#ช่วงนี้เดือนหนาว

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : ยากแท้เกินหยั่งถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,551 ครั้ง
    21 ต.ค. 63




Chapter 12 : ยากแท้เกินหยั่งถึง

 

 

♞♞♞

 

 

 

               ในระหว่างทางขากลับจากร้านขายอุปกรณ์ไปยังบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบมีเสียงมอเตอร์ไซค์กลุ่มหนึ่งดังมาจากด้านหลัง พวกผมหันไปดูพบว่าเป็นแก๊งที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจกำลังตรงมาทางนี้ ลางสังหรณ์ในใจบอกว่ากำลังจะเกิดอันตรายและมันก็เป็นอย่างที่คาด พวกนั้นมาจอดและล้อมผมกับไอ้หนาวเอาไว้ ดูจากสายตาคร่าวๆแล้วน่าจะประมาณสิบคนได้

               “อะ...อะไร” คนข้างๆผมเอ่ยถามขึ้น

               “มึงคือเดือนหนาวใช่ไหม” คนที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวหัวหน้าถามกลับมา

               “ใช่ ทำไม”

               “มีอะไร” ผมถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่พอใจมากกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าพวกมันตั้งใจมาหาเรื่องไอ้หนาว ตอนแรกคิดว่าอาจจะมีโอกาสที่พวกมันเข้าใจผิดเพราะหนาวมันไม่เคยไปทำอะไรให้ใคร แต่มาถามชื่อขนาดนี้แล้วคงไม่ผิดแล้วแน่

               ผมก้าวเท้าขยับไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อเอาตัวบังหนาวเอาไว้ กวาดมือรวบมันเข้ามาให้อยู่ใกล้ ไล่สายตามองดูพวกมันเพื่อประเมินสถานการณ์

               “รู้จักมะนาวมั้ย?”

               ...ฮะ?”

               คนข้างหลังมีท่าทางงุนงง ผมเองก็เหมือนกัน

               “กูถามว่ามึงรู้จักมะนาว แฟนกูรึเปล่า”

               “มะนาว อ่า ใช้มะนาวที่อยู่โรงเรียน xxx รึเปล่า” ไอ้หนาวว่า ผมหันขวับกลับไปมองทันที ไม่คิดว่ามันจะรู้จักคนที่ไอ้นั่นพูดถึงด้วย แต่ต้องอึ้งมากกว่าเดิมกับประโยคต่อไปที่ได้ยิน

               “แสดงว่ารู้จักจริงๆสินะ มึงมายุ่งอะไรกับแฟนกู!

               ...ยุ่ง? แฟน?

               สายตาของผมยังคงค้างอยู่ที่เดิม ภาวนาในใจว่าจะเป็นแค่การเข้าใจผิด

               “ฮะ อะไรนะ เดี๋ยว มะนาวทักกูมาก่อนนะ”

               เขาทักมาก่อน? แต่มึงก็ยังไปยุ่งหรอ...

               เดี๋ยว...แล้วไหนมึงเคยบอกว่าไม่มีแฟน ไหนเคยบอกว่าจะยังไม่ชอบใครไง แล้วคนๆนั้นคือใครทำไมต้องไปยุ่งด้วย มึงชอบเขาหรอ แล้วทำไมต้องโกหก ทำไมต้องปิดบัง หรือว่าสำหรับมึงแล้วกูมันไม่สำคัญเลย

ทำไมล่ะ ทั้งๆที่สำหรับกูแล้วมึงสำคัญมากเลยนะ...

               ผมเงยหน้าขึ้นมองเดือนหนาวที่กำลังจูงมือพาผมวิ่ง ขาของผมก้าวตามไปอย่างง่ายดาย ตอนนี้สมองมันขาวโพลนไปหมด

               สรุปแล้วชอบเขาจริงๆใช่ไหม คนนั้นมันเป็นใครทำไมถึงไปชอบเขา เขาดีมากเลยอย่างนั้นหรอ เขาน่ารักมากเลยใช่ไหม เขาพามึงไปซื้อของกินที่ตลาดโต้รุ่ง สอนมึงเล่นเกมเหมือนกูหรอ เขาเคยพามึงขี่รถเล่น ช่วยมึงซ้อมบอล ได้เห็นมุมน่ารักๆของมึงเหมือนกูรึเปล่า เขาอยู่ใกล้ใจมึงมากกว่ากูอีกหรอ

ทำไมล่ะ ละ...แล้วเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน รู้จักกันนานแล้วรึยัง เป็นคนดีและรักมึงมากเลยใช่ไหม

               “มะนาว...”

