#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 22 : Chapter 21 : น้ำมันหอยเป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,586 ครั้ง
    13 ก.พ. 64








Chapter 21 : น้ำมันหอยเป็นเหตุ

 



❆❆❆



 

            นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาตีหนึ่งสามสิบนาที คนข้างๆของผมนอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ผมที่เอาแต่นอนพลิกตัวไปมาอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ตัดสินใจลุขึ้นจากเตียง พอออกจากผ้าห่มก็สัมผัสได้ถึงอากาศเย็นจึงหยิบเสื้อกันหนาวมาสวม ผมเดินลงบันไดไปข้างล่าง ภายในตัวบ้านชั้นแรกที่มืดสลัว ผมเห็นคนที่กำลังนอนอยู่พลิกตัวหันมาทางนี้ เลิกคิ้วมองท่าทางราวกับว่าเพิ่งตื่นเพราะเสียงฝีเท้าของผม

            เอ่ยปากว่าออกไปโดยไม่รู้ตัว “นี่กูว่ากูตีนเบาละนะ มึงยังตื่นอีกหรอ”

            “เข้าห้องน้ำหรอ” เสือถามกลับ ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ผมเดินเข้าไปนั่งกับมัน

            ผมส่ายหน้า “ไม่อะ กูนอนไม่หลับเลยว่าจะออกไปเดินเล่นรับลมซักหน่อย”

            “รับลมก็ต้องมอไซค์ปะวะ” เสือว่าขึ้น ผมยิ้มรับ

            “รบกวนมึงเปล่า มึงเองก็ต้องพักผ่อนนะ”

            “ถ้ามึงยังนอนไม่หลับอยู่แบบนี้คงชิบหาย” อีกฝ่ายขมวดคิ้วเล็กน้อย “รอกูเปลี่ยนผ้าแป๊บ”

            “โอเค” ผมตอบ นั่งรอมันเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำประมาณสองนาที ออกมาพร้อมกับเสื้อกันหนาวและกางเกงขายาว “ไปตลาดก่อนได้ไหม หิวนิดๆอะ”

            “ได้” มันพยักหน้า “เสื้อมึงดูดีว่ะ”

            “จ๊ะ” ผมตอบอย่างแอบหมั่นไส้ เวลาใส่เสื้อมันทีไรมันจะชมแบบนี้ทุกที

            เราพากันออกไปข้างนอกบ้าน เสือขึ้นขี่บิ๊กไบก์คันเดิมส่วนผมนั่งซ้อนท้ายเพื่อไปซื้อของกินเล่นที่ตลาดโต้รุ่งกัน คืนกลางเดือนธันวาคมปีนี้หนาวกว่าปีก่อนๆ ผมชอบอากาศหนาวอาจจะเป็นเพราะเกิดหน้าหนาวล่ะมั้ง ผมเกิดเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนหนาว แม่เลยตั้งชื่อให้ว่าเดือนหนาว ส่วนแดนเหนือก็ตั้งให้เข้ากับผมอีกที

            พอซื้อของกินเล่นเสร็จไอ้เสือก็พาผมไปยังสะพานข้ามแม่น้ำที่เดิมที่มันเคยพามาหลายครั้ง บรรยากาศเงียบสงบที่ถ้าหากว่ามาคนเดียวคงน่ากลัวเอาเรื่องอยู่

            “เป็นไง ดีขึ้นมะ” เสือเอ่ยถามก่อนจะนั่งลงบนพื้นริมถนน เหยียดขาออกไปยังพื้นหญ้าที่ชื้นน้ำค้าง ผมนั่งลงข้างๆพร้อมวางขนมในมือลง

            “นิดนึง อากาศดี” ผมบอก หยิบขนมขึ้นมากินรับลมเย็นที่พัดมา “มึงตื่นเต้นบ้างปะ”

            “ไม่นะ ครั้งแรกก็ไม่ตื่นเต้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”

            “เพราะรู้สึกว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องชนะรึเปล่า แบบมั่นใจในตัวเองงี้”

            “ประมาณนั้นมั้ง รู้สึกว่าต้องชนะ พรุ่งนี้ด้วย” อีกฝ่ายส่งยิ้มบางให้ คำพูดนั้นทำเอาผมเผลอยิ้มขำออกมา ที่ผมนอนไม่หลับในคืนนี้เพราะพรุ่งนี้เป็นวันแข่งขันใหญ่ของพวกเรา เป็นการแข่งฟุตบอลแบบจริงจังครั้งแรกในชีวิตผมเลยทำให้อดตื่นเต้นไม่ได้ แถมยังมีความกดดันกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีด้วย “มึงอย่ากดดันตัวเอง มึงไม่ได้เล่นคนเดียวในสนามสักหน่อย”

            “ก็ใช่ แต่อีกทีมก็โคตรเก่งเลยไม่ใช่หรอวะ”

            “มึงรู้ปะว่าพวกเรามีอะไรที่อีกทีมไม่มี”

            “อะไร”

            “กูไง”

            “เออ นั่นแหละที่ทำให้กูเครียด”

            “อ้าวสัด” เสือหันขวับมามองจากที่มองวิวแม่น้ำอยู่ “เครียดมากยืนเฉยๆไป ดูกูทำประตูก็พอ”

            “ไม่มีกูจะชนะยังไง๊” ผมว่าเสียงสูงพร้อมยักไหล่

            “ไม่มีคนเสิร์ฟน้ำก็ไม่น่าจะเป็นไรนะกูว่า พวกกูพอหยิบกันเองได้”

            “เสิร์ฟน้ำก็แย่ละ” ผมหลุดขำ “กูกลัววิ่งแล้วสะดุดล้มอะ ชิบหายแน่”

            “ชิบหายดิ น้ำหกคอแห้งกันทั้งทีม”

