วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 15 : ฮันนี่มูน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62






               


               

                    หลายวันที่ผ่านมาการหายหน้าหายตาไปหลายวันทำให้ดนุนัยที่อดสงสัยไม่ได้จนต้องเดินไปหาข่าวที่แผนกฉุกเฉินแต่ทุกคนในแผนกไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เรนิตาหายไปสักคนเดียว เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานในปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเอาเองชักหงุดหงิดใจเรื่องที่เรนิตาหายไปหลังจากที่ผู้ชายคนนั้นที่จูบกับเรนิตาในห้องนั้นออกจากโรงพยาบาลไปได้ไม่กี่วัน เรนิตาก็หายไปไม่มาทำงานที่โรงพยาบาล แถมไม่มีใครพูดถึงเรนิตาอีกด้วยทั้งๆที่หายไปหลายวัน


               ดนุนัยเดินวนไปวนมาในห้องทำงานของตัวด้วยความวุ่นวายใจเรื่องของเรนิตาก่อนที่เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาจะดังขึ้นติดกันสองสามครั้ง พร้อมกับร่างของชวารีเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาพร้อมส่งยิ้มหวานที่คิดว่าหวานที่สุดในชีวิตให้แก่ชายหนุ่มตรงหน้าที่น่าจะเรื่องเครียดให้คบคิด

               “หมอนัยค่ะ....ไปทานข้าวกลางวันกันดีกว่า จะเที่ยงกว่าแล้วค่ะ”  ชวารีออกปากชวนชายหนุ่มไปทานข้าวกลางวันที่โรงอาหารของโรงพยาบาลด้วยกันเหมือนอย่างเคย พร้อมเดินเข้ามาจับแขนของชายหนุ่มให้เดินออกไปทานข้าวกลางวันที่โรงอาหารด้วยกัน


               ดนุนัยกับชวารีนั่งลงที่โต๊ะอาหารของโรงอาหารประจำโรงพยาบาลได้ไม่นานกลุ่มของขจีพร้อมด้วยพยาบาลชุดขาวอีกสามสี่ชีวิตก็นั่งลงที่โต๊ะอาหารด้านหลังของดนุนัยก่อนจะเริ่มบทสนทนานินทาคนนั้นทีคนนี้ที เหมือนๆกับเป็นการอัพเดทข่าวสารของคนโรงพยาบาลอย่างสนุกสนาน จนกระทั้งหนึ่งในพบาบาลพวกนั้นเอ่ยถามถึงเรนิตาขึ้น ทำให้ดนุนัยชะงักเล็กน้อยกับบทสนาของเหล่าสาวๆที่พูดถึงเรนิตาขึ้นมา


               “พี่ขจีตกลงว่าหมอริต้าหายไปไหนหรอพี่ เห็นไม่มาทำงานหลายวันแล้ว”  หนึ่งในนั้นถามขจีด้วยความสงสัยที่ไม่เห็นเรนิตาที่โรงพยาบาลติดต่อกันหลายวันแล้ว


               “อ้าว!นี้ไม่รู้กันหรอกหรอว่า หมอริต้าไปเป็นหมอประจำตัวให้เศรษฐีที่ฮ่องกงนะ ที่เคยเข้ามารักษตัวที่นี่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา”  ขจีเอ่ยเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติทั้งๆที่ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว


               “จริงหรอพี่....แล้วไปนานแค่ไหนหรอพี่”  พยาบาลร่างผอมที่นั่งร่วมกลุ่มด้วยหนึ่งในนั้นถามขึ้นด้วยความสงสัย


“สามเดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น....ต้องรอดูอีกที แต่ที่แน่ๆสองคนนี้เขาน่าจะ Some thing กันบางอย่างด้วยพี่ว่านะเพราะไม่อย่างนั้นหมอริต้าไม่ยอมไปง่ายๆหรอก”   ขจีเอ่ยอย่างพินิจพิเคราะห์เรื่องที่เรนิตายอมไปหมอประจำให้เศรษฐีนั้นไกลถึงฮ่องกง