               “มึงรู้จักหรอ? เขาก็ทักมึงไปหรอ อย่าบอกนะว่ามึงคุยกับเขาแล้วก็ชอบเขา พอรู้ว่าเขามีแฟนก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกใช่ไหม!” น้ำเสียงของคนที่เพิ่งพาผมมาหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งฟังดูลนลานมากขึ้น

               ...

               “เสือ! เชี่ยมึงตั้งสติหน่อย!

               “มึงชอบเขาหรอ?” ผมถามกลับพร้อมน้ำที่เริ่มรื้นอยู่รอบขอบตา มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเพราะกลัวคำตอบ รู้สึกเหมือนว่าหัวใจกำลังถูกบีบรัดอย่างรุนแรง

               “ฮะ? กูเปล่า กูไม่ได้ชอบเลยสาบานได้ กูยังงงเลยว่าทำไมเขาต้องทักกูมา แต่กูก็ไม่ค่อยได้ตอบหรอก เขาอาจจะทักไปเรื่อยก็ได้ เสือ มึงใจเย็นนะ มึงไม่ควรไปยุ่งกับคนที่มีแฟนแล้ว”

               ไม่ควรไปยุ่งกับคนมีแฟน...

                “มึงมีแฟนแล้วใช่ไหม”

               แต่ว่านะหนาว...ถึงมึงจะมีใครแล้วก็อย่าผลักไสกูออกไปเลยได้มั้ยวะ

ถ้าไม่มีมึงแล้วกูจะอยู่ยังไง ทำไมต้องใจร้ายกับกูแบบนี้ด้วย

“ไม่มี อะไรเนี่ย มึงสับสนอะไรรึเปล่า” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมา แต่ความหวังก็ต้องพังลงอีกครั้งเมื่อคิดขึ้นได้ว่าถึงจะไม่ใช่แฟนแต่ก็เป็นคนคุยอยู่ดี

               “แต่มึงคุยกับเขา”

               “กูบอกว่ากูไม่ได้คุย เขาทักมาแต่กูแทบไม่ได้ตอบเลย กูแทบจะบล็อกเขาแล้วด้วยซ้ำ มึงชอบขนาดนั้นเลยหรอวะ”

               ...ชอบ?”

               “เออ ชอบขนาดนั้นเลยหรอ?”

               ผมอึ้งไปด้วยคำถามของมัน เงียบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี

               ชอบขนาดนั้นเลยหรอ...?

               กูชอบที่มึงเป็นแบบนี้ เป็นคนตรงไปตรงมาและจริงใจ เป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง เพราะชอบเวลาที่อยู่ด้วยกันก็เลยอยากอยู่ด้วยตลอด ชอบเวลามึงยิ้มกว้าง หัวเราะเสียงดัง ชอบวิธีที่มึงมองโลกใบนี้ เป็นคนที่อ่อนโยนและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน มึงเป็นคนที่เชื่อใจกูโดยไม่เคยถามหาเหตุผล เป็นคนที่คอยกอดปลอบเวลาเสียใจ เป็นคนที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่ด้วยต่อไป

               อยากเป็นคนสำคัญ อยากเป็นคนแรกที่มึงคิดถึงและไม่อยากแบ่งมึงให้ใคร

               ถ้ามันคือความชอบ ก็คงชอบมากๆเลย

               “หนาว...” ผมร้องไห้เพราะความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมาจนทนเก็บเอาไว้ไม่ไหว

               “เชี่ย! เสือ มึงร้องไห้ทำไม!

               ชอบ ฮึก”

               ...

               ชอบจริงๆ

...เหี้ย มึงชอบเขาขนาดนั้นเลยหรอ ตะ...แต่เขามีแฟนแล้วนะ อีกอย่างเขาดูไม่ได้จริงจังกับใครเลย มีแฟนแล้วยังไล่ทักคนอื่นอยู่อีก ทักกู ทักมึง ขนาดเขากับพวกเราอยู่ต่างโรงเรียนกันอะ”

               “ฮึก...

ผมยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น ในใจคิดไปว่าหนาวมันกำลังพูดเรื่องอะไรของมันกันวะเนี่ย
               “เสือ ใจเย็นก่อน ไม่เป็นไรเว้ย ถึงกูจะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่กูเชื่อว่ามึงจะเจอคนดีๆในอนาคตนะ เจอความรักดีๆ เจอคนที่รักมึงคนเดียว เชื่อกูสิ”

               “แต่กูคงรักได้แค่คนเดียว...

