[yaoi]ปะป๊าของผมเป็นมาเฟียครับ!!!

ตอนที่ 63 : รักแรก(เริ่มของอินนะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    11 ธ.ค. 63

มู่หลานพาร์ท
ระหว่างทางมาโรงพยาบาลผมได้ทราบข่าวจากการพูดคุยกับม๊าใหญ่ว่า มีคนสนิทของอินได้รับบาดเจ็บเพราะเอาตัวมาผลักอินออก ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังและขาข้างซ้าย
“พี่คริส ยู”ผมเรียกทั้งสองคนทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังนั่งดูกระดาษแผ่นใหญ่บางอย่างอยู่หน้าห้องผู้ป่วย
“อ้าว มาแล้วหรอพี่”
“ถ้าพี่ยังไม่มา เราจะเห็นมั้ย”จบคำผมใช้นิ้วจิ้มดันบริเวณหน้าผากของยูทันที
“เป็นไงบ้างอ้วน บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”
“ไม่ครับ ม๊าใหญ่ไปช่วยได้ทันพอดี”
“แล้วม้าใหญ่ไปไหนแล้วล่ะ”
“เห็นบอกว่าพรุ่งนี้ท่านมามาใหม่ วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการต่อครับ”
“แล้วนี้กำลังดูอะไรกันอยู่หรอครับ”
“อ่อ ไม่มีอะไรหรอกพี่อย่าสนใจเลย”
“หรอ”ผมขมวดคิ้วทันที แต่ก็ไม่สักถามอะไรต่อ
“ยูว่าเข้าไปในห้องกันเถอะนะๆ”ยูเดินมาดึงมือผมให้ตามเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันที ภาพแรกที่เห็นนั้นทำให้ผมตกใจเล็กน้อย เพราะไอเจ้าตัวป่วนตอนนี้กำลังนั่งจับมือของคินทร์ไว้แน่น
แววตาที่แสดงถึงความเป็นห่วง แววตาที่จดจ้องคนๆนึงโดยไม่สนสิ่งรอบข้างใดๆ
“อิน”ผมเดินเข้าไปก่อนเรียกชื่อเจ้าตัวน้อยเบาๆ
“มาแล้วหรอ”เสียงที่เรียบนิ่งกว่าปกติตอบมาโดยที่ไม่แม้จะหันหน้ามามอง
“ขอบคุณนะครับ”เสียงนิ่งพูดออกมาก่อนจะก้มหัวลงไปฟุบเข้ากับมือของคนที่นอนอยู่
“นี้คือ..”ผมหันไปกระซิบถามพี่คริสกับยูทันที
“เป็นแบบนั้นตั้งแต่คินทร์ได้รับบาดเจ็บ”
“ตอนแรกร้องไห้ด้วยนะพี่”
“งั้นหรอ?”ผมหันมองทั้งสองคนอีกครั้งก่อนที่จะเดินไปจับมือพี่คริสเดินออกจากห้อง
“มีอะไรครับอ้วน ไม่ไปนั่งพักผ่อนก่อนหรอหื้ม”
“ไม่แปลกหรอ”
“แปลก?อะไรแปลกครับอ้วน”
“อินกับคินทร์น่ะ”
“อ้วนครับ พวกเค้ายังเด็กเจ้าอินคงแค่เป็นห่วงเพราะคินทร์บาดเจ็บเพราะตัวเองแค่นั้น”
“หรอ แต่ว่าสายตาความรู้สึกแบบนั้น ผมก็เคยเป็นนะ...”
