วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 17 : หย่งหยางจู VS ฝูเยว่สื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62






เปิดตัวอีก 2 คน หย่งหยางจู น้องชายของหย่งเหวินเต๋อ และ ฝูเยว่สื่อ 


          เสียงออดดังขึ้นต่อเนื่องติดๆกันหลายสิบครั้งจนทำให้ชายหนุ่มร่างผอมสูงผิวขาวที่หลังสักลายมังกรตัวยาวนอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่สีเข้มที่ปกปิดร่างกายเพียงแค่ครึ่งท่อนล่าง นอนฟุบหน้าอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ข้างๆกันมีหญิงสาวร่างผอมบางแสนเซ็กซี่ของนางแบบสาวที่ชายหนุ่มหิ้วมาจากคลับเมื่อคืนนี้  นอนอยู่ข้างๆกันในสภาพที่ไม่แตกต่างกับเขามากนั้นหลังจากที่เมื่อคืนทั้งเขาและเธอทำศึกหนักด้วยกันเกือบทั้งคืน

               เสียงออดหน้าประตูหยุดส่งเสียงลง หลังจากที่คนที่อยู่หน้าประตูอีกฝั่งหนึ่งเลิกกดออดที่ติดอยู่ที่หน้าประตูห้องพักสุดหรูราคาแพง หญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสยาวถึงหน้าแข้งสีทึบ คลุมด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกหนึ่งชั้นสีอ่อน สวมรองเท้าคัชชูผู้หญิง สีส้นเตี้ยสีดำ สวมแว่นสายตาแบบกรอบกลม ก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ของตัวเองที่อย่างตั้งอกตั้งใจจนต้องเทของที่อยู่ในกระเป๋าผ้าของเธอออกมากองบนพื้นถึงจะเจอกับคีย์การ์ดแผ่นสีขาวที่เขียนหมายเลขห้องและชื่อของคอนโดมิเนียมสุดหรูเอาไว้บนคีย์การ์ด ก่อนที่รีบกวาดของทุกอย่างที่อยู่บนพื้นใส่กระเป๋าผ้าของเธอกลับคืนเหมือนเดิม แล้วใช้คีย์การ์ดนั้นแตะไปที่ตัวปลอดล็อคประตูห้องทันที


               หญิงสาวค่อยๆก้าวขาเข้ามาในห้องพักสุดหรูและใหญ่มาก...กว่าห้องเช่าที่เธอใช้ซุกหัวนอนหลายเท่า เธอค่อยๆก้าวเขาเข้ามาในห้องอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมมองไปเหล่าเสื้อผ้าราคาแพงที่ถูกถอดและเหวี่ยงกระจายไปทั่วห้องพักจนมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องที่ถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย เธอค่อยๆผลักประตูเข้าไปในห้องนั้นก็เห็นชายหนุ่มร่างกำยำนอนอยู่บนเตียงกับหญิงสาวใส่สภาพหมิ่นเหม่ไม่ต่างกันเท่าไรนัก หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าด้วยความอายแทนทั้งสองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆเดินอ้อมไปฝั่งที่ชายหนุ่มเจ้าของรอยสักลายมังกรสวยอย่างระมัดระวังเต็มที่ไม่ให้เยียบโดนอะไรที่ไม่พึ่งประสงค์เข้า


               “คุณหย่งค่ะ คุณหย่งหยางจูค่ะ”   หญิงสาวเขย่าตัวปลุกชายหนุ่มที่นอนอยู่นเตียงนอนพร้อมเอ่ยเรียกชายหนุ่มไปด้วยแต่ไม่เสียงตอบรับกลับมาเลยสักนิดเดียว หญิงสาวตรงหน้าเลยลองเรียกชายหนุ่มใหม่อีกครั้งหลังจากที่เว้นวางไปไม่กี่วินาที เพื่อคนขี้เซ้าจะรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแต่กลับไม่ไม่มีวี่แววว่าจะลุกขึ้นมาเหมือนในตอนแรก


