#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : เส้นทางลูกผู้ชาย (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,376 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

 

 

 

            Chapter 2 : เส้นทางลูกผู้ชาย

 

 

 

 

 

 

            01 : 25 .

 

 

 

 

 

 

            เดินผ่านป้อมยาม ลุงยามคนเดิมที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีแล้วอยู่ส่งยิ้มให้พลางเดินมาเปิดประตูรั้ว เราเอ่ยทักทายกันนิดหน่อยแล้วผมก็รีบเดินขึ้นตึก พยายามซ่อนรอยเลือดที่แขนซ้ายเอาไว้อย่างไม่ให้ผิดสังเกต หยุดอยู่หน้าห้องๆหนึ่งแล้วเคาะเบาๆง


            เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเจ้าของห้อง สักพักปลายสายรับด้วยเสียงงัวเงีย


            “กูอยู่หน้าห้องมึง ออกมาเปิดให้หน่อย”


            “...เออๆ”


            ไม่นานประตูก็เปิดออก ไอ้ฟิวส์ที่ลืมตาได้แค่ครึ่งเดียวขมวดคิ้วมองผมอย่างงุนงง หลีกให้ผมเดินเข้าไปแล้วปิดประตู 


            “ทำแผลให้หน่อย”


            “ฮะ?”


            “ทำแผลให้หน่อย” ผมเอ่ยย้ำ ได้ยินเสียงเปิดสวิทซ์ไฟ ทั้งห้องสว่างขึ้นมา เจ้าของห้องขยี้ตาเบาๆพร้อมเดินไปหยิบกล่องยา


            “หาเรื่องใส่ตัวแล้วลำบากกูตลอด”


            “ก็กูเบื่อ”


            “คนอื่นเขาก็เบื่อกันทั้งนั้น จะมีใครเบื่อแล้วหาเรื่องเจ็บตัวอย่างมึงบ้าง” 


            “อาจจะมีก็ได้ ใครจะไปรู้”


            “เออ คิดว่าเท่นักหรอทำแบบนี้อะ พ่ออัศวินรัตติกาล” ไอ้ฟิวส์เบ้ปากประชด 


            “ก็พอตัว”


            “แต่แขนเดี้ยงกลับมาให้กูทำแผลเนี่ยนะ”


            “ไม่เดี้ยง ยังใช้ได้อยู่ อีกอย่างเส้นทางลูกผู้ชายมีเจ็บมีตายกันบ้าง” ผมยักคิ้วว่าเล่นๆ เพราะว่าประมาทเกินไปหน่อยไม่คิดว่าพวกมันจะมีมีด ทำให้โดนไปหนึ่งแผล รอจนอีกฝ่ายทำแผลจนเสร็จแล้วค่อยไปหยิบหมอน ผ้าปูกับผ้าห่มมาวางตรงพื้นข้างๆเตียง “ปิดไฟ”


            “เออ”


            แล้วผมก็ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายเพราะความเหนื่อยล้าบวกกับเสียเลือด ตอนเช้าถูกปลุกด้วยเสียงไอ้ฟิวส์อย่างเคย สะลึมสะลืองัวเงียตื่นขึ้นอย่างช่วยไม่ได้


            “หกโมงเนี่ยนะ? ไปเปิดประตูรั้วโรงเรียนรึไง?”


            “ไปแดกข้าว”


            “ไม่”


            “ไปอาบน้ำไอ้สัด” ตะโกนบอกพร้อมเขวี้ยงหมอนใส่ ผมจำต้องลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนอาบน้ำก็ทุลักทุเลนิดหน่อยเพราะต้องระวังแผล ออกมาจากห้องน้ำในชุดพละของตัวเองที่เอามาฝากไว้ที่ห้องไอ้ฟิวส์ มันยื่นเสื้อแจ็คเก็ตมาให้ “อะไร?”


            “ใส่ไป ปิดแผล เดี๋ยวอาจารย์ถาม”


            “ไม่เอา บอกว่าหกล้มก็ได้”


            “ใส่ๆไปเหอะน่า วันนี้ก็อากาศเย็นอยู่”


            “ไม่เอา”


            “มึงจะมาทำตัวส้นตีนอะไรตอนนี้”


            “เสื้อมึงมันไม่เท่อะ”


            “-วยนะ คราวหน้าก็หอบเสื้อตัวเองมาอยู่ห้องกูให้หมดเลยไหม?”


            “ก็ดีนะ ย้ายมาอยู่กับมึงมันใกล้โรงเรียนด้วย” ผมว่าพลางรับเสื้อแจ็คเก็ตสีแดงมาใส่


            “ได้โดนพี่มึงแหกอกแน่”


            “เหอะ” ผมพ่นลมหายใจอย่างเซ็งๆเมื่อนึกถึงคนที่ไอ้ฟิวส์ว่า สบัดภาพนั้นออกก่อนจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ “แล้วแดกข้าวไหน”


            “ร้านแถวโรงเรียนนี่แหละ เห็นเขาว่าอร่อย”


            “ลูกสาวสวยแน่ๆ ไม่งั้นดึงดูดเพื่อนกูไม่ได้หรอก” 


            “เห็นกูเป็นคนยังไงก่อน”


            “อยากให้พูดหรอ?”


            “เฮอะ ใส่ร้ายกันทั้งนั้น” 


เราเดินออกมาจากห้อง เอารถมอเตอร์ไซต์ออกไปยังร้านที่ไอ้ฟิวส์บอก พบว่ามีเด็กนักเรียนของโรงเรียนผมทั้งนั้นกำลังนั่งอยู่ข้างใน ข้างนอกมีคนยืนซื้อน้ำเต้าหู้จากร้านแผงลอยอยู่


            “แมว?” ผมหลุดพูดออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากเห็นไอ้หนาวกำลังยืนหั่นผักอยู่ ข้างๆมีผู้หญิงกำลังทำกับข้าว เข้าใจทันทีว่าเป็นร้านของป้าแมว


            “ว่าไงจ๊ะ?