               “อย่างไงหรอพี่ขจี”  หนึ่งในนั้นถามจบขจีก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาพร้อมกดเปิดภาพที่เขาแอบถ่ายมาได้ตอนที่เศรษฐีหนุ่มกำลังหอมแก้มเรนิตาในสวนหย่อมของโรงพยาบาล


               “เฮ้ย! ถึงขั้นหอมแก้มกันแบบนี้เลยหรอพี่....หมอริต้านี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เจอเขาได้ไม่นานถึงขั้นหอมแก้มกันในสวมหย่อมแล้ว ถ้าอยู่กันสองคนจะขนาดไหน คิดๆแล้วหมอริต้านี้ก็ไวไฟใช้ได้เลยว่าไหม”  


               “นั้นนะซิ แล้วอย่างกับหมอนัยเราว่าก็ไม่เหลือหรอก คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วละ”


“แต่หมอนัยแต่งงานกับดาวไปแล้วนะ หมอริต้าจะไปทำแบบนั้นหรอ”   พยาบาลร่างท้วมเอ่ยแย้งขึ้นเรื่องที่ดนุนัยแต่งงานกับทยิดาไปแล้ว    


“โอ้ย!นี่เธอโลกสวยจริงๆ วัวเคยค้าม้าเคยขี่ มีหรือจะไม่กลับไปกินกันนะ เป็นฉันก็กลับไปกินละว้า หมอนัยออกหล่อ แล้วรวยด้วย”   พยายามร่างผอมสูงประหนึ่งนางแบบที่หลุดออกมาจากนิตยาสารเอ่ย


“แต่ถ้าเป็นพี่ พี่คงไม่กลับไปหาหมอนัยหรอก เพราะเศรษฐีอะไรนี่รวยกว่าหมอนัยเป็นไหนๆ แถมมีอำนาจมากกว่าหมอนัยอีกดูเป็นมาเฟียออก อยากได้ก็ต้องแค่นั่งชี้นิ้วสั่ง สบายจะตายไป”   ขจีค้านในคำพูดของเพื่อนร่วมวงสนทนาเรื่องที่เรนิตาจะกลับไปหาดนุนัย


               “แต่มาเฟียอะไรนั้นแก่ไม่ใช่หรอพี่”  พยาบาลคนดิมค้าน


“ใครบอกแก่ พึ่งสามสิบกว่าๆเอง หล่อจะตายไป....ดูในรูปดีๆซิ พี่เห็นกับตาตัวเองมาแล้ว”  ขจีว่าแล้วคว้าโทรศัพท์ตัวเองคืนมาพร้อมทั้งขยายรูปของคนที่เธอบอกว่าเป็นมาเฟียให้แก่เพื่อนร่วมวงสนทนาครั้งนี้ได้ดูชัดๆว่าชายหนุ่มที่ว่าไม่ได้แก่อย่างที่พวกหล่อนๆเข้าใจ


               “หล่อจริงด้วยพี่....อย่างนี้หมอนัยก็สู้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว แต่ว่าไปฉันก็อยากได้แบบนี้บ้างจะได้นั่งเฉยๆค่อยชี้นิ้วสั่ง สบายจะตายไป”   พยาบาลร่างผอมเอ่ยแล้วทำหน้าเพ้อฝันว่าเธออยากจะมีแบบนี้บ้างจะได้สบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากกินแล้วก็นอน


               “คงอยาก...ละจ๊ะเพราะเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่บุญล้วนๆ”   ขจีว่าอย่างชอบใจ ประหนึ่งเป็นการดับฝันของพยาบาลร่างผอมในพริบตาเดียว คนโดนดับฝันถึงกับมองหน้าของขจีด้วยความไม่พอใจที่มาดับฝันของเธอ


               “แล้วอย่างนี้หมอริต้าจะกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลเราหรือเปล่าพี่ขจี”  


“เป็นพี่ พี่ก็ไม่กลับมาหรอก อยู่ที่นู้นสบายจะตายจะกลับมาทำมาทำไมให้เหนื่อย นั่งเป็นคุณนายเจ้าของคาสิโนดีกว่าเยอะ”  ขจีว่าจบทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกันทั้งโต๊ะ ทำให้ดนุนัยที่นั่งฟังอยู่นานลุกขึ้นแล้วหันไปมองเหล่านางพยาบาลจอมนินทากับขจีที่เป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะเดินออกไปพร้อมถาดข้าวของตนเองทันทีด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ชวารีที่นั่งอยู่ด้วยกันเลยต้องรีบลุกตามดนุนัยไป


