#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 28 : Chapter 27 : ตัวใหญ่ใจจิ๋ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,041 ครั้ง
    7 เม.ย. 64

Chapter 27 ตัวใหญ่ใจจิ๋ว

 

 

 

 

            “ชายเมี่ยง!

            “เชียงใหม่!

            “ชายเรียง!

            “เชียงราย!

            “ชายสี่!

            “หมี่เกี๊ยว!

            “แฮ่!!” ผมว่าอย่างสนุกสนานกับมิกกี้ท่ามกลางความไม่ตลกของเพื่อนรอบข้าง พวกเรามาถึงเชียงใหม่กันแล้วในช่วงเดือนมิถุนายน พยากรณ์อากาศบอกว่าช่วงนี้ฝนตกบ่อยและดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มทว่าอากาศดี

            มีผม แดน เสือ มิก ฟิลด์และตุลย์ หกคนที่สอบติดที่นี่นัดมาเที่ยวด้วยกัน ทริปประมาณสามวันสองคืน มานานไม่ได้เพราะพ่อแม่ของหลายคนเป็นห่วง วันแรกของทริปเรามาถึงเชียงใหม่ช่วงบ่าย เอาสัมภาระต่างๆไปเก็บที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยไปดูมอ

            “ทำไมพวกมึงสองคนดูสนุกกับมุขอย่างนี้จัง” ตุลย์ว่าขึ้น

            “อะไรวะ ไม่สนุกก็อย่ายุ่งดิ” มิกว่ากลับ

            ผมว่าเสริม “นั่นดิ ไม่สนุกแล้วยุ่งไรว้า อยากมีเรื่องอ่อ”

            “นักเลงจังวะไอ้คู่นี้” ตุลย์บ่นเสียงเบาพร้อมหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง “คู่โง่”

            พวกเราสองคนเอ่ยเถียงแต่นายตุลาไม่พูดอะไรเอาแต่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่พวกเรา ด่ากลับมายังสนุกกว่าเลยแท้ๆ ตอนนี้พวกเราอยู่บนรถโดยสารที่ทาสีแดงทั้งคัน ไปเสิร์ชข้อมูลมาเขาบอกว่าถ้าพูดภาษาเหนือแล้วจะได้ลดราคา ผมลองแล้วนะแต่ราคาก็ยังแพงอยู่ไม่รู้ทำไม

            “เสือมึงว่าภาษาเหนือที่กูเตรียมมามันโอเคปะวะ” ผมหันไปคุยกับเสือ หลังจากมันบอกว่าน้อยใจที่ผมไม่มีเวลาให้ ผมรู้สึกเอ็นดูมันอย่างบอกไม่ถูก รู้นะว่าเป็นคนติดเพื่อนแต่ไม่คิดว่าจะติดขนาดนี้ มิกกับฟิลด์ติดสาวจนไม่มีเวลาให้มันแล้ว เพื่อนคนที่เหลืออย่างผมก็ยังดันไปติดสาวจนไม่มีเวลาให้มันอีก เข้าใจเลยว่าทำไมถึงน้อยใจ

            ตัวใหญ่แต่ใจจิ๋วจริงๆ...

            จากนั้นผมเลยพยายามหาเวลาอยู่มันมากขึ้น สนใจมันมากขึ้น มีอะไรก็ถามก็คุย เรื่องที่รู้อยู่แล้วก็ถาม ชวนคุยมันไปแทบทุกเรื่อง มันก็ดูแฮปปี้ดีนะแต่ผมเริ่มคิดแล้วว่าถ้ามันจะติดเพื่อนขนาดนี้ผมคงมีแฟนไม่ได้แล้วมั้ง...อืม ไม่เป็นไรหรอก ไว้มันมีผมค่อยมี มีแฟนพร้อมกันจะได้ไม่งอแงอีก ให้มันไปงอแงกับแฟนมันเอา

            ไอ้เสือมีแฟนเนี่ยนะ คิดภาพไม่ออกอะ สมมติว่ามันจะโสดตลอดชีวิตผมก็ต้องโสดตลอดชีวิตตามมันหรอ ไม่ได้ปะวะ ถึงเวลาจริงๆมันต้องเข้าใจดิ

            “ก็ดีนะ กูว่าเนียนกริบ อย่างกับคนเหนือแต่กำเนิดเลย” ไอ้เสือว่า ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            “ก็แย่ละ กูฟังแล้วปวดหูแทนลุงคนขับรถ” ฟิลด์ว่าขึ้น “ภาษาเหนือของจริงอะ ฟังแล้วเพราะหูกูบอกเลย”

            “จ้า แหม” ผมว่าพร้อมหลุดขำเสียงดังเมื่อคิดถึงเรื่องของไอ้ฟิลด์ แม่งใจโคตรเอาผมบอกแค่นี้ หลังจากที่มันอกหักจากแดนผมก็ไม่รู้ว่ามันคุยหรือแอบคบกับใครบ้าง แต่เรื่องนี้มันสุดตีนจนมิกเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวต้องเอามาเปิดโปง เรียกได้ว่ารู้กันทั้งชั้นและแซวมันกันทั้งชั้นนั่นแหละ