            “สวัสดีครับป้าแมว”


     “แมวพ่อง” ไอ้หนาวว่าแทรก


            “สวัสดีจ้า” ป้าแมวยิ้มตอบท่าทางใจดี ดูแล้วอายุราวสี่สิบต้นๆ 


            “เรียกชื่อแม่กูห้วนๆเลยนะ ไปสนิทกันตอนไหน?”


            “โทษๆ” ผมว่า หันไปมองร้านแผงลอยที่ตั้งอยู่หน้าร้าน เห็นใครบางคนที่ค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตากำลังยืนยิ้มมองแฝดไอ้หนาวตักน้ำเต้าหู้ให้อยู่ “อ้าว แม็ก”


            “ว่าไงเพื่อน”


            “ดีใจจะได้แดกน้ำเต้าหู้หรอ ยิ้มหน้าบานเชียว” ผมเอ่ยแซวอย่างอดไม่ได้ ไอ้แม็กหลุดขำเล็กน้อย


            “ไม่ต้องเติมน้ำตาลนะครับ เพราะแค่เหนือตักให้มันก็หวานมากอยู่แล้ว” คำพูดของไอ้แม็กเล่นเอาเพื่อนคนอื่นที่รอต่อคิวอยู่และพวกผมโฮ่ร้องขึ้นมา เหนือได้แต่อมยิ้มเฉยๆ


            “ไอ้แม็ก!” เสียงตะคอกดังขึ้น “ไอ้หน้าเหี้ยจะม่อพี่กูก็ไปไกลๆ จะได้แดกตีนกูก่อนแดกน้ำเต้าหู้”


            “น้องหนาว ไม่เห็นต้องใจร้ายกับพี่แม็กเลย เราคนกันเอง”


            “น้องส้นตีนอะไร กูไม่นับญาติกับมึง” คำด่าของหนาวทำให้ไอ้แม็กหัวเราะชอบใจกว่าเดิม คนด่าถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ พอจ่ายเงินเสร็จมันก็หันมาพูดกับป้าแมว


            “ขอให้ขายดีๆนะครับแม่แมว ตอนเย็นแม็กจะแวะมาอุดหนุน”


            “จ้า ตั้งใจเรียนนะ”


            “ครับแม่”


            “แม่กูไอ้สัด” ไม่วายโดนน้องเขยตะโกนด่าตามหลังไป ไอ้แม็กยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน 


            “ไปน้าเหนือ เจอกันที่โรงเรียน ไปนะพวกมึงเจอกัน” มันไม่ลืมหันมาบอกพวกผม ผมพยักหน้ากลับให้มัน ในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านนั่นเอง ผมเห็นคนคุ้นตาอีกคนหนึ่ง


            “เอ้า ไอ้ธี มึงด้วยหรอ?”


            “อะไร กูทำไม” ไอ้ธีถามกลับขึ้นมาทันควัน


            “กูฟ้องเนยแน่”


            “ฟ้องแฟนกูทำไม กูแค่มาซื้อน้ำเต้าหู้ไหม? เนี่ยจะซื้อไปฝากเนยด้วย”


            “มันมีข้ออ้างอุดหนุนเขาว่ะ”


            “ธีเอาอะไรอะ” เหนือเอ่ยถาม


            “ธรรมดาสองถุงครับ” ไอ้ธีหันไปตอบท่าทางเกร็งๆเล็กน้อย เออเนาะมาซื้อน้ำเต้าหู้เฉยๆแต่เพื่อนกูเกร็งคนขายหมดแล้ว พอปรายสายตามองดีๆคือเจอเพื่อนทั้งนั้นเลย เป็นเบาหวานกันทั้งชั้นแล้วมั้งเนี่ย


     “มายืนเฉยๆหรอ” หนาวเอ่ยถามเมื่อเห็นผมสองคนเอาแต่ยืนอยู่หน้าร้าน “ร้านกูไม่ต้องการมาสคอต”


     “เออๆ แดกข้าว” ไอ้ฟิวส์ว่าพร้อมเดินเข้าไปในร้าน ผมก็เดินตามเข้ามานั่ง 


     “นึกว่ามึงจะซื้อน้ำเต้าหู้” ผมเลิกคิ้วว่า


     “สัส ก็บอกว่าจะแดกข้าว แต่น้ำเต้าหู้เขาก็ว่าอร่อยเหมือนกันนะมึง”


     “มึงนี่ก็หน้าม่ออีกคน”


     “เฮ้ย แค่บอกว่าน้ำเต้าหู้อร่อย” ไอ้ฟิวส์ว่าก่อนจะมองไปยังเมนูของร้าน พวกผมเลือกเมนูก่อนสักพักจะเรียกให้คนมารับเมนู ซึ่งพนักงานมีคนเดียวคือไอ้หนาว ส่วนป้าแมวเป็นคนทำกับข้าว


     “เช้านี้แดกเหี้ยไรดีครับ”


     “พนักงานโคตรเถื่อนเลย” ไอ้ฟิวส์ว่าพร้อมหลุดขำออกมาเล็กน้อย “ข้าวหมูกระเทียมไข่ดาว ขอพิเศษด้วยนะ”


     “พิเศษเพิ่มข้าว?”


     “เพิ่มกับสิวะ”


     “อ๋อ แล้วมึงอะ?”


     “เอาไรดีวะ เหมือนไอ้ฟิวส์ละกัน” ผมตอบ


     “เค รอแป๊บ” แล้วพนักงานสุดเถื่อนก็เดินออกไป


            “คนมาซื้อเยอะแบบนี้เหนื่อยแย่เลย” ไอ้ฟิวส์ว่าขึ้นในขณะที่สายตาจ้องมองไปยังเหนือ ผมเลยหันหลังกลับไปมองบ้าง “แดกข้าวเสร็จจะซื้อทันไหมวะ”


            “ไม่ทันหรอก แถวยาวถึงหน้าโรงเรียนแล้วมั้ง”


            “มึงว่าน่ารักปะ”


            “ฮะ?”


