[yaoi]ปะป๊าของผมเป็นมาเฟียครับ!!!

ตอนที่ 65 : มาม่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    21 ก.พ. 64

คริสพาร์ท
เสียงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์ผมดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั้นทำให้ผมรู้สึกรำคาญเป็นอย่างมากจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู 
“ไม่เบาเลยนะยูเนี้ย”ผมพูดขึ้นเมื่อเห็นการแจ้งเตือนเงินออกจากบัตรเครดิตกว่าหนึ่งพันล้านบาท
“มีอะไรหรอพี่คริส ยูทำไมหรอ”อ้วนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆก็หันมาถามด้วยความสงสัย
“ก็..ไม่มีอะไรหรอกครับอ้วน”
“ครับด้วยอะ ลุคมาเฟียไปไหนหมดแล้ว”
“คุยกับเมียก็ต้องแบบนี้สิ”ผมพูดขึ้นอย่างขำๆ ทางอ้วนนั้นก็ได้แต่วิ่งเขิลไปหาคุณยายที่กำลังเลือกของอยู่ทันที
หลังจากเลือกซื้อของได้ราวๆครึ่งชั่วโมงผม อ้วน แล้วก็คุณยายก็พากันมาที่ร้านอาหารทันที
“ตาหนึ่งๆมารับแขกหน่อยเร็ว”เมื่อถึงร้านคุณยายก็ตะโกนเรียกคนชื่อหนึ่งเสียงดัง
“ครับๆหนึ่งกำลังไปครับยาย”เสียงตอบกลับพร้อมกันชายรูปร่างกำยำก็ปรากฏขึ้น
“ตาหนึ่ง สองคนนี้เป็นแขกพิเศษของยายฝากเราดูแลด้วยนะ ยายจะเข้าครัวไปทำอาหารเอง”
“ได้ครับ”
“สวัสดีครับ หนึ่งนะครับ”
“ดีครับ มู่ครับ”
“คริส”
อ้วนและผมพูดแสดงตัวแนะนำตามความเหมาะสมก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกับหนึ่งเกี่ยวกับอาหารของร้าน รวมถึงเรื่องทั่วไปตามประสาคนถูกชะตา
“แบบนี้แปลว่าพวกมู่กับคริสก็เป็นคนใหญ่คนโตของเขตใต้น่ะสิ”
“จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดสำหรับมู่นะ แต่ทางพี่คริสนี้..คงไม่ได้”
“อ้าวทำไมละ”
“ไม่จำเป็นต้องรู้”ผมพูดออกไปก่อนจะชวนให้อ้วนหันมาสนใจกับอาหารมากมายบนโต๊ะ
“อ้วน รีบกินได้แล้ว”
หลังจากนั้นพวกผมก็นั่งทานอาหารกันจนตอนนี้มีเสียงโทรศัพท์ของมู่ดังขึ้น
//พี่มู่ ยูซื้อของเสร็จแล้วนะพี่อยู่ไหน//
//เสร็จแล้วหรอ พี่อยู่ด้านนอกจะรีบกลับเข้าไปนะ//
“พี่คริสกลับกันเถอะ ยูซื้อของเสร็จแล้ว”
“อือ”ผมตอบออกไปก่อนจะเรียกหนึ่งให้มาเก็บเงิน หลังจากที่หนึ่งมาเก็บเงินไปผมและมู่ก็พากันเดินกลับมาที่ห้าง เพราะในตอนแรกก็เดินมาเช่นกันไม่ได้ขับรถมาด้วย
“เหนื่อยมั้ย”ผมหันไปถามคนข้างๆเมื่อเดินมาถึงห้าง
“ไม่เหนื่อยแค่นี้เอง บุกป่าลุยไฟยังทำมาแล้ว”อ้วนพูดโอ้ด้วยท่าทางภูมิใจ แต่นั้นมันทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบ
“พี่คริส พี่มู่”
“ยู มาแล้วหรอแล้วไหนของล่ะ”อ้วนถามออกไปเมื่อเห็นน้องสาวของตน
“ของหรอ เดี๋ยวมีคนไปส่งให้น่ะ”
“แล้วทำไมต้องให้ไปส่งล่ะ รถเราก็เอามา”
“ของมันต้องการความปลอดภัยอะพี่มู่”
“แต่พี่ว่าคงไม่มีอะไรปลอดภัยไปกว่ารถที่พวกพี่อยู่แล้วนะ”ผมพูดก่อนจะหันไปหาอ้วน
“อุย นั้นสิแต่ว่าไม่ทันแล้วอะเพราะงั้นกลับกันเถอะ”
“โอเครๆ”
ผ่านไปไม่นานตอนนี้รถของผมก็ขับเข้ามาในเขตใต้ นั้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกให้พวกผมปลดปล่อยความกังวลได้ครึ่งนึง 
เพราะตลอดเวลาที่อยู่เขตเหนือความปลอดภัยที่นั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับที่นี้ซึ่งเป็นเขตการปกครองของมู่
“พี่คริส”อ้วนเรียกผมให้หลุดออกจากผวังความคิด
“ว่าไงอ้วน”
“รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้”
“ทำไม”
“ไม่รู้สิ มันรู้สึกไม่ดี”
“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก”ผมพูดออกไปก่อนจะรีบสั่งให้คนข้บรถเร่งความเร็วขึ้น..
