วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 10 : คนไข้เจ้าปัญหา [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    31 พ.ค. 62



          

          ตลอดสามสี่วันที่ผ่านมาคนไข้เจ้าปัญหาของเรนิตาก็เอาแต่ใช้ให้พยาบาลโทรศัพท์ตามเธอขึ้นมาหาเขาทุกๆชั่วโมงจนเธอแถมไม่เป็นอันทำอะไร ต้องมาค่อยผวากับเสียงโทรศัพท์ที่โทรศัพท์ตามเธอให้ขึ้นไปหาเขาทุกๆชั่วโมง


               วันนี้พอเรนิตาเข้ามาก็มีงานยุ่งตั้งแต่เช้าเนื่องจากช่วงเช้าคชาลาเพระต้องพาลูกสาวของเขาไปฉีดวัดซีนป้องกันตามนัด เลยทำใหเรนิตายุ่งแต่เช้าเพราะต้องเข้ามาตรวจคนไข้ที่คชาเป็นคนผ่าตัดที่นอนพักอยู่ในห้อง ICU ก่อนจะต้องเข้าห้อผ่าตัดในอีกทีตอนสายๆแทนคชา แล้วถึงต่อด้วยเคสผ่าตัดของเธอเองอีกสองเคสที่นอนรอผ่าตัดกับเธออยู่ ทำให้วันนี้เธอไม่มีเวลาที่จะขึ้นไปหาหย่งเหวินเต๋อที่ห้องพักผู้ป่วยได้ จึงส่งจันทนาให้ขึ้นไปจัดการคนป่วยเจ้าปัญหาของเธอในตอนสายๆแทนเธอก่อนที่เธอจะเข้าห้องผ่าตัด


               จันทนาเคาะประตูห้องพักผู้ป่วยสองสามทีก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพักนั้นทันที โดยไม่รู้ตัวทำให้คนบางคนที่นอนรออยู่บนเตียงผู้ป่วยผิดหวังเป็นอย่างมากที่คนเข้ามาไม่ใช่เรนิตาที่เขากำลังรอเธออยู่ในห้องพักผู้ป่วย หลังจากที่เมื่อวานหญิงสาวขึ้นมาหาเขาได้ไม่นานก็ลงไปด้านเพราะโดนตามตัวด่วน


               “สวัสดีค่ะ คุณหย่งเหวินเต๋อ....ฉันชื่อจันทนานะคะ พอดีว่าหมอริต้าบอกให้ฉันขึ้นมาตรวจอาการของคุณพร้อมทั้งจัดการล้างแผลให้เรียบร้อยนะคะ”   จันทนาแนะนำตัวก่อนจะบอกเรื่องที่เรนิตาไหว้วานให้เธอขึ้นมาช่วยจัดการคนไข้เจ้าปัญหา


               “แล้วริต้าไปไหน”  ชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเข้มเล็กน้อยที่หญิงสาวส่งหมอคนอื่นมาดูแลเขาแทนเธอ


“พอดีว่าวันนี้ หมอริต้ามีผ่าตัดสามเคส ทำให้ไม่มีเวลาขึ้นมาดูแลคุณอย่างเคยก็เลยส่งฉันมาแทนก่อนในวันนี้ค่ะ มีอะไรขัดข้องหรือเปล่าค่ะ”  จันทนาถามต่อท้ายประโยคพร้อมมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา


               “ไม่ครับ” 


“ถ้าไม่มีก็ดีแล้วค่ะ แต่ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหน่อย คุณคงไม่ว่ากันนะคะถ้าจะพูดตรงๆกับคุณ”  จันทนาเอ่ยพร้อมมองชายหนุ่มที่เอาแต่เงียบราวกับกำลังรอฟังว่าจันทนาจะพูดว่าอะไร


