#ช่วงนี้เดือนหนาว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 63,935 Views

  • 1,588 Comments

  • 18,804 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,749

    Overall
    63,935

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : น้องชายคนนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2950 ครั้ง
    15 มี.ค. 62





Chapter 1







 

 

 

            “หนาว”


            “...


            “เดือนหนาว”


            “ไร”


            “มึงรู้จักไทเกอร์ป่ะ ห้องสิบสอง”


            “อ่อ ไอ้เหี้ยนั่น”


            “มึงรู้จักหรอ”


            “ไอ้เหี้ยนั่นที่มันเอาแต่ล้อชื่อแม่กูไง!” ผมทุบโต๊ะดังปังอย่างไม่สบอารมณ์ ไอ้เวรนั่น เพื่อนสนิทล้อชื่อพ่อแม่ผมไม่ได้โกรธหรอกนะ


            แต่มึงเป็นใครมาจากไหน


            มาล้อชื่อแม่กูเนี่ย!


            แล้วยังจะมาเสือกเมี๊ยวๆ เมี๊ยวๆพ่อง มึงคิดว่าแม่กูแดกขนมแมวรึไง ไอ้เหี้ยเอ๊ย!ถ้าย้อนเวลากลับไปได้กูน่าจะกระทืบมึงให้ตาย หมัดเดียวไม่พอหรอก


            “มันไม่รู้รึเปล่า” ไอ้กายพูดขึ้นพลางขำไปด้วย ผมขมวดคิ้วเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม


            “ไม่รู้เหี้ยไร ดูก็รู้ว่าจงใจ พวกมึงรู้ป่ะ แม่งเอาขนมแมวเลียมาจ่อปากกูด้วย” ผมว่าอย่างหงุดหงิด คิดแล้วยังหงุดหงิดอยู่เลยให้ตายเถอะ


            “มันก็แกล้งมึงเล่น ดูดิ เหนือยังไม่เดือดร้อนไรเลย” เสียงไอ้เพลงว่าขึ้น ผมมองไปยังแดนเหนือที่ยังอมยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้าม มือก็เขียนงานไปด้วย


            “เขาแค่แซวน่า เดือนคิดมาก”


            “แดน นั่นแม่เรานะ!


            “แม่ก็ไม่โกรธหรอก”


            “โอ๊ย!” ผมยีหัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย ผมกับแดนเหนือเป็นฝาแฝดกัน ผมชื่อเดือนหนาว เป็นชื่อที่คล้องจองกันดี แดนเหนือเป็นพี่ชายของผม เกิดก่อนแค่ไม่กี่นาที พวกผมอยู่กันสี่คนคือผม แดน ไอ้กายกับไอ้เพลง 


            “หน้าตามันก็ไม่ใช่คนดีแล้ว ไอ้เหี้ยนั่นอะ”


            “มันชื่อไทเกอร์” ไอ้เพลงว่า “มึงเรียกชื่อมันหน่อยเถอะ จะเรียกว่าไอ้เหี้ยนั่นไปจนเรียนจบไม่ได้นะเว้ย”


            “ไอ้เหี้ยนั่นแหละ เกิดมาไม่เคยเจอ ล้อชื่อแม่กูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้คุยเลย” ผมทำสีหน้าเคร่งเครียด และท่าทางเครียดของผมดันทำให้เพื่อนคนอื่นหัวเราะซ่ะงั้น “ตลกมากป่ะ มันรู้ชื่อแม่กูได้ไงวะ”


            “ไอ้สัส ชื่อแม่มึงเขารู้กันทั้งห้อง”


            “แต่มันอยู่ห้องอื่นนี่คนทั้งรุ่นรู้ชื่อแม่กูหมดแล้วมั้งเนี่ย!


            “น่า ใจเย็น ยังไงมันก็กัปตันทีมฟุตบอลไม่ใช่รึไง” คำพูดของไอ้กายทำให้ผมถอนหายใจออกมา นั่นแหละที่ทำให้ผมรู้สึกลำบากใจอย่างที่สุด


            ทำไมต้องเป็นมันด้วยวะ


            ทำไมผมต้องไปเล่นกีฬาที่ผมชอบกับคนที่ผมเหม็นขี้หน้ามันด้วยวะ


            “เวรเถอะ กูจะลาออก” 


            “เดือนอยากเล่นบอลตั้งแต่มอต้นแล้วไม่ใช่หรอ” แดนว่าขึ้น ใช่...มีชอบเล่นฟุตบอล แต่ด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้เข้าชมรมในช่วงมอต้น เพิ่งได้เข้าตอนมอปลายนี่แหละ “เอาน่า อย่าให้คนๆเดียวมาทำลายความฝันของเราเลย”


            “เนี่ย หัดมีเหตุผลแบบเหนือบ้าง”


            “แดนมีเหตุผลคนเดียวก็พอล่ะ กูขอไร้สาระบ้าง” ผมว่า พลางปรายสายตามองไปยังคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่


            เพราะว่าครอบครัวของผมเรามีกันแค่สามคนคือผม แดนแล้วก็แม่ ทั้งสองคนจึงกลายเป็นทั้งชีวิตของผม แดนเป็นคนที่เรียนเก่งแต่เพราะครอบครัวของเราไม่ค่อยมีเงิน แดนก็เลยไม่ได้ไปอยู่ห้องพิเศษทั้งๆที่สอบติดแล้ว แดนสอบได้ทุนเรียนต่อตั้งมากมาย แต่ด้วยเหตุผลเดิมทำให้แดนต้องอยู่ที่นี่


