#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 25 : Chapter 24 : ตึงหุมขนาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,615 ครั้ง
    25 ก.พ. 64




Chapter 24 : ตึงหุมขนาด

 

 

            ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงกุกกักในห้อง ภายในห้องนอนสลัวเห็นแดนกำลังเปลี่ยนชุดอยู่

            “ไปแล้วหรอ?”

            “อืม เขานัดตีสามน่ะ”

            “เดี๋ยวไปส่ง”

            “ไม่เป็นไร นอนต่อเถอะ”

            “จะไปส่ง” ผมไม่ยอมแพ้ ยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปลี่ยนชุดด้วย แวะล้างหน้าที่ห้องน้ำชั้นล่างก่อนจะเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับแดน วันนี้เป็นวันที่ทางโรงเรียนจัดงานกีฬาสี แดนได้เดินขบวนถือป้ายของคณะสีจึงจำเป็นต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า “นัดเช้าเกิ๊น” ผมอดบ่นไม่ได้

            “พวกผู้หญิงนัดตั้งแต่ตีหนึ่ง” แดนว่า “ส่วนผู้ชายไม่ต้องแต่งอะไรมากเลยนัดเป็นตีสาม”

            “ไปก็ไปนั่งรอนั่นแหละ แทนที่จะนัดเป็นคนๆไป นัดทีเดียวก็ต้องมีคนนั่งรอสิ”

            “ก็นั่นสินะ” แดนพยักหน้าเห็นด้วย

            “แทนที่จะปฏิเสธ”

            “ปฏิเสธมาตั้งแต่มอสี่แล้ว” แดนว่า “ปีสุดท้าย ลองดูหน่อยเป็นประสบการณ์ เดือนล่ะ ลงกีฬาทุกปีไม่เบื่อบ้างหรอ”

            “สงสารอะดิ” ผมแกล้งถอนหายใจ “ถ้าไม่มีเดือนคงไม่ชนะสักรายการ”

            “อื้ม จริง”

            พวกเราเดินผ่านทางเดิมที่เดินไปกลับโรงเรียนมาตลอด ดีที่ติดกับถนนใหญ่เลยมีแสงไฟสว่าง เข้ามาในโรงเรียนพบว่ามีคนค่อนข้างเยอะ อาจารย์กำหนดว่าต้องมาแต่งหน้าแต่งตัวที่นี่เท่านั้น อาจารย์จะได้ดูแลง่ายแล้วค่อยขึ้นรถไปยังจุดเริ่มตั้งขบวน สีแดงของผมนัดแต่งหน้ากันที่โรงอาหาร เดินเข้าไปก็เห็นพวกสีเขียวอยู่กันที่ศูนย์กีฬา ผมเลยมองอย่างสนใจ

            ขบวนสีเขียวท่าทางจะอลังการมาก เดาว่าสีแดงคงแพ้สีเขียวอีกตามเคยแต่สีแดงของเราเด่นด้านกีฬา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่เด่นทุกปีเลย ยกเว้นตอนมอสี่เพราะสีฟ้ามีไอ้เสืออยู่

            ตอนมอสี่ไอ้เสือมันลงบาสเก็ตบอล ฟุตบอลและวิ่งแข่งแค่บางรายการ อันที่มันลงกวาดอันดับหนึ่งเรียบ ส่วนสีผมได้ฟุตบอลอันดับสอง รายการอื่นก็ได้อันดับปะปนกันไป ผมเองก็ลงนะบาสเก็ตบอลอะ ขอให้ไอ้เสือมาช่วยซ้อมให้อีกต่างหาก สุดท้ายแพ้ตั้งแต่แข่งกับสีชมพู ไม่ทันได้ไปชิงกับสีฟ้าเลย

            มอห้าจะได้รับหน้าที่ทำกีฬาสี ปีก่อนผมก็รู้สึกว่ามันสนุกดี ส่วนปีนี้ขึ้นมอหกไม่มีหน้าที่อะไรแต่ใครอยากเข้าร่วมก็ได้ แล้วแต่ความสมัครใจ

            ปีนี้ผมลงฟุตบอลกับเซปักตะกร้อ สองอย่างนี้แข่งไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน ได้ที่หนึ่งทั้งคู่ ลงวิ่งแข่งอีกสองรายการคือวิ่งระยะสั้นกับวิ่งผลัด รายการวิ่งจะแข่งวันนี้ มีน้องมอห้ามาชวนลงอย่างอื่นด้วยแต่บอกเลยว่าอย่างอื่นผมไม่ถนัดโดยเฉพาะวอลเล่ย์บอล ถ้าคนขาดจริงๆอย่างอื่นผมพอลงให้ได้ยกเว้นวอลเล่ย์บอล

            มอหกเทอมสองแล้วไอ้เสือก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา มันเองก็เครียดอยู่เหมือนกัน มันบอกว่าอยากกลับมาเรียนต่อมหาลัยที่นี่ ผมแอบกังวลนิดหน่อยว่าถ้ามันกลับมาแล้วมันจะสอบไหวไหม อยู่นู้นเห็นทำงานตลอด กลับห้องมาก็คอลติวกับผมแต่การติวกับผมมันไม่น่าจะช่วยอะไรได้มาก

            แต่คิดไปคิดมา ไอ้เสืออยู่นู้นทำงานตลอดยังน่าเป็นห่วงน้อยกว่าผมเลย กังวลเรื่องตัวเองดีกว่า

