#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 23 : Chapter 22 : แอบรักต่อแล้วกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,777 ครั้ง
    13 ก.พ. 64


*เนื้อหาเต็มไปด้วยความรุนแรงและไม่เหมาะสม

โปรดวิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณค่ะ*



Chapter 22 : แอบรักต่อแล้วกัน

 

 

            พอเห็นว่าปลายสายยังไม่ตอบอะไรผมยิ่งร้อนใจ เดินออกไปตรงจุดอื่นเพื่อไม่ให้จ๊าบได้ยิน “นี่เรื่องใหญ่จริงๆ แล้วผมจะไม่ขออะไรพี่อีกเลย”

            (ทำไมต้องมาขอกูด้วย) เสียงอีกฝ่ายผ่อนลงเล็กน้อยราวกับกำลังเอนกายพิงพนัก

            ผมสูดลมหายใจเข้าลึกค่อยๆอธิบายรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเขารู้สถานะของผม ไม่แปลกใจที่เขาคิดอย่างนั้น เรารู้จักกันตอนแข่งรถแต่ไม่ถึงขั้นสนิท ความสัมพันธ์ของเราคงประมาณว่ารู้จักเอาไว้ก็ไม่เสียหาย เผื่ออีกฝ่ายจะมีประโยชน์ในอนาคต

            (อ่า เข้าใจแล้ว) เขาว่า (แต่กูคงช่วยอะไรมึงไม่ได้มาก)

            “ผมแค่อยากเห็นกับตาของตัวเองว่าเดือนหนาวปลอดภัย”

            (อืม)

            “ผมจะจัดการไอ้หัวหน้าแก๊งที่ชื่ออัลโตนนั่นด้วย”

            (เรื่องนั้นกูช่วยไม่ได้นะ) เขาพูดเสียงเรียบ

            “เข้าใจ” ผมเผลอพยักหน้าเข้าใจทั้งที่ไม่มีใครเห็น เขาไม่มีเหตุผลต้องเอาตัวเองมายุ่งเกี่ยวเลย อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้สนิทกัน พูดให้ตรงกว่านั้นคือตัวผมสำหรับเขาไม่ได้มีค่าพอให้มาเสี่ยงด้วย “ผมไม่รู้ว่าเดือนหนาวอยู่ไหน ถ้าอยู่โรงพยาบาลคงมีคนของไอ้สิงห์คุมอยู่ พี่ช่วยเรื่องนี้ได้ไหม”

            (แล้วกูจะได้อะไร)

            “ตอนนี้ผมยังไม่มีอะไรให้พี่หรอก” ผมลอบถอนหายใจพูดตามความจริง “แต่สักวันผมจะมีประโยชน์กับพี่แน่ สาบานเลย”

            (ถ้ามึงตายก่อนมึงก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับกูไม่ใช่หรอ)

            “...”

            (ไปก็ตายเปล่า มึงทำอะไรไม่ได้หรอก) เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง (คิดว่าตัวเองเป็นใคร ตัวคนเดียวสู้กับคนทั้งแก๊งเพื่อฆ่าหัวหน้า มึงบ้าไปแล้วรึไง)

            “...”

            (ทำใจเถอะ ถือว่ากูแนะนำมึงแล้วกัน)

            “พี่ไม่เข้าใจหรอก” ผมกัดฟันแน่นอย่างเจ็บใจ ที่เจ็บใจเพราะมันคือเรื่องจริง ถ้าผมไปไม่ว่ายังไงก็ตายเปล่า... “พี่มีคนสำคัญบ้างไหม?”

            (...)

            “คนสำคัญที่ไม่มีเขาชีวิตก็ไม่มีความหมาย ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือแล้วมีพี่คนเดียวที่ช่วยได้ แต่พี่เองก็ตัวคนเดียวเหมือนกัน” ผมกัดริมฝีปากอย่างแรงเพื่อกลั้นน้ำตา “ถือว่าช่วยผมครั้งสุดท้ายก่อนตายก็ได้ พี่มีทั้งเงินมีทั้งอะไรมากมาย ช่วยผมแค่นี้คงไม่เสียหายหรอกมั้ง”

            แต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากปลายสาย ได้ยินแค่เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

            “แค่ส่งผมไปหาหนาวสิบนาที จากนั้นก็ให้ผมทำในสิ่งที่ผมต้องการเถอะ คนเราควรได้เลือกที่ตายของตัวเองปะวะ”

            (มึงเลือกที่ตายของตัวเองตั้งแต่อายุเท่านี้อะนะ) เขาถอนหายใจอีกครั้ง (มันคุ้มหรอ)

            “ไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้แล้ว”

            (เข้าใจแล้ว กูจะให้คนพามึงไปหาคนที่ชื่อเดือนหนาว แบบไม่ให้โดนพี่มึงจับ)

            “ขอบคุณมาก อีกอย่างหนึ่ง ผมขอข้อมูลที่อยู่ของมันหน่อยได้ไหม กำหนดการว่ามันจะไปอยู่ที่ไหนหรือทำอะไร ถ้าได้ข้อมูลการคุ้มกันของมันด้วยก็จะดี”

            (ได้ อันนั้นไม่ยากเท่าไหร่ อ่า ให้อีกอย่างเป็นของขวัญก่อนตายอีกอย่างแล้วกัน) เขาว่า (กูไม่ส่งคนของกูไปตายกับมึง แต่มือสไนเปอร์คงพอได้)

            “...จริงหรอ”

            (แผนมึงว่าไง)

            “ผมไม่มีแผนหรอกพี่ เอาจริงๆผมไม่ได้มีเวลาวางแผนด้วย มันจะสั่งคนให้มาพาหนาวไปอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้” ผมว่า “ถ้าได้เจอหนาวผมคงบุกไปหามันเลย”

            (ถ้าตอนนี้เดือนหนาวของมึงโดนจับไปแล้วล่ะ)

            “ก็ต้องยิ่งรีบไปช่วย”