            เรื่องของเรื่องคือมันดันไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งในเฟซบุ๊ก เขาเป็นคนเชียงใหม่ หน้าตาน่ารักมาก มันแอดไป เขารับแอด ทั้งสองคุยกัน นายฟิลด์หลงเธอคนนั้นหนักจนถึงขั้นสอบเรียนต่อที่นี่เพื่อมาอยู่ด้วยเลยอะคิดดู เหตุผลที่อยากเข้าเรียนที่นี่ไม่ใช่เพราะมอเขาดี น่าเรียน บรรยากาศของมอสวยงาม ไม่เลย เหตุผลของไอ้ฟิลด์คือผู้หญิงที่เจอผ่านเฟซบุ๊ก

            “เขามีผัวแล้วเชื่อกูดิ” ผมเอ่ยแซว ฟิลด์ส่ายหน้าอย่างมั่นใจ “อะไรที่ทำให้มึงมั่นใจขนาดนั้นวะ ไม่เคยเจอตัวจริงเลยด้วยซ้ำ”

            “เคยเจอ” ฟิลด์เถียง

            “เอ้าหรอ ตอนไหนวะ”

            “ฟิลด์มันเคยนั่งรถไฟมาหาเขาเมื่อเดือนก่อน” มิกว่าพร้อมพยายามกลั้นขำ “พยายามแค่ไหนมึงคิดดูเถอะ เพื่อเขาเราทุ่มเทอยู่แล้วเนาะฟิลด์เนาะ”

            “ใช่ เพื่อความรักว่ะ” ฟิลด์ว่าพร้อมยักคิ้วใส่ผม

            “เ-ดโด้” ผมแซวอย่างอดไม่ได้ “ทำไมนั่งรถไฟอะ ลำบากตายห่า”

            “กูไม่มีตังค์”

            “เยี่ยม ใจมึงได้” ผมยกนิ้วโป้งให้อย่างประทับใจ คนจริงต้องอย่างไอ้ฟิลด์อะพูดเลย นั่งรถไฟจากจังหวัดผมมาที่นี่ก็ค่อนคืนมั้ง ทำให้ขนาดนี้ถ้าเขามีผัวแล้วจริงแม่งอย่างพลิกล็อก “เขาชื่อไรนะ”

            “หญิง รุ่นพี่เราปีหนึ่ง” ฟิลด์ตอบ “เออแล้วมึงอะหนาว ยังคุยกับคนนั้นอยู่ปะ”

            “คนไหน”

            “คนที่มาบอกชอบวันปัจฉิม”

            “โห” ผมใช้เวลาครุ่นคิดหลายวินาที “ไม่ได้คุยกันตั้งนานแล้วอะ จำไม่ได้ว่านานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็เลิกคุยแล้ว”

            “ทำไมเลิกอะ”

            “ห่างๆกันมั้ง ทำไมเลิกคุยกูยังไม่แน่ใจเลย” ผมบอกไปตามตรง ทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ อาจจะเป็นเพราะผมเองที่ไม่ค่อยอะไรกับเขามั้ง ไม่รู้ดิ รู้สึกมีอย่างอื่นที่น่าสนใจมากกว่า อย่างเช่นเล่นเกมหรือดูหนังกับไอ้เสือ เราเลยห่างกันไปจนไม่ได้คุยกันแล้ว

            ก็เพื่อนผมน้อยใจนี่หว่า ให้ทำไงได้อะ

            “ติดเกม สาเหตุเดียวกับไอ้มิก” ฟิลด์ว่าอย่างมั่นใจพร้อมชี้ไปทางไอ้มิก มิกที่ตอนแรกไม่ได้อยู่ในบทสนทนาด้วยหันขวับมามอง “ต่างกันแค่ไอ้มิกมันโง่จัด ตอนแรกเบื่อเขารำคาญเขา ผ่านไปเดือนกว่าน้ำตาแตกบอกคิดถึง ควายจัดเลย”

            “ยังไม่เลิกด่ากูเรื่องนี้อีกหรอ”

            “กว่ามึงจะตัดใจจากหยีอะ ปล่อยเขาไปเถอะสงสารเขา เขามีผัวใหม่ไปแล้ว” ฟิลด์ยื่นมือไปแตะบ่ามิก “นะ ไอ้แฟนเก่า”

            “-วยไร หยียังรักกูอยู่เว้ย เขาแค่ยังโกรธอยู่เท่านั้นแหละ” มิกปัดมือไอ้ฟิลด์ทิ้ง “เดี๋ยวก็คืนดีกันแล้ว”

            จู่ๆตุลย์ที่เงียบไปนานก็โพล่งขึ้น “โง่”

            “ด่ากูหรือด่าฟิลด์?” มิกเลิกคิ้วถาม “ด่ากูแหละ อย่างมึงก็เอาแต่ด่ากูไปวันๆอะนายตุลา ที่แชร์โพสต์เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อเซฟสัตว์ทะเลล่าสุดก็เพื่อแซะกูใช่ไหม”

            “เกี่ยวเหี้ยไร ทำไมกูต้องแชร์โพสต์เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อเซฟสัตว์ทะเลเพื่อแซะมึงด้วย กูแช็ตด่ามึงไม่ดีกว่าหรอ” ตุลย์ถอนหายใจ “ก็โง่ปะล่ะ กูเคยเตือนแล้ว”

            “รู้แล้วน่า คนผิดพลาดไปแล้วไง ย้ำจัง”

            “อย่างที่ฟิลด์บอก ปล่อยเขาไปเถอะ ตอนที่มึงไม่สนใจเขาเขาก็พยายามอดทนแล้ว หยีให้มึงเต็มที่แล้วแหละมิก เป็นกูกูก็ไม่กลับ”