            “กูเป็นกองหน้าไอ้สัด” ผมทำหน้าเอือมระอาอีกครั้ง “กูไปโม้กับแม่ไว้ด้วยว่าจะยิงเองอย่างน้อยสองประตู ส่งลูกให้กูด้วยนะถ้ามีโอกาส”

            “ถ้ามีโอกาสก็ส่งให้ตลอด” เสือว่า “หมายถึงมีจังหวะส่งให้ใครก็ส่งให้คนนั้น”

            “กูจะเสนอหน้าไปอยู่แถวที่จะได้รับลูกง่ายๆเอง” ผมยักคิ้ว “มึงว่าเราจะชนะกันไหมวะ”

            “ก็บอกว่าชนะไง มีกูอยู่ทั้งคน คนอื่นๆที่ซ้อมมาด้วยกันตลอดก็อยู่ในสนามด้วย มึงจะไปกดดันอะไรวะ ชนะก็ชนะด้วยกัน แพ้ก็แพ้ด้วยกัน สุดท้ายก็จบที่หมูกระทะอยู่ดี”

            “ก็จริง แพ้ชนะไม่รู้ล่ะแต่ทุ่มหนึ่งนัดกันที่ร้านหมูกระทะแล้ว” ผมยิ้มบาง “ว่าแต่กูยังเสียดายแทนมึงไม่หายเลย”

            “อะไร ทีมชาติอะนะ”

            “ใช่ ทำไมไม่ลองดูว่ะ”

            “มึงอยากให้กูลองหรอ”

            “กูแค่เสียดายโอกาสแทนมึงเฉยๆ” ผมยันแขนเอนหลัง มองพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวด้านบน “พอคิดไปคิดมามันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตได้เลยนะเว้ย แบบถ้ามึงเลือกไปคัดเลือกทีมชาติแล้วผ่าน ซึ่งกูคิดว่ามึงผ่านแน่ๆ ชีวิตมึงเปลี่ยนเลยอะ”

            “ไม่เอาอะ” คนข้างๆว่า “กูยังไม่อยากให้ชีวิตกูเปลี่ยนตอนนี้”

            “เพราะเรื่องที่บ้านหรอ”

            “ใช่ กูเปลี่ยนไม่ได้” คำพูดของมันทำเอาผมเผลอห่อไหล่ลงโดยไม่รู้ตัว “และก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนแล้ว”

            “อืม” ผมพยักหน้า “เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ปีใหม่นี้เอาไง”

            “ก็ต้องกลับบ้านแหละมั้ง” เสือทำหน้าเซ็ง “งานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านยังไงก็ต้องไป มึงไปด้วยปะ?”

            “เฮ้ย งานเลี้ยงมาเฟียชวนกันง่ายๆอย่างนี้เลยหรอวะ”

            “ต้องมีบัตรเชิญ แต่กูจะพามึงเข้าไปด้วยไง”

            “กูเกร็งตายแน่” ผมว่าไปตามความคิด “เป็นใครไม่รู้ไม่ได้ถูกเชิญ แต่อาหารน่าจะอร่อย ฝากห่อกลับมาก็พอ”

            “ได้” อีกฝ่ายพยักหน้า “แล้วปีใหม่ของมึงอะ”

            “อยู่บ้านกินหมูกระทะกัน ไม่ก็ขึ้นรถไปเที่ยวห้าง เขามีจุดพลุเคาท์ดาวน์”

            “ถ่ายรูปมาฝากด้วยดิ”

            “ได้” ผมพยักหน้า “เผลอแป๊บเดียวก็จะปีใหม่แล้ว เดี๋ยวก็ขึ้นมอห้า เวลาผ่านไปโคตรเร็วเลย กูจะสิบเจ็ดแล้วด้วย สิบเจ็ดก่อนมึงอีก เรียกกูว่าพี่ชายด้วยล่ะ”

            “ไม่มีทาง เป็นพี่สองเดือนเนี่ยนะ” มันย่นจมูก “ไอ้สิงห์ห่างกูเป็นเจ็ดปีกูยังไม่เรียกพี่เลย”

            “เห็นตอนมีคนถามมึงยังบอกว่าเป็นพี่ชายอยู่เลย”

            “แล้วจะให้บอกว่าอะไรเล่า”

            ตอนนั้นที่พี่ของไอ้เสือมาหาที่โรงเรียนบอกเลยว่าโรงเรียนแตกของจริง ผมกำลังกินข้าวอยู่ในโรงเรียนจู่ๆก็มีคนพูดออกมาเสียงดังว่ามาเฟียบุกโรงเรียนจนทุกคนต้องแห่กันออกไปดู แน่นอนว่ารวมถึงผมด้วย พอเห็นว่าเป็นพี่สิงห์ก็ไม่แปลกใจ ตัวสูงใส่สูทจัดเต็มมาขนาดนั้น เหมือนไม่ได้พยายามปกปิดเลยว่าตัวเองเป็นอะไร

            แต่เพราะวันนั้นมันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นแถมเหล่าอาจารย์ยังออกมาตักเตือนว่าอย่าปล่อยข่าวลือมั่วๆทำให้โรงเรียนเสียหาย คนนั้นเขาเป็นแค่เพื่อนของผอ.เฉยๆ ข่าวนั้นเลยเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีคนสนใจพี่สิงห์อยู่มากเหมือนกันโดยเฉพาะพวกเพื่อนผู้ชายทั้งหลาย คงเป็นเพราะเห็นว่าเท่ดีล่ะมั้ง ไอ้เสือเลยโดนถามเยอะมากว่าเขาเป็นใคร เสือมันตอบทุกคนไปว่าเป็นพี่ชาย ที่ใส่สูทเพราะกำลังจะไปทำงานเฉยๆ ไม่มีอะไรมาก