            อารมณ์เหมือนหวงพี่ชายตัวเองล่ะมั้ง เพราะแดนเป็นคนไม่สู้คน ทั้งอ่อนโยนแล้วก็ใจดีตั้งแต่เด็ก ผมเลยไม่อยากให้ใครมายุ่งกับแดนทั้งนั้น


            “มองอะไร”


            “แดนน่ารัก”


            “โห หนาว หน้าไม่อาย พูดไปก็เหมือนชมตัวเอง” ไอ้กายเบะปากใส่ผม “พวกมึงมีส่วนไหนของหน้าที่ต่างกันนอกจากแว่น”


            “เออ กูก็หล่อไง พวกมึงนี่อะไร” แดนเหนือแอบหลุดขำออกมาเล็กน้อย “ตลกอะไรแดน นี่เดือนชมนะเนี่ย”


            “ก็เหมือนเดือนชมตัวเองอะ เดือนจะบอกว่าตัวเองน่ารักงั้นสิ”


            “ไม่ แดนน่ารัก แต่เดือนหล่อ”


            “โอเค เดือนก็น่ารัก” แดนเถียง


            “อะ ยอมครับ” ผมยอมอย่างว่าง่าย ผมเป็นคนใจร้อน หัวร้อน อารมณ์ร้อน ร้อนไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ยอมใครด้วย หัวรั้น คนที่ผมยอมก็มีแต่แม่กับแดนเท่านั้นแหละ


            เราแทนตัวเองด้วยชื่อว่าเดือนกับแดน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะว่าคนอื่นเอาแต่เรียกว่าเหนือกับหนาวล่ะมั้ง พวกเราก็เลยอยากสร้างความแตกต่าง


            “ซ้อมบอลไหมเย็นนี้” ไอ้กายถาม


            “อื้ม ซ้อมแหละ”


            “ไหวหรอ”


            “...เออ” ผมมองไปที่รอยซ้ำตรงหัวเข่า ทุกคนรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น แดนทำหน้าเจ็บปวดทันทีที่เห็นรอยแผลของผม ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแผลเล็กแค่ไหนหรือว่าแค่รอยแผลเป็น รอยแผลบนตัวผมทำให้แดนเจ็บปวดเสมอ


            “ไหวดิ สบาย”


            “ฝืนเก่ง”


            “ไหวเหอะ ระดับกู” ผมว่าอย่างอวดเก่ง ยักคิ้วใส่พวกมันอย่างน่าหมั่นไส้


            ผมรู้ดีว่าตัวผมนั้นมีข่าวลือที่แย่ขนาดไหน มีคนเอาผมกับแดนไปเปรียบเทียบกันตั้งเยอะ ซึ่งแดนไม่ชอบอะไรแบบนั้นเลย ออกจะเกลียดเลยด้วยซ้ำ ข่าวลือมันจะแพร่ไปยังไงผมไม่สนใจหรอก คนมีปากมันก็พูดไปทั้งนั้นแหละ


            ผมแคร์แค่คนสำคัญ


            เพราะว่าชอบมีรอยแผลตามตัวรวมไปถึงนิสัยที่ค่อนข้างใจร้อน คนเลยมองว่าผมเป็นพวกชอบทะเลาะต่อยตีชาวบ้านไปทั่ว แต่เชื่อไหมว่าผมแทบไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย


            พอเลิกเรียนแดนก็ไปนั่งเฝ้าผมซ้อมบอลเหมือนเดิม ปกติเวลาเลิกเรียนเด็กส่วนมากจะไปเรียนพิเศษกันใช่ไหมล่ะ แต่น่าแปลกใจที่เด็กที่เรียนได้ท็อปชั้นอย่างแดนกลับไม่เคยเรียนพิเศษ ต้องอ่านทบทวนเอาเอง


            เพราะพวกเราไม่มีเงินมากพอ อะไรที่พอประหยัดได้ก็ประหยัด


            ผมเปลี่ยนเสื้อลงซ้อมบอลที่สนาม คนที่เข้าชมรมฟุตบอลมีแค่ผมเท่านั้น แดนไม่ใช่สายกีฬา แล้วอีกสองตัวนั่นก็บอกว่าขี้เกียจด้วย


            “สู้ๆนะ” แดนเหนือส่งยิ้มให้ผมหลังจากที่รับเสื้อของผมเอาไปกอดไว้ ผมยกมือขึ้นยีหัวพี่ชายของตัวเองเบาๆ ทั้งๆที่เป็นพี่แต่ตัวเล็กกว่าได้ไงกันนะ


            “จับตามองสเต็ปเทพของเดือนไว้นะ” ผมว่าขึ้นยิ้มๆแล้วเดินลงสนามไป


            เอ้อ...แค่แดนยิ้มผมก็มีความสุขแล้วว่ะ


            ชีวิตผมแม่งมีความสุขง่ายเหลือเกิน


            วันนี้เป็นการซ้อมแข่ง แบ่งทีมกันแข่ง ผมได้อยู่ทีมสีแดง เพิ่งสังเกตว่าอยู่ทีมเดียวกับไอ้เหี้ยนั่นด้วย ผมไม่ได้คุยกับ...อ่า ชื่ออะไรวะ สิงโต ไม่ เสือ เออ เสือ ไทเกอร์ ผมไม่ได้คุยกับไอ้นั่นมาตั้งแต่วันที่ผมต่อยหน้ามันวันนั้นแหละ มันก็ไม่ได้เข้ามาคุยกับผมเช่นกัน


            ผมจะพยายามนึกชื่อมันไปทำไมวะ ในเมื่อผมก็ต้องเรียกมันว่าไอ้นั่นอยู่ดี


            ต่างคนต่างอยู่ก็ดีไอ้เวร...