               “จะขี้เซ้าไปไหนนี้ สงสัยต้องใช้วิธีนี้ เพื่อจะได้ผล”   หญิงสาวเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องนั่งเล่นมองหน้าลำโพงไร้สายต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือของเธอ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอน วางลำโพงไร้สายไว้ที่ข้างหมอนของชายหนุ่มก่อนจะก้าวถอยหลังออกมาสองสามก้าว แล้วกดเพลงร็อคของศิลปินชื่อดังที่พี่ชายของเธอชื่นชอบจนต้องโหลดมาใส่โทรศัพท์ของเธอด้วยเป็นกัน จนสุดขีดระดับเสียงของโทรศัพท์เธอ ทำให้เพลงจังหวะเร้าใจดังขึ้นเสียงดังลั่นผ่านลำโพงไร้สายเครื่องสวยตัวเล็ก จนคนที่นอนอยู่บนเตียงนอนทั้งสองคนถึงกับตกใจลุกพรวดขึ้นมานั่งด้วยกันอย่างพร้อมเพียงกัน


               “อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ คุณหย่งหยางจู ดิฉันฝูเยว่สื่อเป็นเลขาของคุณนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ”   หญิงสาวแนะนำตัวจบชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงนอนหันมามองหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนก่อกวนแต่เช้า แถมหญิงสาวคนนี้เข้ามาในห้องของเขาได้อย่างไรกันแต่นั้นไม่สำคัญเท่าที่เธอแนะนำตัวเองว่า เธอเป็นเลขาของเขาที่ดูยังไงตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นเหมือนป้าเฉิ่มๆที่เคยทำงานกับเขามาก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรให้น่าสนใจเหมือนเลขาคนล่าสุดที่พึ่งลาออกไปเลยสักนิดเดียว


               “เดี๋ยวนะ!เมื่อกี้เธอว่า เธอเป็นเลขาฉันใช่ไหม”  หย่งหยางจูถามหญิงสาวตรงหน้ากลับพร้อมทั้งทำหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆกับการที่เขาต้องมีเลขาเป็นป้าแก่คนหนึ่งๆ


               “ค่ะ คุณหย่งเหวินเต๋อเป็นคนจัดการเรื่องนี้ตามความต้องการของคุณเอง ฉันเลยได้เป็นเลขาของคุณค่ะ....เช้านี้คุณมีประชุมกับผู้ถือหุ้นที่บริษัทตอนสิบโมง และต่อด้วยนัดท่านข้าวกับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่โรงแรมในช่วงบ่าย ต่อด้วยเข้าประชุมเรื่องโครงการการสร้างสะพานข้ามเกาะค่ะ แล้วตอนเย็น.....”    ฝูเยว่สื่อเอ่ยรายงานตารางงานของวันนี้ให้หย่งหยางจูฟังแต่กลับโดนอีกฝ่ายเบรก


               “เดี๋ยวนะ งานพวกนี้มันเป็นของพี่ชายฉันไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันทำ”  


“อ๋อ คุณหย่งเหวินเต๋อเดินทางไปประชุมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่เมืองไทยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ตารางงานทั้งหมดที่คุณหย่งเหวินเต๋อที่ต้องไปจัดการจึงเป็นหน้าที่ของคุณทั้งหมดค่ะ.....ตอนนี้จะแปดโมงแล้วค่ะ เชิญคุณหย่งไปอาบน้ำดีกว่าไม่อย่างนั้นเราอาจจะไปเข้าร่วมประชุมไม่ทันเอาได้”   ฝูเยว่สื่อบอกชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่บนเตียงนอนโดยข้างๆมีสาวร่างผอมมายังเธอด้วยความไม่ชอบใจ


               “ทำไมฉันต้องทำตามที่บอกด้วย....เธอเป็นแค่เลขาของฉันไม่ใช่พ่อแม่ฉันสักหน่อย ยังไงเช้านี้ฉันก็ไม่ไปประชุมผู้ถือหุ้นอะไรนั้นเด็ดขาด”   หย่งหยางจูบอกแล้วน้ำเสียงติดอารมณ์เสียสุดๆ