            แต่หลังจากที่พี่สิงห์ออกจากโรงเรียนไปแล้ว ทั้งโรงเรียนก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละอย่างสองอย่าง กฎระเบียบหลายข้อถูกยกเลิก บางข้อถูกผ่อนปรนลง ตึกเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมีข่าวว่าจะเร่งซ่อมแซ่มเปลี่ยนให้เป็นโรงอาหารใหม่ ห้องน้ำห้องเรียนก็ดูดีขึ้น เรียกว่าดูดีขึ้นทั้งโรงเรียนเลยดีกว่า แม้กระทั่งชมรมเรายังได้งบซื้ออุปกรณ์ใหม่ด้วย

            ผมคิดว่ายังไงก็เป็นฝีมือพี่สิงห์ ก็เวลาเหมาะเจาะซะขนาดนั้นแต่ไอ้เสือไม่เห็นด้วย เสือมันไม่เข้าใจว่าพี่สิงห์จะทำไปทำไม...ก็จริง เขาจะทำไปทำไมกัน แต่มันยังมีเรื่องที่โรงเรียนนั้นถูกสั่งปิด ชมรมเราไม่โดนทำโทษอีก ยังไงก็ฝีมือพี่สิงห์แน่นอนแค่ไม่รู้ว่าทำไม ไม่แน่ว่าอาจจะทำเพื่อไอ้เสือก็ได้ พอบอกแบบนี้แล้วไอ้เสือทำหน้าแหยใส่ผมใหญ่

            “วันเกิดมึงอยากได้อะไร”

            “อยากได้กีต้าร์” ผมตอบแบบไม่ต้องคิดมาก “กูขอแม่เป็นของขวัญวันเกิดละ ถ้าเกรดได้สามจุดห้าอีกก็จะได้คอม โคตรเจ๋ง”

            “นอกจากกีต้าร์อะ”

            “อ่า...ปิ๊กกีต้าร์”

            “...”

            “กูเห็นไอ้เม่นมันนิ้วถลอกนี่หว่า เลยคิดว่าใช้ปิ๊กน่าจะดีกว่า”

            “กีต้าร์นี่คือของขวัญวันเกิดของมึงกับเหนือเลยใช่ปะ”

            “อือ ตกลงกันว่าจะเอากีต้าร์”

            “เหมือนจะจำได้ว่ามึงเคยบอกว่าไม่เอากีต้าร์” คนข้างๆทำท่าทางครุ่นคิด “ตอนที่คุยกับป้าแมวอะ”

            “เห็นไอ้เม่นมันแบกมาโรงเรียนทุกวันมันเท่จนทนไม่ไหวว่ะ” ผมตบเข่าเบาๆ มันเท่แบบไม่มีเหตุผล เท่แบบไม่มีที่มา เหมือนเป็นไอเท็มเสริมความเท่เจ็ดสิบเปอร์เซ็น เล่นเป็นไม่เป็นไม่รู้แต่ได้เป็นไอ้หล่อเท่แน่นอน “แดนร้องเพลงเพราะด้วย เอามาเล่นกับแดน”

            “แล้วเหนือล่ะ ไม่อยากได้ของขวัญอย่างอื่นหรอ?”

            “แดนบอกว่าไม่ แต่คิดว่าคงตามใจกูแหละ” ผมตอบ “มึงจะซื้อให้แดนหรอ”

            “...ก็ เอาจริงก็น่าจะต้องซื้อนะ” ไอ้เสือทำท่าทางครุ่นคิด “เพื่อนกัน...มั้ยวะ มึงว่าเหนือจะคิดว่ากูเป็นเพื่อนมั้ยวะ”

            “อยู่บ้านด้วยกันขนาดนี้แล้ว” ผมว่าก่อนจะเสนอความคิดออกไป “เอางี้ มึงกับกูรวมเงินกันซื้อหนังสือให้แดนดีมะ กูจะได้ให้ของขวัญแดนด้วย”

            “ก็ได้ แล้วของมึงอะ”

            “กูหรอ กีต้าร์ไง”

            “ไม่ จากกูไง อยากได้อะไรปะ”

            “อืม” ผมเผลอขมวดคิ้ว คิดอยู่นานกว่าจะได้คำตอบ “ได้หมดอะมึง จริงๆวันเกิดมันก็แล้วแต่คนจะให้ปะวะ กูมาขอแบบนี้ก็ไม่เซอร์ไพรส์ดิ”

            “ให้กูเซอร์ไพรส์?” เสือเลิกคิ้ว “งานถนัดเลย ทำป้ายไวนิลใหญ่เท่าตึกแขวนที่ตึกสังคมหน้าโรงเรียน เขียนบนป้ายว่าแฮปปี้เบิร์ดเดย์เดือนหนาว ดีมะ”

            “ควาย” ผมด่าอย่างอดไม่ได้ “ถนัดนักแกล้งกูเนี่ย กูไม่ได้อยากได้ไรเป็นพิเศษอะ แล้วแต่มึง แต่ไม่ต้องเซอร์ไพรส์แล้วนะ กูว่าเรียบง่ายดีกว่า”

            “รองเท้ามะ?”

            “ได้”

            “นาฬิกา”

            “ก็ได้”

            “โอเค”

            “ตกลงจะซื้อไรให้ รองเท้าหรือนาฬิกา?”

