(NCT) TAETEN | LETHAL LUST

ตอนที่ 2 : ONE | CASTLE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

 

CHAPTER : ONE

CASTLE

TYPE : FANTASY

COUPLE : TAEYONG X TEN

RATE : R-15

 

 

 

เฮือก!

 

“คุณหมอครับ! คุณหมอ!”

 

อลินเลเนอร์สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงขึ้นทันทีก่อนจะกระพริบถี่เมื่อไม่คุ้นกับแสงไฟด้านนอกที่สาดส่องเข้ามา เม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าเรียว

 

เสียงหอบหายใจอย่างหนักดังขึ้นก่อนที่ภาพเหตุการณ์พวกนั้นจะไหลวนกลับเข้ามาในโสตประสาทของอลินอีกครั้ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฝันนั้นราวกับมันเป็นเรื่องจริงเสียจนอลินรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก

 

ตั้งแต่ขับรถเข้ามาในเขตเมืองพายุที่ก่อตัวอยู่นานก็เริ่มโหมกระหน่ำลงมาทำให้คุณหนูคนเล็กของตระกูลเลเนอร์ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ผล็อยหลับไป

 

ดูเหมือนว่าการที่อลินเอาแต่ขยับตัวไปมาและคิ้วเรียวสวยที่ขมวดเข้าหากันแน่นน่าจะเป็นเพราะฝันร้ายมาตลอดทาง ยิ่งชายแก่ที่สังเกตอาการของผู้เป็นนายยามตื่นขึ้นมาก็รู้สึกไม่สบายใจนักจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

 

“คุณหมอเป็นอะไรหรือป่าวครับ”

 

“ฉันไม่เป็นไร แค่ฝันร้ายน่ะ”

 

หมอหนุ่มพรูลมหายใจออกมาก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นกังวล เมื่อเห็นว่าประตูรถถูกเปิดอยู่ก่อนแล้วโดยฝีมือของชายแก่ผู้เป็นสารถีของเขาในวันนี้ อลินก้าวลงจากรถพร้อมกับร่มสีดำที่ถูกกางให้คุณหนูประจำตระกูลเลเนอร์ ถึงแม้จะฝนที่ตกลงมาจะมีเพียงแค่ประปรายก็ตามที

 

“ถึงแล้วครับ”

 

“ขอบใจมากสำหรับการเดินทางในครั้งนี้”

 

“โชคดีนะครับคุณหมอ”

 

“นายเองก็เช่นกัน”

 

อลินรับร่มในมือของชายแก่ที่มองเขาอย่างห่วงใยก่อนจะบอกลาอีกฝ่ายที่ขับรถมาส่งเขายังจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย รถยุโรปคันเก่าที่อลินเคยนั่งมาตั้งแต่เด็กขับออกไปจนลับสายตา กระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียวถูกถือเอาไว้ในมือข้างที่ยังว่าง

 

แสงไฟของเมืองสว่างไสวผิดกับเส้นทางที่รถขับผ่านมาก่อนหน้านี้ลิบลับ ขายาวรีบสาวเท้าเข้าไปยังคลินิกเล็ก ๆ ตรงหน้าทันที มือเรียวผลักบานประตูเข้าไปก่อนจะต้องชะงักแทบจะทันทีเมื่อเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายใน

 

“เฮ้! นายเอามันคืนฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะสตีฟ”

 

เสียงดังเอะอะโวยวายหยุดลงเมื่อเห็นแขกผู้มาเยือนใหม่ ทุกสายตาหันมาจับจ้องอลินเป็นตาเดียวก่อนที่ชายหนุ่มเจ้าของเสียงเมื่อครู่จะเดินตรงดิ่งเข้ามาทักทายเขาเป็นคนแรก

 

“นายคงจะเป็นหมอเลเนอร์สินะ”

 

“ฉันคีท คีท กิลเบิร์ด

 

อลินพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะส่งมือไปทักทายตอบเมื่ออีกฝ่ายยื่นมือมารออยู่ก่อนแล้ว สายตาเรียวของเลเนอร์เหลือบไปเห็นคนที่ยืนมองเขาอยู่ข้างหลังทำให้คีทที่เพิ่งจะแนะนำตัวไปรีบเอ่ยขึ้นทันที

 

“โทษทีปกติฉันทำงานที่นี่คนเดียว ส่วนหมอนี่ก็ขยะ”

 

“นายสิขยะ”

 

“หุบปากน่ามอริส”

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนเถียงกับคีทอยู่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระเท่าไหร่นักเมื่อโดนคีทตอกกลับไปอย่างหัวเสีย เสื้อลายพรางที่บนหน้าอกปักตราสัญลักษณ์ของพาร์ควอร์เดินประจำเมืองเป็นเครื่องบ่งบอกหน้าที่ของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

“สตีเฟน?”