            มาส่งแดนถึงโรงอาหารที่เปิดไฟสว่างจ้า มีคนรอเต็มไปหมด ผมแวะคุยกับเพื่อนสักพักก่อนจะขอตัวกลับไปหลับต่อเพราะผมมีแข่งแต่เช้า ถึงไม่มีแข่งก็ต้องตื่นมาดูแดนถือป้ายคณะสีอยู่ดี แม่มาปลุกผมบอกว่าขบวนกำลังจะมาถึงหน้าบ้านแล้ว ผมรีบลงไปดูทันที

            พบว่ามีคนรอดูขบวนอยู่เต็มถนนเลย หน้าร้านก็มียืนรอดูอยู่ ทั้งเด็กโรงเรียนเรา โรงเรียนอื่น ศิษย์เก่าที่มาเยี่ยมชมแม้กระทั่งคนนอก เห็นเป็นสีเขียวก่อนเดินนำมา ต่อด้วยสีชมพูและสีแดง เห็นแดนเดินนำขบวนสีแดงมาแต่ไกล ถือป้ายคู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

            ในมือของแม่ถือกล้องเตรียมถ่ายไว้เต็มที่ ผมเองก็ตั้งใจว่าจะถ่ายด้วยกล้องมือถือ แดนแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆเลย ที่ผมอยากให้แดนปฏิเสธไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ หนึ่งเพราะไม่อยากให้ต้องลำบากตื่นเช้า สองคือไม่ชอบที่มีแต่พวกหน้าม่อมารอดูและถ่ายรูปเต็มไปหมด ถึงมันจะไม่ได้ผิดอะไรก็เถอะ

            เมื่อแดนเดินมาถึงหน้าบ้านก็หันมายิ้มให้พวกเรา แม่กับกดถ่ายรัวเลย พอแดนเดินไปแล้วยังไม่พอ เดินตามไปถ่ายมุมอื่นด้วย “เดือนดูสิ มุมนี้ดีมากเลย” แม่ยื่นกล้องให้ผมดู

            “จริงด้วย ดีมากเลย ถ้าหนูชมว่าสวยจะแปลกไหมอะ” ผมว่าไปตามความคิด คือจะชมว่าน่ารักมันก็ไม่ค่อยตรง มันออกไปทางสวยมากกว่า สำหรับผมแล้วผมว่าแดนสวยกว่าผู้หญิงที่ถือป้ายคู่กันซะอีก

            “ไม่แปลกหรอกก็แดนสวยจริงๆ จะชมว่าน่ารักหรือหล่อมันไม่เข้านี่นา” แม่ทำท่าทางครุ่นคิดสักพัก “จะว่าไปยายก็ชมผู้ชายว่างามนะ”

            “งามแบบภาษาเหนืออะหรอ” ผมถาม ความจริงแล้วยายผมเป็นคนเหนือ แต่ตาเป็นคนภาคกลางส่งผลให้แม่พอพูดภาษาเหนือได้บ้าง แต่ผมกับแดนพูดแทบไม่ค่อยได้เลย เข้าใจแค่บางคำ

            “ใช่ๆ แบบว่าพระเอกละครคนนี้งามแต้ๆเลย แม่ตึงหุมขนาด”

            “ตึงหุมขนาดคือ?”

            “ชอบมาก ประมาณนั้น”

            “อ๋อ แม่น่าจะสอนภาษาเหนือให้หนูบ้างอะ อยากพูดเป็น”

            “แม่ก็งูๆปลาๆ เสียดายไม่ให้ยายสอน”

            เราสองคนพากันเดินเข้าไปในโรงเรียน เข้าไปถ่ายรูปแดนที่สนามหน้าเสาธงหลังพิธีเปิดงานเสร็จ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงพาแดนไปเปลี่ยนชุดกับล้างหน้า “แดน วันนี้สวยมากเลย เดือนตึงหุมขนาด”

            “ฮะ?” แดนขมวดคิ้วมาทันที “อะไรนะ?”

            “ตึงหุมขนาด” ผมว่าซ้ำ แอบอมยิ้มกับหน้างงของแดน “แปลว่าชอบมากๆ”

            “อ๋อ ภาษาเหนือหรอ”

            “ทำไมรู้อะ”

            “เดาไง แม่สอนหรอ” แดนถามไปถูโฟมล้างหน้าไป “เดือนแข่งกี่โมงนะ”

            “อีกครึ่งชั่วโมง” ผมดูเวลาจากมือถือ “ต้องไปยืดเส้นวอร์มรอแล้วล่ะ”

            “โอเค งั้นเดี๋ยวแม่กับแดนรอเชียร์นะ”

            “ครับผม”

 

            กีฬาสีทุกปีจะมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือมาสคอตประจำแต่ละสี ให้มาเดินในขบวนแล้วก็วิ่งแข่งกัน ผมว่ามันก็ดูน่ารักดีนะแต่คนใส่คงลำบากน่าดู อากาศร้อนอย่างนี้ยังต้องมาใส่ชุดมาสตอตแถมต้องมาวิ่งแข่งกันอีก ไม่พอต้องใส่ทั้งวันเพราะมาสคอตถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสี

            ส่วนมากเป็นมอหกนะที่ใส่กัน เพราะมอสี่ก็ต้องขึ้นสแตนด์ มอห้าก็มีหน้าที่แล้ว มอหกมันไม่มีอะไรต้องทำไง ใส่มาสคอตไม่ต้องซ้อมให้เสียเวลาด้วย ทำหน้าที่แค่วันจริงวันเดียว ผมเกือบได้ใส่แล้วเพราะถูกเพื่อนยัดเยียดมา พวกเหี้ยนี่แม่งตั้งจะแกล้งกันชัดๆ โชคดีที่ลงวิ่งแข่งไว้ไม่อย่างนั้นผมได้ใส่ไอ้ชุดแพนด้าสวมเสื้อแดงนั่นแน่

             “ร้อนมั้ยวะเข้ม” ผมเอ่ยชวนคุย ตอนนี้ผมมาเตรียมตัวรอลงแข่งที่ข้างสแตนด์ เห็นไอ้เข้มห้องสี่ที่ได้รับเลือกให้ใส่ชุดนั่งอยู่ ไอ้ตัวข้างในคงกำลังทำหน้าเซ็งแต่ดูข้างนอกแล้วมันน่ารักดี เป็นหมีแพนด้าใส่เสื้อสีแดงตัวอ้วนๆ

            “ร้อนสัด”

            “แต่ภายนอกมึงอย่างน่ารักเลย” ผมยื่นมือไปตีหัวแพนด้าอย่างอดไม่ได้ มันกำหมัดจะตีผมคืนแต่มันเป็นหมัดแพนด้าอะ มันน่าเอ็นดูมากกว่า “อย่าทำกู กูกำลังจะลงแข่งนะ อ้าว เม่น” ผมหันไปมองเห็นเพนกวินของสีฟ้าเดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้างๆ

            “มึงไม่อยู่สีมึงหรอ”

            ไอ้เม่นไม่ตอบแค่ส่ายหน้า

            “ร้อนอะดิ”

            มันพยักหน้า

            “เป็นไร เซ็งจนพูดไม่ออกเลยหรอ”

            คราวนี้นั่งนิ่ง

            “เออ นั่งปรับทุกข์กันไปนะ กูไปละ” ผมว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหานักกีฬาคนอื่นที่ยืนคุยกันอยู่ ไม่นานอาจารย์ก็มาบอกให้คนที่ต้องลงวิ่งแข่งร้อยเมตรลงสนามได้ ผมเดินไปพร้อมกับอีกสามคน ท่ามกลางสายตาของคนมากมายที่ล้อมดูอยู่ ผมไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะเคยผ่านการแข่งขันฟุตบอลที่คนดูเยอะกว่านี้มาแล้ว

            เสียงร้องเพลงเชียร์จากสแตนด์ดังขึ้น เชียร์ลีดเดอร์ก็เริ่มตั้งท่า พิธีกรเกริ่นเล็กน้อยก่อนเสียงนกหวีดจะดังขึ้น ผมออกวิ่งและเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก พิธีกรประกาศว่าสีแดงชนะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ผมหอบเล็กน้อยเดินกลับมาที่ข้างสแตนด์ที่เดิมเพื่อหาน้ำจิบ

            เพนกวินสีฟ้ายื่นขวดน้ำให้ “ขอบใจ” ผมว่าพร้อมรับมาดื่ม ไอ้เม่นไม่ตอบอะไรแค่ยกนิ้วโป้งให้

            “มึงสีฟ้าไม่ใช่อ่อ ทรยศนี่หว่า” ผมแซวอย่างอดไม่ได้ ไอ้เพนกวินสีฟ้าไม่ตอบอะไร “เป็นไรวะ มาสายเย็นชาไม่พูดหรอ”

            “...”

            “อะๆ มึงร้อนก็แดกน้ำหน่อยเถอะไป”

            “...”

            “เป็นเหี้ยไรวะเม่น เข้มมึงอยู่กับมันมันคุยกับมึงบ้างปะ”

            “ไม่นะ กูก็งง มันเป็นเหี้ยไร”

            “เอ้า มึงโมโหใครปะเนี่ย” ผมหันมาถามไอ้เม่นอย่างงุนงง “หรือว่าฝึกเป็นผู้ชายเย็นชาวะ บ้าน่า จะเท่ไปไหนแค่ถือกีตาร์มาโรงเรียนทุกวันมันก็เท่สาวกรี๊ดไม่ไหวละนะ” ผมแซว อย่างที่เคยบอก อยากได้กีต้าร์เพราะไอ้เม่นนี่แหละ หล่อเท่ไม่มีเหตุผลแค่แบกกีต้าร์ แต่พอได้กีต้าร์มาแล้วผมก็แทบไม่แบกมาโรงเรียนเลย มันหนัก

            “...”

            “แน่ะ ก็ยังไม่ตอบ กับเพื่อนกับฝูง” ผมวางขวดน้ำที่เหลือครึ่งเดียวลง หันไปมองสแตนด์เชียร์กับเชียร์ลีดเดอร์ “หลีดปีนี้มีแต่คนน่ารัก”

            “...”