            “จริงหรอวะ มึงจะไม่กลับมาหากูเลยดิ” มิกว่าเสียงอ่อน ผมสังเกตว่าตุลย์คิ้วกระตุกเล็กน้อย “มึงมันใจร้ายอย่างนี้นายตุลา”

            ตุลย์ไม่ตอบอะไรหันไปมองนอกหน้าต่างต่อ แต่เพราะเรานั่งข้างกันทำให้ผมได้ยินตุลย์บ่นเบาๆ “มึงสิใจร้าย”

            หือ? อะไรนะ

มิกมันเคยทำอะไรให้นายตุลารึเปล่าวะเนี่ย

            แต่จะว่าไปเหตุผลที่มิกกี้มาเรียนต่อที่นี่ก็ไม่ธรรมดาเลย คือตั้งใจจะมาง้อยาหยีเพราะยาหยีเรียนต่อที่นี่ ส่วนเหตุผลของนายตุลานั้นคือแค่อยากมา ผมถามมันมันก็ตอบแค่ว่าอยากมา

            นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย มองวิวข้างทางบ้าง จนกระทั่งมาถึงมอ รถจอดที่ป้ายหน้ามอขนาดใหญ่ด้านหน้า เราแวะถ่ายรูปกันนิดหน่อยเป็นความทรงจำเอาไว้เผื่อเรียนจบจะได้กลับมาดูรูป

...ยังไม่ทันได้ลงทะเบียนเรียนเลยกูคิดถึงวันจบแล้วเนี่ย

            เรานั่งรถไฟฟ้าขนส่งของมอเข้าไปด้านใน บรรยากาศร่มรื่นคล้ายกับในภาพถ่ายแต่พอมาสัมผัสของจริงมันแตกต่างกันเยอะ กลายเป็นว่าผมชอบที่นี่มากกว่าที่คิดซะอีก “รถนี่จะวนทั่วมอเลยใช่ไหม” ผมหันไปถามแดนด้วยความเคยชิน

            “อ่า คิดว่านะ น่าจะรับเป็นสถานีรึเปล่า”

            “งี้เรามาเรียนก็สบายเลยดิ”

            “อืม แต่แดนไม่ได้เรียนที่นี่นะ”

            “...เออว่ะ” ผมว่าอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ เผลอลืมไปได้ไงวะกู ผมหันไปหาไอ้เสือที่นั่งข้างๆแทน “งั้นเรามาเรียนก็สบายเลยดิ”

            “กูกะใช้มอเตอร์ไซค์เอาอะ ป้าแมวก็จะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้มึงเอาใช้ไม่ใช่หรอ”

            “จริงด้วย” ผมพยักหน้า แม่พูดอย่างนั้นจริงๆว่าจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้เพราะมันคงสะดวกกว่า เผื่อผมจะได้ไปเที่ยวด้วย เรานั่งวนรอบมอก่อนจะแวะลงที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้แค่เดินเล่นแถวด้านหน้าไม่กล้าขึ้นไปบนตึก แล้วก็นั่งรถออกมาตั้งใจจะขึ้นรถประจำทางคันสีแดงเพื่อขึ้นดอยที่อยู่ใกล้ๆ

            เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถขึ้นดอย ผมตื่นเต้นนิดหน่อยแต่ธรรมชาติข้างทางสวยใช้ได้เลยทีเดียว ลุงคนขับถามเราว่าจะแวะจุดชมวิวเพื่อถ่ายรูปไหม พวกเราตกลงเพราะตั้งใจมาเที่ยวทั้งทีก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้บ้าง

            “หนาว” เสือเอ่ยเรียกชื่อผมในขณะที่ผมกำลังถ่ายรูปมุมเผลอแดนอยู่

            “ว่าไง”

            “ถ่ายรูปคู่กูหน่อยดิ” มันเอ่ยขอ ท่าทางเคอะเขินเล็กน้อยนั่นทำให้ผมหลุดขำออกมา จะเขินทำไมวะ ผมพยักหน้าแล้วขอแดนถ่ายรูปให้

            ผมนั่งพิงอยู่บนราวไม้ วิวด้านหลังเป็นตัวเมืองกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ “มันมืดหน่อยนะ” แดนบอก

            “ไม่เป็นไร” ไอ้เสือว่า ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็ถ่ายเสร็จ พอมาดูรูปแล้วก็รู้สึกว่าสวยดี “ไว้มาถ่ายกันอีกได้ปะ”

            “ได้ดิ” ผมรับปากแบบไม่จำเป็นต้องคิด “อยู่มอก็ใกล้แค่นี้เอง ไม่มีปัญหา ว่าแต่ทำไมมึงต้องโอบเอวกูด้วยอะ” ผมถามอย่างสงสัย ตอนถ่ายอยู่ไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าไอ้เสือมันเอามือมาโอบเอวผมด้วย

            “กลัวมึงพลัดตก”

            “อ่อ”

            นั่งรถต่อขึ้นไปไหว้พระด้านบน ลงมาข้างล่างก็เย็นแล้วเราแวะกินข้าวที่ร้านข้างทางหลังมอ ก่อนกลับโรงแรมฟิลด์บอกว่ามีตลาดนัดถนนคนเดินไม่ไกลจากโรงแรมของเรา ผมสนใจในทันทีเลยชวนทุกคนไปกัน พอมาถึงฟิลด์กลับขอแยกตัวไป เดาไม่ผิดเลยว่านัดกับพี่คนนั้น พวกผมไม่ได้สนใจก็เดินเล่นกันต่อ

