#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 26 : Chapter 25 : ขึ้นเหนือลงใต้ได้หมด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,874 ครั้ง
    28 ก.พ. 64





Chapter 25 : ขึ้นเหนือลงใต้ได้หมด

 



 

 

            “ว่าแต่ทำไมมึงสูงจังวะ”

            “เหรอ” ไอ้เสือหันมามองผมในระหว่างที่เรากำลังเดินกลับบ้าน ผมไปส่งมันเปลี่ยนชุดมาสคอตออกเรียบร้อยแล้ว ท่าทางพวกผู้หญิงที่มีต่อไอ้เสือดูเปลี่ยนไป ปกติมันก็ดูดีมากอยู่แล้วนะและตอนนี้มันยิ่งกว่าเดิม ผ่านไปสองปีมันสูงขึ้น กะด้วยสายตาน่าจะร้อยแปดสิบนิดๆได้ ท่าทางบุคลิกดูโตขึ้นและมีเสน่ห์ ตอนวิดีโอคอลว่าดูดีแล้วแต่ตัวจริงดูดีกว่า “แต่มึง...ทำไมดูเท่าเดิมวะ”

            ผมถอนหายใจ หดไหล่ลง “นั่นดิ เมื่อก่อนมึงสูงกว่ากูไม่เยอะนะ ประมาณสี่-ห้าเซน ตอนนี้สูงกว่ากูเกือบสิบเซนแล้วมั้ง”

            “มึงยังสูงร้อยเจ็ดสองเหมือนเดิมหรอ?”

            “ใช่” ผมพยักหน้า ยื่นมือไปจับกล้ามต้นแขนของอีกฝ่าย “เชี่ย กล้ามแน่นสัด” แล้วกลับมาจับแขนตัวเอง “แขนกูนี่อย่างเหลว”

            ไอ้เสือจับต้นแขนผมบ้าง “นุ่ม”

            “เออ นั่นดิ นุ่มนิ่มชิบหาย อยากมีกล้ามแข็งๆบ้าง”

            “ออกกำลังกายแขนบ้างดิ”

            “ออกตลอด” ผมว่า “ตอนเล่นเกมมือก็ขยับปะวะ”

            เราเดินเล่นคุยกันไปเรื่อยจนกระทั่งถึงบ้าน แม่ท่าทางตื่นเต้นดีใจอย่างออกหน้าออกตา แดนแค่ยิ้มให้ ผมรู้ว่าแดนเองก็ดีใจเหมือนกัน “ไทเกอร์กลับมาทั้งทีเราต้องฉลองเนาะ เดือนอยู่เฝ้าบ้านเนาะเดี๋ยวแม่กับแดนไปซื้อของทำหมูกะทะก่อน”

            “โอเคครับ”

            แล้วแม่กับแดนก็ออกจากบ้านไปเพื่อซื้อของมาทำหมูกะทะ บ้านเราซื้อรถกระบะแล้วเพื่อใช้ขนของ พอมีรถมันก็สะดวกขึ้นมากเลย “เออมึง เตียงมึงอะกูขนขึ้นไปไว้ข้างบนแล้วนะ คือเตียงกูมันเก่าแล้วมันพังอะ เลยต้องขนเตียงมึงขึ้นไปใช้ก่อน”

            “ไม่เป็นไร กูอาจไม่ค่อยได้นอนบ้านมึงแล้ว”

            “เฮ้ย ทำไมอะ” ผมขมวดคิ้วถาม เดินไปนั่งลงข้างๆมันที่โซฟา

            “กูทำงานไง อาจจะได้นอนเป็นบางวัน นอนโซฟาอะกำลังดีเลย”

            “อ๋อ” ผมพยักหน้างึกๆอย่างเข้าใจ ไอ้เสือแม่งทำงานหนักจริงตั้งแต่อยู่ที่นู้นแล้ว บางคืนก็กลับมาสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าแม่กับแดนบังเอิญมาเห็นอาจจะไม่ดีเท่าไหร่นัก “แล้วเป็นไงบ้างบ้านกู ซื้อของใหม่ตั้งหลายอย่าง ไปดูห้องครัวมะ อันนั้นจัดเต็มมาก”

            “เออไปดิ” ผมลากไอ้เสือมาดูห้องครัว ชักเริ่มตื่นเต้นดีใจแล้วที่มันกลับมา ที่ความรู้สึกมันมาช้าเพราะยังตกใจแถมหลอนที่โดนไอ้มาสคอตเพนกวินวิ่งไล่อยู่น่ะสิ “โห”

            “เจ๋งปะ นี่เตาอบ ตอนซื้อมาใหม่กูน้ำหนักขึ้นสามโลเลย แม่เห่อของใหม่อบขนมให้กินทุกวัน” ผมชี้ให้ดู “โต๊ะกินข้าวก็ใหม่ ตู้เย็นด้วย พอจัดร้านใหม่แล้วค้าขายดีขึ้น”

            “จริง”

            “เออแล้วมึงยังจะทำงานอีกหรอช่วงนี้” ผมคิดขึ้นได้ “มันใกล้สอบแล้วนะ แบบว่าอีกสาม-สี่เดือนเอง”

            “เอาจริงพี่กูไม่ค่อยอยากให้เรียนเท่าไหร่” มันกลับมานั่งที่โซฟา ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย “บอกว่ามันไม่ได้ช่วยให้ทำงานดีขึ้น แค่เสียเวลาเปล่าๆ แต่ถ้ากูจะเรียนก็โอเค หลังจากที่กูยอมทำตามทุกอย่างตอนอยู่ฮ่องกง ระหว่างกูกับพ่อ พี่ ดีขึ้นเยอะเลย”

            “ก็ดีแล้วนี่”

            “ใช่ กูพูดอะไรเขาก็ฟังขึ้นเยอะ เลยอนุญาตให้เรียนแต่ห้ามปฏิเสธงาน เพราะงั้น” ไอ้เสือยักไหล่ “กูเลยต้องทำสองอย่างพร้อมกัน ถ้ากูสอบไม่ติดก็หมายความว่าคงเรียนไปทำงานไปไม่ไหว แค่นั้นแหละ”

