#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 31 : Chapter 30 : ช่อดอกไม้แสนสวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,392 ครั้ง
    9 พ.ค. 64

Chapter 30 : ช่อดอกไม้แสนสวย

 

 

         

 ♚♚♚



 

          การที่ไอ้เสือไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ทำเอาผมใจหายอย่างมาก ไปอยู่ฮ่องกงตั้งสองปี กลับมาไม่ทันให้ชื่นใจก็ไปอีกซะแล้วแต่พอเวลาผ่านไปมันก็ค่อยๆดีขึ้น วันๆก็เอาแต่ทำงาน แดกเหล้าอยู่แต่กับไอ้เบน

          แต่แล้วสิ่งที่ไม่เคยคาดฝันก็เกิดขึ้น ผมกับเบนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดสิบกว่าปีไม่เคยห่าง ทะเลาะกันนับครั้งได้ จู่ๆมันก็เปลี่ยนไป ไม่ยอมมาทำงานถึงจะมาก็ไม่ยอมคุยกับผมเลย ราวกับว่าพยายามหลบหน้าผมอยู่เป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด จะเคลียร์กันให้เข้าใจมันก็เอาแต่หลบหน้าทุกที

          "อะไรนะ?" ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน "เบนลาออก?"

          "ครับ นายท่านกำลังพิจารณาเรื่องนี้ครับ แต่คุณเบนยืนยันจะลาออกให้ได้"

          ผมลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังจนคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตกใจ "แล้วพ่อมีทีท่าว่าไง"

          "ดูเหมือนว่านายท่านเองก็ค่อนข้างเอนเอียงไปทางอนุญาตครับ" ได้ยินดังนั้นผมก็กำหมัดแน่น ตะคอกเสียงดังไล่ให้อีกคนออกไป เพราะเห็นไอ้เบนมันท่าทางแปลกๆเลยให้คนคอยดูให้ ไม่คิดเลยว่ามันคิดจะลาออก

          ทำไมวะ...ทั้งๆที่เราทำงานกันมาตั้งสิบกว่าปีแล้วแท้ๆ

          ผมตัดสินใจกดโทรออกหาเบน เมื่อก่อนมันไม่เคยไม่รับสายผมเลยแต่พักหลังมาแทบไม่เคยรับ จะติดต่อมันต้องผ่านคนอื่นอีกที ไม่เข้าใจเลย

          ในที่สุดก็รับสักที "มาหากูด่วน"

          "กูไม่ว่าง"

          "ใครใช้ให้มึงรับงานอื่นหรอ มึงเป็นเลขาฯกูนะ"

          "กูอยากรับเอง ไว้ค่อยคุย"

          แล้วมันก็กดวางสายไป ผมกัดฟันแน่น รู้สึกโมโหจนอยากพังข้าวของในห้องนี้ให้หมด จัดการให้คนไปหาว่าเบนทำงานที่ไหน ผมตามไปทันทีโดยไม่สนใจว่าสถานการณ์ของงานมันตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

          "คุณเบนไปคนเดียวครับ"

          "..."

          ไอ้โง่นี่ อยากตายรึไง

          "ดูเหมือนว่าจะเป็นคำสั่งของนายท่าน บอกว่าถ้าทำภารกิจนี้คนเดียวสำเร็จจะให้ออกจากแก๊งได้"

          "ได้ออกแน่ ในสภาพศพ" ผมว่าเสียงเบา ในใจร้อนรนกระวนกระวายกลัวว่าไอ้โง่นั่นมันจะเป็นอะไรไป ทำไมถึงต้องออกจากแก๊งขนาดนั้นแล้วทำไมถึงได้โง่ทำอะไรคนเดียวไม่บอก มาปรึกษากูสักนิดก็ยังดี เมื่อใกล้ถึงผมก็สั่งให้จอดและขับออกไปก่อน