            (อืม งั้นมึงไปที่สถานีรถไฟ xxx ภายในอีกสี่สิบห้านาที มึงมองหาผู้ชายสูงประมาณร้อยแปดสิบเซนติเมตร เสื้อฮู้ดสีน้ำเงินกับกางเกงยีน รองเท้าสีดำ แค่เข้าไปทักแล้วบอกชื่อมึงก็พอ)

            “เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะพี่”

            (อืม แต่ทางที่ดีอย่าตายดีกว่า เผื่อในอนาคตมึงจะได้ทำประโยชน์ให้กูได้บ้าง)

            “ครับ” แล้วผมก็กดวางสายไป เดินอ้อมออกไปข้างหน้าเพื่อไปหาจ๊าบที่นั่งรถอยู่บนมอเตอร์ไซค์ “จ๊าบ เดี๋ยวไปส่งกูถนนใหญ่หน่อยได้ไหม”

            “ก็ได้ ตกลงมึงยังไง?”

            “กูโอเค อะนี่โทรศัพท์มึง” ผมคืนโทรศัพท์ที่ล็อกเอาท์และลบข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองออกหมดแล้ว “ขอบคุณมึงจริงๆ อย่าลืมนะว่าอย่าบอกใครเรื่องกู ถ้ามีคนที่โรงเรียนถามช่วยบอกทีว่ากูไปต่างประเทศกับที่บ้าน”

            “ก็ได้” จ๊าบพยักหน้าเบาๆ

            “กูเชื่อใจมึงนะจ๊าบ” ผมย้ำ

            “เออ” อีกฝ่ายทำหน้าจริงจังขึ้นมา ผมเชื่อว่ามันเชื่อใจได้อย่างแน่นอน จ๊าบพาผมมาที่ถนนใหญ่ เราบอกลากันอีกครั้งก่อนผมจะโบกรถไปยังสถานีรถไฟที่พี่โจบอก คงเพราะมีคนพลุกพล่านถ้าเกิดมีคนแอบตามมาคงยากจะตามต่อแน่ พอมาถึงก็พยายามองหาคนที่ลักษณะเหมือนที่พี่โจบอกไว้

            มองหาอยู่นานเพราะสถานีมันใหญ่ สุดท้ายก็เจอเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ ผมเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยชื่อออกไปตามที่พี่โจบอก เขาลุกขึ้นยืนทันที ปรายสายมองผมเล็กน้อยก่อนจะส่งสายตาเชิงว่าให้เดินตาม เราเดินฝ่าฝูงคนจำนวนมากเดินอ้อมเล็กน้อยเพื่อไปยังรถคันสีดำที่จอดอยู่ข้างหลัง

            ผมขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ

            “ผมชื่อชาญ” เขาเอ่ยแนะนำตัวก่อนจะยื่นมือมา ผมยื่นมือไปจับตามมารยาท

            “ไทเกอร์ครับ”

            “ผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาล xx วิธีง่ายที่สุดก็คือปลอมตัว ผมเตรียมชุดกับเตรียมคนให้แล้ว”

            “ครับ” ผมพยักหน้าอย่างโล่งใจที่ได้รู้ว่าหนาวอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆ แถมรู้แล้วด้วยว่าโรงพยาบาลไหน รถคันสีดำเคลื่อนตัวออก ใช้เวลาสามสิบนาทีกว่าเราจะถึงลานจอดรถของโรงพยาบาล เขาเลือกจอดด้านหลังก่อนจะมีบุรุษพยาบาลสองคนเดินเข้ามาหา

            “หยิบชุดด้านหลังแล้วตามพวกเขาไป”

            ผมทำตามที่ชาญบอก ทั้งสองคนพาผมไปเปลี่ยนชุดในห้องเล็กๆที่ดูแล้วคงไม่มีคนอื่นเลยในบริเวณนี้ แล้วพาผมเดินเข้าไปในตึก “คุณทำตัวตามสบายนะ แค่ทำเหมือนยืนดูอาการก็พอ เดี๋ยวพวกผมจะตรวจเอง”

            “คุณเป็นพยาบาลจริงๆใช่ไหม?”

            “ครับ พวกผมตรวจคนไข้คนนี้อยู่บ้างเป็นบางครั้ง ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้พาคุณผ่านการ์ดหน้าห้องเข้าไป การ์ดพวกนั้นคงจำหน้าพวกเราได้ ไม่น่าจะมีปัญหา” เขาว่า “เพราะได้รับการยืนยันแล้วว่าคุณเป็นคนรู้จักกับคนไข้ ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมการ์ดต้องดักจับตัวคุณก็เถอะ”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่อยากไปดูอาการเดือนหนาว ไม่ทำอะไรนอกเหนือกว่านั้นหรอก” ผมยืนยัน “แล้วผู้หญิงกับแฝดอีกคนล่ะ”

            “อยู่ห้องข้างๆกันครับ”

            “ไปดูได้ไหม”

            “ครับ อ่า จะไม่มีใครจำหน้าคุณได้ใช่ไหม?”

            “ไอ้สิงห์อยู่รึเปล่า”

            “มีแต่พวกการ์ดครับ” เขาตอบ แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงจะใส่ผ้าปิดปากแล้วแต่อาจถูกจำได้ก็ได้

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจพวกนั้นเอง” อีกคนว่าขึ้นมา ผมพยักหน้าเชิงว่าขอบใจ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสิบ เห็นการ์ดประมาณหกคนยืนเฝ้าหน้าห้องสองห้อง ผมยืดตัวตรงทำตัวให้ปกติที่สุดเดินตามสองคนนี้ไป

            “มาตรวจอาการประจำวันครับ” หนึ่งในสองคนว่า การ์ดหันมามองทันที

            “ถอดหน้ากากสิ”

            “ไม่ได้ครับ” เขาตอบ “เพื่อความปลอดภัยต่อคนไข้และพวกเราเอง”

            “แค่แป๊บเดียว คุณลีโอสั่งให้เช็กทุกคนเผื่อว่าคุณไทเกอร์จะลอบเข้ามา” การ์ดว่าเสียงเข้ม ตอนนี้ผมมีแต่คำว่าชิบหายในใจ

            “คุณไทเกอร์ที่ว่าหน้าตาประมาณนี้รึเปล่า” บุรุษพยาบาลอีกคนหนึ่งชูรูปผมในมือถือให้ดู การ์ดทุกคนทำตาโต ผมอึ้งไปเพราะมันเป็นรูปที่แอบถ่ายผมตอนอยู่แถวหลังโรงพยาบาลเมื่อกี้

            “ใช่! ไปเจอที่ไหน?!

