วุ่นรักมาเฟีย

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นความวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    8 พ.ค. 62


          

          แสงแดดยามเช้าของวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวบนเกาะมาเก๊าอันขึ้นชื่อ ก่อนที่แดดยามเช้าจะค่อยๆส่องผ่านผ้าม่านที่ถูกเปิดออกเล็กน้อยพอสมควร สาดเข้ามากระทบใบหน้าเรียวสวยรูปไข่ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ กลางห้องพักของโรงแรมในชั้นบนสุดที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลักภายในห้องพัก


หญิงสาวเจ้าของโครงหน้าเรียวรูปไข่นอนอยู่บนเตียงนอนยกมือขึ้นมาบังแดดที่ส่องกระทบใบหน้าของเธอด้วยความรำคาญ ก่อนดวงตาคู่กลมสวยจะค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆสู้กับแสงแดดที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องพัก และหลับตาลงไปอีกครั้งเพื่อปรับสายตาตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะๆได้ลืมตาอีกรอบก็เหมือนมีอะไรบางอย่างรัดเข้าที่เอวของเธอพร้อมกับลากร่างของเธอปะทะเข้ากับบางสิ่งอย่างอย่างที่อยู่ด้านหลังของเธอ ที่มันไม่แข็งมากแต่ก็ไม่ได้นิ่มจนเกินไป ออกจะอุ่นๆเสียด้วยซ้ำ


หญิงสาวลืมตาขึ้นทันทีด้วยความตกใจพร้อมพลิกหน้าหันไปมองด้านหลังของเธอว่ามีอะไรอยู่ที่ด้านหลังพร้อมกรี๊ดร้องออกมาด้วยความตกใจที่เห็นชายหนุ่มร่างกำยำ ผิวออกแทน ที่เธอเจอเมื่อคืนนอนกอดกายเธออยู่บนเตียงนอนไม่สวมเสื้อ ด้วยความไม่แน่ใจว่าสิ่งคิดจะเป็นเรื่องจริงหรือเพียงแค่คิดไปเอง หญิงสาวยกผ้าห่มที่คลุมร่างตัวเองขึ้นดูภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่เธอห่มร่วมกับชายหนุ่ม มีเพียงร่างที่เปลือยเปล่าของเธอและเขาที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่


               “กรี๊ด!....ไอโรคจิต ไอ....”   หญิงสาวกรี๊ดร้องโวยวายพร้อมยกเท้าถีบชายหนุ่มร่างกำยำที่นอนกอดเธออยู่บนเตียงอย่างแรงจนชายหนุ่มกลิ้งตกเตียงเสียงดังตามแรงถีบของหญิงสาว ที่ใส่มาแบบไม่ออมแรง


               “เฮ้ย! คุณจะโวยวายไปทำไม พึ่งจะไม่กี่โมงเอง”  ชายหนุ่มร้องด้วยความไม่พอใจที่หญิงสาวลุกขึ้นมากรี๊ดร้องเสียงดังลั่นห้อง แถบถีบเขาตกเตียงอีก  


“ไอโรคจิต....”   หญิงสาวต่อว่าต่อขานใส่ชายหนุ่มเป็นภาษาอังกฤษด้วยความโมโห ที่ชายหนุ่มที่เธอพึ่งรู้จักที่บาร์ได้ไม่ถึงสามชั่วโมงพรากความบริสุทธิ์ของเธอที่ตั้งใจเก็บมันเอาไว้คนที่เธอรัก แต่นี้เธอกลับโดนผู้ชายที่ไหนไม่รู้พรากความภูมิใจของเธอไป


               “คำก็โรคจิต สองคำก็โรคจิต แต่ผมได้เป็นคนของคุณนะ คนสวย”  ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทำสายตาเจ้าชู้ใส่หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ก่อนที่เธอจะโกยผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างกายของตัวเองไม่ให้ชายหนุ่มที่ยืนเปลือยไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นเดียวมองร่างกายของเธอที่อยู่ใต้ผ้าห่ม   


“หุบปากไปเลย”   หญิงสาวเอ่ยแล้วพยายามพาตัวเองลงจากเตียงพร้อมผ้าห่มผืนใหญ่แต่ด้วยความที่ผ้าห่มผืนใหญ่กว่าตัวของหญิงสาว ทำให้พอลุกขึ้นเพื่อก้าวลงจากเตียงนอนขนาดใหญ่ หญิงสาวก็สะดุดเข้ากับผ้าห่มใหญ่ล้มลงไปกองกับพื้นจนเห็นร่างเปลือยเปล่าที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ ชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่นานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับท่าทางของหญิงสาว


               “ไหวคุณ...ให้ผมช่วยไหม”   ชายหนุ่มถามแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาว ก่อนตัดสินใจอุ้มร่างของหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมโถมตัวลงมาคร่อมร่างของหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้หนี ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาบริเวณซอกคอของหญิงสาวเพื่อสูดดมกลิ่นหอมของหญิงสาวถึงแม้เมื่อคืนจะผ่านศึกหนักมากับเขาแต่กลิ่นกายของหญิงสาวยังคงหอมอยู่จนเอาแทบจะอดใจไว้ไม่ไหว   


