#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 24 : Chapter 23 : หนึ่งปีสี่เดือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,857 ครั้ง
    21 ก.พ. 64





Chapter 23 : หนึ่งปีสี่เดือน

♞♞♞

 

            วันนั้นผมหลับไปอีกครั้งเพราะฤทธิ์ของยา จากนั้นมีอาการมึนงงอยู่บ้าง อาการเรียกได้ว่าดีขึ้นมากแล้วแต่เห็นว่าผมยังต้องทำกายภาพบำบัดอยู่ที่นี่อีกสักระยะ ต้องรอให้ร่างกายหายร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนถึงจะได้ไปฮ่องกง วันต่อมาผมขอให้สิงห์ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้

            พอได้โทรศัพท์เครื่องใหม่มาก็กดเบอร์เดือนหนาวแล้วโทรออกทันที ไม่รู้ว่าหนาวจะว่ายังไงบ้างที่ผมจู่ๆก็หายไปแบบติดต่อไม่ได้เลย บ้านไม่กลับ โรงเรียนไม่ไป ส่วนผมนั้นทั้งคิดถึงและเป็นห่วงอย่างมาก ไม่รู้ว่าบาดแผลจะดีขึ้นรึยัง

            โทรไปหลายสายว่าจะได้รับการตอบรับ (สวัสดีครับ)

            “หนาว เป็นไงบ้าง”

            (ใครครับ?)

            “กูเอง เสือไง จำเสียงไม่ได้หรอ”

            (เอ้า เฮ้ย มึงหรอ) น้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูตื่นเต้นขึ้นมา (เฮ้ยมึง อยู่ไหนเนี่ย เป็นไรทำไมติดต่อไม่ได้เลยอะ เชี่ย มึงโอเคปะเนี่ย)

            ผมเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว “กูโอเค ตอนนี้อยู่ฮ่องกง” ผมโกหกคำโตออกไป ตอนนี้ผมยังอยู่ที่โรงพยาบาลที่เดิมต่างหาก

            (ฮ่องกง! เฮ้ย จริงปะ ฮ่องกงเนี่ยนะ ไปทำไมอะ)

            “มากับที่บ้าน”

            (งานที่บ้านหรอ แล้วทำไมไม่บอกกันบ้างเลยอะ)

            “โทษทีมันกะทันหันมาก” ผมว่า “มือถือยังลืมเอามาด้วยเลย กว่าอะไรจะเรียบร้อยแล้วค่อยติดต่อมึงได้เนี่ย”

            (อ๋อ เข้าใจ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่ามึงไปไหนวะไอ้สัด โทรหาไม่รับ ไลน์เฟซไม่ตอบเลย โรงเรียนก็ไม่มา ฟิวส์มิกก็ไม่รู้เรื่อง สรุปคือไปเรื่องงานกับที่บ้านหรอ ตั้งแต่หลังจากแข่งเสร็จเลยปะ?)

            “ใช่ แข่งเสร็จก็โดนพาตัวมาเลย” ผมพูดโกหกอีกครั้ง “แล้วมึงไม่เรียนหรอ”

            (กูอยู่บ้าน...ซุ่มซ่ามตกใจบันไดดิ เจ็บ ไปเรียนไม่ค่อยไหว) ท่าทางหนาวเองก็โกหกเหมือนกัน ผมคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าผมไม่รู้เรื่องที่มันโดนลักพาตัว มันคงจะปล่อยให้ผมไม่รู้ต่อไป ส่วนเหตุผลนั้นไม่แน่ใจเหมือนกัน (เอาจริงกูสำออยไม่อยากไปเรียนมากกว่า ฮ่าๆ)

            “แสดงว่าไม่เป็นไรมากอะดิ”

            (ช่าย สบาย จริงๆพอไปเรียนได้นะแต่แม่เป็นห่วงเลยไม่ให้ไป) หนาวว่า (แล้วมึงจะกลับเมื่อไหร่)

            “ไม่รู้เลย” ผมตอบ “อาจจะเป็นปี”

            (ฮะ? เดี๋ยวนะ เป็นปีเลยหรอ) น้ำเสียงฟังดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ (กูนึกว่าแบบอาทิตย์สองอาทิตย์ นี่เป็นปีเลยหรอ?!)

            “ใช่ หรือมากกว่านั้น ไม่รู้ดิ”

            (คนเดียว?)

            “คนเดียว”

            (แล้วเรื่องโรงเรียนทำไงอะ)

            “พี่กูจัดการให้แล้ว ให้กูไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนแทน เออ ฝากบอกเพื่อนคนอื่นด้วยอะว่ากูไปแลกเปลี่ยน”

            (...ก็ได้ แต่เป็นปีเลยหรอวะ เชี่ย กลับมามันไม่เป็นมาเฟียเต็มตัวจริงๆเลยหรอไง) หนาวหลุดขำ ผมนึกหน้ามันออกเลยว่าจะยิ้งยังไง (โหดสัด แล้วไปอยู่อาทิตย์หนึ่งเป็นยังไงบ้างที่นู้น)

            “อ่า...ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่นะ” ผมตอบแบบกลางๆไว้ก่อนเพราะยังไม่ได้ไปจริง “ปกติอะมึง บ้านเมือง เสียดายว่ะไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับมึงอะ”

            (วันเกิดกูมันไม่ค่อยมีไรอยู่แล้ว) หนาวว่า (แค่กินเลี้ยงนิดหน่อย วันเกิดมึงก็ด้วยดิ ไม่ได้ฉลองเลย)

