#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : วิชาขั้นเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,771 ครั้ง
    3 พ.ย. 63




Chapter 13 : วิชาขั้นเซียน

 

 

               พื้นห้องนี่มันเย็นจริงๆ

               “ฟิวส์” ผมเอ่ยเรียกในขณะที่กำลังนอนแผ่อยู่กลางห้อง สายตามองตรงไปยังพัดลมเพดานที่หมุนติ้ว ทุกครั้งที่นอนมองมันแบบนี้ ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าต้องมีสักวันที่ถูกมันหล่นทับ “ฟิวส์”

               “อะไร” คนบนเตียงตอบกลับมาเสียงงัวเงีย

               “พื้นเย็นมากเลย แข็งด้วย”

               “เออ”

               “ไม่มีผ้าปูให้จริงหรอ”

               “มีผืนเดียว มึงก็ไม่ต้องห่มสิ”

               “มาซักผ้าปูกูทำไมวันนี้ ฝนตกมันก็ไม่แห้งสิ”

               “แล้วกูจะรู้ไหมว่ามึงจะมานอน มึงไปนอนบ้านแฝดเป็นเดือนๆ” ผมได้ยินเสียงพลิกตัวจากคนที่นอนอยู่บนเตียงข้างบน ถึงเตียงมันจะแข็งแต่อย่างน้อยก็ยังอุ่น ไม่เหมือนพื้นกระเบื้องนี่

               “ฟิวส์”

               “อะไรอีก”

               “ทำไมมึงไม่เช่าห้องที่เป็นเตียงคู่อะ”

               “เพื่ออะไร กูอยู่คนเดียว”

               “แล้วกูอะ” ผมถาม พยายามทำเสียงให้ฟังดูปนน้อยใจ

               “กูต้องเช่าห้องเตียงคู่เพื่อมึงหรอ”

               “แล้วไม่ได้หรอ ทำไมวะ กูก็อยากนอนที่นอนอุ่นๆบ้าง” ผมบ่น ปรายสายตาไปมองลอดหน้าต่างเห็นข้างนอกกำลังมีฝนตกหนัก “ฝนก็ตก หนาวจะแย่”

               “ให้กูทำไงอะ”

               “มึงลงมานอนข้างล่างดิ กูจะไปนอนข้างบน”

               “-วยนะ”

               “ฟิวส์”

               “อะไรอีก”

               “เช้านี้มึงกินข้าวกับอะไรนะ”

               “ไม่รู้ จำไม่ได้ มึงเลิกกวนตีนชวนคุยได้ไหมกูง่วง”

               “ฟิวส์”

               “...”

               “ฟิวส์”

               “...”

               “ไอ้ฟิวส์!

               “โว้ย!” ไอ้ฟิวส์ยันตัวลุกขึ้น หยิบหมอนตีผมอย่างแรงจนผมต้องยกมือขึ้นมากันตัวเองเอาไว้ พอมันตีจนพอใจแล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ

               “ทำไมต้องทำร้ายกัน” ผมยังคงพูดจ้อไม่หยุด “ฟิวส์”

               “มึงกลับไปนอนบ้านแฝดไป! รำคาญ!

               “ฟิวส์”

               “เหี้ยอะไรของมึงนักหนาเนี่ย!” ฟิวส์ยันตัวเองกลับมานั่งบนเตียง ดวงตาที่ลืมครึ่งหนึ่งจ้องเขม็งมาทางผมอย่างไม่พอใจ “อะ มีไรว่ามา”

               “แล้ววันนี้ มึงใส่กางเกงในสีอะไรไปโรงเรียนวะ”

               “...”

               “โอ๊ย! โอ๊ยๆๆ” ตอนนี้ไอ้ฟิวส์ไม่ใช้หมอนตีแล้ว มันเปลี่ยนมาใช้ตีนแทน กระทืบผมด้วยความโมโหก่อนจะหมดแรงแล้วเอนตัวลงนอนอีกรอบ

               “อย่าเสือกพูดอีกนะไอ้สัด”

               “แค่กวนตีนเล่นเอง” ผมลากเสียงยาว เอื้อมมือไปเขย่าคนที่นอนตะแคงหันไปอีกข้างอยู่ ผมตั้งใจจะกวนตีนมันจริงๆนั่นแหละ เพราะตัวผมเองนอนไม่หลับเลยอยากได้เพื่อนคุย

               เมื่อเห็นว่าไอ้ฟิวส์หลับไปแล้วก็ละความพยายามจะกวนตีนต่อเพราะสงสารที่มันไม่ได้นอน วันนี้ผมไม่ได้กลับบ้านหนาวเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่สามารถอยู่ใกล้มันได้ ผมพยายามควบคุมตัวเองแล้วนะ แต่มันมักจะมีหลายครั้งที่เผลอทำตัวล่ก เผลอเหม่อมองมันนานโดยไม่รู้ตัวและคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่นานคงถูกได้จบแน่

               ไม่นานหลังจากที่รู้ตัว ความกลัวมันก็เริ่มก่อตัวขึ้น ผมไม่มีทางรู้ได้เลยว่าถ้าหากมันรู้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราอาจจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ได้และผมไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก

