#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 16 : Chapter 15 : เขาว่าเนื้อคู่มักจะฝันถึงกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,740 ครั้ง
    5 ธ.ค. 63

 

 

 

Chapter 15 เขาว่าเนื้อคู่มักจะฝันถึงกัน

 

 







 

               ในอุณหภูมิที่ค่อนข้างพอดี ไม่ร้อนเกินไปไม่หนาวเกินไป ผมอยู่ที่สวนสาธารณะซึ่งไม่คุ้นตา บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นและเงียบสงบ รู้สึกได้ว่าที่มือข้างขวาอุ่นขึ้นด้วยมือของใครบางคนที่กำลังกุมกันอยู่ เห็นคนตัวเล็กกว่าเดินอยู่ข้างๆ ในมืออีกข้างกำลังถือไอศกรีมกินอย่างเอร็ดอร่อย สักพักเหมือนรู้สึกตัวว่าโดนผมมองอยู่เลยหันมายิ้มให้


               “อยากกินหรอ


               “เปล่า” ผมส่ายหน้า ยื่นมืออีกข้างไปเช็ดมุมปากที่เลอะของอีกฝ่ายให้ รอยยิ้มหวานนั้นทำเอาหัวใจเต้นรัวอย่างหนักหน่วง ส่งยิ้มกลับไปโดยไม่รู้ตัว มือข้างเดิมเลื่อนขึ้นไปอีกนิดนึงเพื่อลูบแก้มขาวเบาๆ


               “เอาไอศกรีมที่เช็ดเมื่อกี้มาถูแก้มใช่ไหม


               “เปล่าสักหน่อย ใครจะแกล้งเธออย่างนั้นกันล่ะ


               “เธออะแหละ” หนาวมุ่ยหน้าทำแก้มป่องเล็กน้อย ยกมือขึ้นถูแก้มตัวเองแรงๆ ดีนะไม่เหนียว


               “ก็บอกแล้วว่าไม่ได้แกล้ง” ผมตอบ เราเดินเรื่อยๆไปตามทางพร้อมคุยเล่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่เรามาจุดอยู่ตรงริมสุดของสวนเพื่อนั่งมองพระอาทิตย์ตกด้วยกัน ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมเอ่ยคำสารภาพรักออกไป อีกฝ่ายใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ท่าทางเคอะเขินจนทำอะไรไม่รู้ได้แค่พยักหน้าอย่างช้าๆ


               ...น่ารัก


               “อ่า...อื้อ


               “แล้วเธอล่ะ?” ผมจงใจถามกลับเพราะอยากได้ยินคำตอบ


               “คร่อกกกกก


               “...ฮะ?”


               “คร่อกกกกกกกก


               ...!!!


               ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงที่ดังอยู่ใกล้หู หันไปพบว่าเป็นไอ้มิกที่กรนดังจนนึกว่าสิงโตคำราม นี่กูนอนกับสิงโตรึไงวะเนี่ย ผมอดไม่ได้หยิบหมอนมาฟาดมันไปทีหนึ่ง คนโดนฟาดพลิกตัวไปอีกด้านท่าทางรำคาญ กูสิต้องรำคาญมึง ไอ้สัด คนกำลังฝันดีแท้ๆ หนาวกำลังจะสารภาพรักกูแล้วเชียว แถมบรรยากาศยังโคตรดีถึงจะจำไม่ได้ว่าเป็นที่ไหนก็เถอะ


               เฮ้อ เสียโอกาสได้ฟังคำว่ารักจากปากเธอไปแล้วสินะ จากนี้จะมีโอกาสได้ฝันแบบนี้อีกเมื่อไหร่เนี่ย...


               ผมทิ้งตัวลงบนพื้นที่ปูผ้าไว้ อีกครั้งอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทำไมต้องฝันถึงหนาวกันนะ เป็นเพราะผมคิดถึงมันมากเกินไปหรือเพราะมันเองก็กำลังคิดถึงผมอยู่เหมือนกันกันแน่นะ


               น่าจะเป็นอย่างหลัง


               หนาวเองก็อาจจะกำลังอยากสารภาพรักผมอยู่จริงๆก็ได้ คิคิ


               ผมหัวเราะคิกคักในลำคอท่ามกลางความเงียบในห้องที่มืดสลัว สักพักได้ยินเสียงขยับตัวของไอ้มิกและตามมาด้วยเสียงกรนเหมือนเดิม 


               “คร่อกกกกกกกก อึก คร่อกกก


               มีจังหวะสะอึกด้วยนะ ชิบหาย


               ถ้าหนาวต้องไม่นอนกรนแบบนี้แน่ๆ อย่างหนาวต้องเป็นเสียงลมหายใจเข้า-ออกแผ่วเบา เวลานอนก็น่ารักน่าทะนุถนอม มองดูแล้วรู้สึกสงบใจ


               “คร่อกกกกก” 


               โว้ยเอาหมอนอุดหน้าแม่งให้ตายห่าไปเลยได้ไหมไอ้เหี้ยมิกเนี่ย!