            “ทั้งคู่เลยดิ” เสือตอบ “งั้นจะพาไปเลือกซื้อ”

            “โอเค” ผมตอบตกลง “อย่าแพงมากนะ วันเกิดมึงกูไม่มีปัญญาซื้อคืน”

            “โอเค” อีกฝ่ายยักไหล่ เรานั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อยพักใหญ่ก่อนจะตกลงว่าควรกลับได้แล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเพื่อการแข่งพรุ่งนี้ ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยหลังจากได้มานั่งคุยเล่นแบบนี้ ถ้าไม่ได้ไอ้เสือผมคงลำบากน่าดู

            ผมตื่นตรงเวลา ไม่ขาดไม่เกินเพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กินข้าวเช้าให้อิ่มท้อง แยกกับแม่และแดนเพราะต้องไปกับรถของโรงเรียน ส่วนทั้งคู่จะนั่งรถประจำทางไป เพราะเป็นการแข่งขันใหญ่ทำให้มีคนมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนที่ทางโรงเรียนพามาเชียร์และคนภายนอกที่เข้ามาดู

            พอมาถึงหน้าสนามแข่ง ผมโทรหาแม่ทันที

            “แม่ หนูมาถึงแล้ว เดี๋ยวโค้ชจะพาเข้าไปในห้องเตรียมตัว”

            (อื้ม ตอนนี้แม่มาซื้อสายไหม เดือนลงแข่งลำดับที่เท่าไหร่นะ)

            “สี่ครับ”

            (โอเค แม่กับแดนรอเชียร์ แต่ไม่รู้ว่าจะได้นั่งตรงไหน คนเยอะมากเลย)

            “แม่ หนูตื่นเต้นอะ” ผมบอกคำนี้กับแม่รอบที่สามของวันแล้ว ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเบาๆ

            (ไม่แปลกหรอก ทำใจให้สบาย คุยกับแดนไหม?)

            “คุยๆ”

            (ว่าไงเดือน เข้าไปเตรียมตัวรึยัง)

            “กำลังเดินไปอยู่” ผมบอก ตอนนี้โค้ชกำลังพาเดินเข้าไปในส่วนที่ห้ามคนนอกเข้า “แดนว่าเดือนจะชนะไหม?”

            (ไม่รู้เหมือนกัน ต้องถามเดือนสิ เดือนซ้อมกับเพื่อนในทีมมาตลอดไม่ใช่หรอ)

            “คิดว่าคงชนะ เราซ้อมกันมาดีมากเลย”

            (งั้นก็ชนะแน่เลย อะ ขอโทษครับ)

            “อะไรหรอ”

            (เผลอเดินชนคนอื่นเข้าน่ะ)

            “อ้าว เป็นไรไหม”

            (ไม่เป็นไร แต่สายไหมตกพื้น...เสียดายจัง) แดนถอนหายใจ (นี่ไงแดนโชคไม่ดีแล้ว แสดงว่าโชคดีต้องไปหาเดือนแน่ๆ)

            “ใช่หรอ ไม่ใช่ว่าเราจะซวยคู่หรอกนะ”

            (ไม่มีทาง เดือนขอวางก่อนนะ ต้องรีบเข้าไปจองที่แล้ว เดี๋ยวไม่ได้ที่ดีๆ)

            “โอเค”

            (รอดูเดือนหนาวคนเท่ทำประตูนะ)

            “อื้อ”

            ผมพยักหน้าอย่างกล้ำกลืน ไม่น่าไปโม้เหม็นเรื่องทำประตูเลยจริงๆ พอวางสายเสร็จก็เดินกับทุกคนมาเรื่อยๆเข้าไปยังโซนยังนักกีฬา โค้ชพาเข้าไปในห้องๆหนึ่ง บอกว่านี่จะเป็นห้องเตรียมตัวของพวกเรา ในระหว่างที่รอทีมอื่นแข่งอยู่สามารถออกไปรอบๆ แต่ว่าต้องกลับมาก่อนเวลาแข่งจริงสามสิบนาที

            “หนาว มึงจะออกไปดูปะ” เสือเก็บกระเป๋าตัวเองเข้าล็อกเกอร์แล้วหันมาถามผม

            “ดูสิ อยู่แต่ในห้องอึดอัดแย่”

            “กูกับมิกจะออกไปหาไรกินนะ” ฟิวส์เดินมาบอก

            “ระวังจุกท้องนะ” ผมเอ่ยเตือน

            “ไม่เป็นไร สบาย” อีกฝ่ายยักไหล่ “ไปด้วยกันเปล่า?”

            “ไม่อะ กลัวจุกท้อง” ผมบอก “โป ไปดูเขาแข่งปะ”

            “ไปดิ” โปพยักหน้า พวกเราและเพื่อนอีกหลายคนเดินออกไปพร้อมกัน ในระหว่างทางเดินนั้นเองไอ้เสือมันมีสายโทรเข้ามาหา

            “เดี๋ยวกูมานะ”

            “ทำไมหรอ”

            “ไอ้สิงห์มาหา มันรออยู่”

            “โอเค” ผมพยักหน้ารับ เสือเดินออกไปอีกทางหนึ่ง เดาว่าพี่สิงห์คงมาให้กำลังใจก่อนแข่ง รู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องจะดีขึ้นมากเลยนะหลังจากคุยกันที่ร้านบิงซูวันนั้น คิดถูกแล้วจริงๆที่โน้มน้าวไอ้เสือให้ไปคุยจนได้

            ไม่นานเสือก็กลับมาดูการแข่งของทีมอื่นด้วย เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงตาทีมเราต้องลงแข่ง เรากลับไปยังห้องพัก โค้ชย้ำแผนอีกครั้งพร้อมให้พวกเราเตรียมพร้อมร่างกาย ผมต่อแถวเดินออกไปพร้อมกับคนอื่นๆ หัวใจเต้นตึกตักหนักกว่าเดิมเมื่อก้าวเข้าสู่สนามและสายตาของผู้คนจำนวนมาก เสียงเชียร์ของโรงเรียนเราดังขึ้นมา

            ไอ้เสือแตะบ่าผมเบาๆพร้อมยิ้มให้ ทั้งแววตาและรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทำให้ผมสบายใจขึ้นมาได้บ้าง