            “อืม” ผมพยักหน้า “พลาดไปหลายอย่างเลยว่ะ” ว่าอย่างนึกเสียดาย เวลาเกือบปีถ้าหากไม่ได้อยู่ด้วยกันมันพลาดอะไรหลายอย่างไปจริงๆ

            (นั่นดิ แล้วเรื่องมหาลัยอะ มึงกลับมาสอบเรียนต่อที่นี่มะ)

            “จะพยายาม” ผมว่าไปตามความคิด ไม่ว่ายังไงผมต้องกลับไปเรียนมหาลัยกับหนาวให้ได้ “คงทันแหละ อีกตั้งสองปี”

            (แล้วเรื่องอ่านหนังสืออะ มึงอ่านอยู่นู่นใช่ปะ)

            “คงงั้น”

            (แต่มึงเก่ง ชิวอยู่ละ)

            “ไม่ชิวหรอก” ผมถอนหายใจ อยู่ห่างมึงเป็นปีเลยนะเว้ยให้ชิวอะไรเล่า “อยู่บ้านคนเดียวหรอ?”

            (ไม่ อยู่กับแม่ แดนไปเรียน)

            “ไม่เปิดร้านอาหารหรอ”

            (พักบ้าง เดี๋ยวรวยเกินมันจะทำตัวไม่ถูกเอา) หนาวว่าติดขำ ผมคิดว่าป้าแมวคงอยากอยู่กับไอ้หนาวมันมากกว่า บาดแผลตามตัวของป้าแมวกับเหนือน่าจะดีขึ้นมากแล้วเพราะไม่ได้มีเยอะ เหนือเลยพอไปเรียนได้ อีกอย่างเด็กเรียนอย่างเหนือด้วยแล้ว แต่หนาวน่ะโดนไปหนักเลย ป้าแมวคงเป็นห่วง (งั้นมึงใช้เบอร์นี้ใช่ปะ กูจะได้เมมไว้)

            “เมมเลย เออหนาว”

            (ว่าไง)

            “กูอยู่นี่คนเดียวมันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยว่ะ” ผมว่าขึ้น ไอ้สิงห์ที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบสายตาหันมามอง “ไม่รู้จะคุยกับใคร รบกวนมึงมั้ยวะ คอลคุยกับกูหน่อยดิ”

            (ได้ดิ กูว่างอยู่แล้ว) หนาวตอบแบบไม่ต้องคิด (โหย คิดไปคิดมาก็เหงาแทนมึง ไปทำงานในที่ๆไม่รู้จัก คนอื่นก็ไม่สนิทด้วย ไม่เป็นไรเว้ยมึงเก่งอยู่ละ เดี๋ยววันไหนมึงเหงากูอยู่เป็นเพื่อนละกัน ยังไงก็คอลมา)

            “โอเค”

            ผมตั้งใจไว้ว่าถ้าไปถึงฮ่องกงแล้วค่อยวิดีโอคอลหาเดือนหนาว แต่ในระหว่างยังรักษาตัวอยู่ก็แค่โทรธรรมดาไปก่อน ไม่อย่างถ้าหนาวเห็นสภาพของผมตอนนี้ ที่พยายามหาเหตุผลมาอ้างต่างๆนานาก็จบเห่

            เราคุยกันอีกพักใหญ่ ผมวางสายพร้อมรอยยิ้มที่ค้างเติ่งอยู่บนหน้า หันไปมองไอ้สิงห์ที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าถ้างานยุ่งขนาดนั้นจะมานั่งเฝ้าทำไม

            “กูจะได้ทำกายภาพบำบัดเมื่อไหร่”

            “กว่าจะแผลจะปิดสนิทดี”

            “โอเค” ผมพยักหน้ารับ “แล้วหนาวเป็นไงบ้าง มึงได้ให้คนไปเฝ้าแล้วใช่ไหม” ผมถามออกไปเพราะอยากรู้อาการจริงๆของหนาว

            “เห็นบอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ”

            “อืม ถ้าอาการกูโอเคขึ้นขอไปดูหนาวหน่อยได้ปะ”

            “มึงบอกเขาว่าอยู่ฮ่องกงแล้วไม่ใช่หรอ?”

            “ไปแอบดูไง”

            “อืม ก็ได้” มันตอบตกลง มือข้างที่ถือเอกสารอยู่วางลงบนตัก “มึง”

            “หืม?”

            “ชอบขนาดนั้นเลยหรอ?”

            “มันน่าจะเกินคำว่าชอบไปไกลแล้วนะ” ผมตอบไปตามตรง “ดูสภาพกูสิ”

            “เออ ก็จริง”

            “ถามทำไม”

            “ทำไมถึงรักขนาดนี้?”

            “ตอบยาก” ผมตอบแบบปัดๆ ถ้าต้องมานั่งอธิบายเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้รักเดือนหนาว น่าจะใช้เวลาประมาณสี่วันได้ และจะเป็นสี่วันที่ผมพูดคำว่าน่ารักซ้ำๆกันเป็นล้านรอบ “มึงกับพี่เบนอะ”

            “...” ไอ้สิงห์ขมวดคิ้ว “กูกับเบนทำไม”

            “อ้าว นึกว่าคบกัน”

            “เปล่า” มันส่ายหน้า “ทำไมคิดงั้น?”

