#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 33 : Chapter 32 : เรามาอย่างสันติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,342 ครั้ง
    16 เม.ย. 64

Chapter 32 : เรามาอย่างสันติ

 

 

 

            ผมนั่งมึนงงอยู่ในห้องเกือบห้านาทีก่อนจะรู้สึกตัวแล้ววิ่งตามไอ้เสือออกไป ไร้วี่แวว มันหายไปอีกแล้วเพียงคราวนี้ทิ้งความรู้สึกอันหนักอึ้งเอาไว้ ผมกลับมานั่งหอบบนเตียงเหมือนเดิม กดโทรออกหามันแต่อย่างที่คิด ไม่มีใครรับสาย

            หันไปมองยังตู้เสื้อผ้าที่เปิดโล่ง มีเสื้อผ้าหลายตัวกองระเกะระกะเพราะเสือมันยังเก็บเสื้อผ้าไม่เสร็จแต่รีบออกไปเสียก่อน ในมือที่มีโทรศัพท์อยู่ไม่รู้ว่าควรกดโทรออกหาใคร ผมคิดถึงแดนเป็นคนแรก ที่บอสตัสน่าจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน ไม่รู้ว่าจะว่างรึเปล่าเลยส่งข้อความไปก่อน ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีแดนเป็นคนโทรกลับมา

            (มีอะไรหรอเดือน)

            “แดนว่างรึเปล่าเนี่ย”

            (ว่างสิ ตอนนี้กำลังพักกินข้าวกับเพื่อน เพิ่งขอตัวออกมาคุยโทรศัพท์น่ะ อาจจะคุยได้ไม่นานเท่าไหร่นะ มีอะไรหรอ)

            “อ๋อ...ดะ แดน คือ...คือเมื่อกี้เสือมันกลับมาที่ห้อง”

            (หืม? หลังจากหายไปเป็นเดือนน่ะหรอ)

            “ชะ ใช่...เอ่อ มันมาเก็บของบอกว่าจะไปหาพี่ ล่ะ แล้วเดือน”

            (เดือนใจเย็นก่อน) แดนว่าขึ้นแทรก (สูดหายใจเข้าลึกๆนะ พูดตะกุกตะกักมาก ใจเย็นๆค่อยๆเล่า)

            “จะ ใจเย็นไม่ไหว” ผมว่าอย่างระส่ำระส่ายเพราะหัวใจมันเต้นแรงไปหมด ไม่สามารถควบคุมได้เลย "มันไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นใช่ไหม แบบเสือมันแค่แกล้งเดือน ไม่สิ ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่” ผมเผลอพูดกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ถ้าแค่จู่ๆมันโผล่มาบอกว่าชอบ ผมจะนึกว่ามันแค่แกล้งอำอยู่หรอก แต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว

            (ยังไงเหรอ)

            “แดน”

            (อื้ม ฟังอยู่)

            “คะ คือ เสือมันบอกว่าชอบเดือน ชอบแบบ ชอบอะ ไม่ใช่แบบเพื่อนแต่เป็นแบบคนรัก ตั้งแต่แรกที่รู้จักกันเลย” ผมพูดออกไปหลังจากเตรียมใจอยู่ประมาณสามวินาที “แดน มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นด้วย คือเดือนเข้าใจแล้วว่าทำไมมันไม่อยากให้เดือนมีใคร ไม่ใช่เพราะมันติดเพื่อนหรือว่าน้อยใจ คือมันไม่เคยมองเดือนว่าเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ”

            (อ่า....ไทเกอร์บอกแล้วหรอ)

            “แดนรู้อยู่แล้วหรอ!

            (ใช่ คือพอมองออกน่ะ ตั้งแต่เมื่อก่อนตอนที่อยู่ด้วยกัน)

            “แล้วทำไมไม่บอกเดือน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ปิดเป็นความลับได้ยังไงกัน! เดือนน่ะสนับสนุนให้ไอ้เสือมันมีแฟนมาโดยตลอด แนะนำคนไหนให้ก็ไม่เอาทำตัวอย่างกับคนมีเจ้าของแล้ว ก็คิดว่ามันชอบไอ้นอร์ธหรือใครสักคน พยายามแอบสืบแทบตาย!” ผมเผลอโวยวายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะชะงักไปภายในสองวินาที “ดะ...เดี๋ยวนะ กะ ก็เดือนนี่นา!!

            แดนหลุดขำ (ฮะๆ เพิ่งรู้ตัวหรอ ล่กเกินไปแล้วนะ แล้วไหนบอกแดนมาซิว่าตอนนี้รู้สึกยังไง)

            “งง”

            (แค่บอกแดนว่าตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง)

            “เดือนงง”

            (คือ อ่า รู้สึกหรือคิดอะไรอยู่หร-)

            “เปล่า หมายถึงรู้สึกงงไง” ผมว่า “คือตอนนี้เดือนรู้สึกมึนงงมาก เดือนรอไอ้เสือมาเป็นเดือนๆเพราะคิดว่ามันโกรธแต่คุยไปมาดันบอกรักเฉย บอกว่ารักมาหกปีแล้ว คือตั้งแต่แรกที่รู้จักกันอะ คือ...คือเหมือนโดนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าใส่หน้าทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย เป็นทะเลที่ลมสงบมาโดยตลอด เดือนเลยยืนงงอยู่ริมหาด แบบงง ตามอะไรไม่ทันสักอย่าง"