อินพาร์ท
“ให้ตายสิ ทำไมดื้อแบบนี้พี่คินทร์”ผมพูดไปอย่างหัวเสียงเพราะตลอดเวลาที่คอยดูแลพี่คินทร์ ไม่มีตอนไหนเลยที่พี่คินที์จะยอมให้ผมช่วยดีๆ 
“คุณหนูครับ กระผมทำตรงนี้เองได้คุณหนูอย่าทำให้เลยนะครับมันสกปรก”พี่คินทร์พูดขึ้นนั้นยิ่งทำให้ผมอารมณ์เสียขึ้นไปอีก
“กะไอแค่เช็ดตรงส่วนล่างให้มันจะอะไรกันนักหนา”
“เพราะเป็นส่วนล่างนั้นแหละครับคุณหนูมันเลยไม่ดี”
“ไม่รู้แหละ ยังไงอินก็จะเช็ดให้เอง”
“แต่ว่าคุณหนู”
“ไม่มีแต่ ถ้ายังขัดคำสั่งอีกจะฟ้องป๊านะ!”ผมพูดขู่ออกไปเพราะยังไงพี่คินทร์ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งป๊าแน่นอน
“งั้นคุณหนูเช็ดแค่ตรงขานะครับ ส่วนตรงนั้นกระผมขอทำเอง”
“เหอะ! ก็ได้”ผมพูดไปก่อนจะเริ่มลงมือเช็ดไปตามขาของพี่คินทร์ และไม่นานผมก็เช็ดทำความสะอาดให้พี่คินทร์จนเสร็จก่อนที่จะเดินออกไปเพื่อใช้ให้ลูกน้องด้านหน้าไปซื้อข้าวต้มมาให้
“คุณหนู จะไปไหนครับ”
“ไปซื้อข้าวต้มให้หน่อย ไม่ต้องใส่ผักนะ”
“ได้ครับ”
ไม่นานข้าวต้มที่ผมสั่งก็มาถึงมือ ผมจัดการแกะถุงข้าวต้นก่อนจะเทมันลงไปในถ้วนครึ่งนึงแล้วยกอีกครึ่งตั้งไว้ก่อน
“กินแค่นี้ดูก่อนนะว่ากินได้มั้ย”ผมหันไปถามพี่คินทร์ที่นอนอยู่บนเตียง
“ครับคุณหนู”
“อะอ้าปากสิ เดี๋ยวป้อน”
“ไม่ครับๆ คุณหนูกระผมทานเองได้ส่งมาให้กระผมเถอะนะครับ”
“ไม่อินจะป้อน อ้าปากเดี๋ยวนี้”
“แต่คุณหนู..”
“อ้าปาก อ้ามมม..”และนั้นก็ทำให้พี่คินทร์ยอมทานด้วยดี
“ใกล้หมดแล้ว เอาเพิ่มมั้ย”
“ไม่ครับ อิ่มแล้ว”พี่คินทร์พูดก่อนจะส่งยิ้มเล็กๆมาทางผม นั้นทำให้ผมดีใจเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาพี่คินทร์ไม่เคยยิ้มแบบอ่อนโยนแบบนี้ให้ผมเลยสักครั้งเดียว
“ก็ยิ้มเป็นนิ”ผมพูดบ่นออกไปเบาๆ
“ว่าไงนะครับ”
“ไม่มีอะไร อะนี้ยากินแล้วก็นอนสะ”
“ครับ”
เพียงไปนานพี่คินทร์ที่กินยาไปก็เข้าสู่ช่วงความฝันผมเองก็กำลังจะไปอีกคนแต่..
ปึก ปัง
“เสียงอะไร!”ผมตะโกนออกไปอย่างหัวเสียก่อนที่เดินไปเปิดประตู
“คุณหนู!! อย่าออกมาครับรีบล็อคประตูด้วยครับ!!”เสียงลูกน้องที่คอยดันประตูกลับมาให้ผมปิดดังขึ้นอย่างร้อนใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“คุณหนูอย่าพึ่งถามครับ รีบปิดประตูแล้วหาอะไรมาซ้อนปิดไว้อีกชั้น”
“เร็วสิครับคุณหนู” สิ้นคำผมก็รีบปิดประตูก่อนจะหาสิ่งของมากั้นประตูเอาไว้แต่ถึงอย่างนั้นก็หาได้เพียงแค่ของเล็กๆเท่านั้น
“พี่คินทร์ๆตื่นสิ”
“ค.ครับคุณหนู”
“ด้านหน้าเกิดเรื่อง..”