               “นี้หมอนัยมานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร ได้ยินที่เราพูดทั้งหมดเลยละซิ”   ขจีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลนิดๆเช่นเดียวกับผู้ร่วมวงสนทนาคนอื่นๆที่พอเห็นว่าคนที่ลุกออกไปเป็นดนุนัยก็ถึงกับหน้าเสียเลยทีเดียว ที่ใครจะไปคิดว่าดนุนัยจะอยู่ตรงนี้ด้วย


               “หมอนัยค่ะ ไม่เป็นอะไรใช่ไหมค่ะ เรื่องที่คนพวกนั้นพูดกัน”   ชวารีเดินตรมเข้ามาในห้องทำงานด้านหลังเอ่ยถามดนุนัยด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีคนอื่นอยู่ นอกจากพวกเขาทั้งสองคน


               “แล้วคิดว่าผมควรจะเป็นอะไรไหมละ ดูคนพวกนั้นพูดเข้า...ผมมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ”  ดนุนัยถามชวารี


“ไม่ค่ะ หมอนัยไม่ได้แย่ขนาดนั้นแค่ หมอนัยดีมาก ดีกับวาวมากด้วย หมอนัยอย่าไปฟังปากหอยปากปูเลยคะ มีปากพูดก็พูดเอาอยู่นั้นแหละค่ะ คนพวกนี้ชอบนินทาคนอื่นหาความดีเข้าตัวเอง หมอนัยอย่าไปสนใจเลยค่ะ”   ชวารีเดินเข้ามากอดปลอบใจดนุนัย จนชายหนุ่มยกมือขึ้นมากอดตอบอ้อมกอดของหญิงสาวที่ดีต่อเขา


               “ถ้าผมได้รู้จักวาวมากกว่านี้ ผมคงไม่ต้องแต่งงานกับดาวหรอก”   ดนุนัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆพร้อมกับดันร่างของชวารีออกจากอ้อมกอดของตนเองก่อนที่จะมีใครมาเห็นเขาแต่ชวารีกลับคว้าแขนของดนุนัยให้เดินตามเธอไปยังมุมอับด้านหลังของห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มีข้าวของมากมายตั้งวางเรียงเต็มพื้นไปหมดและที่สำคัญมันสูงพอที่ปิดไม่ให้ใครเห็นด้านในได้ด้วย แม้แต่กล้องวงจรผิดที่ติดไว้บนเพดานของห้องทำงานก็ตาม


               ชวารีคว้าใบหน้าของดนุนัยเข้ามาจูบทันทีพร้อมกับลูบไล้ไปตามร่างกายของดนุนัยอย่างร้อนแรงก่อนจะเงยหน้ามองดนุนัยด้วยสายตาที่สื่อความหมายเป็นอันรู้กันสองคน ดนุนัยจูบชวารีกลับหื่นกระหายพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อของชวารีออก เผยให้หน้าอกขาวที่ตอนนี้เด้งฟูอยู่ตรงหน้าของตน ชายหนุ่มใช้ปากครอบครองหน้าอกขาวๆนั้นราวกับเด็กน้อยจนคนโดนจู่โจมถึงร้องครางออกมาเบาๆด้วยความเสียวซ่านและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก กลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นกิจกรรมของพวกเขาทั้งสองคนที่แอบทำกันในห้องทำงานด้านในสุด

-CUT-


ชวารีเดินออกมาด้วยความเหนื่อยล้านั่งลงที่เก้าอี้ที่วางอยู่ไม่ห่างพร้อมจัดการแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนที่จะใครเดินเข้ามาเห็นเข้าเสียก่อน เช่นเดียวกับดนุนัยที่รีบแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในมุมอับของห้องทำงาน


ดนุนัยเดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองที่ตอนนี้มีทยิดานั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยในชุดนอน ที่สั้นขึ้นมาจากเดิมเล็กน้อยพร้อมท้องของทยิดาที่เริ่มใหญ่ขึ้นจากการตั้งครรภ์ ลูกของเธอกับดนุนัยที่ตอนนี้เข้าเดือนที่ห้าแล้ว


               ทยิดาวางหวีแปรงลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดังบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่สามีของเธอกลับบ้านดึกเช่นนี้ ด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันกลับไปมองหน้าของดนุนัยอย่างต้องการคำอธิบายจากเขา แต่อีกฝ่ายกลับตรงเข้ามาหาเธอพร้อมกับกอดร่างของทยิดาเอาไว้ แล้วหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาของทยิดาอย่างรักใคร่ และก้มลงไปทักทายกับลูกในท้องของทยิดาเล็กน้อย แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ทยิดาหายไม่โกรธที่สามีของเธอดึกเช่นนี้


               “ทำไมกลับดึกแบบนี้นัย ดาวตั้งใจจะรอทานข้าวพร้อมนัย แต่นัยกลับมาซะดึก ดาวเลยทานข้าวไปแล้ว ดาวรอไม่ไหว....แล้วทำไมนัยถึงกลับดึกแบบนี้”   ทยิดาว่าด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด


               “โธ่...ดาวผมมีงานต้องจัดการนี่ครับ ไม่โกรธผมนะ....ผมมีของจะมาให้คุณด้วย รับรองคุณต้องชอบอย่างแน่นอน”   ดนุนัยเอ่ยโดยที่ไม่ได้สนใจว่าทยิดาจะต่อว่าเรื่องที่เขากลับดึก ก่อนจะหยิบตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-ฮ่องกงแบบไปกลับออกมาให้ทยิดาดู


               “เราแต่งงานกันมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปฮันนี่มูนกันเลย เสาร์หน้าเราไปฮันนี่มูนกันที่ฮ่องกงกัน ผมอยากมีเวลาอยู่กับคุณสองต่อสองหลายๆวัน ตกลงไหมดาว”   ดนุนัยว่าหลังจากที่โชว์ตั๋วเครื่องบินของสายการบินดังที่เขาจองเพื่อไปฮันนี่มูนกับทยิดาสองคนในเสาร์หน้า


               “จริงหรอค่ะนัย นัยจะพาดาวไปฮันนี่มูนที่ฮ่องกงจริงๆหรอค่ะ”   ทยิดาถามออกมาด้วยความดีใจที่ดนุนัยจะพาเธอฮันนี่มูลไกลถึงฮ่องกง อย่างที่เธอไม่เคยคิดว่าดนุนัยจะพาเธอไปฮันนี่มูนที่ฮ่องกง 


               “คุณอยากได้อะไรก็ดูๆไว้ เดี๋ยวผมจ่ายให้....ผมไปอาบน้ำก่อนนะ เจอคนไข้มาทั้งวันเลย”  ดนุนัยว่าแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่รู้เลยว่าทยิดาถ่ายรูปตั๋วเครื่องบินไปกลับส่งไปให้ชวารีดู พร้อมโทร.ไปเล่าเรื่องที่ดนุนัยตั้งใจจะพาเธอไปฮันนี่มูนให้ชวารีฟังโดยที่ไม่รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของตั๋วเครื่องบินที่ดนุนัยตั้งใจจะไปฮ่องกง

 

               สองสามีภรรยาเดินออกมาจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงในช่วงเช้าของวันก่อนที่ชายหนุ่มจะพาภรรยาสาวคนสวยของเขาขึ้นรถเที่ยวไปตามจุดหมายต่างๆที่ทยิดาเป็นคนวางแผนเอาไว้ก่อนจะเข้าเช็คอินที่โรงแรมที่เขาเป็นจองในช่วงบ่ายแก่ๆเพื่อที่ภรรยาที่กำลังอุ้มท้องอยู่จะได้พักผ่อนก่อนออกไปหาอะไรทานที่ใกล้ๆโรงแรมที่พัก


ระหว่างทางที่ดนุนัยพาทยิดาออกมาทานอาหารตอนเย็นเขาก็เอาแต่สอดส่องสายตาของตนเองไปมาเพื่อตามหาเรนิตา เพื่อที่จะได้เจอหญิงสาวเข้าจะได้พาเธอหนีไปจากมาเฟียคนนั้นที่เหล่านางพยาบาลพูดถึง ว่าเป็นเจ้าของคาสิโนแถมโดนยิงก่อนที่จะเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล


“นัยค่ะ นัยอยากจะทานอะไรค่ะ”  ทยิดาเรียกสามีของเธอพร้อมเขย่าแขนจนอีกฝ่ายได้สติจึงถามคำถามเพื่อให้เขาช่วยออกความเห็นเรื่องอาหารที่อยากจะทานเย็นนี้


“อะไรก็ได้ดาว ผมไม่เรื่องมาก เอาที่ดาวอยากทานเลย”   ดนุนัยบอก อีกฝ่ายเลยได้แต่ก้มหน้าผิดหวังเล็กน้อยที่สามีไม่สนใจเธอ ทยิดาเลยเลือกที่จะไปร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยชื่อดังเธอจดรายชื่อเอาไว้ก่อนมาเที่ยวที่ฮ่องกง ก่อนจะเข้าไปนั่งในร้านดังกล่าวที่โต๊ะอาหารไม่มากนัก


“เป็นไงค่ะนัย ร้านนี้อร่อยว่าไหมค่ะ”  ทยิดาถามหลังจากที่ซดน้ำซุปไปได้สองสามช้อน


“อืม...”   ดนุนัยรับคำสั้นๆก่อนจะตัดก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยในถ้วยของตนเองทานอย่างเร่งรีบประหนึ่งหิวมากอย่างนั้นแหละ


               “โฮ้!นัยค่ะ ใจเย็นๆค่อยๆทานก็ได้ค่ะ....หรือว่านัยหิวหรอค่ะ”  


“ก็นิดหน่อย...ดาวค่อยๆทานก็ได้ เดี๋ยวผมออกไปเดินดูขนมมาให้คุณดีกว่า เพื่อตอนกลางคืนคุณจะหิวเอา”   ดนุนัยเอ่ยแล้วลุกจากโต๊ะไปด้วยความรวดเร็วจนทยิดาถึงกับไม่เข้าใจในการกระทำของสามีเธอที่ดูลุกลี้ลุกลนยังไงชอบกล แต่ก็ไม่อยากจะคิดมากเพราะตอนนี้เธอกำลังมีความสุขที่เขาพาเธอมาฮันนี่มูนถึงที่นี่


               ทยิดาเดินออกมาจากหลังจากที่ทานเสร็จก่อนจะเดินตามหาสามีของเธอที่เดินหายไปไหนไม่รู้จนมาเจออยู่หน้าร้านขายขนมที่ห่างไปสองสามช่วงตึกจากร้านก๋วยเตี๋ยวที่เข้าไปทาน กำลังต่อแถวซื้อขนมให้แก่เธออย่างที่บอกจริงๆด้วย ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมถ้วยถุงขนมร้อนๆในมือของเขาที่เดินกลับมาหาเธอที่ยืนรออยู่ไม่ห่างจากแถวที่ดนุนัยต่อแถวอยู่


               “ลองชิมดูซิดาวว่าอร่อยหรือเปล่า ผมเห็นคนต่อแถวกันเยอะเลย”   ดนุนัยบอกก่อนที่ทยิดาจะหยิบขนมที่ว่าออกมาทานตามคำบอกของสามีเธอ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างชอบใจในความอร่อยและหอมของขนมที่ดนุนัยไปต่อแถวซื้อมาให้เธอ ทั้งๆที่แถวยาวอย่างกับอะไรดี


               “อร่อยค่ะ อร่อยมากเลย”   ทยิดาบอกทั้งๆที่ขนมอย่างเต็มปากของเธออยู่ ดนุนัยเลยพาทยิดาเดินเที่ยวอีกหลายต่อหลายทีก่อนจะมาหยุดพักเพื่อที่ให้ภรรยาของเขาได้นั่งพักขา หลังจากเดินติดต่อกันเกือบชั่วโมง แล้วเดินหายไปซื้อน้ำมาให้แก่ทยิดาทาน