            “เข้มมึงรู้จักน้องคนกลางปะ-เอ้ย ไอ้เพนกวิน ตบหัวกูหาพ่องหรอ” ผมโวยวายเพราะไอ้เพนกวินที่อยู่ข้างๆง้างมือตบหัวผมเฉย ถึงจะเบามากก็เถอะ “มึงเอาไงเนี่ยไอ้เม่น พูดด้วยก็ไม่พูดเสือกตบหัวกูอีก”

            “สมมึงอะ” เข้มว่าขึ้น “เอาอีกเลยเม่น กูให้ห้าบา-โอ๊ย ตบกูทำไมอะ”

            “สม” ผมว่าเหมือนกัน ไอ้เพนกวินนี่มันตกมันรึไงวะ ตบทั้งหัวผมหัวไอ้เข้มละเนี่ย “เพนกวินโมโหว่ะ”

            “เป็นเชี่ยไรไอ้สัด” เข้มตบคืน ไอ้เม่นจะตบกลับแต่ผมจับแขนมันไว้ก่อน

            “ใจเย็น ตีคนละทีแล้วไง หายกัน มาสคอตมันต้องน่ารักเฟรนด์ลี่ไม่ใช่หรอวะ พวกมึงจะมาตีกันไม่ได้” ทั้งสองยอมหยุดและกลับมานั่งเหมือนเดิม พอมีคนแวะเวียนมาขอถ่ายรูปด้วยไอ้ตัวนี้ก็ต้องยอม สักพักผมก็ได้เวลาลงแข่งวิ่งผลัดแล้ว “กูไปละนะ”

            ผมกำลังจะลุกแต่ไอ้เพนกวินมันแตะไหล่ผม หันไปมองเห็นมันยกนิ้วโป้งให้อีกแล้ว

            “เออ เยี่ยม เยี่ยมแน่นอน ทำไมไม่ไปให้กำลังใจสีตัวเองว่ะ” ท้ายประโยคผมแอบบ่น แต่ก็ยังยกนิ้วโป้งส่งคืน ผมไปประจำตัวแหน่งที่ไม้สุดท้ายซึ่งมันตรงกับสแตนด์สีแดงที่เดิม เห็นไอ้เพนกวินสีฟ้าโบกไม้โบกมือให้ใหญ่

            ไม่ได้ มึงไม่ควรเชียร์กูออกหน้าออกตาขนาดนี้ กูอยู่สีฟ้ากูลงมาต่อยแล้ว

            สิ้นเสียงนกหวีดไม้แรกก็วิ่งมา ต่อด้วยไม้สองและสาม พอถึงตาผมพบว่าสีแดงอยู่อันดับสอง ผมรับไม้มาออกตัววิ่งแซงคนข้างหน้าแล้วเข้าเส้นชัยคนแรก ได้รับคำชมว่าเก่งมาก คิดไม่ผิดเลยที่ให้อยู่ไม้สุดท้าย พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เดินไปหาแม่กับแดน

            “อ้าว มีเพนกวินเดินตามด้วย” แม่ว่า ผมหันไปมองข้างหลังทันที เห็นเป็นไอ้เม่นเดินตามผม

            “มึงไม่กินข้าวกล่องที่สีมึงหรอ”

            “...”

            “กูว่าจะไปกินที่โรงอาหาร”

            “...”

            “...เอ่อ มึงไปกินที่โรงอาหารกับกูไหม” ผมเอ่ยชวนอย่างช่วยไม่ได้ มันพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีกแล้ว อยู่ด้วยกันพักใหญ่ๆยังไม่ได้ยินเสียงมันเลยนะเนี่ย แล้วเราสี่คนก็เดินไปยังโรงอาหาร “อ้อ เม่นนี่แม่กูเอง” ผมแนะนำ เพราะเม่นมันยังไม่เคยไปกินข้าวร้านผม

            เพนกวินสีฟ้ายกมือไหว้

            “สวัสดีจ้า” แม่ยิ้มให้ “ชุดน่ารักเชียว แต่ไม่ร้อนหรอลูก”

            “...” มันก็ยังไม่ตอบ แม่ผมทำหน้างง

            “มันอารมณ์ไม่ค่อยดีนิดหน่อยอะแม่” ผมตอบแทน แม่พยักหน้าอย่างเข้าใจ เราไปที่โรงอาหารพบว่ามีร้านเปิดแค่ไม่กี่ร้านเพราะมันเป็นวันงาน ส่วนมากกินข้าวกล่องไม่ก็ออกไปกินข้างนอกแต่เพราะพวกผมขี้เกียจออกไปข้างนอก แถมจะขอข้าวกล่องอีกกล่องให้แม่ก็เกรงใจ กลัวมันไม่พอให้คนอื่นเลยมากินที่นี่ “เม่นมึงเอาไร”

            “...”

            ผมทำมือชี้ไปที่หัวตัวเอง “ถอดหัวออกดิ จะได้กินข้าว”

            “...”

            “ไม่หิวเหรอ น้ำอะ กินน้ำหน่อยปะ เดี๋ยวเป็นลมหรอก” มันก็ยังไม่ตอบ “ไม่ก็ถอดออกหน่อย กูร้อนแทน”

            มันก็ยังไม่ตอบจนผมขี้เกียจคุย ผมไปยืนซื้อข้าวราดแกงมันก็มายืนข้างๆแต่ไม่สั่งอะไรกิน ผมไปซื้อน้ำมันก็เดินตาม “เม่น กูว่ามึงทำตัวแปลกๆนะวันนี้ มึงมีอะไรรึเปล่า หมายถึงมีปัญหาอะไรกับกูมากปะสัด ถอดชุดต่อยกันสักหมัดมะ กูเริ่มรำคาญละ”

            “...”

