ผมหลุดขำพร้อมว่า ไอ้หนาวเองก็หลุดขำเหมือนกันแต่ยังพยายามร้องต่อ


            “ค๊นที่เธ๊อร๊ากกันด้วยฮั้วจายยย”


            “ฮั้วเลยนะ” ผมแซวเสียงเบา 


            “ทำไมอะ มันเพี้ยนมากเลยหรอ กูว่าก็ปกตินะ”


            “ต้องเช็กหูมึงก่อนอันดักแรก” ผมว่าทั้งที่ยังไม่สามารถหยุดขำได้ “ขอไฮโน้ตสักท่อนได้ปะ” ผมเอ่ยรีเควส พอหนาวขึ้นเสียงสูงปุ๊บมันก็เหมือนคนกำลังจะขาดใจตายจริงๆ พอทุกคนหัวเราะ เจ้าตัวก็อดที่จะหัวเราะตามไม่ได้ เหมือนเป็นคนสร้างสีสันให้ครอบครัวของแท้เลย


            “เดือน แม่ว่ายังไม่ต้องซื้อกีตาร์ดีไหม ไปฝึกร้องเพลงก่อน”


            “แม่ก็พูดไปอะ หนูร้องเพราะขนาดนี้ ถ้าไปเรียนครูสอนร้องเพลงได้ไล่ไปออกอัลบั้มพอดี หนูก็ไม่ได้อยากไปเป็นนักร้องดังปะแม่”


            “เป็นเถอะถ้าเป็นได้ แม่ไม่ว่าอะไรหรอกลูก”


            “หนูต้องจากบ้านเราไปอยู่เมืองกรุงเลยนะ แบบพุ่มพวงอะ นักร้องบ้านหนอกคนนี้จะกล่อมน้องพี๊และแฟน เฮ้อออ เพล๊งงง”


            “โว้ย กูปวดแก้วหูเลย” ผมว่า เอามือกุมท้องขำอย่างช่วยไม่ได้ 


     ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกอึดอัดและความกังวลกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่ามื้อนี้เป็นมื้อเช้าที่ผมมีความสุขกับการได้กินข้าวที่บ้านมากที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลย

 

 

 



.....

 




 

 

     พอกินข้าวเสร็จแล้ว ผมตั้งใจจะช่วยล้างจานแต่เพราะไม่เคยล้างมาก่อนทำให้เผลอทำจานตกแตก หนาวเลยไล่ผมมานั่งดูทีวีตรงโซฟา เมื่อมันล้างจานเสร็จก็เดินมาหาผม


     “มึงจะกลับยัง”


     “เดี๋ยวกลับเลยก็ได้”


     “ถ้าว่างไปต่อยมวยกับกูปะ?” ไอ้หนาวเอ่ยชวน ผมเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างสงสัย

 

     “มึงต่อยด้วยหรอ?”


     “ใช่ ทุกวันอาทิตย์ ร้านกับข้าวแม่ปิดกูเลยไปซ้อมได้ ถ้ามึงว่างๆไม่มีไรทำก็ไปกับกูก็ได้ เป็นค่ายมวยของพ่อไอ้จ๊าบมัน ตรงซอยท้ายวัดนี่เอง”


     “บ้านไอ้จ๊าบมันเป็นค่ายมวยหรอ?” ผมถามอย่างแปลกใจ เพิ่งรู้เหมือนว่าไอ้จ๊าบมันเป็นลูกเจ้าของค่ายมวย


     “อืม มันเลยชวนกูไปไง”


     “อย่าบอกนะว่าเป็นแหล่งฝึกของแก๊งมึง”


     “ถูกต้อง เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแก๊งกูถึงแข็งแกร่งทุกคน” ไอ้หนาวยักคิ้วอย่างน่าหมั่นไส้ “ตกลงไปมั้ย”


     “เออ ไม่มีไรทำอยู่พอดี” ผมตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมาก ไอ้หนาวไปบอกลาแม่กับเหนือแล้วพาผมเดินออกจากบ้านไป 


     “เหนือไม่ไปหรอ?”