               “ดื่มเยอะดาว เมื่อกี้ดาวเสียเหงื่อไปเยอะ เดี๋ยวลูกจะหิวน้ำไปด้วย”  ดนุนัยบอกแล้วก้มลงมาลูบท้องของทยิดาที่มันนู้นออกมาภายใต้ชุดเดรสยาวถึงหน้าแข้งของหญิงสาว อย่างอ่อนโยนจนก่อนจะนั่งพักอยู่เกือบห้านาที ทยิดาที่ดื่มน้ำเข้าไปมากตามที่ดนุนัยบอก เธอเองก็เริ่มชักง่วงนอนขึ้นเสียอย่างนั้น ชายหนุ่มจึงชวนทยิดากลับที่พัก


               พอทยิดาหลับไปแล้วดนุนัยก็คว้าเสื้อคลุมของตัวเองเดินออกจากห้องพักไปทันทีเพื่อออกไปเดินตามหาเรนิตาตามท้องถนน เพื่อเขาจะโชคดีที่จะได้เจอหญิงสาวก็ได้เป็นได้ แต่เดินตามหาหญิงสาวร่วมสามชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววที่เขาจะได้เจอกับเรนิตาหรือได้ข่าวของหญิงสาวเธอเลยสักนิดเดียว ดนุนัยเลยจำใจต้องเดินกลับห้องพักของตัวเองก่อนที่ทยิดาจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน  เมื่อกลับมาถึงห้องพักของเขาที่ตอนนี้ทยิดานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเขาจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายก่อนที่จะล้มตัวนอนลงบนเตียงนอนข้างๆทยิดาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


               เช้าวันรุ่งขึ้นดนุนัยพาภรรยาของเขาออกมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ของฮ่องกงย่านคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่อีกหนึ่งสถานที่ที่สำคัญของฮ่องกงเพื่อที่เปลี่ยนบรรยากาศจากเดินตามท้องถนนร้อนมาเดินในห้างสรรพสินค้าบ้าง เพราะเดี๋ยวจะเป็นลมเอาได้จากการเดินตากแดดเป็นเวลานาน


               ทยิดาเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างชอบใจโดยมีดนุนัยค่อยถือขอเดินตามเธอเข้าร้านนั้นร้านนี้อย่างมีความสุขผิดกับที่เดินตามเธอที่เอาแต่มองหน้าคนที่เขาต้องการเจอให้ได้ แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเมื่อจู่ๆร่างของเรนิตาก็มาปรากฎตัวต่อหน้าเขาที่ร้านเยื้องจากร้านที่เขากับทยิดาเข้า  ชายหนุ่มรีบวางของทั้งหมดลงบนโซฟาตัวยาวแล้วสาวเท้าตรงดิ่งไปยังร้านที่เยื้องๆกันเพื่อเข้าไปหาเรนิตาในร้านนั้นด้วยความรวดเร็ว


               “ริต้า! คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร  รู้ไหมว่าผมตามหาคุณตั้งนาน”   ดนุนัยเอ่ยพร้อมเข้าไปคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ แต่อีกฝ่ายรีบสะบัดออกอย่างไว ราวกับเป็นเชื้อโรคอย่างนั้นแหละ


               “คุณมาที่นี่ได้ไง”   เรนิตาถามแล้วพยายามก้าวถอยหลังให้ห่างจากชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำท่าคุกคามเธอจนดูน่ากลัวเป็นอย่างมากและเป็นจังหวะพอดีที่หย่งเหวินเต๋อเดินเข้ามาในร้านพอดี เรนิตาจึงรีบวิ่งไปหาชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาในร้านเสื้อผ้าทันที ที่มองมาทางเธอและชายหนุ่มที่มองตามเรนิตาทุกฝีก้าว


               “คุณเป็นอะไรกับเธอ....ผมเป็นแฟนของเธอ”   ดนุนัยแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเรนิตาต่อหน้าชายหนุ่มที่เขามองยังไงอีกฝ่ายก็เหนือกว่าเขาเห็นๆ ไม่ว่าจะเสื้อผ้า รูปร่างหน้าตา หรือแม้แต่เงินในกระเป๋า ดูจากคนติดตามถึงสี่คนที่เดินตามเข้ามาในร้านด้วย


