วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 8 : เมื่อเราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    25 พ.ค. 62







          สามเดือนต่อมา.......

 หย่งเหวินเต๋อในชุดสูทเนื้อดีราคาเฉียดล้านเดินลงมาจากเครื่องบินของสายการบินชื่อดังพร้อมกับบอดี้การ์ดติดตามคนสนิทเพียงแค่สี่คนเท่านั้นที่ตามรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้านายของเขาที่ต้องเดินทางประชุมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักนานาชาติที่จัดชึ้นที่ประเทศไทย ที่ตอนนี้ธุรกิจที่พักกำลังเติมโตอย่างเห็นได้ชัดเจนจากการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่มีการเปิดอาเซียนไปเมื่อปีที่แล้ว


               ชายหนุ่มเจ้าของร่างกำยำเดินผ่านจุดตรวจคนเข้ามาเมืองมาเป็นที่เรียบร้อย แอร์โฮสเตสสาวสวยหุ่นดีจากสายการบินที่เขาโดยสารมาวิ่งตามเขาออกจากทาประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าอย่างหน้าตาตื่นราวกับกลัวไม่ทันชายหนุ่มรูปหล่อ เจ้าพ่อธุรกิจโรงแรมคาสิโนและอื่นๆที่เรียกได้ว่ารวยเป็นอันดับต้นๆของเกาะฮ่องกงและมาเก๊าจนถูกสาวๆยกให้เป็นชายในฝันของใครหลายๆเพราะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา และทรัพย์สินเงินทองที่มากมายจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือเปล่า ทำให้สาวๆทั้งหลายยอมที่ปีนขึ้นเตียงกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้สักนิดเดียว เพื่อแลกกับความสุขสบายและเงินทองของเขา ผิดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมลงทุนเดินมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยตัวเองถึงที่เมืองไทยเพื่อที่จะได้เจอกับเธอที่นี่ หลังจากที่เช้านั้นเธอหายจากห้องของเขาไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ


               “คุณเหวินเต๋อค่ะ ถ้าคืนนี้คุณว่างเชิญที่ห้องฉันได้นะคะ ฉันจะรอ”  แอร์โฮสเตสสาวสวยเอ่ยกับหย่งเหวินเต๋อด้วยน้ำเสียงเชิญชวนเต็มที่ พร้อมกับสายตายั่วยวนที่มองมายังชายหนุ่มตรงหน้าเธอ ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดมาตรงหน้าชายหนุ่ม


               “ครับ”  หย่งเหวินเต๋อรับคีย์การ์ดนั้นมาจากหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะหันไปหาชายร่างท้วมลงพุง ผิวขาวที่มาด้วยกันในเที่ยวบินเดียวกันที่เดินตามหลังเขามา ก่อนจะส่งคีย์การ์ดที่ว่านั้นให้ชายร่างท้วมนั้นทันทีก่อนจะเอ่ยกับผู้ชายร่างท้วมเล็กน้อยหลังจากที่ส่งคีย์การ์ดนั้นให้แล้ว  “เธอต้องการคุณ”


                แอร์โฮสเตสสาวสวยที่ยืนอยู่ไม่ห่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่กำมือแน่นด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของชายหนุ่มที่ทำราวกับเธอเป็นสิ่งของอย่างนั้นแหละ ทั้งๆที่อุตส่าห์ทอดสะพานให้แก่เขาเข้าห้องเธอโดยที่ไม่ต้องไปต่อแถวรอเหมือนผู้ชายคนอื่นๆแต่นี้เขากลับเอาคีย์การ์ดห้องพักของเธอไปให้คนอื่นต่อนหน้าต่อตาเธอเสียอย่างนั้น หมดกันความหวังที่จะได้เป็นคุณผู้หญิงของตระหย่ง


               “อ้าว! นายครับแอร์โฮสเตสคนนั้นก็สวยดีออกนะครับ แต่ทำไมนายถึง....”   ซงอิงหลิว บอดี้การ์ดหนุ่มร่างสูงโปร่งเอ่ยถามคนเป็นนายอย่างสงสัยที่เจ้านายของเขาเอาคีย์การ์ดห้องเธอให้คนอื่นไป ทั้งๆที่เธอมาเสนอตัวถึงที่แบบนี้ ทุกที่ไม่ทางที่หย่งเหวินเต๋อจะปฏิเสธ