               “มิก มึงหันไปนอนตะแคงที” ผมเขย่าตัวเพื่อให้มันหันไปนอนอีกข้าง อย่างน้อยๆนอนตะแคงอาจจะดีขึ้น มันสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาปรายสายตาง่วงงุนก่อนจะหลับไปอีกครั้ง มิก มึงกรนเสียงดังมากไอ้สัด นอนตะแคงทีเถอะ


               “อือ งืมๆๆ” กลายเป็นเสียงเหมือนกำลังเคี้ยวอะไรบางอย่างอยู่แทน นี่มันเคี้ยวลิ้นตัวเองรึไงไอ้สัด คร่อกกกกกกกก


               ผมถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก หันไปนอนตะแคงหันหลังให้มันแล้วเอาหมอนอุดหู ได้แต่สบถในใจอย่างหงุดหงิดว่า -วยเอ๊ยยยย


 

               .....


 

               “มิก เมื่อคืนมึงเหี้ยมากรู้ตัวปะ


               “อะไรหรอ


               “มึงกรนอย่างกับฟ้าจะถล่ม ไอ้เหี้ย” ผมด่าอย่างอดไม่ได้ ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้าของวันเสาร์ พวกผมสามคนตื่นกันหมดแล้ว คำพูดของผมทำเอาไอ้มิกหัวเราะแห้ง 


               “โทษที ไม่รู้ตัวเลย


               “มึงไม่ได้ยินเลยหรอวะฟิวส์” ผมหันไปถาม ได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบ


               “ไม่อะ กูเฉยๆ


               “โคตรเหี้ยเลย” ผมบ่น กูกำลังฝันดีแท้ๆ กำลังฝันถึงหนาวเลย เราจับมือเดินเล่นในสวน บรรยากาศโคตรดี หนาวกำลังจะสารภาพรักกับกูแท้ๆ เสือกมีเสียงคร่อกกกก ไอ้ห่า สิงโตคำรามเฉย กูงงชิบหายนึกว่านอนกับสิงโต

               มิกหัวเราะออกมาดังลั่น


               “โทษทีๆ น้องกูก็บ่นว่ากูกรนดัง จนตอนนี้จะขอพ่อแยกห้องกับกูละ


               “เออ สมควร” 


               “มันขนาดนั้นเลยหรอวะ” มิกเลิกคิ้วถาม กูว่าไม่น่าจะขนาดนั้นมั้ง


               “คราวหน้ากูจะอัดเสียงให้ฟัง แต่อย่ามีคราวหน้าเลย เฮ้อ โคตรเซ็ง” ผมถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย พอข่มตานอนต่อสำเร็จกลับไม่ได้ฝันอะไรอีกแล้ว เซ็งจริงๆเลย ทำไมถึงฝันวะ พวกมึงว่ามันจะเป็นลางบอกเหตุอะไรรึเปล่า


               “มึงคงคิดถึงหนาวมากเกินไปมั้ง


               “หรอ” ผมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ไม่คิดถึงหนาวแล้วจะให้คิดถึงใครกันล่ะเนาะ แต่ในฝันมันดีมากเลยเว้ย มันสมจริงสุดๆถึงจะเป็นสถานที่ที่จำไม่ได้ก็เถอะ


               “เป็นที่ไหน” มิกถาม


               “สวนสาธารณะ แต่ไม่รู้นะว่าที่ไหน บรรยากาศโคตรดี


               “หนาวมันเองก็อาจจะคิดถึงมึงเหมือนกันก็ได้


               “เออ มึงคิดเหมือนกูเลย ถ้าไม่คิดถึงก็คงไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว ใช่ปะ


               “จริง” มิกพยักหน้าทำเสียงจริงจัง จิตเชื่อมถึงกันไง เนื้อคู่


               “เฮ้ย มิกกี้ มึงก็พูดไปเรื่อยน่า” ผมเผลอฟาดมือลงไปบนไหล่ไอ้มิกด้วยความขวยเขินที่เก็บไว้ไม่อยู่ ยิ้มกว้างพร้อมความรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ


            เนื้อคู่เลยหรอวะ แม่งเอ๊ยๆๆๆ


            “จริง เขาว่าเนื้อคู่มักจะฝันถึงกัน”


            “งั้นหมายความหนาวก็ฝันถึงกูด้วยดิ เชี่ย”


            “เป็นได้ไป ไม่แน่อาจจะเป็นสถานการณ์เดียวกับมึงด้วย”


            “ไอ้สัดเอ๊ย” ผมว่าอย่างหุบยิ้มไว้ไม่อยู่ สองมือบิดเกร็งด้วยความเขิน แค่คิดก็มีความสุขแล้ว “มิกพูดไปเรื่อยนะมึงอะ ใครมันจะบ้าหวังถึงขั้นเป็นเนื้อคู่วะ โหย เนื้อคู่ก็บ้าแล้ว หวังอะไรขนาดนั้นวะคนเรา”


เฮ้อ” ฟิวส์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “นี่ขนาดไม่หวังนะไอ้สัด”