               ผมไม่ได้คิดอยากจะห่างหนาวเลยนะ แค่ขอเวลานอกต่างหาก อย่างน้อยๆอันดับแรกผมต้องทำตัวปกติให้ได้ก่อน วันนี้เลยกลับมานอนที่ห้องของฟิวส์หลังจากไม่ได้กลับมานอนนับเดือน กลายเป็นว่าไม่คุ้นเคยกับพื้นแข็งๆตรงนี้ไปเสียแล้ว ตอนนี้ผมนอนไม่หลับ พอคิดว่าตัวเองอยู่ห่างเดือนหนาวก็รู้สึกไม่สบายใจและโหวงแปลกๆ

               ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรสารภาพรักดีไหม เพราะไม่เคยชอบใครก่อนก็เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ถ้าผมทำตัวปกติได้เราก็จะเป็นเหมือนเดิมเหมือนที่ผ่านมา แต่ถ้าถามว่าผมอยากจะให้หนาวมันชอบผมกลับไหมล่ะก็ต้องตอบว่าอยากแน่นอน พอลองคิดภาพว่าหนาวมันชอบผมบ้างหัวใจก็แทบละลายแล้ว

               ขณะที่นอนมองพัดลมเพดานอยู่นั้น ในหัวก็เต็มไปด้วยเรื่องนี้ หรือผมควรจีบ ไม่สิ หนาวมันจะยอมหรอ หรือถ้าเกิดว่ามันรู้ขึ้นมาแล้วตีตัวออกห่างจากผมล่ะ ไม่เอา ไม่เอาแบบนั้นเด็ดขาด

               หรือผมควรปรึกษาฟิวส์ดีวะ ฟิวส์มันผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักนี่นา

               “ฟิวส์” ผมเอ่ยเรียกอีกครั้งพร้อมยื่นมือไปเขย่าตัว ไอ้ฟิวส์หันตะแคงกลับมาแล้วฟาดมือลงบนหน้าผมทันที “โอ๊ย-”

               แม่ง ค่อยคุยพรุ่งนี้ก็ได้วะ

              

               .....

 

               “ไอ้เสือ!” เสียงของฟิวส์ตะคอกดัง ลืมตาขึ้นมองเห็นมันกำลังใช้เท้าเขี่ยผมพร้อมจดกระดุมเสื้อนักเรียนไปด้วย “เมื่อคืนไม่หลับไม่นอนเอาแต่กวนตีนกูอยู่ได้ ตอนเช้าเสือกไม่ตื่น”

               “...กี่โมงแล้วอะ”

               “หก”

               “มึงจะไปกินข้าวที่ร้านหนาวหรอ”

               “เออสิ กูกำลังพยายามเสนอหน้าตัวเองไปให้เหนือเห็นบ่อยๆอยู่มึงก็รู้”

               “เสนอหน้าไปเขาก็ไม่ชอบมึงหรอก”

               “เหอะ ก็ไม่แน่” ฟิวส์ทำเสียงมั่นใจ “เร็ว! ลุก!” มันใช้เท้าเขี่ยผมอีกรอบ

               “ไม่เอา ไม่ไป”

               “ทำไม”

               “ไม่ไป”

               “กูถามว่าทำไม”

               “กูไม่อยากเจอไอ้หนาว” ผมว่าเสียงอู้อี้ในขณะที่กำลังมุดหน้ากับหมอนอยู่

               “อะไรนะ?”

               “กูไม่อยากเจอไอ้หนาว!

               “ทะเลาะกันหรอ?” ฟิวส์เลิกคิ้วถาม

               “ใช่” ผมตอบ พยักหน้ารัวๆ “ใช่ๆๆ”

               “ก็เลยมานอนห้องกูอะนะ นี่เห็นกูเป็นตัวสำรองเวลาทะเลาะกันรึไง”

               “ไม่ มึงมันตัวที่แดนเหนือไม่เอา”

               “-วย” ไอ้ฟิวส์สบถ “ลุก ไปแดกข้าว”

               “เอ้า ก็บอกว่าไม่ไปไง”

               “ทะเลาะอะไรก็ไปเคลียร์กันให้มันจบๆ มึงอย่ามาทำตัวเป็นเด็กอย่างนี้นะ”

               “ไม่”

               “มึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับมันแล้วรึไง”

               คำถามของฟิวส์ทำเอาผมเด้งตัวลุกมานั่งทันที

               “...เพื่อน?”

               “อ่าฮะ ทำไม ไม่อยากเป็นเพื่อนกับไอ้หนาวแล้วหรอ”

               “ไม่เอา”

               “...”

               “ไม่เอา!” ผมตะคอกเสียงดัง “ไม่เป็นเพื่อน!

               “เสือ ใจเย็น” ฟิวส์นั่งลงข้างๆ ท่าทางแปลกใจเล็กน้อย ตบบ่าผมเบาๆ “เป็นไรวะ ทะเลาะกันแรงขนาดนั้นเลยหรอ”

               “เออน่า ช่างกูเถอะ” ผมยู่ปาก เบือนหน้าไปทางอื่น ตะกายขึ้นเตียงของไอ้ฟิวส์แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงอุ่นๆ “กูง่วง กูไม่ไปเรียนนะวันนี้”

               “เฮ้ย แค่ทะเลาะกับไอ้หนาวถึงขั้นไม่ไปเรียนเลยหรอ”

               “กูจะโดด”

               “เสือ ไอ้เด็กเลว” ฟิวส์เดินเข้ามากระชากผ้าห่ม เรายื้อแย่งผ้าห่มกันสักพักผมก็ยอมแพ้

               “เออๆ ก็ได้ๆ แต่ไม่ไปกินข้าวร้านไอ้หนาวนะ”