          ภารกิจคือแย่งของจากสองแก๊งในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ไม่แน่ใจว่าคือของอะไรแต่ให้เบนมาคนเดียวเนี่ยนะ ผมรู้ว่าพ่อเองก็คงไม่อยากให้เบนออกเพราะเบนเป็นลูกน้องฝีมือดีมากคนหนึ่งให้เสนอภารกิจเหี้ยนี้มา อยากออกก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ออกไม่ได้หรือถ้าตายก็ไม่สนใจแล้ว ในเมื่อมึงคิดจะออกจากแก๊ง

          ในอู่ต่อเรือร้าง ผมเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง พอเสียงปืนดังขึ้นก็รู้แล้วว่าไม่ดีแน่ มีสองกรณีคือไอ้สองแก๊งนั่นตกลงกันไม่ได้หรือไอ้เบนถูกจับได้แล้ว ผมจัดการคนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกอย่างง่ายดายก่อนจะลอบเข้าไปใกล้เสียงปืนที่ได้ยิน

          ...เบน

          ไอ้เบนในสภาพหอบเหนื่อยชุ่มไปด้วยเลือด มือข้างหนึ่งถือปืน มืออีกข้างเป็นกระเป๋าถือใบใหญ่ หลบอยู่หลังเสาขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างของอู่ต่อเรือใกล้ๆกับป่า เดาว่ามันคงคิดจะหนีเข้าป่าไปแต่ร่างกายเคลื่อนไหวเริ่มลำบากแล้ว

          เสียงวุ่นวายของคนจำนวนมากใกล้เข้ามา ไอ้เบนกำลังจะฮึดลุกขึ้นเพื่อหนีไปต่อแต่ผมวิ่งเข้าไปแบกมันขึ้นหลังได้ก่อนแล้ววิ่งเข้าไปในป่ารกร้าง "แฮ่ก...เชี่ย มึง มึงมาจากไหนวะ"

          ผมเงียบไม่ตอบอะไร นานแล้วที่ไม่ได้วิ่งหนีแต่ช่วยไม่ได้ เบนในสภาพนี้ ผมไม่สามารถทั้งสู้กับสองแก๊งด้วยตัวคนเดียวกับดูแลเบนไปพร้อมกันได้ มันเสี่ยงเกินไป เบนเองก็สภาพย่ำแย่มาก บางครั้งการหนีก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

          ผ่านไปนานจนกระทั่งผมคิดว่าเรารอดจากพวกนั้นแล้ว ค่อยๆวางเบนลงพิงต้นไม้ ดวงตาของมันลืมได้แค่ครึ่งเดียว เลือดไหลลงมาจากบริเวณศีรษะจนท่วมทั่วใบหน้า แขนซ้ายโดนยิงเฉียดทะลุ ขาเองก็โดนยิงเหมือนกัน

          ผมถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกเหลือแค่เสื้อกล้ามสีดำด้านใน ฉีกเสื้อเชิ้ตพันรอบแผลเพื่อห้ามเลือดแต่ละจุดเอาไว้ "แฮ่ก ฮึก"

          "ไม่เป็นไรแล้วเบน" ผมเอามือแตะหน้าผากมันแล้วลูบขึ้นเพื่อปัดเส้นผม จะได้มองหน้ามันชัดๆ "กูอยู่นี่แล้ว มึงนั่งพักสักสิบนาทีเถอะเดี๋ยวกูค่อยแบกมึงไปต่อ" ผมเอ่ยปลอบเพื่อหวังว่าจะทำให้มันรู้สึกดีขึ้นแต่มันกลับเบือนหน้าหนี ยื่นกระเป๋าถือให้

          "ฝากเอาของนี่ไปให้หัวหน้าใหญ่ที จากนี้กูไม่ได้เป็นเลขาฯมึงแล้ว"

          "..." ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก "ทำไมมึงไม่มาคุยกับกูสักคำ"

          "กูแค่...ไม่อยากเห็นหน้ามึงแล้ว"

          ...ไม่รู้ทำไม แต่หัวใจของผมมันเหมือนกำลังถูกบีบรัด "กูไปทำอะไรให้มึงวะ กูทำอะไรผิด บอกกูทีดิ" ผมถามไปพยายามกลั้นน้ำตาไป

          "มึงไม่ผิด"

          "..."