ปัง ปัง
“เสียงปืน!!”หน้าพี่คินทร์เปลี่ยนไปก่อนที่จะเรอ่มผลักให้ผมออกห่างตัวแล้วพยายามลุกจากเตียง
“ทำอะไรน่ะ”
“คุณหนูรีบวิ่งไป ที่หลังห้องตรงนั้นก่อนครับ”พี่คินทร์ชี้ไปยังประตูห้องด้านหลังที่มีระเบียงอยู่ด้านนอก
“ทำไม”
“ของแค่นั้นกันพวกมันไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวกระผมจะหาทางกันพวกมันไว้ก่อนคุณหนูรีบไปสิครับ”
“ไม่เอา! ต้องไปด้วยกันสิ”
“เดี๋ยวกระผมตามไปแน่ครับ แต่คุณหนูต้องรีบไปก่อนนะครับ”
“ไม่เอา!!ไม่ไป”
“คุณหนูอย่าดื้อนะครับมันอันตราย”
“ไม่เอา!ถ้าไปก็ไปด้วยกันสิ!”
“อิน!พี่บอกว่าให้ไปไง”ผมนิ่งเงียบไปพักนึงเพราะนี้เป็นแรกที่พี่คินทร์ใช้คำแทนตัวแบบนี้
“พี่ไม่อยากให้มันพลาดแบบครั้งนั้นอีกแล้ว ไม่อยากให้คนสำคัญต้องเจออันตรายอีกแล้ว”
“ได้โปรดเถอะนะ รีบวิ่งไปด้านหลังแล้วเดี๋ยวพี่ส่งตัวเราผ่านเข้าไปอยู่ห้องด้านข้าง”
“นะอิน พี่ขอร้อง”
“อือ แต่ต้องสัญญากับอินนะว่าจะต้องตามมาแล้วก็ห้ามเป็นอะไร”
“ครับ พี่สัญญา”และนั้นทำให้ผมต้องยอมที่จะข้ามไปอีกห้องโดยการให้พี่คินทร์อุ้มตัวข้ามไป
อึก..เสียงอึกอักจากพี่คินทร์นั้นทำให้หัวใจดวงน้อยๆของผมเจ็บจี้ดขึ้นมาเพราะดูท่าแล้วจังหวะที่ยกตัวผมข้ามมาจะทำให้แผลเก่าฉีก
“คุณหนู เข้าไปขอความช่วยเหลือจากห้องนั้นนะให้เขาช่วยหาทางพาคุณหนูออกไปเข้าใจมั้ยครับ”
“เข้าใจแล้ว”
“เก่งมาก”
จบคำพี่คินทร์ก้เดินกลับหายเข้าไปในห้องนั้นเป็นจังหวะเดียวกันที่ประตูด้านข้างผมเปิดขึ้นเผยให้เห็นเด็กอายุดูแล้วคงมากกว่าพี่คินทร์สัก5-6ปีเดินเข้ามา
“มึงเป็นใคร มาทำอะไรระเบียงห้องกู”
“หยาบคาย”
“แล้วมึงจะทำไม”
“ก็ไม่ แต่ช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ช่วยอะไร แล้วทำไมกูต้องช่วยเด็กน้อยแบบมึงด้วย”
“คือ..”ผมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คนตรงหน้าฟัง คนตรงหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะรีบดึงผมเข้าไปด้านในห้อง
นั้นทำให้ผมรู้ว่าคนตรงหน้าก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเพราะด้านในมีบอดี้การ์ดชุดดำ2คนนั่งอยู่
“คุณหนู เด็กนั้น”
“ไม่ต้องถาม ออกไปช่วยพวกด้านนอกหน่อย”
“แต่นั้นไม่ใช่คนของเรานะครับ”
“ก็กูบอกให้มึงไปช่วย จะมาอะไรนักหนาหรือจะให้กูออกไปเอง”
“ไม่ครับๆพวกกระผมจะรีบออกไปจัดการ”
“ส่วนมึง อยู่กับกูในห้องนี้แหละปล่อยให้สองตัวนั้นจัดการเห็นมันแบบนั้นเก่งไม่เบา”
“อือ”ผมตอบโดยที่ร่างกายตอนนี้มันทรุดลงไปกับพื้น
“อ่อนแอ”
“ชื่ออะไร..”ผมถามคนตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา
“โรม”
“อือ”
“แล้วมึงไม่คิดจะบอกชื่อกู?”