            “อ๋อ แต่ถ้ามึงอยากเรียนก็เหนื่อยแย่เลยดิ”

            “ติวกับมึงตลอด ไหวน่า”

            “ติวกับกูเนี่ยนะ” ผมทำหน้าเอือมระอา “ตัวกูกูยังเอาไม่รอดเลยเสือเอ๊ย ที่ติวให้มึงไปก็ไม่รู้ว่ามีผิดบ้างรึเปล่า กลัวทำมึงสอบไม่ติดไปด้วยนี่แหละ”

            “มึงสอบไม่ติดไม่เห็นเป็นไรเลย”

            “ทำไมจะไม่เป็นวะ”

            “กูเลี้ยงไง”

            “โอ้โห” ผมหลุดขำ “เลี้ยงเมียกับลูกกูด้วยปะล่ะ”

            “ไม่เอา” มันตอบแบบไม่ต้องคิด

            “แล้วลูกเมียกูจะอยู่ยังไงวะ” ผมว่า เลี้ยงกูแต่ไม่เลี้ยงเมียเลี้ยงลูกกูเนี่ยนะ ครอบครัวผมในอนาคตจะเอาอะไรแดก “หัวหน้าครอบครัวอย่างกูยอมรับไม่ได้”

            ไอ้เสือขมวดคิ้ว “ทำไมจู่ๆพูดถึงเรื่องลูกเมีย?”

            “เอ้า ก็มันเป็นเรื่องปกตินี่” ผมตอบ “อยู่ดีๆเมื่อคืนก็มานั่งนอนคิด เผลอแป๊บเดียวก็มอหกละ เดี๋ยวก็เข้ามหาลัย เรียนจบ แต่งงาน กูกำลังจะข้ามไปอีกขั้นแล้วคือเข้ามหาลัย เวลาแม่งโคตรเร็วเลยนะเว้ย”

            “ไม่เห็นจะเร็วเลย” อีกฝ่ายว่า ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ท่าทางมันดูอารมณ์เสีย “สองปีอยู่ฮ่องกงอย่างกับยี่สิบปี”

            “อารมณ์ไม่ดีทำไมเนี่ย”

            “เปล่า” มันกลับมาทำหน้าปกติ “กูหิวมั้ง”

            “อ้าวหรอ เออ แต่มึงไม่ได้กินข้าวกลางวันด้วยนี่นา รอหน่อยนะเดี๋ยวได้กินเต็มที่เลย”

            “แล้วมึงตัดสินใจได้ยังว่าจะเข้ามอไหน”

            “โหย” ผมเอนหลัง “อันนี้ยากเลย มึงอะ”

            “คือกูที่อยากเรียนเนี่ยเพราอยากอยู่กับมึ- พวกมึงไง พวกมึงไปไหนกูก็ไปนั่นอะ”

            “มิกฟิวส์นี่เห็นเคยคุยกันว่าอยากไปเชียงใหม่”

            “แล้วมึงอะ”

            “เอาจริงนะเว้ย กูว่ากูเลือกมากไม่ได้หรอก กูให้มหาลัยเลือกกูเอาดีกว่า” ผมว่าอย่างท้อใจ กูคะแนนปีที่แล้วเทียบกับคะแนนตอนลองทำข้อสอบของตัวเอง “อีกอย่างเริ่มลังเลแล้วว่าจะตัดใจจากวิศวะดีใจ ตอนทำข้อสอบคือคะแนนกูน่าสมเพชมาก”

            “อย่าเพิ่งท้อดิ” ไอ้เสือปลอบใจ “เหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน มึงทำได้อยู่แล้ว”

            “แดนก็พูดแบบนี้ แต่เฮ้อ ไม่มีใครรู้จักตัวกูเท่ากูหรอก กูรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหน” ผมหดไหล่ลงอย่างห่อเหี่ยว ความท้อบวกความเหนื่อยกัดกันไปแล้วทั้งหัวใจ

            “มึงยังมีกูอยู่เว้ย” อีกฝ่ายยื่นมือมาบีบมือผม “อะไรที่มึงอ่านแล้วมาติวให้ กูก็รู้เท่านั้นแหละ ไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่ามึงเลย ถ้าให้กูไปทำข้อสอบกูก็คงได้คะแนนเท่ามึงนั่นแหละ แล้วกูกับมึงก็เหลือเวลาอีกสาม-สี่เดือนเหมือนกันด้วย เรามาพยายามกันดีกว่าเว้ย”

            “เยดแม่” ผมสบถโดยไม่รู้ “ดีว่ะ รู้สึกเหมือนมีเพื่อน”

            “...เออ”

            ผมดึงมือตัวเองออกก่อนจะโน้มตัวไปกอดมันเบาๆ อีกฝ่ายท่าทางแปลกใจอย่างมากก่อนจะกอดตอบ “ลืมกอดมึงไปเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน กอดตอนใส่ไอ้ชุดเพนกวินเวรนั่นไม่นับ ขอบใจด้วยที่ปลอบกู”

            “กูไม่ได้แค่ปลอบ มันคือความจริง ไม่ว่ามึงจะรู้สึกว่าตัวเองแย่แค่ไหน กูก็แย่เหมือนมึงอะ”

            “เชี่ย เพื่อนแท้” ผมตบหลังมัน เผลอยิ้มกว้างก่อนจะถอดกอด “มึงแม่งโคตรเพื่อนแท้ ไอ้คนที่อ่านหนังสือนำกูไปแล้วกูจะเลิกคบแม่งให้หมดไอ้สัด โดยเฉพาะไอ้พวกคะแนนเยอะๆนะ แม่งกูพาลไปหมดละตอนนี้ ถามว่าความผิดใคร”

            “ความผิดพวกมัน”