          "กูผิดเอง ที่เสือกตกหลุมรักคนโง่อย่างมึง"

          "..."

          "มึงกำลังจะหมั้น กูเลยอยากหนีไปไกลๆเท่านั้นแหละ" เบนเบือนหน้าหลบไปอีกทาง ท่าทางอ่อนล้าหมดแรง ก็ไม่แปลกหรอก เสียเลือดไปเยอะขนาดนั้น "เราจูบกันสามครั้งแล้ว มึงจำได้ไหม"

          "...กะ กู" ผมพูดอะไรไม่ออกเพราะจำอะไรไม่ได้เลย "จะ จริงเหรอ เบน กู กู ขอโทษ จำอะไรไม่ได้เลย"

          เบนยิ้มเยาะ "มึงเมา ช่างเถอะ สำคัญอะไรล่ะ มึงกำลังจะหมั้น เดี๋ยวก็แต่งงาน"

          ผมนิ่งค้างไปไม่มีคำพูดอะไรที่ออกมาจากปากสักคำ ผมจำเป็นต้องหมั้นและแต่งงานกับลูกสาวของอีกแก๊งหนึ่งเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแก๊ง ผมไม่ได้รักหรือชอบเธอหรอก เธอเองก็เช่นกัน เราต่างมองว่าเพื่อนความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งเฉยๆ

          อีกอย่างผมไม่คิดว่าเบนมันจะ... "เบน มึงพูดจริงหรอ"

          "ถ้ากูรอดตายครั้งนี้แล้วออกจากมึงไปได้ กูก็คงลืมมึงได้ในสักวัน กูจะไปอยู่ที่อื่น หาแฟน แต่งงานมีครอบครัว แล้วเราคงไม่ได้เจอกันอีก" ดวงตาของเบนเหม่อลอยและพดไปเรื่อยเปื่อย ผมกลับมามีสติแล้วแบกมันไปต่อ ในป่าที่ไม่รู้ทางผมเดินไปเรื่อยตามสัญชาติญาณ ต้องรีบหาทางออกเพราะเบนกำลังบาดเจ็บ แถมยังต้องระวังไม่ให้พวกนั้นหาเจอด้วย

          "แต่กูรักมึงมากจริงๆสิงห์"

          เสียงของเบนแผ่วลงก่อนมันจะหมดสติไป

 


        ♛♛♛

 


          ผมฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลพร้อมกับไอ้สิงห์ที่นั่งเฝ้าอยู่ มันกำลังเอนหลับพร้อมกับเอกสารที่ถือไว้เต็มมือ ไม่มั่นใจว่าหลับไปมันผ่านไปกี่วันแล้วคิดว่าคงไม่นานเท่าไหร่เพราะร่างกายของผมมันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น

          ผมกดปุ่มเรียกพยาบาลทำให้ไอ้สิงห์ตื่นไปด้วย ผมเลือกที่จะไม่สนใจทำราวกับว่ามันไม่ได้อยู่ในห้องนี้เหมือนหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมเคยคิดว่าบางทีใจเราอาจจะตรงกันหรือผมอาจจะมีความหวังมากกว่านี้ซะอีก ใครจะไปคิดเล่าว่าทันทีที่คำสั่งแต่งงานของหัวหน้าใหญ่มามันก็ตอบรับทันที