            “เมื่อกี้ผมบังเอิญเจอแถวหลังโรงพยาบาล”

            “ใช่คุณไทเกอร์จริงๆ” หนึ่งในการ์ดโวยวาย “สี่คนไปกับกู สองคนเฝ้าที่นี่” พอออกคำสั่งเสร็จก็ออกวิ่งทันที ทิ้งอีกสองคนท่าทางเลิ่กลั่กอยู่ตรงนี้

            “พวกเราขอรีบเข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวเปลี่ยนถุงน้ำเกลือไม่ทันจะแย่ ต้องให้หมอตรวจอาการบางอย่างด้วย” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนใจ เพราะสถานการณ์วุ่นวายเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้การ์ดสองคนที่เหลืออยู่ไม่ทันได้คิดอะไรให้รอบคอบ ปล่อยพวกผมเข้าไปทันที

            ผมนึกชมสองคนนี้อยู่ในใจ...

            ภายในห้องคนไข้ขนาดกลาง เดือนหนาวนอนอยู่บนเตียงไม่ได้สติ แขนข้างหนึ่งต่อกับสายน้ำเกลืออยู่ บนหัวมีผ้าพันแผล ผมก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัวด้วยหัวใจที่สั่นระรัว

            ทั้งสองคนปิดผ้าม่านรอบเตียงให้เพื่อไม่ให้การ์ดข้างนอกมองเห็นข้างใน น้ำตาของผมรื้นออกมา ยื่นมือไปจับใบหน้าของหนาวเบาๆ

            “...หนาว”

            พอเห็นเลือดที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก มุมปากแตกมีเลือดซิบ เปิดผ้าห่มออกเพื่อดูแผลรอบตัว เห็นรอยช้ำตามท่อนแขน ผมทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ

            ทั้งๆที่ผมอยู่ใกล้ๆแต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย

            ถ้าตอนนั้นผมไม่ปล่อยให้หนาวออกไปคนเดียวคงไม่เป็นแบบนี้

            ผมยืนมองหนาวที่นอนไม่ได้สติอยู่เกือบห้านาที ครึ่งหนึ่งเบาใจที่หนาวยังมีชีวิตอยู่แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับทรมานเมื่อนึกว่าหนาวกำลังจะโดนจับตัวไป

            สุดท้ายผมเผลอก้มลงจรดปากกับหน้าผากมน กระซิบแผ่วเบา

            “กูจะปกป้องมึงเอง กูสัญญา”

 

            .....

 

            ผมเปิดผ้าม่านออกพร้อมแกล้งบอกรายละเอียดอาการของหนาวเพื่อความแนบเนียนต่อหน้าการ์ดที่พยายามส่องเข้ามาข้างใน ถึงมันจะไม่ได้ยินที่เราพูดกันก็เถอะแต่เนียนไว้ก่อนดีกว่า จากนั้นก็ถึงเวลาผมถามอาการจริงๆของหนาว

            “เขาฟื้นขึ้นมาบ้างรึยัง?”

            “ยังเลยครับ”

            “แผลข้างในเสื้อผ้ามีไหม?”

            “หน้าท้องมีรอยช้ำครับ กับตรงสะบักหลัง รอยทุบตี ที่เหลือก็เป็นหัวแตก ปากแตกกับรอยช้ำที่แขน”

            “...แล้วเขาจะฟื้นเมื่อไหร่ พอรู้ไหม?”

            “เราคิดว่าน่าจะไม่เกินพรุ่งนี้ครับ”

            “โอเค” ผมพยักหน้า “พาผมไปดูอีกห้องหนึ่งหน่อย”

            เราออกจากห้องของหนาวมาเข้าไปดูอาการป้าแมวกับแดนเหนือต่อ ทั้งคู่นอนอยู่ในห้องใหญ่ด้วยกัน ยังไม่ได้สติและมีบาดแผลตามตัวเหมือนกัน...แต่น้อยกว่าหนาว

            หนาวคงพยายามปกป้องอย่างเต็มที่แล้วสินะ...

            “สองคนนี้อาการดีกว่าคุณเดือนหนาวครับ คุณผู้หญิงฟื้นมาแล้วเมื่อประมาณชั่วโมงก่อนแต่ยังมีอาการมึนงง ยังคุยไม่ได้”

            “โอเคครับ” ผมพยักหน้า “พาผมกลับที”

            “ครับ”

 

            ....

           

            ผมได้รับข้อมูลที่อยู่ของไอ้แก่นั่นจากพี่โจมาแล้ว ชาญพาผมมายังตึกแห่งหนึ่ง มีคนเดินไปมาอยู่บ้างและทุกคนล้วนมองมาทางผมอย่างไม่ไว้ใจ เดินตามชาญมาชั้นใต้ดินคล้ายกับเป็นโกดัง ข้างในนี้เต็มไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิด

            “คุณเลือกที่ถนัดเลย” ชาญบอก “เราจะตกลงแผนกันยังไง”

            “คุณคือสไนเปอร์หรอ?”

            “ใช่”

            “มีตึกอยู่ตรงข้าม ไกลหน่อยแต่คุณยิงได้ใช่ไหม?”