            เออแต่วันนั้น...วันที่ผมต่อยมัน ตอนแรกสายตามันเปลี่ยนไปเลยนะ ตอนแรกผมแอบกลัวเลยล่ะ แม่งน่ากลัวมาก เหมือนมันก็โกรธอะ ผมรู้สึกได้เลยว่าถ้ามันต่อยผมกลับแม่งต้องแย่แน่ๆ


            แต่พอรู้เรื่องแม่...มันก็ทำหน้างงแทน


            แล้วผมก็เดินออกมา...


            อืม คิดไปคิดมามันก็คงไม่รู้จริงๆล่ะมั้ง


            “เดือนหนาว” ผมหันไปมองตามเสียงเรียก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อมิก อยู่แก๊งเดียวกับไอ้ไทเกอร์นั่นนี่นา “คุยหน่อยดิ”


            “ไรหรอ”


            “เสือมันเล่าให้กูฟังแล้ว”


            “อ่าฮะ”


            “คือกูบอกให้มันเรียกแมวเองแหละ”


            “อ่าว...มึงนี่”


            “ใจเย็นเพื่อน กูไม่รู้จริงๆ เห็นเพื่อนห้องมึงเรียก กูก็นึกว่าชื่อเล่นมึง ฉายาไรงี้” คำพูดของไอ้มิกทำให้ผมทำหน้าเอือมใส่มันไปเล็กน้อย “กูเลยอยากมาขอโทษแทนเพื่อนกูอะ”


            “มันไม่มาขอโทษกูเองอะ”


            “มัน...เอ่อ”


            “ไม่ต่อยกูก็บุญกูแล้วงั้นสิ” ผมว่าด้วยสีหน้าเยาะเย้ย อีกฝ่ายหน้าเหวอไปเลย ความจริงแล้วผมเคยได้ยินเรื่องของไทเกอร์นี่มาบ่อย พึ่งมานึกได้นี่เองแหละ


            ตอนมอต้นเพราะผมไม่ได้เข้าชมรมบอลทั้งที่อยากเข้า ผมเลยไปแอบไปดูเขาซ้อมบ่อยๆ กัปตันทีมเล่นเก่งมาก ซึ่งกัปตันก็คือไอ้เสือนี่แหละ มีข่าวมาเหมือนกันว่ามันเป็นคนหัวร้อนคนนึง ที่สำคัญคือที่บ้านมีอิทธิพลมากด้วย อิทธิพลถึงขั้นที่ว่ามันไปมีเรื่องกับใครก็รอดทุกครั้ง นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาล่ะนะ ผิดถูกยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน


            สรุปคือเป็นคนที่ผมไม่ควรไปต่อยที่สุด


            แต่ก็ต่อยไปแล้ว...หนาวเอ๊ย ตอนสติหลุดแม่งคุมไม่อยู่จริงๆ


            แต่มันก็สมควรโดนไหมล่ะ ล้อชื่อแม่กูอยู่นั่นแหละ


            “เออ เอาจริงก็ใช่ มันหัวร้อนอยู่พักหนึ่งเลยนะ แต่พวกกูห้ามไว้ไม่ให้มันมาหาเรื่องมึง” มิกว่าพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด อย่างไอ้เสือมันไม่คิดจะไปล้อชื่อพ่อแม่ใครหรอก มันไม่สนใจอะไรแบบนั้น แต่มันขี้แกล้ง มันเห็นว่ามึงเล่นบอลเก่งมันเลยอยากรู้จัก”


            “...อืม” ผมพยักหน้าเชิงเข้าใจ “แล้วยังไง”


            “ยังไงก็ทีมเดียวกัน กูไม่อยากให้มีเรื่องอะ มึงก็แทบจะถือว่าคนเล่นเก่งอันดับต้นๆของทีมแล้ว ยังไงมึงกับมันก็ต้องคุยกัน”


            “โอเค”


            “มึงหายหัวร้อนยัง โกรธอยู่ป่ะ”


            “โกรธดิ” ผมว่าไปตามตรง “มันโกรธที่กูต่อย กูก็โกรธที่มันล้อชื่อแม่กู”


            “โอเค งั้นเอางี้” มิกขยับเข้ามาใกล้ผมแล้วก็กระซิบเบาๆ “แม่มันชื่อขวัญ”


            “ฮะ?”


            “มึงก็ล้อชื่อแม่มันคืนดิ”


            “ไอ้สัส นี่มึงจริงจัง?”


            “เออ มึงก็ไปล้อชื่อแม่มันคืน ให้มันต่อยมึงสักหมัด เนี่ย แฟร์”


            “...” ผมนิ่งเงียบไป “กูจะไม่สลบเพราะหมัดมันแน่นะ?”