          ผมคงทนเห็นมันแต่งงานไม่ได้ อย่าว่าแต่แต่งงานเลย ตอนนี้ก็ทนเห็นไม่ได้ ใบหน้าตอนที่เราใกล้ชิดและประทับรอยจูบสามครามันฝังใจผมอยู่เสมอ นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมมถึงพยายามหลบหน้ามัน ไม่ใช่แค่น้อยใจหรอก ผมไม่อยากเห็นคนเดียวกันกับที่จูบผมอย่างอ่อนโยนในวันนั้น กำลังจะแต่งงานกับใครอีกคนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

          ผมตั้งใจจะจากไปทั้งอย่างนั้น แต่ใครจะคิดเล่าว่าในวินาทีใกล้ตายผมกลับกล้าพูดความรู้สึกออกไปทั้งหมดเลย รู้ดีว่าไอ้สิงห์มันไม่ได้รักเขาคนนั้นหรอก แต่ในอนาคตมันก็ไม่แน่สักหน่อย อีกอย่างหนึ่งมันคือการแต่งงานเลยนะ การสมรสแบบถูกกฎหมายที่ผมคงได้แค่ฝัน

          การแอบรักตลอดสิบปีจบลงตรงนี้ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไป...ไม่รู้ว่าไอ้สิงห์จะรั้งไหม คิดว่าไม่แต่ในใจกลับแอบภาวนาให้มันรั้ง ให้มันบอกว่ารักและอย่าไปเท่านั้น

          "อาจจะต้องทำกายภายบำบัดสักพักนะคะ ขาข้างที่ถูกกระสุนน่ะค่ะ"

          "ครับ" ผมพยักหน้า "นานไหม"

          "หมอจะมาคุยรายละเอียดอีกทีช่วงเย็นนะคะ มีอะไรสงสัยสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ"

          "ไม่ครับ ขอบคุณมาก" พยาบาลสาวยิ้มให้และเดินออกไปหลังจากมาอธิบายอาการและการรักษาของผมคร่าวๆ ไอ้สิงห์ที่นั่งรออย่างพยายามใจเย็นโพล่งขึ้นมาทันที

          "เบน! ทำไมไม่สนใจกูวะ! กูเรียกตั้งนานหูมึงหนวกหรอ!"

          เอะอะไม่พอใจก็ตะคอกใส่ ไม่มีใครทนมึงได้อย่างกูหรอก ว่าที่ภรรยาคนนั้นเหรอ เหอะ ไม่มีทางหรอก

          "กูบอกว่าไง"

          "..."

          "ไสหัวไป ไม่อยากเห็นหน้ามึง"

          "ทำไมวะ เพราะมึงชอบกูหรอ"

          "เออ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ไงสิงห์" ผมว่ากลับอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก "ในเมื่อมึงให้กูไม่ได้ มึงก็ปล่อยกูไปดิ ตอนนี้กูก็ไม่ใช่ลูกน้องมึงอีกต่อไปแล้วด้วย"

          "ไม่" ไอ้สิงห์ว่าขึ้นเสียงแข็ง "มึงยังเป็นของกูอยู่"

          "หะ?"

          "ของที่มึงแย่งมา ไอ้เพชรเหี้ยนั่นอะยังอยู่ที่กู" อีกฝ่ายเริ่มทำหน้าตาเรียบเฉย ผมรู้ดีว่ามันกำลังพยายามอดทน "กูไม่เอาไปให้พ่อหรอก ไม่ว่ายังไงมึงก็ต้องอยู่กับกู"

          "มึงจะบ้ารึไง" ผมขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ "มึงไม่เข้าใจที่กูพูดเหรอ? กูชอบมึง กูรักมึง ที่ไม่ใช่แบบเพื่อนและมึงก็กำลังจะแต่งงาน จะให้กูทนมองดูมึงมีความสุขกับคนนั้นอะนะ"

          "กูไม่มีความสุขหรอก!" คราวนี้ไอ้สิงห์ตวาดเสียงดัง "กูไม่ได้รักเขา จะมีความสุขได้ยังไง มันก็แค่ความสัมพันธ์ระหว่างแก๊ง ถ้ากูได้แต่งงานกับเขา แก๊งเราจะมีอิทธิพลกับฝั่งนั้นเยอะขึ้นมาก ไม่ต้องเหนื่อยด้วย"