               “ถ้าคุณไม่ไปทำงานตามตารางงานของคุณหย่งเหวินเต๋อ คุณหย่งเหวินเต๋อก็ให้ฉันฝากมาบอกว่าคุณว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบัตรเครดิตของคุณ รถยนต์ของคุณ รวมถึงความสะดวกสบายอย่างอื่นที่คุณมี คุณหย่งเอาไปบริจาคทั้งหมด แล้วให้คุณไปทำงานที่ไซด์ในฐานะคนงานที่นั้นจนกว่าคุณจะสำนึกได้ อ๋อ!แล้วคุณหย่งยังฝากมาบอกอีกด้วยว่าขืนยังเป็นอยู่แบบนี้เขาจะให้คุณเป็นคนไปบุกเบิกสาขาของโรงแรมใหม่ที่แอฟริกาค่ะ”   ฝูเยว่สื่อบอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเรียบๆ แต่ถ่ายทอดคำพูดทุกคำของหย่งเหวินเต๋อมาหมดทุกคำพูดที่เขาสั่งเธอเอาไว้ก่อนเดินทางไปเมืองไทย


               “เฮ้ย!นี้เธอกล้าขู่ฉันหรอ ยัยป้า”   หย่งหยางจูถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความไม่พอใจแบบสุดๆใส่หญิงสาวที่ยืนนิ่งๆอยู่ที่ปลายเตียงนอนของเขา


               “ดิฉันไม่กล้าขู่คนอย่างคุณหรอกค่ะคุณหย่งหยางจู แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าที่ฉันพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า คุณจะโทร.ไปถามพี่ชายของคุณก็ได้ค่ะ ดิฉันไม่ว่า”   ฝูเยว่สื่อเอ่ยจบก็ทำท่าจะเอาโทรศัพท์ออกมาโทร.หาหย่งเหวินเต๋อเพื่อให้เขาช่วยยืนยันคำพูดของเธออีกทีหนึ่งว่าที่เธอบอกเขาไปเป็นคำสั่งของพี่ชายของเขาจริงๆ


               “ไม่ต้อง!ฉันไม่อยากโดนพี่ชายของฉันบ่นใส่แต่เช้าแบบนี้...แค่ไปทำงานตามตารางแค่นี้ใช่ไหม”   หย่งหยางจูถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์มากนัก ก่อนจะลุกขึ้นยืนบนเตียงนอนโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะอยู่ในสภาพไหน ทำให้ฝูเยว่สื่อรีบหันหลังหลบทันทีก่อนที่เธอจะเห็นในสิ่งที่เธอไม่อยากเห็นเอาได้


               “แค่นี้ทำเป็นไม่เคยเห็นไปได้ หึหึ....ส่วนเธอก็กลับไปได้แล้ว”   หย่งหยางจูเอ่ยประโยคใส่ฝูเยว่สื่อก่อนจะหันไปพูดอีกประโยคหนึ่งกับนางแบบสาวที่หิ้วมาคลับเมื่อคืนนี้อย่างไม่ใยดีนัก ทำให้นางแบบสาวที่โดนไล่ออกจากห้องถึงกับหน้าหวอไปเลยที่โดยชายหนุ่มไล่ แถมเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อคืนราวกับเป็นคนละคน


               “แต่ว่านีน่า.....”   นางแบบสาวกำลังจะเอ่ยปากขอร้องแต่ชายหนุ่มกลับไม่ฟังเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเสียแล้ว เธอเลยได้แต่หันมามองหน้าของฝูเยว่สื่อด้วยความไม่พอใจที่มาขัดจังหวะระหว่างเธอกับเขา  ฝูเยว่สื่อเลยได้ต่างยิ้มบางๆให้แก่นางแบบสาวที่ตีความว่าเธอกำลังเยาะเย้ยเธอที่โดนไล่ออกจากห้อง แต่ความเป็นจริงแล้วฝูเยว่สื่อไม่รู้ว่าเธอต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงนี้ดีเลยได้แต่ยิ้มให้แก่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนอน


               หย่งหยางจูเดินออกจากห้องน้ำเห็นว่านางแบบสาวที่เขาหิ้วมาจากคลับยังนั่งอยู่บนเตียงนอนของเขาอยู่ ก็เกิดความหงุดหงิดขึ้นมาเพราะเขาไม่ชอบที่พูดอะไรซ้ำซากหลายๆรอบๆ เลยได้แต่หันไปมองคนที่บอกว่าเป็นเลขาของเขาเพื่อเป็นการบอกให้จัดการหญิงสาวที่นั่งอยู่เตียง


               “เอ่อ...คุณ....”  


“ผมบอกว่าให้คุณออกจากห้องผมไปได้แล้วใช่หรือไง ผมชอบพูดอะไรหลายๆรอบ”   หย่งหยางจูออกปากไล่อีกรอบหลังจากที่เห็นว่าเลขาของเขาทำท่าจะไม่กล้าเข้าไปไล่หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอนให้ออกจากห้องพักของเขา


               “แต่ว่านีน่าพึ่งได้นอนไปแค่แปบเดียวนะคะ ขอนีน่านอนต่อไม่ได้หรอค่ะ นีน่าอยากอยู่กับคุณนานนี้ค่ะ”   นางแบบสาวบอกด้วยน้ำเสียงหวานหยดแล้วลุกขึ้นเดินไปหาชายหนุ่มโดยที่ไม่มีอะไรปกปิดร่างกายสักชิ้นเดียว ฝูเยว่สื่อเลยได้แต่เบนหน้าหลบความใจกล้าหน้าด้านของหญิงสาวที่กล้าเดินโชว์เรือนร่างของตัวต่อหน้าผู้ชายแบบนี้ แถมยังมีเธอยังอยู่ในห้องอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม


               “คุณจะออกไปดีๆหรือจะให้ผมเรียกคนมาโยนคุณอออกไป”   หย่งหยางจูเอ่ยแล้วมองหน้าของหญิงสาวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ขี้เล่นเหมือนเมื่อคืนเอาเสียเลย จนนางแบบสาวแอบหวั่นๆกับสายตานั้น  ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปหาเลขาสาวของเขาแล้วเรียกเอาเงินจากเลขาสาวของเขาที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากมากนัก  ฝูเยว่สื่อจำใจต้องหยิบเงินกว่าหกร้อยดอลลาร์ฮ่องกง(ประมาณ 2,384 บาท) สุดท้ายของเธอที่กันเอาไว้จ่ายค่าเช้าห้องให้แก่หย่งหยางจูที่เรียกเอาเงินจากเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากัน เพื่อเอาไปจ่ายเป็นค่าตัวของนางแบบสาวที่เขาหิ้วมาจากคลับเมื่อคืนนี้


               “นี้คุณจะมาทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ ฉันไม่ใช่อีตัวอย่างที่คุณเข้าใจหรอกนะ”  นางแบบสาวไม่พอใจที่หย่งหยางจูให้เงินเธอเพียงแค่หกร้อยดอลลาร์ฮ่องกงเท่านั้น    


“หรือคุณจะไม่เอาก็ได้นะ ผมไม่ว่า...นี้ถือว่าผมให้คุณมากแล้วจากผลงานเมื่อคืนที่คุณบอกผมว่าไม่ค่อยได้ขึ้นเตียงกับใครสักเท่าไร แต่ที่ผมสัมผัสได้มันไม่ใช่อย่างที่คุณว่าเลยสักนิดเดียว”   หย่งหยางจูบอกนางแบบสาว ที่ตอนนี้กำลังโกรธเป็นฝืนเป็นไฟที่โดนชายหนุ่มดูถูก


“คุณไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นนางแบบ ถ้าฉันพูดเรื่องของคุณออกไปคุณได้โดนสังคมประณามแน่”  นางแบบสาวขู่