     “เคยไปส่งกูอยู่ช่วงแรกๆ แต่ไม่ไหว พวกม่อมันเยอะ กูเลยไม่ให้ไปส่งแล้ว”


     “หวงพี่จังวะ” ผมว่า “แล้วจะไปยังไง?”


     “มอไซค์มึงมั้ย เร็วดี ให้กูขี่ได้ไหม อยากไปอวดพวกลูกน้องว่าลูกพี่พวกมันเท่แค่ไหน ขี่บิ๊กไบก์เลยนะเว้ย”


     “ไม่ให้ไอ้สัด เตี้ยแล้วยังไม่เจียม นั่งซ้อนดีๆไป”


     “ไม่ให้ก็บอกไม่ให้ ต้องบูลลี่เรื่องเตี้ยตลอด” ไอ้หนาวบ่นอุบอิบ แกล้งทำหน้ามุ่ย “เดี๋ยวอีกปีสองปีกูก็สูงกว่ามึงแล้ว ถึงตอนนั้นกูจะบูลลี่มึงคืนบ้าง จะก้มมองมึงอย่างนี้เลย” มันเขย่งเท้าแล้วก้มลงมองพื้น ดูไปข้างล่างเหมือนสมมติว่ากำลังคุยกับผมอยู่


     “เออ รอดูเลยครับลูกพี่” 


     “เอ๊ะ สรุปฝากตัวเป็นลูกน้องกูจริงอ่อ?”


     “รับข้าเป็นศิษย์ด้วย”


     “ขอดูฝีมือก่อนแล้วกัน ล้มไอ้จ๊าบได้เอาไปเลยตำแหน่งมือขวา”


     “อ้าว เจอไอ้จ๊าบเลยอ่อ ไหนบอกต้องค่อยๆไต่ระดับ”


     “ลัดคิวให้”


     “ได้ ไอ้จ๊าบมึงเจอกูแน่ กูต้องได้เป็นมือขวาของหัวหน้าแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้!

 

 

 

 




.....

 

 

 



 

     มาถึงค่ายมวย เห็นมีหลายคนกำลังฝึกกันอยู่อย่างครึกครื้น เสียงต่อยกระสอบทราย กระโดดเชือก คนที่ชกกันอยู่บนเวที สักพักไอ้จ๊าบก็เข้ามาทักทาย


     “อ้าว หวัดดีครับลูกพี่ เฮ้ยพวกมึงอะลูกพี่มาเว้ย ทำความเคารพหน่อยเร็ว!” ไอ้จ๊าบหันไปตะโกน คนที่กำลังซ้อมอยู่ก็หันมาตะโกนทักทายใส่ไอ้หนาวอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนคือเพื่อนร่วมชั้นที่คุ้นหน้า พวกมันคือแก๊งของไอ้จ๊าบที่ตอนนี้กลายเป็นแก๊งของไอ้หนาวไปแล้ว


     “เออๆขอบใจว่ะ แต่ครั้งหน้าไม่ต้องไอ้พวกเหี้ย” ไอ้หนาวว่าอย่างเซ็งๆ “จ๊าบ ไอ้เสือมันจะมาสมัครด้วย”


     “อ๋อ โอเค มาลงชื่อตรงนี้เลย มีค่าสมัครนิดหน่อยนะ” ไอ้จ๊าบว่าพร้อมพาผมไปลงสมัคร เมื่อเสร็จแล้วก็ได้กางเกงมวยมา เข้าไปเปลี่ยนในห้องเปลี่ยนชุด ออกไปซ้อมตามที่ไอ้จ๊าบแนะนำ สักพักก็ได้ลองต่อยเป้าชก โดยไอ้จ๊าบเป็นคนถือให้ ผมต่อยไปโดยที่ยังรั้งแรงไว้อยู่เพราะกลัวมันปลิว ตัวมันเซไปเล็กน้อย


     “โห แรงเยอะจังวะ” ไอ้จ๊าบบ่นก่อนจะพยายามยืนให้มั่นคงกว่าเดิม ผมไม่ตอบแค่ใส่แรงเข้าไปเยอะกว่านั้น จงใจจะแกล้ง “แค้นไรกูแน่ๆ”


     “ตำแหน่งมือขวาต้องเป็นของกู!” ผมว่าพร้อมออกหมัดซัดไปเต็มเป้า


     “ฮะ?”