            “เหนืออะ มึงว่าน่ารักป่ะ”


            “เฉยๆ”


            “เออ ไม่น่าถามมึงเลย เฉยๆกับทุกคนอะ”


     “คนชอบเยอะหรอ” ผมถามกลับ


            “โคตรเยอะ ก็น่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง ใจดี มีเมตตา ถือศีลห้าแล้วก็กินเจด้วย”


            “อะไรมันจะขนาดนั้น” 


            “ก็น่ารักนั่นแหละมั้ง กูยังรู้สึกว่าคนนี้อะน่าเข้าหาเลย” ไอ้ฟิวส์ว่า ผมพยักหน้าแบบขอไปทีให้กับคำพูดนั้น “หนาวก็โอเคนะมึง เสียดายปากหมาไปหน่อย”


            “ไม่หน่อยแล้วมั้ง”


            “ทำเป็นเล่นไป หัวโจกอันธพาลนะนั่นอะ มึงอาจไม่รู้อะไรแต่มีข่าวว่าสิบต่อหนึ่งมาแล้ว เห็นไอ้จ๊าบอย่างงี้มันเป็นหัวหน้าแก๊ง แต่เป็นคนรองตีนไอ้หนาวอีกทีนะเว้ย ตอนที่ไอ้มิกมันไปคุยอะ มันโดนขู่ด้วย”


            “ขู่ว่าไง”


            “จะพูดอะไรก็คิดดีๆ ไม่อย่างนั้นปืนที่กูมีจะลั่นใส่หน้ามึง”


            “เหี้ย...จริงอ่อวะ โหดสัด” ผมกระซิบเสียงเบา กลัวว่าคนที่กำลังนินทาอยู่จะได้ยิน “ขู่เอาปืนยิงในโรงเรียนอะนะ”


            “เออ มันเอาปืนจ่อเอวไอ้มิก เอาปืนซ่อนในเสื้ออย่างนี้เลย” ไอ้ฟิวส์ทำท่าประกอบไปด้วย “ก็ว่าทำไมต้องหันหลังชนกัน คนบ้าอะไรมายืนเอาหลังชนกันข้างสนามบอล แล้วขู่ว่ามีลูกน้องอีกสี่สิบคน ถ้ายังอยากอยู่ในโรงเรียนนี้ แต่มากระตุกหนวดมัน ถือว่าคุยดีๆแล้ว”


            “เอาปืนจ่อนี่คุยดีๆแล้วหรอ นี่มีคนอันตรายขนาดนี้เดินเพ่นพ่านในโรงเรียนได้ไง ลูกยากูซ่าหัวหน้าแก๊งไหนรึเปล่า เชี่ย วันนั้นกูแค่โดนต่อย ดีนะไม่โดนยิง เราต้องเตือนคนอื่นๆให้ระวังตัวแล้ว”


            “จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อย มันเอาจริง” คนนั่งตรงข้ามผมว่าพร้อมพยายามกลั้นขำให้กับความไร้สาระของพวกเรา


            “เออๆ” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แต่ทำไมลูกชายหัวหน้าแก๊งถึงมาเปิดร้านอาหารวะ”


            “นินทาไรกู” เสียงหนาวดังขึ้น ข้าวสองจานถูกวางลงบนโต๊ะ “หัวหน้าแก๊ง-วยไร กูได้ยินนะพวกเหี้ย”


            “อ้าว ได้ยินหรอ ชิบหายแล้วว่ะฟิวส์” ผมหันไปมองไอ้ฟิวส์ 


            “เฮ้ย ลูกพี่ใจเย็นก่อน ไอ้จ๊าบมันมาเล่าให้พวกกูรู้ถึงพลังอำนาจของมึงแล้ว พวกกูเข้าใจ จะไม่ไปแหยมแน่นอน”


            “แม่ง ทำไมชีวิตกูต้องเจอแต่คนปัญญาอ่อนวะ รีบแดกรีบไปไป๊ไอ้พวกเวร” หนาวถอนหายใจใส่พวกผมเฮือกใหญ่ หันหลังเดินออกไปโดยปล่อยให้พวกผมนั่งหัวเราะกับความไร้สาระกันสองคน


            “อร่อยสัส” ผมว่าหลังจากที่ตักข้าวคำแรกเข้าปาก “เฮ้ยทำไมอร่อยจังวะ”


            “เอออร่อยจริง ข้าวนุ่มอะ”


            “บ้า ทำไมอร่อยขนาดนี้” ผมขมวดคิ้วพูดเสียงจริงจัง “กูจ้างป้าแมวไปเป็นเชฟบ้านกูได้ไหมเนี่ย อร่อยเกิ๊น”


            “ถ้าไปเป็นเชฟบ้านมึง พี่มึงก็จะได้กินด้วยนะ”


            “มึงพูดถึงมันอีกแล้ว มึงแอบชอบมันหรอ” ผมทำหน้าเบื่อหน่าย “งั้นไม่เอาอะ กูจะแอบมาแดกคนเดียว ไม่ให้น้ำหน้าอย่างมันได้แดกอะไรอร่อยๆหรอก”


            “เกลียดอะไรกันขนาดนั้น พี่น้องแท้ๆ”


            “เฮอะ ตอนเด็กๆกูน่าจะขี้ใส่ปากมัน”


            “แหวะ ไอ้เหี้ย อุบาทว์ คนแดกข้าวอยู่”


            “หึ อ่อนแอ”

 

 

 

 

 

 

 

            .....  

 

 

 

 

 

 

            ตกเย็นถึงเวลาซ้อมตามปกติ แบ่งเป็นสองทีมสีแดงกับสีน้ำเงินให้แข่งกัน ผมอยู่สีน้ำเงิน ในทีมมีไอ้หนาวด้วย แรกๆทำเกมได้ดีแต่พอผ่านไปสักพักผมสังเกตว่าฟอร์มไอ้หนาวมันแย่ลง เพื่อนคนอื่นไม่ได้สังเกตเห็นเอาแต่ส่งลูกให้มันอยู่นั่น


            เพราะเป็นกัปตันทีมมานานทำให้ผมสังเกตเพื่อนร่วมทีมจนติดเป็นนิสัย มันชอบมีพวกบาดเจ็บแต่ฝืนเล่นอยู่บ่อยๆ


     “เฮ้ย หนาว”


            “ไร” มันหันมามองด้วยสีหน้าซีดๆและเต็มไปด้วยเหงื่อ


            “ไปพักไป”


            “กูไหว”


            “ไปพัก กูสั่ง มึงกำลังจะทำให้ทีมแพ้แล้ว”


            “...


