วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 16 : ป๋าสายเปย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

   

              “ยิ้มอะไรของคุณนะคุณหย่งเหวินเต๋อ” เรนิตาถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความหงุดหงิดไม่หายจากเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านขายเสื้อผ้าที่เธอตั้งใจจะไปซื้อให้ป๋าสายเปย์ได้เสียเงินเล่น แต่กลับต้องมาเจออะไรแบบนี้จนพาลให้เธอหงุดหงิดไม่พอใจในความมักมาย หลายใจของดนุนัย


               “ก็ยิ้มให้ภรรยาคนสวยของผมไง”  หย่งเหวินเต๋อว่าแล้วยิ้มไม่หยุดที่เมื่อสักครู่นี้ หญิงสาวประกาศชัดใส่หน้าแฟนเก่าของเธอว่าเขาเป็นสามีของเธอ แถมต่อหน้าเหล่าพนักงานในร้านขายเสื้อผ้าด้วยอีกต่างหาก จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไรกัน ที่นานทีเรนิตาจะยอมใช้คำนี้ ถึงแม้เพื่อเอาตัวรอดก็ตาม แต่เขารับรองได้เลยว่าพรุ่งต้องเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอน


               “ฉันแค่พูดเอาตัวรอดเท่านั้นแหละ”   เรนิตาว่า


“แต่นั้นผมก็ดีใจแล้วที่อย่างน้อยคุณก็บอกต่อหน้าแฟนเก่าของคุณว่าผมเป็นสามีของคุณ”   หย่งเหวินเต๋อว่าจบเรนิตาก็แต่มองบนกับความหลงตัวเองของชายหนุ่มที่เธอบอกไปแล้วแท้ๆว่าเธอพูดแค่ต้องการเอาตัวรอดเท่านั้น แต่นี้กลับไม่ฟังกันเลยวสักคำ


               “กลับบ้านคุณกันเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์ซื้อของต่อแล้ว” 


“แต่คุณยังไม่ได้เสื้อผ้าเลย หรือคุณอยากใส่เสื้อผมนอนแบบคืนนั้นก็ได้นะ ผมไม่ว่าหรอก...มันออกจะเซ็กซี่ดี”  หย่ง
เหวินเต๋อว่าแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่หญิงสาวที่ได้แต่เม้มปากให้ในความหื่นของชายหนุ่มที่พูดเรื่องใต้สะดือกับเธอตลอดจนเธอไม่รู้ว่าควรจะตำราเริ่มไหนออกมารับมือกับความหื่นของหย่งเหวินเต๋อ


               “ไม่เอาหรอก เดี๋ยวคุณมาคิดว่าเสื้อผ้าของคุณที่ฉันเอามาใส่ ฉันไม่อยากเปลืองให้คุณอีก” 


“แต่ผมชอบนะ โดยเฉพาะตัวคุณนี้ มันทั้งนุ่ม ทั้งหวานเลยละ ผมละอยากชิมอีกหลายๆครั้ง”  หย่งเหวินเต๋อใช้สายตาแทะโลมเรนิตาจนเธอต้องรีบหันหลังให้ชายหนุ่มอย่างเขินอาย เพราะเธอรู้สึกเมื่อโดนเขาจับจ้องไปตามร่างกายของของเธอตามส่วนต่างๆที่อยู่ภายใต้ชุดที่สวมใส่ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนตอนนี้เธอไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าอยู่เลย


               “หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนี้เลยนะคุณหย่งเหวินเต๋อ”   เรนิตาว่าด้วยน้ำเสียงโกรธๆ จนชายหนุ่มหัวเราะออกมาด้วยความพอใจที่ได้แกล้งให้หญิงสาวอายเล่นได้ โดยเฉพาะแก้มทั้งสองข้างที่ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับลูกมะเขือเทศสุกที่แสนน่ารับประทาน จนอดใจไม่ไหวต้องเข้าไปขโมยหอมแก้มของหญิงสาวหนึ่งทีก่อนจะตามมาด้วยเสียงต่อว่าที่แสดงความไม่พอใจและลุกเดินหนีไปทันที


               “ไม่โกรธกันนะ....แก้มคุณมันน่าหอมจริงๆนิ เดี๋ยวผมเลี้ยงไอศรีมคุณเป็นการไถ่โทษก็ได้”  หย่งเหวินเต๋อเดินตามเรนิตามาติดพร้อมทั้งเอ่ยง้อหญิงสาวที่ตอนนี้แสดงความไม่พอใจใส่เขา โดยที่มีเหล่าบอดี้การ์ดหนุ่มได้แต่มองเจ้านายของตนเองอย่างไม่น่าเชื่อว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาจะเป็นคนๆเดียวกันกับเจ้าของคาสิโนผู้น่าเกรงขาม