          "กูพร้อมเหนื่อย" ผมว่า ในขณะที่ไอ้สิงห์พยายามอดทน ผมเองก็พยายามกลั้นน้ำตาเช่นกัน "กูพร้อมเหนื่อย กูพร้อมทำงานหนักถ้ามึงอยากขยายอิทธิพลไปฝั่งนั้น เราเคยจูบกันตอนมึงเมา มึงทำให้กูคิดไปไกล ไม่สิ กูน่ะคิดไปไกลตั้งนานแล้วสิงห์ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักมึง สิบกว่าปีแล้ว" ผมพ่นระบายความในใจออกไปจนหมด

          "..."

          "ความรู้สึกกูมันทำให้มึงรู้สึกแย่ใช่ไหม? ถ้างั้นก็เอาเพชรนั่นไปให้พ่อมึง แล้วกูจะได้ไปไง"

          "ไม่" ไอ้สิงห์ปฏิเสธ เบือนหลบสายตาของผม "กูไม่ให้มึงไปไหน"

          "..."

          "มึงเป็นเพื่อนคนเดียวที่กูมีนะเว้ย ทำไมวะ เราเป็นเพื่อนกันมาตลอด ไม่ว่าตอนสุข เศร้า ผ่านความเป็นตายกันมาไม่รู้กี่ครั้ง ทำไมมึงถึงต้องทิ้งกูด้วย!"

          "จะรั้งกูไว้เพราะความเป็นเพื่อนสินะ" ผมพูดเสียงเบาอย่างเจ็บใจ "ที่กูพล่ามไปตั้งมากมายไม่เข้าหูหรอ กูรักมึง! ไอ้ควาย! แบบคนรักไม่ใช่แบบเพื่อน เข้าใจบ้างไหม!! กูพร้อมอยู่กับมึงตลอด ต่อให้เป็นหรือตาย แต่กูอยู่ไม่ได้ถ้าต้องเห็นมึงอยู่กับคนอื่น!"

          "กูไม่ได้อยู่กับเขาหรอก แค่แต่งงานในนาม กูก็อยู่กับมึงไง"

          "ทำไมมึงไม่ปฏิเสธมาตรงๆวะสิงห์!" ผมถามอย่างไม่เข้าใจ มันคิดอะไรของมันอยู่ เอาแต่พูดจาวกวน แล้วไหนเรื่องความรู้สึกของผมล่ะ "มึงคิดยังไงกับกู! บอกมาดิ! บอกกูมาตรงๆ มึงเคยบอกว่าตัวเองเป็นคนตรงๆไม่ใช่หรอ! แล้วนี่อะไรพูดจาอ้อมโลก!"

          "กะ กู" ไอ้สิงห์ทำหน้าตาลังเล นั่นยิ่งทำให้หัวใจของผมมันถูกบีบรัดแรงขึ้น แค่ลังเลมันก็คือชัดเจนแล้วไม่ใช่หรอวะ

          "สิงห์ ฮึก" ผมเริ่มร้องไห้อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ "จูบที่โคตรจะอ่อนโยนนั่นหมายถึงอะไรเหรอ?"

          "กะ...กู กูขอโทษเบน กูจำอะไรไม่ได้เลยเรื่องจูบ" ไอ้สิงห์ทำหน้าเสีย ท่าทางหดหู่ลงอย่างมากเมื่อเห็นผมร้องไห้เป็นครั้งแรก "แล้วเรื่องที่ว่าคิดยังไงกับมึง...เบน มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกู กูขาดมึงไม่ได้"

          "..."