            “มึงแข็งพอป่ะล่ะ”


            “เห้ย กูต่อยมวยนะเว้ย”


            “เออ งั้นก็พอได้แหละ”


            “ว่าแต่ทำไมกูต้องทำวะ” ผมหันไปตามไอ้มิกอีกที “หาเรื่องเจ็บตัวชัดๆ” 


            “เอ้า ก็มึงไปต่อยมันก่อนไง” ไอ้มิกว่าด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาจริงถ้าเอาเรื่องกันเนี่ย มึงโดนข้อหาทำร้ายร่างกายได้เลยนะ”


            “เห้ย แต่ว่านะ” ผมชะงักไป “มึงบอกว่า...มันไม่ได้ตั้งใจล้อชื่อแม่กูนี่นา แต่กูไปทำงั้นก็ถือว่ากูตั้งใจล้อชื่อแม่มันอะดิ”


            “เออว่ะ ก็จริง”


            “ช่างแม่งเถอะ กูก็ไม่ได้อยากปรองดองกับมันอยู่ล่ะ”


            “เห้ย หนาว ไม่เอาน่า ทีมฟุตบอลเราจะได้ราบรื่นไง” ไอ้มิกยังคงตื้อผม “งั้นมึงจะไปคุยกับมันดีดีป่ะล่ะ ไหนๆมันก็ไม่ได้ตั้งใจแล้ว”


            “เฮ้อ” ผมเผลอถอนหายใจออกมา “เออ ก็ได้” สุดท้ายผมก็ยอม ถึงจะไม่ค่อยอยากก็เถอะ แต่อย่างที่ทุกคนว่า มันไม่ได้ตั้งใจ ที่ผมพลั้งไปต่อยมัน ผมก็คงทำเกินกว่าเหตุไปหน่อย


            คุย...ต้องคุย นั่นกัปตันทีมนะเว้ย กัปตันทีมฟุตบอลที่ผมอยากเข้ามาตลอด เราต้องมีทีมเวิร์ค!


                    “มึง” ผมเอ่ยทัก คนถูกทักหันมามองผมก่อนจะทำตาขวางใส่ ผมรีบถอยหลังออกมาก้าวนึงโดยอัตโนมัติ 


    เชี่ย...ใจหายวูบเลย


            เพื่อนอีกคนที่ชื่อว่าฟิวส์บีบแขนของไทเกอร์ไว้ราวกับจะห้าม


            “เสือ” ฟิวส์กดเสียงต่ำเรียก ไทเกอร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย


            “เออ รู้แล้ว กูไม่ทำไรมันหรอกน่า” มันว่า “มึงมีไร”


            “คุยหน่อยดิ”


            “ว่ามา”


            “มึงตั้งใจล้อรึเปล่า”


            “ไม่”


            “เออ งั้นกูขอโทษที่ไปต่อยมึง” ผมว่าด้วยสีหน้าจริงจัง “มึงต่อยกูคืนได้นะ”

            “พูดจริง?”


            “เออ” ผมกัดฟันเมื่อแอบเห็นไทเกอร์ง้างหมัด แต่เมื่อหมัดนั้นมาถึงใบหน้าของผมมันกลับกลายเป็นการแตะแค่เบาๆเท่านั้น ผมขมวดคิ้วมองมัน


            “หยอก ไม่เห็นต้องกัดฟันแน่นขนาดนั้นเลย” ไทเกอร์ว่าพร้อมหลุดขำออกมาเล็กน้อย “ช่างมันเหอะ หมัดมึงแม่งไม่เจ็บเลย”


            “เออ ดีล่ะ หายกันไป”


            “เออ”

 

 

            ......


            ในขณะที่ผมเดินกลับบ้านกับแดน เพราะบ้านของพวกเราไม่ได้ไกลจากโรงเรียนมาก ไกลอยู่บ้างแหละแต่พวกเราไม่มีรถไง ก็เลยต้องเดินกลับ


            “ตอนแรกแดนเห็นเขาจะต่อยเดือน ตกใจแทบแย่แน่ะ” คนข้างๆผมว่าสีหน้าเป็นกังวล “คนนั้นเขาดูแข็งแรงมากอะ ถ้าโดนต่อยต้องเจ็บมากแน่”


            “นั่นสิ” ผมว่าอย่างเห็นด้วย “ถึงจะกัดฟันไปก็คงไม่ช่วย ฟันอาจจะหลุดก็ได้นะ”


            “อย่าพูดงั้นสิ” แดนว่าพร้อมตีแขนผมเบาๆ “ถ้าเดือนฟันหลุด แดนจะถอนฟันตัวเองให้นะ”


            “จริงดิ เห้ย ก็ดีดิ เราจะได้ฟันหลอด้วยกัน”


            “มันไม่ใช่เรื่องดีเลยเถอะ” แดนถอนหายใจเล็กน้อย “แล้วนี่คุยกันแล้วหรอ”


            “อื้ม ก็คุยง่ายอยู่นะ”


            “เขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนี่เนาะ”


            “อืม คงเป็นเพื่อนกันได้อยู่แหละ” ผมว่าไปตามความคิด “แต่เอาจริงถ้าช่วงแรกๆไม่ติดว่าเพื่อนห้ามไว้ เชื่อมั้ย มันมาหาเรื่องเดือนแน่”


            “จริงหรอ ก็นะ...ดูเขาเป็นคนใจร้อนอยู่ เหมือนเดือนเลย”


            “คงงั้นแหละ”


            ยังไม่ทันที่พวกเราจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน ได้ยินเสียงวุ่นวายดังออกมา พวกผมรู้ได้ในทันที ผมรีบทิ้งกระเป๋าแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน


            “ไอ้เหี้ย มึงหยุด!” ผมตะโกนออกไปโดยที่สมองไม่ทันได้สั่งการด้วยซ้ำ รีบเข้าไปห้ามผู้ชายที่กำลังทำร้ายแม่ของผมอยู่ “หยุด กูบอกให้มึงหยุดไง!