            “ไม่ๆ ความผิดกูดิ” ผมหลุดขำ “กูอ่านหนังสือไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่ด้วยมั้ง แอบเล่นเกมบ้าง ไม่รู้ดิ หรือกูขี้เกียจวะ”

            “มึงอาจจะยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนรึเปล่า”

            “เออจริง” ผมพยักหน้าเห็นด้วย “บางครั้งความคิดของกูคือแค่อยากเข้าวิศวะ มอไหนก็ได้หรือถ้าวิศวะไม่ได้ก็คณะอะไรก็ได้ หรือถ้าสุดๆแล้วยังไม่ได้ที่เรียนก็ดรอปไปก่อนปีหนึ่ง ไปทำงานพิเศษแล้วค่อยสอบปีหน้า แต่กลัวว่าถ้าได้ทำงานแล้วมันจะไม่อยากกลับมาอ่านหนังสือสอบอะดิ แบบไฟมอด”

            “อยากแนะนำให้มึงทำดีที่สุดก็พออะไรแบบนี้อยู่หรอก แต่กูว่ามึงลองกำหนดเป้าหลักกับเป้าหมายรองดูก่อนไหม เช่นวิศวะมอนี้ ถ้าไม่ได้ก็อาจสำรองเป็นคณะอื่น หรือมออื่นที่คะแนนลดหลั่นลงมา อันแรกเอาไว้กระตุ้นตัวเอง อันสำรองก็เอาไว้อุ่นใจว่าได้แน่ๆงี้”

            “...อืม” ผมยกแขนกอดอก “มึงดูให้คำแนะนำดีจังวะ ทั้งที่เมื่อก่อนกูเป็นคนให้คำแนะนำมึงตลอดเลย”

            “กูก็ไม่ได้แนะนำอะไรมากนะ” เสือขมวดคิ้วงุนงง “มันก็แค่คำแนะนำทั่วไป ไม่รู้ด้วยว่าจะใช้ได้ผลไหม”

            “งั้นลองเลยไหมล่ะ มึงด้วย”

            “ก็ได้”

            ผมไปนั่งที่โต๊ะคอมของตัวเอง ไอ้เสือลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ เราสองคนนั่งไล่ดูรีวิวของแต่ละมหาลัย แต่ละคณะ คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปมา ใช้เวลาอยู่นานจนกระทั่งแม่และแดนกลับมา เรานั่งกินหมูกะทะด้วยกันจากนั้นก็ช่วยกันทำความสะอาด ผมกับไอ้เสือมานั่งดูมหาลัยต่อ

            “ดูอะไรกันหรอ” แดนเดินเข้ามาถามอย่างสนใจ

            “รีวิวคณะเศรษฐศาสตร์ แดนมานั่งด้วยกันสิ” ผมชวน แดนลากเก้าอี้จากในห้องครัวมานั่งข้างๆอีกฝั่ง “แดนว่าอย่างเดือนเนี่ยเหมาะเรียนเศรษฐศาสตร์ไหม”

            “อืม” แดนเงียบไปทำท่าทางครุ่นคิด “ไม่น่าจะนะ ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ตอนมอห้าเดือนดูไม่ชอบเลย บ่นตลอดว่าไม่เข้าใจ ไม่ชอบ ไม่สนุก”

            “ก็จริง เออแล้วแดนอะ ตัดสินใจได้ยัง” ผมถามอีกครั้ง ผมคอยถามแดนตลอดว่าตัดสินใจได้รึยังเกี่ยวกับการเรียนต่อและแดนมักจะปฏิเสธเสมอ

            “ยัง” แดนส่ายหน้ายิ้มๆ “ไทเกอร์เล่าเรื่องเรียนต่อต่างประเทศให้ฟังหน่อยได้ไหม”

            “เหนืออยากไปประเทศไหนล่ะ”

            “ไหนก็ได้”

            “ทำไมถึงอยากไปเรียนต่างประเทศ”

            “อยากได้ประสบการณ์ อยากไปเจอคนเยอะๆเจอคนเก่งๆ ฝึกภาษา เรียนรู้อะไรต่างๆ” แดนตอบ คำตอบมันอาจฟังดูธรรมดาแต่แดนคิดอย่างนี้จริงๆ เพราะแดนเป็นคนตั้งใจเวลาทำอะไร “อยากแบบก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเองด้วย อยากรู้ว่าถ้าไปอยู่คนเดียวในที่ไกลๆไม่รู้จักใครเลย แล้วตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหนน่ะ”

            “ไปประเทศใหญ่ๆอย่างอเมริกาสิ” ไอ้เสือเอ่ยตอบ “เหนือจะได้เจอคนมากมายเลย”

            “ไทเกอร์เคยไปหรอ”

            “ไปอยู่ประมาณสามเดือนมั้ง ระหว่างสองปีนี้แหละ”

            “อ๋อ” แดนพยักหน้า “อเมริกาเลยหรอ น่าไปจัง”

            “อยากไปก็ไปสิ” ผมเอ่ยแทรก “ไปเลย”

            “ไล่อีกแล้ว”

            “ใช่ ไล่แล้ว เบื่อคนขี้ลังเล ไปชิ้วๆ” ผมแกล้งว่า แดนย่นจมูกทำหน้างอนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป “เอ้า ไปไหนอะ”

            “งอน ไม่ต้องตามมานะ”

            ผมนั่งลง มองตามแดนตาละห้อย “ชิบหายละ งอนเฉย”

            “งอนจริงหรอวะ เหมือนแกล้งมากกว่า”

            “แต่ลุกหนีออกไปเลยนะเว้ย”

            สักพักก็ได้ยินเสียงแดนตะโกนดังลั่นมาจากหลังบ้านว่า “อยู่นี่แล้ว ไกลพอรึยัง!