แล้วกูจะไปสู้หน้าหนาวได้ไงอ่า ในฝันหนาวยังน่ารักขนาดนั้น กูจะสามารถต้านทานความน่ารักของตัวจริงได้ยังไง อ๊ากกก” ผมนั่งบิดตัวไปมาโดยไม่สนใจใบหน้าเหยเกของฟิวส์ ยิ่งนึกภาพในฝันเมื่อคืนก็ยิ่งมีความสุข มือก็อุ๊นอุ่น ขนาดในฝันยังกินมูมมามจนเลอะปากเลยอะ


               “ใครเอาน้ำร้อนมาสาดเพื่อนกูว่ะไอ้เหี้ย” 


               “ทำไมอ่าฟิวส์” ผมทำเสียงยานเยาะเย้ยอย่างหมั่นไส้ ไม่เคยฝันถึงเหนืออะดิ ก็มึงมันคิดถึงหลายคนไง ฝันถึงทีนึกว่านัดเลี้ยงรุ่น มากันให้ควั่ก


               “ไอ้ควาย” ฟิวส์ออกปากด่าพร้อมหลุดขำไปด้วย มิกเองก็เหมือนกัน กูไม่ได้อะไรกับใครแล้ว


               “จ้า เชื่อออ” ผมว่าพร้อมส่ายหน้าไปด้วย


               “เอ้า สรุปมึงไม่ได้ชอบเหนือคนเดียวหรอ” มิกเลิกคิ้วถาม โห ไอ้เราก็นึกว่าจริงใจ


               “จริงใจดิ” ฟิวส์ว่าเสียงแข็ง กูจริงจังกับเหนือสุดแล้ว แต่กูยังไม่ได้คบกับใครปะ


               “ก็เลยคุยหลายคน?” ผมถาม


               “กะ ก็เขาทักมาอะ


               “เอาว่ะ เป็นไอ้หล่อเลือกได้ว่ะ แพทเทิร์นคนเจ้าชู้ชิบหาย ก็เขาทักมาเองอะช่วยไม่ได้นี่นา” ผมเบะปากแซวอย่างหมั่นไส้ ที่เคยบอกว่าฟิวส์มันเป็นคนกว้างขวางนี่ไม่ได้ล้อเล่น คนรู้จักเยอะ คนชอบเยอะ คนคุยก็เยอะ แม่งอย่างเจ้าชู้เลยเพื่อนผมอะ 


                เฮ้อ จะให้เจ้าชู้อย่างเพื่อนฟิวส์นี่ผมยอมตายดีกว่าว่ะ


               “ไปเอาคนคุยจากไหนมาเยอะแยะวะ” มิกเลิกคิ้ว กูนี่ คุยกับหยีคนเดียว


               “เออ คุยคนเดียวจริงๆ” ฟิวส์ว่า หมายถึงมึงอะคุยอยู่คนเดียวเลย เห็นแชตหนักขวาชิบหาย ล่าสุดโดนบล็อกไปยังอะ


               “ไปตายไปไอ้เหี้ย” มิกด่าอย่างหัวร้อนจนผมกับฟิวส์หัวเราะลั่น ทำไมมันไม่สมดุลเลยว่ะ ไอ้คนหนึ่งก็แสนจะเลือกได้ อีกคนชอบคนเดียวแต่เขาเสือกไม่คุยด้วย 


เออว่าแต่ ทำไมมิกมานอนห้องฟิวส์วะ” ผมถามอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ ปกติมิกมันต้องกลับบ้านสิ มันแทบไม่ค่อยมานอนห้องฟิวส์เลยนะ


               “ก็ติวสอบไง


               “สอบไร


               “...อ้าว” มิกขมวดคิ้วอย่างงุนงง มึงไม่รู้หรอ


               “รู้อะไร” 


               “สอบมิดเทอมไง” มันทำหน้าอึ้งเล็กน้อย อ้าว มึงไม่รู้ได้ไงเนี่ย เขาแจกตารางสอบตั้งนานแล้วนะ


               “อ๋อ กูลืม” ผมว่าไปตามตรง จำได้แล้วว่าใกล้สอบมิดเทอม เพราะช่วงนี้เอาแต่เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวล่ะมั้งทำให้ลืมไปซะสนิท สอบวันแรกเมื่อไหร่นะ


               “วันจันทร์นี้


               “ฮะ?” ผมเด้งตัวมานั่งหลังตรงอย่างตกใจ วันนี้วันเสาร์?”