            การแข่งเริ่มขึ้น ช่วงแรกผมยังเกร็งและตื่นเต้นอยู่บ้างแต่เล่นไปสักพักก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไป กลายเป็นว่ามีสมาธิกับเกมอย่างเต็มที่ ผมส่งบอลอย่างคล่องแคล่วเหมือนที่ซ้อมอย่างหนักมาตลอด ไอ้เสือทำประตูแรกได้ต่อด้วยประตูที่สอง เสียงโห่ร้องดังสนั่นทั่วสนาม

            เกมจบลงด้วยคะแนนสี่ต่อหนึ่ง ผมทำได้หนึ่งประตู เพื่อนอีกคนหนึ่ง ไอ้เสือทำได้สอง พวกเราแหกปากร้องลั่นโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เมื่อจบเกมเราก็กลับเข้าไปในห้องพัก ผมทิ้งตัวลงบนพื้นเอนหลังพิงกำแพงอย่างหมดแรง เป็นหนึ่งชั่วโมงกว่าๆที่เต็มที่มากๆ เพื่อนคนอื่นก็สภาพเหนื่อยไม่ต่างกัน

            “หนาว กูไปหาไอ้สิงห์แป๊บนะ มันจะกลับแล้ว” เสือเดินมาบอก ผมไม่มีแรงตอบได้แค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น มองไอ้เสือเดินออกไปจากห้อง มันไม่เหนื่อยบ้างเลยรึไงวะ

            รอสักพักให้ตัวเองดีขึ้น รีบหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรแดนทันทีแต่กลับไม่มีคนรับสาย ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ แม่กับแดนคงไม่ดูทีมอื่นต่อแล้วล่ะมั้ง ควรจะลงมาจากที่นั่งคนดูได้แล้วสิ

            “หนาวเป็นไรวะทำหน้าเครียด” โปเอ่ยถาม

            “แดนไม่รับโทรศัพท์อะดิ ว่าจะกลับพร้อมกัน” ผมขมวดคิ้วตอบ “อะ รับแล้ว”

 

 

♞♞♞

           

 

            พอคุยกับไอ้สิงห์เสร็จก็กลับมาที่ห้องพัก แปลกใจที่ไม่เห็นวี่แววของหนาวเลยไปถามโปที่กำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่

            “หนาวอะ?”

            “เห็นมันโทรคุยกับเหนือแล้ววิ่งออกไปเลย”

            “อ๋อ” ผมพยักหน้าเข้าใจ คิดว่ามันคงดีใจที่ชนะจนรีบไปหาเหนือกับป้าแมวแน่นอน ผมบอกคนอื่นว่าผมกับหนาวจะแยกกลับ คนอื่นเลยออกไปกันหมดแล้วเหลือแค่ผมในห้อง ผมจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะนั่งรอ คิดว่าเดี๋ยวคงจะกลับมาแล้วแหละ มันไม่ทิ้งผมไว้นี่หรอกแถมกระเป๋ามันก็ยังอยู่นี่อยู่เลย

            ผ่านไปสิบนาทีผมกดโทรออกแต่ไม่มีใครรับสาย ผมหยิบกระเป๋าแล้วออกเดินหารอบๆพร้อมกดโทรหาไปด้วย ผ่านไปอีกสิบห้านาทีหนาวก็ยังไม่รับสายจนเริ่มกระวนกระวายใจ เดินหารอบบริเวณโซนที่พักนักกีฬาไม่เจอเลยออกไปดูข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นโซนขายของหรือบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนก็ไม่เจอเลย ผมวิ่งหาจนทั่วสนามกีฬาแล้ว

            ไปอยู่บนที่นั่งคนดูหรอหรือว่ากลับบ้านไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ควรบอกกันสิไม่ก็รับสายโทรศัพท์สักหน่อย เบอร์ของไอ้หนาวโทรไปไม่มีใครรับส่วนเบอร์ของเหนือโทรไม่ติดปิดเครื่อง...ผมกระวนกระวายจนเริ่มหวาดระแวงกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้น

            โทรหาหนาวอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นการตัดสายก่อนจะปิดเครื่องไป...

            ผมกดโทรออกหาไอ้สิงห์ทันที

            พออีกฝ่ายรับผมพูดรัวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “สิงห์ กลับมาหน่อย เพื่อนกูหาย ตอนแรกโทรหาไม่รับแต่ตอนนี้สายตัดแล้วปิดเครื่องไป ไม่ได้กลับไปที่บ้านแน่กระเป๋ามันยังอยู่ กูวิ่งวนหาทั่วแล้วไม่เจอเลย หายไปเกือบสามสิบนาทีแล้ว”

            “รอกูอยู่ที่ประตูหน้า”

            “อะ โอเค” ผมรับคำ รีบวิ่งไปที่ประตูหน้าทันที รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ขึ้นมาแต่ต้องพยายามอดกลั้นเอาไว้ รออยู่ไม่นานรถคันสีดำคันเดิมก็มาจอด ผมเปิดประตูขึ้นไปนั่งทันที “มึงได้ให้คนหารึยัง”

            “หาแล้ว เจอแล้วด้วย”

            “หนาวอยู่ไหน ไม่ได้เป็นไรใช่ไหม”

            “ปลอดภัยแล้ว ตอนนี้กำลังพาไปส่งโรงพยาบาล”

             “พาไปส่งโรงพยาบาลเรียกว่าปลอดภัยหรอวะ”

            “ก็แค่บาดเจ็บนิดหน่อย”

            “นิดหน่อยแค่ไหน?”

            “ไม่รู้ เดี๋ยวมึงไปดูก็รู้เอง”

            “แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น”

            สิงห์หันไปหยิบเอกสารบางอย่างที่วางอยู่ข้างๆมาให้ ผมรีบรับมาพลิกดูมันเป็นข้อมูลของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียวจนมาสะดุดตาตรงชื่อของผู้สมรส “ไอ้ชัช?”

            “เคยเจอไหม?”