            ผมหลุดขำตะโกนกลับ “ไกลพอแล้ว กลับมาได้แล้ว”

            “โอเค” แล้วแดนก็เดินกลับมานั่งลงที่เดิม ผมอดบีบแก้มอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูไม่ได้

            “ลงทุนเดินไปหลังบ้านเลยนะ”

            “ก็ไกลสุดแล้วอะ”

            “จ้า” ผมอดไม่ไหวยกมืออีกข้างขึ้นบีบแก้มอีก จนแดนร้องบอกให้ปล่อยเพราะเจ็บ พอเอามือออกแก้วขาวก็ขึ้นสีแดงจ้ำ “แดงเชียว ไปเขินใครมาเนี่ย”

            “แหม ยังจะพูดอีก เจ็บจริงนะเนี่ย” แดนว่าอย่างเซ็งๆ “ดูต่อได้แล้ว”

            “แล้วเรื่องอเมริกาอะ” ผมถามก่อน

            “สนใจมากเลยล่ะ เดี๋ยวจะเอาไปคิด ขอบใจนะไทเกอร์”

            “ไม่เป็นไร”

            แล้วเราสามคนก็นั่งดูต่อ พอได้คณะที่สนใจก็เลื่อนไปหาคะแนนของปีก่อนๆ ลองวัดดูว่าพอจะไหวไหม นั่งดูรีวิวของรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ไม่ก็อาจารย์ที่มาทำคลิปเล่าให้ฟัง ไอ้เสือดูไม่ได้สนใจคณะอะไรเป็นพิเศษแต่เออออไปตามผม ที่บอกว่าจะอยู่กับเพื่อนนี่สงสัยจะเอาจริง

            ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนะ เอาจริงถ้าผมเป็นมาเฟียที่โคตรเก่ง มีความสามารถ ทำงานทีก็ได้เงินเยอะแยะ ครอบครัวก็ไม่ได้ว่าอะไรเรื่องจะเรียนต่อหรือไม่เรียน ผมคงไม่เรียนอะ ทำงานดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเราก็เรียนเพื่อให้ได้งานกับเงินใช่ไหมล่ะ

            แต่ไอ้เสือมันชอบอยู่กับเพื่อนไง เลยกลายเป็นว่าได้หมด เพื่อนอยู่ไหนมันอยู่นั่น “มึงลองถามมิกกับฟิวส์ดิว่าสนใจมอไหน”

            “ถามทำไม”

            “อ้าว” ผมชะงัก ละสายตาจากหน้าจอหันมามองมัน “ก็มึงบอกอยากอยู่กับพวกกู เอ๊ะ แต่เดี๋ยวนะ ถ้ากูกับมิกฟิวส์อยู่กันคนละที่ทำไงอะ” ผมสงสัย เพราะมันบอกว่าพวกมึง หมายความว่าเป็นพวกเราสามคน มันก็คงจะเลือกพวกมิกล่ะมั้ง ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่อนุบาลแล้วนี่

            ...อืม แต่ผมก็อยากอยู่กับไอ้เสือว่ะ

            “อยู่กับมึงดิ”

            “ทำไมอะ”

            “พวกมิกฟิวส์มันชอบมีแฟน” ไอ้เสือตอบ “มันจะไม่ค่อยสนใจกูไง”

            “คือมึงจะบอกว่ากูจะไม่มีแฟนว่างั้นเถอะ”

            “เออ” อีกฝ่ายยิ้มขำ ผมทำหน้าเอือมใส่มัน ถึงจะอยากปฏิเสธแต่มันมีวี่แววว่าจะเป็นจริงว่ะ

            “ก็ดี๊” ผมยักไหล่ว่าเสียงสูง “กูก็อยากอยู่กับมึงนะ”

            “...”

            “มึงก็คงไม่มีแฟนเหมือนกันแหละ”

            “เออ”

           

            ...

 

            จากรีวิวคณะและมหาลัย เราเริ่มเปลี่ยนมาดูรีวิวจังหวัดแล้ว

            “มึง กูว่าเชียงใหม่นี่แหละ” ผมพูดขึ้น “กูชอบบรรยากาศว่ะ อยากกลับบ้านเกิด”

            “บ้านเกิดเราอยู่เชียงใหม่หรอ” แดนเอ่ยถามแทบจะทันที

            “ยายเป็นคนเชียงใหม่ไง”

            “นับเป็นบ้านเกิดได้ด้วยหรอ”

            “ได้สิ ก็ยายเกิดเชียงใหม่”

            “งั้นก็ต้องบอกว่าเป็นบ้านเกิดยาย”

            “เค บ้านเกิดยายก็ได้” ผมยอมรับอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก จะอะไรก็ช่างเถอะแต่ผมชอบเชียงใหม่มากเลยอะจากที่ดูรีวิวของคนไปเที่ยวแล้ว มันชอบอย่างบอกไม่ถูก “มหาลัยก็สวยนะเอาจริง โคตรร่มรื่น เสือมึงว่าไง เราไปอยู่เชียงใหม่กันไหม”

            “ได้ดิ”

            “ตอนกูถามว่าไปขอนแก่นดีไหมมึงก็บอกได้”

            “ขึ้นเหนือลงใต้กูได้หมด”

            “งั้นกูไปต่างประเทศอะ”

            “เหนือลงใต้นี่ไม่ได้นับแค่ประเทศไทยไง นับทั้งโลกอะ ขั้วโลกเหนือใต้ได้หมด” อีกฝ่ายตอบ ผมเผลอจิ๊ปากใส่มันอย่างหมั่นไส้ อะไรมันจะได้หมดขนาดนี้วะ หางตาเหลือบไปเห็นแดนอมยิ้ม

            “แดนยิ้มไรอะ”

            “เปล่า ก็แค่คิดว่าตัวติดกันจังเนาะ ไปขั้วโลกเหนือใต้ก็ไปด้วยกัน”

            “เอ้า เพื่อนแท้เพื่อนตายนี่” ผมว่าพร้อมยกนิ้วโป้ง หันไปหาไอ้เสือ “เนาะมึงเนาะ”

            “อืม” มันพยักหน้าทีนึง “ตกลงเชียงใหม่หรอ”