“สายตาของการรอคอย สายตาของความเป็นห่วง”
“คิดมากไปแล้ว แต่ถึงจะเป็นอะไรทำนองนั้นตามที่อ้วนคิด มันก็ไม่ผิดแค่พวกเราต้องช่วยกันควบคุมความรู้สึกของทั้งสอง”
“นั้นสินะ ผมคงเป็นห่วงเรื่องความเหมาะสมไร้สาระมากไป”
“พี่คริส...เรื่องแบบนี้ยังคงจะมีมาอีกเรื่อยๆใช่มั้ย”
“ใช่...พวกเราจะเจอแต่เรื่องแบบนี้ไปตลอดทั้งชีวิต วงการนี้เข้าแล้วไม่มีใครออกได้”
“หากวันนึง ทุกอย่างสามารถจบลง ผมกับพี่สามารถเป็นคนปกติธรรมดาไม่ใช่มาเฟียไม่ใช่เจ้าพ่อคงจะดี”
“กูขอโทษ ที่ไม่สามารถมอบชีวิตที่ปกติให้กับมึงได้อ้วน”พี่คริสจับมือผมขึ้นมาก่อนจะลูบบริเวณหลังมือไปมา
“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย จุดเริ่มแรกมันไม่ได้เกิดจากพวกเราอยู่แล้วเพราะงั้นถ้าหากว่าตรงนี้ยังมีพี่อยู่ผมก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”
“และหากพวกมันคิดจะแตะต้องพี่เมื่อไร มันจะกลายเป็นศพเมื่อนั้น” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและกดเสียงต่ำจนน่ากลัว
“ หึ ทำตัวน่ากลัวอีกแล้วแต่สำหรับกูมันก็แค่หมาน้อยที่กำลังขู่เท่านั้นเอง”พี่คริสดึงผมเข้าไปกอดก่อนที่จะกดจูบลงบนหน้าผากของผม
สายตาของเหล่าลูกน้องและพยาบาลที่เดินไปเดินมาบริเวณนั้นทำเอาผมเขิลจนต้องซุกหน้ากลับเข้าหาพี่คริสทันที
“พอแล้ว..คนมองเต็มเลย”
“ไหน ใครมอง ไม่เห็นมีใครมอง”
“งื้อ คนบ้า”ผมรีบผลักพี่คริสออกแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปภายในห้องทันที
“พี่ เป็นอะไรทำไมหน้าแดงจังเลย เป็นไข้หรอหนูจะไปจามหมอมาเดี๋ยวนี้เลย”
“ปะ..ป่าว พี่ไม่ได้เป็นไข้”
“อ้าว..แต่หน้าพี่แดงมากเลยหรือว่า..พี่จะ..เขิ..อื้ออ”ผมรีบใช้มือปิดปากยัยน้องสาวตัวแสบทันที
“หุบปากไปเลยนะ แล้วก็กลับไปได้แล้ว”
“อื้อ อ้ายอับ”(ไม่กลับ)
“อ่อยอูอะ”(ปล่อยหนูนะ)
“พี่ไม่ปล่อยจนกว่าเราจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่”
“อูอ้ายอากอับ!!”(หนูไม่อยากกลับ)
“แต่เราต้องกลับ กลับไปดูแลงานที่บ้านให้พี่หน่อย”
“อานอีกแอ้ว”(งานอีกแล้ว)
“ช่วยพี่หน่อย แล้วก็นะอย่าหาว่าพี่ไม่รู้คนที่เอาไปเก็บไว้ในคุกใต้ดินน่ะ ถ้ายังไม่รีบปล่อยตัวออกมาอย่าหาว่าพี่ดุเรา”พูดจบ ยูก็กัดมือผมอย่างแรงจนผมต้องสบัดมือออกจากปากของยู
“ไม่ ยูไม่มีวันปล่อยมัน”
“ยู เรื่องมันผ่านไปแล้วให้มันผ่านไป”
“บอกว่าไม่ไง คนที่มันกล้าทำร้ายพี่ของยูไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อมหรือแค่รู้เห็น ยูจะไม่ปล่อยให้มันได้มีชีวิตอย่างสุขสบายใจแน่”
“และที่สำคัญ ถึงยูไม่ทำพี่คริสก็ไม่ปล่อยมันไว้แน่ ใช่มั้ยพี่คริส”ยูหันไปด้านหลังก่อนที่ประตูจะเปิดออกด้วยมือของพี่คริส
“ใช่”คำพูดสั้นๆแต่น้ำเสียงแสดงถึงความจริงจังและไม่ลังเลใดๆบรรยากาศเย็นวูบที่ตามมานั้นทำให้ขนลุกซู่
“เลิกเสียงดังกันได้ยังครับ”เป็นเสียงของเจ้าตัวแสบที่ดังขึ้น
“ถ้ายังไม่เลิกเสียงดัง ก็ออกไปคุยด้านนอกครับ”
“พี่ขอโทษ ตามมานี้เลยนะ”ผมรีบดึงพี่คริสและยูรวมถึงเรียกพี่เฟยตามออกมาด้วยเช่นกัน
“ลืมไปเลยว่าอยู่ในห้องคนป่วย ยูก็ดันพูดไปสะเสียงดังเลย น้องอินต้องโกรธยูแน่เลยพี่คริสพี่มู่”
“ไม่เป็นไรหรอก เพราะงั้นออกไปคุยกันข้างนอกกันดีมั้ย”พี่คริสพูดขึ้นก่อนจะชูบัตรเครดิตขึ้นมา
“รางวัลสำหรับคนเก่งทั้งสอง”
“รางวัลหรอๆๆๆไปๆๆ”
ผมไม่รู้ว่าเวลานี้เหมาะสมกับการฉลองรึยังแต่จะห้ามเจ้ายูก็คงทำไม่ได้เพราะดูแล้วคงมีของที่อยากได้แน่ๆเลยดีใจขนาดนั้น ทั้งที่ขอผมผมก็ยอมเปย์ให้น้องสาวเพียงคนเดียวอยู่แล้วให้ตายสิ..