            “ได้” เขาพยักหน้าอย่างมั่นใจ

            “ยิงคนคุ้มกันด้านนอก คนด้านในผ่านทางประตูหน้าต่าง ยิงทุกคนที่ยิงได้” ผมบอกในระหว่างที่กำลังเลือกอาวุธอยู่ เป็นปืนสั้นที่เคยใช้กับมีดพกหลายเล่มเก็บไว้ตามตัว “พอเห็นท่าไม่ดีก็หนีเลย นั่นถือว่าจบงานคุณแล้ว”

            “ครับ” ชาญรับคำ เช็กปืนสไนเปอร์ในกระเป๋าถือสีดำ เปลี่ยนชุดและสวมถุงมือ ส่วนผมก็ต้องเปลี่ยนชุดเหมือนกัน ให้เป็นชุดที่ดูคล่องแคล่วที่สุดแน่นอนว่าใส่เกราะกันกระสุนด้วย

            พอเรียบร้อยเราสองคนก็ออกรถเพื่อไปยังคฤหาสน์ของตาแก่นั่น

            รอเวลาประมาณตีสองที่คิดว่าการคุ้มกันเบาที่สุด ชาญไปเตรียมตัวแล้ว ผมตอนนี้หลบอยู่หลังพุ่มไม้ในสวนหลังคฤหาสน์ขนาดใหญ่โต เห็นการ์ดเดินตรวจตราไปมาอยู่แถวนี้สามคน

            นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มาทำงานคนเดียวโดยไม่มีไอ้สิงห์ หัวใจของผมเต้นโครมครามทั้งแตกตื่นและหวาดกลัว ใครมันจะไม่กลัวบ้างล่ะ ผมไม่รู้ว่าผมจะไปได้ไกลถึงไหน จบแค่ตรงนี้ตั้งแต่แรกเลยไหมหรืออย่างน้อยๆก็ครึ่งทาง หรือสามารถฆ่าไอ้แก่อัลโตนได้

            ถอยกลับตอนนี้อาจจะยังทัน...แต่ใครจะถอยกันล่ะ ภาพของหนาวที่ถูกพวกมันทำร้ายยังติดอยู่ในหัวของผมอยู่เลย อีกอย่างแค่นึกภาพหนาวอยู่กับไอ้เหี้ยนั่นก็แทบจะขาดใจตายแล้ว

            ผมยกมือขึ้นแตะเครื่องที่สอดอยู่ในหูเพื่อสื่อสารกับชาญ

            “ผมกำลังจะลงมือ”

            (รับทราบ)

            “ชาญ ถ้าผมตาย ฝากเอาจดหมายที่ผมทิ้งไว้ในกระเป๋าของคุณให้เดือนหนาวที แต่ถ้าผมดวงแข็งรอดไปได้ก็เผาจดหมายทิ้งเลย”

            (ครับ)

            ผมพุ่งตัวออกไปล็อกคอผู้ชายที่เดินเข้ามาใกล้ที่สุด เอามีดแทงเข้าไปในหูตายคามือและกลับมาหลบหลังต้นไม้ ซ่อนในความมืดเดินไปอีกทางและฆ่าอีกคนอย่างเงียบเชียบ พอจัดการตรงนี้หมดแล้วพบว่าไม่มีกำลังเสริมมาเลย ชาญคงจัดการข้างหน้าหมดแล้ว

            ผมปีนกำแพงขึ้นไปบนระเบียง ซ่อนอยู่หลังกำแพงเพื่อดูลาดเลา ความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อมีคนถูกยิงผ่านหน้าต่างอีกฝั่ง ผมรีบหยิบปืนออกมายิงพวกนั้นที่หลบซ่อนอยู่ ความวุ่นวายถูกก่อขึ้นในคฤหาสน์เงียบสงบหลังนี้แล้ว มีคนโผล่ออกมาจากกำแพงจะยิงผมแต่ผมเร็วกว่า ยิงอัดในระยะใกล้จนเลือดกระเซ็นเต็มตัว

            ทุกคนในที่นี่หลบออกห่างจากหน้าต่างเพื่อให้โดนซุ่มยิง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสู้กับผมด้วย ผมทุ่มสุดตัวอย่างไม่รู้สึกเหนื่อยหอบ มีคนพุ่งเข้ามาใกล้ผมปัดปืนมันทิ้ง มันเอาขาเกี่ยวจนเราล้มลงไปกลิ้ง ผมกดตัวมันไว้แล้วยิงอีกสองคนที่จะเข้ามาและยิงอัดไปที่ใบหน้าของคนที่อยู่ข้างล่าง

            หันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปและเปลี่ยนกระสุนปืน ขึ้นมาถึงหัวบันไดอีกชั้น มีกระสุนเฉี่ยวผนังข้างๆก็เอี้ยวตัวหลบตรงเสาทันที หยิบปืนอีกกระบอกออกมา กรอกตาสองซ้ายขวาแล้วลั่นไกยิงออกไปพร้อมกันทั้งสองมือ มีคนมาเพิ่มอีก ผมหลบอยู่หลังรูปปั้น เรายิงสู้กันอยู่พักหนึ่งก่อนชาญจะช่วยเก็บสองคนผ่านทางหน้าต่าง

            ผมพยายามอยู่แถวหน้าต่างไว้เพื่อให้ชาญสามารถยิงได้ ชั้นนี้เหมือนจะเป็นชั้นจัดแสดงงานศิลปะต่างๆเลยมีรูปปั้นวางอยู่เต็มไปหมด คิดได้ว่าต้องเปลี่ยนย้ายที่ไม่อย่างนั้นพวกมันมาเพิ่มคงแย่ ผมย้ายไปหลบหลังรูปปั้นอื่นพร้อมยิงไปด้วย เห็นศพนอนอยู่ก็รีบหยิบปืนมันมาใช้ทันที