            “ไม่รู้ดิ บางครั้งก็เหมือนคบกัน”

            “ไม่ได้คบ” สิงห์ตอบเสียงเรียบ “เพื่อนกัน”

            “หมายถึงมึงคิดแค่เพื่อนหรือพี่เบนคิดแค่เพื่อน” ผมถามย้อน

            “ทั้งกูกับมัน”

            “อ๋อ” ผมพยักหน้า “อ่าฮะ เหมือนจะได้ยินเรื่องที่มึงบอกว่าพี่เบนปั่นมึง เรื่องอะไร”

            “ไม่มีไร”

            “บอกหน่อย”

            “เรื่องแก๊งเด็กกระโปกของพวกมึงนั่นแหละ” ไอ้สิงห์ถอนหายใจ “มันชอบนึกสนุกปั่นกูไปเรื่อย”

            “กูต้องมีเลขาฯแบบมึงไหม”

            “อยากมีไหมล่ะ?”

            “มันจำเป็นไหมวะ”

            “ถ้ามีก็สบายหน่อย” สิงห์ว่า “งานอะไรก็ง่าย แต่ต้องเป็นคนที่ทำงานเข้าขากัน”

            “จะมีคนทำงานเข้ากับกูไหมวะ”

            “ทำงานให้ได้ก่อนเถอะมึงน่ะ ไม่ใช่ว่าเอาตัวเองไปรนหาที่ตายอีก”

            “ทำเป็นกวนตีน”

            “...”

            “เป็นห่วงกู มึงอะ” ผมเอ่ยแซวอย่างอดไม่ได้ ไอ้สิงห์ชะงักไป “กูว่ากูไม่ได้ฝันแล้วแหละ มึงร้องไห้จริง ไอ้สัด ด่ากูแกล้งกูมาเป็นปีๆแต่พอกูจะตายก็ร้องไห้ โหยไรวะ ทำเป็นปากแข็งอะโด่”

            “...”

            ตอนแรกผมแค่แซวเล่นๆตั้งใจกวนตีนมันเฉยๆ แต่มันท่าทางนิ่งอึ้งไปจริงๆ

            “กะ กูแค่ล้อเล่น...เฮ้ย เดี๋ยว สิงห์ไปไหนวะ”

            “เข้าห้องน้ำ”

            “ในนี้ก็มี เฮ้ย”

            เชี่ย...เอาจริงดิ

            เอ้า ที่ผ่านมามันไม่ได้เกลียดกูแต่แค่ปากแข็งหรอกเหรอ...

            ผมเผลอหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

           

           

 

 

 

 

❆❆❆

 

 

 

 

 

            ผมนอนกลิ้งเล่นอยู่ที่บ้านหลายวันอย่างแล้วเนื่องจากแม่ไม่ให้ไปโรงเรียน บอกว่าเป็นห่วงแผลยังไม่หายสนิท แผลเหล่านี้เกิดจากเหตุการณ์ที่ทั้งครอบครัวของผมถูกลักพาตัว ตัวผมเองก็จำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้หรอก จำได้ว่าหลังแข่งฟุตบอลผมก็ไปตามตัวแดนกับแม่

            เหมือนจะเกิดการต่อสู้กันและแน่นอนว่าผมสู้ไม่ไหวหรอก พวกนั้นเป็นผู้ใหญ่หลายคน ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ก็เลยสภาพโคตรอ่วมอย่างที่เห็น จากนั้นภาพก็ตัดมาที่โรงพยาบาล มีตำรวจหลายคนมาเล่ารายละเอียดให้ผมฟังว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือไอ้ชัช มันจ้างคนมาลักพาตัวพวกเรา

            ตอนนี้มันโดนจับตัวแล้ว คราวนี้คงไม่ได้ออกมาง่ายๆ ถึงจะออกมาได้ก็ต้องโดนจับตามองเป็นพิเศษ ดังนั้นพวกเขาเลยยืนยันให้ครอบครัวของผมสบายใจได้ นั่นทำให้ผมโล่งใจไปอย่างมาก แม่กับแดนก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนัก คนโดนส่วนมากเป็นผมซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะผมอดทนกับความเจ็บปวดเก่ง

            ต่อมาผมพบว่าไอ้เสือหายตัวไป หายไปแบบไม่สามารถติดต่ออะไรได้เลย ผมเริ่มกังวลแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แต่ถึงกังวลแค่ไหนผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กว่าๆมันโทรมาหาและบอกว่าตอนนี้อยู่ฮ่องกง ไปทำงานกับที่บ้าน เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

            ผมคิดอยู่เลยว่าไอ้เสือมันจะรู้เรื่องที่ผมถูกลักพาตัวมั้ย แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่รู้ผมเลยไม่บอก ผมไม่อยากให้คิดมากเพราะมันเป็นคนเอ่ยปากสัญญาว่าจะช่วยจัดการ ทว่าสุดท้ายมันกลับไม่ได้อยู่ช่วยด้วย กลัวว่ามันจะโทษตัวเอง คิดไปเองว่าทำผิดสัญญาแล้วรู้สึกผิดอีก

            พอเห็นว่าผมไม่ได้ไปโรงเรียนพวกไอ้จ๊าบเลยมาเยี่ยม คำตอบของคำถามที่ว่าทำไมถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้คือไปมีเรื่องมา ผมหาเหตุผลอื่นที่ฟังขึ้นกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ ผมโม้ไปว่าเก็บเรียบห้าต่อหนึ่งแล้วพวกนั้นเสือกเชื่อด้วย ไม่รู้จะเอาไปเล่าใส่ไข่ถึงไหน เอาเถอะ ข่าวลือผมมันก็ไม่เคยธรรมดาอยู่แล้วนี่นะ

            ...