            ผมว่าออกไปตามความจริง มันงง มันช็อก มันทำอะไรไม่ถูก

            “ทำไมมันมาชอบเดือนอะ” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ “แล้วตั้งแต่แรกเนี่ยนะ เฮ้ย บ้ารึเปล่า เอาจริงปะเนี่ย งั้นที่ผ่านมาคือมันไม่เคยคิดกับเดือนแบบเพื่อนเลยหรอ ตั้งหกปีเนี่ยนะ เชี่ย...” ในหัวของผมเริ่มมีภาพต่างๆย้อมกลับเข้ามา ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน เล่นเกม เตะบอล อ่านหนังสือ ตอนเรายิ้มเรากอด “คือมันไม่เคยคิดซื่อกับเดือนเลยหรอ!!

            (มันน่าเชื่อยากขนาดนั้นเลยหรอ)

            “อือ เดือนคิดกับมันแค่เพื่อนมาตลอด” ผมว่า “ไม่เคยคิดเป็นอื่นเลย แล้วตรงกันข้ามคือ...ทำไมเดือนไม่เคยคิดเอะใจเลยนะ มีเวลาตั้งหกปีที่อยู่ด้วยกัน”

            (ไทเกอร์ไม่ได้เปิดเผยแต่ก็ไม่ได้ปิดบังขนาดนั้น) แดนว่าขึ้น (ถ้าสังเกตดีๆจะมีหลายจุดที่รู้สึกว่าแปลกอยู่ แต่มันก็แค่แปลกนะไม่ได้การันตีว่าไทเกอร์ชอบเดือน แถมเป็นจุดแปลกที่ อ่า...ถ้ามองอีกมุมก็ไม่ได้แปลกขนาดนั้นด้วย)

            “ยังไงนะ” ผมขมวดคิ้ว

            (อย่าง เอ่อ ยอมสละสิทธิ์สอบเพื่อให้ได้เข้าคณะตามเดือน มุมหนึ่งอาจจะแปลก คนอะไรจะทุ่มเทขนาดนั้น ต้องชอบแน่ๆเลย แต่มองในอีกมุมหนึ่งก็คือไม่แปลกนะ เพราะเป็นไทเกอร์ไง ไทเกอร์เป็นคนติดเพื่อนแถมยังติดเดือนมากด้วย)

            “อืม” ผมพยักหน้าทั้งที่ไม่มีใครเห็น “เดือนมองเป็นอย่างหลัง”

            (ใช่ แต่มันมองได้ทั้งสองแบบแล้วแต่คน ไม่มีอะไรการันตีว่าไทเกอร์ชอบแน่ๆ อย่างตอนคอลกันทุกวัน บางคนก็ว่าแปลก เพื่อนอะไรคอลกันทุกวัน แต่บางคนก็ว่าไม่แปลกหรอก เพื่อนก็คอลกันทุกวันได้ อยู่ต่างประเทศคนเดียวมันเหงา ประมาณนั้น)

            “อ่า” ผมพยักหน้ารัวๆอีกครั้ง “อันนี้คือที่บอกว่าไม่ได้เปิดเผยแต่ก็ไม่ได้ปิดบังขนาดนั้นใช่ไหม”

            (ใช่ อีกอย่างคือเพราะเดือนมองว่าไทเกอร์เป็นเพื่อนเลยไม่คิดอะไรต่อให้ไทเกอร์จะนอนกอดแทนหมอนข้างโดยอ้างว่าเป็นคนติดหมอนข้าง เดือนอาจจะรำคาญเพราะอึดอัดบ้างแต่บางครั้งก็ไม่ได้ว่าอะไร)

            “อ่า...เสียรู้แล้ว” ผมกุมขมับ ไอ้เชี่ยนั่นบังอาจลวนลามกูอย่างนั้นเรอะ! ถ้าเจอแม่งต้องกระทืบสักหน่อยแล้ว

            (รังเกียจไหมที่ไทเกอร์ชอบ?)

            “ฮะ? ไม่สิ ไม่อยู่แล้ว” ผมส่ายหน้ารัวๆ "ไม่อยู่แล้ว ใครจะไปรังเกียจคนที่มาชอบเรากันล่ะ แต่อึ้งมากกว่าเพราะเป็นไอ้เสือนี่แหละ แดนว่าทำไมมันมาชอบเดือนอะ”

            (เดือนอย่าดูถูกตัวเองไป ที่ถามแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองไม่ดีพอใช่ไหม ปัดคำถามนี้ตกไปเถอะเพราะคนเลือกคือไทเกอร์ ไทเกอร์เลือกแล้วแถมยังไม่เคยคิดเปลี่ยนใจมาตลอดหกปี เดือนยังคิดว่าตัวเองไม่ดีพออีกหรอ)

            ...ไม่รู้ทำไมแต่คำพูดแดนทำเอาผมแอบอมยิ้มนิดหน่อย

            เลือกแล้วแถมยังไม่เคยคิดเปลี่ยนใจมาหกปีเนี่ยนะ...