          "เบน ขอร้อง อย่าไปเลย"

          "ออกไป"

          "เบน ฮึก เบน ขะ ขอร้อง ไม่มีมึงกูจะอยู่ยังไง"

          "ฮะๆ มึงเห็นแก่ตัวชิบหาย" ผมหัวเราะเสียงเบาเพราะสมเพชตัวเอง "ออกไปเถอะ มึงจะเอาเพชรนั่นให้พ่อมึงหรือไม่ก็ช่าง กูจะไปต่อให้พ่อมึงสั่งคนมาตามล่ากู แต่ถ้าสุดท้ายกูต้องตาย ขอให้มึงเป็นคนลั่นไกนัดนั้นแล้วกัน"

          "...เบน ให้โอกาสกู นะ อย่าเพิ่งรีบไป ให้โอกาสกูคิดหน่อย กูไม่เข้าใจอะไรเลยตอนนี้"

          "ให้โอกาส? ให้กูรอดูมึงแต่งงานน่ะหรอ แค่มึงลังเลกูก็เข้าใจแล้วสิงห์"

          "ไม่ ไม่เบน มึงไม่เข้าใจ กู กูไม่เคยรักใครไง" ไอ้สิงห์ท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด "เพราะกูแค่ยังไม่เข้าใจความรักดีพอ มึงจะทิ้งกูเลยหรอ"

          "มึงกำลังจะแต่งงาน สิงห์ มึงกำลังจะแต่งงาน มึงบอกให้กูรอแล้วกูต้องรอนานแค่ไหน ให้กูทนเห็นมึงใส่ชุดเจ้าบ่าวยืนคู่เขาหรอ"

          "กะ กูไม่รู้ แต่อย่าเพิ่งไปเลยนะ"

          "ถือว่ากูขอร้อง" ผมเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด "ปล่อยกูไปเถอะ"

          ...ไม่สิ อย่าปล่อยกูไปเลยนะ ช่วยบอกว่ารักแล้วรั้งกูไว้ที ช่วยบอกว่าจะไม่แต่งงานแล้วที

          ....

          และแล้วไอ้สิงห์ก็หายไป ตลอดการทำการกายภาพบำบัดผมไม่เห็นหน้ามันอย่างที่ผมได้เอ่ยปากออกไป มีคนมาบอกว่าเพชรนั่นถูกส่งให้หัวหน้าใหญ่แล้ว จากนี้ไปชีวิตของผมก็เป็นอิสระ ไม่ต้องคอยเป็นลูกน้องหรือมือขวาใคร ไม่ต้องคอยจดบันทึกว่าไอ้สิงห์มีงานที่ไหน ไม่ต้องไปทำงานเสี่ยงชีวิตอีกแล้ว

          ...ฮะๆ เคยคิดว่ามันจะดีกว่าแท้ๆ แต่พอเป็นแบบนี้แล้วกลับนึกถึงตอนที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน ต่อให้สภาพปางตายแค่ไหนมันก็ยังไม่เจ็บเท่านี้เลย

          ก็แค่คนไม่รัก ให้ทำยังไงได้

          ผมวางแผนไว้ว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่นิวซีแลนด์ ชีวิตที่เรียบง่ายและเงียบสงบ หวังว่าคงไม่มีใครมาพบเจอ โชคดีเงินเก็บที่มีพอให้ใช้ไปจนแก่ แต่ผมอาจจะไปหางานง่ายๆทำที่นู้นเพื่อแก้เบื่อ วันที่ลืมไอ้สิงห์ได้แล้วผมอาจจะหาใครดีๆสักคนเพื่ออยู่ด้วยกันไปจนแก่

          อยู่กับไอ้สิงห์คงไม่มีทางวาดฝันชีวิตแบบนี้ได้

          แต่ถ้าถามว่าแบบไหนดีกว่าหรอ ผมชอบอยู่ในพื้นที่เสียงอันตรายและชีวิตเสี่ยงตายไปกับมันมากกว่า

          ปากบอกว่าไม่อยากเห็นหน้าแต่ใจกลับอยากเห็นหน้ามันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไป ได้แค่บอกลาก็ยังดี ต้องโทษความปากไม่ดีของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะน้อยใจไปทำไมที่มันไม่มาหาเลยในเมื่อตัวเองก็ออกปากเอง