            หลังจากนั้นไอ้เสือแม่งเล่นโทรหาผมทุกวัน เป็นคนเหงาต่างแดนที่แท้จริง ผมเข้าใจมันนะ แค่ไปทำงานหรือเรียนแบบธรรมดาที่ที่ไม่รู้จักก็ว่าลำบากแล้ว นี่ไปทำงานเสี่ยงอันตรายอีกต่างหาก แผลของผมหายดีแล้วสามารถกลับไปเรียนตามปกติได้ งานค้างไม่ได้มีเยอะเท่าที่คิดเพราะแดนคอยช่วยทำงานให้ตลอด

            วันเกิดของผมมีรองเท้ากับนาฬิการาคาแพงส่งมาให้จากเสือ ผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าเอาของแพงมาให้เพราะถ้าถึงวันเกิดมันผมไม่มีเงินซื้อคืน แต่มันบอกว่ากว่าจะกลับก็อีกเป็นปี เก็บเงินรอไปก่อนก็ได้ ส่วนแดนไอ้เสือก็ส่งหนังสือมาให้ และของขวัญจากแม่ก็คือกีตาร์

            (กูฟังเพลงนี้มากี่วันแล้ววะ) เสียงของไอ้เสือดังขึ้นจากปลายสาย อย่างที่บอกว่าเราคอลไลน์คุยกันทุกวัน ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำอะไรแต่ผมฝึกเล่นกีต้าร์อย่างบ้าคลั่งอยู่ช่วงนี้ เอาแต่เล่นเพลงเดิมซ้ำๆจนมันเริ่มบ่น (ทำไมดีดท่อนนี้ไม่ถูกสักที)

            “เฮ้ยใจเย็น ทำไมต้องหงุดหงิด” ผมหลุดขำ “งานไม่โอเคหรอ”

            (เปล่า แต่ถ้ามึงดีดท่อนนี้ได้จะได้ไปท่อนต่อไปสักที กูลุ้นอยู่ทุกวันเมื่อไหร่จะจบเพลง)

            “มึงอยากฟังเพลงก็ไปเปิดเพลงสิวะ แต่เอาจริงนะ เป็นกูกูยอมเหงาดีกว่ามานั่งฟังตัวเองฝึกเล่นกีตาร์อะไอ้เหี้ย” ผมเผลอส่ายหน้าเบาๆทั้งที่ไม่มีใครเห็น ตอนนี้นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านคนเดียว “มึงฝึกความอดทนตัวเองอยู่หรอวะ”

            (ประมาณนั้น)

            “เก่งว่ะ”

            (เออหนาว วันนี้เปิดกล้องได้ปะ)

            “หือ? ไหนเคยบอกว่าไม่สะดวก”

            (ใช่ แต่ตอนนี้สะดวกแล้ว)

            “ได้ดิ แป๊บนะ” ผมหยิบมือถือวางพิงกับแก้วน้ำ กดเปิดกล้อง เห็นเป็นไอ้เสือใส่เสื้อเชิ้ตสีดำแดงนั่งอยู่ในห้อง “โหย ไม่ได้เห็นหน้ามึงนานเหมือนกันนะเนี่ย”

            (นั่นดิ) ไอ้เสือยิ้มกว้าง (มึงดูไม่เปลี่ยนเลยนะ)

            “พูดอย่างกับไม่ได้เห็นหน้ากันเป็นปีเนาะ ไม่ถึงเดือนกูจะเปลี่ยนไปแค่ไหนกันเชียว แล้วนี่ย้ายออกมาแล้วหรอ?”

            (ย้าย?)

            “ก็นึกว่ามึงอยู่ห้องกับคนอื่นเลยไม่สะดวกวิดีโอคอล ตอนนี้ย้ายออกมาอยู่คนเดียวแล้วหรอ?”

            (อ่า อืม ใช่ ย้ายออกมาละ) อีกฝ่ายพยักหน้างึกๆ

            “มึงเจาะหูหรอ?” ผมถามอึ้งๆ

            (เจาะนานแล้ว แต่โรงเรียนไม่ให้ใส่จิวไง) มันเอียงหูที่ใส่จิวสีดำให้ดู (เป็นไง)

            “ดีๆ”

            (ทำไมชมไปงั้นอะ ดูไม่เต็มใจ)

            “มันก็ดีอะ ให้กูพูดไง” ผมแอบทำหน้าเอือมใส่แว๊บหนึ่ง ต้องใส่กูชมให้ได้สิน่าไอ้เหี้ยนี่ “ไหนดูห้องมึงหน่อยดิ” เสือแพนกล้องให้ดูพบว่ามันเป็นห้องที่ค่อนข้างหรูหรามากเลยทีเดียว “เอาเรื่อง อย่างหรู”

            (อยากมาอยู่ด้วยกันไหมล่ะ)

            “ให้กูไปทำไรฮ่องกงเล่า” ผมว่า มือก็ยังคงฝึกดีดกีตาร์อยู่ “ช่วงนี้กูไม่ได้เล่นเกมเลยอะ เห็นเขาบอกมีอัพเดตเยอะแยะ เอาแต่เล่นกีตาร์”

            (ดีแล้วนี่ ได้ทำอะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากเล่นเกม)

            “แล้วมึงเถอะ งานเป็นไงไม่เคยยอมเล่าเลย กูอยากรู้งานมาเฟียเขาทำไรบ้าง”