            “โว้ย” ผมสบถอย่างหมดอารมณ์ ทนไม่ไหวต่อยไหล่มันเบาๆ มันเดินตามผมกลับมาที่โต๊ะและนั่งลงข้างๆ วางจานข้าวให้แม่ “อะนี่แม่ ร้านนี้อร่อยนะ หนูกินตอนกลางวันแทบทุกวันเลย”

            “อื้ม อร่อยจริงด้วย แม่ชอบเลย”

            “แม่ตึงหุมขนาดเลยใช่ไหม” ผมถามยิ้มๆ แม่เองก็ยิ้มกว้างออกมาเหมือนกัน

            “ใช่แล้ว แม่ตึงหุมขนาดเลย” แม่ตอบ “แล้วเพื่อนล่ะไม่กินหรอ?”

            “มันบอกไม่หิวอะครับ” ผมต้องตอบแทนมันอีกครั้ง หันไปมองไอ้เม่นในชุดมาสคอตเพนกวินที่นั่งนิ่ง ไม่กินข้าวไม่กินน้ำ ไม่พูดจาสักคำ สิ่งเดียวที่ทำคือตบกบาลผมกับไอ้เข้ม มันสะกิด ผมหันไปมอง มันเอียงคอทำท่าทางเหมือนสงสัย “อ๋อ คำเมื่อกี้ใช่มะ มันแปลว่าชอบมากๆอะ เป็นภาษาเหนือ”

            มันพยักหน้า

ในขณะที่กำลังกินข้าวอยู่นั่นเองมีสายเรียกเข้า พบว่าเป็นเพื่อนร่วมห้อง ผมกดรับ “ว่าไง”

            (หนาว ยังอยู่ที่โรงเรียนไหม)

            “อยู่ๆ ทำไมหรอ”

            (โทษทีนะ แต่ช่วยลงวิ่งมาราธอนให้หน่อยได้ไหม น้องที่จะลงวิ่งบาดเจ็บตอนวอร์มอะ)

            “ไม่มีคนแล้วหรอ”

            (ก็พอมี แต่คิดว่าหนาวน่าจะเก่งสุดอะ)

            “เฮ้ยบีม ถ้าบีมจะชมเราขนาดนี้ เราก็ไม่อยากให้บีมผิดหวังว่ะ” ผมเอ่ยตอบ “โอเค เราจะลงให้ กี่โมงนะ”

            (บ่ายสองครึ่ง โทษทีนะ เหนื่อยแย่เลย)

            “ไม่เป็นไร พอไหว”

            แล้วผมก็กดวางสายไป พอวางสายปุ๊บไอ้เพนกวินก็สะกิดแล้วชี้ไปที่ตัวเอง “อะไร? ชี้ที่ตัวเองทำไม อะไรของมึง พูดสิวะไอ้นี่”

            “...”

            “เม่นอยากลงแข่งแทนรึเปล่า” แดนว่า

            “บ้าละมึงอยู่สีฟ้า อีกอย่างมึงมีแข่งวิ่งมาสคอตอยู่ ตอนบ่ายอะ” ผมว่า ไอ้เม่นนิ่งไปก่อนจะทำคอตก “ไม่เป็นไรหรอกมึง แข่งมาสตอนเขาเอาเฮฮากัน ขั้นรายการซีเรียส”

            มันพยักหน้าเชิงว่าเข้าใจแล้ว

            ผมหันไปมองที่แม่เพราะได้ยินเสียงแม่คุยโทรศัพท์ พอแม่วางก็เอ่ยถามทันที “อะไรหรอแม่”

            “มีออเดอร์ข้าวกล่องมาน่ะ ราคาดีด้วยแม่เลยต้องตอบรับ” แม่ทำหน้ากังวลหน่อยๆ “แดนกลับไปช่วยแม่ทำได้ไหม เดือนขอโทษนะ แม่คงไม่ได้อยู่เชียร์ต่อ”

            “ไม่เป็นไรครับ” ผมส่ายหน้ารัวๆ “แม่กลับไปเถอะ เดี๋ยวยังไงหนูรีบแข่งแล้วเดี๋ยวรีบกลับเลย”

            กินข้าวเสร็จแม่กับแดนก็รีบกลับบ้าน เหลือแค่ผมนั่งรอลงแข่งวิ่งมาราธอนอยู่ที่นี่ วิ่งมาราธอนคือวิ่งรอบสนามสองรอบ ถึงผมจะมั่นใจในตัวเองพอสมควรก็เถอะแต่พวกรุ่นน้องสีอื่นก็เก่งเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ที่วิ่งแข่งกันก็มีน้องหลายคนที่รู้จักเพราะเข้าชมรมบอล

            ถึงเวลาบ่ายตรงไอ้เม่นก็โดนเรียกให้ไปวิ่งแข่ง มันเดินตามคนอื่นไป ผมนั่งรอดูอยู่ที่เดิมพบว่าไอ้เชี่ยเม่นแม่งวิ่งเต็มตีนเลย ถึงชุดจะเกะกะแค่ไหนมันก็วิ่งแบบจริงจังมากจนเข้าที่หนึ่งด้วยความรวดเร็ว ผมที่นั่งมองอยู่ถึงกับงงว่าไอ้เม่นมันวิ่งเร็งขนาดนี้เลยหรอ แถมยังเก่งมากวิ่งด้วยชุดแบบนั้นน่ะ