               “ใช่


               “สบ๊าย” ผมยักไหล่ อ่านสองวันก่อนสอบชิลๆ สอบไรบ้าง


               “ชีวะ ภาษาไทย คณิตพื้น สังคม


               “ชิล” ผมตอบปัด มิดเทอมมันแก้ได้ไม่ต้องไปซีเรียสหรอก อีกอย่างเนื้อหามันก็ไม่ได้ยากอะไร 


               “เสือ” ฟิวส์ขยับมาใกล้ หน้าตาดูตื่นเต้นอย่างเก็บไว้ไม่มิด


               “ไม่ได้” ผมเอ่ยปรามเอาไว้ก่อน อีกฝ่ายชะงักไป ไม่ได้ ต่อไปนี้ห้ามเรียกว่าเสือ


               “ทำไมอะ


               “มันจะให้ไอ้หนาวเรียกคนเดียว” มิกตอบแทนให้ ผมพยักหน้าส่วนฟิวส์ขมวดคิ้ว ทำอะไรก็ไม่รู้แปลกๆ พวกเราเรียกแบบนี้มาตั้งแต่อนุบาลแล้วเนาะฟิวส์เนาะ


               “เออ อะไรของมึง พยายามทำให้หนาวดูพิเศษหรอ


               “ใช่


               “แล้วสักพักมันก็จะสงสัยว่าทำไมมึงถึงให้มันเรียกเสือคนเดียว” ฟิวส์ตอบพลางหรี่ตามอง ทำไปก็ไม่ได้อะไรหรอกน่า


               “ไม่เอาอ่า” ผมเริ่มเอาแต่ใจอีกครั้ง จะให้หนาวเรียกคนเดียว มันไม่สังเกตหรอกน่า พวกมึงก็พยายามเรียกไทเกอร์หน่อยแล้วกัน บางครั้งเนียนเรียกเสือก็ได้ แต่ตอนอยู่ด้วยกันแค่นี้ให้เรียกไทเกอร์


               “มันไม่ชิน” ฟิวส์ยังคงหัวรั้น สำหรับกูคือมึงชื่อเสือไปแล้วอะ ไม่ใช่ไทเกอร์


               “มึงอย่ามาเรื่องมากได้ปะ


               “เออๆ เถียงมึงไปก็ไม่มีทางจบสิ้น ไทเกอร์


               “ว่าไง


               “เราไปติวที่บ้านไอ้หนาวดีปะ” ฟิวส์ยิ้มแย้ม วิชาที่สอบมันเหมือนกันทั้งระดับชั้นไง เนื้อหาก็เหมือนกัน ทำไมเราจะติวด้วยกันไม่ได้ มึงก็บอกว่าเออ เนี่ย จะไปขอให้เหนือติวให้ เหนือเรียนเก่งใช่ไหมล่ะ พวกกูจะไปด้วยไง ติวกันเยอะๆยิ่งดี


               “แผนเข้าหาเหนือหรอ” ผมหรี่ตามอง ไอ้เหี้ยนี่มันมีความพยายามเข้าหาเหนือดีจริงๆ มันจะไม่แปลกหรอวะ


               “ไม่แปลกหรอก” ฟิวส์ว่า กูก็รู้จักกับไอ้หนาว อีกอย่างติดมึงไปด้วยนี่แหละ ไม่มีความแปลกเลย


               “เออว่ะ” ผมพยักหน้า ก็ดีนะ เฮ้ย พวกมึงว่าถ้ากูได้ไปเป็นคนติวให้หนาวมันจะดูเท่ปะวะ แบบผู้ชายฉลาด


               “โหย มึงจะเอาไรไปติวคนอื่น” ฟิวส์ถามกลับ กูไม่เห็นมึงจะตั้งใจเรียนห่าอะไรเทอมนี้ การบ้านก็เอาแต่ลอกกู สอบเก็บคะแนนก็ตก


               “กูแค่ไม่ได้ตั้งใจเฉยๆหรอก งั้นเดี๋ยวกูจะตั้งใจเรียนละ” ผมว่า ถ้าผมเรียนเก่งต้องแม่งโคตรดูเท่ในสายตาเธอแน่นอน กลายเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้ ไม่ใช่คนขี้แยที่คอยให้แต่เธอปลอบ เอาว่ะ ถึงเวลากอบกู้ภาพลักษณ์ตัวเองแล้วว่ะ งั้นเก็บของ ไปกินข้าวที่ร้านแล้วก็ไปติว


               “โทรหาก่อนดีไหม” มิกเสนอ โทรถามก่อนเผื่อว่าเหนืออาจจะไม่ได้ติว หรือไม่ว่าง


               “เออ จริงด้วย เสือ เอ๊ย ไทเกอร์เพื่อนมึงโทรเลย


               “โทรเลยหรอวะ” ผมเริ่มลังเล แต่คิดไปคิดมาถ้าต้องไปเจอ กูจะเนียนได้หรอวะพวกมึง มันแบบไม่เร็วไปหรอ กูเพิ่งเตรียมใจเมื่อวานเองนะ


               “นี่ไง ให้พวกกูอยู่ด้วย จุดเริ่มต้นที่ดี” ฟิวส์ว่า ผมพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก พอเห็นชื่อหนาวที่เมมเอาไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะกดโทรออก ไม่นานปลายสายก็กดรับ


               ระ...รับแล้ว


               (ว่าไง)


               “อะ เอ้อ มึง” น้ำเสียงของสั่นเล็กน้อย ผมกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อปรับโทนเสียงให้ฟังดูปกติ มึงสนใจติวปะ” แต่กลายเป็นว่ามันดูขรึมเกินไปซะได้ มิกกับฟิวส์กลั้นหัวเราะกันใหญ่จนผมต้องหันไปมองค้อนใส่