            (อย่าอยากรู้เลยน่า) ไอ้เสือตอบปัด ผมยักไหล่ยอมแพ้คิดว่าจะไม่ถามอีก ถ้ามันจะไม่อยากบอกขนาดนี้ล่ะก็นะ

            เราคุยเล่นกันเรื่อยเปื่อยเหมือนทุกวันอยู่อย่างนี้เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เสือเริ่มคอลมาหาเป็นบางวันแทน เดาว่ามันคงจะยุ่ง รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ามันดูโตขึ้นมาก ไม่เป็นเด็กกระโปกเหมือนผมอีกแล้ว คงเป็นเพราะงานล่ะมั้ง

            ชีวิตของผมก็วนลูบเหมือนเด็กนักเรียนทั่วไป เรียน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ สอบ ซ้อมบอล แข่งบอล ปีนี้ทีมเราก็เข้ารอบไปได้ไกลเหมือนกันนะ แต่น่าเสียดายถ้ามีไอ้เสือคงไปได้ไกลกว่านี้ เทียบกับไอ้คนที่อยู่ฮ่องกงแล้วชีวิตผมนั้นแสนจะธรรมดา

            ผ่านช่วงวันปีใหม่ วันเกิดเข้าสู่วาเลนไทน์ เป็นวาเลนไทน์ปีที่สองที่ได้รับช็อกโกแลตจากใครก็ไม่รู้ มันถูกเอามาส่งที่บ้านโดยทางร้านที่รับทำช็อกโกแลต จึงยากจะหาว่าเป็นใคร แต่ไม่ว่าจะเป็นใครช็อกโกแลตก็อร่อยเสมอ นอกจากช็อกโกแลตกล่องสีแดงนี้แล้วยังมีดอกไม้จากรุ่นน้องด้วย มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองก็โซฮอตอยู่พอตัวนะเนี่ย

            ไอ้เสือไปอยู่ฮ่องกงตั้งแต่มอสี่เทอมสอง จนตอนนี้ผมขึ้นมอหกแล้วมันยังไม่วี่แววจะกลับมาเลย

            “เดือน คืนนี้กับไทเกอร์หรอ?”

            “อืม มันบอกจะคอลมา”

            “เหมือนจะคอลกันน้อยลงรึเปล่า ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม?”

            “ไม่นะ มันคงยุ่งๆอะ” ผมว่าไปตามความคิด แดนกับแม่ชินไปแล้วกับการคอลกับไอ้เสือก่อนนอนของผม ทำการบ้านไปด้วยบ้าง เล่นเกมไปด้วยบ้าง หลายครั้งแม่ยังมาคุยกับมันบ่อยๆเลยเพราะความคิดถึง “ปกติก็ไม่ได้คอลทุกวันอยู่แล้วนี่”

            “ก็จริง แต่ถึงจะไม่ได้คอลทุกวันแต่ไม่เคยเกินสามวันเลย เป็นเวลา...อืม” แดนทำท่าทางครุ่นคิด “หนึ่งปีสี่เดือน?”

            “จำแม่นจัง”

            “ไทเกอร์ไปเดือนธันวาคมใช่ไหมล่ะ”

            “ใช่ๆ”

            “ก็หนึ่งปีสี่เดือน คอลกันตลอดไม่เคยขาดเลย” แดนว่ายิ้มๆ ผมขมวดคิ้วงุนงงว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

            “แล้วทำไมอะ”

            “หืม?” แดนเลิกคิ้ว “เดือน”

            “ฮะ?”

            “อืม...” แดนนั่งลงที่ม้านั่งหินอ่อนข้างๆ “ไทเกอร์เนี่ยเป็นเพื่อนที่ดีไหม”

            “ดีไหมหรอ ก็ดีนะ ทำไมอะ”

            “ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นเหงาแล้วขอคอลด้วยทุกวันแบบนี้จะคอลไหม?”

            “มันก็ติดสายไอ้เสือดิ หรือคุยพร้อมกันไปเลยก็ได้ แบบประชุมสายงี้” ผมว่า “ไม่ก็ให้มันสองคนคอลกันไปเลย คนเหงากับคนเหงาคุยกัน”

            “อ่า” แดนหยักหน้า ทำหน้าเหมือนกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว “อื้อนี่ ไทเกอร์เล่าเรื่องไปเรียนแลกเปลี่ยนว่ายังไงบ้างหรอ”

            “เอ่อ มันก็บอกว่าสนุกดีนะ ได้เจออะไรใหม่ๆ” ผมตอบไปแบบแถเล็กน้อย เพราะมันไม่ได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนเนี่ยนสิเลยไม่รู้ว่าจะตอบยังไง พอเห็นว่าแดนดูตั้งใจ ทำดวงตาลุกวาวเหมือนรอฟังอยู่ ผมก็จำเป็นต้องแถต่อไปประมาณว่าไอ้เสือมันไปเรียนแลกเปลี่ยนแล้วได้อะไรบ้าง

            “น่าสนุกจัง” อีกฝ่ายมีอาการตื่นเต้น “แค่ได้ไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆก็น่าสนใจแล้วแหละ ไม่ต้องนับเรื่องเที่ยวก็ได้”

            “แดนอยากไปหรอ”

            “อื้อ” แดนส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เลย”

            “โกหกโคตรไม่เนียน” ผมเผลอยื่นมือไปยีหัว “จริงๆแอบเห็นนะว่าใช้คอมเดือนเสิร์ชเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศน่ะ”

            “มะ ไม่จริง แดนลบหมดแล้ว”

            “ล้อเล่น” ผมยิ้มว่า “อ้าว มีเหยื่อติดกับเฉย”