     “ตำแหน่งมือขวาของมึงไง”


     “อ๋อ มือขวาของไอ้หนาวอะนะ หนอย นี่มึงมาค่ายกูเพราะอย่างนี้หรอกูไม่ยอม กูไม่ให้มึงหรอก ตำแหน่งนี้เป็นของกูมาตั้งแต่มอสามแล้ว!” ไอ้จ๊าบว่าเสียงหนักแน่น ก่อนจะโดนผมต่อยจนเซไปอีกครั้ง “มาดิกูไม่ยอมหรอก มันคือศักดิ์ศรีของมือขวา! กูจะปกป้องชื่อเสียงของแก๊งสนิมย้อยของเราเอง”


     “โทษนะ ชื่อแก๊งเหี้ยมาก ใครตั้งวะ”


     “กูเอง” ไอ้จ๊าบว่าอย่างภาคภูมิใจ


     “กูขอถอนตัวตอนนี้ทันไหม กูไม่อยากเข้าแก๊งแล้ว กูไม่อยากมีฉายาว่าไทเกอร์ สนิมย้อย”


     “ถ้าลูกพี่หนาวอนุญาต มึงก็เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งแล้วนะ ไทเกอร์ สนิมย้อย” ไอ้จ๊าบเอ่ยแซว ผมหยุดชกกลับมายืนตัวตรงทันที คนตรงหน้าหลุดขำออกมาเสียงดัง “เฮ้ยนายเป็นไรวะ ไทเกอร์ สนิมย้อย”


     “ขอร้องไอ้สัด มันเป็นยังไงไอ้สนิมย้อยเนี่ย ฆ่าศัตรูด้วยบาดทะยักหรอ”


     “มันเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดแล้วปะวะ ดาบไม่ต้องคม แต่บาดเข้าก็พอ”


     “อนาจไอ้สัด” ผมบ่น อยากจะถอนตัวออกจากแก๊งปัญญาอ่อนนี่จริงๆ ไม่สิ กูไม่น่าพูดเล่นว่าอยากเข้าเลย 


     จู่ๆมีใครบางคนมาเรียกไอ้จ๊าบ แล้วลุงคนนั้นก็ใส่เป้าชกมวยแทน เดินเข้ามาหาผม


     “เดี๋ยวลุงเป็นคู่ซ้อมให้เอง ใส่เต็มแรงเลยนะ” เมื่อลุงพูดอย่างนั้นผมก็เริ่มตั้งท่า ปล่อยหมัดไปยังไม่เต็มแรงมากนักเพราะเกรงใจ “บอกให้เต็มแรงไง มีแรงแค่นี้หรอ?”


     พอได้ยินอย่างนั้นก็เลยใส่หมัดไปเต็มแรงที่เป้าชกมวย ลุงเซไปตามแรงจนเกือบล้มแต่กลับยกยิ้มอย่างพอใจ กลับมายืนที่เดิมแล้วบอกให้ผมชกอีก สักพักดูเหมือนว่าผมจะกลายเป็นจุดสนใจของคนอื่นๆซะแล้ว จนกระทั่งลุงบอกว่าพอ ผมก็มานั่งพัก ไอ้หนาวเดินมาเอาน้ำกับผ้าขนหนูให้


     “สุดยอดเลยว่ะ มึงเคยต่อยมาก่อนใช่ไหม?”


     “ก็ เออ เคย” 


     “เก่งอะ ลุงคนนั้นเป็นเจ้าของค่ายมวย พ่อของไอ้จ๊าบเลยนะ”


     “เอ้าหรอ ไม่รู้”


     แล้วลุงคนเดิมก็เดินมาเรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว ลุงถามว่าอยากลองต่อยมวยจริงจังดูไหม เพราะท่าทางผมจะไปได้ไกลและตัวลุงเองก็อยากปั้นผมเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าผมปฏิเสธไป


     ผมเดินกลับมานั่งที่เดิม


     “คุยไรหรอ” ไอ้หนาวถาม


     “ลุงถามกูว่าอยากต่อยมวยจริงจังมั้ย เขาอยากปั้นกู”


     “โห ขนาดมาวันแรกนะเนี่ย” ไอ้หนาวว่าอย่างตื่นเต้น “แล้วมึงตกลงมั้ย?”