            “ไม่เคย รู้แค่ว่าเป็นแฟนใหม่ของป้าแมวที่ติดคุกอยู่”

            “มันไม่ได้ติดคุกจริง” สิงห์เริ่มอธิบาย “มันเป็นคนของแก๊งหนึ่งที่ไม่ถูกกับเรา”

            “...” ผมนิ่งค้างไป ได้ยินว่ามันชอบใช้ความรุนแรงกับพวกหนาวแต่คิดว่าเป็นแค่คนธรรมดาซะอีก “ไม่ได้ติดคุกจริง? แสดงว่าที่ผ่านมาคืออยู่ข้างนอกมาตลอดเลยหรอ?”

            “มันไปเป็นสายในคุก เพิ่งออกมาไม่กี่เดือน”

            “กูนึกว่ามันจะกลับมาที่บ้านหนาว แต่ไม่มีวี่แววเลยจนลืมไปแล้ว” ผมขมวดคิ้วเคร่งเครียด นึกโทษตัวเองที่ประมาทจนเกินไป นึกว่ามันเป็นแค่คนธรรมดาก็เลยจะรอจัดการตอนมันกลับมายุ่งกับหนาว “คนของอีกแก๊ง...มันใหญ่มากมั้ย เราจัดการมันได้ไหม”

            “มันไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่อะไรมากหรอก”

            “...”

            “แต่เรื่องมันยุ่งยากกว่านั้น” สิงห์ว่าอย่างใจเย็น “มึงเลิกยุ่งกับครอบครัวนั้นเถอะ”

            “ทำไม ไม่เอา ไม่มีทาง” ผมพูดค้านไปแบบไม่ต้องคิด “แค่คนในแก๊งเองไม่ใช่รึไง มึงสั่งคนไปเก็บก็ได้แล้ว ไม่ก็ให้กูไปก็ได้ แค่ลูกน้องคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย”

            “ใหญ่ระดับแก๊งเลยต่างหาก” สิงห์ถอนหายใจ “หัวหน้าแก๊งนั้นมันเป็นไอ้แก่ขยะแขยงคนหนึ่ง มันชอบเด็กหนุ่มโดยเฉพาะเด็กหนุ่มที่หน้าตาสวยๆ”

            “...” คำพูดของไอ้สิงห์ทำเอาผมหัวใจผมหล่นวูบ นิ่งค้างไปหลายวินาที “มันอยากได้ตัวหนาวหรอ?”

            “กับแฝดอีกคน ใช่ ไอ้คนที่ชื่อชัชมันคงอยากจะเอาใจหัวหน้าแก๊งโดยการยกลูกชายสองคนให้ แล้วเอาคนแม่มาอยู่กับตัวเอง”

            ผมรู้สึกได้เลยว่ามือของผมมันชา ชาลามไปจนถึงหัวใจเลย

            “...เรื่องจริงใช่ไหมสิงห์”

            “จริง” มันตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนแรกไอ้เบนมันปั่นกูเรื่อ- ช่างแม่งก่อน อีกอย่างเรากับไอ้แก่นั่นกระทบกระทั่งกันมานานแล้ว มันจ้องจะหาเรื่องตลอดแต่พ่อพยายามมองผ่านเพราะถึงจะจัดการมันได้ก็คงไม่คุ้มกับที่เสียไปอยู่ดี”

            “นี่ไง เรื่องของกูไง” ผมว่าอย่างกระวนกระวาย

            สิงห์ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่เรื่องของมึง เรื่องของเพื่อนมึงต่างหาก”

            “มันก็เหมือนเรื่องของกูนั่นแหละ”

            “เสือ” อีกฝ่ายเริ่มกดเสียงต่ำ “ลองคิดว่ามึงขอให้พ่อเอากำลังคนไปจัดการแก๊งนั้น ทั้งเงินทั้งหลายๆอย่างที่ต้องแลกเพื่อช่วยเพื่อนมึงสิ คิดว่าพ่อจะว่ายังไง”

            “แต่ตอนนี้มึงก็ช่วยพวกหนาวไว้แล้วไม่ใช่หรอ? ก็เหมือนมึงยื่นมือเข้ามายุ่งแล้ว”

            “แค่จัดการลูกน้องมันไปสอง-สามคนไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างกูก็เพิ่งรู้ด้วยว่าเรื่องมันจะถึงขั้นนี้ ถ้ารู้ก่อนกูคงไม่ยอมให้มึงไปยุ่งกับครอบครัวนั้น”

            “...”

            “มึงทำใจเถอะ กลายเป็นเป้าของไอ้แก่นั่น...น่าสงสารจริงๆ”

            “ถ้าบอกว่าเป็นคนของแก๊งเราไม่ได้หรอ?” ผมยังคงดื้อรั้นเสนอความคิดออกไปอีก สิงห์ส่ายหน้า

            “ถ้าบอกมันแบบนั้นมันจะยิ่งอยากได้กว่าเดิมน่ะสิ มันอยากมีเรื่องกับพวกเราอยู่แล้ว”

            “...” ผมเงียบไปอีกครั้ง ในใจกำลังคิดหาวิธีการให้ตัวเองได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เผื่อว่าพ่อจะได้ยื่นมือเข้ามาช่วย พ่ออาจจะไม่ได้รักผมแต่ไม่ว่ายังไงผมก็เป็นลูก เขาคงไม่อยากเสียหน้าหรอกใช่ไหม

            ถ้าผมถูกพวกมันทำร้ายไม่ก็จับตัวไปด้วยล่ะ...