               “ฉันรู้เรื่องของคุณกับริต้าหมดทั้งเรื่องที่คุณสองคนพลาดไปมีอะไรกัน รวมถึงเรื่องที่คุณตามสืบประวัติของเพื่อนฉัน ฉันอยากจะบอกคุณว่าถ้าคุณไม่คิดที่จะจริงจังกับริต้าก็ถอยห่างจากเธอซะ เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนของฉันต้องเสียใจอีก แต่ถ้าคุณคิดจริงจังฉันก็ไม่ว่าอะไรแต่คุณก็ต้องพิสูจน์ให้ริต้าเห็นเอาเองว่าคุณจริงจังกับเพื่อนฉัน ฉันว่าอะไรอยู่แล้วถ้าเพื่อนจะรักคุณ.....แต่คุณยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ค่ะ ฉันให้เวลาคุณกลับไปคิดก่อนว่าคุณรู้สึกยังไงกับเพื่อนฉันกันแน่ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน”   จันทนาเอ่ยจบก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยมาทันที ปล่อยให้หย่งเหวินเต๋อที่อยู่ในห้องได้ใช้ความคิดของตัวเองว่าเขาคิดยังไงกับเพื่อนของเธอกันแน่


               “จิ้นเหอ....นายเคยรักใครไหม”  จู่ๆหย่งเหวินเต๋อก็ถามหม่าจิ้นเหอที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับแก้วกาแฟร้อนสองแก้วในมือของตนเองที่ซื้อขึ้นมาตอนลงไปทานข้าวเมื่อกี้นี้ จนเกือบทำกาแฟในมือตนเองหกเมื่อเจอคำถามเรื่องความรักแบบจู่โจมแบบนี้เข้าอย่างจังๆ ทุกทีเจ้านายของเขาไม่มีทางที่จะสนใจเรื่องอะไรแบบนี้สักนิด


               “คุณเหวินเต๋อสบายดีนะครับ...หมอไม่ได้ผ่าโดนเส้นอะไรผิดไปใช่ไหมครับ”  หม่าจิ้นเหอถามกลับทำให้คนโดนถามกลับหันมามองหน้าอย่างไม่พอใจใส่ที่โดนเลขาคนสนิทถามคำถามแบบใส่ ทั้งๆที่เขากำลังจริงจังอยู่แท้ๆ


               “เคยซิ ทำไมผมจะไม่เคยแต่ผมก็เธอเราต่างกันพอสมควรครับ เธอคงไม่สนใจผมหรอกครับ ว่าแต่คุณเหวินเต๋อถามทำไมหรอครับ”  หม่าจิ้นเหอบอกด้วยน้ำเสียงและท่าทางของคนที่กำลังตกหลุมรักสาวสวยสักคนจริงๆ


               “ใคร....ที่นายตกหลุมรัก”  


“อย่ารู้เลยครับ....ทำไมหรอครับ คุณริต้ามาพูดอะไรกับคุณหรอครับ”


               “เปล่า นายมีอะไรก็ไปทำเถอะ”   หย่งเหวินเต๋อปฏิเสธก่อนจะนิ่งเงียบไปทันทีหลังจากที่พูดจบประโยคของตนเอง หม่าจิ้นเหอเห็นดังนั้นจึงไปลากเก้าอี้มานั่งที่ปลายเตียงนอนผู้ป่วยที่มีหย่งเหวินเต๋อกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอนผู้ป่วยโดยหันหน้าไปทางเตียงนอนผู้ป่วยที่หย่งเหวินเต๋อกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่แล้วจ้องร่างของเจ้านายของเขาทุกการกระทำจนคนโดนจ้องหันมามองหน้าอย่างเป็นคำถามใส่เลขาส่วนตัวของเขา


               “นายมานั่งจ้องหน้าฉันทำไม”


“เดี๋ยวคุณเหวินเต๋อหนีออกไปข้างนอกอีก ผมไม่อยากไปตามหาคุณให้เสียเวลา”  หม่าจิ้นเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่คนฟังกลับรู้สึกกำลังโดนกวนประสาทอย่างไงอย่างนั้น


               “ฉันไม่ไปไหนหรอก...นายมีอะไรก็ไปทำไป”