—————-
อินพาร์ท
หลังจากเหตุการณ์ระเบิดที่ไม่คาดคิดนอกเหนือแผนการแม้พวกเราจะใส่ของป้องกันไว้มากมายแต่ก็ยังมีคนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งคนๆนั้นกลับต้องมาบาดเจ็บเพราะเอาตัวมาบังผมอีก เป็นคนที่โง่จริงๆเลยนะ โง่ที่สุดเลยที่ยอมปกป้องผมขนาดนั้น
“ทำไมถึงยอมปกป้องผมขนาดนั้น”
“ทำไมถึงต้องเอาตัวเองมาบังผมด้วย”
“ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยแสดงท่าทีเป็นห่วงเหมือนตอนเป็นพี่มู่เลย”
“แล้วทำไม ตอนนี้ถึงมาทำแบบนี้”
“ตื่นมาบอกผมเลยนะ ตื่นมาบอกกันเลย”
ฮึก..คำพูดความรู้สึกมากมายที่พูดออกไป ผมรู้ดีว่ามันส่งไปไม่ถึงคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ แต่ผมก็ยังไม่สามารถหยุดพูดหยุดร้องไห้ได้เลย 
ความรู้สึกที่เห็นพี่คินทร์เจ็บมันเจ็บยิ่งกว่าใครเอามีดมากรีดสะอีก อยากจะเป็นคนที่นอนอยู่ตรงนั้นถ้าเป็นไปได้อยากแลกเอาความเจ็บปวดนั้นมา ไม่อยากเห็นพี่คินทร์ต้องเจ็บอีกแล้ว
“ฮึก..ทำไมไม่ตอบกันเลย”
“ตอบกันบ้างสิ”
“จะนอนไปถึงไหนกัน”
“รีบตื่นมาให้ผมใช้ไปทำงานเดี๋ยวนี้นะ”
“รีบตื่นมาอาบน้ำกับผม”
“รีบตื่นมากินข้าวกับผม”
“รีบตื่นมาเล่นกับผม”
ฮือออ...ฮึกกเสียงร้องที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้องสีขาวที่เงียบสงบไร้เสียงตอบรับจากคนที่นอนอยู่ นั้นยิ่งทำให้คนที่กำลังร้องไห้ปล่อยโฮ่ออกมาอีกครั้ง
“อึก..คุณหนูอย่าร้อนนะครับ”เสียงอบอุ่นกับมือที่ยกขึ้นมาลูบหน้าของผมนั้นทำให้ผมนิ่งค้างไปทันที
“ฮึกก..”
“ทำไมถึงร้องไห้ละครับ กระผมแค่หลับไปแปปเดียวเท่านั้นเอง”
“แปปเดียวตรงไหน ไม่เห็นจะแปปเดียวเลยฮืออ...”