            (แล้วเดือนว่าไงไปบ้าง)

            “เดือนไม่ได้พูดอะไรเลย” ผมบอกไปตามความจริง “เสือมันไม่ได้เกริ่นอะไรเลยจู่ๆใส่มาโบ้มบ้าม ยังอึ้งประโยคแรกไม่หาย ประโยกสองมาอีกละ จะให้รับมือยังไงเนี่ย” ผมยกมือขึ้นกุมขมับ “คือมันบอกรักเสร็จใช่ปะแดน มันก็บอกว่าจะให้เวลาตัดสินใจหนึ่งอาทิตย์ว่าจะเปิดใจให้มันหรือว่าจะให้มันหายไปจากชีวิตเลย”

            (โห...ถือว่าเด็ดขาดมากเลยนะเนี่ย) แดนว่าอย่างอึ้งๆ (คงทุ่มหมดหน้าตักแล้วล่ะไทเกอร์น่ะ)

            “ก็คงงั้น” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ทำไงดีอะแดน”

            (ต้องหายตกใจก่อน)

            “อื้อ หายตกใจแล้ว”

            (แต่เสียงสั่นนะ)

            “ยังตกใจอยู่นิดนึง” ผมว่า “อ๊ะ แดน ไอ้เสือมันพูดด้วยว่าถ้าไม่ใช่ผัวก็ไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้น หมายความว่ามันจะให้เดือนเป็นเมียหรอ?!

            (ถ้าตามที่ไทเกอร์ว่าก็...ใช่)

            “บัดซบ” ผมเอนกายนอนลงบนเตียงอย่างเหนื่อยใจ “มันจะไม่พลิกชีวิตเดือนไปหน่อยหรอ อยากเป็นผัวเขาอยู่ดีๆต้องกลายมาเป็นเมียซะงั้น แดนนนนน มันไม่ได้มั้ยอะ”

            (ฮ่าๆ เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ มาพูดเรื่องเปิดใจกันก่อนดีกว่า) แดนว่าพร้อมกลั้นขำไปด้วย (เอางี้ เดือนรู้ตัวรึยังว่าตัวเองขาดไทเกอร์ไม่ได้)

            “ก็...อืม”

            ผมยอมรับความจริงข้อนี้ว่าผมขาดมันไม่ได้ ดูแค่ช่วงเวลาเดือนกว่าที่มันหายไปนี่ก็รู้แล้ว ผมเครียดจนนอนไม่หลับ อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง เป็นห่วงอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง พอยิ่งไม่มีใครยอมบอกก็ยิ่งร้อนใจ ผมเกือบทะเลาะกับไอ้ฟิลด์ไปทีหนึ่งแล้ว เป็นเหี้ยไรนักแค่บอกว่าไอ้เสืออยู่ไหนมันยากนักหรอ

            “แต่มันบอกว่าอยากให้มองมันในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน ไม่ใช่เพราะสงสารหรือขาดมันไม่ได้”

            (อ่า พอเข้าใจนะ แต่จู่ๆมาสารภาพรักแล้วให้เงื่อนไขแบบนี้ก็ใจร้อนเกินไปจริงๆ ไม่สิ เรียกว่าร้อนใจดีกว่า คงทนเดือนคุยคนนู้นทีคนนี้ทีมาหลายครั้งแล้วอะเนาะ) แดนว่าขึ้น (แล้วในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เดือนมองไทเกอร์เป็นยังไงหรอ)

            “โห ยากอะ สมมติว่าไม่รู้จักกันเลยใช่ไหม”

            (ใช่)

            “ภายนอกเป็นคนดูดีมาก หน้าตาดี ตัวสูง บุคลิกดี ดูเป็นคนมีความสามารถหลายอย่าง ถ้ามองในฐานะผู้ชายด้วยกันก็น่าอิจฉาอะเอางี้ดีกว่า อยากเป็นเหมือนมันบ้าง”

            (งั้นถ้าสมมติว่าผู้ชายที่น่าอิจฉาคนนี้มาบอกเดือนว่าชอบเดือนมาหกปีแล้วเดือนจะทำยังไง)

            “...” ผมนิ่งค้างไป ลองนึกทบทวนไปตามสิ่งที่แดนถาม “ถามมันก่อนว่าเรื่องจริงหรอ แล้วทำไม”

            (เขาบอกเหตุผลว่าก็แค่ชอบ แล้วก็เป็นเรื่องจริงด้วย)

            “...หกปี อืม” ผมพยายามนึกให้เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก ไม่ใช่ไอ้เสือ “โห แสดงว่าชอบเดือนมากอะดิ เอาจริงรู้สึกดีนะที่มีคนมาชอบมากแถมนานขนาดนี้ แต่เดือนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาคบกับผู้ชายนี่สิ”

            (อ่าฮะ ไม่เป็นไรหรอก แล้วจะตอบเขาไปว่าไง)

            “ขอคิดก่อน”

            (เขาให้เวลาเจ็ดวัน)

            “ก็คงพอได้อยู่” ผมตอบเสียงเบา “จะคิดให้ดีแล้วค่อยมาบอกนะ”

            (โอเค ตามนี้เลย)

            “...”