     “ไม่อะ” ผมส่ายหน้า


     “เอ้า ทำไมวะ”


     “ไม่ได้สนใจถึงขั้นจะทำจริงจังอะ” ผมตอบไปตามความจริง แต่อีกเหตุผลหลักๆคือที่บ้านไม่มีวันยอมแน่นอน พ่อเคยให้ผมไปเรียนมวยก็จริงแต่ไม่มีทางให้ผมจริงจังกับมัน ผมไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากทำงานกับพ่อ ถึงผมจะดื้ออยากต่อยมวยจริงๆแต่พ่อคงมีร้อยวิธีที่จะหยุดผมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง


     ถ้าผมเข้าค่ายมวยนี้จริงๆ ที่นี่อาจจะโดนยุบไปเลยก็ได้


     เคยมีสโมสรฟุตบอลติดต่อผมมาเหมือนกัน แต่ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ผมจำเป็นต้องปฏิเสธไป


     “ถ้าเป็นกูคงกระดิกหางเข้าหาแล้วอะ” ไอ้หนาวว่าอย่างเสียดาย “แล้วมึงมีอะไรที่อยากทำจริงจังแล้วหรอ?”


     “ไม่อะ” ผมส่ายหน้า เอาหลังพิงกำแพงอย่างเบื่อหน่าย “มึงอะ” ผมถามกลับบ้าง


     “อะไร?”


     “ความฝันไง อยากทำอะไร”


     “ก็พอมี กูอยากเป็นนักบอลมืออาชีพ แต่ถ้าเอาดีทางนั้นไม่ได้ก็คงเป็นวิศวะ”


     “วิศวะ?” ผมขมวดคิ้ว “ทำไมวะ”


     “อยากเป็นเหมือนพ่อ” 


     “อ๋อ” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตรงข้ามกับผมอย่างสิ้นเชิงเลย ผมไม่อยากเป็นเหมือนพ่อเลยสักนิด “ดีว่ะ”


     “แล้วมึงอะ อยากเป็นไร”


     “ไม่รู้เลย” ผมตอบไปตามตรง ไม่เคยคิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากทำมาก่อนเลย เพราะทั้งเส้นทางชีวิตและความฝัน ทั้งหมดมันถูกกำหนดไว้แล้ว


     ก็แค่...อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้างล่ะมั้ง


     “เออ กูเพิ่งรู้ว่าแก๊งมึงชื่อว่าแก๊งสนิมย้อย”


     “อย่าว่าแก๊งกูเลย เรียกว่าแก๊งเราดีกว่า” ไอ้หนาวยิ้มกริ่ม “มันเป็นชื่อที่มีอยู่ก่อนกูเข้ามาเป็นหัวหน้าอะ กูคงไม่มีทางคิดชื่อเท่ๆแบบนี้ได้หรอก”


     “เท่หรอวะ!” ผมถามอย่างแทบไม่เชื่อหู “มึงเรียกชื่อปัญญาอ่อนแบบนี้ว่าเท่หรอ!” 


     ไอ้หนาวหลุดขำออกมาเสียงดังลั่นกับท่าทางของผม


     “ไม่เท่ตรงไหนก่อน บาดทะยักมันน่ากลัวมากนะเว้ย”


     “ทำไมมึงไม่บอกกูก่อนว่าชื่อแก๊งมึงมันชื่อนี้ กูจะได้ไม่เข้า” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


     “เอาจริงมั้ยมึง ไม่ใช่แค่ไม่บอกมึงหรอก กูไม่กล้าบอกใครเลย แค่เอ่ยชื่อยังไม่อยากอะไอ้สัด อาย” ไอ้หนาวว่า “ยินดีต้อนรับสู่แก๊งอย่าเต็มตัวนะ ไทเกอร์ สนิมย้อย แก๊งเราน่ะน่าเกรงขามที่สุดแล้ว ไม่มีใครกล้าแหยมหรอก”


     “เออ เป็นกูก็ไม่กล้าแหยมหรอก ชื่อแก๊งแม่งเถื่อนเกิ๊น”