               “นี้คุณ ฉันไม่ใช่เด็กนะที่จะได้เอาไอศรีมมาล่อแล้วจะหายงอน”  


“ผมเลี้ยงเลยนะ หรือคุณไม่อยากทานก็ได้นะ ร้านนี้อร่อยมากในห้างสรรพสินค้านี้เลย.....”   หย่งเหวินเต๋อพยายามหลอกล่อเรนิตาด้วยการอ้างเหตุผลนู้นเหตุผลนี้ให้หญิงสาวยอมตกลงและหายงอนเขา จนหญิงสาวเริ่มเอนเอียงไปคำโฆษณาของหย่งเหวินเต๋อที่พูดถึงร้านไอศรีมที่ว่า


               “ก็ได้ค่ะ ฉันจะไปทานไอศรีมร้านที่คุณบอกกับคุณแต่คุณต้องเป็นคนจ่ายของที่ฉันจะไปซื้อทั้งหมดโดยไม่มีข้อแม้ ตกลงไหมค่ะ”   เรนิตายอมตกลงไปกินไอศรีมที่ว่านั้น แต่ไม่วายที่จะยืนข้อแลกเปลี่ยนกับชายหนุ่มเพราะเธอมีแผนการเอาไว้ในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


               หลังจากที่ออกมาจากร้านไอศรีมที่ว่านั้นแล้วเรนิตาก็เดินนำเข้าร้านเสื้อผ้า ร้านนู้นทีร้านนี้ทีโดยทุกร้านเธอต้องซื้อเสื้อผ้ากลับมาติดไม้ติดมืออย่างน้อยก็สองสามถุงก่อนออกมาจากร้าน โดยมีหย่งเหวินเต๋อเป็นจัดการเรื่องค่าเสื้อผ้าให้แก่เธอ จนออกมาจากร้านเสื้อผ้าล่าสุดที่ตอนนี้มีถุงเสื้อผ้าอยู่ในมือของเหล่าบอดี้การ์ดหย่งเหวินเต๋อเกือบจะสิบถุงแล้วเรนิตาก็ยิ้มออกมาคนเดียวก่อนจะเดินเข้าไปแย้งถุงเสื้อผ้าของเธอในมือของบอดี้การ์ดหย่งเหวินเต๋อมาถือ พร้อมทำทีเป็นหนักมากแต่จริงๆก็หนักอยู่แต่ไม่ขนาดเท่าที่เธอแสดงออกมา


               “ทำไมคุณไม่ให้เจิ้นหลี่ถือถุงเสื้อผ้าให้ละ”  หย่งเหวินเต๋อถามพร้อมหันไปมองบอดี้การ์ดของตนเองทำนองที่เดินเข้ามาช่วยเรนิตาถือถุงเสื้อผ้าแต่หญิงสาวเบี่ยงถุงหลบไม่ให้ฟงเจิ้นหลี่เข้ามาเอาถุงเสื้อผ้าของเธอไปถือ


               “อย่าดีกว่าค่ะ ฉันเกรงใจฟงเจิ้นหลี่ เสื้อผ้าพวกนี้มันเป็นของฉันเองด้วย...ถ้าไม่ใช่เพื่อนหรือแฟน ฉันก็ชอบให้ใครมาถือถุงพวกนี้ให้ สู้ถือเองดีกว่า”  เรนิตาว่าด้วยน้ำเสียงติดเศร้าที่ปลายน้ำเสียงจนหย่งเหวินเต๋อเข้ามาคว้าถุงเสื้อผ้าของเรนิตามาถือเองแบบอัตโนมัติ แต่พอหญิงสาวทำทีจะเข้าไปแย้งกลับมาถือเองหย่งเหวินเต๋อก็ไม่ยอมคืนให้และกลายเป็นว่าเขาเอาถุงเสื้อผ้าของเธอทั้งหมดมาถือไว้เอง ไม่ว่าเรนิตาจะเข้าไปซื้อของร้านไหนก็ตามจนเขาไม่มีมือจะหยิบจับของอะไรนอกจากถุงข้าวของที่หญิงสาวกระหน่ำซื้อมา


               “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ถือถุงไปก็แล้วกันค่ะ เดี๋ยวเรื่องจ่ายค่าของฉันจัดการเอง นี้บัตรของคุณใช่ไหมค่ะ”  เรนิตาเอ่ยพร้อมถามต่อท้ายประโยคที่ไม่ได้สนใจมากนักว่าหย่งเหวินเต๋อจะตอบว่าอะไรเพราะเธอส่งบัตรเครดิตใบนั้นให้แก่พนักงานขายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินมาเข้าร้านเสื้อผ้าผ้าผู้ชายที่ไม่ห่างกันแล้วหันไปเรียกบอกดี้การ์ดของหย่งเหวินเต๋อที่ทำท่าจะเข้าไปเจ้านายของเขาถือของให้เดินมาหาเธอทางนี้หน่อยก่อนจะยกนู้นนี้นั้นขึ้นมาทาบนู้นนี้นั้นจนได้ในสิ่งที่เธอต้องการก็จัดการชำระเงินพร้อมขอแยกถุงให้แก่เธอด้วย