Let me go!   หญิงสาวตะโกนบอกชายหนุ่มที่คร่อมร่างของเธอ พร้อมทั้งพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของชายหนุ่ม แต่ยิ่งดิ้นเท่าไรชายหนุ่มที่อยู่ด้านบนก็ยิ่งกดร่างของหญิงสาวให้จมกับเตียงมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น


               “ทีเมื่อคืนยังให้ความร่วมมือเลย ตอนนี้จะมาเปลี่ยนใจได้ยังไงกัน”   ชายหนุ่มเอ่ยแล้วก้มลงซุกไซร้บริเวณซอกคอของหญิงสาวพร้อมทั้งทำรอยที่คอเพิ่มเติมจนมันเห็นเด่นชัดบริเวณคอสวยๆของหญิงสาวและลามไปถึงหน้าอกพอดีมือของหญิงสาวที่เขาสัมผัสกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็รู้สึกชอบมันไม่เบื่อเลยสักนิด หรือเป็นเพราะเธอยังใหม่เลยทำให้เขารู้สึกติดใจกับท่าทางเหมือนคนไม่เคยเรื่องพวกนี้ของเธอก็เป็นได้


               Let me go!   หญิงสาวพยายามหลบใบหน้าคมสันของชายหนุ่มที่ก้มลงมาซุกไซร้บริเวณซอกคอของเธอ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะยิ่งดิ้นมากเท่าไร ชายหนุ่มยิ่งกดริมฝีปากของตนเองบริเวณคอของหญิงสาวมากขึ้น จนหญิงสาวยอมแพ้นอนนิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามใจชอบ พร้อมกับน้ำตาแห่งความเสียใจค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่ได้ด้วยความสมเพชตัวเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มหยุดการกระทำทันทีที่เห็นหญิงสาวหยุดดิ้นขัดขืนเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้เอาแต่ร้องไห้สะอื้นจนตัวสั่นไปด้วยความกลัว ความสมเพชตัวเองปะปนกันไปจนเขาต้องหยุดการกระทำอย่างช่วยไม่ได้


               “ให้ตายเถอะ!   ชายหนุ่มสบออกมาอย่างหัวเสียและไม่ทันได้ระวังตัวดี หญิงสาวรวบรวมแรงทั้งหมดผลักร่างของชายหนุ่มทีเดียวให้พ้นทาง และแข็งใจลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกถอดเหวี่ยงขึ้นมาใส่อย่างรีบร้อนเพื่อจะออกจากห้องพักนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้


               “คุณมันใจร้าย ฉันเจอเรื่องเสียใจมามากพอแล้วและคุณก็เป็นหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่อยากจะเจอด้วยอีก”  หญิงสาวก้าวฉับๆออกจากห้องพักไปด้วยความรวดเร็วไม่สนใจชายหนุ่มที่ได้แต่มองหญิงสาวที่ต่อว่าต่อขานเขา พอชายหนุ่มตั้งสติได้ก็รีบวิ่งตามหญิงสาวทันทีโดยไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นเดียว มาที่หน้าลิฟต์ของชั้นบนสุดที่มีเพียงห้องของเขาห้องเดียวที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม   


“คุณเหวินเต๋อ....ออกมาทำอะไรในสภาพนี้ครับ”  ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวเข้มในชุดสูทภูมิฐานร้องถามเจ้านายของตนเองด้วยตกใจปนความสงสัยที่เห็นเจ้านายของเขายืนแก้ผ้าอยู่หน้าลิฟต์ราวกับกำลังวิ่งตามใครสักคน หรือมีเรื่องด่วนอย่างนั้นแหละ        “นายเห็นผู้หญิงหน้าสวยๆลงลิฟต์ไปหรือเปล่า”   ชายหนุ่มถามคนมาใหม่   


“ไม่นี้ครับ ผมมาถึงก็เห็นแต่คุณเหวินเต๋อยืนแก้ผ้าอยู่หน้าลิฟต์เพียงคนเดียวครับ....มีอะไรหรือเปล่าครับ”  ชายหนุ่มที่มาใหม่ตอบพร้อมถามต่อก่อนจะเบนสายตามไปทางอื่นเพื่อที่จะได้ไม่มองไอนั้นของชายหนุ่ม    


“ไม่มีอะไร นายไปจัดการเตรียมรถเถอะ ฉันเข้าไปอาบน้ำก่อน”   ชายหนุ่มเอ่ยแล้วเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองเพื่อที่ลูกน้องของเขาจะเลิกถาม



โปรดติดตามตอนต่อไป........


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #3 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:09
    อายมั้ยแก้ผ้าต่อหน้าลูกน้อง
    #3
    1
    • #3-1 พรนลัท (@Hollymix) (จากตอนที่ 1)
      25 พฤษภาคม 2562 / 14:15
      ตอบเลยหย่งเหวินไม่มีคำว่า "อาย" ในพจนานุกรม
      #3-1