 












 

 

 

 

            

            

            

 

#ช่วงนี้เดือนหนาว



          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.714K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,196 ความคิดเห็น

  1. #11136 october5th (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 01:16
    โคตรตลกกกกก 5555555555
    #11,136
    0
  2. #10546 Promise69 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 18:46
    ชอบอ่านเรื่องของไรท์เพราะมันฮาแบบนี้เนี่ยแหละ บ้าป่ะขำทุกตอน สรรหาคำมาจากไหน โคตรเก่งเลย
    #10,546
    0
  3. #10238 K.white wine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 21:01
    ชื่อแก๊งคือว้อยยยยยย
    #10,238
    0
  4. #8202 oomka (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 20:24
    สนิมย้อย ถามจริงนะตอนตั้งนี่คิดไรอยู่อะ5555555555555
    #8,202
    0
  5. #7980 pxpeach (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:29
    โบ้ะบ้ะมาก555555555666
    #7,980
    0
  6. #7327 pxngxxn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 09:38
    ชื่อแก๊งค์พวกนายค่ดเท่เลยคับ5555555555555
    #7,327
    0
  7. #7165 it's me (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:56
    ขออนุญาตเกลียดชื่อแก๊งได้ไหม ฮ่าๆๆๆไ ว้อยยยย สนิทย้อยยยย เอ็งคิดได้ยังไงว่ะ จ๊าบบบบ เอ็งนี่มันจี้ดดดด จริงๆ ฮ่าๆๆไ
    #7,165
    0
  8. #7147 PikazZA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 17:28

    สนิมย้อย5555

    #7,147
    0
  9. #6867 crzoldyck7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 20:10
    สงสารไทเกอร์จัง
    #6,867
    0
  10. #6837 [ >v< ] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:18
    ขำมากพี่หนาว
    #6,837
    0
  11. #6636 chayaniid (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 03:45
    ขายขำมากหนาวเอ้ยยยย
    #6,636
    0
  12. #6635 chayaniid (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 03:45
    ขายขำมากหนาวเอ้ยยยย
    #6,635
    0
  13. #6608 mukkkaaamook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 20:23
    นิยายไรท์ฮีลใจเสมอเลยยย มันดีมากๆเลยอะ
    #6,608
    0
  14. #6385 netnapannl2003 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 16:06
    ขำจนเจ่บท้อง อะไรเนี่ย5555555555555555
    #6,385
    0
  15. #6329 nongnuch_mint (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:19
    55555 ไม่ไหวแล้ววววว กลั้นขำไม่ไหว555
    #6,329
    0
  16. #6292 jb_jell-acc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 00:19
    ทำไมต้องมาฮากับอะไรแบบนี้ตอนเที่ยงคืน แล้วจะหลับยังไง -แม่ย้อยยยยย
    #6,292
    0
  17. #6280 YelleBell (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 18:59
    ชื่อแก๊งน้ำตาไหลมากแม่55555
    #6,280
    0
  18. #6277 Jinjoo.K (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 17:57
    ขำค้างทั้งตอนเลย ตลก555555
    #6,277
    0
  19. #6174 BaiTong23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 08:52
    ถ้าได้เป็นนักมวยคงสุดยอดมากแน่
    #6,174
    0
  20. #5845 bPAS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 09:13
    นึกภาพน้องหนาวทำท่าเขย่งแล้วก้มมอง นี่มันนนนน รู้กแม่ น่ารักที่สุดเลย🥺🥺🥺
    #5,845
    0
  21. #5687 younggdumbb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 09:44
    สนุกมากก
    #5,687
    0
  22. #5527 LinSlurpee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 18:04
    แค่ชื่อแก๊งก็ฮาแล้ว555555
    #5,527
    0
  23. #5316 thongda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:15
    555555
    #5,316
    0
  24. #5295 blackpinkmilk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 12:55
    ไทเกอร์ แห่งสนิมย้อย เดือนหนาวหัวหน้าใหญ่แห่ง สนิมย้อย😂😂😂
    #5,295
    0
  25. #5250 aeble (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 21:09
    ขำพรืดตรงชื่อแก๊งสนิมย้อยเลยค่ะ55555555
    #5,250
    0