               คนดีๆในอนาคตอะไรกันวะ ไม่เอาทั้งนั้นแหละ

               “เสือ ไม่เอาดิ มึงอย่าจมปลัก โอเค ตอนนี้มึงยังอาจมูฟออนตอนนี้ไม่ได้ แต่อย่าปิดโอกาสตัวเองสิ มึงคู่ควรกับความรักดีๆนะ ทำไงดีวะเนี่ย ไอ้เหี้ยเอ๊ย” ท่าทางของคนตรงหน้ากระวนกระวายเป็นอย่างมาก จนผมแอบนึกดีใจที่มันเป็นห่วง

               ...

               “งั้นเราแย่งเลยมั้ยไหนๆเราก็เหี้ยแล้ว พรุ่งนี้กูจะรวมแก๊งสนิมย้อยไปตีแก๊งมันให้แตกพ่ายเพื่อแย่งแฟนหัวหน้าแก๊งมา! โอเคมั้ยเสือ!

               ผมส่ายหน้า ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร

               “ไม่โอเคหรอ? งั้นมึงอยากให้กูทำอะไรว่ามาเลย!

               “ขอได้หรอ” ผมถามเสียงแผ่ว

               “ได้!

               “มึงเลิกยุ่งกับเขาได้ไหม” ผมพูดออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่แน่ใจว่ามันจะดูเป็นการขอมากเกินไปรึเปล่า

               “ได้!” ผมแปลกใจที่หนาวตอบตกลงโดยไม่คิด หยิบมือถือออกมากดเข้าเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนหนึ่งแล้วกดบล็อกให้ผมดู “โอเคมั้ย เลิกคุยแล้ว ไม่ยุ่ง ไม่มีอะไรต่อกันอีก จบ”

               “โอเค” ผมพยักหน้าเริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อเห็นว่าหนาวจะไม่ไปยุ่งกับเขาอีกแล้ว “ไม่ได้ชอบแล้วใช่ไหม”

               “ไม่ใช่ไม่ได้ชอบแล้ว คือกูไม่เคยชอบเขาเลย” มันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สาบานได้”

               “สัญญาดีกว่า”

               “อะ สัญญา” อีกฝ่ายยื่นนิ้วก้อยมา ผมจึงยื่นไปเกี่ยวก้อยกัน “ว่าแต่สัญญาอะไรนะ”

               “สัญญาว่าจะไม่โกหก” ผมตอบ

               “อะ ได้ สัญญา” สองนิ้วที่เกี่ยวกันอยู่เขย่าเบาๆแล้วค่อยปล่อยมือ ผมคลายยิ้มออกมาได้บ้างแล้วเมื่อหนาวยอมสัญญาและผมเชื่อว่ามันจะไม่ผิดสัญญาอย่างแน่นอน “แล้วที่เขามีแฟนแล้วมึงก็ไม่ติดใจอะไรเลยหรอ”

               “หือ มีแฟนอะไร” ผมถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

               “อ้าว ก็มะนาวไง”

               “มะนาวไหน”

               ...ฮะ?”

               “กูว่าเรารีบกลับบ้านดีกว่า”

               ผมกลับมายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีแล้วจับมือหนาวพาเดินกลับบ้าน ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น คนที่ถูกจูงมือทำท่าทางงุนงงอย่างมากแต่ไม่ได้ถามอะไร สักพักหนาวก็ดึงมือตัวเองออกทำให้ผมเผลอเบะปากอย่างไม่พอใจ แต่ถ้าจะให้ยื่นไปจับอีกรอบคงไม่ได้ก็เลยทำได้แค่เก็บความน้อยใจเอาไว้จนกลับถึงบ้าน

               เหอะ ต้องเป็นคนนั้นใช่ปะมึงถึงจะยอมให้จับมืออะ มันทำไม! มือกูมันไม่นุ่มรึไง!