               “กระดุมติดแขนเสื้อของคุณหม่าจิ้นเหอค่ะ ส่วนอันนี้เนคไทอันใหม่ของซงอิงหลิว ส่วนกำไรนำโชคด้านสุขภาพของฝูหานตง เพราะฉันจำได้ว่าเมื่อคราวที่แล้วตอนที่คุณไปเฝ้าเจ้านายคุณ คุณไม่สบายฉันเลยเลือกอันนี้ให้ ส่วนของฟงเจิ้นหลี่เป็นแว่นตากันแดดก็แล้วกันเพราะนายต้องขับรถค่อยรับส่งคุณหย่งเหวินเต๋อ”   เรนิตาจัดการแจกจ่ายของที่เธอเลือกมาให้แก่บอดี้การ์ดทั้งสี่คนของหย่งเหวินเต๋อทันที ที่ได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ ไม่รู้ว่าควรรับของที่เรนิตาซื้อมาให้ดีหรือเปล่า เพราะเจ้านายของเขาที่ตอนนี้เอาแต่จ้องมาทางนี้


               “ไม่เป็นไรหรอก....พวกคุณดูแลความปลอดภัยให้เจ้านายของคุณขนาดนี้ ของแค่นี้ขนหน้าแข้งเจ้านายของคุณไม่ล่วงหรอกใช่ไหมค่ะคุณเหวินเต๋อ....”   เรนิตาเรียกชื่อของหย่งเหวินเต๋อในประโยคท้ายด้วยน้ำเสียงหวานจนชายหนุ่มได้แต่ยิ้มรับแล้วพยักหน้ารับคำพูดของเรนิตา เหล่าบอดี้การ์ดเลยจำใจต้องรับของเรนิตาที่เป็นคนซื้อให้แก่พวกเขาโดยใช้บัตรเครดิตของหย่งเหวินเต๋อรูดมาทั้งหมด


               “กลับกันดีกว่าค่ะ ฉันเมื่อยขาไปหมดแล้ว”  เรนิตาชวนหย่งเหวินเต๋อกลับทันทีโดยไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ชายหนุ่มจะน้อยใจเธอหรือเปล่า ที่เธอตั้งใจเลือกของให้แก่บอดี้การ์ดของเขาแต่กลับไม่มีของเขาสักสิ้นเดียว


               “อ้าว!แล้วของผมละ ไม่มีของผมหรอ”  สุดท้ายหย่งเหวินเต๋อก็อดไม่ได้ที่จะต้องถามเรนิตาที่เดินจ้ำอ้าวออกจากร้านเสื้อผ้าผู้ชาย   


“มีแค่แต่เมื่อกี้บัตรมันรูดไม่ผ่าน ฉันเลยต้องจำใจตัดของออกเลยเหลือแค่สี่ชิ้นเอง คุณคงไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหมค่ะ” 


“บัตรผมจะรูดไม่ผ่านได้ยังไง ในเมื่อมันมีวงเงินไม่จำกัด ผมจะถามร้านให้รู้เรื่อง”  หย่งเหวินเต๋อหมุนตัวจะกลับไปถามที่ร้านแต่โดนเรนิตารั้งเอาไว้เสียก่อน เพราะเธอเองก็อยากที่จะแกล้งเขาคืนบ้าง ทำตัวเป็นป๋าสายเปย์ยอมซื้อของนั้นซื้อของนี้ให้เธอดีนัก เธอเลยกะจะเอาให้เข็ดจะเลิกเป็นป๋าสายเปย์โดยเฉพาะกับสาวๆ


               พอกลับมาถึงบ้านเรนิตาก็เอาของออกมาแยกพร้อมกับแจกจ่ายของที่เธอตั้งใจซื้อกลับมาแม่บ้านประจำบ้านของหย่งเหวินเต๋อออกมาให้แบ่งให้ทุกคนจนกครบทุกคน โดยมีสายตาของหย่งเหวินเต๋อที่มองมาด้วยความหงุดหงิด เพราะทุกคนได้ของจากเรนิตายกเว้นเขาคนเดียว เลยเดินขึ้นบนห้องทำงานด้วยความไม่พอใจที่หญิงสาวไม่สนเขาสักนิดเดียว


               เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสองสามครั้งติดกันก่อนที่เหล่าบอดี้การ์ดทั้งสี่จะเดินเข้ามาในห้องทำงานของหย่งเหวินเต๋อที่โทรศัพท์ตามให้พวกเขาทั้งสี่คนขึ้นมาหาที่ห้องทำงานก่อนจะสั่งงานให้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนของเขาไปทำงานให้เขาตามคำสั่ง ชนิดที่ว่าถ้าไม่สำเร็จมีหวังได้ตายก่อนวัยอันควรแน่นอน เพราะดูจากน้ำเสียงท่าทางอันแสนหงุดหงิดจนไม่มีใครสามารถเข้าหน้าติดได้เลยแม้กระทั้งเลขาคนสนิท ก็ล้วนโดนกันทั่วหน้าและสาเหตุก็คงอย่างเดียวคือ เรนิตาไม่ยอมสนใจเจ้านายของเขาถึงได้หงุดหงิดมาลงที่ลูกน้องแบบนี้


               “คุณหย่งเหวินเต๋อค่ะ คุณริต้าบอกว่าให้มาเชิญคุณลงไปที่ห้องเธียเตอร์ค่ะ”  แม่บ้านเดินเข้ามาบอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบๆแล้วรีบเดินออกจากห้องทำงานของชายหนุ่มไปด้วยความรวดเร็ว เพราะตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าของเจ้านายหนุ่มของเธอที่กำลังหงุดหงิดอยู่ หย่งเหวินเต๋อเลยจำใจต้องเดินไปยังห้องที่ว่านั้นอย่างช่วยไม่ได้


               พอชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องเธียเตอร์ก็พบกับไอแอร์เย็นๆที่ลอยเข้ามาหาเขาก่อนจะเดินเข้ามาหน่อยก็เห็นโซฟาถูกเตรียมไว้พร้อมกับขนมและเครื่องดื่มที่วางรอเขาอยู่บนโต๊ะกระจกด้านหน้าโซฟาตัวใหญ่นุ่มที่เขาสั่งทำพิเศษก่อนที่ร่างของเรนิตาจะเดินออกมาจากด้านหลังของหน้าจอขนาดใหญ่


               “มาแล้วหรอคุณปิดไฟแล้วมานั่งที่โซฟาเลยค่ะ”   เรนิตาบอกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ทำให้หย่งเหวินเต๋อต้องทำตามที่เรนิตาบอกก่อนจะลงมานั่งข้างๆเรนิตาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าหญิงสาวจะทำอะไรกันแน่ถึงได้ให้แม่บ้านไปตามเขาในห้องทำงาน  เรนิตากดเล่นภาพยนต์ที่เธอเลือกมาให้มันเล่นทันทีก่อนจะค่อยๆมุดเข้ามาในอ้อมกอดของหย่งเหวินเต๋อแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมขาของเธอและเขาเอาไว้


               “คุณจะทำอะไร”


“ก็ดูหนังกับคุณไง หรือคุณไม่อยากดูหนังกับฉันสองคน....ฉันจะได้ออกไปก็ได้นะ”  เรนิตาบอกแล้วทำท่าจะลุกออกจากห้องเธียเตอร์ แต่โดนชายหนุ่มรั้งเอาไว้ พร้อมอุ้มร่างของหญิงสาวให้นั่งตักของเขา


               “ปล่อยเลยคุณ นั่งแบบนี้มีหวังเมื่อยตายพอดี”


“ใครบอกว่าเมื่อย ผมออกจะชอบไม่มีทางเมื่อยหรอก”   หย่งเหวินเต๋อใช้น้ำเสียงเรียบๆแต่ผิดกับดวงตาทั้งสองข้างที่มองหญิงสาวบนตักของเขาอย่างแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้ในดวงตาคู่นั้นที่ใช้มองหญิงสาว


               “แต่ว่า....”  เรนิตากำลังจะแย้งแต่หย่งเหวินเต๋อยกมือขึ้นทำท่าให้หญิงสาวเงียบเพราะหนังที่เรนิตาเลือกมากำลังจะเข้าฉากแรกของเรื่องแล้ว ทำให้เรนิตาจำใจต้องเงียบอย่างช่วยไม่ได้แต่แล้วพยายามจ้องสมาธิทั้งหมดไปที่หนังที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้อง แต่มือปลาหมึกของหย่งเหวินเต๋อมันซุกซนค่อยลูบไล้ไปตามร่างกายของเธออยู่นั้นแหละโดยเฉพาะบริเวณเอวของเธอที่ชายหนุ่มทั้งลูบทั้งบีบมันเบาๆเพื่อเล่นมันอย่างชอบใ

              

โปรดติดตามตอนต่อไป......


ป๋าสายเปย์ เปย์ทั้งเมียเปย์ทั้งลูกน้องเลยทีเดียว แต่ตัวเองกลับโดนเมินใส่เสียนี่ ไม่รู้ว่าจะสะใจดีหรือสงสารดี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #20 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 23:46
    เปย์ไปหนักขนาดนี้จะได้ไรคืนมั้งมั้ยน้า
    #20
    0