            ที่นี่แตกต่างจากถนนคนเดินแถวบ้านของผม โคมไฟประดับที่มองดูแล้วสัมผัสได้ถึงความเป็นเมืองเหนือ บางร้านก็ขายของหลายอย่างที่ไม่เคยเห็นและดูเป็นเอกลักษณ์มาก “แดนๆ ดูสิพวงกุญแจลายน่ารักอะ เหมาะกับแดนมาก”

            “หรอ ไม่เหมาะกับเดือนหรอ”

            “ไม่อะ เพราะมันน่ารัก นี่เดือนซื้อให้อันหนึ่งไว้เอาไปใช้ที่บอสตัน”

            “งั้นแดนซื้อให้เดือนด้วย คู่กัน”

            “ก็ได้”

            “คู่ด้วยดิ” ไอ้เสือเอ่ยแทรกขึ้นมา “ใช้ด้วยได้เปล่าอะ”

            “มันสามจะคู่ยังไงวะ มึงต้องถามว่าคี่ด้วยดิ”

            “ปกติคนเราก็ไม่ขี้ด้วยกันปะวะ” มิกว่าขึ้น

            “ก็ใช่” ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “บางอย่างก็ต้องการระยะห่าง เหมือนตุลย์กับมึงอะ เป็นเหี้ยไรต้องเดินห่างกันขนาดนั้น กูสังเกตมาทั้งวันละ”

            “ตุลย์มันรังเกียจกู” มิกยู่ปากอย่างงอนๆ

            “ใช่”

            “นายตุลาาาาาา” คราวนี้มิกเริ่มงอแง เดินเข้าไปใกล้ ตุลย์เดินถอยหลัง มิกจึงเข้าไปรวบข้อมือสองข้างแล้วเขย่าเบาๆ “กูจะน้อยใจจริงแล้วเนี่ย”

            “อะๆ กูล้อเล่น ปล่อยก่อน”

            “ไม่”

            “ปล่อย”

            “โอเค” มิกทำหน้าหงอยเหมือนลูกหมาตกน้ำ ยอมปล่อยข้อมือนายตุลาอย่างจำใจ “สรุปรังเกียจกูจริงปะ”

            “กูแค่แกล้งมึงเฉยๆ”

            “ไม่เชื่ออะ”

            “อะงั้นกูซื้อพวงกุญแจให้แล้วมึงหายงอน”

            “ใช้คู่กับกูเลยดิ”

            “ทำไมกูต้องใช้คู่กับมึง”

            “เอ้า มันจะได้เป็นการบอกว่ามึงไม่ได้รังเกียจและเห็นกูเป็นเพื่อนสนิทไง”

            “เฮ้อ” ตุลย์ถอนหายใจ “ก็ได้ มึงเลือกมาเลย”

            สุดท้ายก็ลงเอยแบบนี้เฉยเลย ผมเลิกสนใจคู่นั้นแล้วมาสนใจพวงกุญแจของพวกเราต่อ “ลายของแดนมันมีอันเดียวอ่า ลายอื่นดีไหม?”

            “ไม่ๆ แดนชอบอันนี้ นี่เดือน” แดนชี้ไปที่พวงกุญแจอีกอัน “แดนเลือกอันนี้ให้ ใช้คู่กับไทเกอร์นะ”

            “อ้าว งั้นแดนก็ใช้คนเดียวอะดิ”

            “อื้ม ไม่เป็นไร แดนชอบอันนี้” แดนยิ้มว่า “แล้วเดือนล่ะชอบอันที่แดนเลือกให้ไหม”

            “ก็โอเคนะ ไม่น่ารักเกินไปดี” ผมว่า “มึงอะว่าไง”

            “โอเค”

            สุดท้ายผมก็ได้พวงกุญแจคู่กับไอ้เสือ มิกคู่กับตุลย์ เดินออกมาจากร้านขายพวงกุญแจไปเรื่อยๆ เริ่มได้ยินเสียงดนตรีพร้อมกับเสียงผู้หญิงร้องเพลง “เพราะจัง ไปดูกันเถอะๆๆ” ผมชวน เพราะคนเยอะทำให้ไม่ทันได้มอง คว้าแขนใครได้ก็คว้า ฝ่าดงคนเยอะเข้ามาเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งกำลังยืนร้องเพลงอยู่ท่ามกลางคนมุงดูมากมาย

            “เขาเป็นนักร้องไหมอ่า” ผมเอ่ยถาม หันไปมองเห็นเป็นไอ้เสือที่ถูกผมลากมาแบบงงๆ “เขาสวยจัง เสียงเพราะมากด้วย”

            “กูไม่รู้”

            “ถามมิกหรือตุลย์น่าจะรู้” ผมกำลังจะปล่อยมือของไอ้เสือ แต่มันกลับจับเอาไว้ “ฮะ?”