“งั้นหรอครับ กระผมหลับนานไปหรอ คุณหนูคงเหงาแย่เลยดูสิร้องไห้ตาบวมไปหมดแล้ว”
“ใช่!เหงามาก ไม่เอาแบบนี้แล้วนะ อย่าเป็นแบบนี้อีกนะ”
“ถ้าคุณหนูต้องการ กระผมจะไม่เป็นแบบนี้อีก”
“เพราะงั้น คุณหนูอย่าเสียน้ำตาให้คนแบบกระผมได้มั้ย”
“กระผมไม่อยาก เห็นน้ำตาของคุณหนูเลย”
“ฮึก..ถ้าหลับไปนานๆแบบนี้อีกรอบหน้าอินจะลงโทษแล้วนะ”
“ได้ครับเพราะงั้นหยุดร้องนะครับคนเก่ง”
“ไม่ต้องมาทำพูดเลยนะ”
“นอนไปนิ่งๆดลยเดี๋ยวจะไปตามพยาบาลมาตรวจ”ผมปาดน้ำตาก่อนจะรีบวิ่งไปเพื่อเปิดประตู แต่เจ้าประตูเจ้ากรรมมันก็ดันอยู่สูงเกินความสูงของผมนี้สิ
“ใครอยู่ด้านนอก ไปตามพยาบาลมาหน่อย”
“ต้องกินนมเยอะๆแล้วนะครับคุณหนู”คนที่นอนบนเตียงพูดขึ้นก่อนที่จะหลุดขำออกมาเบาๆ
“หุบปากไปเลยนะ!!”
“ครับๆ”
ไม่นานพวกหมอพยาบาลก็พากันมาตรวจร่างกายให้พี่คินทร์ ถึงจะน่าโมโหที่พวกพยาบาลนั้นได้เห็นรางกายของพี่คินทร์แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะงั้นยวนๆเอาละกัน
“เป็นไงบ้าง”ผมหันไปถามหมอหลังจากที่ทำการตรวจเสร็จ
“คนไข้ดีขึ้นมาแล้วครับ พักอีกสักสองสามวัน ก็สามารถกลับหปพักรักษาตัวที่บ้านได้ครับ”
ผมพยักหน้ารับคำเบาๆก่อนที่จะเดินออกไปส่งหมอนอกห้อง เสียงกระซิบกระซาบจากพวกพยาบาลสาวทำให้ผมต้องรีบเดินออกมาทันที
//ดูสิ เป็นเด็กเป็นเล็กแต่พูดเก่งแถมยังต่อล้อต่อเถียงได้อีก//
//นั้นสิ พูดจาเกินวัยมากถึงหน้าตาจะน่ารักแต่นิสัยแบบนั้นฉันไม่ชอบเลย//
//เห็นด้วยๆนี้ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลูกพวกมาเฟียฉันจะจับมาอบรมสักหน่อย//
//ฉันก็คิดแบบนั้นอ้ะ..//
“ระวังคำพูดคำจาด้วยครับ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่”เสียงที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องหันไปมองเหล่าพยาบาลอีกครั้ง ที่ตอนนี้กำลังยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้ากันเลยทีเดียว
“พี่กันต์พี่เฟย อย่าทำแบบนั้นครับเก็บปืนเลยนะ”ผมรีบตะโกนบอกทั้งสองทันทีเพราะตอนนี้พี่กันต์กำลังใช่ปืนจอหัวพยาบางคนนึงไว้
“แต่คุณหนู..”
“ไม่เป็นไร ปล่อยพวกเขาพูดไปเพราะที่พวกเขาพูดมันก็เป็นความจริง ผมไม่ถือหรอก เก็บปืนแล้วตามผมเข้ามาด้านใน”จบคำผมก็เดินกลับเข้าไปนั่งข้างเตียงของพี่คินทร์ทันที
“ขอโทษแทนพยาบาลของทางเราด้วยนะครับ คุณกันต์คุณเฟย ทางเราจะอบรมสั่งสอนให้เข้มงวดกว่านี้ครับ”เป็นคุณหมอที่เดินมาขอโทษ
“อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะพวกคุณอาจจะต้องมาจบชีวิตเอาง่ายๆเพราะปากของพวกคุณเอง”พี่กันต์พูดจาก็ดึงปืนกลับก่อนที่จะเก็บมันเข้าที่
!!ไล่พยาบาลพวกนั้นออกให้หมด!!
ถึงแม้จะไกลแต่คำพูดที่พี่เฟยพูดนั้นผมพอจะจับใจความได้ดีทีเดียวบวกกับท่าทีของพวกพยาบาลแล้วยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่พี่เฟยพูดคงจะเป็น 
“ไล่ให้ออกจากโรงพยาบาลของตระกูลสินะ”
“คุณหนู..”
“ไม่ต้องมาคุณหนูเลยนะพี่คินทร์ พักผ่อนไปเลย”
“แต่..”
“ไม่มีตงไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น พักผ่อนไป”
“ครับ”
—————————
เมาๆเมาจัด หมายถึงไรท์อะเมาจัด555

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,639 ความคิดเห็น