“ต้องบอกด้วยหรอ”
“อย่ามากวนตีน มึงชื่ออะไร”
“อิน ชื่ออิน”ผมพูดออกไปก่อนที่คนตรงหน้าจะกลับขึ้นไปนอนบนเตียงคนไข้ ส่วนผมนั้นยังคงนั่งอยู่ตรงพื้นที่เดิม
ภายในใจตอนนี้มันมีความรู้สึกมากมาย กลัว กังวล เป็นห่วง โกรธ ความรู้สึกมากมายพวกนี้มันกำลังให้ผมสับสน ถ้าผมเก่งกว่านี้ถ้าผมเข้มแข็งกว่านี้ถ้าผมไม่ใช่แค่เด็กน้อยคนนึงมันคงดีกว่านี้
ตึง
“คุณหนู!พวกด้านนอกจำนวณเยอะเกินไปพวกผมกับพวกด้านนอกนั้นเริ่มต้านไม่ไหวแล้ว”
“เอาโทรศัพท์มาให้กู”
“ครับ นี้ครับ”
//ไอมิก นี้กูเองโรมมึงช่วยส่งคนของมึงมาที่โรงพยาบาลหน่อย//
//ทำไมว่ะ เปิดไรขึ้น//
//ไม่ต้องถามมาก รีบส่งคนมา//
//ได้กูจะรีบส่งคนไป//
“ออกไปต้านไว้ เดี๋ยวไอมิกมันส่งคนมาช่วย”
“ครับคุณหนู”
“เห้ยมึงอะ ใช้ปืนเป็นมั้ย”
“เป็น..”ผมพูดตอบออกไปทันที
“ดี งั้นเอานี้ไป”พี่โรมยื่นปืนกระบอกนึงมาให้ผม
“เอาไว้เผื่อไว้มึงยิงตัวเองตาย”
“ปากพี่มีหมาอยู่ด้านในหรอ”
“แล้วมึงจะทำไม”
“เหอะ”
ไม่นานเสียงด้านนอกก็เงียบลงนั้นทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อยแต่ก็ยังไม่กล้าออกไป
“คนของไอมิกมาแล้วหรอว่ะ ไม่น่าจะใช่มันไม่น่าจะมาเร็วแบบนี้”พี่โรมพูดขึ้นก่อนที่ประตูด้านนอกจะโดนเปิดขึ้น
เผยให้เห็นร่างของพี่มู่ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงสดทั่วทั้งร่างกาย
“อิน!!”พี่มู่วิ่งเข้ามากอดผมไว้แน่นทันที เลือดและกลิ่นมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลยผมกอดตอบคนตรงหน้าแน่นก่อนจะปล่อยโฮออกมา
“ไม่ร้องนะ พี่มาช่วยแล้ว”
“ฮึก..ฮืออทำไมช้า...ฮืออ”
“ขอโทษ..”
“ฮืออ..พี่คินทร์ละ”
“....”
“ผมถามว่าพี่คินทร์ละ”
“อิน ฟังพี่ดีๆนะ”
“ทำไม อะไร”
“พวกเราช่วยคินทร์ไว้..ไม่ทัน”
“....”สุดคำผมรีบผลักพี่มู่ออกก่อนจะวิ่งกลับออกไปยังอีกห้อง ด้านนอกมีคนของป๊าและป๊ายืนอยู่รวมไปถึงซากศพ
“อิน”
“ป๊า พี่คินทร์ละพี่คินทร์อยู่ไหนพี่คินทร์ปลอดภัยใช่มั้ยป๊า พี่คินทร์บอกว่าจะรีบตามอินมาแต่ก็ยังไม่มาสักทีไม่รู้ตอนนี้เป็นไงบ้าง”
“อิน”
“ป๊า..ฮึก..พี่คินทร์อยู่ไหน”ป๊าไม่พูดอะไรแต่พาผมเดินไปยังภายในห้องที่ตอนนี้บนเตียงมีคนที่ผมต้องการเจอกำลังนอนนิ่ง
“พี่คินทร์..”ผมเดินเข้าไปสัมผัสแรกที่รับรู้คือความเย็นของร่างกาย บวกกับรอยแผลมากมายและรอยกระสุดที่หน้าผาก..ก่อนที่สติจะเลือนหายไป..
.......
มาม่ายกมาแจกให้เลยหลังจากโทรศัพท์พังไปที55อีกตอนมาวันที่23นะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,639 ความคิดเห็น

  1. #1627 471502523 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:31
    น่าสงสารน้องอินจัง ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ยย
    #1,627
    0