               “ฉันเบื่อนะ”   หย่งเหวินเต๋อว่า


“แน่ใจหรอครับว่านายเบื่อเรื่องพวกนี้จริงๆ”  หม่าจิ้นเหอที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามอย่างรู้ทันเจ้านายของตนเองพร้อมทั้งส่งยิ้มอย่างนัยแอบแฝง ราวกับรู้กันสองคนเท่านั้น


               “อยากเดินไปโรงแรมไหม เดี๋ยวฉันจัดให้”  หย่งเหวินเต๋อพร้อมมองมาทางหม่าจิ้นเหอด้วยสายที่ไม่พอใจนิดๆที่บังอาจมาแซวเขาต่อหน้าซงอิงหลิว หม่าจิ้นเหอเลยได้แต่ไอเล็กน้อยแล้วนั่งเงียบๆมองสองข้างทางไปอย่างไม่มีปากมีเสียง เพราะยังไม่อยากออกกำลังกายตอนนี้ตอนที่รถกำลังวิ่งอยู่บนทางด่วน


               พอรถยนต์หรูสัญชาติยุโรปจอดที่หน้าประตูโรงแรมชื่อดังที่ใช้เป็นสถานที่จัดประชุมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม หย่งเหวินเต๋อก้าวขาลงจากรถยนต์คันดังกล่าวทันทีที่รถจอดสนิทที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรม ฟงเจิ้นหลี่ที่นั่งรถนำหน้ามาก่อนเพื่อเข้ามาจัดการเรื่องห้องพักให้แก่หย่งเหวินเต๋อก็ส่งคีย์การ์ดห้องพักให้แก่ชายหนุ่มทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในโรงแรมโดยมีเหล่าพนักงานขนกระเป๋าช่วยกันยกกระเปาเดินทางลงจากรถ


               “งานมีพรุ่งนี้ วันนี้คุณหย่งเหวินเต๋ออยากจะไปไหนก่อนหรือเปล่าครับ”  หม่าจิ้นเหอถามเจ้านายหนุ่มที่ยืนดูวิวอยู่ที่หน้าต่างของห้องพัก


               “ไม่ละ ถ้าพวกนายอยากไปเที่ยวไหนก็ตามสบายเลย ฉันต้องอ่านเอกสารพวกนี้ให้เสร็จก่อนที่พรุ่งจะเข้าประชุม” หย่งเหวินเต๋อว่าแล้วเอาเอกสารที่หอบมาจากฮ่องกงออกมาอ่านก่อนที่จะเข้าประชุมในวันพรุ่งนี้


               “ครับ ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวก่อนก็แล้วกันครับ”  หม่าจิ้นเหอเอ่ยแล้วเดินออกจากห้องพักของเจ้านายเขาไปทันทีเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลาทำงานของหย่งเหวินเต๋อ


               “คุณจิ้นเหอครับ ทำไมช่วงนี้นายเขาดูไม่ค่อยจะสนใจสาวๆเสียเท่าไรเลยละครับ คุณจิ้นเหอว่ามันแปลกๆหรือเปล่าครับ”  ฝูหานตงถามด้วยความสงสัยหลังจากที่ออกจากห้องพักของเจ้านายหนุ่มของเขาแล้วอย่างอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของตน


               “ช่วงจำศีลมั้ง นายอยากรู้ก็ไปถามนายเอาเองซิ”  หม่าจิ้นเหอตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักก่อนจะเดินกลับห้องพักของตนเพื่อพักผ่อนบ้าง

              

               เรนิตาเดินออกจากห้องผ่าตัดกลับมาที่แผนกฉุกเฉินที่เธอประจำอยู่หลังโดนเรียกตัวให้เข้ามาผ่าตัดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาด้วยความเหนื่อยล้าจากการยืนผ่าตัดคนไข้สามชั่วโมงติดกันร่วมกับแพทย์เฉพาะทางของคนไข้โรคหัวใจที่เข้ารักษาที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ เธอที่เป็นศัลยแพทย์เลยต้องร่วมเข้าผ่าตัดในครั้งนี้หลังจากที่คชาเป็นคนโอนเคสคนไข้รายนี้ที่ต้องเข้ามาผ่าตัดมาให้เธอเป็นคนดู