            “เปลี่ยนไอ้บอสเข้ามาด้วย”


            “เออ” หนาวท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะยอมเดินออกจากสนามไป คุยกับบอสแล้วเปลี่ยนตัวกลงสนามมา ผลก็ตามที่คาด ทีมสีน้ำเงินชนะด้วยแต้มที่ไม่ห่างกันมาก เพราะว่าเกมถูกตีเสมอไปช่วงที่ไอ้หนาวแม่งไม่ไหวแล้วแต่ไม่มีใครรู้ตัวสักที เอาแต่ส่งบอลให้มัน 


            ผมเห็นไอ้หนาวอยู่กับไอ้โป กำลังนั่งพักกันอยู่


            “พวกมึง” ผมเรียกไอ้ฟิวส์กับไอ้มิก


            “มีไร”


            “กูว่าจะพักซ้อมไอ้หนาวสักอาทิตย์ว่ะ”


            “ทำไม”


            “มันท่าทางไม่ไหว บาดเจ็บฝืนไปก็เท่านั้น”


            “มันดูก็ไม่เป็นไรมากนี่หว่า” ไอ้มิกเลิกคิ้วว่า “มึงคิดมากไปเปล่า”


            “มึงอย่าไปเถียงกัปตันดิ ไอ้เสือมันมองออกแหละว่าลูกทีมคนไหนไหวไม่ไหว” ฟิวส์เอ่ยแทรก “แล้วแต่มึงอะ มึงเป็นกัปตันนี่ ระวังมันโมโหเอาละกัน หนาวมันตั้งใจซ้อมจะตาย”


“เออ แต่ถ้าไม่ฟังกัปตันอย่างกู มันจะเล่นกับทีมได้ยังไงล่ะ” ผมว่าไปตามความจริง ก่อนจะเดินเข้าไปหาสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ เดือนหนาวหันมามองผมอย่างแปลกใจ


            “มีอะไรหรอ”


            “มาคุยหน่อย”


            “อ่า เดี๋ยวมานะ” หนาวหันไปบอกอีกฝ่าย โปพยักหน้ารับ ก่อนพวกเราจะออกมาคุยที่จุดไม่ห่างจากที่เดิมเท่าไหร่นัก “มีอะไร”


            “มึงพักซ้อมสักอาทิตย์ ไม่สิ จนกว่าแผลจะหาย”


            “แผล? อ๋อ ที่แขนนี่อะหรอ ช้ำเฉยๆ กูไม่ได้ใช้แขนเล่นปะวะ” มันเถียง


            “กูหมายถึงแผลที่ขามึง”


            “...รู้ได้ไง”


            “รู้แล้วกัน กูเป็นกัปตัน สังเกตคนในทีมตลอดอยู่แล้ว” ผมยักไหล่ “พักไปก่อน หายแล้วค่อยมาซ้อม มันดีต่อทั้งตัวมึงแล้วก็ทีมมากกว่า”


            “เออๆ เข้าใจแล้วกัปตัน”


            “แล้วไปทำไรมาวะ?”


            “ตกบันไดเมื่อเช้า”


            “เออ นักกีฬาต้องระวังไม่ให้บาดเจ็บ”


            “หรอ แล้วมึงอะ”


            “อะไร?” ผมถามกลับ มันยกมือขึ้นมาแตะแผลของผมที่อยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ต เผลอกัดฟันเพราะความเจ็บโดยไม่รู้ตัว


            “มึงก็นักกีฬา ทำไมไปมีเรื่องแล้วบาดเจ็บ มันใช่เรื่องหรอ?” 


            พอโดนว่าย้อนกลับมาแบบนี้ เล่นเอาผมพูดอะไรไม่ถูก


            “มึงเห็น?”


            “หลังบ้านกูเอง พวกเด็กแว้นเมื่อคืนก็แก๊งประจำที่ชอบมาแว้นแถวนั้น”


            “อืม กูมีเหตุผลของกู”


            “เป็นผู้ชายลึกลับซะด้วย” ไอ้หนาวเอ่ยแซว “เอาเถอะ แต่ยังไงก็ขอบคุณมึงนะ”


            “ทำไมวะ”


            “กูรำคาญพวกนั้นมานานแล้ว นอนแทบไม่หลับเลยบางคืน ได้มึงมาช่วยเก็บให้ก็สงบหน่อย”


            “...


            “เงียบทำไมวะ” คนตรงหน้าถามหลังจากเห็นผมนิ่งไป ยกมือขึ้นแตะต้นแขนเบาๆเรียกสติ


            “ไม่มีไร” ผมว่าก่อนจะหันหลังกลับ เดินกลับมาหาเพื่อนที่โต๊ะตัวเดิม “พวกมึง”


            “อะไร แล้วหนาวว่าไง?”


            “ก็โอเค คุยได้ ไม่ได้โดนปืนจ่อหัวหรืออะไร” ผมตอบ “พวกมึง”


            “มีไรก็พูด”


            “กูเพิ่งเคยได้รับคำขอบคุณ”


            “ก็มึงไม่เคยทำดีกับใครนี่ ใครจะมาขอบคุณมึง” ไอ้มิกว่าสวนขึ้นมาทันที ผมหันหน้าไปมองมันอย่างตะหงิดใจเล็กน้อย


            “ไม่ หมายถึงไอ้สิ่งที่กูทำตอนกลางคืนเนี่ย”


            “อะไร? ไปเป็นอัศวินรัตติกาล เป็นแบทแมน ไล่เก็บเด็กแว้นตอนกลางคืนอะนะ” ไอ้ฟิวส์ขมวดคิ้วถาม “ใครมาขอบคุณมึงล่ะ กูจะไปด่ามัน”


            “ด่าทำไม มันมองเห็นความดีของกูนะเว้ย”


            “ไอ้ห่า หาเรื่องใส่ตัวล่ะสิไม่ว่า” ไอ้ฟิวส์ถอนหายใจ “มิกมึงช่วยกูห้าม”


            “ไม่ กูพยายามมาหลายปีแล้ว กูค้นพบว่าการห้ามอะไรไอ้เสือเป็นสิ่งที่เหนื่อยเปล่า กูได้เรียนรู้แล้วฟิวส์ ทำไมมึงไม่เรียนรู้ซะบ้าง?”