            “คนเยอะขนาดนี้มึงจะมุดออกไปหรอ เข้ามาดูไม่ได้แล้วนะ”

            “เออจริง” ผมชะงักไป หยิบมือถือออกมาแช็ตหาแดน แดนตอบกลับมาว่ายืนฟังเพลงไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับมารับ ผมตอบไปว่าตกลง “แดนว่าฟังเพลงไปก่อนก็ได้ จะไปหาอะไรกิน มึงหิวยัง”

            “ไม่หิว มึงชอบเพลงนี้หรอ”

            “ชอบนะ เพราะมากแถมมีเสน่ห์ดีด้วย ไม่ใช่เพลงภาษาเหนือแต่มันมีกลิ่นอายของเมืองเหนือ บอกไม่ถูก” ผมยืนมองดูอย่างตั้งใจ สักพักรู้สึกเหมือนมีมืออุ่นๆของไอ้เสือยื่นมาจับ ผมจับมือมันกลับเพราะคิดว่ามันคงกลัวหลง

 

หากว่าเธอไม่ช่วยดึงฉันไว้
คงหลงทางไปไหนแล้วตั้งนาน

เธอนำพาฟันฝ่าทางมืดมิด
เป็นเหมือนดังเข็มทิศชี้ทางไป
ทุกครั้งที่มือเธอ จับมือฉันยิ่งมั่นใจ

อย่าปล่อยมือ อย่าปล่อยมือ
อาจจะเดินหลงทางถ้าห่างกัน


อย่าปล่อยมือ อย่าปล่อยมือ
อยากมั่นใจว่าเรายังไปด้วยกัน


ขอร้องช่วยสัญญา อีกสักครั้งให้เชื่อมั่น
ว่าไม่มีวันจากกันจะได้ไหม

ถึงไหนไม่สำคัญ บนทางฝันอันยาวไกล
ขอแต่เธอเคียงข้างไปตลอดทาง

 

อย่าปล่อยมือ ไม้เมือง

 

            ยืนดูโชว์ได้สักพักจนพอใจแล้วก็มุดออกมา ไม่อยากให้คนอื่นต้องรอนาน เดินเล่นกันซื้อของกันต่อก็พากันกลับโรงแรม

            กลับถึงโรงแรมอย่างเหนื่อยล้า เราแบ่งกันนอนเป็นสามคนสองห้อง ผม แดนและตุลย์นอนห้องเดียวกัน ผมอาบน้ำเป็นคนสุดท้าย พอออกจากห้องน้ำมาแล้วเห็นแดนกับตุลย์กำลังคุยอะไรบางอย่างกันอยู่ ได้ยินประโยคสนทนาคร่าวๆแล้วผมก็ยืนนิ่งอึ้งไป

            “ตุลย์มึงชอบไอ้มิกหรอ”

            “โหไอ้ควาย” ตุลย์หันมาด่าผมอย่างอดไม่ไหว ผมเดินมานั่งลงบนเตียงอย่างงุนงง “เหนือยังรู้เลย ทำไมมึงไม่รู้วะ คนอื่นก็น่าจะพอดูออก มีแต่มึงกับมันนี่แหละ!

            “อ่อ ก็เลยเรียกพวกกูว่าคู่โง่หรอ” ผมพยักหน้าเล็กน้อยเชิงว่าเข้าใจ “จริงหรอแดน”

            “มึงก็ยังไม่เชื่ออีก!!” ตุลย์โวยวายเสียงดังเล่นเอาผมสะดุ้งโหยง

            “จริงหรอ ทำไมไปชอบคนอย่างงั้นอะ”

            “ไอ้สัด ทุกวันนี้กูก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมต้องไปชอบมันวะ” ตุลย์สบถก่อนจะถอนหายใจออกมา “เฮ้อ กูเครียดจนต้องมาปรึกษาเหนือเนี่ย”

            “ตั้งใจปรึกษาแค่แดนหรอ งั้นกูไปห้องนู้นก่อนดีมั้ย”

            “มึงอยู่ด้วยได้” ตุลย์ว่า น้ำเสียงดูปลงตก “มึงคงไม่เอาไปบอกใครหรอกใช่ไหมล่ะ อีกอย่างมึงก็อยู่เชียงใหม่กับกูด้วย เผื่อกูจะได้มาระบายกับมึงบ้าง”

            “อื้อๆๆ แต่ไม่คิดปรึกษากูหน่อยหรอ”

            “ปรึกษาเหนือก็พอแล้ว”

            “อื้อๆ ปรึกษากันต่อเลยดิ” ผมว่า ฟังคร่าวๆแล้วได้ใจความประมาณว่าตุลย์ชอบไอ้มิกตั้งแต่มอต้นแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่กล้าบอกออกไปตรงๆ เคยแสดงออกไปบ้างแต่มิกมันไม่รู้เลย ตุลย์หงุดหงิดเลยเผลอโมโหใส่มิกไปบางครั้ง

            อ๋อ...งั้นก็เข้าใจได้ น่าหงุดหงิดจริงแหละมั้ง ก็ดันไปชอบคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยนี่นา เฮ้อ ทำใจนะนายตุลา

            “เหนือว่าเราควรทำไงดีอะ เราตามมันถึงเชียงใหม่แล้วเนี่ย ตอนแรกคิดจะตัดใจ แต่พอเห็นว่ามันเลิกกับยาหยีเราก็อดมีความหวังไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็กดเลือกที่นี่แล้ว”

            “อ๋อ มึงมาเรียนตามไอ้มิกหรอ”

            “ใช่” ตุลย์พยักหน้า “แต่มิกมาเรียนตามหยี เศร้ามั้ยล่ะชีวิตกู”