            “ไอ้เด็กเวร มึงกลับมาแล้วหรอฮะ” เสียงเหล้าเหม็นจนแสบจมูก ไอ้ห่านี่มันไปกินเหล้ามาแล้วเป็นแบบนี้ตลอด มันคว้าคอเสื้อของผมแล้วทุ่มตัวผมลงกับพื้น ผมรีบลุกขึ้นยืนแล้วก็พุ่งเข้าใส่ทันที


            “มึงมันไม่รู้ที่ต่ำที่สูง!” มันตะโกนด่าผมในขณะที่เรากำลังยื้อกันอยู่ ผมถีบเข้าที่หัวเข่าจนมันล้มลง ใช้จังหวะที่มันเข่าแตะกับพื้น ผมต่อยเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง แรงสั่นสะเทือนจากขมับรุนแรงพอที่จะหยุดให้มันอยู่นิ่งได้เกือบนาที


            “ไหนล่ะที่ต่ำที่สูงของมึง ฮะไอ้เวร!” ผมยกขาขึ้นกระแทกเข่าลงไปที่จมูกของอีกฝ่ายอย่างแรง จนแม่ร้องจนด้วยตกใจ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นแม้แต่เสียงตะโกนห้ามของแดน ซัดหมัดเข้าไปเต็มแรงจนรู้สึกว่าปวดกระดูกข้อมือ


            แล้วคนที่เมาอาละวาดก็หมดฤทธิ์ ผมหอบหายใจจนหน้าอกกระเพื่อม มองดูคนที่นอนกองอยู่กับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด 


            ผมเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลอย่างลวกๆ แต่เช็ดยังไงก็ไม่หมดสักที 


            แม่งเอ๊ย ได้แผลอีกแล้ว


            ปวดไปทั้งตัวเลย


            “ฮึก ฮือ เดือน ฮือออ” แดนเข้ามากอดผมแล้วร้องไห้ ผมยกแขนที่ระบมกอดอีกฝ่ายไว้หลวมๆ ปกติจะตีกันนานและเจ็บกว่านี้อีก แต่ว่าเพราะมันเมาเลยทำให้มันไม่มีสติตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


            คนที่นอนสลบอยู่ตรงหน้าของผมคือพ่อเลี้ยง


            ไอ้คนที่เหี้ยที่สุดในชีวิต และเป็นคนที่ผมอยากจะสาปแช่งมันให้ไปตายที่สุด


            “โอ๋ๆ ไม่ร้องแล้ว ไม่ร้อง ไม่เอา ดูดิ โคตรสบาย ไม่เจ็บตรงไหนเลย”


            “ไม่จริง เดือนเจ็บ เดือนเจ็บอะ ดูดิ เลือดยังไม่หยุดไหลเลย ฮึก” แดนเหนือรีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดจมูกให้ผม ก่อนผมจะหันไปมองแม่


            แม่!


            “แม่ แม่ เป็นไงบ้าง” ผมจะรีบลุกไปหาแม่แต่ก็ลุกแทบไม่ไหว “แดน ไปช่วยแม่ก่อน”


            “แม่โอเคลูก แดนดูเดือนนั่นแหละ แม่ไหว” ใบหน้าของแม่ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ท่อนแขนเล็กที่เต็มไปด้วยรอยช้ำทำให้ผมไม่อยากแม้แต่จะมอง เพราะมันรู้สึกเจ็บที่ใจเหลือเกิน


            ทำไมมันถึงมาที่นี่กันวะ วันก่อนเพิ่งขโมยเงินไปไม่ใช่รึไง...


            “เดือนจะลุกทำไม”


            “จะเอามันไปไว้ข้างนอก” ผมพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้วดึงคอเสื้อมันไว้ ลากมันออกไปข้างนอกบ้าน ข้างนอกข้างถนนเลย โดยมีแดนคอยช่วยพยุงตัวผมอยู่ “แดน เลิกร้องได้แล้ว แม่งเจ็บกว่าแผลอีกรู้ป่ะ”


            “เจ็บดิ แดนก็เจ็บ ทำไมทั้งแม่ทั้งเดือน ทั้งผู้ชายคนนี้ถึงได้ ฮึก” แดนกัดปากแน่นอย่างเจ็บใจ มองไปทางคนที่นอนอยู่ข้างถนนด้วยแววตาโกรธแค้น “เราไปทำอะไรให้เขา ทำไมเขาต้องทำกับเราแบบนี้ ฮือออ”


            “ช่างมัน เข้าบ้านเถอะ”

 



            .....