            “รำคาญจริง เออแล้วแต่มึงเถอะ สรุปแดกข้าวไหม เร็วๆกูหิวแล้วเนี่ย”


            “เออ ร้านเดิมนะ” ผมว่าพร้อมลุกขึ้น สะพายกระเป๋าเป้แล้วเดินนำพวกมันไป

 

 

 





 

            .....

 

 



 



 

            ถอดกระเป๋ากับเสื้อแจ็คเก็ตทิ้งไว้บนพื้น หยิบมือถือกับกระเป๋าเงินที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงโยนลงบนเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน


     “ขออนุญาตค่ะ” เสียงเอ่ยขอคำอนุญาตดังขึ้นจากอีกฝากของประตู ผมลุกขึ้นไปเปิด เห็นแม่บ้านคนนึงกำลังถือถาดของว่างอยู่ “คุณหญิงบอกให้เอามาให้ค่ะ”


            “อืม” ผมยื่นมือไปรับถาดนั้นไว้ “ไอ้นั่นล่ะ?”


            “คุณลีโอเข้าบริษัทค่ะ”


            “กลับเมื่อไหร่”


            “คาดว่าจะกลับมาดึกๆค่ะ”


            “อืม บอกคนอื่นว่าห้ามมากวนนะ”


            ผมปิดประตูห้องนอน วางของว่างลงบนโต๊ะ เผลองีบไปสักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีกครั้ง ผมไม่สนใจปล่อยให้เคาะต่อไปจนกระทั่งจากเคาะกลายเป็นทุบแรงขึ้นเรื่อยๆจนผมรำคาญ


            ผมจำใจเปิดประตูออกไป เห็นผู้ชายหน้าคล้ายผมแค่ตัวสูงกว่า ใส่สูทสีเทายืนอยู่หน้าประตู


     “มีอะไร”


     “พ่อให้ไปกินข้าว”


     “กินมาแล้ว”


     “ไม่ยักกะรู้ว่าเดี๋ยวนี้หัดรีบกินข้าวข้างนอกมาก่อน เพราะจะหลบหน้าครอบครัว”


     “แล้วทำไม”


     “ยอมรับแล้วหรอว่ากำลังหลบหน้า?” ลีโอเลิกคิ้วขึ้นสูง เหยียดยิ้มอย่างจงใจปั่นประสาท “อย่างกับเด็กน้อย”


     “แค่ไปกินข้าวกับเพื่อนมาแล้วเนี่ยนะ?”


     มันยังไม่ตอบภายในทันที เหลือบสายตามองแผลที่แขนของผม


     “ยังไม่เลิกทำอะไรโง่ๆอีกหรอ”


     “เสือก”


     “เด็กน้อยเรียกร้องความสนใจรึไง? แค่กลุ่มกระจอกๆยังบาดเจ็บกลับมา อย่างนี้ยังทำเป็นเก่งอีก”


     “...” ผมไม่ว่าอะไร แค่จ้องดวงตาคู่นั้นอย่างไม่พอใจอย่างชัดเจน


     “พี่ชายคนนี้จะพาไปเที่ยวก็ได้นะ ลองอ้อนดูสิ”


     “สิงห์ มึงช่วยไปตายทีนะ”


     “หึ” มันยกยิ้มอย่างชอบใจ “ให้เวลาสิบนาที”


     คนตัวสูงกว่าหันหลังกลับเดินออกไป ผมปิดประตูอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก จำไม่ได้แล้วว่ามันเริ่มทำตัวกวนตีนอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้แค่ว่านานพอที่ทำให้ผมเกลียดมันเข้าไส้ ยิ่งถ้านับรวมพ่อด้วยแล้ว มันเป็นครอบครัวที่ไม่อยากอยู่เลย


     ผมเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างแปลกไปจากครอบครัวอื่น พ่อเป็นคนมีอิทธิพลทั้งโลกเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปล่อยกู้จำนวนมหาศาลหรือให้เรียกง่ายๆก็มาเฟีย


     ลีโอแก่กว่าผมเจ็ดปีทำให้เราไม่ค่อยสนิทกัน ตั้งแต่จำความได้ก็ถูกสั่งให้ทำนั่นทำนี่ ไม่เคยได้เล่นเหมือนเด็กคนอื่น ไม่เคยได้ทำตามใจตัวเอง ผมมีต้นแบบคือลีโอ พี่ชายที่เป็นคนเก่ง ความสามารถรอบด้าน ลูกชายคนโตที่พ่อภูมิใจ


     อะไรที่ลีโอทำได้ ผมก็ต้องทำได้และถูกคาดหวังให้ทำได้ดีกว่าด้วย ผมถูกบังคับไปเรียนการต่อสู้ ถ้าทำได้ไม่ดีหรือร้องไห้จะถูกลงโทษ จำได้ว่าตอนเด็กเคยถูกจับมัดติดกับต้นไม้ทั้งคืน มีผมคนเดียวท่ามกลางความมืด ความเงียบสงัด มันทั้งหนาวและน่ากลัว สาเหตุแค่เพราะแอบโดดเรียนเทควันโด


     เหมือนต้องอยู่ท่ามกลางความกดดันของพ่อและพี่ชาย วัยเด็กของผมเลยไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก ทั้งหมดที่อยู่ในความทรงจำคือถูกดุด่า ถูกตี ถูกทำโทษ ตอนเด็กผมทำได้แค่อดทน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยผมก็เริ่มต่อต้าน อะไรที่พ่ออยากให้ทำ ผมจะไม่ทำ อะไรที่พ่ออยากให้เป็น ผมจะไม่เป็น