“เชิญ....ผมไม่สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว รีบออกไปจากห้องของผมได้แล้ว”   หย่งหยางจูออกปากไล่นางแบบสาวอีกครั้งที่ได้แต่กำเงินในมือแน่นด้วยความโกรธ โมโห ไม่พอใจ เจ็บใจที่โดนดูถูก ทั้งๆที่เธอตั้งใจจะอ่อยเขาเพื่อให้ได้เขามาครองและกลายเป็นคุณนายของตระกูลหย่งแต่นี้กลับโดนเขาไล่อย่างกับหมูกับหมา


               “เธอเก็บเสื้อผ้าแล้วข้าวของ ของผู้หญิงให้หมดแล้วโยนออกไปนอกห้องเดี๋ยวนี้”   หย่งหยางจูเอ่ยสั่งเลขาของเขาที่ตอนนี้ได้แต่ทำหน้าลำบากใจ แต่สุดท้ายก็ต้องทำตามคำสั่งเพราะเธอยังไม่อยากตกงานตอนนี้ งานยิ่งหายากๆอยู่แล้วไหนจะเงินของเธอเมื่อกี้อีก


               “กรี๊ด....แกมันทุเรศ ไอเฮงซวย.....”   นางแบบสาวตะโกนด่าหย่งหยางจูออกมาด้วยความโมโหที่โดนลากออกมาจากห้องในสภาพที่เธอไม่ได้ใส่อะไรสักชิ้นเดียวพร้อมกับข้าวของๆเธอที่โดนยัยเลขาหน้าจืดโยนออกมาตามคำสั่ง หลังจากที่เขาออกมาจากห้องพักของเขาแล้ว จนเธอต้องมายืนในสภาพเปลืองเปล่าอยู่หน้าห้อง ส่วนเขาก็เดินเข้าลิฟต์โดยสารของคอนโดมิเนียมไปพร้อมกับเลขาหน้าจืดนั้นแล้ว


               หลังจากที่ตารางงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นเสร็จ หย่งหยางจูก็มาที่คลับประจำของเขาที่เขามาเที่ยวที่นี่ได้ทุกคืนไม่มีเบื่อเนื่องจากคลับแห่งนี้เขามีหุ้นอยู่ด้วย ถึงไม่มากแต่ก็เขาก็อยากที่ช่วยเพื่อนรักของเขาที่เรียนมาด้วยกันได้เปิดไนท์คลับที่ฝันเอาไว้ตั้งแต่เรียนเป็นจริง เขาเลยเข้าร่วมหุ้นด้วยอีกคน ทำให้เปิดไนต์คลับนี้ได้อยากที่มันต้องการ


               หย่งหยางจูเดินเข้ามาในนั่งที่โต๊ะประจำของเขาได้ไม่นานพนักงานประจำร้านก็วิ่งเอาเครื่องดื่มมาบริการอย่างรู้งานของตนเองพร้อมทั้งสั่งหาเด็กหน้าสาวๆมานั่งเป็นเพื่อนด้วยอีกสองสามคนแต่โดนชายหนุ่มเบรกเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้เขาต้องการแค่เครื่องดื่มเท่านั้น ที่ช่วยให้เขาผ่อนคลายได้จากการทำงานหนักมาทั้งวัน


               “เฮ้ย!เป็นอะไรไปวะ ถึงไม่ยอมให้เด็กจัดสาวๆมาให้”   หูอิ่งเยว่ เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นเจ้าของไนท์คลับที่นี่เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยที่จู่ๆวันนี้ก็ไม่อยากได้สาวๆมานั่งเป็นเพื่อนที่โต๊ะ


               “วันนี้ฉันเจอเรื่องปวดหัวมากพอแล้ว วันนี้อยากพักวะ”  