            แดนเหนือทำแผลให้แม่เสร็จแล้ว แม่ก็บอกว่าขอไปพักก่อน จากนั้นก็มานั่งทำแผลให้ผมต่อ พวกเราอยู่ห้องด้วยกัน เป็นเตียงเล็กๆที่นอนเบียดกันจะตายอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นที่ที่พวกเราจะรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น


            “คิ้วแตกเลย” แดนยังคงทำหน้าไม่สบายใจอยู่เหมือนเดิม “ไหน ช้ำตรงไหนอีก แผลเก่าก็ยังไม่หายดีเลย ช้ำแล้วช้ำอีก”


            “นี่” ผมเปิดเสื้อของตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยช้ำเป็นจ้ำสีเขียวตรงหน้าท้อง แดนเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ “มันถีบ”


            “ให้ตายเถอะ” แดนค่อยๆทายาให้ผม “เราจะทำไงถึงจะหนีจากเขาได้สักที”


            “เราต้องมีเงิน” ผมว่า 


            “แดนจะตั้งใจเรียน จะรีบทำงาน หาเงินเยอะๆ จะได้พาแม่กับเดือนออกไปจากตรงนี้สักที” น้ำตาเม็ดใหญ่หยดลงมาอีกครั้ง เม้มปากแน่นเพื่อพยายามกลั้นมันไว้แต่ก็ไม่อยู่ ผมค่อยๆคว้าอีกคนมากอดไว้


            “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกดดันตัวเองนะ”


            “เดือน...อย่าเป็นอะไรไปนะ ฮึก ฮือออ”


            “ไม่เป็นไร เดือนไม่เป็นไร เดือนจะอยู่ดูแลแดนไปตลอดชีวิตเลย”


            “ฮึกกก ฮือออ แดนก็จะอยู่กับเดือนไปตลอดชีวิตเหมือนกัน”

 




            .....

            เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากสองปีที่แล้ว พ่อของผมล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง เดิมทีครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ข้นแค้นอะไร จนกระทั่งพ่อป่วยและเราต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดรักษาพ่อ


            แต่เงินนั่นมันทำได้แค่ยื้อพ่อไว้เท่านั้น ไม่นานพ่อก็จากไป พวกเราที่ตัดสินใจกู้เงินเพื่อเอามารักษาพ่อ แต่เมื่อพ่อจากไปความพยายามทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ พวกเราไม่มีแม้แต่เงินจัดงานศพของพ่อเลยด้วยซ้ำ


            ในวันนั้น...ผมอายุแค่สิบสี่เองล่ะมั้ง


            ในวันที่แม่ล้มลงและวันที่พี่ชายของผมกำลังร้องไห้


            มันเป็นวันที่ผมตัดสินใจว่า...ผมต้องเข้มแข็งเพื่อพวกเขา


            แต่ผมก็ยังคงเป็นแค่เด็กอยู่ดี...และวันที่ครอบครัวของเรากำลังอับจนหนทาง ก็มีผู้ชายคนนึงเข้ามา เขาบอกว่าเขารักแม่ของผมมานานแล้ว เขายินดีที่จะช่วยทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหนี้สินหรือว่าค่าจัดงานศพของพ่อ


            เพราะไม่มีทางเลือกอื่น แม่จึงจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา และที่น่าเจ็บปวดคือ...แม่ต้องเอาเงินที่ได้มาจากงานแต่งงานใหม่ มาจัดงานศพให้พ่อ


            มันอาจไม่ได้สวยงาม...แต่ก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด


            แล้วจากนั้นไม่นานผู้ชายคนนั้นก็เปลี่ยนไป...เขาเริ่มนอกใจแม่ไปมีคนอื่น เรื่องนั้นแม่ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จนกระทั่งเขาเริ่มลงมือทำร้ายแม่ เขาจะหายไปจากบ้าน นานๆทีจะกลับมา กลับมาทีก็เมาเละ อาละวาดทำลายข้าวของ เรียกร้องหาแต่เงินที่พวกเรายืมไป เรียกร้องหาเงินที่พวกเราไม่มี


            เรื่องหนี้สินที่พวกเราติดเขา ผมเข้าใจดี...แต่เรื่องที่ผมยอมไม่ได้คือมันทำร้ายแม่กับแดน ผมจึงเป็นคนพยายามสู้มาตลอด เมื่อก่อนก็ได้แต่เป็นฝ่ายยอม แต่พอเวลาผ่านไป ผมเริ่มไม่กลัวที่จะโต้ตอบกลับ


            พอผมโต้ตอบ มันก็ยิ่งโกรธ และยิ่งลงมือหนักขึ้น ผมเองก็เหมือนกัน ผมไม่เคยยอมเลยสักครั้ง ไม่ว่าตัวเองจะเจ็บหนักแค่ไหนก็ตาม 


            ต่อให้ผมตาย...มันก็จะไม่มีสิทธิ์ได้แตะต้องครอบครัวของผม


            หลายครั้งถ้าผมสู้ไม่ได้ มันก็จะตีผมจนพอใจแล้วก็กลับไป แต่ถ้าผมสู้ได้ มันก็จะถูกไล่กลับไปแทน หลายครั้งที่มันเมามา ก็มักจะถูกผมต่อยจนสลบแล้วลากออกไปนอกบ้านแบบนี้เสมอ แต่บางครั้งก็เป็นผมแหละที่สลบแทน


            แต่ยังดีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทั้งแม่กับแดนยังปลอดภัยอยู่ ไม่ก็มีรอยแผลไม่เยอะมาก มันก็คงจะเหนื่อยกับผมมากแล้วล่ะมั้ง


            พวกเราคิดหาทางหนีจากผู้ชายคนนั้นทุกหนทาง แต่เพราะถือทะเบียนสมรสกับแม่อยู่ ตามกฎหมายคือถือหนี้ร่วมกัน จะฟ้องหย่าก็ต้องใช้เงินและแน่นอนว่าเราไม่มี จะย้ายหนีบ้านก็ไม่ได้ ไม่มีชาวบ้านแถวนี้มาช่วยพวกเราหรอก แค่มองมายังไม่กล้ามองเลย คงเพราะพวกเขาไม่อยากเดือดร้อน พวกเราไม่มีคนรู้จักหรือว่าญาติที่จะพึ่งพาได้ด้วย