     นั่นทำให้ผมมีปัญหากับที่บ้านมาหลายปีแล้ว


            เวลาล่วงเลยไปเกือบยี่สิบนาที ผมเดินลงไปชั้นล่างเพื่อไปยังห้องกินข้าว มีพ่อ แม่กับลีโอนั่งอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนหันมามองผมเป็นตาเดียว


            ทันทีที่นั่งลง ผมยกเท้าขึ้นวางบนโต๊ะ


            “เอาเท้าลง” ลีโอว่าขึ้นทั้งที่ไม่ได้เบนสายตามาทางผม


            “ไม่”


            “ชอบทำตัวโง่ๆ” 


            “หรอ งั้นมึงฉลาดนักสิ”


            “อย่างน้อยๆ ตอนเด็กกูก็ไม่ได้ทำตัวมีปัญหา ชอบทำตัวขวางโลกแบบมึง”


            “จ้า ก็มึงมันลูกที่ดีของพ่อหนิ จูงจมูกไปทางไหนก็ไปหมด พ่อบอกให้กินขี้มึงก็กินมั้ง ไอ้คนไม่มีสมองเป็นของตัวเอง”


            “มึงคิดว่าการที่มึงทำตัวแบบนี้มันดีแล้วรึไง คิดว่ามันเจ๋ง มันเท่ มันน่าภูมิจริงๆที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนได้ อายุเพิ่มแต่สมองไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แค่นี้ก็คิดไม่ได้ ยังไงก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”


            ผมซัดหมัดตรงเข้าที่หน้าของมันโดยไม่ทันได้คิด แต่ว่าโดนรับเอาไว้ได้ทัน ในขณะที่ลีโอมันกำลังจะสวนหมัดกลับมาแล้วผมเตรียมหลบ เสียงของแม่ก็ดังขึ้น


            “พี่สิงห์พี่เสืออย่าทะเลาะกัน! นี่เวลากินข้าวนะ!


            “ครับ” ไอ้สิงห์ว่าพร้อมจัดเสื้อสูทให้เข้าที่แล้วนั่งลงสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม ผมก็นั่งลงเหมือนกัน


            “ตักข้าวให้พี่เสือหน่อย” แม่หันไปบอกแม่บ้าน ไม่นานข้าวสวยก็ถูกตักมาใส่จานเปล่าของผม


            “เสือ” เสียงของพ่อเอ่ยเรียก


            “?”


            “ได้ข่าวว่าบาดเจ็บเพราะไปมีเรื่องกับแก๊งเด็กหรอ” สิ้นคำถาม ผมหันไปมองไอ้สิงห์ที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ “ไม่คิดว่ามันน่าอนาจเกินไปหน่อยรึไง เป็นถึงลูกชายฉันแต่กลับทำตัวน่าผิดหวังแบบนี้ เอาเถอะ แต่ฉันก็เลิกหวังกับคนอย่างแกนานแล้ว”


            “...” ผมพยายามอดทนเงียบ ก้มลงตักข้าวกินแทนเหมือนไม่ได้สนใจ


            “ฉันพูดได้ยินไหม?”


            “อะไรที่ไม่น่าเข้าหู ก็ไม่อยากได้ยินหรอก”


            “แกต้องไปฝึกเพิ่ม ฝีมือแบบนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก ฉันไม่ต้องการคนอ่อนแอ มันน่าสมเพช”


            “ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก” ผมว่าพร้อมลุกขึ้นจากโต๊ะ แม่เอ่ยห้ามแต่โดนพ่อห้ามไว้ เดินออกมาจากบ้านทั้งอย่างนั้นโดยไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากกุญแจมอเตอร์ไซค์ที่ยังไม่ได้เอาออกจากกระเป๋ากางเกง คว้ารถแล้วขี่ออกไปทันทีด้วยความโกรธที่คุกครุ่นอยู่ในใจ

            

 




 

 

            .....

 

            

 

 





            “โอ๊ยไอ้เหี้ยพวกกูไปทำอะไรให้มึงวะ!!


            “กูเบื่อ” ผมตอบก่อนจะเหยียบลงไปที่แขนของคนที่พูดอย่างแรง หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดอีกมวน เพราะขี่มอเตอร์ไซค์เล่นไปเรื่อยๆแล้วได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย มาดูถึงเห็นเป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์กำลังสุมหัวกันอยู่ ดูแล้วคิดว่าคงไม่ได้นัดกันมาทำอะไรดีๆแน่ๆ ผมเลยรีบจัดการก่อนที่พวกมันจะออกไปทำชั่ว


            แต่ผมไม่ได้ไปไล่ตีคนอื่นไปทั่วหรอกนะ แค่ดูแล้วมันไม่น่าไว้ใจ แอบฟังได้ยินว่าพวกมันจะไปแข่งรถกันแล้วมีรางวัลเป็นยาเสพติดด้วย 


            ที่ทำเพราะเบื่อ อยากหาที่ระบายตอนอารมณ์ไม่ดี อีกอย่างถือว่าเป็นการทำความดีไปด้วยในตัว พวกเพื่อนเลยแซวว่าเป็นแบทแมนกันไง


            ผมมองซองใส่ผงสีขาวที่หล่นมาจากเสื้อของพวกมัน


            “พกน้ำตาลมากินด้วยหรอ” ผมถามคนที่นอนกองอยู่ “ติดหวานนะเราอะ”


     “มึงอย่าให้ลูกพี่กูรู้นะเว้ย กูจำหน้ามึงได้!...” เสียงเล็ดลอดไรฟันออกมาอย่างน่าสมเพช พวกมึงเกือบสิบกว่าคนยังทำให้กูมีแผลไม่ได้ ยังจะกล้าขู่อีกงั้นหรอ


     ผมนั่งลงแล้วพ่นควันบุหรี่ใส่มัน


     “ไทเกอร์” 