            ใช่ ใช่แล้ว ผมจะไปด้วย ไม่ว่าหนาวจะถูกจับตัวไปที่ไหนผมจะไปด้วย ถึงพ่อไม่มาช่วยก็ช่างพ่อเถอะ ผมจะช่วยหนาวเอง ด้วยตัวผมคนเดียวนี่แหละ

            พยายามควบคุมตัวเองให้นิ่งเอาไว้ หันไปมองไอ้สิงห์ พอสบตากันก็เหมือนว่าเราต่างอ่านใจของอีกฝ่ายออก ผมไม่รอให้ตัวเองถูกจับตัว เปิดประตูรถแล้วกระโดดลงมาทันที สิงห์เอื้อมมือจะคว้าผมแต่ดึงมือกลับก่อน ตัวผมกระแทกกับพื้นอย่างจังและกลิ้งไปหลายตลบตามความเร็วรถ พอลุกขึ้นได้ก็วิ่งเข้าไปในดงหญ้าสูงข้างทางทันที

            ถ้าไอ้สิงห์คว้าผมเมื่อกี้ ตัวผมได้ถูกลากไปกับรถแน่...โชคดีที่มันไม่ทำ

            ไอ้สิงห์มันรู้แล้วว่าผมกำลังคิดจะทำอะไร มันไม่มีทางปล่อยให้ผมทำหรอก มันต้องจับตัวผมเอาไว้แน่ ถ้าโดนจับตอนนี้ก็จบเห่ ผมแหกฝ่าดงหญ้าเข้าลึกไปเรื่อยๆมองไม่เห็นหน้าด้านหน้าเป็นอะไร พอยิ่งได้ยินเสียงไอ้สิงห์ตะโกนไล่หลังมาก็ยิ่งเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

            “เสือ! กลับมา! มึงอย่าคิดจะทำอะไรโง่ๆ ช่วยเด็กนั่นก็เหมือนพาตัวเองไปตาย! เสือ! กูบอกให้กลับมา!! สัดเอ๊ย! พวกมึงไปตามน้องกูมาให้ได้!

            ผมไม่ตอบยังคงวิ่งต่อไป คิดไม่ออกเลยว่าจะหนีมันพ้นได้ยังไง จนกระทั่งมาถึงถนนใหญ่ผมตั้งใจจะวิ่งฝ่ารถไปเลยไม่อย่างนั้นคงไม่ทันแน่ ขอให้โชคดีพอที่จะไม่ถูกรถชนด้วยเถอะ ผมวิ่งมาถึงกลางถนนมีรถหลายคันต้องเบรกกะทันหัน พากันบีบแตรก่นด่า ผมวิ่งจะถึงอีกฟากกลับได้ยินเสียงเรียก

            “เฮ้ย! เกอร์ ทำเหี้ยอะไรมึงเนี่ย! ไม่ดูรถหน่อยวะ”

            “จ๊าบ!” ผมร้องลั่นอย่างดีใจ เกิดมาไม่เคยดีใจที่ได้เจอไอ้จ๊าบขนาดนี้มาก่อน รีบซ้อนมอเตอร์ไซค์มันทันที “ออกรถเลย จ๊าบ ไปเร็ว เร็วๆสิ!

            ไอ้จ๊าบตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ยอมออกรถ “เร็วอีก!” ผมสั่ง “ทางซ้ายๆ เข้าซอยเล็กไปเลย”

            “จะไปไหนวะ”

            “ซ้ายเถอะน่า” ผมบอก ไม่รู้หรอกว่าออกซ้ายแล้วจะไปไหนแต่เป็นซอยเล็กมันดูลึกลับดี ไอ้สิงห์คงจะตามมายากเพราะเป็นรถยนต์ เราเลี้ยวแล้วเลี้ยวอีก ขี่มาไกลจนคิดว่าคงปลอดภัยแล้ว  เราอยู่แถวโรงนาร้างนอกเมือง จ๊าบจอดรถท่าทางเหนื่อยหอบ

            “นี่สรุปอะไรกันวะ กูกำลังจะไปซื้อน้ำมันหอยให้แม่นะนิ”

            “จ๊าบ” ผมยื่นมือไปแตะไหล่ “ขอบคุณมาก ดีใจมากที่เจอมึง ดีใจจริงๆ”

            “ฮะ อ่า เอ่อ ดีใจเหมือนกันที่เจอมึง ไม่ใช่สิ อะไรวะ สรุปอะไรเนี่ย แป๊บนะแม่กูโทรตามแล้ว” จ๊าบยกมือปราม หยิบมือถือออกมากดรับ “แป๊บนะแม่ น้ำมันหอยร้านป้าแววมันหมด ป้าแก้วก็หมด ผมต้องออกมาซื้อที่ห้างเนี่ย ก็ให้ทำไงล่ะมันหมดอะ เอาน่า น้องอยากกินหมูผัดน้ำมันหอยไม่ใช่หรอ แม่อยากให้น้องโกรธหรอ จุ๊บมันยิ่งเห็นแก่กินอยู่ ครับๆรีบอยู่ เดี๋ยวรีบกลับเลย”

            แล้วมันก็กดวางสายหันมามอง “น้องกูจะได้กินหมูผัดน้ำมันหอยมั้ยเนี่ย”

            “น่าจะได้กินค่ำๆหน่อย” ผมตอบ “จ๊าบ ขอโทษนะ”

            “คือมึงช่วยบอกอะไรกูหน่อยได้ไหม ที่ไม่ใช่ขอบคุณและขอโทษอะ แล้วกูต้องรีบกลับนะเนี่ยอีจุ๊บมันโมโหหิวน่ากลัวมาก มันต้องเอาการ์ดเมนกูไปซ่อนแน่ๆ”

            “กูดันไปกวนตีนนักเลงแถวนั้นเข้า” ผมสูดลมหายใจลึกเล่าความเท็จ โชคดีที่เป็นไอ้จ๊าบมันคงจะพอเชื่ออยู่ “นักเลงใหญ่เลย”

            “ใหญ่เลยหรอวะ ให้สนิมย้อยช่วยไหม?”