            “เศร้าอยู่ เป็นได้แค่เพื่อนอะเนาะ” ผมขมวดคิ้วพยักหน้าเคร่งเครียดไปพร้อมกับมัน จู่ๆแดนก็หันมามองผม “มีอะไรหรอแดน”

            “เปล่า” แดนส่ายหน้าเบาๆ “ตุลย์”

            “ว่าไง”

            “ถ้าเราชอบใครสักคนจริงๆเราจะปล่อยปละละเลยเขาได้เป็นเดือนๆเลยเหรอ” แดนว่า ผมนั่งกอดอกฟังอย่างตั้งใจ “เราไม่รู้เรื่องทั้งหมดหรอกนะ อีกอย่างเราไม่ได้สนิทกับมิก ไม่ได้รู้จักยาหยีด้วยเลยไม่รู้ว่าควรให้คำปรึกษายังไง แต่เท่าที่ฟังเรื่องมา ถ้าทั้งคู่กลับไปคบกันอีกก็มีสองอย่าง มิกอาจทำอย่างเดิมไม่ก็ปรับปรุงตัวเอง”

            “อยากให้เป็นอย่างแรก”

            “แต่มิกดูให้ความสำคัญกับตุลย์ดีนะ” แดนยิ้มว่าพร้อมชี้ไปที่พวงกุญแจที่มิกซื้อให้มาวันนี้ “ไม่งั้นคงไม่ขอใช้พวงกุญแจคู่ เนาะเดือนเนาะ ไหนจะเอาแต่เดินตามอีก”

            “ฮะ? อ๋อ เดือนกับไอ้เสือหรอ แน่นอนดิ เราเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันนี่นา”

            “เพื่อนหรอวะ” ตุลย์ขมวดคิ้ว “พวกมึงสองคนคือเกินกว่าเพื่อนไปมากนะจากที่กูเห็น”

            “เพื่อนรักไง”

            “หรอวะ” ตุลย์ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

            “เสือมันเป็นคนติดเพื่อน เอาน่ะมึงอย่ามาสงสัยกูเลย สงสัยไอ้มิกดีกว่าว่ามันคิดยังไง”

            ตุลย์ถอนหายใจ “อาจจะเพื่อนรักเหมือนคู่มึงก็ได้ เฮ้อ หนาว เป็นมึงมึงทำไงวะ”

            “คือ?”

            “ถ้าสมมติมีเพื่อนมาชอบอะ”

            “ไหนบอกไม่ปรึกษากูอะ”

            “จะปรึกษาแล้วเนี่ย”

            “ไม่มีหรอก”

            “กูว่าสมมติไง”

            “อืม...” ผมขมวดคิ้นครุ่นคิดอย่างหนัก คุ้นๆเหมือนเคยโดนถามคำถามอะไรประมาณนี้มาแล้วนะ ปัญหาโลกแตกชิบหายชอบเพื่อนเนี่ย ผมเหลือบไปเห็นแดนมองมาทางนี้อย่างตั้งใจ “ทำไมแดนดูสนใจคำตอบของเดือนจัง”

            “อยากรู้ไง”

            “ก็...ไม่รู้ คนเยอะแยะมีเสือกมาชอบกู กูคงงงก่อน”

            “งงเสร็จแล้วไงต่อ”

            “งงเสร็จก็...ทำไงดีอะแดน” คราวนี้ผมหันไปปรึกษาแดนแทน “เนี่ย ปรึกษากันไปมา เอาเรื่องมึงเถอะ กูไม่รู้จริงๆ สำหรับกูคงอยากให้เป็นเพื่อนกันต่ออะ”

            “เ-ดแม่” ตุลย์สบถ “เพื่อนพ่อมึงดิ กูเคยคิดกับมึงแค่เพื่อนที่ไหนไอ้สัด”

            ผมหลุดขำ “มึงจะด่ามันอย่างนี้เลย?”

            “เออ”

            “มึงจะสารภาพรักไหม”

            “สักวันคงทำ วันที่หมดความอดทนแล้ว ถ้าปฏิเสธกูกูจะอัดหน้าแม่งสักหมัดสองหมัด ค่าเสียเวลาชอบมาหลายปีแถมกูยังอุตส่าห์ตามมาถึงเชียงใหม่อีกต่างหาก กูทำให้ขนาดนี้แล้วยังเสือกไม่ชอบกูอีก มึงจะเอาแค่ไหนไอ้เหี้ย”

            “ป่าเถื่อนดีว่ะ” ผมยกนิ้วให้อย่างประทับใจ “เอาเลย กูช่วย”

            “ช่วยยังไง”

            “ให้กำลังใจ”

            “ดี” ตุลย์ตบบ่าผม เรานั่งคุยกันไปมาจนง่วง เป่ายิ้งฉุบกันว่าใครจะได้นอนเตียงเสริม ซึ่งมันเป็นฟูกปูบนพื้น แน่นอนว่าคนดวงซวยอย่างผมได้นอน

            วันรุ่งขึ้นเราเช่ารถเที่ยวทั้งวัน จบลงโดยการไปตั้งแคมป์บนดอยตอนเย็น นั่งกินหมูกระทะกันตอนค่ำ แยกย้ายนอนเต็นท์และขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่ พอขากลับฝนดันตก เราได้เดินดูเส้นทางเดินดูธรรมชาติซึ่งรอบข้างเป็นป่าดิบชื้น

            ผมเกือบลื่นล้มหลายครั้งและได้เสือเป็นคนช่วยทุกครั้ง จนมันประชดถามว่าให้อุ้มเดินขึ้นไปไหม พอเที่ยวตรงนี้เสร็จก็ได้เวลากลับบ้าน นับว่าเป็นทริปเที่ยวเชียงใหม่ที่ดีมากทีเดียว ไว้ตอนมาเรียนผมจะเที่ยวให้ครบเลย สัญญากับไอ้เสือแล้วด้วยว่าจะไปเที่ยวให้ครบด้วยกัน

           

            ....