            ผ่านไปสิบนาทีผมขึ้นมายังอีกชั้นได้แล้ว ที่ชั้นนี้มีทางเดินเต็มไปหมด ผมจำทางได้จากแบบบ้านที่เคยดูมา ผมเข้าในห้องๆหนึ่ง หลบอยู่ข้างโซฟา นอนยิงพวกมันที่เท้า ก่อนจะมีคนเปิดประตูมาอีกรัวยิงจนผมต้องลุกหนี

            หลบหลังทีวียิงไอ้คนนั้นแล้วเปิดประตูไปอีกห้องหนึ่ง มีคนจะเข้ามาผมเลยปิดประตูทับแขนมันเอาไว้ สอดปืนไปยิงใส่มันผ่านช่องประตู ผมถูกปัดปืนทิ้งแล้วผลักประตูกระแทกอัดหน้า ผงะถอยหลังไปนิดหน่อยแล้วพุ่งตัวชนมันจนติดกำแพง

            มันชักมีดออกมาจะแทง ผมเอาแขนรับไว้ได้ เราสู้กันระยะใกล้แต่แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นผมถูกพวกที่ตามมายิงจนต้องล้มลง

            ถูกใครบางคนเหยียบลงที่หลังอย่างแรง

            “อ๊ากก!!

 ร้องลั่นออกมาอย่างเจ็บปวดจนทนแทบไม่ไหว หายใจแทบไม่ทันเพราะความเหนื่อยและความเจ็บ กลิ่นเลือดกระทบจมูกจนฉุน

            ผมพยายามดันตัวเองให้พ้นแต่ไม่เป็นผล สู้แรงของมันไม่ไหวเพราะถูกยิง ไหนจะมีแผลอื่นๆก่อนหน้านี้อีก

            “เด็กหรอกหรอ?” คนที่เหยียบหลังอยู่พูดขึ้น ดวงตาของผมเริ่มพร่ามัวแล้ว เห็นมีคนยืมล้อมอยู่เต็มไปด้วย ตรงนี้เป็นพื้นที่อับชาญคงช่วยไม่ได้แล้ว

            “มันเป็นใคร!!” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ผมเงยหน้ามองอย่างยากลำบาก เห็นเป็นไอ้แก่อัลโตนยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางมันดูแตกตื่น “มันมาคนเดียวหรอ!

            “คนเดียวครับท่าน มีมือสไนเปอร์อีกคนแต่มันหนีไปแล้ว เรากำลังตามตัวอยู่”

            “เด็กนี่นา...พวกแกปล่อยให้เด็กคนเดียวผ่านมาจนเกือบถึงตัวฉันแล้ว!!” มันโวยวายเสียงดัง ผมกัดฟันกร่อดเพื่อข่มความเจ็บปวดและความโกรธ อยากจะเข้าไปฆ่ามันซะตอนนี้เลยแต่ทำไม่ได้ “จับคุกเข่าแล้วมัดซะ เค้นให้ได้ว่าเป็นใคร”

            ผมถูกกระชากให้ลุกขึ้น มัดมือไพล่หลังแล้วลากไปในห้องๆหนึ่ง ในนี้มืดสลัว มีแต่อุปกรณ์ทรมานคน ผมเผลอยิ้มแสยะโดยไม่รู้ตัว

            นี่มันแย่กว่าตายอีกรึเปล่าวะเนี่ย

            ผมถูกจับกดน้ำ สำลักน้ำอยู่ประมาณสามครั้งถึงจะโดนซักถาม

            ไอ้แก่อัลโตนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ราวผู้เหนือกว่า ผมถูกจับให้นั่งคุกเข่าต่อหน้ามัน ภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัดแล้ว หน้ามืดกว่าเดิมเพราะสำลึกน้ำ

            “มึงเป็นใคร ใครสั่งมึงมา”

            “...” ผมเงียบไม่ตอบ ถึงจะพูดอะไรออกไปก็ยิ่งแย่ บอกว่าเป็นลูกชายของอีกแก๊งคงโดนจับเป็นตัวประกัน อาจจะกลายเป็นตัวถ่วงคนอื่นเปล่าๆ บอกว่ามาเพราะเดือนหนาวก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะเอาแต่ปิดปากเงียบเลยโดนเตะเข้าที่หน้าอีกหนึ่งที “อั่ก!

            “ท่านครับ ผมว่าผมรู้จัก”

            “ใคร?”

            “ลูกชายคนเล็กของไอ้ชินทร์ครับ”

            !!!” ผมเบิกตากว้างโดยไม่ได้ตั้งใจ อัลโตนก็เช่นกันแต่ท่าทางของมันคือประหลาดใจปนกับยินดี “จริงหรอ? ว้าว แล้วส่งลูกชายมาคนเดียวนี่คิดอะไรของมัน ดูถูกพวกเราอย่างนั้นหรอ? เฮ้ย” มันใช้เท้าเขี่ยผม “มึงอะ เป็นลูกมันจริงหรอวะ งั้นก็ดีเลย อย่าเพิ่งฆ่า เก็บมันไว้ก่อน”

            ผมจ้องมันด้วยแววตาเหมือนว่าอยากจะฆ่าให้ตายคามือ “สายตาน่ากลัวเหมือนพ่อเลยว่ะ กูล่ะอยากขยี้มานานแล้ว ตัดนิ้วสักนิ้วมึงจะยังกล้ามองกูแบบนี้มั้ยวะ” มันส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนหนึ่ง ผมถูกแก้มัดแล้วบังคับเอามือวางบนโต๊ะ พอออกแรงขัดขืนเลือดตามบาดแผลก็ยิ่งไหล

            ในขณะที่ผมกำลังพยายามขัดขืนอยู่ มีคนหนึ่งของมันเข้ามาในห้อง ทุกคนหันไปให้ความสนใจรวมถึงไอ้คนที่กำลังจะตัดนิ้วผมด้วย

            คนนี้มัน...ไอ้ชัช

            “ท่านครับ รู้ที่อยู่ของลูกชายผมแล้วครับ”

            !!!