            (นี่แหละสิ่งที่ไทเกอร์ต้องการ ให้เดือนมองในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่เพราะสงสารหรือขาดไม่ได้ ให้สมมติว่าไทเกอร์เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่รักเดือนมาตลอดหกปีเท่านั้นเอง)

            “ไม่ให้มองแบบเพื่อนหรอ ยากอะ จะแยกได้ยังไง”

            (สมมติเอาไง สมมติว่าไม่เคยรู้จักหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อน จะได้ไม่มีความรู้สึกอื่นมาเกี่ยวข้อง สมมติให้ไทเกอร์เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่มาสารภาพรัก)

            “จะลองพยายามดูนะ” ผมว่าอย่างไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่นัก

            (มีเวลาตั้งเจ็ดวัน ค่อยๆคิดไป แดนเข้าเรียนก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันต่อ)

            “อะ...อือ” ผมยอมให้อีกฝ่ายกดวางทั้งที่ยังมีสิ่งที่ค้างคาในใจอยู่ คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่นอนไม่หลับแต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลเดิมอีกต่อไปแล้ว จากเดิมนอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องไอ้เสือว่ามันโกรธจนหลบหน้าหนีหายไปไหน ตอนนี้เครียดว่าจะเอายังไงดี

            เช้าวันต่อมาหลังเลิกเรียนผมจัดการลากไอ้นอร์ธมายังร้านกาแฟที่ค่อนข้างเงียบ นั่งมุมที่เป็นส่วนตัว ไอ้นอร์ธที่โดนสั่งให้ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาไม่พูดอะไร แค่มีท่าทางงุนงงเล็กน้อย มาถึงร้านก็สั่งของและบอกว่าผมต้องเป็นคนเลี้ยงเพราะเป็นคนลากมันมา

            “ว่าไงอะ มีไร”

            “นอร์ธ ถามจริงนะ”

            “อ่าฮะ” มันพยักหน้า พยายามทำหน้าจริงจังแล้วแต่มันกลับดูไม่จริงจังเอาซะเลย “ถามมาเลย”

            “มึงรู้เรื่องไอ้เสือใช่ไหม”

            “รู้อะไรเล่า”

            “มึงรู้ ไอ้เหี้ย” ผมยกมือขึ้นกุมขมับข้างหนึ่ง อีกข้างยกสตอว์เบอร์รี่สมูสตี้ขึ้นมาดูด “โอเค มึงมันคนปากมากที่พยายามเก็บความลับสินะ มึงทำได้ดีแล้วแต่ยังดีไม่พอ! เพราะกูรู้หมดแล้ว!

            “อะไร๊!” อีกฝ่ายโวยวายทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยชาเขียวนม “กูไม่ได้กำลังพยายามเก็บความลับ!

            “เชี่ยเอ๊ย มึงรู้จริงๆด้วย” ผมเอนกายพิงพนักโซฟา ที่ผมคิดว่าไอ้นอร์ธอาจจะรู้เรื่องเพราะเสือมันชอบคุยกับนอร์ธอยู่บ่อยๆ พอคิดว่าความจริงแล้วเสือมันชอบผมไม่ใช่นอร์ธ ทุกอย่างที่ตงิดใจก็อธิบายได้หมดเลย ทั้งที่ไอ้นอร์ธชอบพูดถึงไอ้เสือ ชมนู่นชมนี่ให้ฟัง คอยขัดเวลาผมจะมีคนอื่น เล่นมุขแปลกๆแถมยังชอบเลี้ยงขนมด้วย

บ๊ะ! หลังจากแข่งคณิตคิดเร็วชนะตอนปอสี่ก็ครั้งนี้แหละวะที่รู้สึกว่าตัวเองฉลาด!

“เมื่อคืนไอ้เสือมันกลับมาที่ห้อง...” ผมเริ่มเล่าทุกอย่างให้นอร์ธฟัง พอมันฟังจบปุ๊ปก็ถึงกับทุบโต๊ะเสียงดังจนคนที่อยู่ในร้านหันมามอง พวกเราต้องยกมือไหว้ขอโทษพร้อมยิ้มแห้งให้ “ไอ้เชี่ยทุบโต๊ะทำไมเนี่ย” ผมว่ากระซิบ

“มันต้องอย่างนี้สิวะ!!” นอร์ธขมวดคิ้วกระซิบตอบ ทำตาโตหน้าดุโดยไม่มีสาเหตุ “แล้วยังไง จะเอาไงกับกัปตันกู”

“กัปตันกูดิ” ผมแย้ง “มึงอยู่ทีมฟุตบอลที่ไหนกัน”

“หมายถึงกัปตันเรือลำน้อยของกูดิ”

“อ่า” ผมพยักหน้าเริ่มเข้าใจ ที่แท้ไอ้หมอนี่ก็เป็นลิ่วล้อของไอ้เสือนี่เอง “เข้าข้างเต็มที่เลยนะมึงเนี่ย กีดกันกูกับคนอื่นก็ทำมาแล้ว”

“เหอะ มึงมันจะไปรู้อะไร” ไอ้นอร์ธทำหน้าเยาะเย้ยผม ซึ่งทำทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน ยกมือสองข้างขึ้นกอดอก “กู กูเนี่ย” มันชี้หน้าตัวเอง “กูไม่น่าไปรู้เรื่องที่มันชอบมึงตอนปีหนึ่งเลยไอ้เหี้ยเอ๊ย”

“ทำไมวะ”

“แม่งลำบากมาก แม่งเป็นเรือลำน้อยๆ เรือกระดาษที่กำลังเปื่อยใกล้จมเต็มที กู! มีเพียงกู! ที่พายอยู่เพียงลำพัง ไม่ลำพังขนาดนั้น มีไอ้มิกกับไอ้ฟิลด์แต่พวกแม่งไม่ค่อยมีประโยชน์ กู! กูน่ะ! ทำทั้งแอบถ่ายรูปมึงโดยแลกกับเงิน! เลี้ยงขนมมึงด้วยเงินไอ้เสือแล้วอมตังค์ทอน! ค่อยหาคำชมมาชมมันให้ฟังมึงทั้งที่ตัวเองพูดเองก็กระดากปากเอง!!