               เรนิตานั่งลงที่โซฟาตัวยาวอย่างหมดแรงก่อนที่จันทนาที่เดินตามเข้ามาในห้องพักด้านหลังจะส่งแก้วน้ำหวานสีสวยให้แก่เรนิตาที่นั่งหมดแรงอยู่ที่โซฟาดื่ม จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างถึงแม้ไม่มากแต่ก็ยังดีที่มานั่งหมดแรงแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนไข้ที่มารักษาที่นี่จะไม่ไว้ใจการรักษาเอาได้


               “เป็นไงบ้างแก เหนื่อยขนาดนั้นเลยหรอ”  จันทนาถามเพื่อนสาวของเธอหลังจากที่อีกฝ่ายวางแก้วน้ำหวานลงที่โต๊ะหน้าโซฟาตัวยาวที่หญิงสาวทิ้งตัวลง


               “ก็นิดหน่อย คนไข้อายุเยอะแล้วเลยต้องระวังเป็นพิเศษเพราะก่อนหน้านี้เคยผ่าตัดบายพาสหัวใจ[1]ไปรอบหนึ่งแล้วแต่รอบนี้ต้องระวังเป็นพิเศษก็เลยเครียดกันนิดหน่อยในห้องผ่าตัด แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี”   เรนิตาบอกเพื่อนสาวของเขาที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งๆที่ทำงานสายเดียวกันแทนๆแต่เธอไม่ได้เก่งเท่าเรนิตาที่จัดการปัญหาตรงหน้าได้รวดเร็วเท่าเธอ


               “สู้ๆนะแก แล้วเที่ยงนี้แกจะไปกินข้าวที่โรงอาหารหรือเปล่า”   จันทนาถามเพื่อนสาวที่เห็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว


“ไปซิ ถ้าฉันไม่ไปทานที่นั้นจะให้ฉันไปทานที่ไหน”  เรนิตาว่า


               “ไปทานข้างนอกเถอะ ฉันอยากทานอาหารข้างนอกโรงพยาบาล”  จันทนาเอ่ยชวนเรนิตาออกไปทานอาหารข้างนอกโรงพยาบาล เพราะเมื่อเช้าเธอได้ยินมาทยิดากลับมาทำงานแล้วแถมตามคลุมดนุนัยแจ ถ้าให้เรนิตาไปนั่งทานข้าวที่โรงอาหารมีหวังสองคนนี้ได้วางมวยกันแน่


               “ทำไม....แกกลัวว่าฉันจะไปตบดาวอย่างนั้นหรอ”   เรนิตาถามเข้าตรงประเด็นจนคนที่หวาดกลัวไปก่อนทำหน้าไม่ถูกเมื่อเรนิตารู้ทันเธอ    “ฉันไม่ไปตบยัยนั้นหรอก ถ้ามันไม่มาหาเรื่องฉันก่อน แกก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง” 


               “จ๊ะๆ”  จันทนาได้แต่เอ่ยรับคำก่อนที่จะพูดไปมากกว่านี้ พยาบาลประจำแผนกฉุกเฉินก็วิ่งเข้ามาหาสองสาวที่กำลังคุยกันอยู่ในห้องด้วยสายตาท่าทางตื่นตะหนก


               “มีอะไรหรือเปล่าแก้ว หน้าตื่นมาเชียว หรือมีคนไข้ด่วนเข้ามา”  เรนิตาถาม


“ค่ะ มีคนโดนยิงเข้ามาค่ะพี่ริต้า รีบไปเถอะค่ะ รถใกล้มาถึงแล้ว”   แก้วมณีพยาบาลรุ่นน้องประจำแผนกฉุกเฉินตอบแล้วทำท่าชี้ไปทางห้องฉุกเฉินที่อยาด้านหน้าห้องพักแพทย์ด้านหลัง


เรนิตาคว้าเสื้อกาว์ของเธอขึ้นมาใส่แล้ววิ่งออกไปรอรับคนเจ็บที่หน้าประตูห้องฉุกเฉินทันที พอรถฉุกเฉินจอดลงที่หน้าประตูทางเข้าเหล่าบุรุษพยาบาลเข้ามาช่วยยกรถเข็นที่มีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลงจากรถฉุกเฉินที่วิ่งเข้ามาจอด พอเรนิตาเห็นร่างคนเจ็บที่นอนอยู่บนรถเข็น เธอก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจพร้อมยกมือขึ้นมาปิดปากของตนเองทันทีที่เห็นคนเจ็บด้วยความตกใจที่ได้เจอเขาอีกครั้งหนึ่ง