               “เฮ้อ เออๆ แล้วจะไปแดกร้านไหนอะ”

               “ไม่รู้ มีร้านอื่นไหมล่ะ”

               “มีอีกร้าน ไม่รู้ว่าอร่อยไหม ไม่เคยกิน”

               “ได้ เอาร้านนั้นแหละ” ผมว่า รีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วขี่มอเตอร์ไซค์พาไอ้ฟิวส์ซ้อนออกจากหอไป หยุดอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่งแถวใกล้โรงเรียน “นี่มันก็ใกล้โรงเรียนไม่ใช่หรอ ทำไมกูไม่เคยเห็น”

               “มึงไม่ได้สังเกตมากกว่า”

               “อืม”

               เราสองคนเดินเข้าไปในร้าน มีลูกค้าพอประมาณแต่ไม่เยอะเท่าร้านหนาว ผมเผลอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเหมือนได้รับชัยชนะ อยู่ไม่ห่างกันมากก็เหมือนเป็นร้านคู่แข่งกันนั่นแหละ พอได้ลองชิมพบว่ามันก็อร่อยอยู่นะแค่ผมชินกับฝีมือป้าแมวแล้วเท่านั้นเอง เลยรู้สึกไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

               หึ ไม่ว่ายังไงกับข้าวฝีมือป้าแมวก็อร่อยที่สุด!

               ผมหันไปเห็นเด็กล้างจานอยู่ข้างหลังร้าน มองอยู่สักพักก็นึกถึงไอ้หนาวผู้เชี่ยวชาญด้านการล้างจาน หึ ร้านนี้นอกจากฝีมือสู้ป้าแมวไม่ได้แล้ว เด็กล้างจานยังล้างจานไม่เก่งเท่าไอ้หนาวด้วย!

               ในจังหวะผมกำลังหันกลับมานั่นเอง เผลอไปสบตากับใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าร้าน มันยืนทำตาโตจ้องมาทางนี้วินาทีที่สายตาเราสบกัน หัวใจผมหล่นวูบ

               หนาว...?

               ชิบ...หาย

               อ๊ะ...แต่มันใส่เสื้อกันหนาวผมด้วยนะนั่นน่ะ

               ฮึ่ย เหมาะมากเลย น่ารัก ดีจัง พอมันใส่เสื้อของผมแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนได้เป็นคนที่โอบกอดในยามเหน็บหนาว

               “ฟิวส์ หลบเร็ว”

               “ฮะ?”

               “ไอ้หนาวมันเห็นเรา”

               “ฮะ?” ฟิวส์ยังคงงุนงง มันหันไปมองทางเดียวกับที่ผมมอง ทันใดนั้นก็หันขวับกลับมา “เชี่ย เหนืออยู่ด้วยอะ”

               “สายตาอาฆาตสุดๆ” ผมกระซิบบอก ก้มหัวลงหลบใช้ฟิวส์เป็นที่กำบัง

               “ก็เราเสือกมานั่งแดกข้าวร้านอื่น โดยเฉพาะมึงที่เป็นเหมือนพนักงานคนหนึ่งของร้านนั้น เสือกโดดงานแล้วมานั่งแดกร้านอื่นเฉย”

               “ไอ้เชี่ย” ผมสบถเสียงเบา “สรุปกูเป็นคนทรยศหรอ”

               “เออสิวะ แต่มึงจะหลบทำไม มึงตัวใหญ่อย่างกับตึกกูคงบังมิดหรอกเนอะ” ฟิวส์ว่า “แต่ทะเลาะกันอยู่ มึงจะหลบหน้ามันมาแดกร้านอื่นก็ไม่แปลกนี่”

               “ฟิวส์ ฟิวส์ๆ มันไม่ยอมไปว่ะ มันดักรอหน้าร้าน ตรงมุมอะ”

               “ฮะ ดักทำไม” ฟิวส์ขมวดคิ้ว “แล้วเหนืออะ”

               “เหนือก็อยู่ เอาไงดี”

               “มันจะดักรอทำไมวะ หรือมันโกรธมึงมากจนดักตีหัวมึง”

               “น่าจะใช่ ท่าทางกำลังโมโหอยู่” ผมเลิกคิ้ว สายตาของไอ้หนาวเมื่อกี้น่ากลัวจริง ทำตาโตจนลูกตาเกือบจะถลนออกมาอยู่แล้ว มันดูอึ้งนิดๆด้วยนะที่เห็นผมนั่งอยู่ในนี้ “แต่ว่าทางนี้มันคนละทางกับร้านหนาวนี่ ทำไมมันมาเดินแถวนี้ได้อะ” ผมว่า เพราะถึงมันจะใกล้โรงเรียน แต่มันเป็นถนนอีกฝั่งหนึ่ง ทำไมหนาวมันมาทางนี้ได้วะ มันเดินเลยโรงเรียนมาทำไม

               “มันอาจมีสัมผัสพิเศษ ได้กลิ่นคนทรยศ”

               “เออ เหมือนมันเคยบอกว่าลางสังหรณ์มันแม่น แต่สังหรณ์ว่ากูมากินร้านอื่นเนี่ยนะ”

               “เสือ เราต้องไปแล้วว่ะ โรงเรียนใกล้เข้าแล้ว”

               “บ้าหรอ ออกไปก็ตายพอดี”