               “คุณช่วยทำความเข้าใจใหม่ด้วย...คุณเป็นแค่แฟนเก่าของริต้าเท่านั้น ส่วนผมเป็นสามีของเธอและจะเป็นตลอดไป...”   หย่งเหวินเต๋อจ้องหน้าของผู้ชายคนนั้นอย่างเอาเรื่องก่อนที่จะเอ่ยประโยคสุดท้ายโดยหันกลับไปมองหน้าของหญิงสาวที่เข้ามาเกาะแขนของเขาแน่นไม่ยอมปล่อย


               “สามี จะบ้าหรอริต้า นี้หมายความว่าไง”  ดนุนัยเอ่ยถามกลับ


“ไม่บ้า เขาเป็นสามีของฉัน คุณอย่ามายุ่งกับชีวิตฉันอีก เอาเวลาของคุณไปดูแลลูกเมียของคุณเถอะ”  เรนิตาว่าแล้วส่งสายตาหวานให้แก่หย่งเหวินเต๋อที่ตอนนี้ยกมือขึ้นมาโอบเอวของเรนิตาราวกับแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอต่อหน้าของดนุนัยที่ได้แต่มองอย่างไม่พอใจ


               “ผมไม่เชื่อคุณหรอก คุณแค่ต้องการผลักผมให้อกไปจากคุณเท่านั้น...กลับ....กลับเมืองไทยกับผมเดี๋ยวนี้เลย”  ดนุนัยว่าแล้วตรงเข้ามาคว้าแขนของเรนิตาเอาไว้เพื่อที่พากลับเมืองไทยด้วยกันแต่หญิงสาวรั้งตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามดนุนัยแถมพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกจากข้อมือของเธอด้วยจนหย่งเหวินเต๋อต้องเข้ามาช่วยแกะมือของเรนิตาออกจากมือของดนุนัย


               “คุณคิดว่าคุณจะพาริต้าออกจากประเทศนี้ได้หรอ....ทั้งๆที่ตอนนี้เธอไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีตั๋วเครื่องบิน หรือต่อให้มีคุณคิดว่าริต้าจะออกจากประเทศนี้ไปได้อย่างที่คุณต้องการอย่างนั้นหรือไง....”   หย่งเหวินเต๋อเอ่ยแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆชายหนุ่มอย่างเหนือกว่าพร้อมมองพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าของเขาที่ตอนนี้ได้แต่แสดงความไม่พอใจใส่


               “คุณคิดว่าถ้าคุณพาริต้ากลับไปเมืองไทยแล้ว คุณจะดูแลเธอได้ ทั้งๆที่คุณนอกใจเธอไปนอนกับผู้ช่วยพยาบาลของคุณเองจนผู้หญิงเขาตั้งท้องแบบนี้ คุณคิดว่าริต้าจะกลับไปหาคุณหรอ คุณคิดว่าคุณจะดูแลริต้าได้อย่างนั้นหรอ”  ชายหนุ่มถามดนุนัยกลับ


               “แต่ผมรักริต้า ผมไม่ได้รักดาว ที่ผมต้องแต่งงานกับดาวเพราะผมต้องรับผิดชอบเด็กในท้องเท่านั้นแหละ คนที่ผมรักคือริต้า ไม่ใช่ดาวได้ยินไหมริต้า....”   ดนุนัยบอกแล้วจ้องหน้าของเรนิตาเพื่อเป็นการยืนยันในคำพูดของเธอ แต่นั้นก็สายไปเสียแล้วเมื่อทยิดาที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมของที่ซื้อมาเมื่อสักครู่ได้ยินเรื่องทั้งหมดถึงกับมือไม้อ่อนปล่อยถุงช้อปปิ้งที่อยู่ในมือของเธอล่วงลงพื้นเสียงดังจนดนุนัยหันกลับไปดู


               “ไหนตอนแรกนัยบอกว่ารักดาวอย่างนั้นอย่างนี้จนดาวยอมนัยทุกอย่างแต่ตอนนี้นัยกับบอกว่าคนที่นัยรักคือนังริต้านั้น ทำไมละคะนัย ทำไมนัยทำแบบนี้กับดาวแบบนี้”  ทยิดาถามสามีหนุ่มด้วยเสียงสั่นๆน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอด้วยความเสียใจกับคำพูดของสามีเธอ