     “โอ๊ยยยย” ผมเตะเข้าที่ท้องของมัน ก่อนเสียงร้องจะดังขึ้นมา


     “อย่าจำแค่หน้า จำชื่อกูไว้ด้วยแล้วกัน”


            ผมโยนบุหรี่ลงที่พื้นแล้วเหยียบเพื่อดับ ทิ้งให้พวกนั้นนอนเกลื่อนกลาดอยู่ริมถนน ส่งเสียงร้องโอดครวญอย่างน่ารำคาญ ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วพุ่งออกไปจากจุดนั้นทันที ขี่ไปเรื่อยๆสายตาก็มองหากลุ่มคนไปด้วย


     แม่งเอ๊ย...อารมณ์ยังไม่ดีขึ้นเลย


     แถวนี้มันไม่มีแก๊งไหนออกมาแว้นเลยรึไง


     อยากทำความดีโว้ย!!

 

            

 

 

            

 





            

 

#ช่วงนี้เดือนหนาว

 

 

 

 

 

เกอร์ หนาวไม่ใช่มาเฟีย แกนั่นแหละมาเฟีย! 5555555555555

 

            

 

 

 

สำหรับปัญหาในครอบครัวของเกอร์ก็คือเกอร์เป็นเด็กที่ถูกบังคับมาตั้งแต่เด็ก ให้ฝึกต่อสู้ทั้งที่ไม่เต็มใจเจ็บตัวก็เจ็บ ด้วยความที่เป็นมาเฟียด้วยก็เลยลงโทษด้วยวิธีรุนแรง ถูกเทียบกับพี่ชายตลอด ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้นนะ  วัยเด็กที่จำได้ไม่ใช่การไปเที่ยว การได้เล่น ได้กอด ได้ถูกมอบความรักเหมือนเด็กคนอื่น เลยเข้าไม่ถึงความอบอุ่นของครอบครัว ไม่รู้สึกถึงความรักความใส่ใจเลย

พอโตมาหน่อยก็เริ่มต่อต้าน ประชดประชัน ทำสิ่งที่อยู่นอกกรอบออกไปจากที่เคยทำโดยไม่สนผลที่อาจจะตามมา บวกกับความแสบ มุทะลุตามวัย เลยทำให้เป็นเกอร์ในตอนนี้

 

 

 

            

            

 


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.376K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,166 ความคิดเห็น

  1. #10236 K.white wine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 20:32
    เสือแกอะมาเฟียของจริง ไม่ใช่น้องหนาววว
    #10,236
    0
  2. #8129 waan4121 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 23:44
    กอดๆนะเกอร์
    #8,129
    0
  3. #7358 ck6224 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 09:44
    ปืน? ลูกน้อง20คน ? 55555 ไส่ไข่เพิ่มกันสุดๆ
    #7,358
    0
  4. #7163 it's me (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 20:45
    ยังคืดไม่ออกเลยเกอร์มันจะไปชอบหนาวยังไงหน่อออ แต่พ่อนี่เป็นอะไรมากไหม คาดหวังเกิ๊นนน
    #7,163
    0
  5. #7146 PikazZA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 15:17

    พ่อกับพี่คือไปพัก

    #7,146
    0
  6. #6858 crzoldyck7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 21:25
    สงสารเกอร์เลย ทำไมครอบครัวเป็นงี้!!
    #6,858
    0
  7. #6854 258011 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 16:04
    โครตเเย่ คนนอกเปรียบเทียบยังไม่เจ็บเท่าพ่อเเม่เปรียบเทียบเลย
    #6,854
    0
  8. #6307 nongnuch_mint (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 18:05

    มันแย่มากนะที่ถูกเปรียบเทียบอ่ะ เข้าใจพี่เสือนะ
    #6,307
    0
  9. #6274 Jinjoo.K (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 17:03
    แย่สุดคือการโดนเปรียบเทียบกับพี่น้องนี่แหละ
    #6,274
    0
  10. #6172 BaiTong23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 06:57
    แบทแมน 55555
    #6,172
    0
  11. #5293 blackpinkmilk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 12:51
    อัศวินรัตติกาล 🤣🤣🤣 โครตเท่ห์
    #5,293
    0
  12. #5245 Aisa-Mee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:02
    ทำความดีไม่แปลก แค่ที่บอกคือทำเพราะอารมไม่ดี
    #5,245
    0
  13. #5017 สาคูสาคลื่น (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 07:26
    โอ๋ๆนะพี่เก้อคนดีของนุ้งงง;_;
    #5,017
    0
  14. #4573 Pass "-" (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 04:02
    หนาวมีความคล้ายฉันเหมือนกันนะ ปากจั๊ดจัด
    #4,573
    0
  15. #4514 PamKwanjira (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 18:04
    พี่เสือสุดเท่🥺🥺
    #4,514
    0
  16. #4512 เเก้มอ้วน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 16:17
    กอดนะพี่เสือ🥺
    #4,512
    0
  17. #4050 Beom_0601 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 11:47
    สงสารพี่เสือ
    #4,050
    0
  18. #3873 jp.ploy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 15:43

    รออยู่นะพี่เสือเดือนหนาว

    #3,873
    0
  19. #3871 Y my Way (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 15:08