               “ทำไมมึงดูกลัวไอ้หนาวจังอะ” ฟิวส์เริ่มตั้งข้อสงสัย “หรือว่าความจริงแล้วไม่ได้ทะเลาะกันแต่มันทำร้ายมึง”

               “...” ผมไม่ได้ตอบอะไรแค่เริ่มกวาดสายตามองหาทางหนีทีไร่จนกระทั่งคนนั่งตรงข้ามออกแรงเขย่าตัวผม

               “เสือ กูไม่ตลกนะเว้ย มันทำไรมึงรึเปล่าเนี่ย”

               “โอ๊ย ไม่ได้ทำไร มาช่วยกันคิดหาวิธีก่อนเถอะ”

               “จริงๆแค่มากินร้านอื่นเอง ไม่น่าจะอะไรขนาดนั้น ปะ ไปเหอะ” ฟิวส์ลุกขึ้นยืนพร้อมสะพายกระเป๋าเป้ ผมที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินตามมันออกไป เห็นเป็นแฝดยืนรออยู่หน้าร้าน ไอ้หนาวกอดอกทำหน้าขรึม ในมือถือถุงสีน้ำตาลอยู่ ส่วนเหนือยืนนิ่งๆแค่ขมวดคิ้วทำหน้ากังวลเล็กน้อย

               “เสือ” น้ำเสียงคุ้นหูเอ่ยเรียกชื่อ ผมค่อยๆหันไปมองแต่ยังคงเก๊กหน้านิ่งอยู่ “รีบเดินไปกันเถอะ โรงเรียนจะเข้าแล้ว”

               “อ่า” ผมเดินคู่ไอ้หนาว ส่วนเพื่อนฟิวส์เดินตามหลังคู่กับเหนือ อยากจะหันไปแอบมองอยู่หรอกแต่ไม่มีอารมณ์ทำอย่างนั้น แค่รู้ว่าเป็นไอ้หนาวที่เดินอยู่ใกล้ๆหัวใจก็เต้นรัวไปหมด มือเริ่มสั่นแล้วด้วย ท่าเดินผมปกติมั้ยวะหรือว่ามันดูเกร็งเกินไปหน่อย

               “อร่อยปะ”

              

               “กูถามว่าอร่อยมากปะ ร้านคู่แข่งกูอะ”

               “...อ่า” ผมพูดไม่ออก เหลือบไปมองข้างหลังขอความช่วยเหลือ แต่ไอ้ฟิวส์กลับเอาแต่ทำหน้าแดงเดินมองเท้าตัวเอง ไอ้สัดเอ๊ย มึงจะมาทำเขินเหี้ยไรตอนนี้ “คือมึงรอกูเพื่อถามแค่นี้อะนะ”

               “มึงนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” หนาวขมวดคิ้ว แล้วหยุดเดินทำให้พวกเราทั้งหมดต้องหยุดไปด้วย กอดอกเงยหน้ามองผม ทำท่าทางโมโหแต่กลับน่ารักเชียว ตัวก็แค่นี้เอง “แต่ช่างเรื่องที่มึงไปแดกร้านนั้นก่อนก็ได้ มึง...มึงไม่พอใจไรกูก็บอกได้นะเว้ย”

               “เฮ้ยบ้า อะไร กูจะไปไม่พอใจอะไรมึงล่ะ”

               “ก็เห็นมึงทำตัวแปลกๆ มึงหลบหน้ากูอะ”

               “มึงคิดไปเองเปล่า”

               “สรุปพวกมึงทะเลาะอะไรกัน” ฟิวส์ว่าแทรกขึ้น ผมยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองทันที มึงจะพูดทำเชี่ยอะไรเนี่ย

               “ฮะ?” ไอ้หนาวทำหน้างง หันไปมองฟิวส์แล้วหันกลับมามองผม “ทะเลาะไร ตกลงนี่เราทะเลาะกันหรอ”

               “ก็เปล่า”

               “เอ้า ก็มึงบอกฟิวส์ว่าเราทะเลาะกัน”

               “ฟิวส์มันคิดไปเอง” ผมว่าไปอย่างหน้าไม่อาย คนถูกใส่ร้ายทำหน้าเหวอ อยากโวยวายใจจะขาดแต่โดนผมเหยียบเท้าเอาไว้ “อีกอย่างกูไม่ได้หลบหน้ามึงปะ กูบอกแล้วว่าคิดถึงฟิวส์ อยากไปอยู่กับฟิวส์บ้าง”

               “แต่มึงหลบหน้ากูจริงๆนะ” หนาวขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ย ปากยู่อย่างน่าเอ็นดู พยายามคุ่นคิด “จริง กูว่าจริง”

               “ไม่จริง” ผมเถียงหน้าด้านๆ “มึงชอบคิดไปเองหนาว”

               “หรอวะ” อีกฝ่ายลังเล หนาวมันค่อนข้างเป็นคนเชื่อคนง่ายแบบนี้อยู่แล้ว “จริงหรอวะ แต่มึงทำตัวแปลกๆอะ”

               “ยังไง”

               ไอ้หนาวยื่นมือมาใกล้ ผมเผลอเอียงตัวหลบทันทีโดยอัตโนมัติ

               ...ชิบหาย

               “เนี่ย เห็นปะ กูเป็นไวรัสหรอหรือยังไง”

               “กูฝึกมวยจีนอยู่ อะโช๊ะ!” หลังจากท่าหลบเมื่อกี้ ผมแบมือเอานิ้วติดกันข้างหนึ่ง อีกข้างกำหมัด เหยียดเท้าออกไปข้างหนึ่ง อีกข้างแค่งอขาเล็กน้อย “ไฮย๊ะ!