            “ดีนะที่วันนี้เขาเมามา”


            “หมายความว่ามันไม่เมาแล้วเดือนจะสู้ไม่ได้หรอ” ผมเถียงกลับในขณะที่แดนยังทำแผลให้อยู่


            “เปล่า เดือนอะเก่งอยู่แล้ว แค่เขาเมาแล้วเดือนจะได้ไม่เจ็บหนัก แต่ยังไงเดือนก็เพิ่งมอปลายเอง จะไปสู้ผู้ใหญ่ได้ไงเล่า”


            “ก็ชนะหลายรอบอยู่นะ”


            “แพ้หลายรอบเหมือนกัน” แดนว่า


            “ก็นะ จะแพ้หรือชนะก็ปกป้องแดนได้แล้วกัน” คำพูดของผมทำให้แดนกดแผลผมอย่างหมั่นไส้ “อะไร เขินแล้วทำร้ายหรอ”


            “เหอะ ไม่ต้องปกป้องก็ได้ แดนทนไหวนะ ให้เขาต่อยแดนแทนก็ได้”


            “จะบ้ารึไง หมัดเดียวก็สลบแล้วแดนอะ”


            “จะบอกว่าตัวเองทนเก่งว่างั้นเถอะ”


            “เออสิ เนี่ย” ผมชี้ไปที่มุมปากตัวเอง “เมื่อกี้เพิ่งโดนหมัดตรงมาเลยนะ”


            “ภูมิใจจังเลย แล้วนี่ได้แผลเพิ่มอีกแล้ว ไปเรียนไหวไหม”


            “ไหวดิ ทำไมอะ”


            “พักก็ได้นะ”


            “ไม่เอาหรอก” ผมส่ายหน้าเบาๆ ผมรู้ว่าแดนเป็นห่วงมาก ไหนจะเรื่องข่าวลืออีก เพราะว่าผมมีแผลฟอกช้ำดำเขียวแบบนี้แหละไปโรงเรียนตลอด เลยทำให้มีข่าวลือไม่ดีและถูกเหม็นขี้หน้าอยู่บ่อยครั้ง


            แต่ช่างแม่งเหอะ

            ไม่พอใจก็มาดิไอ้สัส


            อ่าว...ใส่อารมณ์ไปหน่อยแฮะ สงสัยยังเครื่องร้อนอยู่


            “ทำไมเขาถึงราวีเราไม่เลิกกันเนาะ” แดนพูดเปรยๆขึ้นมาอีกครั้ง “เขามาทำร้ายเดือน พอเดือนสู้กลับ เขาก็เจ็บด้วย”


            “มันอยากได้เงิน มันมาขโมยเงินบ้านเราไม่รู้กี่ครั้งแล้ว” ผมว่า 


            “...งะ งั้นหรอ”


            “มันไม่ได้มีเงินหรอกนะแดน มันก็ไปกู้คนอื่นมาให้เราอีกที มันคงโดนเจ้าหนี้ตามทวงมา มันก็เลยมาทวงเราไง” ผมว่าไปตามความจริงที่ผมไปแอบสืบมา


            “ถ้าเขาไม่มีเงินแต่แรก...จะมาช่วยพวกเราทำไม”


            “มันคง...


            “เพราะแม่หรอ”


            “อื้ม มันคงแค่...อยากได้ แต่พอนานๆไปสันดานก็โผล่ไง” ผมพูดขึ้นด้วยความรู้สึกแย่ เท่าที่ผมแอบไปสืบมา มันเป็นคนที่แอบรักแม่มานานแล้วจริงแหละ มันอิจฉาพ่อมาตลอด พอพ่อผมเสียไปมันก็เลยรีบเข้ามาหา ไม่มีเงินก็ไปกู้มา พอโดนทวงหนี้หนักๆเข้ามันเลยทนไม่ไหว


            “ไม่อยากเห็นเดือนหรือว่าแม่เจ็บอีกแล้ว...” คนตรงหน้าผมพูดขึ้นมาเสียงเบา “จะให้รอเรียนจบทำงานคงไม่ไหว มันจะดูงมงามไปไหมนะ ถ้าแดนอยากภาวนาขอให้มีใครสักคนมาช่วยพวกเราบ้าง”


            “ไม่มีหรอกน่า” ผมว่าพร้อมลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ


            ไม่มีหรอกเจ้าชายขี่ม้าขาวแบบในนิทาน


            ชีวิตแม่งก็แบบนี้แหละ 

            ทำได้แค่สู้ต่อเท่านั้น


            “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”


            “อื้ม เราจะผ่านไปด้วยกันนะ”


            ผมยกมือขึ้นเกี่ยวก้อยสัญญา ไม่รู้ว่ามันเป็นคำสัญญาที่พวกเราเอ่ยปากกันมากี่ครั้งแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะมีวันที่พวกเราจะผ่านมันไปได้รึเปล่า บนทางมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่างและในความเลวร้ายของโลกใบนี้ 


            เราจับมือกัน


            เราปลอบใจกัน


            เรามีกันและกัน


            เป็นพี่ชายและน้องชาย ที่จะคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ

            