               “ไม่ใช่อย่างนั้นนะดาว....ผมรักริต้าก็จริงแต่ผมเองก็รักดาวเหมือนกันในฐานะแม่ของลูกผม ดาวเข้าใจผมไหม ผมรักกับริต้ามานานผมย่อมต้องรักริต้าในฐานะคนรัก แต่สำหรับดาว ดาวคือแม่ของลูกผมไง”  ดนุนัยพยายามอธิยายเหตุผลให้ทยิดาเข้าใจ ทั้งๆที่ฟังยังไงก็เห็นแก่ตัวอยู่ดีจนเรนิตาทนไม่ไหวคว้าแก้วน้ำส้มที่พนักงานยกออกมาเพื่อจะต้อนรับหย่งเหวินแต๋อโดยเฉพาะสาดใส่หน้าของดนุนัยด้วยความโมโหในคำพูดของดนุนัย


               “ทุเรศ!พูดออกมาได้....ดาวเธอจำไว้เลยว่าฉันไม่มีทางกลับไปหาผู้ชายของเธออย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ฉันมีเขาแล้ว ฉันไม่ต้องการผู้ชายทุเรศแบบนี้มาเป็นพ่อของลูกฉัน เธอเองก็ควรเพื่อใจไว้บ้าง ฉันขอเตือน”  เรนิตาพูดจบก็ก้าวฉับๆเดินออกจากร้านขายเสื้อผ้าทันที ทำให้หย่งเหวินเต๋อรีบเดินตามเรนิตาไปด้วยความรวดเร็ว


               “ดาวเดี๋ยวซิดาว...”  ดนุนัยพยายามร้องเรียกภรรยาของเขาที่เอาแต่เดินออกจากร้านไปด้วยความรวดเร็วไม่สนใจเสียงเรียกของเขาเลยสักนิดเดียว เมื่อกลับมาถึงโรงแรมทยิดาจัดการยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางของเธอด้วยความรวดเร็วเพื่อจะเช็คอินออกจากโรงแรมแต่โดนดนุนัยเข้ามาขวางไว้ก่อนที่จะเดินไปถึงประตูห้อง


               “ดาวฟังผมก่อน....ผมรู้ว่าคุณโกรธผมแต่ผมรักคุณในฐานะแม่ของลูกผมจริงๆนะดาว คุณเป็นแม่ของลูกผม ทำไมผมจะไม่รักคุณละ คุณอย่าใช้อารมณ์เลยเดียวกระทบต่อลูกในท้องของเราด้วยนะดาว คุณต้องใจๆก่อน” 


               “คุณชวนฉันมาที่นี่จริงๆแล้วคุณต้องการตามหานังริต้าใช่ไหม.....ไม่ได้ต้องการมาฮันนี่มูนกับฉันอย่างที่คุณบอกฉันใช่ไหมคุณนัย...ตอบฉันมาซิ ตอบฉันมา”   ทยิดาถามแต่เมื่อเห็นว่าสามีของเธอยังเอาแต่เงียบก็เข้าไปตบตีตามร่างกายเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้


               “ใช่ ผมมาที่นี่เพื่อต้องการตามหาริต้าจริง”  ดนุนัยยอมรับออกไปตรงๆเรื่องที่เขาชวนทยิดามาที่นี่ และนั้นก็มาพร้อมกับฝ่ามือของหญิงสาวที่ตบเข้าที่ใบหน้าของดนุนัยเข้าเต็มๆแรงจนเกิดรอยทั้งห้านิ้วบนใบหน้า ชายหนุ่มได้แต่กำมือแน่นเพื่อยับยั้งอารมณ์ของตนเองพร้อมจ้องหน้าของทยิดาด้วยความไม่พอใจแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องพักไปทันทีด้วยความโมโห


โปรดติดตามตอนต่อไป...........

ขอตัดฉาก 18+ ออกนะคะ เดี๋ยวจะโดนแบนเอาได้ ก่อนเรื่องจะจบ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #19 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 01:47
    โคตรของความเห็นแก่ตัว ฉันจะเป็นเจ้อยู่HKจบนะริต้ามิได้กล่าว
    #19
    0