               “นานจัง” เหนือที่ตอนแรกนั่งดูละครกับป้าแมวอยู่เห็นพวกเราจึงเข้ามาช่วยถือถุงใส่อุปกรณ์

               “ร้านข้างหน้าซอยมันปิดอะ เลยต้องเดินลึกเข้าไปร้านข้างใน” หนาวอธิบายโดยไม่ได้เล่าว่าพวกเราไปเจออะไรมา จะว่าไปแล้วผมก็ควรจะรีบจัดการไอ้พวกนั้นให้เรียบร้อยนะ ตอนนี้ดีที่หนีมาได้ก่อน แต่พวกมันอาจจะกลับมาทำร้ายไอ้หนาวอีกก็ได้ “ทำงานเลยปะ”

               “ทำเลย เดี๋ยวจะดึก”

               “งานไรอะ” ผมถาม ตั้งแต่ไปส่งซื้อของยังไม่รู้เลยว่างานอะไร

               “วิชาสังคมอะ ห้องมึงมีปะ”

               “ไม่นะ” ผมส่ายหน้า “หรืออาจจะมีแต่กูไม่รู้”

               “เรียนกับครูไรอะ”

               “ครูนพ”

               “คนเดียวกันนี่ งั้นรีบถาม เผื่อเพื่อนทำกันหมดแล้วแต่มึงยังไม่มีกลุ่ม”

               “อ่า อืม” ผมพยักหน้า

               เป็นห่วงกลัวว่ากูจะไม่มีกลุ่มทำรายงานสินะ หนาวมึงนี่มันเป็นคนดีจริงๆ

               ผมอาสาช่วยหนาวกับเหนือทำบอร์ดนำเสนองานโดยช่วยตัดกระดาษและแปะกาว ตกดึกงานก็เสร็จเราเลยแยกย้ายกันไปนอน

               “หนาว ฝันดี”

               “อ่าฮะ ฝันดี” มันบอกตอบกลับ รอให้ทั้งสองคนเดินพ้นบันไดขึ้นไปก่อนค่อยลอบยิ้มหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ข้างล่างคนเดียว ได้คำอวยพรให้ฝันดีแบบนี้ผมคงจะฝันดีสักสอง-สามรอบ ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทั้งที่ยังไม่สามารถหุบยิ้มได้

               ถามตัวเองอยู่หลายรอบว่าชอบเข้าจริงๆแล้วใช่ไหม แต่คำตอบที่ได้กลับมาทุกครั้งก็คือ ใช่ถ้าความรู้สึกทั้งหมดที่มีในตอนนี้ไม่ใช่ชอบแล้วมันจะเป็นอะไรไปได้กันล่ะ

               อ่า เข้าใจแล้ว ที่ช่วงหลังๆมาผมโดนไอ้หนาวตามหลอกหลอนอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ทำอะไรอยู่ก็ตามมักจะมีหน้าโง่ๆของมันลอยไปลอยมาเต็มไปหมด ตื่นเช้ามาก็คิดถึง กลางวันแทบไม่เป็นอันเรียน คอยส่องหาที่โรงอาหาร รอเวลาได้เจอตอนเย็นที่ชมรม เล่นบอลก็เอาแต่มองหา กินข้าวก็ไอ้หนาว นั่งขี้ก็ไอ้หนาว จะนอนก็ไอ้หนาว ก็คิดอยู่ว่ามันจะอะไรกับผมนัก

               อ๋อ กลายเป็นว่าความจริงแล้วผมชอบมัน เออ เจ๋งว่ะ การตกหลุมรักมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ก็ว่าทำไมไอ้ฟิวส์ไอ้มิกแม่งปัญญาอ่อนนักเวลามีความรัก ตัวผมตอนนี้ก็คงดูปัญญาอ่อนไม่ต่างกับพวกนั้น แต่เข้าใจแล้วว่าทำไม มันห้ามตัวเองไม่ได้เว้ย ผมเอาแต่นอนยิ้มอย่างกับคนบ้า เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย

 

               ....

              

“เสือ”

“...”

“ไอ้เสือ!

“เชี่ย!” ผมสะดุ้งตัวโยน หันไปเห็นไอ้หนาวยืนอยู่ข้างหลังทำสีหน้าเบื่อหน่าย ผมก้าวถอยหลังเพื่อถอยห่างจากมันทันที “ไอ้เหี้ยอย่ามาใกล้กู!

“อะไรวะ กูไม่ได้เป็นผีนะ”

“ออกไปนะไอ้ผีร้าย!