นอร์ธโวยวายทั้งที่เสียงยังเป็นกระซิบอยู่ หลังจากทุบโต๊ะไปก็เกรงใจคนอื่นเขาแล้วไม่กล้าเสียงดังต่อ

ผมพูดเสียงเบาอย่างเอือมระอา “ท่าทางมึงลำบากน่าดู”

“ลำบากกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม” มันหันนิ้วมาจิ้มแก้มผม “เพราะมึง! เพราะมึงมันเป็นแค่ไอ้โง่!! รู้ตัวก็ไม่รู้ตัวสักทีแถมยังเสือกคิดว่ากูกับไอ้เสือเล่นชู้กัน ไอ้สัด กูจะบ้าตาย! ต้องพยายามเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่ให้ความแตกพร้อมกับฟังไอ้เหี้ยนั่นพร่ำเพ้อถึงมึง! ทุกวัน! น่ารักนุบนิบ ส้นตีนนุ่มนิ่มอย่างกับตีนแมว ดวงตาประกายม็อบแม็บ เหี้ยไร ประสาทจะแดก!

“คืออะไรวะ” ผมขมวดคิ้วถามอย่างงุนงง ไอ้ม็อบแม็บนั่นคือส้นตีนอะไร แต่ช่างมันก่อนไอ้นอร์ธมันเสียสติไปแล้วตอนนี้ ถามเรื่องอื่นดีกว่า “มึงรู้ตั้งแต่ปีหนึ่งเลยหรอ”

“เออ สามปีแล้ว สามปี!

“แล้วมึงรู้ได้ไง”

“บังเอิญไปได้ยินมันคุยกับฟิลด์ แม่งไม่น่าเดินเข้าไปเลยวันนั้นอะ วันพิพากษาของชีวิตกูแท้ๆ แรกๆคิดว่าตลกดี แต่นานวันไปกูเริ่มหลอน คนเรามันจะมีแรงเพ้ออะไรขนาดนั้นวะ ที่สำคัญคือมึงก็เหี้ยห่าด้วยดิ ไม่ได้น่ารักแบบที่ว่าเลย”

“เหี้ยห่าหรอ แต่กูว่ากูหล่อเหลาเอาเรื่องนะ”

นอร์ธที่ก้มกินชาเขียวนมช้อนสายตามองผม “เออ เรื่องของมึงเถอะ แล้วสรุปมึงเอาไงอะ บอกกูก่อนก็ได้นะ กูไม่เอาไปบอกมันหรอก”

“ถามก่อน” ผมแทรก “ทำไมมึงถึงไม่ยอมบอกกูว่ามันหายไปไหนวะ มันบอกว่าห้ามบอกหรือยังไง”

“เปล่า” มันส่ายหน้า “พวกกูไม่รู้จริงๆว่ามันไปอยู่ไหน ไม่ได้เจอด้วยแต่มันจะโทรหาพวกกูแล้วถามว่ามึงเป็นยังไงบ้างแค่นั้น”

“พวกมึงคือ มึง มิก ฟิลด์?”

“เออ คนรู้เรื่องก็มีเท่านี้แหละ อ้อ มีแฟนกู เพื่อนกูอีกคนที่กูหลุดปากบอก แต่ไม่เกี่ยวด้วยเท่าไหร่”

“กูเกือบต่อยไอ้เหี้ยฟิลด์แล้ว ก็นึกว่าเป็นเหี้ยไรนักทำไมถึงไม่ยอมบอกสักที”

“สงสารไอ้ฟิลด์” นอร์ธหลุดขำ “สรุปเอาไงกับไอ้เสือเนี่ยยย” มันเริ่มงอแงเขย่าแขนผม

“เฮ้อ นอร์ธ”

“ไม่นะ” อีกฝ่ายขมวดคิ้วแน่น ทำหน้าตาน่าสงสาร “มึงจะไม่ลองเปิดใจหน่อยหรอ ลองหน่อยน่า ไอ้เสือมันอาจจะเหี้ยห่าแต่รักเธอนะเว้ย”

“เธอส้นตีนไร” ผมทำหน้าเอือม “คือก็อยากปรึกษาด้วยนี่แหละแต่เมื่อคืนกูปรึกษากับพี่กูมาแล้ว”

“ได้ความว่าไง”

“ก็ไอ้เสือมันบอกว่าอยากให้กูมองมันในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง พี่กูก็แนะนำให้ลองสมมติดูว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”

“อ่อ แล้วถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมึงจะตอบว่าไงอะ”

“กู...”