            พอแข่งเสร็จมันก็เดินกลับมาหาผม ใจคอมันจะไม่กลับไปที่สีมันแล้วใช่ไหมเนี่ย “โหดว่ะ”

            มันหงายมือยักไหล่เชิงว่าธรรมด๊า ผมเบะปากอย่างหมั่นไส้ ผมที่กำลังคิดอยู่ว่าไอ้เม่นมันไม่โดนสีตัวเองเรียกตามบ้างหรอวะก็โดนตามจนได้ มีคนมาบอกให้มันกลับสี มันก็กลับตามที่เขาบอกนะแต่สักพักก็กลับมานั่งกับผม พอโดนเรียกใหม่ก็เดินไปอีกรอบ แต่สุดท้ายก็กลับมาอีก

            “มึงไปอยู่สีมึงเถอะไป กูสงสารคนมาตาม”

            มันส่ายหน้า

            “มึงเป็นไรวะ โดนทางนู้นเขารังแกหรอ”

            มันส่ายหน้า

            “เฮ้ยเม่น เป็นไรคุยกับกูได้นะเว้ย” ผมตบบ่ามัน จากเซ็งๆเริ่มกลายเป็นเป็นห่วงแทน ไม่ใช่แค่เล่นๆแล้วนะเนี่ย “ทะเลาะกับใครในนั้นรึเปล่า บอกกูได้กูเคลียร์ให้”

            มันยังคงส่ายหน้า

            “มันพูดยากสินะ กูเข้าใจ เป็นกำลังใจให้เว้ย สู้ๆมึง”

            “...”

            ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ผมโดนเรียกให้ไปเตรียมตัวลงแข่งมาราธอน อย่างเคยผมเข้าเส้นชัยอันดับแรกแต่เหนื่อยมาก คิดว่าถ้ามีใครขอให้ลงแข่งอีกคงไม่ไหวแล้วเพราะไอ้น้องสีเขียวแม่งโหดเกิ๊น ผมรู้จักมันด้วยเพราะอยู่ทีมฟุตบอล ใครอยู่ทีมฟุตบอลก็วิ่งโหดหมดอะ โค้ชคิดไรไม่ออกสั่งวิ่งอย่างเดียว

            “เม่น กูกลับบ้านละนะ” ผมเดินมาบอกมัน ถึงยังไงก็อยู่ด้วยกันแทบทั้งวันนี่เนาะ “มีไรทักมาหากูก็ได้”

            ผมเดินออกมาจากสนาม ตรงไปยังประตูหน้าโรงเรียนตั้งใจจะกลับบ้าน แต่...ไอ้เม่นก็ยังคงเดินตามมาอยู่ จากเซ็งๆกลายเป็นเป็นห่วง จนตอนนี้เริ่มหลอนแล้ว “เม่นเอาจริงนะ มึงถอดหัวมาคุยกับกูเลยมะ” ผมยื่นมือไปจะถอดหัวเพนกวินมันออกแต่มันกลับจับเอาไว้ “เป็นเชี่ยอะไร! คุยกับกูเดี๋ยวนี้!

            “...”

            ผมยอมแพ้ ไม่ยื้อกับมันต่อเพราะไม่มีแรงเหลือแล้ว “อย่าตามกูมานะ” ผมชี้หน้าบอกมันก่อนจะก้าวขาออก หัวหลังมาดูมันก็ยังตามมาอีก

            “ตามกลับบ้านกูเลยไหมล่ะ แดกข้าวอาบน้ำนอนกับกูเลยเป็นไง ไอ้สัด”

            มันพยักหน้า

            “มึงเป็น-วยอะไรเนี่ย” ผมเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว เดินหนีมันออกนอกโรงเรียนไปมันก็ยังเดินตามอยู่ดี “เม่น ขอกูต่อยมึงได้ปะ แบบขอสักหมัดเถอะ”

            ผมง้างแขนกำหมัดแน่น ออกแรงต่อยมันไปหัวมาสคอตแต่ไอ้เม่นกลับจับแขนผมไว้ได้ คิดว่ามันจะเอาคืนแต่กลับดึงผมไปกอดซะอย่างนั้น ด้วยความที่อากาศมันร้อนอยู่แล้ว ตัวมาสคอตก็ร้อน ผมที่ยังงุนงงไม่เข้าใจอยู่ก็ดิ้นไปมา

            “ร้อนเม่น กูร้อนนน” ผมโวยวาย พยายามผลักมันออก “ไว้ค่อยกอดได้ปะ กูร้อนจริง บอกแล้วไงมีไรคุยกันได้ ไอ้สัด โอ๊ย”

            ในขณะที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดที่ร้อนอบอ้าว ผมต้องเงยหน้าขึ้นเพราะอีกคนตัวสูงกว่ามากจนผมนึกสงสัยว่าไอ้เม่นมันสูงขนาดนี้เลยหรอวะ วินาทีที่คิดอย่างนั้นผมเห็นใครบางคนที่หน้าตาคุ้นๆเดินอยู่ไกลๆ

            ...ไอ้เม่น

            นั่นมัน...ไอ้เม่นนี่หว่า

            ล่ะ แล้ว...แล้วไอ้ที่กอดกูนี่ใครวะ!!