 

“เรียกแค่สตีฟก็พอ ยินดีที่ได้รู้จักหมอเลเนอร์”

 

เจ้าของชื่อที่อลินเอ่ยเรียกเมื่อครู่อย่างสตีเฟน มอริส หันมามองเขาด้วยรอยยิ้มกวน ๆตามฉบับเจ้าตัวเป็นเชิงทักทาย ต้องขอบคุณป้ายชื่อที่ติดอยู่บนหน้าอกข้างซ้ายของอีกฝ่ายที่ทำให้อลินสามารถเรียกสตีเฟ่นออกจากการถกเถียงกับคีทได้

 

“แล้วนี่เมื่อไหร่นายจะกลับไปสักทีสตีฟ บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ารถนายซ่อมไม่ได้ฉันไม่ไปส่งนายแน่”

 

“’งั้นฉันก็นอนค้างที่นี่ ไม่เห็นจะยาก”

 

“คลินิกฉันไม่ใช่บ้านพักสำหรับคนจร”

 

“นายว่าใครเป็นคนจร”

 

พอเห็นว่าทั้งคีทและสตีเฟนทำท่าว่าจะถกเถียงกันอีกรอบ คนตัวสูงก็เลยรีบเอ่ยขึ้นเพื่อดึงความสนใจจากทั้งคู่อีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะได้ผลมากเลยทีเดียวหลังจากที่อลินพูดจบ ทำให้สงครามระหว่างหมอหนุ่มและพาร์ควอร์เดินอย่างคีทและสตีเฟ่นหยุดลงทันที ก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปมองหน้ากันด้วยความแปลกใจจนอลินต้องรีบอธิบายเสริมทันที

 

“ฉันอยากรู้ทางไปคฤหาสน์เทอริล”

 

“...”

 

“คือว่าฉันพักที่นั่นน่ะ”

 

ถือว่าโชคเข้าข้างอลินอยู่ไม่น้อย เมื่อที่พักพนักงานของศูนย์วิจัยแห่งใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ เขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์เทอริลเป็นการชั่วคราวก่อนที่ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

 

“คฤหาสน์นั่นน่ะหรอ นู่นนายต้องขึ้นภูเขาลูกเล็กตรงนู้นไปอีกน่ะ”

 

สตีเฟ่นว่าก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังของคลินิก ซึ่งอลินก็พอจะเดาได้ว่าทางไปคฤหาสน์คงจะอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร คนตัวสูงพยักหน้ารับคำตอบของอีกฝ่ายก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันเมื่อหมอหนุ่มเจ้าของคลินิกอย่างคีทเอ่ยขึ้น

 

“แต่ดูเหมือนว่าคืนนี้นายคงต้องหาที่พักที่อื่นนอนก่อนแล้วล่ะเลเนอร์”

 

“พายุเพิ่งสงบไปแบบนี้นายคงไม่อยากขับรถขึ้นไปให้ติดหล่มเล่น ๆ หรอกมั้ง”

 

หมอหนุ่มว่าพลางหันไปมองสตีเฟ่นที่ดูเหมือนจะเห็นด้วยโดยการโคลงหัวรับกับคำพูดนั้นของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ใช่เวลาที่ดึกมากนักแต่การที่อลินเพิ่งจะเดินทางมาถึงเลยทำให้เขาไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าโฮสเทลที่อยู่ใกล้ๆนี้จะมีห้องว่างเหลือพอสำหรับเขาหรือไม่

 

“ฉันทำงานอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ไม่ยักรู้ว่าคฤหาสน์นั่นยอมให้คนนอกเข้าไปพักด้วย”

 

“อย่าว่าแต่เข้าไปพักเลย แค่เดินเข้าไปเฉียดรั้วยังยาก”

 

เป็นมอริสที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก ซึ่งคีทเองก็ดูจะเห็นด้วยกับพาร์ดวอร์เดินหนุ่มไม่น้อย บทสนทนาของทั้งคู่สร้างความแปลกใจให้อลิน แม้จะไม่ได้เอ่ยถามออกไปแต่การที่เลเนอร์นิ่งฟังแบบนี้ก็ทำให้คีทเดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงจะสงสัยอยู่ไม่น้อยเป็นแน่

 

“ไปถึงเดี๋ยวนายก็คงจะรู้เองนั่นแหละ”

 

แน่นอนว่าการที่คุณหนูคนเล็กของตระกูลเก่าแก่อย่างอลินเลเนอร์ คนที่มีทั้งความรู้และความสามารถมากมาย จู่ ๆก็ตัดสินใจย้ายมาทำงานที่ศูนย์วิจัยเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่แสนจะห่างไกลความเจริญนั้นล้วนไม่ใช่ความบังเอิญ อลินตัดสินใจมาที่นี่เพราะเรื่องราวบางอย่างที่เขายังไม่ได้รับคำตอบ

 

คำตอบที่ว่าอลิน เลเนอร์นั้น

 

แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่...