            “คิดว่านะ โคตรสนใจเลย อยากลองไปเที่ยวดูสักครั้งก็คงไม่ได้ มันไม่ว่างเลยอะ” ผมว่าอย่างเสียดาย จันทร์ถึงศุกร์ก็เรียน เสาร์ทางโรงเรียนก็มีติว อาทิตย์อ่านหนังสือไม่ก็พัก ให้ไปวันอาทิตย์วันเดียวคงไม่คุ้มค่าตั๋วอะ

            “งั้นสอบติดแล้วค่อยไปสิ” แดนว่า

            “นั่นดิเนาะ” ผมพยักหน้างึกๆ “วิศวะเหรอ” ผมพิมพ์คะแนนของปีก่อนดู เผลอทำตาโตเมื่อเห็น “เอาเรื่อวจัด คะแนนอย่างเยอะ”

            “เอาไว้กระตุ้นตัวเองไง จดคะแนนไว้ข้างผนังเลย บอกตัวเองว่าต้องได้ประมาณเท่านี้ถึงจะติด” แดนเสนอ ซึ่งคล้ายกับทีไอ้เสือบอกเลยว่าเอาไว้กระตุ้นตัวเอง “พอมีเป้าหมายชัดเจนเราก็จะมีกำลังใจมากขึ้น ดีจังที่เดือนเลือกได้”

            “ไอ้เสือบอกแหละ” ผมว่า “มันบอกให้ลองกำหนดเป้าหมายดู เลยมานั่งหาเป้าหมายอยู่ตั้งนานนี่ไง”

            “อื้อ ดีแล้ว ถ้าทำคะแนนได้เยอะเท่านี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วแหละ” แดนชี้ไปที่หน้าจอ

            “เกือบเต็มแล้วนะนั่นน่ะ”

            “ไม่ๆ หมายถึงคะแนนต่ำสุดสิ” แดนว่า “ตรงนี้ คะแนนต่ำสุดก็ถือว่าเยอะพอสมควรเลยทีเดียว เป็นการท้าทายตัวเองเลยนะเนี่ย”

            “เป็นการท้าทายที่รู้สึกว่าแพ้ตั้งแต่อยู่บ้านแล้วว่ะ” ผมเริ่มแอบรู้สึกท้อใจอีกครั้ง

            “เดือนคนกระตือรือร้นหายไปไหนแล้วเนี่ย”

            “เดือนหนาวคนกระตือรือร้นเรื่องเรียน มันตายไปตั้งแต่มอต้นแล้วนะไอ้นั่นอะ” ผมหันไปว่า มันท้อๆด้วยแหละ มันมอหกอะเนาะ หันไปทางไหนก็เหมือนเห็นแต่คนขยันคนเก่ง

            ผมหันกลับไปอีกข้างเมื่อไอ้เสือยื่นมือมาตบบ่า “ไม่เป็นไร มีกูอยู่”

            คราวนี้ผมยิ้มออกเมื่อนึกได้ “โอเคเลยมึง งั้นเรามาสู้ไปด้วยกันเถอะ มึงย้ายโต๊ะวางของอันนั้นมาดิ แล้วเรามาอ่านหนังสือด้วยกัน”

            “ได้ดิ”

            “แค่ให้กระตุ้นนะ” แดนเอ่ยแทรก “ไม่ได้ให้กดดันตัวเอง ถ้ารู้สึกแย่เมื่อไหร่หยุดเลยแล้วเรามาคุยกันใหม่ ไม่เอาแบบต้องทำให้ได้แล้วเครียดจนกดดันตัวเองนะ โอเคมั้ย ทั้งสองคนเลย ไม่อย่างนั้นมันจะแย่เอา ยิ่งเครียดยิ่งกดดันจะยิ่งทำไม่ได้ แล้วมันจะสะสมโดยไม่รู้ตัว อย่าฝืน”

            “โอเคครับ/อืม” เราสองคนตอบพร้อมกัน แดนยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง หลังจากนั้นไอ้เสือก็กลับมาเรียนตามปกติ มันบอกว่ามันตามเนื้อหาไม่ทันเลย เราเลยคุยกันว่าจะเริ่มทวนใหม่ตั้งแต่เนื้อหามอสี่ อันไหนได้แล้วก็ทวนคร่าวๆ

            ไอ้เสือบอกว่าจะไม่ได้กลับบ้านบ่อยเพราะต้องทำงาน แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย มันกลับบ้านบ่อยกว่าที่คิด บางคืนก็ไม่ได้ไปทำงาน บางคืนก็กลับไม่ได้จริงๆ เรานั่งอ่านหนังสือด้วยกันถึงประมาณเที่ยงคืนก็แยกย้ายเข้านอน พยายามพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ฝืนร่างกาย

            ทุกครั้งที่ท้อก็หันไปมองไอ้เสือ พบว่ามีคนกำลังเดินไปพร้อมกันอยู่ก็อุ่นใจ คะแนนของมันก็ไม่ได้เยอะไปกว่าผมเท่าไหร่นัก เนื้อหาที่อ่านทบทวนก็อ่านเท่ากัน เครียดก็เล่นเกม หาอะไรดูด้วยกัน เวลาผ่านไปจนถึงวันสมัครสอบ ผมจัดการเรื่องสมัครสอบของตัวเองเรียบร้อยเป็นเวลาเดียวกันกับที่แดนตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่บอสตัน อเมริกา

            ตอนแรกผมอยากเข้าวิศวะไฟฟ้าแต่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน คิดว่าตัวเองชอบคอมมากกว่าเลยเอาคอมไว้อันดับหนึ่ง ไฟฟ้าอันดับสอง คะแนนห่างกันแค่นิดเดียว ส่วนที่เหลือก็เลือกเป็นคณะอื่นที่คิดว่าคงพอเรียนไหว เอาจริงนอกจากวิศวะสองสาขาแล้วก็ไม่อยากเรียนอย่างอื่นเท่าไหร่