               “...” หนาวถึงกับพูดอะไรไม่ออก ทำหน้าเหวออยู่อย่างนั้น สักพักค่อยเข้าใจ “อ๋อ งั้น นี่แน่ะๆๆ”

               ไอ้หนาวทำท่าคล้ายๆกันแล้วพยายามโจมตีผมและแน่นอนว่าผมสามารถหลบการโจมตีเหล่านั้นได้ทั้งหมด

               “หูว สุดยอดเลย ทำไมหลบได้หมดเลยอะ” อีกฝ่ายเหนื่อยหอบเล็กน้อย ผมกลับมาตั้งท่าเดิมและเอามือสองข้างชนกันก่อนจะทำท่าเคารพ

               “มันต้องฝึกฝน”

               หนาวก้มหัวทำความเคารพคืน

               “สอนข้าบ้างเถิดท่าน”

               “มิได้ๆ ข้ายังมิมีฝีมือถึงขั้นที่จะสอนใครได้หรอก”

               “...พวกมึง” ฟิวส์ว่าขึ้นด้วยใบหน้าเจือปนไปด้วยความงุนงง เหมือนไม่เข้าใจว่ามาทำเชี่ยอะไรกันตรงนี้ ส่วนเหนือมองพวกผมยิ้มๆราวกับเอ็นดูเด็กกำลังเล่นกัน “โรงเรียนเข้าแล้วนะ”

               “...วิ่ง!

               พวกเราสี่คนพากันวิ่งอุตลุดเพื่อที่จะได้เข้าไปทันก่อนประตูรั้วปิด แต่ไม่ทันเลยรีบหลบออกมาก่อนเพราะไม่อยากนั้นจะถูกเห็นแล้วถูกจับไปเข้าแถวมาสาย ตอนแรกคุยกันว่าจะปีนรั้วเข้าไปดีไหมแต่คิดไปคิดมามันไม่จำเป็นต้องลำบากเลย น่าแปลกที่ระบบจับคนมาสายของโรงเรียนผมจะจบแค่ช่วงแปดโมงที่เพลงโรงเรียนดังจนถึงแปดโมงครึ่งที่เข้าแถวเสร็จ พอเริ่มเข้าคาบแรกเป็นต้นไปจะไม่โดนจับหรือหักคะแนนอะไรเลย เดินเข้าประตูหน้าได้สบายแบบงงๆ

               “งงเนาะ ทำไมคนมาช่วงแปดโมงถึงโดนหักคะแนน แต่พอแปดโมงครึ่งเข้าคาบแรกไม่โดนอะไรเลยซะงั้น” ไอ้หนาวว่าพร้อมปากเคี้ยวขนมตุ้ยๆ ตอนนี้เราสี่คนมานั่งแถวม้านั่งในร้านรับฝากรถ ตรงนี้ไม่มีใครเห็นแน่นอนนอกจากป้าเจ้าของร้านซึ่งป้าแกก็ไม่ได้ว่าอะไร มีเด็กนักเรียนหลายคนเหมือนที่มานั่งแถวนี้เพื่อรอจนกว่าจะเข้าแถวตอนเช้าเสร็จค่อยเข้าไปข้างใน

               “เออนั่นดิ” ผมว่าอย่างเห็นด้วย ยังคงทิ้งระยะห่างระหว่างไอ้หนาวอยู่แต่ไม่ไกลมากนักเพื่อความแนบเนียน เมื่อกี้ก็ต้องโชว์ทักษะรำมวยจีนอยู่ตั้งนานกว่ามันจะยอมเชื่อ “แล้วทำไมมึงถึงเดินเลยโรงเรียนไปอะ”

               “ได้กลิ่นคนทรยศ” มันหรี่ตาว่า

 ฟิวส์ตบเข่าฉาด

               “กูว่าแล้ว!

               “ฮะ ว่าอะไร”

               “ฟิวส์มันบอกว่าที่มึงเดินมาทางนี้เพราะได้กลิ่นคนทรยศ” ผมอธิบาย

               “อ๋อ หยอก กูได้ยินว่ามีร้านวาฟเฟิลเปิดใหม่ เลยชวนแดนมาซื้อกัน” หนาวว่า มันยื่นวาฟเฟิลให้ผมชิ้นหนึ่ง “อะ อร่อยดีนะ ชิมปะ”

               ...แบ่งวาฟเฟิลให้ด้วยอะ

               ผมรับมา “ขอบใจ”

               “อะฟิวส์” ไอ้หนาวหันไปแบ่งไอ้ฟิวส์ด้วย ผมที่คาบวาฟเฟิลอยู่คาปากรีบยื่นไปแย่งวาฟเฟิลชิ้นนั้นมาจากมือฟิวส์ทันที ทั้งหมดทำหน้างง “มึงทำไรเนี่ย”
               “มันอร่อยดีอะ” ผมตอบ “ขอนะฟิวส์”

               มึงไม่มีสิทธิ์ได้วาฟเฟิลของเดือนหนาว! ไอ้คนระยำเอ๊ย!

