วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 11 : มือปืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62







               เรนิตาเดินออกมาจากห้องพักแพทย์ด้านหลังของแผนกฉุกเฉินก่อนจะตรงไปยังสวนหย่อมด้านข้างของโรงพยาบาลที่เธอทำงานหลังจากที่เมื่อวานเธอแนะนำให้หม่าจิ้นเหอพาหย่งเหวินเต๋อออกมาเปลี่ยนบรรยากาศนอกห้องพักผู้ป่วยบ้าง แต่พอชายหนุ่มออกมาเปลี่ยนด้านนอกก็ใช้ให้ลูกน้องของเขามาตามเธอให้ไปหาที่สวนหย่อมของโรงพยาบาลด่วนไม่เช่นนั้นเขาจะมาตามเธอถึงที่แผนก

             หญิงสาวเดินมาหาคนไข้เจ้าปัญหาของเธอทันทีหลังจากที่ลูกน้องของเขาไปตามเธอถึงที่แผนก เมื่อเดินไปถึงชายหนุ่มก็คว้าเอวของเรานิตานั่งลงมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆเขาพร้อมดึงหญิงสาวเข้ามาหอมซ้ายทีขวาทีอย่างไม่อายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในสวนหย่อมข้างโรงพยาบาลที่มีคนไข้กับญาติมานั่งพักผ่อนอยู่ในสวนหย่อม


               “นี้!คุณหย่งเหวินเต๋อ....ทำอะไรช่วยให้เกียรติฉันด้วยค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”   เรนิตาต่อว่าชายหนุ่มจอมฉวยโอกาสที่คว้าเธอมาหอมแก้มทันทีที่เจอหน้าได้


               “ผมก็ให้เกียรติคุณอยู่นี้ไง ในฐานะเมียของผม”  


“คุณมีอะไรกับฉันแค่ครั้งเดียวฉันไม่นับหรอกค่ะ แต่ถ้านับเมียคุณคงมีครึ่งค่อนเกาะฮ่องกงและมาเก๊าแล้วละค่ะ”   เรนิตาย้อนหย่งเหวินเต๋อกลับ ทำให้หม่าจิ้นเหอที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับหลุดหัวเราะออกอย่างชอบใจ แต่ก็ไม่วายจะโดนสายตาของเจ้านายเขาตวัดมองอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่ลูกน้องตัวดีบังอาจมาหัวเราะเขา


               “หรือไม่จริงค่ะคุณหย่ง”   เรนิตาถามต่อเพื่อเน้นย้ำคำพูดของเธออีกครั้ง


“โธ่....ริต้า มันก็ต้องมีบ้างแต่ตอนนี้ผมยกคุณเป็นเมียผมคนเดียวเท่านั้น คุณไม่ต้องหึงไปหรอกนะ” 


               “ฉันไม่ได้หึง....หลงตัวเองจริงๆ ฉันขอตัวละค่ะถูกเรียกตัวด่วนแล้ว”   เรนิตาเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษในประโยคแรกก่อนจะบ่นให้กับความหลงตัวเองของหย่งเหวินเต๋อในประโยคต่อมาเป็นภาษาไทยก่อนจะรีบขอตัวทันทีเมื่อโทรศัพท์เข้ามาเรียกตัวด่วน


               เรนิตาเดินตรงไปยังห้องฉุกเฉินที่เธอประจำอยู่อย่างเร่งรีบแต่จู่ๆก็มือใหญ่ แข็งกระด้างเข้ามาปิดปากของธอจากด้านหลังพร้อมลากร่างของหญิงสาวที่ถูกปิดปากเอาไว้ไปยังที่ลับตาคนในมุมอับที่กล้องวงจรปิดเองก็มาไม่ถึง ก่อนจะผลักร่างของหญิงสาวกระแทกเข้ากับกำแพงไม่แรงมากนัก หญิงสาวหันไปเพื่อจะมองหน้าคนกล้าลากเธอออกมา ก็ถึงกับตกใจที่เห็นหน้าตาของมือปืนที่วันนั้นเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยของหย่งเหวินเต๋อเข้ามาอย่างไม่มีมารยาทพร้อมกับกระบอกปืนที่เหน็บอยู่เอวของตนเอง


               “มีอะไรหรือเปล่าค่ะ”   เรนิตาถามเสียงเรียบๆ อย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้


“ผู้ชายคนนั้นที่เธอนั่งอยู่ด้วย ใช่หย่งเหวินเต๋อหรือเปล่า”  มือปืนหนุ่มร่างผอมถามเป็นภาษาจีนปนภาษาไทยและอังกฤษในประโยคเดียวกันที่ถามเรนิตา ที่สามารถจับใจความได้เพียงแต่ชื่อหย่งเหวินเต๋อเท่านั้น