            ไอ้เสือเลือกอันดับตามผมเป๊ะ ที่มันบอกว่าจะอยู่กับผมแม่งไม่ได้โกหกเลย เพื่อนรักเพื่อนตายของแท้ว่ะเราสองคน

            ตอนสมัครสอบพบว่ามิกกับฟิวส์ก็ยื่นมอเดียวกัน เหตุผลอาจคล้ายๆไอ้เสือคืออยากอยู่ด้วย ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่อนุบาลอะเนาะ วิศวะเหมือนอีกต่างหากแค่คนละสาขา ที่ทำให้ผมแปลกใจว่านั้นคือตุลย์ ตุลย์ยื่นนิติศาสตร์ที่เชียงใหม่เหมือนกัน

            ถึงวันสอบจริง ออกห้องสอบมาผมถึงกับเฉา รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย คะแนนออกมาก็ตามคาด ไม่ติดสองอันดับแรก ไปติดอันดับสามแทน ผมใช้เวลาลังเลอยู่นาน คิดแล้วคิดอีกคำตอบก็ออกมาว่าตัวเองไม่ได้อยากเรียนคณะนี้จริงๆ

            รอบที่สองผมก็เลือกเหมือนเดิม ด้วยความที่ตัดสินใจแล้วว่าไม่ได้อยากเรียนคณะอื่น เลยเลือกวิศวะไว้สองอันดับแรกและปล่อยสองอันหลังว่างไว้เพราะไม่อยากไปกันสิทธิ์คนอื่น ผลก็ออกมาเหมือนรอบแรก ไม่ติดเลย

            แม่กับแดนพยายามมาปลอบใจผมใหญ่ ผมบอกว่าผมไม่ได้เสียใจอะไรขนาดนั้น จากตอนแรกที่ทั้งท้อใจทั้งกังวลเรื่องสอบ แต่พอได้ทำเต็มที่แล้วมันก็ไม่รู้สึกเสียดายเลย รอบนี้ไม่ได้ก็ยังมียังเหลืออีกรอบหนึ่ง หรือถ้าปีนี้ไม่ได้ไว้ลองอีกปีหน้า โชคดีที่แม่เข้าใจ ไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียว มีแต่คำปลอบใจและให้กำลังใจ

            ผมเสียดายอย่างเดียวคือไอ้เสือ แม่งติดตั้งแต่รอบแรกแต่เพราะผมไม่ติด มันก็บอกว่าจะสอบอีกรอบกับผม พออีกรอบผมบอกมันว่าไม่ติด มันก็สละสิทธิ์ทันทีเลย

            “คือมึงไม่น่าสละเลย กูเสียดายแทนไอ้เหี้ยเอ๊ย” ผมลูบหน้าตัวเองแรงๆ อยากจะต่อยแม่งสักครั้งเพื่อเรียกสติ “แม่งบ้าอะ สองรอบติดก็สละสิทธิ์สองรอบ กูปวดหัวแทน”

            “อย่าเครียดเลยมึง”

            “ขอบใจที่ปลอบนะ ถุย” ผมกุมขมับ ทำไมมันดูสบายใจได้ขนาดนี้วะ แถมตอนสละสิทธิ์แม่งไม่คิดอะไรเลยด้วย หยิบมือถือมากดแค่นาทีเดียวเท่านั้น ผมยังไม่ทันได้ห้ามเลย “เสือ ไอ้มิกกับไอ้ฟิวส์ก็ติดแล้วนะ ถึงจะคนละสาขาแต่ก็ถือว่ายังอยู่ด้วยกันนะ”

            “มึงอย่าคิดมากเลย” มันปลอบใจผมอีกครั้ง “กูเลือกเองนี่ อยู่กับไอ้สองตัวนั้นไปพวกมันก็ไปมีสาวอะ ไม่ค่อยสนใจกูหรอก ขนาดกูไปฮ่องกงมันยังแทบไม่สนใจกูเลย”

            “จริงอะ แต่พวกมันบอกว่ามึงนั่นแหละไม่ค่อยตอบแชตเลย”

            “ไม่จริงอะ” ไอ้เสือเถียง “พวกแม่งแหละไม่ค่อยสนใจกู”

            “เออๆ งั้นมึงก็ไม่ต้องสนใจพวกแม่งละ” ผมตบบ่ามัน การที่โดนเพื่อนสนิทที่สุดเมินเนี่ยแม่งเหี้ยที่สุดละ ทำไมต้องเมินไอ้เสือด้วยวะ เพราะมันอยู่ไกลหรอ “แล้วนี่ตอนอยู่ในห้องอะ”

            “ก็ปกติแหละ แค่ตอนกูอยู่ไกลพวกมันคงไม่ค่อยได้ตอบแชตมั้ง”

            “อ๋อ” ผมพยักหน้า “ถ้าตอนอยู่ด้วยกันยังปกติก็โอเคอยู่ ไม่งั้นกูโทรไปด่าละ ไม่เห็นหัวเพื่อนได้ไง”

            “อืม แล้วนี่มึงจะเอายังไงต่อ”

            “มียื่นรอบสุดท้าย ก็จะยื่นคอมกับไฟฟ้านี่แหละ” ผมตอบอย่างมั่นใจเพราะคิดเอาไว้แล้ว “ถ้าไม่ได้อีกก็คงเป็นปีหน้า ปีนี้ที่ว่างก็ทำงานพิเศษ อ่านหนังสือ ดีซะอีกมีเวลาอ่านอีกตั้งปีหนึ่ง ติดแน่ปีหน้าอะ”

            “โอเค”

            “โอเคอะไรวะ” ผมกลับมาโวยวายอีกรอบ “คือมึงจะซิ่วพร้อมกูไม่ได้เว้ย”

            “ทำไมจะไม่ได้อะ”

            “เราเป็นเพื่อนรักเพื่อนแท้กันก็จริง แต่กูไม่ได้อยากให้มึงปิดกั้นตัวเองนะเว้ย”

            “ปิดกั้นอะไรวะ กูเคยบอกว่าไง?”