               “ก็เหี้ยแล้ว” คนถูกแย่งขนมโวยวาย พุ่งเข้ามาจะแย่งคืนแต่ผมหลบได้ทัน

               “คิดว่าแย่งได้ก็เข้ามา!” ผมว่าเสียงอู้อี้เพราะปากยังคาบวาฟเฟิลอยู่ ลุกขึ้นยืน สองมือกวาดไปมาทำท่ามวยจีนที่ทำเหมือนเมื่อกี้นี้ 

               “ไอ้เหี้ยเสือออ เอาขนมกูมาาา”

               สุดท้ายแล้ววาฟเฟิลสองชิ้นก็กลายเป็นของผมด้วยพลังแห่งวิชามวยจีนขั้นเซียน

               “มึงต้องฝึกอีกเยอะนะฟิวส์” ผมยักคิ้วว่าเกทับใส่ ปากเคี้ยววาฟเฟิลที่หนาวให้อย่างเอร็ดอร่อย หันไปมองเห็นไอ้หนาวหัวเราะชอบใจกับการเล่นของพวกผม เวลาหัวเราะหรือยิ้มกว้างดวงตาของมันจะกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทำเอาเผลอยิ้มตามพลันหัวใจเต้นแรงตึกตัก

               ผมรีบเก็บรอยยิ้มทันทีเมื่อรู้สึกตัว หวังว่าแค่จังหวะไม่กี่วินาทีนั้นจะไม่มีใครสังเกตเห็นนะ

               “เออ เสือ” ไอ้หนาวเอ่ยเรียก ผมชะงักไปเล็กน้อย

               “ว่า”

               “เป็นไง เหมาะปะ” มันกางแขนออกเชิงให้ดูเสื้อ

               “เออ เหมาะ ใช้ได้” ผมพยักหน้า

               น่ารักสัดๆ เหมาะมาก เยี่ยมมาก ดีมาก เสื้อตัวนี้เกิดมาเพื่อเธอจริงๆ ทำไมกูไม่เหมาคอลเลคชั่นนี้มาเลยวะตอนซื้ออะ ไอ้เสือไอ้ควายเอ๊ย ทำไมมึงซื้อมาแค่ตัวเดียวกันนะ มึงนี่มันโง่จริงๆ

               “เสื้อไอ้เสือหรอ” ไอ้ฟิวส์เสนอหน้าพูดออกมาอีกครั้ง

               “ใช่ เสือเอาให้กู” หนาวตอบ

               “เฮ้ย” ไอ้ตัวดีขมวดคิ้ว ทำหน้าราวกับไม่เชื่อ “จริงอะ”

               “จริง” หนาวย้ำ

               “ทำไมให้วะ เสือ มึงหวงเสื้อมึงมากเลยไม่ใช่หรอ” และแล้วไอ้ฟิวส์ก็พูดขึ้นจนได้ ผมเผลอเม้มปากโดยไม่รู้ตัว ใจอยากจะเข้าไปจับตัวมันมาเขย่าๆซะเดี๋ยวนี้

               แต่ก็จริงตามที่ฟิวส์พูด ผมค่อนข้างหวงของใช้บางอย่าง อย่างเช่นเสื้อผ้า รองเท้าหรือรถ และไม่ค่อยชอบใช้ของคนอื่นด้วยเพราะคิดว่าใช้ของตัวเองมันดีกับตัวเองที่สุด ตอนแรกที่เอาเสื้อให้หนาวนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลย แค่คิดว่ามันอยากได้ผมก็จะให้

               คิดไปคิดมาก็ เออว่ะ จริงด้วย ทำไมผมถึงตัดสินใจจะเอาของให้มันง่ายขนาดนั้น

               นี่ผมเริ่มชอบมันตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย

               “เอ้า จริงอะ” หนาวว่าอย่างแปลกใจ “แต่มึงเอามาให้กูเยอะมากเลยนะ เกือบครึ่งตู้แน่ะ”

               “ไม่นะ” ผมเอ่ยตอบแทบจะทันที “กูไม่ได้อะไรขนาดนั้น มึงมั่วแล้วฟิวส์ อีกอย่างเสื้อที่เอาให้คือกูสั่งมาเยอะเกินจนไม่มีโอกาสได้ใส่ ไม่ก็ใส่ไม่ได้เพราะมันตัวเล็ก”

               “...” หนาวพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ไอ้ฟิวส์ไม่ตอบอะไร แค่หรี่ตามองเล็กน้อยราวกับกำลังคิดสงสัยอะไรบางอย่างอยู่

               รู้ มันรู้แน่ๆ ไอ้ฟิวส์อยู่กับผมมานาน คบกันมาตั้งสิบเอ็ดปีแถมมันยังเป็นคนที่รู้จักผมดีด้วย ฟิวส์ค่อนข้างมีไหวพริบแตกต่างจากคนโง่อย่างไอ้มิก แน่นอน! มันรู้แน่นอน!

               คุยกันเล่นได้อีกไม่นานก็ถึงเวลาเข้าเรียนคาบแรก พวกเราพากันเดินเข้าโรงเรียนได้ ผ่านหน้าประตูได้ฉลุย เดินแยกกับแฝดไปคนละตึก ทันทีที่คลาดสายตากันฟิวส์ก็ดึงแขนผมให้เดินไปหลบอยู่มุมบันไดของตึก ดูจากสถานการณ์แล้วมันต้องเป็นอย่างที่ผมคิดชัวร์ ผมกำลังจะถูกไอ้ฟิวส์จับได้ ผมกำลังจะถูกเปิดโปง

               ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเตรียมพร้อมรับสารภาพ ผมตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วผมจะบอกมิกกับฟิวส์เพราะเรื่องแบบนี้ผมคงไม่สามารถเอาตัวรอดไปไหนด้วยตัวเอง ควรปรึกษาปรมาจารย์ด้านความรักอย่างสองคนนี้ดีกว่า อีกอย่างผมไม่สามารถเก็บงำความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในตอนนี้ได้แล้ว ผมต้องระบายออกไปบ้าง!