            ราวกับสติของผมหลุดไป ผมสะบัดมือเล่มเล็กให้มีดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา ฟาดมีดออกไปตัดนิ้วไอ้คนที่กำลังจะตัดนิ้วผมแทน เหมือนร่างกายลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ ผมพุ่งเข้าไปหาไอ้อัลโตนและใช้มีดเล่มเล็กแทงเข้าไปที่คอมัน ออกแรงลากจนมีดพ้นจากคอ สร้างแผลยาวจนเลือดพุ่งออกมาเต็มไปหมด เสียงตกตะลึงดังทั่วห้องก่อนพวกมันจะกระโจนเข้ามาจะจับผม

            แต่ก่อนจะโดนจับ ผมพุ่งไปหาไอ้ชัช แทงมันจนล้ม นั่งคร่อมร่างมันแล้วแทงซ้ำ

            ตาย ตาย! ตายไปซะ!

            “จะไม่มีใครแตะต้องเดือนหนาวทั้งนั้น!!

 

           

            ....

 

 

            ผมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว เปลือกตาหนักจนลืมได้แค่หนึ่งข้างและครึ่งเดียวด้วย แม้ภาพจะเบลอแต่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆคือไอ้สิงห์ ท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่

            ร้องไห้เนี่ยนะ...

            กูฝันอยู่แน่เลย

            ...

            ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากรู้สึกว่าหลับไปนานมาก ความเจ็บร้าวทั่วตัวยังคงอยู่ แต่ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว ขยับแม้แต่มือยังทำไม่ได้ กรอกตาไปยังเห็นเป็นไอ้สิงห์อยู่อย่างเดิมแค่คราวนี้มันไม่ร้องไห้แล้ว พอเห็นผมตื่นมันก็กระวนกระวายเรียกหาแต่หมอ

            พอหมอออกไปก็ยังไอ้สิงห์กับพี่เบนที่ยังอยู่ในห้อง

            “เสือ กูขอโทษ ฮึก กูขอโทษ”

            ร้องไห้อีกแล้ว...กูยังไม่ตื่นอีกหรอวะ

            หรือว่ากูตายห่าไปแล้ว...

            เออ ก็สมควรตายแหละโดนไปขนาดนั้น เดือนหนาวจะปลอดภัยมั้ยวะ ปลอดภัยแหละก็ผมจัดการไอ้แก่นั่นแล้วนี่ คงไม่มีใครคิดจะทำร้ายหนาวได้อีก...ว่าแต่ฝันทั้งทีขอฝันเจอหนาวไม่ได้หรอวะ ทำไมต้องฝันเห็นไอ้สิงห์ร้องไห้ด้วย มันอะนะร้องไห้เพราะผมตาย เหอะ ไม่มีทาง

            “เสือ ฮึก ตื่นเถอะ”

            กู...หลับต่อดีกว่า

 

            .....

 

            เป็นอีกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมา คราวนี้ภาพที่เห็นเหมือนจะชัดขึ้นบ้าง ความเจ็บหายไปบ้างนิดหน่อยพอขยับตัวได้ เห็นเป็นไอ้สิงห์อีกครั้งและมันก็กระวนกระวายเรียกหาหมอเช่นเคย แต่คราวนี้ผมกลับพูดโต้ตอบกับหมอได้บ้าง

            หมอถามนู่นนั่นนี่ ตรจวดูอีกพักใหญ่ค่อยเดินออกไป

            “เสือ!” ไอ้สิงห์ตะโกนเรียก หน้ามันโทรมอย่างที่ไม่เคยเห็น ใต้ตาช้ำไปหมด “มึงฟื้นแล้ว...เฮ้อ”

            “...” ผมยังเงียบไม่ตอบ กรอกสายตามองไปรอบๆเพราะสมองยังคงตอบสนองช้านิดหน่อย กว่าจะเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ผมยังไม่ตายต่างหาก “นี่กี่วันแล้ว”

            “เจ็ดวัน”

            “หนาวเป็นไงบ้าง”

            “ปลอดภัย ไปโรงเรียนตามปกติ ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”

            “หมายความว่าไง”

            “กูให้คนปลอมเป็นตำรวจ สร้างหลักฐานปลอมบอกว่าไอ้ชัชมันเป็นคนจ้างคนลักพาตัวเองและทุกคนโดนจับเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นเพื่อนมึงก็โดนทำร้ายจนสลบ จำอะไรแทบไม่ได้ เลยเชื่อสิ่งที่กูทำขึ้นมา” ไอ้สิงห์อธิบาย ผมนึกภาพตาม ถ้าหนาวโดนลักพาตัวและโดนทำร้ายจนสลบ ตื่นมาที่โรงพยาบาล ตำรวจและอธิบายเรื่องราวพร้อมหลักฐาน มันก็คงไม่มีอะไรน่าสงสัย

            “อืม ดีแล้ว”

            “เสือ”

            “...”

            “กูขอโทษ” ไอ้สิงห์ทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้เหมือนในความฝันของผม “กูไม่อยากให้มึงไปยุ่งกับพวกนั้นจริงๆ กูเลยพยายามตามหาตัวมึงตั้งใจจะจับเอาไว้ กู...กูเป็นห่วงในส่วนของกูโดยไม่ได้สนใจความต้องการของมึงเลย”

            “...” ผมขมวดคิ้วแปลกใจที่ไอ้สิงห์คนนั้นมันดูอ่อนแอลงขนาดนี้ ฟังมันต่ออย่างตั้งใจ

            “กูคิดว่ามึงอาจจะบุกไปคนเดียวจริงๆก็ได้เพราะมึงมันบ้า มึงมันบ้าเหมือนพ่อ บ้าเหมือนกูนี่แหละ แต่ยังไม่ทันได้รวมคนก็ได้ข่าวว่ามึงบุกไปแล้ว กะทันหันเกินไปจนไปช่วยได้ช้า ขอโทษนะ”

            “อ่อ เป็นมึงที่มาช่วยหรอ”

            “เออ ไปถึงมึงก็สลบแล้ว แต่มึงก็ฆ่าทั้งหัวหน้ากับไอ้ชัชได้ มึงแม่ง...โคตรสุดยอดเลย สมแล้วที่เป็นน้องกู” มันยิ้มบางแต่ท่าทางเศร้าสร้อย

            “แล้วเรื่องมันจบรึยัง?”