               (ติวมิดเทอมอะหรอ เออ เนี่ยแดนก็กำลังจะติวให้กูตอนบ่าย)


               “อะ อ๋อ หรอๆ งั้น เอ่อ กูอยากติวด้วยอะ


               (อ๋อ ได้ดิ)


               “พามิกกับฟิวส์ไปด้วยได้ปะ


               (ได้ๆ เพื่อนกูก็มา)


               “ใครบ้าง


               (โปกับตุลย์ จริงๆพวกไอ้จ๊าบก็ว่าจะมา แต่กูว่ามันวุ่นวายเดี๋ยวไม่ได้ติวกันพอดี)


               “โอเค ตอนบ่ายใช่ปะ


               (ใช่)


               “โอเค” แล้วผมก็กดวางสายผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หันไปมองคนสองที่หัวเราะคิกคักกันอยู่ อดไม่ได้ตบหัวพวกมันไปคนละหนึ่งที หัวเราะเหี้ยไร


               “เสียงมึงอย่างกับพระเอกหนังจีน ไอ้เหี้ย” ฟิวส์หัวเราะร่วน อะ อื้ม สนใจติวปะ” พร้อมทำเสียงล้อเลียน ผมทำหน้าเซ็งใส่มัน


               “แต่ไอ้หนาวมันดูไม่แปลกใจเลยว่ะ” มิกว่า แม่งโคตรแปลกเลยไอ้สัด ตั้งแต่ตอนแรกที่ตะกุกตะกักแถมเสียงสั่นแล้ว


               “กูบอกแล้วว่ามันโง่


               “มึงอย่าว่าหนาวดิ หนาวไม่ได้โง่เว้ย แค่ซื่อๆไปบ้างเท่านั้นเอง” ผมแก้ต่างให้ ไม่ยอมให้ใครมาว่าหนาวหรอก แต่หลังๆมามันเนียนอยู่ใช่ปะ


               “เออ ได้ ทำตัวให้ปกติไว้มันจะยากอะไรวะ” ฟิวส์ว่า


               “ถุยไอ้สัดฟิวส์ ตอนอยู่กับเหนือล่ะหน้าแดงหูแดง เดินก้มหน้าเชียวนะ” ผมแซวอย่างอดไม่ได้ ทำมาเป็นว่าคนอื่น ทีตัวเองล่ะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน


               “เขาเรียกว่าจงใจแสดงให้เห็นว่าชอบเว้ย


               “จ้า” ผมตอบประชด หนาวบอกว่าตอนบ่าย เอาไงดี


               “ไปกินข้าวรอก็ได้ กูเริ่มหิวละ” มิกบอก ไปกินร้านของไอ้หนาวก็ได้ ติวตอนบ่ายแต่ไม่ได้หมายความว่าไปหาก่อนไม่ได้นี่


               “จะดีหรอวะ มันจะไม่ดูแปลกหรอ


               “แปลกเหี้ยไรหนักหนา มึงจะเกร็งทำเชี่ยอะไรเนี่ย” ฟิวส์ถามอย่างหมดอารมณ์ ปกตินอนบ้านเขาเป็นเดือนไม่เคยรู้สึกแปลก


               “กูกลัวมันจะไม่เนียนไง” ผมมุ่ยหน้าว่า เหมือนเราอยากไปอยู่ด้วยเลยอะ


               “หรือไม่อยาก?”


               “ก็...อยาก” ผมตอบเสียงเบา


               “มึงไม่ต้องมาห่วงเรื่องเนียนไม่เนียนตอนนี้ ที่ผ่านมาแม่งโคตรล่กเสือกไม่กังวลไอ้สัด” ฟิวส์ถอนหายใจ 

               

 

               











❆❆❆

 

 








 

            ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้คนกึกก้อง แสงจากสปอร์ตไลท์สว่างจ้าสาดส่องลงมาที่ผม เสียงประกาศเรียกชื่อจากพิธีกร ผมเดินไปตามทางและกระโดดขึ้นบนเวที ชูมือขึ้นเพื่อเรียกเสียงเชียร์ให้ดังกระหึ่มมากกว่าเดิม ไม่นานคู่แข่งที่สวมเสื้อคลุมสีแดงก็เดินขึ้นมาบนเวทีบ้าง ไม่รอช้าก็เริ่มยกที่หนึ่ง ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ

            เมื่อมีจังหวะผมก็ซัดหมัดแรกเข้าไปเต็มแรง



            “โอ๊ย!!


            เสียงร้องดังลั่นทำเอาผมสะดุ้งตื่นเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


            ฝัน...