“นี้แหละครับงานของผม”   หม่าจิ้นเหอว่าทั้งๆที่สายตายังมองหน้าของเจ้านายหนุ่มนิ่งไม่ให้คาดสายตาสักนิดเดียว คนโดนจ้องได้แต่มองหน้าอย่างไม่พอใจที่ลูกน้องจอมกวนประสาทของเขากวนประสาทเขาไม่เลิก เลยได้แต่ถอนหายใจใส่แล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างริมระเบียงเพื่อมองออกไปด้านนอกอย่างใช้ความคิด


               เรนิตาเดินออกจากห้องผ่าตัดตอนสามโมงกว่าๆหลังจากที่เธอต้องใช้กำลังกายกำลังใจในการยืนผ่าตัดคนไข้ถึงสามคนรวดในวันนี้ ด้วยท่าทางโซซัดโซเซเต็มที่จากความเหนื่อยล้าที่ต้องยืนเป็นเวลานานบวกกับที่เธอยังไม่ได้ทานอะไรนอกจากแซนวิชที่จันทนาเอามาให้เธอทานเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมาแต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เธออิ่มท้องเลยสักนิดเดียว หญิงสาวเดินราวกับคนหมดแรงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าห้องผ่าตัด กระป๋องน้ำอัดลมชื่อดังที่ถูกแช่เย็นมาอย่างดียื่นมาตรงหน้าของหญิงสาวที่นั่งหมดแรงอยู่หน้าห้องผ่าตัด เรนิตาเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาให้เธอทันทีอย่างสงสัยแต่เมื่อเห็นว่าเป็นดนุนัยเธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที


               “เดี๋ยวซิริต้า จะรีบไปไหนนะ”  ดนุนัยเอ่ยถามแล้วเดินตามเรนิตาที่เอาแต่เดินหนีเขา


“เรื่องของฉัน....นายรีบกลับไปดูแลเมียนายเถอะ”  หญิงสาวบอกโดยไม่หันไปมองหน้ของคนที่เดินตามหลังเธอมาติดๆจนดูน่ารำคาญ     “ทำไมละริต้า คำก็ไล่สองคำก็ไล่ผม ผมแค่อยากคุยกับคุณจริงๆนะ”


               “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย นายไปซะ ฉันขึ้นหาคนป่วยของฉันแล้ว”  เรนิตาเอ่ยตัดบทแล้วเดินจ้ำๆเข้าไปในลิฟต์โดยสารที่วิ่งลงมาจอดมาพอดี ดนุนัยเห็นดังนั้นจะตามเข้าไปในลิฟต์แต่โดนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทราคาดีเบียดจนเซออกไปนอกลิฟต์จังหวะที่กำลังจะก้าวขาตามเรนิตาเข้าไปในลิฟต์พอดี ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะกดลิฟต์ปิดทันทีเพื่อไม่ให้ดนุนัยที่เดินตามหญิงสาวมาเข้ามาในลิฟต์ได้


               เรนิตาจำได้ว่าผู้ชายที่เบียดดนุนัยเป็นลูกน้องของหย่งเหวินเต๋อเธอเลยยิ้มให้เล็กน้อยเชิงขอบคุณแต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือเปล่าว่าเธอยิ้มขอบคุณที่เขาเบียดหนุนัยออกจากลิฟต์ให้พ้นทางเธอที่กำลังขึ้นไปหาเจ้านายของเขาที่อยู่บนห้องพักผู้ป่วยด้านบน  ลิฟต์โดยสารจอดที่ชั้นหกที่หย่งเหวินเต๋อพักเรนิตาเดินออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องที่ว่านั้นทันทีก่อนจะเคาะสองสามทีก่อนเปิดประตูเข้าไป เห็นหย่งเหวินเต๋อกำลังนั่งอ่านหนังสืออะไรสักอย่างที่เป็นภาษาจีนทั้งหมดอยู่ที่โซฟาตัวยาวและมีหม่าจิ้นเหอนั่งไกว่ห้างอยู่ไม่ไกลจากที่ชายหนุ่มนั่งอยู่