            “ยัง” สิงห์ส่ายหน้า “แค่ฆ่าหัวหน้าแก๊งไม่ได้หมายความว่าจะจบ มันยังมีอิทธิพลที่อื่นอยู่อีก แต่มันมาขนาดนี้แล้วกูจะจัดการต่อเอง...ถ้ารู้แบบนี้กูคงจัดการเองตั้งแต่แรก ไม่น่าเลย” ประโยคหลังพูดเบาลงเหมือนกำลังโทษตัวเอง

            “หนาวจะปลอดภัยแล้วใช่ไหม?”

            “กูไม่คิดว่าเด็กนั่นมันจะสำคัญกับมึงถึงขนาดนี้...” ไอ้สิงห์ถอนหายใจ “ดูสิ่งที่มึงทำแล้วก็ดูสภาพมึงสิ เฮ้อ เออ พ่อโกรธมากเลยนะ”

            “อืม” ผมพยักหน้าเข้าใจ ไม่โมโหสิแปลก “แล้วพ่อว่าไง”

            “จะส่งมึงไปอยู่ฮ่องกง”

            “อืม”

            “ยอมรับง่ายๆอย่างนี้เลย?”

            “ถ้าไปฮ่องกงแล้วกูจะเก่งขึ้นไหม?” ผมถามกลับ “หมายถึงกูจะมีอำนาจมากพอจนสามารถจัดการทุกคนที่มาทำร้ายเดือนหนาว”

            “...”

            “กูจะปกป้องเดือนหนาวได้ไหม?”

            “ได้สิ” สิงห์ตอบ “มึงก็น่าจะรู้แล้วนะ”

            “อืม กูเพิ่งรู้สึกอ่อนแอและสมเพชตัวเองขนาดนี้เป็นครั้งแรก” ผมบอกไปตามตรง “กูเกือบตายแล้ว กูเกือบต้องทิ้งหนาวไปแล้ว”

            “แต่มึงอาจไม่ได้กลับมาอีกเลยนะ”

            “กูจะกลับ” ผมยืนยัน “แล้วไปเมื่อไหร่”

            “มึงหายดีเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

            “โอเค”

            “กูต้องไปขอบคุณโจฮันด้วยสินะ” สิงห์ว่า “เออ มีจดหมายอันนี้ฝาก บอกว่าเป็นของมึง” มันยื่นกระดาษพับแผ่นหนึ่งให้ มันคือจดหมายที่ผมแอบทิ้งไว้ให้ชาญ ฝากให้เขาส่งถึงหนาวถ้าผมไม่รอดกลับมา

           

 

 

            ถึง เดือนหนาว

            ถ้ามึงจะได้อ่านกูคงไม่อยู่แล้ว กูจะตายเพราะอะไรก็ช่างเถอะ มึงไม่อยากไปสืบหาไม่ต้องอยากรู้ แค่อยากให้มึงรู้ไว้ว่าเป็นทางเลือกของกูเอง กูเลือกที่ตายของกูเองเลยนะเว้ย เท่ปะล่ะ แม่งโคตรเท่เลย55555

            ที่ฝากจดหมายไว้ก็เพราะอยากบอกมึงว่าขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคมนี้ที่กูได้อยู่กับมึง แม่งโคตรพลิกชีวิตกูเลย กูไม่เคยเจอคนโง่ที่เชื่อใจคนอื่นแบบง่ายๆอย่างมึงมาก่อน คนปากร้ายแต่จริงๆแล้วใจดี คนที่ร้องเพลงเพี้ยน หัวเราะเสียงดัง กินข้าวมูมมาม พูดจาก็เลอะเทอะ แต่อยู่กับมึงแล้วสนุกชิบหาย กูไม่เคยสนุกขนาดนี้เลย

            เสียดายที่ไม่ได้อยู่ให้ของขวัญวันเกิดมึงว่ะ แต่เอาเงินในบัญชีกูไปซื้อก็ได้ สมุดบัญชีกูอยู่ในลิ้นชักห้องนอนมึงอะ

            แม่งโคตรน่าแปลกใจเลยที่รู้จักกันยังไม่ถึงปีแต่กูรักมึงขนาดนี้ รักแบบที่ไม่ใช่เพื่อน นี่มึงรู้ปะวะ55555 กูเดาว่ามึงไม่รู้ ก็มึงโง่ออก... 5555555 แต่ตอนนี้มึงรู้แล้วนะว่ากูรักมึงอะ โคตรรักเลย เขียนไปเขินไปไอ้สัดเอ๊ย

            มึงคงไม่ได้รู้สึกเหมือนกูก็ช่างมึงเถอะ ก็กูไม่ทันอยู่ให้เสียใจที่โดนมึงปฏิเสธแล้วอะ แต่เอาจริงก็อยากเห็นหน้ามึงตอนรู้นะ

            มาเยี่ยมกูที่หลุมศพบ้างนะ มาบ่อยๆก็ได้

            ขอให้มึงมีแต่รอยยิ้ม เพราะมึงโคตรน่ารักเวลายิ้ม

            รักมาก

จาก เสือ

 




            ผมหลุดยิ้มหลังจากอ่านข้อความของตัวเอง พอได้มาอ่านแบบนี้แล้วก็แอบตลกแฮะ เขียนอะไรก็ไม่รู้ เรียบเรียงคำพูดก็ไม่ค่อยเก่งอีกต่างหาก จดหมายรักหรือจดหมายด่าก็ไม่รู้

