[yaoi]ปะป๊าของผมเป็นมาเฟียครับ!!!

ตอนที่ 66 : เสียไม่มีวันกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    23 ก.พ. 64

มู่หลานพาร์ท
ย้อนกลับไปหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว...ผมที่นั่งอยู่บนรถอยู่ดีๆก็เกิดอาการหวาดระแวงแปลกๆคล้ายบางอย่างกำลังบอกผมว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น 
ผมจึงพูดบอกให้พี่คินทร์ระวังตัวไว้ พี่คริสที่ได้ยินถึงแม้ปากจะบอกว่าคงไม่มีอะไรแต่กลับรีบบอกให้คนขับรถ ขับให้เร็วขึ้น และไม่นานก็มีโทรศัพท์ของพี่คริสดังขึ้น
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ”เสียงร้อนรนจากปลายสายนั้นทำให้ผมต้องหันไปสนใจพี่คริสทันที
“มีอะไร”พี่คริสพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตอนนี้ด้านล่างมีผู้บุกรุกมาโรงพยาบาล พวกกระผมจะยื้อไม่ไหวแล้ว”
“ยื้อไว้ แล้วอย่าให้ลูกกูเป็นอะไร”
“ได้ครับนาย”
“แล้วกูจะรีบไป”พี่คริสพูดตอบก่อนที่อีกฝั่งจะตัดสายไปโดยเสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงปืนที่ดังลั่นไปทั่ว
ผมที่ได้ยินเช่นนั้นจิตใจที่เคยสงบนิ่งตอนนี้กลับกลายเป็นลุกเป็นไฟ หัวสมองมีความคิดมากมายซ้อนขึ้นมา ความกระหายเลือด โกรธ กลัว จนผมไม่รู้เลยว่าผมทำหน้าน่ากลัวขนาดไหนออกไป
“พี่มู่..ยูกลัว”เสียงยูที่ดังขึ้นทำให้ผมดึงสติกลับมาก่อนที่จะหันไปหาเธอ
“ไม่ต้องกลัว พี่ขอโทษ”ผมปลอบประโลมยูเบาๆ ก่อนที่จะหันไปหาพี่คริส
“ถ้าคินทร์หรืออินเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บผมจะฆ่ามันยันโครตเลย”ผมพูดกับพี่คริสออกไป นั้นทำให้พี่คริสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ไม่นานพวกผมก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลด้านล่างมีศพของลูกน้องของทางผมและพี่คริสรวมถึงฝั่งศัตรูนอนเรี่ยราดกันเต็ม
ผู้คน หมอ พยาบาลต่างพากันวิ่งอลหม่าน ผมจึงรีบวิ่งฝ่าฝูงชนรวมถึงศพพุ่งตรงไปยันบันไดทันที เพราะเวลานี้ผมคิดว่าฝีเท้าของผมคงไวที่สุด
“คุณมู่!!..อึก”เพียงผมก้าวขึ้นมาบนชั้นที่สองก็มีเสียงเรียกจากลูกน้องที่กำลังวิ่งมาทางผม ก่อนที่จะโดนยิงล้มลงไป
ผมที่เห็นแบบนั้นไม่อยู่เฉยหยิบปืนขึ้นมาก่อนที่จะยิงไปยังคนที่เป็นฝั่งศัตรูทันที เมื่อจัดการไปทีละนิดทีละหน่อยทุกอย่างก็จบลง พี่คริสเองก็คอยช่วยสนับสนุนอยู่ด้านหลังตลอด
“อินกับคินทร์อยู่ไหน!!!”ผมตะโกนถามลูกน้องที่ยังเหลือรอดอยู่
“....”
“กูถาม!จะเงียบทำไม!”ผมที่ไม่ได้รับคำตอบก็ตะโกนดังลั่นอีกครั้ง.   จนลูกน้องคนนึงเดินเข้ามาด้วยสภาพสะบักสะบอม
“คุณมู่..พวกผมช่วยคินทร์ไว้..ไม่ได้ส่วนคุณหนูอินอยู่ห้องข้างๆนั่นกับกลุ่มมาเฟียอีกกลุ่มครับ”
เสียงพูดที่หยานและติดขัดนั้นทำให้ผมรำคาญไม่น้อย แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นคือคำว่าช่วยคินทร์ไม่ทันคืออะไร
“มึงบอกว่าช่วยคินทร์ไม่ทัน??”
“ครับ คินทร์มันฟืนตัวเองออกมาช่วยพวกผมหลังจากที่ส่งตัวคุณหนูข้ามไปอีกห้อง”
“แต่คินทร์กลับพลาดท่า..เลยโดนพวกมันรุมยิงจนตาย..”