            “เชี่ย เชี่ย เชี่ยยยย ไอ้เหี้ยมันเป็นใครวะ ไอ้เหี้ย ไอ้เหี้ยๆๆๆ” ผมตื่นตระหนกอย่างมากจนยกขาขึ้นเตะไข่มัน อีกฝ่ายยอมถอดกอด ทันทีที่หลุดออกมาได้ผมออกวิ่งโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น ทั้งร้อนรนทั้งหวาดกลัว ไอ้เชี่ยหลอนชิบหาย ก็ว่าทำไมไอ้เม่นมันไม่พูดเลย แม่งไม่ใช่ไอ้เม่นนี่หว่าแล้วมันเป็นใครวะ ชิบหาย

            ผมวิ่งสุดชีวิตเพราะหวาดระแวง ผมเคยโดนลักพาตัวมาแล้วครั้งหนึ่งทำให้อดกลัวไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นเพื่อนที่มาแกล้งก็ช่าง จังหวะนี้กูหนีหมด

            เพราะยังมีคนอยู่ข้างนอกบ้างประปราย ผมวิ่งหลบคนนู้นทีคนนี้ที เกือบชนคนไปแล้วหลายที มีคนอยู่นะเว้ย จะทำอะไรกูมึงไม่รอดแน่

            แต่ด้วยความที่วิ่งแข่งมาแล้วทั้งวัน ผมวิ่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แถมไอ้เพนกวินเชี่ยนี่ยังวิ่งเร็วด้วย สุดท้ายมันก็วิ่งตามจนทัน ถอดซิบตรงกลางชุดออกแล้วล้วงมือเข้าไปข้างใน ราวกับกำลังจะหยิบอะไรออกมา

            ปืน! มันหยิบปืนแน่เลย! ไม่นะ มันจะอุกอาจเกินไปแล้ว นี่มันแถวโรงเรียนนะเว้ยแถมยังมีคนอีก หรือเป็นเพราะมันตั้งใจจะเก็บผมแบบโจ่งแจ้งเลยใส่ชุดมาสคอตมาเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นใคร ยิงกูตายห่าก็รีบหนีไปอย่างนั้นหรอ!

            “ช่วยด้วยยย!” ผมแหกปากร้องออกไปในขณะเดียวกันข้อมือก็ถูกจับ ผมตัดสินใจหันไปต่อยหัวมาสคอตเต็มแรงจนหัวของมันหลุดออกไป จากนั้นก็ต่อยเข้าไปอีกหมัดจนมันชะงักไป เตะตัดขาจนมันล้มลงแล้วนั่งคร่อม รัวหมัดไม่ยั้ง มันยกมือขึ้นมากันเอาไว้ทำให้เห็นหน้าไม่ชัด หน้าเป็นยังไงกูไม่สนใจด้วย จะเอาให้ยับเลยไอ้สัดเอ๊ย

            “โอ๊ย! โอ๊ย! หนาว พอก่อน ใจเย็น กูเอง”

            ผมขมวดคิ้ว พอได้ยินอย่างนั้นกูหยุดมือไว้ อีกฝ่ายเอามือลง

            ...

            “...” ผมหอบแฮ่กจนหายใจแทบไม่ทัน นิ่งอึ้งกับคนตรงหน้า ค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้นไปนั่งข้างๆแทน “มึง แฮ่ก ไอ้ ไอ้เชี่ย ขอโทษ กูตกใจ”

            “ไม่เป็นไร” มันตอบก่อนจะลุกขึ้น ยื่นมือมาให้ผม “ตอนเจอกันครั้งแรกก็ต่อยกู เจอกันครั้งแรกในรอบสองปีก็ต่อยกู” ไอ้เสือว่าพร้อมเช็ดเลือดมุมปาก พยุงผมลุกขึ้น

            ผมหันไปมองรอบๆเห็นคนหันมาสนใจเพียบเลย คงนึกสงสัยว่าทำไมมาสคอตต้องวิ่งไล่ตามและทำไมผมถึงรัวหมัดใส่มาสคอตเพนกวินสุดน่ารักไม่ยั้งมือ

            “กลับมาทำไมไม่บอกวะ เมื่อคืนทำมาเป็นบอกว่ามีงานเช้า”

            “นี่ไงงานเช้า”

            “แล้วทำไมใส่ชุดนี่อะ”

            “กะเซอร์ไพรส์มึงไง เลยไปขอใส่ชุดแทนไอ้เม่น”

            “เวรเถอะ เซอร์ไพรส์จริง กูเกือบหัวใจวายตายห่าแล้ว โคตรหลอน” ผมขมวดคิ้วว่า ยืนเท้าเอวหอบอยู่อย่างนั้น “แล้วมึงจะหยิบอะไรออกมาวะ กูนึกว่าปืน นึกว่าจะเก็บกูกลางแจ้ง อุกอาจเกิ๊น”

            “อ๋อ นี่อะ” ไอ้เสือก้มลงหยิบดอกกุหลาบที่เละไปแล้วเพราะหล่นและโดนผมเหยียบเมื่อกี้ “กะเอาให้มึงแบบเซอร์ไพรส์งี้”

            “ด้วยกุหลาบ?” ผมเลิกคิ้วแปลกใจ

            “เห็นมันขายหน้าโรงเรียนไง คิดว่าถ้ากูไม่พูดอะไรเลยทั้งวันแล้วจู่ๆยื่นให้มึงต้องแปลกใจแน่”

            “เออ แปลกใจจริง แล้วทำไมมึงต้องจะหยิบตอนวิ่งไล่กูด้วยวะไอ้สัด”

            “ไม่ได้จะหยิบ กูวิ่งแล้วมันจะหล่นไงเลยหยิบไว้”

            “อ๋อ” ผมว่า “สงสารมันว่ะ โดนเหยียบเฉย”

            “สงสารมันก็เก็บมันไว้ดิ”

            “เออ” ผมตอบแค่นั้นก่อนจะรับดอกกุหลาบดอกนั้นมา ถือไว้ในมือก็จับๆกลีบมันไปด้วยเพื่อให้มันดูดีขึ้นบ้าง “ขนาดโดนเหยียบยังสวยเลยแฮะดอกนี้”

            “ตึงหุมขนาดเลยไหม?”