          ผมนั่งรอจนวินาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องบิน เสียงประกาศเรียกดังขึ้นแล้ว ผมกวาดสายตามองหารอบๆเป็นครั้งสุดท้าย ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าเมื่อไม่พบเจอคนที่อยากเจอหน้า ยื่นมือไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป

   



♚♚♚

 



          สิงห์ที่ยืนอยู่หลังเสาขนาดใหญ่รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังจะแตกสลาย เขาอยู่ในชุดสูทที่คิดว่าตัวเองดูดีที่สุดพร้อมกับดอกไม้ที่สวยที่สุดในร้าน คิดเตรียมไว้มากมายว่าจะพูดอะไรแต่พอเห็นใบหน้านั้นทุกอย่างก็หายไปในพริบตา

          สุดท้ายเขาก็ปฏิเสธงานแต่งทั้งที่ตัดสินใจว่าจะแต่งเพราะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแก๊ง ตัวเขาเองไม่ได้คิดจะรักใครอยู่แล้วเลยตอบตกลงไปในทีแรก ทว่าพอมาคิดถึงใบหน้าของเบนที่ร้องไห้ออกมา เขากลับรู้สึกแย่จนไม่สามารถแต่งงานได้ ราวกับว่าเรื่องแต่งงานนี้นั้นมันทำลายทุกอย่างพังลง

          ไม่สิ คงเป็นตัวเขามากกว่าที่ทำทุกอย่างพัง จะกี่สิบปี จะกี่ร้อยเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยกัน มันพังลงแล้ว

          เขายังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองว่ารักเบนในสถานะไหน ถ้าถามว่ารักแบบเพื่อนไหม คำตอบคือแน่นอนแต่นอกเหนือจากนั้นไม่รู้ เขายังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย ขืนเข้าไปก็คงโดนไล่กลับมา

          จนวินาทีสุดท้ายที่เบนเดินหายลับไป

ช่อดอกไม้แสนสวยนั้นในมือของเขาก็ไร้ค่าไปแล้ว

         

 

 



     คนหนึ่งแอบรักมาสิบปี อีกคนก็คิดว่าเป็นเพื่อนกันมาสิบปี ไม่เคยเคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างนี้กับตัวเอง จะให้มาตัดสินใจภายในเวลาแค่สั้นๆก็คงยาก เข้าใจเบนและก็เข้าใจพี่สิงห์นะ ;-; #ช่วงนี้เดือนหนาว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.392K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,685 ความคิดเห็น

  1. #11497 Maprang'ma (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 12:35

    ร้องไห้แย้ววววว
    #11,497
    0
  2. #11387 WanDayy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 15:04
    ตอนนี้ทำใจเจ่บมากๆเลยค่ะ ฮือ แต่ถามว่าเข้าใจทั้งคู่มั้ยก็เข้าใจมากเลย แต่มันก็อดเศร้าไม่ได้;__;
    #11,387
    0
  3. #11338 Ttunp_xz<3 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 00:37
    อ่าว ยังไงงงงงงงงงงงงงงง เฟรนโซนทุกคู่จะไม่เส้าใช่มั้ย เราไม่พร้อมเสียน้ำตานะ!! แง
    #11,338
    0
  4. #11099 Kantima4288 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 14:40