               เอาว่ะ พร้อมก็พร้อม!

               กูพร้อมตอบคำถามมึงแล้วล่ะฟิวส์!

               “อะไรวะ” ผมตัดสินใจถามออกไป รอฟังคำพูดของมันอย่างใจจดจ่อใจ

               “เสือ” ฟิวส์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกแขนสองข้างมาจับไหล่ผมเอาไว้ “มีอะไรจะบอกกูไหม”

               “...กู”

               ทำไมให้กูบอกเองล่ะ มึงควรถาม มึงต้องเป็นคนถามสิ!

               “มึงทำไม มึงทำไม” อีกฝ่ายออกแรงเขย่าตัวผมเบาๆ

               “กู...เอ่อ ไม่ ไม่สิ มึงพูดมาเลยดีกว่าว่ามึงกำลังสงสัยอะไร” ผมว่าอย่างลังเล ออกจะติดตะกุกตะกักเล็กน้อย “กูจะตอบมึงเอง”

               “หนาวมันทำร้ายมึงใช่ไหม?”

               คำถามของไอ้ฟิวส์เล่นเอาผมเหวอไป

               อะไรนะ...?

               “ฮะ?”

               “สรุปมันเป็นคนไม่ดีจริงๆหรอ คือที่พวกเราพูดเล่นกันทั้งหมดมันคือเรื่องจริงใช่ไหม!” คนตรงหน้าว่าด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหมือนไม่ได้กำลังล้อเล่น นั่นยิ่งทำให้ผมทำหน้าเหวอกว่าเดิม

               “ยังไงนะ?”

               “ก็มันใส่เสื้อมึงอะ มันเป็นไปได้ยังไง” ฟิวส์ขมวดคิ้วว่า “มึงหวงของจะตายไอ้เสือ มันขู่มึงใช่ไหม!

               “...”

               ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก ก่อนหน้านี้ไม่ถึงสิบห้านาทีผมยังคิดว่าฟิวส์เป็นคนที่ช่างสังเกตและมีไหวพริบ แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้วล่ะ

               ผมยกมือสองข้างปัดมือมันออก ถอนหายใจใส่ไปเฮือกใหญ่

               “มันไม่ได้ขู่อะไรกูเลย กูแค่อยากให้”

               “นั่นเป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์” อีกฝ่ายส่ายหน้ารัวๆ “มึงมันคนขี้งกแค่ไหนพวกกูรู้ดี ยังคิดอยู่เลยว่าถ้ามึงตาย ของมึงต้องเผาเท่านั้นถ้าแอบเอาไปขายโดนมึงสาปแช่งแน่นอน”

               “กูไม่ได้ขนาดนั้น” ผมเลิกคิ้ว

               “ขนาดนั้นนั่นแหละ”

               “เฮ้อ” ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ทำใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถาม “มึงเก็บความลับได้สินะ”

               “ความลับ?” ฟิวส์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง “ความลับเลยหรอวะ”

               “ไม่ๆ ก็ เออ ความลับแหละแต่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย กูเชื่อว่ามึงคงไม่เอาไปบอกใคร”

               “ความลับแต่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย? ไอ้หนาวทำร้ายมึงเนี่ยนะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย?”

               “ไม่ฟิวส์ ไม่ได้มีการทำร้ายอะไรทั้งนั้น” ผมยังคงย้ำคำเดิม “เอาเป็นว่าวันเสาร์ กูจะไปหามึงที่ห้อง บอกมิกด้วย เราสามคนจะคุยเรื่องความลับของกูกัน”

               “ที่โรงเรียนไม่ได้หรอ?”

               “ไม่ได้ อาจจะมีคนมาได้ยิน”

               “...เชี่ย” คนตรงหน้ายกมือขึ้นเกาหัวแกร่กๆ “อะๆ ก็ได้ๆ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแน่นะ?”

               “เออ”

               “ไม่มีการทำร้าย? ไม่มีอะไรไม่ดีเลยใช่ไหม?”

               “เออ” ผมพยักหน้ายืนยัน

“เฮ้อ ไอ้กูก็อุตส่าห์เป็นห่วง กลัวว่าถ้าไอ้หนาวเป็นคนไม่ดีขึ้นมาจริงๆ เหนือที่เป็นคนดีคงลำบากแย่”

               “สรุปไม่ได้ห่วงกู ห่วงเหนือ”

               “มึงมีไรให้ห่วง ถึกชิบหาย ไม่ตายง่ายๆหรอก” ฟิวส์แตะบ่า “ปะ ขึ้นห้องกัน”

               มีไรให้ห่วง...

               ก็แน่ล่ะ ในสายตาของคนอื่นผมเข้มแข็งจะตายไปนี่นา ไม่ได้โทษที่เพื่อนคนอื่นไม่รู้หรอกนะ เป็นผมเองที่เลือกจะปิดบัง

               ในขณะที่กำลังเดินขึ้นบันไดนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่น หยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นหนาวส่งแชตมา

 

               Dn. : ถึงห้องยัง?