“เป็น-วยไรไอ้สัด” หนาวด่าอย่างหมดอารมณ์

ผมตื่นแต่เช้าเพื่อมาเตรียมร้านอย่างเช่นทุกวัน แค่วันนี้มันมีอะไรเปลี่ยนไปเพราะเมื่อวานผมได้ยอมรับกับตัวเองว่าผมชอบไอ้หนาว อย่างหนึ่งที่ไทเกอร์อายุสิบหกปีและได้ตกหลุมรักเป็นครั้งแรกได้เรียนรู้ก็คือ...ไอ้หนาวอันตรายมาก! พอตื่นมาก็คิดถึงมันเป็นคนแรก นั่นอาจไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่เพราะมันเป็นมาหลายวันแล้ว

แต่มันต่างออกไปตรงที่หัวใจผมเต้นแรงมาก แรงแบบแรงสัดๆ แรงแบบอีกนิดหัวใจวายแน่ๆ แค่แม่งเข้ามาใกล้นิดหน่อยตัวผมก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว

“มึงเอาแต่เหม่อ ไม่สบายปะวะ” อีกฝ่ายขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นมาทาบหน้าผากผม...และแน่นอนว่าผมหลบทัน! แต่พลาดเอาหัวไปโขกกับตู้แทน

“โอ๊ย! หนาว! มึงนะมึง!

“เอ่อ...คือ กูจะรับมือกับคนโง่อย่างมึงได้ยังไงเนี่ย” หนาวถอนหายใจออกมาจากจนจมูกบาน “หลบมือกูจนหัวโขก ควายชิบหาย แล้วจะหลบทำซากอะไร”

“หึ” ผมส่งเสียงหึในลำคอ สะบัดหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกมาทำเป็นไม่สนใจคนที่ยืนทำหน้างงอยู่ รีบเข้าไปช่วยเตรียมร้านต่อ ไม่ได้การ ไอ้หนาวแม่งอันตรายเกินไป เกอร์มึงจะเสียสูญจนโดนจับได้ไม่ได้! ตอนนี้อาจจะยังไม่สามารถต้านทาน เราทำได้แค่หลีกเลี่ยงเท่านั้น!

               เวลาเจ็ดโมงครึ่งในขณะที่กำลังจะเตรียมตัวไปโรงเรียนกลับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมพัดแรงราวกับมีพายุเข้า พวกเราสามคนสวมเสื้อกันฝนแล้วลุยฝ่าเพื่อไปเข้าเรียน ร่มเอาไม่อยู่เพราะลมแรงมาก ระหว่างทางที่กำลังไปโรงเรียนอยู่นั้นผมก็เอาแต่กังวลกลัวว่าไอ้หนาวมันจะไม่สบาย แต่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป มาถึงโรงเรียนก็แยกย้ายไปคนละตึกเพื่อเข้าแถวหน้าห้องเรียนคาบแรก

               ผมมองไอ้หนาวที่วิ่งไปอีกทางด้วยความว้าวุ่นใจ หรือผมควรแอบตามไปส่งดีปะวะ

               “เสือ มึงไม่ขึ้นห้องหรอ” หนึ่งในเพื่อนห้องเดียวกันเอ่ยทัก มันเองก็กำลังมาถึงใต้ตึกพอดี ผมลอบดุนแก้มอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อยแล้วจำใจเดินขึ้นห้อง

               “เออ”

                เมื่อเดินมาถึงห้องก็พบว่ามิกกับฟิวส์มาถึงก่อนแล้ว ผมวางเสื้อกันฝนไว้ที่รั้วระเบียงข้างนอกข้างๆเสื้อกันฝนตัวอื่นของเพื่อนในห้อง เดินเข้ามานั่งที่เดิม

               “ไอ้เหี้ยเอ๊ย พายุเข้าเฉย” ผมอดที่จะบ่นไม่ได้

               “นั่นดิ แต่มันก็ครึ้มๆตั้งแต่เช้ามืดละนะ” มิกบอกในขณะที่นั่งเอาคางเกยอยู่บนโต๊ะ “แล้วแม่งอย่างหนาว”

               “หนาว” ผมพูดทวนคำของไอ้มิกโดยไม่รู้ตัว

               “เออ หนาวจริงๆ”

               “ใช่ หนาวจริงๆ”

               “เป็นเหี้ยอะไรของมึงวะเสือ พูดตามกูทำไม”

               “อะไร ทำไม คำว่าหนาวนี่มีแค่มึงที่พูดได้หรอ” ผมว่ากลับ มิกทำหน้างงทันที

               “ก็เปล่า กวนตีนแต่เช้าเลยนะ” ไอ้มิกทำปากยู่อย่างเซ็งๆ “ทำไมฝนตกวะ มันเข้าหน้าฝนแล้วหรอ”