“เร็วซิริต้า มัวแต่ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น”  เสียงเรียกของเพื่อนร่วมแผนกเรียกเรนิตาที่กำลังยืนตกใจกับคนเจ็บที่เข้ามาใหม่     “ค่ะๆ”   เรนิตารีบสะบัดหัวแรงๆเพื่อเรียกสติของตัวเองแล้ววิ่งตามเตียงเข็นเข้า ก่อนจะช่วยกันจัดการชายหนุ่มที่ตอนนี้แถมไม่ได้สติสักเท่าไร นอนมองไปทั่วด้วยสายตาเหม่อลอยจนหันมาเห็นหน้าของเรนิตาที่เข้ามาเช็คม่านตาของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง


“เตรียมห้องผ่าตัดให้พี่เลย....แล้วเลือดด้วย ดูท่าคนไข้น่าจะเสียเลือดไปมาก”  เรนิตาสั่งพยาบาลให้จัดเตรียมของให้เธอก่อนที่เธอจะหายเข้าไปเปลี่ยนชุดด้านในเมื่อทำการผ่าตัดชายหนุ่มที่ถูกส่งเข้ามา


“คุณ....คุณหย่งเหวินเต๋อ”  เรนิตาเรียกชื่อชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงที่กำลังสะลึมสะลือใกล้มหมดสติเต็มที ทำได้แต่ปรือตาขึ้นมามองหน้าคนที่เรียกเขา พร้อมทั้งพยายามยกมือขึ้นมาจับคนที่เรียกเขาตรงหน้าไว้ให้ได้ เรนิตาเห็นท่าไม่ดีเลยหันไปสั่งแก้วมณีที่อยู่ไม่ไกลทันที    


“แก้ว...โทร.ตามตำรวจด้วยเพราะนี้ไม่ใช่เหตุธรรมดา คนไข้โดนยิงหลายที่มาก...คนไข้มีของติดตัวมาด้วยหรือเปล่า แก้วไปจัดการถามเจ้าหน้าที่มาให้เรียบร้อย คนไข้ชื่อหย่งเหวินเต๋อเป็นคนฮ่องกง แก้วรีบไปจัดการ”   เรนิตาสั่งให้แก้วมณีเป็นชุดๆก่อนจะวิ่งหายเข้าไปเปลี่ยนชุดด้านในหลังจากที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดโทร.กลับมาบอกว่าห้องผ่าตัดที่ต้องการใช้ สามารถเข้าไปใช้ได้เลย บุรุษพยาบาลโดนเรียกมาเพื่อพาคนเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดที่อยู่ชั้นสามของโรงพยาบาลทันที


สองชั่วโมงที่เรนิตาใช้ไปกับการผ่าตัดเอาลูกกระสุนออกจากร่างกายของหย่งเหวินเต๋อหลังจากที่ถูกส่งมาที่โรงพยาบาลที่เธอทำงาน ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องพักแพทย์อย่างเหนื่อยอ่อนและหิวเป็นอย่างมาก เพราะเธอยังไม่ได้ทานอะไรลองท้องก่อนเข้าไปผ่าตัดเลยจนตอนนี้เลยเวลาเที่ยงไปมากแล้ว จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้หิวจนปวดท้อง


“หิวมากไหมแก”   จันทนาเอ่ยถามเพื่อนของเธอหลังจากที่เข้ามาในห้องพักแพทย์พร้อมถุงผ้าวในมือของเธอ


“มากแก...มีอะไรให้ฉันกินไหม”  เรนิตาถามกลับแล้วมองไปยังถุงผ้าที่อยู่ในมือของจันทนา


               “มี....แต่แกต้องตอบคำถามฉันก่อนว่าแกรู้จักกับผู้ชายที่แกเข้าผ่าตัดเมื่อกี้ได้ยังไง”   จันทนาเอ่ยอย่างมีข้อแลกเปลี่ยน ทำให้เรนิตานิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิดเรื่องที่จันทนาถามเธอเรื่องของผู้ชายคนนั้น 


               “ถ้าแกไม่บอกก็ไม่เป็นไร ออกไปซื้ออะไรกินข้างนอกก็ได้ ฉันไม่ว่า”  จันทนาเอ่ยอย่างเหนือกว่า