ผมที่ได้ยินแบบนั้นหูมันอือไปหมด ร่างกายที่มั่นคงกลับทรุดลงไปกับพื้น ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ความผูกพันที่ผมมีให้คินทร์มันไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลย
คินทร์เปรียบเสมือนญาติของผม ที่สำคัญคินทร์ยังเป็นแค่เด็กอายุยังน้อยแต่ต้องมาเสียไปเพราะแบบนี้
“กูจะฆ่ามัน”ผมพูดออกมาก่อนที่จะลุกเดินไปยังห้องที่คาดว่าอินอยู่ด้านใน ระหว่างทางที่กำลังเดินน้ำตาสีใสก็ไหลลงมาบนใบหน้าของผม
ภาพแรกที่เห็นอินมันคือความดีใจที่อย่างน้อยอินก็ไม่เป็นอะไรถึงแม้จะศูนย์เสียแต่ก็ยังไม่ได้ศูนย์เสียไปทั้งหมด ผมโอบก่อนอินไว้แน่นก่อนที่อินจะถามถึงคินทร์
นั้นทำให้หัวใจของผมกระตุกเจ็บขึ้นมา ความเจ็บปวดที่ต้องบอกอินมันเหมือนมีมีดมาบาดหัวใจเลยก็ว่าได้
“คินทร์..ช่วยไว้ไม่ทัน”หลังจากผมพูดออกไปอินก็นิ่งเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอก ผมที่กำลังจะเดินออกไปก็ต้องหยุดเมื่อสบเข้ากับสายตาของผู้เป็นเจ้าของห้อง
“ไม่คิดจะขอบคุณ?”คนที่นอนบนเตียงพูดขึ้น
“ไว้จะมาขอบคุณทีหลัง”ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แต่ดูเหมือนลูกน้องของฝ่ายนั้นจะไม่พอใจเลยเดินมาขวางหน้าประตูไว้ ถึงแม้ร่างกายจะเจ็บหนักอยู่ไม่น้อยก็ตาม
“ถ้ามึงยังขวางกูอีก มึงจะกลายเป็นศพแบบพวกข้างนอกนั้นเพราะตอนนี้กูกำลังโกรธเอามากๆ” คำที่ผมพูดออกไปนั้นทำให้บรรยากาศและเสียงรอบตัวกลายเป็นความเยือกเย็นจนคนที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกได้ถึงจิตสังหาร
“ปล่อยไป เขาไม่ใช่คนที่เราจะไปยุ่งง่าย”เด็กคนน้้นพูดสั่งให้ลูกน้องทั้งสองเปิดทางทันที ก่อนที่ผมจะเดินออกไปยังห้องของคินทร์
สภาพภายในห้องคือย่ำแย่มากจนผมไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าก่อนตายคินทร์ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากแค่ไหน
“ฮืออ..พี่คินทร์”เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของอินที่นั่งทรุดลงกับเก้าอี้ด้านข้างเตียงนั้นทำให้ผมรีบเข้าไปกอดทันที
สายตาผมจดจ้องไปยังร่างไร้วิญญาณของคนบนเตียง รอบกระสุนที่หน้าผากและตามตัวมันทำให้ผมแทบขาดใจแต่ก่อนที่จะรู้สึกอะไรไปมากกว่านั้นอยู่ดีๆ อินก็ทรุดสลบลงไปด้วยอีกคน
นั้นทำให้ทั้งผมและพี่คริสตกใจเป็นอย่างมากก่อนที่จะรีบพาอินลงไปยังหมอด้านล่าง เพื่อรักษาเบื้องต้นก่อนจะส่งไปโรงพยาบาลอีกแห่งพร้อมกับยูที่อาสาล่วงหน้าไปก่อน
“อ้วน..”พี่คริสเดินเข้ามาหาผมก็ที่จะเรียกผมออกมาเบาๆ
“ฮึก..ทำไม..ทำไมต้องกลายเป็นแบบนี้”ผมซุกหน้าลงบนอกแกร่งของพี่คริสก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอึกสะอื้นมันชัดเจนจนลูกน้องหลายคนเดินเข้ามานั่งคุกเข่าด้านหลังของผม
“พวกผมขอโทษครับ..”เสียงที่พูดออกมาพร้อมกัน นั้นยิ่งทำให้หัวใจที่เจ็บช้ำอยู่แล้วยิ่งบีบคั้นมากขึ้น
“ขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องน้องเล็กได้..ขอโทษครับ”ผมหันกลับไปมองเหล่าลูกน้องที่สภาพใกล้เป็นใกล้ตายที่มานั่งคุกเข่าขอโทษไม่ยอมไปรักษาตัว 
เหล่าชายที่ได้ชื่อว่าผ่านการฝึกมานับไม่ถ้วนตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ต่อหน้าเค้า มันแสดงให้เห็นว่าพวกเค้าเองก็เจ็บมากไม่นานที่ไม่สามารถปกป้องน้องเล็กของพวกเค้าได้
“แค้นมั้ย..”ผมพูดออกไปหนึ่งคำนั้นทำให้เหล่าลูกน้องที่นั่งคุกเข่าอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตาผม 
แม้พวกเค้าจะไม่พูดอะไรแต่สายตาทุกดวงที่จับจ้องมาที่ผมมันคือสายตาของความเคียดแค้นความเจ็บปวดที่ไม่มีสิ้นสุด 
“ถ้าแค้นก็รักษาตัวให้หาย แล้วไปจัดการคนที่มันทำร้ายคินทร์ด้วยกัน”เพียงจบคำเหล่าลูกน้องที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็ยืนขึ้นก่อนทำท่าเคารพของตระกูลพี่คริสแล้วเดินไปยังรถพยาบาลทันที
“พี่จะสืบให้เองเพราะถ้าวันนี้คินทร์ไม่สู้จนตัวตายคนที่อาจจะตายคืออิน”น้ำเสียงที่ฟังดูเรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆของพี่คริสมันไม่ใช่ว่าไม่สนใจไม่เสียใจ 
เพียงแต่เพราะเป็นนายจึงไม่สามารถแสดงออกด้านลบออกมาได้ ผมคงพูดได้คำเดียวความเงียบสงบคือความน่ากลัวที่สุดของพี่คริสเลยก็ว่าได้
“ผมบอกไปแล้วว่าจะฆ่ามันยันโครต..”ผมพูดออกไปก่อนที่จะซุกกอดไปยังอกแกร่งของพี่คริสอีกครั้ง พี่คริสเองก็กอดตอบด้วยมือข้างนึงแล้วลูบหัวปลอบประโลมด้วยมืออีกข้าง
“เรื่องนั้นถึงไม่บอก ..พี่ก็ทำ.. แต่ตอนนี้ยังไม่ได้”จบคำท่่พี่คริสพูดผมก็ผลักพี่คริสออกไปทันที
“ทำไม!”
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
“จะไม่ถึงเวลาอะไรอีกแค่สืบมาถ้าเจอผมจะไปฆ่ามัน!”
“แล้วอินละ งานศพคินทร์อีกถ้าจัดการมันตอนนี้คิดว่าทุกอย่างมันจะสงบมั้ยอ้วน”
“อย่างใช้แต่อารมณ์ตัดสินใจสิ ตอนนี้เราไม่สามารถทิ้งอินได้เลยเพราะเราไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรจากพวกเรา”
“ให้โรมดูแลให้มั้ยเด็กนั้นน่ะ”ยังไม่ทันที่ผมจะพูดตอบอะไรต่อก็มีเสียงจากเด็กที่ผมเจอที่ห้องที่ไปรับอินดังขึ้น
“ไอโรม”พี่คริสพูดตอบออกไป
“ว่าไงครับพี่คริส”เด็กนั้นทำท่าทางกวนๆออกมา
“มึงกับมาที่นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ก็สักพักแล้ว พี่ริวไม่ได้บอกพี่หรอ”
“ไม่..”
“พี่คริสไอเด็กนี้คือใคร”ผมพูดถามออกไปเพราะดูแลเวสองคนนี้คงรู้จักกันแน่ๆ
“น้องของไอริว”
“น้องพี่ริว?”
“ใช่แต่คนละพ่อนะ”พี่คริสพูดตอบนั้นทำให้ผมหันไปมองหน้ามันดีๆก็พบว่าหน้ามันมีส่วนคล้ายพี่ริวอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก
“ตกลงพี่จะยอมให้โรมดูแลเด็กนั้นมั้ย”
“ทำไมถึงอยากดูแลลูกกูขึ้นมา?”