               “คุณดูเหนื่อยๆนะ”  หย่งเหวินเต๋อเอ่ยทักหญิงสาวอย่างอารมณ์ที่เธอขึ้นมาหาเขาถึงแม้จะเย็นแล้วก็ตาม


“นิดหน่อยค่ะ ว่าคุณกินข้าวเย็นหรือยังค่ะ”  เรนิตาถาม


               “กำลังนะ มีอะไรหรือเปล่า...จะชวนผมกินข้าวด้วยหรอ ที่ไหนดีละผมยินดีไปกับคุณทุกที่เลย”

 

“ค่ะ ฉันจะชวนคุณทานข้าวแต่ที่ห้องนี้นะคะ”   เรนิตาบอกแล้วเดินไปหยิบเมนูอาหารของโรงพยาบาลที่มีไว้บริการคนที่เฝ้าได้สั่งขึ้นมาทานแทนการลงไปหาอะไรทานด้านล่าง      “ฉันเอาข้าวผิดกุ้งก็แล้วกันค่ะ คุณ.....เอ่อ....”  


               “ผมชื่อหม่าจิ้นเหอครับคุณริต้า เป็นเลขาและบอดี้การ์ดของคุณหย่งเหวินเต๋อครับ”  


“ค่ะคุณหม่าจิ้นเหอ ทานข้าวด้วยกันไหมค่ะ เจ้านายคุณเลี้ยงค่ะ”   เรนิตาชวนเลขาของหย่งเหวินเต๋อพร้อมอบอกว่าอีกฝ่ายจะเลี้ยงทั้งๆที่เขายังไม่ได้เอ่ยปากตกลงเลย หม่าจิ้นเหอหันไปมองหน้าเจ้านายของตนเองน้อยที่ได้แต่ทำหน้าเป็นคำถามว่าเขาไปตกปากเลี้ยงข้าวตอนไหน


               “สั่งเลยค่ะ ถ้าไม่สั่งฉันสั่งให้คุณเองนะคะ”   เรนิตาว่าแล้วมองเมนูในมืออย่างสนใจว่าจะควรจะสั่งอะไรให้เลขาของหย่งเหวินเต๋อทานอะไรดีเย็นนี้ เพราะเมื่อตอนกลางวันเห็นเขาลงไปทานข้าวที่ร้านอาหารข้างนอกโรงพยาบาลอยู่


               “ถ้าอย่างนั้นผมเมนูซีก็ได้ครับ”   หม่าจิ้นเหอชี้ไปที่เมนูข้าวไข่เจียวกับต้มยำทะเลที่อยู่ในเมนูอาหารของโรงพยาบาล   

“ได้ค่ะ”  เรนิตาเอ่ยจบก็ยกสายโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดสั่งอาหารแต่หย่งเหวินเต๋อลดหนังสือในมือลงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ   “ผมยินดีที่เลี้ยงข้าวคุณเพราะคุณเป็นเมียผม.....ส่วนคนอื่นไม่ใช่อย่าหวัง!   ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของหม่าจิ้นเหออย่างเอาเรื่องเล็กน้อยก่อนจะยกหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ


               “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองก็ได้ค่ะ”   เรนิตาบอกแล้วกดเบอร์ภายในตรงไปยังห้องอาหารของโรงพยาบาลเพื่อสั่งอาหารขึ้นมาทานแต่หย่งเหวินเต๋อที่นั่งอยู่ไม่ห่างได้แต่ทำท่าไม่พอใจใส่เลขาที่อยู่ไม่ไกล เพราะตั้งแต่เขารู้จักเธอมาเธอไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงหรือทำอะไรให้เขาแบบนี้เลย แต่กลับเลขาของเขากลับเต็มใจเลี้ยงข้าว