“ก็ได้....ฉันบอกก็ได้ แต่แกต้องเหยียบไว้เข้าใจไหม.....ผู้ชายคนนั้นคือ ผู้ชายที่ฉันพลาดไปมีอะไรด้วยที่มาเก๊า”  เรนิตาตอบหลังจากที่มองไปรอบๆแล้วไม่มีคนอยู่ในห้องพักแพทย์นอกจากเธอกับจันทนาสองคนที่นั่งอยู่ในห้องพักแพทย์ จันทนาที่ได้ยินดังนั้นถึงกับถุงผ้าที่อยู่ในมือหลุดมือด้วยความตกใจที่อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ทั้งๆที่มันผ่านมาสามเดือนกว่าแล้วแท้ๆ แต่เพื่อนเธอกลับได้มาพบกับผู้ชายคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง


               “เฮ้ย!กับข้าวของฉัน....”  เรนิตาร้องออกมาด้วยความตกใจหลังจากที่เห็นถุงผ้าในมือจันทนาล่วงลงพื้นเสียงดังก่อนจะรีบเข้าไปดูอาหารที่อยู่ในถุงผ้าอย่างเป็นห่วง มากกว่าอาการตกใจของจันทนา


               “แล้วแกจะทำยังไงต่อ แกจะไปเจอเขาไหม”  จันทนาถามต่อหลังจากที่เรนิตาเอากล่องข้าวมานั่งกินที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาวที่เป็นที่ประจำของเธอและเรนิตาที่ชอบมานั่งอ่านหนังสือ หรือทำนู้นทำนี้ด้วยกัน


               “ก็ต้องไปเจอซิ ฉันเป็นคนผ่าตัดในโว้ย แกนี้ก็ถามแปลกๆ” 


“แล้วถ้าแกไปเจอเขาจะจำแกได้ไหมว่า แกคือผู้หญิงในคืนนั้น แล้วถ้าแกไปแล้วเขาจะทำอะไรแกหรือเปล่าริต้า”  จันทนาเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ข้างหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนของเธอหลังจากที่ไปเจอผู้ชายคนนั้นแล้ว


               “มันจะมีอะไรได้ยังไง ฉันไปในฐานะหมอ ส่วนเขาก็เป็นคนแค่คนไข้ ลองทำอะไรฉันดูซิ ฉันได้เอาถาดฟาดหัวกลับแน่ ที่ประเทศไทยบ้านเกิดเรานะโว้ย แกจะกลัวอะไร”   เรนิตาว่า


               “แกใจกล้าเกินไปแล้ว....ฉันไม่ไว้ใจจริงๆ กลัวเรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้” 


“รอให้มันเกิดขึ้นก่อนค่อยว่ากัน ฉันกินข้าวต่อแหละ”  เรนิตาเอ่ยจบก็ตัดอาหารที่จันทนาเป็นคนจัดใส่กล่องมาจากโรงอาหารของโรงพยาบาลใส่ปากต่อ อย่างไม่สนใจว่าจันทนาจะวาดความคิดเรื่องของเธอกับผู้ชายคนนั้นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อาจจะเพราะด้วยความหิวของเธอก็เป็นได้ทำให้เธอไม่สนใจเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต




[1] การผ่าตัดบายพาส (Coronary Artery Bypass Grafting: CABG) เป็นการผ่าตัดต่อเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ เพื่อทำทางเบี่ยงเสริมหลอดเลือดบริเวณที่ตีบหรือตันทำให้เลือดผ่านส่วนที่ตีบหรือตันได้ดีขึ้น ส่งผลทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น


โปรดติดตามตอนต่อไป..........
               
     เดี๋ยวนะ...คืออะไรที่นางเอาคีย์การ์ดของสาวสวยคนนั้นไปให้คนอื่นแบบนี้ แถมต่อหน้าต่อตาอีก บ้าไปแล้วหย่ง
เหวินเต๋อของฉัน....
     แต่อะไรก็สู้ไม่ได้กับการที่เขาสองคนกลับมาเจอกันแล้ว....เย้ๆ ดีใจให้หย่งเหวินเต๋อเขาหน่อยเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #6 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 20:05
    บอดี้การ์ดไปไหนหมดทำไมโดนยิง
    #6
    0