            “เดือนอ่า” แดนขมวดคิ้วงอแงเล็กน้อย “แค่เสิร์ชเล่นๆเฉยๆ ไม่ได้อยากไปหรอก จริงๆ จะให้ทิ้งเดือนเรียนที่นี่คนเดียวได้ไง เป็นห่วงแย่”

            “มาหงมาห่วงอะไร แค่เรียนมหาลัยนะไม่ได้ไปสนามรบ ไม่ต้องห่วงทางนี้เลย อยากไปก็ไป”

            “ฟังดูเหมือนไล่”

            “เปล่า” ผมแกล้งพูดเสียงสูง นั่นอีกทำให้อีกฝ่ายทำหน้างอแง “ไปได้จริงๆ ถ้ามีโอกาสแล้วก็อยากไปนะ ไปเลย ไม่ต้องห่วงทางนี้”

            “แล้วแม่อะ”

            “ให้ตายแม่ก็ไม่ห้าม”

            “แม่ก็อยู่คนเดียวสิ”

            “เราไปเรียนมหาลัยสองคน แม่ก็ทำใจไว้บ้างแล้วแหละว่าต้องเหงาแน่ แต่เดือนจะพยายามกลับมาหาแม่บ่อยๆ เนี่ย ที่ว่าเราจะไปซื้อหมามาเป็นของขวัญวันเกิดแม่ไง ไม่ให้แม่เหงา”

            “อืม” แดนเม้มปาก “แดนจะพยายามสอบทุนให้ได้เลย ถ้าไม่มีทุนก็ไม่ไป”

            “เอางั้นก็ได้” ผมยิ้ม “แต่ถ้าได้ทุนต้องไปนะ”

            “อื้ม”

            “อยากไปไหนอะ”

            “ไหนก็ได้ ที่มันทำให้แดนกลายเป็นคนเก่ง แดนจะกลับมาแล้วทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆเลย ดีไม่ดีจะทำงานพาร์ทไทม์ที่นู้นแล้วส่งเงินมาเลี้ยงเดือนด้วย” แดนยืดอกอย่างมั่นใจ “เท่ไหม?”

            “จ้า เป็นพี่ชายที่แม่งโคตรเท่เลย”

            “ติดว่าเท่จากเดือนมาจริงๆด้วยอะ อะไรๆก็เท่ไปหมด”

            “เป็นคนเท่น่ะดีแล้ว” ผมยักคิ้วให้ เพิ่มความเท่ด้วยการยักคิ้วข้างเดียว “เท่ปะ ฝึกตั้งนานกว่าจะยักข้างเดียวได้”

            “หือ ทำได้ไงอะ”

            “เอามือปิดไว้แบบนี้” ผมยกตัวอย่างให้ดู เอามือปิดคิ้วข้างหนึ่งแล้วพยายามยักอีกข้าง แดนลองทำตาม “ใช่ ฝึกไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ทำได้เอง ต้องหรี่ตาอีกข้างด้วยนะจะเท่กว่า”

            “มันก็ดีนะ แต่แดนว่าเอาเวลาไปอ่านหนังสือดีกว่าไหม”

            “...”

            “ไทเกอร์จะคอลมากี่โมง”

            “อีกครึ่งชั่วโมงมั้ง”

            “งั้นระหว่างนี้มาทำโจทย์ตรีโกณรอกันเถอะ”

            “...เฮ้อ ก็ได้”

 

 

            .....

 

            (สรุปเหนืออยากเรียนต่างประเทศหรอ)

            “ใช่” ผมพยักหน้า ตอนนี้กำลังกินขนม คอลกับไอ้เสือและทำโจทย์ตรีโกณไปด้วยที่โต๊ะชั้นล่างของบ้าน “แต่กูกลัวว่าแดนจะไม่ยอมไปว่ะ”

            (เพราะห่วงที่บ้านอะหรอ)

            “เออดิ ขี้กังวล”

            (เหมือนมึงแหละ)

            “ว่าไป”

            (เออจริง) ไอ้เสือย้ำ ตอนนี้มันใส่เสื้อยืดสีดำนั่งหน้าโต๊ะ ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นนอกจากคอลกับผม ผมเคยถามมันแล้วนะว่าทำไมไม่คอลหาพวกมิกฟิลด์บ้าง มันบอกว่าสองคนนั้นติดสาวแต่ล่าสุดเหมือนจะได้ยินข่าวว่ามิกมันเลิกกับแฟนละนะ (มึงค่อยๆคุย บอกว่ามีกูอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง)

            “มีมึงอะไรล่ะ มึงจะกลับมาตอนไหนเถอะ”

            (ไม่รู้) มันส่ายหน้า (งานตึงมือไปหมด เฮ้อ เหนื่อยสัด)

            “กูก็เหนื่อย” ผมพยักหน้า ปากเคี้ยวขนมตุ้ยๆ “แบบว่ามอหกแม่งเหนื่อยจังวะไอ้ชิบหาย งานก็เยอะ พ่*งตาย”

            (ไหนมึงติวให้กูหน่อยดิ) เสือว่า เพราะมันไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเท่าไหร่ ผมเลยได้รับหน้าที่ให้ตั้งใจเรียนและกลับมาติวหนังสือสอบให้มัน แบบถ้าผมอ่านอะไรมันก็จะอ่านด้วย (วันนี้อ่านอะไร)

            “ตรีโกณ คณิตมอห้า”

            (เฮ้ย กูอ่านได้ครึ่งหนึ่งแล้วอันนั้นอะ)