            “เจ็บนะเดือน” เจ้าของเสียงร้องเมื่อกี้พูดขึ้น แดนเอามือกุมจมูกพร้อมสีหน้าเจ็บปวด ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อระลึกได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป ยังไม่ทันได้พูดคำว่าขอโทษ เลือดกำเดาของแดนก็ไหลออกมา


            “เฮ้ย เชี่ยๆๆๆ เลือดไหล แดน แดนนน ขอโทษ ขอโทษๆ” ผมว่าอย่างกระวนกระวาย จะจับมือแดนออกเพื่อดูแผลก็กลัวแดนจะเจ็บกว่าเดิม ไอ้เชี่ยผมทำเหี้ยอะไรเนี่ย ฝันว่ากำลังต่อยมวยอยู่ พอชกคู่ต่อสู้ในฝันก็เลยชกคนที่นอนข้างๆไปด้วย “แดนนนนนนนน”


            แดนไม่ตอบอะไรต่อแค่พยายามจะลุกออกจากเตียง ผมกำลังจะเข้าไปพยุงแต่ก็กลายเป็นว่าเกะกะแทน ผมทำอะไรไม่ถูกแล้ว มือไม้สั่นไปหมด


            “แดน อย่าเป็นอะไรไปนะ แดนอ่า โกรธหรอ ขอโทษ เดือนไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธเลยนะ ให้ต่อยคืนก็ได้อะ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบมันยิ่งทำให้ผมใจเสียกว่าเดิม ค่อยๆเดินตามแดนเดินลงไปข้างล่าง “ถ้าแดนไม่อยากต่อย เดือนจะต่อยตัวเองให้ก็ได้”


            “เด็กโง่” แดนหันมาว่าเสียงเบาพร้อมเคาะหัวผมไปทีหนึ่ง เดินไปหยิบทิชชู่มาเช็ดเลือดแล้วหยิบน้ำแข็งในตู้เย็นมาประกบ ในขณะที่กำลังนั่งพักบนโซฟาอยู่นั้นก็ปรายสายตามองผมเล็กน้อย ทันทีที่ถูกมองตัวก็แข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว


            “ฝันว่าต่อยมวยอยู่อะ ในฝันคืออย่างตื่นเต้นเลย เลือดโคตรสูบฉีด” ผมยู่ปากว่าเสียงอู้อี้ “เจ็บมากไหม”


            “เจ็บ” 


            “ขอโทษ”


            “ไม่เป็นไร”


            “ไม่โกรธหรอ”


            “โกรธไม่ลง” แดนว่าพร้อมยื่นมือมาลูบหัวเบาๆ นั่นทำเอารู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก


            “แดนนนนน ทำไมใจดีแบบนี้” ผมก้มหัวให้ลูบ เอาหัวถูมืออีกฝ่ายไปมาเชิงจะอ้อนจนกระทั่งแดนละมือออกไป “ดีขึ้นยังอะ”

            “อื้ม ดีนะไม่แรงเท่าไหร่”


            “แต่ในฝันเดือนใส่เต็มแรงเลยนะ”


            “นั่นมันในฝันไง” แดนว่า รอสักพักให้เลือดหลุดไหลแล้วค่อยพากันกลับขึ้นไปบนห้อง ตอนนี้เป็นเวลาตีสองครึ่ง ผมนอนต่อส่วนแดนอ่านหนังสือ


            “ทำไมไม่งีบต่ออีกหน่อยอะ ปกติตื่นมาอ่านตีสามไม่ใช่หรอ”


            “คงนอนไม่หลับแล้วล่ะ อีกอย่างวันจันทร์ก็สอบแล้ว”


            “จริงด้วย วันจันทร์ก็สอบแล้ว” ผมบ่นออดแอด จะเอาความรู้ไหนมาสอบวะให้ตายเถอะ เรียนเหี้ยอะไรไม่รู้เรื่องเลยชิบหาย แต่ความกังวลเรื่องสอบก็อยู่ได้ไม่นาน ผมผล็อยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

 





            .....

 





            

            เนื่องจากร้านหยุดผมเลยคิดจะนอนตื่นสายๆ แต่ดันตื่นตอนแปดโมงซะงั้น ตื่นมาทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะว่ากว่าพวกเพื่อนจะมาติวก็ช่วงบ่าย แต่จะให้นอนต่อก็นอนไม่หลับแล้ว เดินลงมาเห็นแม่กับแดนกำลังจะออกไปข้างนอก


            “แม่ไปไหนอะ”


            “แม่จะไปตลาด ไหนๆวันนี้ก็ปิดร้านแล้วเลยจะไปเดินเล่นสักหน่อย” แม่ว่า “ตักข้าวกินได้เลยนะ กินเสร็จแล้วแช่ให้แม่ด้วย”


            “ครับ” ผมพยักหน้า “แดนก็จะไปหรอ”


            “ไปด้วยกันไหม?” แดนถาม


            “ขี้เกียจอะ เดี๋ยวอยู่เฝ้าบ้านนี่แหละ”


            “งั้นเดือนเอาอะไรไหม” แม่ถาม ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ “พวกขนมล่ะ?”