“อ้าว..ก็ลูกพี่มันก็หลานผมด้วยปะว่ะ ที่สำคัญโรมเป็นคนช่วยดูแลลูกพี่ให้ รวมถึงตอนนี้คงไม่มีใครปกป้องเด็กนั้นได้ดีเท่าโรมแล้ว”
“เรื่องนั้น..กูขอคิดดูกันแล้ว”
“ตามนั้น”หลังจากเด็กที่ชื่อโรมนั้นพูดจบผมก็ถามเรื่องราวของมันเพิ่มเติมจากพี่คริส 
จึงได้ทราบว่าจริงๆแล้วพี่ริวมีน้องชายหนึ่งคนและน้องสาวอีกสองคนซึ่งทั้งสามเป็นน้องคนละพ่อของพี่ริวแต่ถ้าพูดถึงฐานะความเป็นอยู่บวกกับอาชีพก็ไม่ต่างกันเลย
เพราะทางพ่อของพี่ริวกับพ่อของไอเด็กโรมก็เป็นเพื่อนในวงการนี้เช่นเดียวกันและยังรู้อีกว่าโรมเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในการเป็นผู้นำตระกูลตั้งแต่ยังเด็ก ความเป็นผู้นำความฉลาดและความเก่ง คนระดับพี่คริสยังต้องยอมรับมันต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
“ถ้ายังงั้นก็ให้มันดูแลอินในระหว่างนี้สิ”ผมพูดบอกพี่คริสไป
“จะดีหรอ กูไม่อยากให้อินห่างตัว”
“ถึงอยู่ใกล้ตัวก็ใช่ว่าจะปลอดภัยแต่ถ้าส่งไปอยู่กับเด็กโรมนั้นโอกาสที่ฝั่งศัตรูมันจะลอบทำร้ายอีกคงลดน้อยลง”
“เพราะทางฝั่งโรมเองก็มีชื่อเสียงในวงการไม่น้อยเลย”ผมพูดเสนอความคิดเห็นออกไป พี่คริสจึงเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เอาแบบที่อ้วนว่าก็ได้ หลังจัดการเรื่องศพที่โรงพยาบาลรวมถึงงานศพคินทร์เสร็จจะส่งอินไปอยู่ในความดูแลของโรมจนกว่าจะเจอตัวคนทำแล้วกัน”
พี่คริสพูดแล้วยิ้มให้ผมเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปโทรศัพท์ซึ่งคาดว่าถ้าไม่เป็นพี่ริวก็คงแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ม๊าใหญ่รับรู้
ส่วนผมก็เดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องที่คินทร์อยู่ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายศพออกมา ด้านนอกห้องมีลูกน้องสองคนยืนเฝ้าไว้พอเห็นผมพวกเค้าก็เปิดประตูให้ ด้านในยังมีลูกน้องอีกคนที่นั่ฃสะอึกสะอื้นอยู่
“พี่ขอโทษ..ถ้าพี่เก่งกว่านี้..พี่คงต้านมันไม่ให้เข้ามาในห้องได้”เสียงร้องปนคำพูดถูกเปล่งออกมาจากลูกน้องคนนึง
“อย่าโทษตัวเอง..ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น”ผมเดินเข้าไปตบไหล่ลูกน้องเบาๆเจ้าตัวดูจะตกใจไม่น้อยที่ผมเข้ามาแต่คนด้านนอกกลับไม่ยอมบอกให้เค้าออกไป
“นายหญิง..ขออภัยครับ”ลูกน้องคนนั้นพูดขออภัยก่อนที่จะโค้งตัวเพื่อขออนุญาตออกไปแต่ผมก็พูดรั้งไว้ก่อน
“ช่วยเล่าเรื่องของคินทร์ให้ฟังหน่อยได้มั้ย”ผมพูดออกไปโดยที่สายตาจดจ้องไปยังร่างไร้วิญญาณนั้น”
“นายหญิงอยากรู้อะไรหรอครับ”
“ทุกอย่างเกี่ยวกับคินทร์ ช่วยเล่าให้ฟังที”
..........
แง่ๆๆคนหายหมดเลยทีนี้เศร้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,639 ความคิดเห็น

  1. #1637 ขนมปังปอนด์ทาแยม (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 18:46
    มาทำแบบนี้แสดงว่าอยากตายมากสินะ//ปล่อยจิตสังหาร เตรียมสไนเปอร์พร้อม เตรียมบุก!
    #1,637
    0
  2. #1632 09032536waw (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:43
    สงสารคินทร์
    #1,632
    0
  3. #1629 sun1256 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 07:35

    ฮึกๆพี่คินทร์ ไม่น่าพี่คินทร์ฮือๆๆ( เราจะเอาRPG M79ยิงไปให้หายไปเลย!!!! )
    #1,629
    0
  4. #1628 471502523 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 22:16

    เศร้าเลย
    #1,628
    0