Tg. : ยัง กำลังขึ้นบันได

: มีไร

               Dn. : เปล่า

               : วันนี้กลับบ้านไหม

 

               ผมยังไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไปเพราะกำลังคิดอยู่ คิดว่ายังอยู่ใกล้มันไม่ไหวหรอกแต่คำถามที่ว่ากลับบ้านไหมนี่มันทำให้ใจสั่นชะมัด

 

               Dn : ไว้คิดได้ก็บอกกูละกัน

               : โทรหาก็รับสายด้วย

               : เมื่อวานกูโทรเป็นสิบสาย เสือกไม่รับ

               : เป็นห่วงชิบหาย ไอ้ควาย

               : นึกว่าไปร้องไห้อยู่ที่อื่นไม่ยอมกลับบ้านอีกละ

 

เมื่อได้เห็นข้อความนั้น ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว พลันคิดว่ามีแค่เดือนหนาวคนเดียวที่รู้จักมุมอ่อนแอของผมก็พอแล้ว

 




Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.771K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,360 ความคิดเห็น

  1. #11339 NuMuE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 00:38
    น่ารักกกกก
    #11,339
    0
  2. #10557 Promise69 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 22:13
    ช่วงต้นที่กวนฟิวส์ทำไมนึกถึงคลิปหมาป่าของพี่เอกที่กวนพี่เบส โคตรใช่ อารมณ์ได้5555555
    #10,557
    2
    • #10557-1 Mindchth_Y(จากตอนที่ 14)
      30 เมษายน 2564 / 23:41
      ใช่ค่ะ คิดเหมืนกันเลย555

      ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากๆเลยค่ะะะ XD
      #10557-1
    • #10557-2 WangEn_Tuan(จากตอนที่ 14)
      4 พฤษภาคม 2564 / 11:53
      นี่ก็คิดเหมือนกันค่ะ ภาพในหัวลอยมาเลย5555555
      #10557-2
  3. #10249 K.white wine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 23:24
    โอ๊ยยยยยยย น่ารักกกกกกกกกกก
    #10,249
    0
  4. #9776 มินชูก้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 13:22
    ความคลั่งรักมันเป็นกรรมพันธุ์หรอคะ555555555
    #9,776
    0
  5. #9441 it's me (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 21:01
    เบื่อคนคลั่งรักหว้าาาาา ฟิวส์นี่ก็ซื่อเกิ๊นนนน ฮ่าๆๆๆๆ
    #9,441
    0
  6. #9418 Khanthasene (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 18:15
    คลั่งรักยันมหาลัย โอ้ยๆๆๆๆ ทรมาณจังน้าาา
    #9,418
    0
  7. #8243 rnhaha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 15:55

    เป็นคลั่งรักหนักเลยทีนี้555555555555555555555555555

    #8,243
    0
  8. #8208 xxnce11 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 20:48
    น้อยนนนนนนนร
    #8,208
    0
  9. #7969 bunnyt248 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:59
    ดีๆนะเสือ
    #7,969
    0
  10. #7808 mrarmy2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:59

    เดือนหนาวน่ารักๆๆ
    #7,808
    0
  11. #7391 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 00:22
    เดือนหนาวน่ารัก
    #7,391
    0
  12. #6920 ornorn_ssnw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 15:45
    ทำไมเสือคลั่งรักได้น่าเอ็นดูจังวะ อยากมีผัว;-;
    #6,920
    0
  13. #6895 258011 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 07:37
    เป็นคนที่คลั่งรักเเล้วโครตน่ารักอ่ะ ถ้าเป็นเเฟนกันจะขนาดไหนเนี่ย
    #6,895
    0
  14. #6884 crzoldyck7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 13:12
    ลูกชายชั้นคลั่งรักหนักมาก
    #6,884
    0
  15. #6612 mukkkaaamook (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 22:30
    อยากเกิดเป็นตัวละครของไรท์อยากได้รับความรักบืาง
    #6,612
    0
  16. #6391 netnapannl2003 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 17:27
    พี่สิงห์คลั่งรักยังไง น้อง-็ไม่ต่างกันเลย เผลอๆหนักกว่าด้วย โว้ยย ไอพี่น้องคู่นี้มันยังไงกันห้ะ5555555555555
    #6,391
    0
  17. #6377 loocbomb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 12:20

    งู้ยยย ใจมันคันยุบยิบ

    #6,377
    0
  18. #6368 nongnuch_mint (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 01:36
    น่ารักกกกกกก
    #6,368
    0
  19. #6298 YelleBell (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 13:14
    ทาสรักสิ่นะ น้องหนาวเค้าดีไปหมดเลยจย้าาาาา
    #6,298
    0
  20. #6289 Jinjoo.K (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 23:37
    หน่วในสายตาเกอร์ = น่ารักแบบอินฟินิตี้
    #6,289
    0
  21. #6268 TmwMixer (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 08:27
    หนาวน่ารักจังล่ะ โอ้ยย
    #6,268
    0
  22. #6262 ddmm417 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 22:15
    จีบหนาวแทนแล้วนะ
    #6,262
    0
  23. #6186 BaiTong23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 18:00
    คนคลั่งรัก
    #6,186
    0
  24. #6159 Summer penguin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 23:25
    อิพี่เสือทำไมมันน่ารักแบบนี้้้้้้้้
    #6,159
    0
  25. #5992 Nyoong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 23:10
    คลั่งรักสุดดดด หนาวทำอะไรก็น่ารักไปหมดเลยจ้า
    #5,992
    0