 

            และแล้ววันที่แดนต้องเดินทางไปบอสตันก็มาถึง แทนที่จะตื่นเต้นอย่างที่เคยเป็นมาตลอดผมกลับใจหายอย่างบอกไม่ถูก แดนเองคงไม่ต่าง ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังสนามบิน แดนเอาแต่นั่งเงียบทำหน้าเศร้าหมองอยู่อย่างนั้น

            “แดนครับ” แม่เอ่ยเรียก มองแดนผ่านกระจก ผมนั่งข้างแม่ที่ขับรถอยู่ ส่วนแดนกับไอ้เสือนั่งข้างหลัง “ไม่เศร้าครับคนเก่ง แม่กับเดือนไม่เป็นไร หนูมาขนาดนี้แล้วหนูเสียใจหรอ?”

            “หนูไม่ได้เสียใจ” แดนว่าเสียงเบา “หนูแค่ใจหาย หนูกับเดือนตัวติดกันมาตลอดสิบแปดปีเลย ตัวติดกับแม่มาสิบแปดปีด้วย”

            “เราแค่ห่างกันเฉยๆ ไม่ได้จากกันสักหน่อย” ผมพยายามปลอบใจแดนทั้งที่ตัวเองก็เศร้าไม่ต่าง จำได้เลยว่าวันที่ผมอวดรอยสักตรงหน้าอกแม่กับแดนตกตะลึงกันแค่ไหน ทั้งสองบอกว่าชอบมาก แดนคะยั้นคะยอจะไปสักรูปเหมือนผมให้ได้ ผมก็จำเป็นต้องพาไป กลายเป็นว่าตอนนี้ตรงหน้าอกด้านซ้ายเรามีรอยสักคู่กันไปแล้ว “โฮสต์แฟมิลี่เขาก็ดีอยู่ใช่ไหม”

            “อื้ม” แดนพยักหน้า “เขาจะมารับที่สนามบินด้วย”

            “ถึงตอนนั้นก็คอลมาสิ เนาะ เราคอลกันทุกวันเลย”

            “อื้ม ต้องอย่างนั้นแหละ เฮ้อ ใจหายแต่ก็ตื่นเต้นด้วย” แดนว่า สักพักรถก็ขับมาถึงสนามบิน เรายืนคุยกันอยู่นานจนกระทั่งแดนต้องไปแล้ว แดนกับแม่ร้องไห้ ส่วนผมสามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ ก่อนจะไปแดนขอคุยกับไอ้เสือนิดหน่อย พอคุยเสร็จแล้วแดนก็ลากกระเป๋าเดินจากไป

            “แดนคุยอะไรกับมึงหรอ”

            “แค่บอกฝากดูแลมึงน่ะ”

            “เฮ้ย บ้าน่า กูสิต้องดูแลมึง” ผมเถียง คนตัวใหญ่แต่ใจจิ๋วอย่างไอ้เสือเนี่ยนะจะมาดูแลผม ผมสิต้องดูแลมัน วันปัจฉิมแค่ต้องจากเพื่อนหน่อยก็ร้องไห้แล้วอะ ยังไม่เข้าใจอยู่เลยว่ามันจะร้องไห้ทำไมวะ ทั้งผมมิกฟิลด์ไปเชียงใหม่เหมือนกันหมด

            “เออ ก็จริง ฝากดูแลกูด้วยนะ”

            “ได้” ผมยื่นมือไปตบบ่ามัน

“เออ แล้วทำไมมึงไม่ร้องไห้อะ”

“กูเก่ง” ผมยักคิ้วให้มัน อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแค่ยักไหล่ ผมค่อนข้างเป็นคนกลั้นน้ำตาเก่งน่ะ ถึงจะอยากร้องไห้แค่ไหนก็สามารถกลั้นไว้ได้ตลอด

เราสามคนเดินออกมาจากสนามบินแล้วตรงกลับบ้านเพื่อเก็บของย้ายไปอยู่หอที่จองไว้

            แดนก็ไปมหาลัยแล้ว ถึงตาผมบ้างแล้วสิ

            เฮ้อ ชีวิตมหาลัยของผมจะเป็นยังไงบ้างนะ ขอให้มันสนุกอย่างที่คิดเอาไว้ทีเถอะ ...ไม่สิ ผมหันไปมองไอ้เสือที่กำลังนั่งช่วยผมเก็บของ เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

          มันต้องสนุกอยู่แล้ว ก็มีมึงอยู่ด้วยนี่นา

 

 

 

 

 

 

 

            เปิดตัวคู่รองอีกคู่ นายมิกผู้แสนนุ่มนิ่มและนายตุลาผู้แสนเกรี้ยวกราด

 #ช่วงนี้เดือนหนาว

           

             

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.041K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,361 ความคิดเห็น