               “เข้าแล้วดิ” ฟิวส์ตอบทั้งที่ยังจดจ่อสายตาอยู่ที่หน้าจอมือถือของตัวเอง “ช่วงนี้หน้าฝนแล้ว”

               “ช่วงนี้เดือนหนาว” ผมว่าขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

               “ไม่ ช่วงนี้หน้าฝน”

               “ช่วงนี้เดือนหนาว!” ผมยังคงเถียงไอ้ฟิวส์ คนถูกเถียงหันมาขมวดคิ้วมุ่น

               “-วยไร”

               “เอ้า ทำไมอะ ก็มันเดือนหนาวแล้ว”

               “ไม่ นี่มันหน้าฝน!” ฟิวส์วางมือลงอย่างหมดอารมณ์ “มึงจะเอาอะไร”

               “จะเอาเดือนหนาว!

               “กูก็บอกว่านี่มันหน้าฝน!

               “ไม่เอา”

               “รอหน่อยสิวะ! เดี๋ยวก็หน้าหนาวแล้ว”

               “จะเอาตอนนี้ แล้วมึงจะทำไมอะ”

               “เอ๊ะ ไอ้ห่านี่ เอาแต่ใจยันเรื่องแบบนี้ด้วยหรอวะ”

               “ทำไม แล้วมึงจะทำไมฮะฟิวส์”

               “จะต่อยกันอีกละ” มิกถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเต็มทน “น่าเบื่อเกินไปอะเนาะถ้าอยู่เฉยๆอะ เหมือนผัวเมียที่อยู่กินกันมาสิบปี ทำไมไม่ได้กันซะเลยล่ะพวกมึงอะ”

               “ไม่มีทาง” ผมส่ายหน้าอย่างแรง “หึ มึงมันไม่ได้สักครึ่งของเศษเสี้ยวความน่ารัก” พูดเสียงเบากับตัวเอง

               “พูดไรนะ”

               “เสือกจริง”

               “เอ้า”

               ผมเลิกสนใจพวกปัญญาอ่อนแล้วหันไปปรายสายตามองนอกหน้าต่างบานกระจกที่มีหยดฝนสาดเข้ามา ม่านฝนข้างนอกหนาจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย สักพักอาจารย์ประจำวิชาแรกก็เดินเข้ามาทำให้เสียงคุยกันเงียบลง

               ผมมองครูที่ยืนพูดอยู่หน้าห้อง ถึงตาจะมองแต่หูกลับไม่ได้ฟังเลย ความคิดเหม่อลอยไปหาคนที่กำลังเรียนอยู่อีกตึกหนึ่งและสักพักก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

               “เสือ มึงจะยิ้มเหี้ยไรหนักหนา” ฟิวส์ที่นั่งข้างๆอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม แอบเห็นมันลอบมองผมด้วยแววตาประหลาดอยู่หลายครั้งแล้ว “อยู่ดีๆเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหัวเราะ เป็นอะไรของมึงเนี่ย ครูเขาสอนสนุกมากเลยหรอ”

               “ฟิวส์”

               “อะไร”

               “ฟิวส์เพื่อนรัก”

               “เป็นเหี้ยอะไร”

               “อยากกินนมปั่นเปล่า” ผมถามอย่างอารมณ์ดี “กูเลี้ยงเอง”

               “อากาศหนาวขนาดนี้เสือกจะเลี้ยงนมปั่นกู วันอื่นนะไม่เลี้ยง”

               “มิกกี้เพื่อนรัก” ผมหันไปเรียกมิกกี้เพื่อนรัก “วันนี้อยากกินไอติมเปล่า”

               “ฮะ?”

               “ไอติม เอาสักสามอันเป็นไง”

               “ไม่อะ หนาวจะตาย”

               “เห็นปกติกินทุกวันนี่ กูเลี้ยงเอง” ผมยื่นมือไปวางบนบ่าไอ้มิกเบาๆ นั่นยิ่งทำให้มันแปลกใจมากกว่าเดิม

               “ทำไมจู่ๆก็อารมณ์ดีจะเลี้ยงพวกกูวะเนี่ย” ไอ้ฟิวส์ขมวดคิ้วมุ่น “แล้วทำไมต้องยิ้มหวานมองพวกกูด้วย ขนลุก”