            “จริงอะ สอนหน่อยดิ”

            (เอ้า ต้องเป็นมึงดิสอนกู)

            “ไม่อะ” ผมถอนหายใจ “ไม่ได้จริงบทนี้ ว่าจะเทละ”

            (กูว่าโอเคนะ มึงลองเปิดใจอีกหน่อย ไม่ยาก เหมือนเขาจะบอกว่าคะแนนเยอะไม่ใช่หรอบทนี้)

            “ใช่ ครูก็บอกว่าอย่าเทเลย” ผมถอนหายใจอีกครั้ง “กูเทตัวเองลงแม่น้ำดีกว่า เ-ดแม่”

            (ไหนติดตรงไหน)

            “เนี่ยมึง” ผมยกข้อสอบขึ้น เอาชีทจ่อตรงกล้อง “ข้อสาม เห็นวิธีทำกูปะ ลบแล้วลบอีกยังไปต่อไม่ได้เลย นี่ขนาดเปิดสูตรไปด้วยนะ”

            (อ๋อ)

            “มึงทำได้หรอ?” ผมตาลุกวาว โหดสัดขนาดไหนอะไปทำงานที่ฮ่องกงแล้วยังทำข้อสอบได้อีก

            (ไม่ได้อะ)

            “-วย” อดสบถออกมาไม่ได้

            (แหม กูก็เก่งเกิ๊น เอาจริงตอนสี่ทุ่มกูต้องไปแล้ว)

            “เออ ระวังตัวด้วยนะมึง คราวก่อนกูใจหายจริง” ผมว่า เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งมันบาดเจ็บหนักโทรมาหา เสียงก็แผ่วร้องโอดโอย ใจหายใจคว่ำหมด จะไปช่วยก็ไม่ได้ พูดอะไรไม่รู้ฟังออกแค่ว่าถ้ากูตาย อะไรสักอย่าง เหมือนโทรมาสั่งเสียอะ แม่งตอนนั้นผมเกือบร้องไห้ พออีกวันมันโทรมาก็โล่งใจ

            (ขอโทษๆ ไม่ทำแล้ว)

            “ไม่ทำแล้วคือ?”

            (ไม่โทรแล้ว)

            “โทรหารถพยาบาลไม่ก็คนรู้จักคนอื่นก่อน” ผมโวยวายอีกหลังจากเคยโวยวายไปหลายรอบ “ใครก็ได้ คนที่อยู่ใกล้ ไม่ใช่กูดิไอ้ชิบหาย กูจะไปช่วยอะไรมึงได้เล่า”

            (นึกว่าจะตายแล้วตอนนั้น เลยโทรหามึง)

            “ไม่เอาละนะ”

            (เออ ไม่โทรแล้ว)

            “หมายถึงไม่บาดเจ็บแล้วสิวะ”

            (ฮ่าๆ เข้าใจแล้ว)

            “ควายเอ๊ย”

            (เอ้า ทำไมกูถึงโดนด่าอะ)

            “มึงมันควายไง ปล่อยตัวเองบาดเจ็บเกือบตายได้ไง อย่างนี้กูที่เสือกไปเสนอความคิดเห็นว่าให้มึงเข้าเส้นทางมาเฟีย ให้มึงปกป้องตัวเองก็ชิบหายดิ”

            (ไม่ใช่ความผิดมึงดิ กูเลือกเอง) มันทำเสียงจริงจังจนทำต้องละสายตาจากข้อสอบขึ้นมามอง (มึงไม่ผิดเลยหนาว ถึงกูจะตายห่ายังไงมึงก็ไม่ผิด ไม่เคยผิด)

            “แต่กูเสือกเสนอความเห็นไง”

            (ไม่ ตอนนั้นเราคุยกันไง ต่างฝ่ายต่างพูดในส่วนของตัวเองถูกแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรอ ที่กูมาอยู่ตรงนี้กูเลือกแล้วจริงๆ) มันเน้นย้ำ (เข้าใจยัง?)

            “เออ”

            (เข้าใจยัง?)

            “เอ๊ะ ก็บอกว่าเข้าใจไง” ผมจิ๊ปาก “ถามย้ำทำไม”

            (ถามไว้ มึงยิ่งโง่ๆอยู่)

            “มึงสิโง่”

            (มึงนั่นแหละ)

            “โอเคกูอาจจะโง่” ผมยอมรับ “แต่มึงก็โง่เหมือนกัน”

            (โอเคกูโง่เหมือนมึงก็ได้)

            “โอเค”

            (เออ โอเค)

            “เออ ก็โอเคไง จบไหมล่ะ?”

            (เออ จบก็ได้ กูไปละนะ จะสี่ทุ่มละ แม่งไม่ได้ไรเลยนอกจากเถียงกับมึงเนี่ย) อีกฝ่ายทำหน้ายู่แต่ผมเห็นมันแอบยิ้ม ทำให้ผมหลุดยิ้มตาม

            “ระวังตัวนะ”

            (เข้าใจแล้ว ตั้งใจทำข้อสอบล่ะ)

            “อื้ม”

 

           

 

 

 

           

           

           

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.857K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,360 ความคิดเห็น