  1. #11333 Ttunp_xz<3 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 00:01
    ไร้จะแต่งเฟรนโซนทุกคู่ม่ายด้ายยยยยย 55555555555 ขอให้สมหวังทุกคนจ้า อิอิ
    #11,333
    0
  2. #10897 panchaluk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 11:46
    -เจ้าพ่อบราค่อนกับเลขาสุดโหด
    -พ่อหนุ่มสุดเพอร์เฟคแต่ใจกากกับหนุ่มน้อยน่าโง่
    -พ่อหนุ่มหน้าโหดแต่ใจอยู่ในโหมดบาร์บี้กับเจ้าหนูนักรัก
    เฟรนด์โซนทุกคน-บ้าเอ้ย555
    #10,897
    0
  3. #10535 K ā M i N ī (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 01:21
    สรุปเลย เรื่องนี้นี่แหล่งรวมเฟรนด์โซน5555
    #10,535
    0
  4. #10515 Aomiez Aom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 00:57
    โอ้ว ตุลย์ก็ติดอยู่ในเฟรนด์โซนหรอเนี่ย คู่ไหนจะรู้ตัวก่อนกันนะ
    #10,515
    0
  5. #10508 charoenchit (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 23:22
    เฟรนโซนเยอะกว่าที่คิด555555555
    #10,508
    0
  6. #10397 P.chonn3 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 23:51
    แหนนน่ น้องเดือน
    #10,397
    0
  7. #10052 NA_1 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 12:33
    ขอให้เหนือได้ผัวฝรั่งนะลูก
    #10,052
    0
  8. #9845 BaiTong23 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 20:20
    สงสารอ่ะ เฟรนด์โซนกันหมดด
    #9,845
    0
  9. #9842 Mark_zeZone99 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 12:22
    เรื่องนี้เฟรนโซนเป็นอินฟินิตี้ใช่ป่าว สงสารรอคู่ต่อไปเเล้วนะ
    #9,842
    0
  10. #9838 KM_Tookta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 09:37
    เดือนหนาวเอ้ยยยย ก็อยากเป็นเพื่อนอ่ะเนาะ
    #9,838
    0
  11. #9795 Drowsy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 16:41
    เรื่องเดียวแต่เฟรนโซนไปสามคู่
    #9,795
    0
  12. #9464 Sheep-San (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 06:37
    เรือฟิลด์เหนือแตก กรี๊ดดดดด//ต่อจากเซ็ตหมอก็เป็นเซ็ตเฟรนด์โซนเนอะ😂😂
    #9,464
    0
  13. #9396 crzoldyck7 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 11:23
    รักเขาไม่รู้ตัวแหละ
    #9,396
    0
  14. #9387 AnTANDAN (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 08:33
    เฟรนด์โซนกันทั้งเรื่องเลยหรอ -พวกนี้!! น่าสนมากๆอ่ะ😂 ตุลากับเสือนี่น่าสงสารเลยอ่ะ แอบหลงรักคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย 555555555555555
    #9,387
    1
    • #9387-1 AnTANDAN(จากตอนที่ 28)
      11 เมษายน 2564 / 08:34
      จะบอกว่า น่าสงสาร* 😅
      #9387-1
  15. #9386 Maruko112 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 08:19
    อยากรู้จักแฟนของแดนเหนือบ้างจังง
    #9,386
    0
  16. #9352 akxnq (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 21:22
    พวกเฟรนด์โซนเจ่บไปถึงภาคใต้ TT แต่มิกน่ารักอ่ะ นายตุลาก็ด้วย
    #9,352
    0
  17. #9313 knarmsb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 11:42
    ตุลากับเสือ VS คู่โง่ 555555
    #9,313
    0
  18. #9309 CHAbejz* (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 11:16
    ตุลา555555555555555555555
    ตุลากับเสือนี่กอดคอคู่เลย ชอบคนซื้อบื้อ เอาจริงถ้าตุลาเปลี่ยนเป็นถ้าเสือชอบแทนมีคนอื่นมาชอบน้องน่าจะตอบได้ก็ได้น้าาา อิ้อิ้
    #9,309
    0
  19. #9302 Mildmimii (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 09:12
    ชอบพี่ตุลย์5555555555555
    #9,302
    0
  20. #9278 Sepppppp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 01:16
    ตุลย์มิกเห้ยยกีส
    #9,278
    0
  21. #9029 หวีดดดดด!!! (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 16:08
    ตุลย์มิกหรือมิกตุลย์ แต่แอบเชียร์ตุลย์มิกนะคะ><
    #9,029
    0
  22. #9000 mukkyy1234 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 20:26

    เอ็นดูนายหนาว
    #9,000
    0
  23. #8804 Mí rieow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 10:12
    คำว่าเพื่อนเต็มไปหมดเลยหนาววว
    #8,804
    0
  24. #8609 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 06:34
    ฝากดูแลเจ้าเสือด้วยนะเดือนหนาว
    #8,609
    0
  25. #8599 fern_patcharika (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 21:19
    ยังจะไปว่าเขาอีกนะหนาววว

    เเต่อ่านตอนนี้คือขำมากกกกก ขำไม่ไหวเลยย5555555555
    #8,599
    1
    • #8599-1 tigernayoyo(จากตอนที่ 28)
      8 เมษายน 2564 / 01:05
      +ด้วยคนนะคะ55+
      #8599-1