               “เออ มีแผนไรปะ น่ากลัวนะ” มิกว่าอย่างไม่ไว้ใจ หยิบมือของผมที่แตะบ่ามันอยู่ออก “เฮ้ยๆฟิวส์ๆ เหนือมาว่ะ”

               “ฮะ” ฟิวส์เลิกคิ้วขึ้นสูงหันขวับไปมองนอกห้องทันที พบว่าเป็นห้องของไอ้หนาวเดินผ่านห้องของพวกผมไป เพราะพวกผมเรียนสองคาบติดกันทำให้ห้องอื่นเลิกเรียนและเปลี่ยนคาบก่อน

               “เชี่ย” ผมสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว ยื่นหน้าไปมองเห็นไอ้หนาวกำลังคุยสนุกสนานกับเพื่อนคนหนึ่งโดยไม่ได้สนใจอย่างอื่น เห็นหน้าแค่ไม่กี่วินาทีหัวใจมันพองฟูขนาดนี้ได้ยังไงวะ

               “เดี๋ยวนะ แค่ห้องเก้าเดินผ่านทำไมเพื่อนกูสองคนต้องออกอาการขนาดนั้น” มิกเริ่มสงสัย พอห้องเก้าเดินผ่านไปแล้ว ผมกับไอ้ฟิวส์ก็กลับมาทำตัวปกติ  “ไอ้ฟิวส์อะกูพอเข้าใจได้ แต่เสือ...มึงอะยังไง”

               “ฮะ? อะไร” ผมถามกลับ แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “กูทำไมหรอ”

               “มองตาละห้อยเลยนะ แต่เดินผ่านไปแค่แป๊บเดียว กูไม่รู้ว่ามองใคร” มิกหรี่ตาลงเล็กน้อย “มองใครวะ”

               “มึงมองหรอ” ฟิวส์หันมาถามน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น “ยังไงวะเสือ”

               “กูเปล่า อะไรของมึงเนี่ยมิก” ผมบอกปัดไปแล้วหันกลับมามองกระดานต่อปล่อยให้เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆอยู่อย่างนั้น

               ดีจังเลยเนาะ ถ้าได้อยู่ห้องเดียวกันคงเป็นผมที่ได้เดินคุยกับไอ้หนาวแทนไอ้เหี้ยนั่นแล้ว ได้นั่งเรียน กินข้าว อยู่ด้วยกันทั้งวันเลย ทำไมผมต้องมาอยู่ห้องสิบสองด้วยวะ ทำไมผมไม่อยู่ห้องเก้า ผมอยากอยู่ห้องเก้า!

               “ย้ายห้องตอนนี้ได้ไหมวะ” ผมพูดขึ้นกับตัวเองอีกครั้ง “ต้องคุยกับใคร อาจารย์ที่ปรึกษาหรือว่าคุยกับผอ.เลยดี”

               แต่มันจะดีหรอวะ ไม่น่าจะดีหรอกมั้ง ถ้าย้ายไปตอนนี้คงดูแปลก ใช่ แปลกสุดๆ จู่ๆก็ย้ายห้องไปเนี่ยนะ แม่งอย่างแปลกเลย อีกอย่างช่วงนี้ผมกำลังพยายามเลี่ยงไอ้หนาวอยู่เพื่อขอเวลาเตรียมใจไม่ให้ตัวเองดูล่กเกินไปเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากอยู่ด้วยอยู่ดี ตัวผมจะห่างไอ้หนาวได้นานซักแค่ไหนกันเชียว แค่นี้ก็คิดถึงจะแย่ เมื่อเช้าแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย

โว้ยย!

               ผมยกมือขึ้นยีหัวตัวเองอย่างแรงเพราะคิดไม่ตก

               “ฟิวส์ วันนี้เพื่อนเราเป็นไรวะ ตั้งแต่ต้นคาบแล้วนะ เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวทำหน้าเครียด”

               ผมทำเป็นไม่สนใจกับสิ่งที่ได้ยิน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พรางคิดในใจว่าความรักนี่มันช่างยากแท้เกินหยั่งถึงจริงๆ

               ...พอๆกับความน่ารักของเดือนหนาว ที่นอกจากผมแล้วคงไม่มีใครเข้าถึงหรอก คิคิ

               “เนี่ย มันทึ้งหัวตัวเองแล้วเสือกยิ้มขำเฉย ฟิวส์...กูกลัวแล้ว กูจะย้ายที่นั่ง”

               “มิก...กูย้ายด้วย กูว่าเราไปนั่งข้างหลังกันดีกว่า”

              