            ผมหันไปมองมันแล้วหลุดยิ้มขำ “เออ ตึงหุมขนาด”

           

           

 

 

 

 

            ตึงฮักตึงหุมเปิ้นขนาดแต้กะอ้ายเสือนี่หนา #ช่วงนี้เดือนหนาว

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.615K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,202 ความคิดเห็น

  1. #11144 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 04:55
    แหมมมมม
    #11,144
    0
  2. #9453 MinaKhamkhieo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 15:26
    อ้ายเสือ~~
    #9,453
    0
  3. #9436 Khanthasene (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 13:55
    อยากเห็นตอนสมหวังแล้วอ่าา เหมือนเรามีความสุขบนความเป็นเพื่อนของพระเอกเลยอะ มัมหมีน้องหนาวไม่ยอมหรอกนะ!
    #9,436
    0
  4. #9372 AnTANDAN (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 02:41
    เป็นตาฮักแท้
    #9,372
    0
  5. #8999 allkul (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 20:12
    น่าฮักขนาด
    #8,999
    0
  6. #8691 Mymam_bgly (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 22:44
    น่ารักกกก
    #8,691
    0
  7. #8222 SerinS. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 18:20
    ฮักไบ้ฮักง่าว งงบ่าไหวหยังมาฮักเปิ้นขนาดแต้อ้ายทิตเหยยย
    #8,222
    0
  8. #8163 CHAbejz* (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 00:03
    แน๊๊๊ พอเป็นนายเม่นนี่มีหงิดใส่ พอรู้ว่าเป็นนายเสือนี่ตึงหุมขนาดเรยน้าหนาววววววว
    #8,163
    0
  9. #8156 Nyoong (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 23:10
    น่ารักมากกกก เราก็ตึงหุมทั้งคู่ขนาด
    #8,156
    0
  10. #8112 bunnyt248 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 16:04
    กลับมาแล้วจะกล้ามะมั๊ยพี่เสืออออ
    #8,112
    0
  11. #8099 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 11:54

    โอ๊ยยยย เซอร์ไพรแบบนี้ก็หลอนเด้อเสืออออ 555555

    #8,099
    0
  12. #8089 kipkae_1906 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 08:59

    อิน้องน่าฮัก.....
    #8,089
    0
  13. #8075 Fl2●$T (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 01:24
    ละคือทำไมต้องเซอร์ไพรส์สมกับเป็นมาเฟียขนาดนี้ เป็นชั้นคือเรียกตำรวจแร้วนะนายเสือ
    #8,075
    0
  14. #7979 sAMUSAI (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:13
    ฟหกด่าสว
    #7,979
    0
  15. #7974 jj1994 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:04

    กลับมาแล้วววววว
    #7,974
    0
  16. #7967 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:27

    เหนื่อยแทนวิ่งทั้งวันเลย
    #7,967
    0
  17. #7966 charoenchit (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:28
    ว้ยยยยยบพวพยพยพย้ยเยดสพยกสำยไนำยยกสกขดยดเขินๆๆๆๆๆๆๆๆ กึ๊ดเติงเสือขนาด
    #7,966
    0
  18. #7962 tarun_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:52
    กลับมาสักที อีกคนนึงคิดถึงจะแย่555 คิดถึงเพอื่น
    #7,962
    0
  19. #7961 TinyTNT (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:18

    แป๊ปนะคะ วันกีฬาสีหรือวันวาเลนไทน์ เซอร์ไพรส์ได้แบ๊บบบบบบบบ
    #7,961
    0
  20. #7960 crzoldyck7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:29
    หนาวจะรักเสือยังไงเนี่ย คิดไม่ออกเลย เอาแบบคลั่งรักเลยนะ ให้เสือหัวใจวายเลย
    #7,960
    0
  21. #7959 Napasorn Noi-pla (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:35
    อยากเห็นหนาวคลั่งรักเสือแล้วเนี้ยยยย
    #7,959
    0
  22. #7958 kanokpornthaimai (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:30
    เนี่ยยยยย ตึงหุมเปิ้นขนาดเน้อเสือเน้อออออออ
    #7,958
    0
  23. #7957 nannyzaza11 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:34
    เห็นเสือคลั่งรักแล้วอยากเห็นหนาวขี้หึงบ้าง อิอิรอนะไร์ท
    #7,957
    0
  24. #7956 nannyzaza11 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:34
    อดใจรอ อยากเห็นตอนหนาวรู้ว่าชอบเสือบ้างจัง
    #7,956
    0
  25. #7954 imaem (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:21
    โอ้ยยย พี่เสืออออน่ารักมากกกก ชอบบบ ความคิดถึงอยากเซอไพรส์อ่ะเนาะ
    #7,954
    0