            

            

            











          











          -----

     ตอนนี้เหมือนมารู้จักกับผู้ชายที่ชื่อว่าเดือนหนาวกันก่อน บอกเลยว่านายเอกที่โคตรแมน โคตรดิบ ไทบ์ผัวมากๆ 5555555

     เข้มแข็งขนาดนี้ไม่หลงได้ไงเล่าาาา > <

     ปล. ใครที่เพิ่งติดตามเรื่องนี้ เราแนะนำให้ไปอ่านเรื่อง North : how much is your love (#โจฮันนอร์ธ) ก่อนนะคะ  เพราะว่ามันมีโมเม้นของคู่นี้ในช่วงมหาลัยด้วย แต่เรื่องนี้เราจะเล่าเรียงไทม์ไลน์ไปเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่รู้จักกันเลย   

        ฝากติด #ช่วงนี้เดือนหนาว ในทวิต และขออนุญาตไม่ทวงนิยายเรื่องอื่นในเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณค่า^^


     

        

            

   

            

            

 


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.95K ครั้ง

265 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 เมษายน 2562 / 07:51
    เดือน แง กอดๆๆๆๆ
    #1585
    0
  2. #1572 jaapraewa (@jaapraewa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 13:53
    อ่านเเรกๆนึกว่าเเดนเหนือจะร้าย โอเคน้องเป็นคนดี กอดนะลูก
    #1572
    0
  3. #1568 Praewwa94 (@Praewwa94) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 18:27
    ตามมาจากโจฮัน5555
    #1568
    0
  4. #1561 AngelMR (@Nanarue) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:26
    ชอบความแมนนนนนนี้
    #1561
    0
  5. #1549 LLchao (@LLchao) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 07:10
    น่ารักจังพี่น้องคู่นี้...เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #1549
    0
  6. #1546 10062545 (@10062545) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:27
    พี่เสืออมาช่วยน้องงง
    #1546
    0
  7. #1516 PiPi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 10:21

    ตามมาจากโจฮันนอร์ธ เสือออออ ช่วยหนาวด้วยนะ ฮือๆๆๆ สงสาร

    #1516
    0
  8. #1509 Jady_PC (@nny_pcy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:04
    พี่เสือมาช่วยน้องเร้วววว
    #1509
    0
  9. #1493 Noey Rtyui (@noey1234567890ab) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 07:09
    เดือนแมนมากลูกกกกก แมนกว่าอิพี่เสือไปอีก555555555 อยากกอดหนูเลยฮื่อ สู้ๆนะครับพี่ว่ามันต้องมีดจ้าชายขี้เสือเอ้ยม้าขาวมาแน่ๆคิคิคิคิ
    #1493
    0
  10. #1485 MMMKE_1611 (@MMMKE_1611) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 23:43
    เดือนหนาวอย่างโหดอ่ะ แต่ก็อดสงสารไม่ได้ แสดงว่าไทเก้อเข้ามาช่วยสินะ รึเปล่านะะะ
    #1485
    0
  11. #1465 Honery (@Miramarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 16:33

    น้องงง คือเดือนหนาวในเรื่องฝุ่น เรื่องนอร์ธดูน่ารักใสๆมากนะ แต่ทำไมมาอ่านชีวิตดราม่าแบบนี้อ่า

    #1465
    0
  12. #1457 Ubonwan037 (@Ubonwan037) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:08
    อยากกอดเดือนแน่นๆ ต้องอดทนขนาดไหนอะ หอมหัวนะลูกกกก
    #1457
    0
  13. #1426 loocbomb (@loocbomb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:34

    โถลูกกกก

    #1426
    0
  14. #1419 iamchicha (@m-mild) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 15:00
    โหพอรู้อดีตเด็กๆก็ทึ่งในความอดทน น้องงงงง ;-;
    #1419
    0
  15. #1389 &#Mr.chu:) (@secret5710) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:57

    อัปเจ้าค่ะ อัป ๆ
    #1389
    0
  16. #1383 PameeManipakone (@PameeManipakone) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 19:37
    ชิปพวกเธอได้มั้ย
    #1383
    0
  17. #1371 Black-color (@Black-color) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 09:07
    พี่น้องน่ารักพอกัน
    #1371
    0
  18. #1369 wuxie (@wuxie) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 05:03
    เหนืออไทป์ผัวสุดดด
    #1369
    0
  19. #1362 AU_BB (@Au_mouknoum91) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 21:46
    งื้อออเหนือ
    #1362
    0
  20. #1356 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:19
    ชีวิตโครตจะน่าสงสาร
    #1356
    0
  21. #1346 weetggfgh (@weetggfgh) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 08:03
    รออ่านค้าบบบ
    #1346
    0
  22. #1342 Kun Kuna (@firstsineun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:07

    หือ จิ้นคู่พี่น้องได้มั้ยเนี่ย

    #1342
    0
  23. #1335 Hercules7 (@JMDay) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:56
    ดูท่าแล้วพี่เสือคงไม่ได้กากเพียงอย่างเดียว แต่คาดว่าน่าจะกลัวเมียด้วย.. ถ้าหนาวจะโหดขนาดนี้555
    #1335
    0
  24. #1334 gnawkezi~* (@ikwang-dh) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 18:26
    นายเอกสายบู๊
    #1334
    0
  25. #1332 RayNyu (@RayNyu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 17:37
    โห ดูแลกันดีๆนะ
    #1332
    0