               “คนไข้คนไหนค่ะ ฉันอยู่กับคนไข้หลายคนค่ะ” 


“คนที่นั่งในสวนนั้นไง ใช่มันใช่ไหม”   มือปืนเค้นเอาคำตอบจากหมอสาวสวยตรงหน้าด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย


               “ถ้าเรื่องนี้ฉันคงบอกคุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ เพราะมันเป็นความลับของคนไข้ ถ้าคุณอยากรู้อะไรไปถามเคาน์เอร์ดีกว่าค่ะ ฉันเป็นแค่หมอมีหน้าที่รักษาคนป่วยเท่านั้นค่ะ”  เรานิตาพูดก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นไปยังในจุดที่มีคนอยู่มากเพื่อที่มือปืนจะได้ไม่ตามเธอมาอีก


หลังจากที่เรนิตาจัดการคนไข้ฉุกเฉินของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยของหย่งเหวินเต๋อทันทีอย่างรีบร้อนและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยของหย่งเหวินเต๋อได้ก็ตรงเข้ามาสำรวจร่างกายของชายหนุ่ม ทั้งจับหมุนซ้ายหมุนขวาจนแน่ใจแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ชายหนุ่มไม่เป็นอะไร


“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”   หย่งเหวินเต๋อถามหญิงสาวด้วยท่าทีสงสัยที่จู่ๆก็เข้ามาสำรวจร่างกายของเขาพร้อมจับเขาหันซ้ายหันขวาอยู่นั้นแหละ


“ตอนที่ฉันเดินกลับไปที่ห้องฉุกเฉิน ฉันเจอมือปืนคนที่บุกเข้ามาในห้องของคุณเมื่อวานก่อนนู้น เขาเอาแต่ถามหาคุณกับฉัน...ฉันเลยตอบเลี่ยงๆไป”   เรนิตาเล่าให้หย่งเหวินเต๋อฟังไปตามจริง ทำให้หย่งเหวินเต๋อที่นั่งฟังได้แต่ทำหน้านิ่งๆอยากที่จะเดาใจได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


“แล้วคุณไม่บาดเจ็บอะไรตรงไหนใช่ไหม”   ชายหนุ่มถามกลับ


“ไม่ค่ะ พอฉันพูดจบก็รีบเดินไปแผนกฉุกเฉินทันที ก่อนจะมาหาคุณที่ห้องนี้แหละค่ะ”


“จิ้นเหอ นายออกไปดูลาดราวทีว่ามือปืนยังอยู่ในโรงพยาบาลหรือเปล่า แล้วรีบมารายงานฉันทันที” หย่ง
เหวินเต๋อสั่งเสียเข้ม


“ครับคุณเหวินเต๋อ”   หม่าจิ้นเหอเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มก็คว้าเอวของเรนิตาเข้ามาพร้อมมองหน้าอีกฝ่ายด้วยท่าทางดีใจมากกว่าเป็นกังวลที่มือปืนมาถามหาเขากับหญิงสาวตรงหน้า จนเธอเองอดสงสัยไม่ได้ว่ามีอะไรน่าดีใจจนต้องยิ้มออกมาขนาดนี้    “คุณยิ้มทำไมค่ะ”


“ก็ผมดีใจนะซิที่คุณเป็นห่วงผมขนาดนี้”


“เปล่าค่ะ ฉันกลัวจะได้รักษาคุณอีกรอบต่างหากละค่ะ”  เรนิตาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์นัก


“ผมควรเชื่อดีไหมนะ...”   หย่งเหวินเต๋อว่าแล้วทำท่าคิดหนักจนเรนิตาหมั่นไส้จะลุกหนีไปนั่งที่โซฟาแทนแต่อีกฝ่ายกลับล็อคเอวของหญิงสาวเอาไม่ให้ลุกไปไหน


“ปล่อยเลยคุณหย่งเหวินเต๋อ”  เรนิตาพยายามแกะมือปลาหมึกออกจากเอวของเธอ  


“ไม่!จนกว่าคุณจะยอมรับมาก่อนว่าเป็นห่วงผม” 


“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้ห่วงคุณซะหน่อย”


“ปากแข็งแบบนี้ต้องให้ผมทำโทษก่อนไหมจะได้ยอมรับว่าห่วงผม”


“หลงตัวเองสุดๆ”  เรนิตาว่าจบหย่งเหวินเต๋อก็จู่โจมหญิงสาวด้วยริมฝีปากของตนเองทันทีที่ริมฝีปากของหญิงสาวก่อนจะถอนออกไปอย่างรวดเร็ว