            “ไม่ๆ มันเป็นพวกผู้ใหญ่เลย”

            “หรอวะ เชี่ย” จ๊าบทำหน้าเครียด “งั้นมึงจะเอาไงอะ”

            “มันคงไม่ทันเห็นรถมึง คงไม่เป็นไร แค่มึงกลับไปแล้วอย่าบอกใครว่าเจอกูก็พอ”

            “อ่าฮะ” จ๊าบพยักหน้างึกๆ “แล้วมึงอะ”

            “เดี๋ยวกูหาทางเอง เออ จ๊าบ”

            “ว่าไง”

            “เอ่อ” ผมเลียริมฝีปากพยายามครุ่นคิด ผมอยากไปหาหนาว ผมอยากไปดูให้เห็นกับตาว่าหนาวปลอดภัยจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ไอ้สิงห์คงรู้อยู่แล้วว่าผมต้องไปหาหนาว มันต้องให้คนเฝ้าไว้แล้วแน่ๆ อีกอย่างไม่รู้ด้วยว่าอยู่โรงพยาบาลไหน อยู่โรงพยาบาลจริงไหมยังไม่รู้เลย

            “ว่าไง”

            “...”

            จู่ๆผมก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ผมรู้จักตอนไปแข่งรถ

            “จ๊าบยืมมือถือหน่อย”

            “อะ”

           มือถือตัวเองผมทิ้งไประหว่างทางแล้วเพราะกลัวโดนตามตัวเจอ ได้รับมือถือจากจ๊าบมาก็ล็อกอินเข้าเฟซบุ๊กของตัวเองจากนั้นค่อยคอลเฟซหาเขา รออยู่นานกว่าปลายสายจะรับ

            (ว่าไง)

            “พี่! พี่โจ! ผมมีอะไรอยากจะขอร้องหน่อย”

 










          #ช่วงนี้เดือนหนาว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.586K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,413 ความคิดเห็น

  1. #11383 LollipopPOPP (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 14:13
    กี้ดดดดด พี่โจจจจจ
    #11,383
    0
  2. #11330 bampido (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 23:39
    พี่โจจจจจ
    หนีพี่สิงห์อ่ะน่ากลัวที่สุดแล้ว
    #11,330
    0
  3. #11142 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 03:43
    มุแงงงง พี่โจฮันนนนน
    #11,142
    0
  4. #10916 softless (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 20:09
    -จ๊าบดีใจมากที่เจอ-!5555555555 กี้ดดดดเบิกตัวพี่โจเเงงๆๆ
    #10,916
    0
  5. #10271 Khaopun cute (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 21:55
    55555555 โอ๊ยจ๊าบ
    #10,271
    0
  6. #9722 -kaimook- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 23:08
    แงงงงงง พี่โจจจจจ คิดถึงงงงง!!!;____;
    #9,722
    0
  7. #9451 MinaKhamkhieo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 14:16
    งึ้ยยๆๆ โจฮันนน คิดถึงง
    #9,451
    0
  8. #9360 sttdaeiei (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 23:08
    โอ้ยยยพี่โจคิดถึงงงพี่โจของน้องไอเลิฟยูลล
    #9,360
    0
  9. #9343 AnTANDAN (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 16:14
    โอ๊ยยยยดีใจอ่าาาา พี่โจฮันกูออกโล่งแน้ววว คิดถึงพี่โจสุดๆเลยยยย
    #9,343
    0
  10. #9338 Hadrian (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 15:10
    เชี้ยย พี่โจมาาาาาาา
    #9,338
    0
  11. #8623 Mymam_bgly (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 21:06
    กรี๊ดดด ฮื่อออ คิดถึงพี่โจจ
    #8,623
    0
  12. #8249 rnhaha (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 00:40
    อมกกก โซเท่
    #8,249
    0
  13. #8224 P.chonn3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มีนาคม 2564 / 09:10
    ว้ายยยย พี่โจ
    #8,224
    0
  14. #8219 SerinS. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 17:18
    เห้ยพี่โจว่าซั่น น้ำมันหอยกรุบ
    #8,219
    0
  15. #8198 kikss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 16:45

    พี่โจจจจจจจจจจจจจจจจ

    #8,198
    0
  16. #8131 Aomiez Aom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 23:57
    กรี้ดดด พี่โจมา
    #8,131
    0
  17. #8107 bunnyt248 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 15:09
    พี่โจมาแล้วววส
    #8,107
    0
  18. #7975 หวีดดดดด!!! (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:30
    รู้จักไทเกอร์เพราะอ่านเรื่องของพี่โจจจ
    #7,975
    0
  19. #7953 Mameing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:54
    หมอโจฮัน คิดถึงงงงงง
    #7,953
    0
  20. #7830 Pimthing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:52
    คิดถึงพี่โจ!
    #7,830
    0
  21. #7731 071727 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:54
    หนาวจะเป็นไรไหมเนี่ย
    #7,731
    0
  22. #7727 N0ii2d (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:23
    จ๊าบมาถูกที่ถูกเวลามาก พี่โจฮันคือลืมไปแล้วจริงๆ อมก คนหล่อมาแล้ว
    #7,727
    0
  23. #7726 crzoldyck7 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:52
    ตอนแรกงงพี่โจไหนวะ พอนึกได้ กรี้ดดดดดดดดดดดดด โจฮัน กรี้ดดดดดดดดดด
    #7,726
    0
  24. #7724 Kornkanok_150149 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:58
    ออร้ายยยยยพี่โจจจ
    #7,724
    0
  25. #7717 pathitta_fai (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:42
    อ้ากกกกกกก!!!!!!!
    ยหาสพกวหฝำฝปฝำฝกฝสหปวะวหดกพ
    พี่โจ!!!

    พี่โจจจจจจ!!!!!!!!

    คิดถึงพี่โจม๊ากกกกกกก!!!!
    #7,717
    0