            “ไม่ได้อะไรกับการเรียน” ผมตอบ สุดท้ายก็ยอมแพ้ไม่โวยวายต่อ ก็มันเคยบอกแล้วนี่เนาะว่ามันอยากอยู่กับเพื่อนเฉยๆ “เออ ว่าจะถามแต่ลืมตลอดเลย มึงไปอยู่เชียงใหม่มันจะไม่กระทบต่องานต่อ”

            “ไม่นะ” มันส่ายหน้าเบาๆ “ไอ้สิงห์บอกว่าดีเหมือนกัน จะได้ไปดูแลงานที่นู้น”

            “มีสาขาอยู่นู้นด้วยเรอะ” ผมเลิกคิ้ว อีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบ “เออ เจ๋งว่ะ กว้างขวางดีจริงๆ แล้วรอบสุดท้ายนี้มึงก็ยังจะเลือกเหมือนกูใช่ไหม?”

            “ใช่”

            “โอเค กูว่าเราแดกเหล้าสาบานกันเลยดีกว่าไอ้เหี้ย แบบว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”

            “ไม่เอา” เสือตอบแทบจะทันที

            “เอ้า ทำไมวะ ไหนบอกเพื่อนตาย”

            “กูบอกตอนไหนวะ”

            “เอ้า” ผมขมวดคิ้ว ไอ้เสือหลุดขำทำให้ผมหลุดขำตาม “ไอ้เหี้ยนี่ อะไรของมึงวะ”

            “จะแดกเพื่อ” มันถามกลับ “ตามมึงขนาดนี้ละ”

            “จ๊ะ” ผมตอบ “จริงๆก็แค่พูดเล่น ไม่แดกหรอกเหล้าอะ มันขม นี่กูคิดไว้เลยนะว่าถ้าขึ้นมหาลัยแล้วไม่ว่ายังไงก็จะไม่กินเหล้า จะตั้งใจเรียน ไม่อร่อยไม่พอยังทำลายสุขภาพ เนาะมึงเนาะ”

            “อืม”

 

            ....

 

            “อ๊ากกกกกกก” ผมกรี๊ดร้องออกมาเสียงดังลั่นบ้านหลังจากผลการยื่นรอบสุดท้ายออกมาว่าติดวิศวะไฟฟ้า แม่กับแดนวิ่งมาอย่างตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอบอกว่าสอบติดแล้วทุกคนก็ดีใจกันใหญ่ พอนึกขึ้นได้ผมกดโทรหาไอ้เสือทันที “มึ๊งงงงง”

            “ว่าไง”

            “ผลสอบออกมาแล้วนะ ดูยังงงง”

            “ยัง กูอยู่ข้างนอกอะ ทำงานอยู่ โทษทีนะแต่ดูให้หน่อย เดี๋ยวสักสาม-สี่ทุ่มน่าจะได้กลับแล้ว”

            “โอเค”

            ผมกดล็อกอินเข้ารหัสของไอ้เสือที่มันเขียนไว้ข้างโต๊ะ ยิ้มออกกว้างกว่าเดิมเมื่อพบว่ามันเองก็ติด แต่เป็นวิศวะคอม คือมันติดอันดับหนึ่งแหละแต่ผมติดอันดับสอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ แต่กว่าจะแสดงความยินดีกับมันได้ก็ต้องรอสี่ทุ่ม

            “เราไปกินหมูกะทะกันเถอะ! กินที่ร้านนะขี้เกียจล้าง” ผมเอ่ยเสนอ

            “แล้วไทเกอร์ล่ะ” แม่ถาม

            “กลับมาสี่ทุ่มอะ ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ไว้หนูไปฉลองบิงซูกับมันวันอื่นก็ได้”

            “โอเค งั้นเราไปกันเลยเนาะ ฉลองแดนสอบติดที่บอสตันด้วย”

            “ครับ” แดนยิ้มกว้างจนตาหยี แดนสอบติดที่มหาลัยหนึ่งในบอสตัน อเมริกามาได้สักพักแล้ว แดนเองก็ท่าทางดีใจมากแต่เราไม่ได้ฉลองกันเพราะแดนบอกว่ารอผมสอบติดแล้วฉลองทีเดียวดีกว่า เหมือนมั่นใจว่าผมจะสอบติดอะ และสุดท้ายผมก็ติดจริงๆ

            “แล้วไทเกอร์ติดไหม” แดนถาม

            “ติดสิ แต่เป็นอันดับหนึ่ง สาขาคอมแทน”

            “อืม คนละสาขาแต่ก็ถือว่าโอเคอยู่นะ” แม่ว่า “ถ้ามีไทเกอร์ไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ก็วางไว้แล้วล่ะ เฮ้อ ถ้าไปคนเดียวในที่ไกลๆทั้งคู่แม่ได้เป็นห่วงแย่ อะ แต่แม่ไม่ได้บอกว่าไปอยู่ไกลแล้วไม่ดีหรอกนะ แค่โทรหาแม่ทุกวันก็พอแล้ว”

            ผมกับแดนพยักหน้าพร้อมกัน

 

            เวลาสี่ทุ่มครึ่งไอ้เสือกลับบ้านมา ผมบอกมันเรื่องสอบติดมันก็ท่าทางดีใจใหญ่แต่รอยยิ้มหายไปทันทีเมื่อรู้ว่าอยู่คนละสาขากับผม

            “เอาน่ามึง จะเป็นไรวะแค่คนละสาขา ก็คณะเดียวกันปะ เนี่ยกูว่าช่วงว่างยาวเราไปเที่ยวเชียงใหม่กัน ชวนไอ้พวกนั้นด้วย ถือว่าไปดูลาดเลา หาหอพักแล้วก็เที่ยวด้วย”

            “หอ?”