“ทำไมวะ”   หูอิ่งเยว่ถามด้วยความสงสัย


               “วันนี้ฉันได้เลขามาใหม่คนหนึ่งแล้วยัยนั้นบังคับให้ฉันไปทำงานตามตารางงานของพี่ชายฉันทั้งวันเลย ก่อนจะยอมปล่อยให้ฉันมาหาแกเมื่อกี้นี้เอง”   


               “อ้าว!แล้วพี่แกไปไหนซะละ”


“ไปเมืองไทยนะซิ ไปประชุมอะไรสักอย่าง ฉันว่าไปเที่ยวเสียมากกว่า ดูซิงานเลยมากองท่วมหัวฉันอยู่นี้ไง”  หย่งหยางจูว่าด้วยความหงุดหงิดที่ต้องมาทำงานแทนพี่ชายของตัวเองจนแถบไม่มีเวลาได้พักเลย โดยเฉพาะยัยเลขาตัวดีของเขาที่ใช้งานเขาอย่างกับอะไรดี แถมเอาคำพูดของพี่ชายเขามาขู่เขาอยู่เนื่องๆจนน่าหงุดหงิด


               “แกก็น่าจะดีใจไม่ใช่หรือไงที่ได้เลขาใหม่ แถมเป็นผู้หญิงซะด้วย”  


“ดีใจบ้าอะไรละ ยัยนั้นอย่างกับป้า แต่งตัวก็เฉิ่มอย่างกับป้าทั้งๆที่ดูแล้วอายุยังไม่ถึงสามสิบเลยด้วยซ้ำ รู้ไหมเมื่อเช้ายัยนั้นปลุกฉันด้วยการเปิดเพลงร็อคเสียงดังลั่นห้อง จนสะดุ้งไปตามๆกันเลยทีเดียว ไม่พอนะตอนบ่ายฉันอยากออกมากินข้าวกับเด็กในสังกัดฉันนะก็ไม่ยอมให้ออกมา แถมบังคับให้ฉันนั่งทานข้าวกับลูกค้าที่เป็นตาแก่ลงพุ่งนั้นในที่ห้องประชุมของบริษัทแทนออกไปทานข้าวข้างนอก แกคิดว่ายังไง ฉันเป็นเจ้านายนะโว้ยแต่โดนยัยนั้นสั่งให้ทำนั้นทำนี้ตลอด แถมเอาแต่ขู่ฉันเรื่องพี่ชายฉันอีก ฉันโคตรอึดอัดเลย....”   หย่งหยางจูบ่นให้เพื่อนของเขาฟังพร้อมถอนหายใจออกมาในตอนท้ายประโยคของตน เพื่อเป็นการบ่งบอกเขาอึดอัดจริงๆ


               “แต่ก็เป็นหน้าที่รองประธานอย่างแกที่ต้องทำเปล่าวะ”   หูอิ่งเยว่เห็นด้วยกับเลขาของเพื่อนเขา เพราะหน้าที่พวกนี้มันก็ต้องตกเป็นหน้าที่ของรองประธานที่ต้องจัดการแทนประธานที่ไม่อยู่


               “เฮ้ย!แกต้องเห็นด้วยกับฉันซิ ไม่ใช่ยัยเลขานั้น”   ชายหนุ่มเริ่มงอแงไม่พอใจที่เพื่อนไม่เห็นด้วยกับตนแต่กลับไปเข้าข้างแม่เลขานั้นแทน หย่งหยางจูเลยนั่งนิ่งๆเพื่อใช้ความคิดว่าจัดการยัยแม่เลขาสุดเฉิ่มของเขายังไง ที่วันนี้ใช้งานเขาทั้งวันแบบนี้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างชอบใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า


โปรดติดตามตอนต่อไป.............

              

 หยางจูของเรานี้แอบนิสัยไม่ดีเหมือนกันนะนี่ แล้วอย่างนี้เลขาคนใหม่ทำงานด้วยได้นานแค่ไหนกันนะ....แอบสงสารฝูเยว่สื่อเบาๆ

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #21 Sanookker47 (@Sanookker47) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:42
    รอเจิมค่ะ
    #21
    0