“คุณหย่งเหวินเต๋อ!”   เรนิตาร้องออกมาด้วยความตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มก่อนจะระดมมือฟาดเข้าที่แขนแกร่งๆหลายต่อหลายที หย่งเหวินเต๋อจัดการรวบมือของหญิงสาวเอาไว้หลังจากที่หญิงสาวจะตีมากเกินเหตุไปแล้ว และเป็นจังหวะพอดีที่หม่าจิ้นเหอเดินเข้ามาในห้องพอดี ก่อนมองหน้าสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ในท่าที่หญิงสาวโดนรวบมือไว้ด้านหลังและเจ้านายเขานั่งประจันหน้าหญิงสาว เลยดูเหมือนเขาจะเข้าผิดจังหวะอย่างเห็นได้ชัดจนเรนิตาที่ได้สติ รีบสะบัดตัวออกแล้วลุกขึ้นยืนข้างๆเตียงผู้ป่วยแทน


“เป็นยังไงบ้าง เจอมือปืนนั้นไหม” หย่งเหวินเต๋อรีบปรับเข้าโหมดจริงจังต่อหน้าลูกน้องของเขาทันที


“เจอครับ คุณเหวินเต๋อ มันไปหลบอยู่ไม่ไกลจากร้านข้าวหน้าโรงพยาบาลมากนัก....จะเอายังไงต่อดีครับให้คนของเราไปจับตัวมันมาเลยไหมครับ”


“ก็ดีเหมือนกัน นายให้คนของเราจัดการมันได้เลย”   หย่งเหวินเต๋อสั่ง


“ริต้าว่าไม่ดีค่ะ...เพราะอาจจะเกิดเหตุปะทะกันได้นะคะ แล้วอีกอย่างคุณไม่อยากจัดการคนที่อยู่เบื้องหลังหรอค่ะ”  เรนิตาแย้งขึ้นพร้อมให้เหตุผลแก่นายหนุ่มที่ดูจะใจร้อนไปเสียหน่อยในเรื่องนี้


“อันนี้ก็จริงอย่างที่คุณริต้าว่านะครับ”  หม่าจิ้นเหอเห็นด้วยกับความคิดของเรนิตา


“เอาอย่างนี้ไหมค่ะ คุณพอมีที่พักที่อื่นอีกไหมค่ะ เดี๋ยวฉันเซ็นให้คุณออกจากโรงพยาบาลตอนนี้เลย คุณไปหลบอยู่ที่นั้นสักสองสามวันก่อนจะขึ้นเครื่องกลับประเทศของคุณไป แบบนี้เพื่อความปล่อยภัยของคุณเองและความปลอดภัยของคนไข้ที่นี่ด้วย” 


“ถ้าผมออกจากโรงพยาบาลผมก็ไม่ได้เจอคุณนะซิ แบบนี้ไม่ดีแน่เพราะผมไม่อยากให้คนอื่นมาจีบเมียผม”


“จะตายอยู่แล้วยังมาห่วงเรื่องแบบนี้ ไปเลย...ออกไปเลยฉันเซ็นอนุญาตให้คุณออกจากโรงพยาบาลตอนนี้เลย”  เรนิตาว่าด้วยความหงุดหงิดแล้วก้าวฉับๆไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อเอาเอกสารอนุญาตให้คนไข้ออกจากโรงพยาบาลมาเซ็นชื่อแล้วเดินกลับไปหาชายหนุ่มที่ห้อง


“ฉันเซ็นให้คุณแล้ว คุณต้องออกจาโรงพยาบาลตอนนี้เลยค่ะ”   เรนิตาวางเอกสารที่ว่าตรงหน้าชายหนุ่มอย่างหงุดหงิด


“ไม่!ผมไม่ออก ทำไมผมต้องไปไกลจากเมียผมด้วย”  หย่งเหวินเต๋อพูดจบเรนิตาก็ถอนหายใจออกมาทันทีกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่มตรงหน้าเธอ


“โอเคค่ะ...คุณต้องให้ฉันทำยังไงค่ะ คุณถึงจะยอมออกจากโรงพยาบาล”


“....คุณต้องไปหาผมทุกวันตกลงไหม ถ้าตกลงผมจะออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย”  หย่งเหวินเต๋อคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะยื่นข้อเสนอกับหญิงสาว


“ฉันคงไปหาคุณทุกวันไม่ได้หรอค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามือปืนจะตามฉันนานแค่ไหน แล้วถ้ามันรู้ว่าฉันไปหาคุณ มันก็จะไปจัดการคุณทันที ดูจากบาดแผลของคุณก็ได้ ถ้ามือปืนไม่เจ็บมือหรือมีปัญหาอะไร คุณคงตายไปแล้วละค่ะ...เอาอย่างนี้ไหมค่ะ ฉันจะพยายามไปหาคุณก็แล้วกันค่ะ...ตกลงไหมค่ะ”  เรนิตาหาทางที่ดีที่สุดเพื่อให้หย่งเหวินเต๋อยอมออกจากโรงพยาบาล