 

 

 

 ---------------

คิคิ

#ช่วงนี้เดือนหนาว


FB fanpage : Howlsairy

 TWT : @Howl_sairy


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.551K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,436 ความคิดเห็น

  1. #11194 WanDayy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 11:40
    บ้านนี้เขาเจเาน้ำตากันจริงๆนะคะ55555
    #11,194
    0
  2. #11185 Tinychu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 02:23
    เป็นเอามากนะ-หนุ่ม
    #11,185
    0
  3. #10556 Promise69 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 22:11
    ไอหนุ่มคนนี้มันคลั่งรัก
    #10,556
    0
  4. #10525 aratre (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 10:31
    ความคลั่งรักกะมา
    #10,525
    0
  5. #10259 KUMMINIERVA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 20:43
    จุดเริ่มต้นของการคลั่งรักสินะเสือ
    #10,259
    0
  6. #10248 K.white wine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 23:11
    -เสือของเรายี่มันคลั่งรักแต่ต้นจริงๆ555555
    #10,248
    0
  7. #9440 it's me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:50
    โอ้โห่ไม่ล่กเลยเพื่อนเสือ โคตรจะไม่ล่ก -บ้าเอ้ยยยย ฮ่าๆๆๆๆ นี่เพิ่งเริ่มต้นก็เป็นขนาดนี้แล้ว ไม่แปลกใจทำไมเป็นพี่เสือคนกากได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #9,440
    0
  8. #9411 Khanthasene (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 20:41
    นี่คืออาการช่วงแรกเริ่มของการเป็นข้าวใหม่ปลามันนะคะคุณผู้ชม
    #9,411
    0
  9. #8602 Mymam_bgly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:25
    อาการคลั่งรักแรกเริ่ม
    #8,602
    0
  10. #8242 rnhaha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2564 / 15:38

    555555555555555555555555555555555555555555555น่ารัก

    #8,242
    0
  11. #7968 bunnyt248 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:46
    ไทเกอร์แปลว่าเสือนะ ไม่ใช่แมว
    #7,968
    0
  12. #7857 kkaojaoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:14
    เสือคลั่งรักแบบไม่ไหวแร้ว655555555555555555555555เอ่นดู🥺🤏🏻
    #7,857
    0
  13. #7805 mrarmy2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:41

    อะ พบคนคลั่งรักละหนึ่งคน
    #7,805
    0
  14. #7570 cbyx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:47
    คลั่งรักแบบทำอะไรก็คิดถึงแต่เธอ โอ้ย55555
    #7,570
    0
  15. #7559 pooh0410 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:14
    อาการคนคลั่งรัก เลเวลดท่าไหร่กันเนี่ยยยยย ประเมินไม่ได้เพราะคลั่งรักเขาเกินไป
    #7,559
    0
  16. #7390 Nuna_MinJ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 23:57
    ไทเกอร์อาการหยักนานแล้วนะเนี่ย น่าสงสารเขาจริงๆ
    #7,390
    0
  17. #7142 MesaKarawek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 03:43
    ลัทธิคนคลั่งรักอ่ะเนาะ
    #7,142
    0
  18. #6942 P.chonn3 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 00:02
    เริ่มแล้วสินะ ไทเกอร์ ผู้รันวงการเฟรนด์โซน
    #6,942
    0
  19. #6883 crzoldyck7 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 12:35
    หนูคลั่งรักเขาเกิ้นนนนนนน ลูกชาย
    #6,883
    0
  20. #6755 Mirror room (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 02:35
    555555คลั่งรัก คลั่งรักสุดๆเลยนายคนนี้ นี่ขนาดพึ่งรู้ตัวนะ
    #6,755
    0
  21. #6661 N0ii2d (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 20:12
    คลั่งรักกกก 5555555
    #6,661
    0
  22. #6611 mukkkaaamook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 22:19
    ไอ่เสือคลั่งรักแล้วว
    #6,611
    0
  23. #6390 netnapannl2003 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 17:17
    จากเสือจะกลายเป็นลูกหมาแล้วเนี่ย ติดเจ้าของจัดๆ5555555
    #6,390
    0
  24. #6366 nongnuch_mint (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 01:11
    คลั่งรักแหละ5555
    #6,366
    0
  25. #6287 Jinjoo.K (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 23:23
    คลั่งรักขนาดนี้รอดไปจนถึงมหาลัยได้ไงวะเกอร์ หลายปีเลยนะ55555555555
    #6,287
    0