อุตส่าห์ทำใจไว้แล้วนะว่าถ้าจะตายอย่างน้อยๆขอให้ได้บอกรักหนาว เสือกไม่ตายซะงั้น

งั้นก็...แอบรักต่อแล้วกัน

            “ฝากเผาหน่อย” ผมยื่นกลับให้สิงห์ “อย่าแอบอ่านนะ”

            “โอเค”

           

           

           

           

           

           

           

           

 

 #ช่วงนี้เดือนหนาว

 

 

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.777K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,360 ความคิดเห็น

  1. #11318 Ttunp_xz<3 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 23:00
    โคตรบ้า และเราโคตรอินในความรักของเสือเลย ฮื่อออออออออ อิพี่สิงห์ก้น่ารัก ร้องไห้ให้น้องด้วยนะ ตลกจริง บ้าทั้งหมดแหละ
    #11,318
    0
  2. #11177 eye232549 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 20:16
    เสือโครตสุดยอดเลย
    #11,177
    0
  3. #11143 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 04:08
    มุแงง ไอ่เจ้าคนคลั่งรัก
    #11,143
    0
  4. #10923 8809802 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 22:29
    อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของเสือสินะ สู้ๆนะคะ
    #10,923
    0
  5. #10898 @BANANANANANANA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 12:04
    อยากมีเสือเป็นของตัวเอง
    #10,898
    0
  6. #9406 bbussya (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 16:04
    สนุกมากค่ะ เหมือนเขียนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
    #9,406
    0
  7. #9369 AnTANDAN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 01:40
    โอ๊ยยยย พ่อคนคลั่งรัก ตอนอ่านจดหมายเสือน้ำตาคลอเบาๆ
    #9,369
    0
  8. #8664 Mymam_bgly (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 21:49
    รักเอนเนอจี้แอบรักต่อ555
    #8,664
    0
  9. #8250 rnhaha (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 00:55
    เสือ ทำไมแสนดีขนาดนี้TT
    #8,250
    0
  10. #8220 SerinS. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 17:26
    สปิริตเสือโคตรได้ ยอมใจ คลั่งรัก Crazy in love
    #8,220
    0
  11. #8199 kikss (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 17:08

    ลุ้นมาก เสือโคตรใจ ขอบคุณพี่โจที่ช่วย ขอบคุณสิงห์ที่ตามมาทัน แล้วขอบคุณเสือที่ไม่ตายนะ เดือนหนาวววว รับรักเสือเถอะ

    #8,199
    0
  12. #8108 bunnyt248 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 15:31
    ใจสู้มากพี่เสือ
    #8,108
    0
  13. #7976 หวีดดดดด!!! (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:57

    ฮือออ อ่านจดหมายของเสือแล้วน้ำตาไหลเลย นายรักเขามากอ่ะเสือ
    #7,976
    0
  14. #7853 knarmsb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:39
    น้องเสือคนคลั่งรัก

    แต่ก็แอบขำที่พี่สิงห์ร้องไห้แล้วบอกให้ตื่น ดันขอหลับต่ออีก ฮาได้ถึงแม้บรรยากาศจะเศร้า
    #7,853
    0
  15. #7846 N0ii2d (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:45
    รอดนะพ่อพระเอกของชั้น พี่สิงค์คือน้ำตาแตกไปกี่รอบเนี่ย
    #7,846
    0
  16. #7761 OMMA POR (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:00
    ฮือเสือ ขวัญเอยขวัญมานะ ;-;
    #7,761
    0
  17. #7734 oilllalita (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:11
    คบั่งรักมากไปแล้วเจ้าเสือ ฮรุกกกกก
    #7,734
    0
  18. #7733 TaraN (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:15

    เสือ เข้าใจพี่สิงห์ขึ้นบางสักนิดก็ยังดีนะ อยากให้คิดว่าที่พี่เขาทำอะ เขาเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าไม่รักเขาไม่ห่วง

    อย่าคิดแต่ว่า เขาไม่รัก ๆ อะ เพราะที่เสือทำลงไป ผลที่ออกมาคือ เป็นตายเท่ากันเลยนะ


    แล้วแบบนี้ จะบอกว่าพี่เขาไม่รัก ไม่ห่วง มันก็ใจร้ายกะพี่สิงห์ไปนิดอะลู๊กกกกก

    #7,733
    0
  19. #7732 071727 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:17
    เสือจะไปอยู่ ฮ่องกงกลับมา ต้องเท่ห์เก่งกว่าเดิมมากๆเลย คอยช่วยเหลือ เดือนหนาว นะ
    #7,732
    0
  20. #7729 สายลมแห่งความฝัน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:44
    เก่งมาเจ้าเสือใจนายมันคลั่งรักสุดๆไปเลย 🐯ผู้คลั่งรัก❄️
    #7,729
    0
  21. #7728 crzoldyck7 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:00
    สิงห์กะโจฮันใครอายุมากกว่าคะ

    สิงห์น้องเห็นมุมอ่อนแอของนายแล้วนะ น้องจะรู้จักตัวนายจริงๆแล้วนะ ดีใจด้วยนะกะคนที่น้องจะรักแล้ว 5555
    #7,728
    1
    • #7728-1 Howlsairy(จากตอนที่ 23)
      18 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:12
      สิงห์มากกว่าค่ะ
      #7728-1
  22. #7725 kinnn874 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:14
    ไทเกอร์คนกากที่คลั่งรัก

    กับพี่สิงห์ คลั่งรักน้องมาก

    เสือเก่งมาก

    เสือคงอยากเก่งกว่านี้มากกกก จะได้ปกป้องหนาวได้
    #7,725
    0
  23. #7722 feather25 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:04
    น้ำตาไหลเลย
    #7,722
    0
  24. #7721 Ratty_milk (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:07
    มาอัพบ่อยๆนะคะไรต์ น้องเสือเยียวยาจิตใจพรี่มั่กๆ555
    #7,721
    0
  25. #7720 Justwhy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:00
    น้องจะไปฮ่องกงจริงอ่อ
    #7,720
    0