อีกฝ่ายทำท่าทางลุ้นตัวโก่ง ตั้งใจฟังคำตอบของผม

“กูยังคิดไม่ออกเลย ไม่งั้นจะมาปรึกษามึงทำไมเล่า”

“อะ จัดมา”

“ขอแบบไม่ลำเอียงเข้าข้างกัปตันมึงนะ”

“ได้เลย ไม่ว่าจะคู่ไหนมาปรึกษากู กูเป็นกลางทั้งนั้น”

 

 

♞♞♞

 

 

 

            รถเคลื่อนตัวมาจอดยังผับหรูแห่งหนึ่ง ผมลงจากรถพลางเดินตรงเข้าไปยังชั้นลอยด้านใน พอเห็นว่าเป็นผมคนที่เฝ้าอยู่ตรงทางขึ้นก็ก้มหัวทำความเคารพให้ เปิดทางให้อย่างง่ายดาย ด้านบนชั้นลอยสุดแสนกว้างขวางมีเพียงไอ้สิงห์นั่งอยู่คนเดียว ในมือถือแก้วที่มีเหล้าอยู่ค่อนครึ่งแก้ว

            “สิงห์” ผมเอ่ยเรียกชื่อก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม ไอ้สิงห์หันมามองพร้อมโบกมือให้คนเตรียมเหล้าให้ผม “กูไม่แดก”

            “สักหน่อยเถอะ”

            “ก็ได้” ผมถอนหายใจออกมาสั้นๆก่อนจะยกแก้วมาดื่มบ้าง “เมื่อไหร่จะกลับไปทำงาน”

            “พ่อเรียกมึงมาหรอ”

            “ใช่ เพราะมึงไม่เอาเลขาฯคนใหม่ แถมยังเอาแต่เมา” ผมบอกเหตุผลที่ผมต้องมาที่นี่ ไอ้สิงห์กลายเป็นแบบนี้หลายวันแล้วหลังจากที่พี่เบนลาออกไป “หาที่อยู่พี่เบนเจอแล้วนะ ให้คนตามหรือไม่ก็ เป็นกูไปก็ได้”

            ไอ้สิงห์กระแทกแก้ววางลงบนโต๊ะอย่างแรง “ใครสั่งให้ตามหาที่อยู่ของเบน!

            “...”

            “กูบอกว่าห้ามใครตามหาเบนไง”

            “ทำไม”

            “เพราะเบนอยากไป”

            “เหรอ” ผมหรี่ตามองพร้อมยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “แต่ถ้ามึงยังทำงานไม่ได้อย่างนี้ พ่อคงจะตามพี่เบนกลับมา”

            “ห้ามใครยุ่งกับเบน” ไอ้สิงห์ว่าเสียงเบาทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด ผมละสายตาไปทางอื่นพร้อมถอนหายใจออกมา “กูจะกลับไปทำงาน”

            “เมื่อไหร่”

            “ไม่รู้”

            “อย่าช้านักล่ะ” ผมว่า “เดี๋ยวกูจะทำให้ไปก่อน ให้แค่สามวันนะเพราะแค่ส่วนของกูก็แทบแย่แล้ว”

            ไอ้สิงห์หรี่ตามองผมทั้งที่ยังยกแก้วเหล้าอยู่อย่างนั้น “มึงเองก็สีหน้าไม่ค่อยดีนี่”

            “สารภาพรักไปแล้ว” ผมบอกไปตามตรง “ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง อีกเจ็ดวัน” ถึงผมจะไม่ได้แสดงทีท่าอะไรแต่ในใจนับว่ากระวนกระวายเป็นอย่างมาก ความจริงแล้วคิดมาอย่างดีแล้วล่ะว่าจะสารภาพอย่างแน่นอน ผมไม่อาจทนเห็นหนาวรักกับคนอื่นไปตลอดชีวิตได้หรอก

            คิดว่าจะสารภาพแต่ยังไม่รู้ว่าควรทำเมื่อไหร่ ยังไง ให้มันออกมาดูดีที่สุด แต่เพราะเมื่อวานเราดันมีปากเสียงกัน ความอดทนของผมขาดผึง พูดสิ่งที่อัดอั้นไว้ในใจออกไปจนหมด แต่พอมาคิดดูดีๆแล้วมันอาจจะใจร้ายกับหนาวเกินไปก็ได้

            หนาวดูผอมลง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาดำคล้ำเป็นอาการของคนพักผ่อนและกินข้าวไม่เพียงพอ จากที่คอยถามไถ่หาหนาวจากพวกนั้นตลอดพวกมันก็บอกอยู่หรอกว่าหนาวดูเครียดๆและสภาพค่อนข้างแย่แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้

            พอเห็นหนาวร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกผิด ถึงอย่างนั้นก็แอบดีใจที่เป็นห่วงผมถึงขนาดนี้ แต่ถ้าผมยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปอีก มันก็จะกลับมาวนลูปเหมือนเดิมคือผมกลับไปหาหนาว ทำว่าเป็นเพื่อนกันอย่างเก่า หนาวมีคนคุยใหม่และกลายเป็นผมที่เจ็บปวด

            ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว...

            “อ่า” ไอ้สิงห์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “มึงยังดี”

            “ไม่ มึงดีกว่าอีก” ผมแย้ง “พี่เบนบอกว่าชอบ ส่วนมึงยังไม่เข้าใจตัวเอง แต่มันก็ชัดเจนนะว่ามึงขาดเขาไม่ได้ ดูจากสภาพมึงสิ”

            “ขาดไม่ได้ในฐานะไหน” สิงห์ถามกลับ “กูรักมัน ใช่ แต่ในฐานะไหนล่ะ ในฐานะเพื่อนมันแน่นอน กูขาดมันไม่ได้เพราะกูรักมันแบบคนรัก หรือกูขาดมันไม่ได้เพราะมันเป็นเพื่อนรักกู นี่แหละปัญหา”

            “นี่แหละปัญหา” ผมทวนคำของไอ้สิงห์ “กูเองก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าหนาวจะมองว่าเพราะขาดกูไม่ได้เลยยอมเปิดใจ”

            “อืม”

            “กูเลยบอกไปว่าให้มองกูในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักมัน ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนหรือว่าอะไรก็ตาม มึงลองเอาไปคิดในมุมนี้บ้างดิ”

            “...”