“ตกลงก็ได้ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะมาหาผมอย่างที่พูด”   ในที่สุดหย่งเหวินเต๋อก็ยอมตกลงที่จะออกจากโรงพยาบาล เรนิตากดเรียกพยาบาลที่เคาน์เตอร์ให้เอาใบค่ารักษาพยาบาลมาให้หย่งเหวินเต๋อที่ห้องพักทันที กลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจเสียก่อน


พอใบค่ารักษาพยาบาลมาเรนิตาก็อธิบายให้หม่าจิ้นเหอลงไปจัดการให้เรียบร้อยที่ชั้นสาม พอหม่าจิ้นเหอหันหลังเดินออกจากห้องพักได้ไม่กี่ก้าวหย่งเหวินเต๋อก็คว้าร่างของเรนิตาเข้ามาจูบทันทีโดยที่เรนิตาไม่ทันได้ตั้งตัวเลย จากที่ริมฝีปากของชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากเธอช้าๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นราวกับโหยหาความหวานจากริมฝีปากบางของหญิงสาวในอ้อมกอดของเขา ที่ไม่ได้เจอกับเธอนานถึงสามเดือน


หย่งเหวินเต๋อค่อยๆขยับริมฝีปากของตนเองไปตามริมฝีปากบางของคนตรนหน้าที่มันทั้งหวานทั้งหอม จนเขาเองแทบจะอดใจไม่ไหวกับความหอมหวานนั้น คนในอ้อมกอดเริ่มขาดอากาศหายใจครางประท้วงออกมาเล็กน้อย พร้อมกับมือบางของเธอทุบลงมาที่อกของหย่งเหวินเพื่อเป็นการบอกกลายๆ หย่งเหวินเต๋อจำใจต้องปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความชอบใจกับท่าทางของเธอที่รีบโกยอากาศเข้าปอดของตนเอง จนปรับระดับหายใจมาเป็นปกติแล้ว หันมามองหน้าของชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง


“มัดจำไว้ก่อน เดี๋ยวคุณเบี้ยวผม”  หย่งเหวินเต๋อสั้นๆแล้วทำทีไม่สนใจท่าทางของหญิงสาวที่กำลังไม่พอใจเขาอยู่ และก็เหมือนระฆังช่วยชีวิต เมื่อหม่าจิ้นเหอเดินหลับมาพอดีพร้อมกับเสื้อผ้าของหย่งเหวินเต๋อที่เอามาให้เปลี่ยน


“ฉันไปละ มีงานต้องทำ”  เรนิตาเอ่ยแล้วพยายามที่จะเดินออกจากห้องให้ไว้ที่สุดเท่าที่ทำได้แต่โดนชายหนุ่มเรียกไวก่อน  


“เอามือถือมาริต้า”  หย่งเหวินสั่งเรนิตาเลยจำใจต้องให้มือถือของเธอแก่เขา ก่อนเขาจะส่งมือถือกลับคืนมาให้หลังจากที่เขากดนั้นกดนี้อยู่สักพักหนึ่ง


“ฉันไปละ คุณเองก็รีบหาที่ปลอดภัยอยู่ซะ ก่อนที่มือปืนจะตามมาจัดการคุณอีกรอบ”   เรนิตาพูดจบก็เดินออกจากห้องพักของหย่งเหวินเต๋อทันที



โปรดติดตามตอนต่อไป........


มาแล้วนะ....จะตายอยู่แล้วยังห่วงคนมาจีบเมียตัวเองอีก มันน่าจะโดนยิงอีกสักรอบจริงๆเลยจะได้เข็ด แต่ก็คงกลับมาเป็นภาระให้เรนิตาจัดการอีกแน่นอน



แล้วถ้าช่วงนี้พรนลัทหายไปหลายวันต้องขอโทษด้วยก็แล้วกันค่ะเพราะพรนลัทมีภาระกิจต้องดูแลคุณพ่อนะคะ เนื่องพ่อของพรนลัทป่วยเลยแล้วต้องดูแลเป็นใกล้ชิดนิดหนึ่ง เลยอาจจะหายไปบ้างอย่าพึ่งว่ากัน แล้วอย่าพึ่งหายไปไหนกันนะคะ แต่ยังไงพรนลัทก็จะพยายามมาอัพบ่อยๆก็แล้วกันค่ะ



 

 

 



               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #12 apinyaeeddy (@apinyaeeddy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:26

    ขอให้คุณพ่อหายป่วยไวๆๆค่ะ

    #12
    4
    • #12-3 พรนลัท (@Hollymix) (จากตอนที่ 11)
      4 มิถุนายน 2562 / 21:25
      ขอบคุณมากนะคะ
      #12-3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #11 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:50
    ขอให้พ่อหายป่วยไวๆนะคะ ส่วนคนหวงเมียขอให้โดนยิงซ้ำ
    #11
    1
  3. #10 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 18:46
    รอนะคะ
    #10
    0