    กอดๆๆๆๆๆ พี่เสือ✌🏻✌🏻

    #3,871
    0
  20. #3868 เดี้ยนเองค้าาาาาาา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 01:21
    สงสารทั้งเกอร์ทั้งหนาวเลย
    #3,868
    0
  21. #3866 อันยองอันยอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 22:07
    เพื่อนแต่ละคนคือใส่ไข่เก่งเวอร์ 5555555 คนที่มาเฟียคือพิเสือต่างหาก
    #3,866
    0
  22. #3863 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:41
    สงสารเกอร์จังเลย
    #3,863
    0
  23. #3862 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:41
    สงสารเกอร์จังเลย
    #3,862
    1
    • #3862-1 Book Cafe(จากตอนที่ 3)
      25 สิงหาคม 2563 / 20:04
      ใครรวยสุดเหรอคะ พี่โจฮันหรือไทเกอร์
      #3862-1
  24. #3861 ooy1565 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:41
    สงสารเกอร์จังเลย
    #3,861
    0
  25. #3860 ppaenggpaeng (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 09:57
    เพื่อนแต่ละคนคือปั้นสุด สร้างเรื่องเก่งสุด หนาวเป็นคนโหดๆเลยป่ะ5555555555555555555555555555555555555555
    #3,860
    0
  26. #3847 Pa.lxy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 17:57
    เอาจริงเข้าใจไทเกอร์นะ น่าสงสารเรื่องครอบครัวไม่พอยังออกจากเฟรนโซนไม่ได้อีกแงงง
    #3,847
    1
    • #3847-1 Thawanhatai_100(จากตอนที่ 3)
      27 สิงหาคม 2563 / 11:12
      โครตตอกย้ำเลยอะ555 ปมที่เเก้ไม่หาย เเอบชอบเขาเป็นปีๆ ทั้งยังได้เป็นรูมเมทห้องเดียวกัน เเต่ก็ยังออกจากเฟรนโซนไม่ได้ ความกากนี้ท่านได้เเต่ใดมา😂
      #3847-1
  27. #985 Felinonajang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:17

    โห้ย เข้าใจไทเกอร์เลยอะ พี่ชายก็ยังไง พ่อแม่อีกแทนที่จะปรามพี่ชาย น่ารำคาญแทนไทเกอร์เลย

    #985
    0
  28. #984 booilil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:16
    ทำความดีเพื่อที่จะอารมณ์ดี โอโหหหห ในความกากยังมีความดีอยู่นะจ๊ะ
    #984
    0
  29. #982 dreammy2603 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:05
    สงสารทุกคนเลย
    #982
    0
  30. #981 จะซุ่ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 01:02
    คนดีไปอีกกกกก 5555
    #981
    0
  31. #980 tirakandan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:59
    คนดีเสียจริงพ่อหนุ่ม
    #980
    0
  32. #979 nxmex (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:59
    เออติสดีอ่ะ อารมณ์ไม่ดีก็ไปลงกับพวกก่อกวนชาวบ้าน ถือเป็นการทำดีแทน จริงๆหัวคิดดีน้า เสืออ่ะ น่ารักนะเราอะ
    #979
    0
  33. #978 oatcool48 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:55
    เก่งไปอี้กกกกเสือโว้ยยยยยยย
    #978
    0
  34. #977 relly relly22 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:50
    โอ้ยยย เสือโครตอินดี้อ่ะ มีการอารมณ์ไม่ดีแล้วต้องไปทำดี555
    #977
    0
  35. #976 Tanatorn_M (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:46

    ตอนนี้ต้องยกให้กัปตันแกเท่จริงๆ55555555555

    #976
    0
  36. #975 อันยองอันยอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:42
    พี่เสือคนดี
    #975
    0
  37. #972 Baitoey115 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:36
    ผู้พิทักษ์ความดี! ฮีโร่! 555555 โอ้ฉันบ้าไปแล้ว
    #972
    0
  38. #971 Baitoey115 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:35
    อ่านจบคือ เรานึกถึง วันพั้นแมน หน้ากับเสียงไซตามะ ลอยมาเลยอ่ะ5555
    #971
    0
  39. #970 sunbury (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:35
    คนดี~~~~
    #970
    0
  40. #969 Baitoey115 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:33
    โอโหเลยยย พี่ไทเกอร์คนดี ทำไมเรื่องอื่นพี่โครตไม่กากอ่ะ
    #969
    0
  41. #968 bananaSHN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:32
    แงงงงพี่เสือคนดีของน้องเท่มากกกกรี้ด
    #968
    0
  42. #967 kim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:30

    ทำดีมากลูกเเต่ช่วยไปช่วยน้องหน่อยนะ น้องกำลังเจ็บหนักเลย

    #967
    0
  43. #966 cs6112 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:27
    อารมณ์ไม่เลย เลยออกไปทำความดีเนี่ยนะ ไปช่วยเดือนหนาวด้วยนะ พลีสสสส
    #966
    0
  44. #965 sasonsasai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:27
    จะเปรียบเทียบลูกอะไรขนาดนั้น
    พี่ชายก็กวน
    #965
    0
  45. #964 น้องคิดของคูมแมะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:26
    ไปช่วยเดือนสิไทเกอร์ได้บุญด้วยนะ เผื่อภายภาคหน้าผลบุญนี้จะกลับมาช่วยให้หลุดจากเฟรนด์โซนไวขึ้นอีกหน่อย เอะ หรือจะต้องอยู่ในนั้นตลอดปัยยยยย
    #964
    0
  46. #963 ___glasss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:25
    โครตขวางโลกเลยพี่ งุ้ยแต่พอเข้ามหาลัยไปเจอหนาวอีกทีก็คืองุ้งงิ้งมากอะ-///-
    #963
    0
  47. #962 ลูกหมี จร้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:24
    เอิ่ม หวังว่าพี่เสือไม่ถูกจับซะเองนะ
    #962
    1
    • #962-1 Howlvy(จากตอนที่ 3)
      16 มีนาคม 2562 / 00:27
      จับไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ เขามีเส้นสายใหญ่ขนาดนั้น5555
      #962-1
  48. #961 My-iDeA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:24
    นี่ไง....หนาว พระเอกขี่ม้าขาวที่หนาวเคยบอกว่าไม่มีอยู่จริง เค้ามาแร้วววว~
    #961
    0
  49. #960 februus4000 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:23
    ทำไมเกรี้ยวกราดแบบนี้กรี๊ดดดดดดดดด
    #960
    0
  50. #959 Bbiwbiw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:23
    เรียกลูกไปกินข้าวเพื่อไปฟังตัวเองยกยอลูกชาย เหอะะ
    #959
    0
  51. #958 Mod_6104 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:22
    ความดีของแกคือการไล่กระทืบคน... อ่าจะดีมากเลยเสือ
    #958
    0