            พอผมพูดจบเราต่างเงียบต่างดื่มกันไป พอถึงเวลาที่ต้องไปแล้วผมก็ลุกขึ้น ไอ้สิงห์เอ่ยทักไว้ก่อน

            “เสือ”

            “หืม?”

            “ขอบใจว่ะ”

            “เออ”

 

            .....

 

            หลังจากโหมงานให้ไอ้สิงห์อยู่ที่นั่นได้ประมาณสาม-สี่วัน ผมกลับมาเชียงใหม่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เต็มที่มากนักเพราะไม่ได้พักผ่อน มุ่งหน้ากลับไปยังคอนโดของตัวเองที่ซื้อเอาไว้ เป็นที่ที่ไม่เคยบอกให้ใครรู้โดยเฉพาะพวกเพื่อนเพราะกลัวว่าหนาวจะมาตามหา

            กลับมาถึงห้อง ผมเอนกายลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะผล็อยหลับไป ตื่นมาอย่างหงุดหงิดเพราะได้ยินเสียงกริ่งหน้าประตู จำต้องลุกไปดูอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยความเพลียจึงตั้งใจจะรีบไล่คนที่บังอาจมารบกวนไป ผมกดปุ่มบนหน้าจอข้างประตู “อย่ามากวน”

            ผมกำลังจะกดปุ่มเพื่อปิด

            “เสือ! มึงอยู่ที่นี่จริงๆด้วย!!

            ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย ความง่วงซึมหายไปหมด

            หนาว...

            เชี่ย! มาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ! รู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่ แล้วมึงมาทำไม!! กูให้เวลามึงตั้งเจ็ดวันไม่ใช่เหรอ นี่เพิ่งจะสี่วันเอง! ร่ะ หรือว่าจะมาปฏิเสธ!! ไม่นะ ไม่เอาาาาาาา!

            กรี๊ดดดดดดดด! ผมกุลีกุจอกลับมานอนบนเตียงคลุมโปง ดิ้นไปมาอย่างกระวนกระวายโดยลืมไปว่าตัวเองลืมกดปิดปุ่มพูด ทำให้เสียงของคนที่อยู่อีกฟากดังเข้ามาอย่างชัดเจน

            “เสือ! เปิดประตูหน่อย! กูเอง หนาวอะ” หนาวพูดขึ้น พอไม่ได้อะไรตอบกลับไปก็เริ่มกดกริ่งอีกครั้ง “ไอ้เสือออ! มึงใช่ไหมเมื่อกี้น่ะ ไม่ต้องมาหลบหน้ากูเลยนะ จะให้กูยืนคุยคนเดียวอย่างนี้หรอ เปิดประตูให้กูเข้าไปได้แล้ว ไม่กลัวรบกวนเพื่อนบ้านห้องอื่นเขารึไง”

            ช่างเพื่อนบ้านเถอะ

            สนใจคนที่กำลังจะกลายเป็นแค่เพื่อนเธอดีกว่า

            แงงงง ไอ้หนาวต้องมาบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะแน่เลย ไม่อย่างนั้นมันไม่รีบมาก่อนหรอกเพราะมันตัดสินใจง่ายไง ถ้าจะเปิดใจต้องคิดเยอะใช้เวลาเยอะ มาก่อนแบบนี้ไม่พ้นได้เป็นเพื่อนรักอีกแน่กู! ไม่เอาแล้ววว!!

            “โว้ย เล่นหายไปเลยหรอ เชี่ยเอ๊ย เสือ กูมาดีไอ้สัด เรามาอย่างสันติ เราไม่ทำร้ายท่าน ได้โปรดเปิดรับเรา”

            สันตงสันติอะไรเล่า!

            ไอ้หนาวกดกริ่งรัวๆ “พิซซ่ามาส่ง!!

            กูไม่ได้สั่ง! แถมใช้มุขนี้ไม่ทันแล้วหนาว!

            “กูบอกว่าพิซซ่ามาส่งไง ไอ้สัดฮาวายเอี้ยนอะมึงเคยกินมั้ย หรือมึงอยากให้หน้ามึงเละเหมือนฮาวายเอี้ยน!!

            คราวนี้ขู่กูแล้ว...

            “ไอ้เสือ! กูโมโหแล้วนะ!!

            ไอ้เชี่ยเอ๊ย ไม่ได้เจอกันเดือนกว่า อารมณ์ยังขึ้นง่ายเหมือนเดิม สักพักผมเริ่มได้ยินเสียงถีบประตู เดี๋ยวนะ ทำแบบนี้เดี๋ยวยามเขาก็มาลากตัวไปไม่ก็โดนเพื่อนบ้านด่าจริงๆหรอก ก่อนผมจะได้ทันทำอะไร ได้ยินเสียงเดือนหนาวร้องออกมา “โอ๊ย! โอ๊ย! อย่าทำผม พี่ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่มาหาเพื่อนเฉยๆ โอ๊ย!

            !!

            ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูทันที เห็นหนาวยืนอยู่คนเดียวพร้อมใบหน้าเอือมระอา

            “คือกูต้องเล่นละครโดนทำร้ายก่อนถูกไหม?”

            “...”

            ผมรีบปิดประตูแต่ไอ้หนาวดันสอดมือเข้ามาก่อน “โอ๊ย!! ไอ้สัด! ประตูหนีบ ประตูหนีบมือกู!!

            “ขอโทษ ขอโทษ เจ็บมากไหม” ผมผลักประตูออกแล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปก่อนสมองจะประมวลผลได้เสียอีก ยื่นสองมือไปจะกุมมือหนาวข้างที่ถูกประตูหนีบมาดู แต่ดันโดนผลักเข้ามาในห้องเสียก่อน หนาวจัดการปิดและล็อกประตูท่ามกลางความงุนงงของผม

            “หนะ-”

            ก่อนจะได้ทันเรียกชื่อ หนาวหยิบช่อดอกกุหลาบที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมาแล้วฟาดเข้าที่ใบหน้าผมอย่างจังจนช่อดอกกุหลาบแตกกระจาย

            “กูตกลง! มาลองกันสักตั้งมา!!

           

             

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.342K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,702 ความคิดเห็น

  1. #11702 loocbomb (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 / 03:10

    ลุ้นหนา นึกภาพกุหลาบกระจายตาม

    #11,702
    0
  2. #11511 allkul (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 / 01:53
    ฮือหนาว555555555555555
    #11,511
    0
  3. #11481 Passawee38 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 16:54
    ปรับอารมณ์แทบไม่แทบเลย555555
    #11,481
    0
  4. #11477 nunuikhem (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 14:20
    หนาวมันได้อ่ะ!!!! ขำจนไม่รู้จะขำไงละ อึนมาตั้งแต่ต้นตอน ตกม้าตายตอนประโยคสุดท้าย 555
    #11,477
    0
  5. #11467 DebbyMar (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 03:00
    หัวหน้าแก๊งค์สนิมย้อย ไม่ทิ่งมาด ฟาดหน้ามันด้วยกุหลาบค่ะ 5555 สันติมากลูก/
    #11,467
    0
  6. #11392 WanDayy (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 18:19
    จะเข้าสู่พาร์ทหวานกันแล้วใช่มั้ยคะ!?
    #11,392
    0
  7. #11374 milmil4413 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 11:12
    น่ารักดี ขำด้วย
    #11,374
    0
  8. #11343 Ttunp_xz<3 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 01:00
    กรี่ดดดดดดดดดด กรี้ดแทนให้แล้วค่ะ 555555555555
    #11,343
    0
  9. #11201 youngmaxzii (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 00:30
    มันต้องอย่างงี้สิ!!! อ้ากกกก
    #11,201
    0
  10. #11188 eye232549 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 07:16
    ชอบบบบ55555
    #11,188
    0
  11. #11175 MissNamkhang (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 18:54
    ชอบเอเนอจร้กนาวฟาดดอกกุหลาบใส่หน้า55555
    #11,175
    0
  12. #11164 P.chonn3 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 03:19
    กรี้ดดดดด เธอของเสือน่ารักมาก ภูมิใจ
    #11,164
    0
  13. #11161 happydream__ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 01:48
    แล้วมันเป็นห้าวด่องๆจังวะไอนี่5555555555
    #11,161
    0
  14. #11149 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 07:51
    ว้อยยยยย เจ้าหนาวเถื่อนจริงๆ555555
    #11,149
    0
  15. #11104 MinaKhamkhieo (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 15:26
    กูกรี้ดจริงด้วย หน๊าวว กูดีใจจจ😭😭
    #11,104
    0
  16. #11087 8809802 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 12:18
    ใหญ่กว่ามาเฟียก็เมียมาเฟียนี้ละหว่าาาา 55555
    #11,087
    0
  17. #11078 apanap_knim (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 10:18
    กรี้ด เอาแล้วลูกกู
    #11,078
    0
  18. #10995 softless (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 23:37
    ตกลงอย่างโหดเลยเจ้าหนาว5555555555555
    #10,995
    0
  19. #10879 poposmoly (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 23:31
    กิ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดบ้าเอ้ยยยยยยยกิ้ดดดดดกเขินแทนไทเกออออออออแ
    #10,879
    0
  20. #10859 iiiiiiiiimee (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 16:56
    กี้เดดดดดดดเเ 🥰🥰🥰🤣🤣🤣
    #10,859
    0
  21. #10795 Aomiez Aom (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 00:42
    กรี้ดเดดดเ ในที่สุด 🎉🎉🎉🎉🎉
    อ่านไปเดี๋ยวหน่วง เดี๋ยวขำ ไบโพลาร์มาก
    #10,795
    0
  22. #10638 Promise69 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 19:09
    โคตรฮาร์ดคอร์เลย
    #10,638
    0
  23. #10551 aratre (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 20:43
    ตอบรับได่้โหดอ่ะ สมเป็นเดือนหนาว
    #10,551
    0
  24. #10541 charoenchit (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 09:05
    5555555อาทิตย์ก้องภพนิดหน่อย โคตรฮาร์ดคออะหนาว กูขำ
    #10,541
    0
  25. #10398 modNS (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 01:33
    เป็นการตกลงที่ฮาร์ดคอมาก🤣
    #10,398
    0