            “ใช่ หอ”

            อีกฝ่ายเลิกคิ้ว “มึงจะอยู่กับใคร”

            “มึงไง คนอื่นเขามีห้องกันหมดแล้ว เหลือแค่เรานี่แหละ” ผมตอบ “หรือมึงสะดวกอยู่คนเดียวมากกว่าอะ”

            “สะดวกอยู่กับมึงมากกว่า” ไอ้เสือว่า ประโยคหลังพูดเบาลง “เฮ้อ ก็ยังดีวะ” 

            “หือ?”

            “แล้วจะย้ายไปอยู่หอเมื่อไหร่ล่ะ”

            “มหาลัยมันเปิดสิงหา มึงว่าเมื่อไหร่ดีอะ?”

            “เมษา”

           

           

 

 

 

 

            ขึ้นเหนือลงใต้ได้หมด ก็เลยได้เป็นทุกเพื่อน เพื่อนรัก เพื่อนแท้ เพื่อนตาย

            #ช่วงนี้เดือนหนาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.874K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,196 ความคิดเห็น

  1. #10921 softless (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 21:41
    กงเหล้าสัญญาเพื่อนตาย5555555555โถ่ใครเขาอยากเป็นเพื่อนกับเธอวะ
    #10,921
    0
  2. #10610 Promise69 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 16:42
    เสือ:เพื่อน-่อง
    #10,610
    0
  3. #10230 P.chonn3 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 14:02
    คลั่งรักสุดดด
    #10,230
    0
  4. #9783 11-12 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 14:38
    ตายไปแล้วกับคำว่าเพื่อน
    #9,783
    0
  5. #9463 Aomiez Aom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 00:07
    ตอนนี้ หนาวพูดคำว่าเพื่อนไปกี่ครั้ง ?
    สู้เค้านะเสือ
    #9,463
    0
  6. #9437 Khanthasene (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 14:14
    ทั้งตอนทีแต่คำว่าเพื่อน เปิดหน้าไหนก็จะเจอคำว่าเพื่อนทุกๆสองวรรค สงสาร
    #9,437
    0
  7. #9374 AnTANDAN (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 03:18
    ขนาดนี้แล้ว หนูรู้ตัวสักมีเถอะหนาวลูก

    สงสารเสืออ่ะ เฟรนด์โซนที่แท้ทรู😂
    #9,374
    0
  8. #8612 svanya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 09:21
    เสือ-รีบอ่อ #คนรีบ2021
    #8,612
    0
  9. #8368 OMMA POR (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 19:30
    น่าเสียดายนะคะ ที่ตอนนี้ยังเป็นได้แค่เพื่อน 555555555555555555 ซุ่ๆนะพี่ไทเก้อ เฮ่!
    #8,368
    0
  10. #8359 071727 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 14:04
    หนาวเมื่อไหร่จะรู้ตัวอีกที เสือจะเฉาตายแล้ว
    #8,359
    0
  11. #8353 iNuDeaR (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 21:42
    สงสารเสืออ่ะ เฟรนโซนสุดๆ น่าสงสารอ่ะ 😂😂😂
    #8,353
    0
  12. #8337 Fukii03 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 01:01
    นายไทเกอร์นี่นอกจากจะเป็นมาเฟียแล้วยังเป็นอย่างอื่นด้วยนะคะ
    หมายถึงเป็นได้แค่เพื่อน ว้าย 5555555555555555555555
    #8,337
    0
  13. #8226 MaMeaw456 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 17:42
    คลั่งรักเป็นที่สุดเลยพ่อเสือ เอ็นดู
    #8,226
    0
  14. #8223 SerinS. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 18:32
    เพื่อนรัก เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ตายจริง เสือตายกับคำว่าเพื่อน5555555
    #8,223
    0
  15. #8211 kipkae_1906 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 08:08

    กัดฟันรออ่านหนาวกับเสือนะ
    #8,211
    0
  16. #8210 mukkyy1234 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 23:32

    ๆๆๆๆๆรอ
    #8,210
    0
  17. #8207 kikss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 11:00

    ไปเชียงใหม่กันนนนนนนน~

    #8,207
    0
  18. #8203 Nut pea (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 20:53

    ชอบๆๆๆๆๆๆ
    #8,203
    0
  19. #8194 _mint_aranya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 19:16
    แหม เสือลูก-คนคลั่งรัก!!!

    เปิดเดือนสิงหาเข้าหอเดือนเมษา55555 คลั่งรักไม่ไหวว
    #8,194
    0
  20. #8193 mukkyy1234 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 22:45

    คิดถึงน้องๆแล้ว
    #8,193
    0
  21. #8191 maprang2428 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 21:07
    รอนานๆมันอาจจะบั่นทอนหัวใจ แต่ยังไงก็รอนะคะไรท์ คิดถึงแล้วว🤗🤗
    #8,191
    0
  22. #8190 pincake (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 16:24
    ไรท์หายเงียบเลยคับไรท์😶
    #8,190
    0
  23. #8184 1331FIN (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 00:31
    ไม่รีบเลยยย 55 // เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะะ รอผลงานต่อๆไปทุกอย่างของไรท์เสมอเลยค่าาา
    #8,184
    0
  24. #8183 nam_lsla (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 11:28
    ทานโทษนะเสือ ไปทำไมตั้งแต่เมษา เกินเบอร์มากพ่อคุณ
    #8,183
    0
  25. #8182 คุณต้นฟ้า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 10:47
    สปอยกันเก่งงงง นี่นึกถึงตอนสอบเข้ามช.ใหม่ๆอ่ะ อือความรู้สึกประมาณนี่แหละมั้ง แบบเอ่อผ่านช่วงนั้นมาๆด้โคตรเจ๋งอ่ะแบบเฮี้ยยย เจ๋งว่ะ แล้วพ่ออ่ะเนาะก่อสปอยกั๋นเก่งงงงง เปิดสิงหาพ่อจะไปอยู่หอตอนเมษาเลยบ่ะได้ โดดบุบน้ะ แล้วก็นักไรท์มากๆไม่เคยโกหกเลย จริงจัง!!!!
    #8,182
    0