               “มาค่ะ คุณหม่าจิ้นเหอเราทานข้าวกันดีกว่ากค่ะ”  หญิงสาวเอ่ยหลังจากที่อาหารที่เธอสั่งขึ้นมาเสิร์ฟที่ห้องแล้วและหย่งเหวินเต๋อก็เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้แก่หญิงสาวทั้งๆที่หญิงสาวบอกว่าไม่ต้องแต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมจะเลี้ยงเธอท่าเดียวโดนอ้างเหตุผลที่ว่า  เธอเป็นเมียเขา  ต่อหน้าเด็กส่งข้าวที่ขึ้นมาส่งข้าวให้ที่ห้อง


               “ขอบคุณนะคะ ฉันจะกินให้ไม่เหลือเลย”  เรนิตาว่าแล้วกวักมือเรียกให้เลขาของชายหนุ่มมานั่งทานข้าวที่เธอสั่งขึ้นมาด้วยกัน โดยปล่อยให้หย่งเหวินเต๋อให้นั่งทานข้าวตามลำพังบนเตียงนอนผู้ป่วย


               หย่งเหวินเต๋อเห็นเรนิตาพูดคุยกับหม่าจิ้นเหอสองคนไม่สนใจเขาเลยสักนิดเดียว เลยแกล้งทำช้อนที่ใช้ตักข้าวร่วงราวกับคนไม่มีแรงขึ้นมาเสียดื้อ หม่าจิ้นเหอเห็นดังนั้นจะลุกขึ้นไปช่วยแต่โดนเรนิตาคว้ามือเอาไว้ให้ลุกไปช่วยหย่งเหวินเต๋อที่    “เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ”  เรนิตาถาม


               “มือผมไม่ค่อยจะมีแรงเลย....”   หย่งเหวินเต๋อบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง


“ไม่เป็นไรค่ะ...คุณค่อยๆหยิบช้อนขึ้นมาใหม่แล้วค่อยๆตักข้าวเข้าปากช้าๆก็ได้ค่ะ ฉันกับคุณหม่าจิ้นเหอรอคุณได้”  เรนิตาพูดจบก็ไม่สนใจชายหนุ่มที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงใส่เธอที่ไม่สนใจเขา เอาแต่ชวนหม่าจิ้นเหอคุยนู้นคุยนี้ที่ไม่เข้าหูเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคำที่ว่า คุณหม่าจิ้นเหอ มีแฟนหรือยังค่ะ มีคนที่แอบชอบหรือเปล่าค่ะ คุณหม่าคุยด้วยแล้วสนุกดีคะอะไรอีกสาพัดคำถามที่หญิงสาวเอาแต่ถามหม่าจิ้นเหอจนไม่สนใจเขาที่พยายามเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวหลายต่อหลายครั้ง


               “คุณแน่ใจนะครับว่าจะให้ผมทำทีเป็นไม่สนใจเจ้านายผมอยู่แบบนี้”   หม่าจิ้นเหอถามหลังจากที่สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่มาจากร่างของเจ้านายของเขาที่กำลังนั่งกินข้าวคนเดียวอยู่บนเตียงนอนผู้ป่วย


               “แน่ใจค่ะ คุณหม่าอย่าหันไปสนใจนะคะ ฉันอยากเอาคืนบ้างที่โทร.ตามฉันทุกๆชั่วโมง”  


“ครับ...ผมจะพยายามก็แล้วกันครับ”   หม่าจิ้นเหอพูดจบก็พยายามกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างยากรำบากเพราะสายตาที่ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ได้ว่าหย่งเหวินเต๋อกำลังมาพอใจเขากับหญิงสาวเป็นอย่างมาก แต่หญิงสาวอาจจะมากกว่าเขา


โปรดติดตามตอนต่อไป.........


หย่งเหวินเต๋อนางโดนเมียเมิน....

พรนลัทสะใจจริงๆที่นางโดนเมียเมินแบบนี้ สะใจๆ แต่งไปก็สะใจไป 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #15 napar2 (@napar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 14:15
    เหมือนไรท์ ยังสับสนการใช้คำว่า คะ กับค่ะ เห็นใช้สลับกันหลายประโยคเลย
    #15
    0
  2. #9 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 15:34
    รักเป็นไงไม่รู้ แต่หึงเป็นแบบนี้
    #9
    0