  1. #11321 Ttunp_xz<3 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 23:12
    น่าร้ากกกกกกก
    #11,321
    0
  2. #10920 softless (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 21:02
    เเกว่าเพื่อนเขานี้จะคอลกับเกือบทุกวันปะ🌚🌝
    #10,920
    0
  3. #10221 P.chonn3 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 00:20
    ฮือออ มันจั๊กจี้ที่หัวใจ
    #10,221
    0
  4. #9452 MinaKhamkhieo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 15:06
    เพื่อนอะไรเค้าคอลกันตลอดเกือบทุกวัน1ปี4เดือนกันนะะ 🤭🤭
    #9,452
    0
  5. #9435 Khanthasene (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 13:36
    เดือนจับไต๋ได้น้าาา
    #9,435
    0
  6. #9371 AnTANDAN (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 02:09
    โหหหห ทำไมฟิวเหมือนแฟนชิบหายเลยยย
    #9,371
    0
  7. #8998 allkul (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 19:53
    โห คิดไม่ออกเลยว่าหนาวจะชอบเสือยังไง เพราะในเรื่องของนอร์ธหนาวก็นิ่งมาก
    #8,998
    0
  8. #8251 rnhaha (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 01:10
    แฟนมาก
    #8,251
    0
  9. #8221 SerinS. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 17:36
    คอลกันทุกกวันเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน โห เพื่อนสนิทยังคอลปีละครั้งเลยหนาว นี่มันไม่ตกกะปิแล้วนา
    #8,221
    0
  10. #8162 CHAbejz* (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 23:53
    ตอนที่แล้วคิดอยู่นานมากว่าเสือมันต้องติดอยู่ในเฟรนด์โซนตลอดไปป้ะ หนาวดูนิ่งมาก แต่คืออออ คนมันผูกพันไปไม่รู้ตัวอ่ะเนอะะะ อรุ่มมม ขนาดเดือนยังถามเลยว่าเืพ่อนที่ไหนเค้าคุยกันสามเวลาหลังอาหาร แหมมม ถ้าเสือหายไปนานๆก็จะมีคนหงอยบ้างแหละเะะะ
    #8,162
    0
  11. #8155 Nyoong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 22:43
    ตัวห่างไกล ใจไม่ห่างกันมันเป็นงี้เอง ดีอ่ะ ยังติดต่อกันเรื่อยๆ
    #8,155
    0
  12. #8110 bunnyt248 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 15:50
    ผักพันกันแบบไม่รู้ตัว
    #8,110
    0
  13. #7869 sundaymoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:34
    นอกเรื่อง อิชั้นผู้อยู่ม.5 แต่จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเรียนตรีโกณ อนาถมาก55555
    #7,869
    2
    • #7869-1 NY_pskpc(จากตอนที่ 24)
      25 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:28
      นั่นมันไฮไลท์แอนด์เดอะเบสมัธยมปลายเลยนะน้อง555 ทุกวันนี้พี่นึกถึงทีไรยังขำตัวเองอยู่เลย ไม่เคยเข้าใจเนื้อหา100%กับเพื่อนเค้าหรอกตอนนั้น5555
      #7869-1
    • #7869-2 sundaymoon(จากตอนที่ 24)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:17
      555555หนูสงสารตัวเองมากตอนนี้ จะจบกับเขามั้ย
      #7869-2
  14. #7864 kipkae_1906 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:37
    ความรักของทั้งคู่ ละมุนมาก รอดู epต่อไปไม่ใหวแล้ว
    #7,864
    0
  15. #7863 Litttle witch (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:16
    เค้าจะกลับมาเจอกันแล้วสินะๆ แงแอ
    #7,863
    0
  16. #7861 Joq19 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:39
    น่ารักกกก ต้องมีคนเริ่มพูดบ้างละแหละ
    #7,861
    0
  17. #7860 bbam20442 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:29
    นะ...น่ารัก
    #7,860
    0
  18. #7859 11-12 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:32

    อื้อ แอบเหงาอะถึงจะคุยกันบ่อยแต่เป็น-เสือมันไม่ง่ายเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดพี่เบนร้องไห้แน้วววว

    #7,859
    0
  19. #7858 sudarathanpairee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:44
    ชั้นรักเค้าทั้งสองคน เป็นยิ้มตามม งื้อออ !><
    #7,858
    0
  20. #7856 papat__ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:02
    แดนเหนือยังดูออกเลยอะ เดือนหนาวหนูมั่ยลับลู้เลยเหรอลูก55555555555 พี่สิงห์ก็ปฏิเสธทำอย่างเดียวเลยนะแหมมม
    #7,856
    0
  21. #7855 ก้อนดิน ปั้นดาว (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:24
    เดือนหนาวก็ยังคงเป็นเดือนหนาว โอ้ยยย เมื่อไรจะได้เห็นนังเดือนหนาวคลั่งรักพี่เสือวะ
    #7,855
    0
  22. #7854 knarmsb (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:54
    เพื่อนรักที่
    ทุกคนรู้ ใครก็รู้ ยกเว้นเดือนหนาว5555555
    #7,854
    0
  23. #7852 Fukii03 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:36
    คำว่าเพี้อร เอ้ะ เพื้น เอ้ะ พเน่ือ มันค้ำคออออ
    #7,852
    0
  24. #7850 charoenchit (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:02
    น่ารักๆๆๆๆๆๆ ยังคุยกันตลอดน่ารักก แดนคงรู้แล้วแหละ สิงกับเบนน่าติดตามมาก
    #7,850
    0
  25. #7849 PraewPacharee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:01
    เพือ่นอะไรคอลกัน(เกือบ)ทุกวัน

    เอ้ะ เอื่พน พิมพ์ยังไงนะคำนี้ เพื่นอ พิมพ์ไม่ถูกเลย งงมาก
    #7,849
    0