            “อื้อๆ ฝากซื้อขนมอะไรงี้มาหน่อยสิ เดี๋ยวช่วงบ่ายเพื่อนจะมาติวสอบด้วย”


            “โอเค” แม่ตอบก่อนทั้งสองคนจะพากันเดินออกไปโบกรถสองแถวหน้าถนน ผมเดินไปตักข้าวในครัวมานั่งกิน พอกินเสร็จแล้วก็เอาไปแช่ในตู้เย็นอย่างที่แม่บอก ตั้งใจจะกวนตีนเล่นเฉยๆหรอก ก็แม่ไม่ได้บอกสักหน่อยนี่นาว่าแช่ในไหน สักพักไอ้เสือโทรมาบอกว่าจะมาติวด้วย ผ่านไปไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นไอ้เสือโทรมาอีกรอบ


            “ว่าไง” 


            (เอ่อ หนาว วะ วันนี้ร้านปิดหรอ) 


            “ใช่ๆ พัก ทำไมหรอ”


            (พวกกูว่าจะมากินข้าว)


            “อ๋อ ร้านปิด แต่ในบ้านมีข้าวอยู่นะ”


            (มีมิกกับฟิวส์มาด้วยเนี่ยดิ)


            “เออ งั้นก็ไม่น่าจะพอหรอกมั้ง”


            (อ่า งั้นพวกกูไปกินร้านอื่นก็ได้)


            “โอเค” ผมตอบก่อนจะกดวางสาย ในระหว่างที่รอให้คนอื่นๆมาผมก็ไปเช็ดโต๊ะม้าหินอ่อนที่สวนหลังบ้านพร้อมกวาดเศษใบไม้ ผ่านไปยี่สิบนาทีไอ้เสือก็โทรมาอีกครั้ง บอกว่าให้ไปเปิดประตูหน้าบ้านให้หน่อย ผมออกไปเปิดเห็นเป็นไอ้เสือ ฟิวส์แล้วก็มิก ทันทีที่เห็นไอ้ฟิวส์ผมก็อดที่จะหรี่ตามองมันอย่างระแวงไม่ได้


            “อย่าคิดว่ามึงจะได้นั่งใกล้แดนเชียวนะ”


            “เสือก”


            “อ้าว ด่ากูอีกละ” 


            “เพิ่งเคยมาบ้านมึงนะเนี่ย” มิกกี้ว่าขึ้นพลางกวาดสายตาไปรอบๆ “ปกติไอ้เสือนอนตรงไหน”


            “โซฟา” ผมตอบพร้อมชี้ไปทางโซหาที่ตั้งอยู่กลางบ้าน


            “แล้วทำไมวันนี้ร้านปิดอะ” มิกถาม “กะมากินร้านมึงเต็มที่เลยตอนแรก”


            “พักอะ แม่บอกว่าเหนื่อย”


            “แล้วเหนืออะ?” ไอ้ฟิวส์เสนอหน้าถาม


            “ไปตลาดกับแม่”


            “อ๋อ แล้วติวไหนอะ จะได้เอากระเป๋าไปวางก่อน”


            “สวนหลังบ้าน” ผมบอกพร้อมพาทั้งสามคนออกไปที่โต๊ะม้าหินอ่อนหลังบ้าน พวกมันวางกระเป๋าแล้วนั่งเล่นรอ


            “สวนสวยดีว่ะ” ฟิวส์เอ่ยชมหลังจากกวาดสายตาไปมองรอบๆ 


            “แน่นอน สวนของแดน” ผมยักไหล่ ส่วนมากแดนจะเป็นคนดูแลและคอยมารดน้ำให้ทุกวัน ส่วนผมมีหน้าที่ลงแรงเช่นขุดดินหรือยกของ “นี่ไปตลาดก็ไปซื้อพวกต้นไม้มาเพิ่มอีกมั้ง”


            “เออ เข้าห้องน้ำหน่อยดิ” มิกว่าขึ้น


            “เดินเข้าไปก็เห็นเลยห้องน้ำอะ อยู่ชั้นแรกนี่แหละ” ผมบอก


            “เออ เมื่อกี้กูเห็นอยู่”


            “กูไปด้วยดิ ปวดเหมือนกัน” ฟิวส์บอก


     “แต่ห้องน้ำมีห้องเดียวนะ”


     “เดี๋ยวกูไปยืนรอมันแล้วกัน” ฟิวส์ว่าก่อนทั้งสองคนลุกออกไปเหลือแค่ผมกับไอ้เสือสองคน มันนั่งอยู่เก้าอี้ตัวข้างๆด้วย ท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ดูเกร็งๆพลางขมวดคิ้วมองตามไอ้สองคนนั้น


            “มึงหายเครียดยัง” ผมถามขึ้นเพราะจำได้ว่าเมื่อวานฟิวส์บอกว่ามันเครียดอยู่ก็เลยทำตัวแปลกๆที่ร้านเกม ไอ้เสือหันขวับมามองอย่างตื่นตระหนกหลังจากได้ยินคำถาม นั่งเอามือกุมกันแล้วสั่นขารัวๆ “เครียดไรคุยได้นะเว้ย”


            “...เอ่อ กู”


            “เฮ้ย โอเคปะเนี่ย” ผมยกมือขึ้นแตะไหล่มันเบาๆ ทันทีที่มือผมสัมผัสโดนตัว มันก็ลุกพรวดขึ้นกะทันหันจนผมตกใจ “อะ อะไร?”