    เศร้าา
    #11,099
    0
  5. #10969 softless (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 23:05
    เดียวๆไม่จบเเบบนี้ใช่ไหม พี่สิงห์ทบทวนดีๆนะ
    #10,969
    0
  6. #10634 Promise69 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 18:25
    เพื่อน-อะ ไปเป็นเพื่อนกับ-ไป โว้ยยยยยยย อิน น้ำตาจะไหลแล้ว
    #10,634
    0
  7. #10566 Sanhathai_sk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 15:45
    น้ำตาแตกอ่ะฮือออออ
    #10,566
    0
  8. #10549 aratre (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 20:02
    ร้องไห้ตาม
    #10,549
    0
  9. #10531 charoenchit (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 20:19
    รีบง้อพี่เบนเลยนะพี่สิงห์
    #10,531
    0
  10. #10322 TinyTNT (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 08:23
    ไม่น้าาาาาาา
    แต่การหาตัวเบนคงไม่ยากเท่าไหร่หรอก...มั้ง ใช่มะพี่สิงห์
    #10,322
    0
  11. #10026 Nyoong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 23:09
    พี่สิงห์รีบรู้ใจตัวเองแล้วพาพี่เบนกลับมาอยู่ด้วยกันนะ/นึกว่าคนที่แอบชอบจะเป็นคู่พี่น้องซะอีก แต่ความกากต้องรอดูต่อไปปป😁
    #10,026
    0
  12. #9992 BaiTong23 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 20:02
    ก็เข้าใจนะ ดีกว่าไปพูดว่ารักทั้งๆที่ไม่รู้ตัว
    #9,992
    0
  13. #9913 phunphetjunthon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 14:25
    พี่สิงห์ก็อาจจะรักเบนแบบคนรักน่ะ เพียงแค่ไม่รู้ตัวไม่จักกับความรัก
    #9,913
    0
  14. #9782 Pimpichx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 14:29
    ㅠ ㅡㅡㅡㅡ ㅠ
    #9,782
    0
  15. #9638 kikss (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 16:34

    เป็นกำลังใจพี่สิงห์ รีบเคลียร์ความรู้สึก แล่วตามเบนไปนะ เชื่อว่าเบนยังรออยู่

    #9,638
    0
  16. #9465 คุณต้นฟ้า (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 08:37
    ฮือออเศร้าอ่ะ -็แอบรักหนาว พี่ขาย-็สุดเศร้า ตุลมิกก็เศร้าชห บีบบบหัวใจจจจ
    #9,465
    0
  17. #9457 Khanthasene (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 19:41
    ก็มันนิยายอะเนาะ มีความสุขมามากแล้ว เศร้าสักคู่ก็น่าจะเพิ่มสีสันชีวิตได้เป็นอย่างดี
    #9,457
    0
  18. #9405 crzoldyck7 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 15:54
    เจ็บทั้งคู่
    #9,405
    0
  19. #9390 AnTANDAN (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 09:24
    ฮื้อออเข้าใจทั้งคู่เลย แอบเจ็บเบาๆ ขอให้พี่สิงห์รู้ใจตัวเองแล้วไปตามหัวใจกลับคืนมานะ
    #9,390
    0
  20. #9365 CHAbejz* (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 00:16
    โอ้ยยยยยยยยย พี่สิงห์ที่ว่าจะรู้ก็ไม่รู้เพราะโฟกัสแต่กับน้องชาย เรื่องนี้มันจะมีใครออกจากเฟรนด์โซนได้ก่อนกันนนนนน สงสารพี่เบนมาก ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่สิงห์ก็เรียกหาอ่ะ เหมือนเสือเลย สักวันเสือจะระเบิดออกมาแบบพี่เบนมั้ย
    #9,365
    0
  21. #9355 catjoy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 22:26
    งือ.... เข้าใจกันไวๆนะ
    #9,355
    0
  22. #9354 mumexwzp (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 22:12
    ปวดใจที่สุดทำไมนะทำไม
    #9,354
    0
  23. #9319 Joq19 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 12:03
    ฮือออ สงสารทั้งสองคนเลยโอ้ยย
    #9,319
    0
  24. #9307 Mildmimii (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 10:38
    แงงน้ำตาแตก พอกันเลยพี่น้อง🥺
    #9,307
    0
  25. #9238 JaoGaw (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 22:35
    น้ำตาแตกพรากก
    #9,238
    0