            “กู...กูขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”


            “รอมิกกับฟิวส์กลับมาก่อนก็ได้จะได้ไม่ต้องไปยืนรอ ห้องน้ำก็มีแค่ห้องเดียว”


            “ไปขอเข้าก่อนก็ได้”


            “ปวดขนาดนั้นเลยหรอ้าว” ผมมองตามไอ้เสือที่วิ่งพรวดพราดหายกลับเข้าไปในบ้าน รีบร้อนอะไรขนาดนั้นวะ หรือว่าจะท้องเสีย อ่า ก็ว่าทำไมมันท่าทางดูเกร็งๆแปลกๆ ท้องเสียนี่เอง 


     โถ่ น่าสงสาร 


            เออ จะว่าไปแล้วน่าจะมีเกลือแร่อยู่นี่นา ชงให้มันกินหน่อยแล้วกันเดี๋ยวช็อกตาย















     -----------

ท้องเสียเฉย


#ช่วงนี้เดือนหนาว


Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.74K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,202 ความคิดเห็น

  1. #10871 G_D_G_errard (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 21:45
    ไม่มีพิรุธเล๊ยยยย เนียนมั่กๆอะเสือ
    #10,871
    0
  2. #10251 K.white wine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 00:05
    หนาวววววววววว สงสัยซักนิ๊ดดดดดดด
    #10,251
    0
  3. #9449 it's me (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 11:18
    โอ้โห่พี่เสือล่กจนไม่รู้จะล่กยังไงแล้วเนี่ย ยังแปลกใจอยู่เลยเนี่ย หนาวมันไม่รู้ได้ไงฟ่ะ ยันเข้ามหาลัยอ่ะ โอ้ยยยยยยย
    #9,449
    0
  4. #9421 Khanthasene (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 20:29
    ดิชั้นลงแดงตายห่า กว่าพวกนางจะได้กัน /ยิ้มแห้ง
    #9,421
    0
  5. #8245 rnhaha (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 20:08
    เคียสแทนหนาว
    #8,245
    0
  6. #8214 SerinS. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 04:13
    เสือเกร็ง หนาวคิดว่าท้องเสีย จำเริญ
    #8,214
    0
  7. #8209 xxnce11 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 22:27
    เสืออออ อย่ากากกก555
    #8,209
    0
  8. #8196 kikss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 14:22

    เสือเอ้ยยยยยย 55555

    #8,196
    0
  9. #8167 mumexwzp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 22:57
    ไม่รู้จะสงสารใครระหว่างไทเกอร์กับหนาว ไทเกอร์ก็กลัวไม่เนียน หนาวก็ซื่อจนไม่รู้ว่าเพื่อนไม่เนียนโอ่ยยเอ็นดู
    #8,167
    0
  10. #7971 bunnyt248 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:31
    นายอ่ะป๊อด ไทเกอร์
    #7,971
    0
  11. #7658 TinyTNT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:31
    เธอว่าเนียนป่ะ...ก็เนียนแหละ เพราะเจ้าตัวดูไม่รู้อะไรเลย555555555
    #7,658
    0
  12. #7393 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 14:57
    เสือเอ้ยย. กากจริงๆ
    #7,393
    0
  13. #7343 Nyoong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 10:34
    ไม่ล่กเลยจ้าาาา ดูไม่ออกเลย โธ่ พี่เสือออออ
    #7,343
    0
  14. #7308 Aomiez Aom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:15
    ไม่ไหว สิ้นลายหมดพี่เสือ
    #7,308
    0
  15. #7167 mookmuthita1146 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 10:20
    ล่กไรขนาดนั้นลูกกกก555
    #7,167
    0
  16. #7001 P.chonn3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 00:01
    จะเก็บคำว่าเสือไว้ให้เธอเรียกคนเดียววว
    #7,001
    0
  17. #6935 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 22:36
    น่าสงสารเค้านะคะ5555++
    #6,935
    0
  18. #6889 crzoldyck7 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 19:22
    ลูกเอ้ยยยยย จะได้แฟนไหมน้อ อาการหนักขนาดนี้
    #6,889
    0
  19. #6845 ฉลามน้ำเงิน. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 07:16
    พบคนเลิ่กลั่ก😆
    #6,845
    0
  20. #6742 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 14:01

    อะ เป็นคนกากที่คลั่งรักและมโนเก่งด้วยอะ 5555555

    #6,742
    0
  21. #6718 srpyw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 13:28
    ล่กเกินไปแล้ว555555555
    #6,718
    0
  22. #6634 qeendef6 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 00:08
    มันจะล่กอะไรขนาดนั้นว้อย 55555555555
    #6,634
    0
  23. #6471 breezybee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 10:10
    พี่เสือคนคูลหายไปไหนน
    #6,471
    0
  24. #6458 Suni-Waew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 14:53
    เอ็นดูว์ ต้าวเสือ555จะสมหวังก่ะเค้าเมื่อไหร่เนี่ย
    #6,458
    0
  25. #6447 071727 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 07:29
    หนูไม่ได้ดั่งใจเลยพี่เสือ กล้าๆหน่อยลูก หนาวอาจจะ รู้สึกช้าไปหน่อย แต่ถ้าหนาวรู้อาจจะรักเสือมากกว่าก็ได้นะ
    #6,447
    0