 

“จริงสิ นายทำงานกับศูนย์วิจัยของพวกตระกูลเทอริลงั้นหรอ”

 

อลินหลุดออกจากภวังค์เมื่อถูกเรียก คนตัวสูงพยักหน้ารับเล็กน้อยกับสิ่งที่คีทเอ่ยถาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันไปมองที่ด้านหลังคลินิกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาพอดี

 

“หมอนั่นก็ทำงานที่เดียวกับนายเหมือนกัน”

 

“นักชีววิทยาน่ะ”

 

เวย์ เฟลมมิ่ง เป็นชื่อเดียวที่อลินเลเนอร์จำได้ในสมัยเรียน เนื่องจากเคยร่วมงานวิจัยกับอีกฝ่ายหลายครั้ง ถึงจะไม่ได้สนิทสนมกันมากเท่าไหร่นักแต่ก็รู้สึกคุ้นเคยไม้น้อย แน่นอนว่าที่จำได้ก็คงจะเป็นเพราะใบหน้าแสนใจดีกับรอยยิ้มซื่อ ๆ นั่นแหละ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะทำงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยเทอริลนี่ด้วย— บังเอิญเสียจริง อลินคิดในใจ

 

“รถซ่อมเสร็จแล้วล่ะ สวัสดีอลิน”

 

เจ้าของร่างสูงโปร่งที่เพิ่งวางกล่องเครื่องมือลงบนโต๊ะเดินเข้ามาบอกกับสตีฟ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมาทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม อลินคิดว่าเฟลมมิ่งคงจะเห็นเขาที่เดินเข้ามาในคลินิกตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าตัวจึงไม่มีท่าทีตกใจเท่าไหร่นัก

 

“ไม่คิดว่านายจะมาทำงานอยู่ที่นี่”

 

“ก็เหมือนนายนั่นแหละ”

 

อลินทักทายอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจไม่น้อย เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเวย์ได้เป็นอย่างดี ตรงกันข้าม สำหรับคีทและสตีเฟ่นดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจสำหรับทั้งคู่ไม่น้อย สำหรับการทักทายของเลเนอร์และเฟลมมิ่งที่เพิ่งเจอกัน จนพาร์ควอร์เดินจอมกวนอย่างสตีเฟ่นต้องเอ่ยถาม

 

“นายสองคนรู้จักกันงั้นหรอ”

 

“สมัยเรียนน่ะ”

 

เวย์ว่าด้วยรอยยิ้มที่จุดขึ้นบนมุมปาก พอได้ยินดังนั้นคนทั้งสองที่เคลือบแคลงใจอยู่ก็หายสงสัย คีทมองดูนาฬิกาแขวนบนผนังก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เขาสมควรจะกลับบ้านได้แล้ว

 

“นี่เลเนอร์ ถ้านายไม่รังเกียจคืนนี้นอนที่คลินิกของฉันไปก่อนก็ได้นะ”

 

หมอหนุ่มว่าพลางส่งยิ้มไปให้อีกฝ่ายในขณะที่มือก็เก็บของไปพลาง อลินรู้สึกขอบคุณคีทไม่น้อยที่ให้ความช่วยเหลือแก่เขา

 

“เฮ้! ไหนนายบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่พักสำหรับคนจรไงล่ะกิลเบิร์ด!”

 

“ก็ถ้าเลเนอร์เป็นนาย ชาตินี้ฉันก็ไม่มีวันให้พักหรอก”

 

“เฮ้!!”

 

เป็นสตีเฟ่นที่ส่งเสียงโวยวายก่อนจะเดินตามคีทที่ทำเป็นหูทวนลมออกไปข้างนอก ดูเหมือนว่าสงครามประสาทระหว่างมอริสกับกิลเบิร์ดคงไม่จบลงง่าย ๆ ถ้าทั้งคู่ยังคงไม่แยกกันสักทีแบบนั้น

 

“ฉันไม่กวนนายแล้วดีกว่า ถ้ามีอะไรก็ติดต่อพวกฉันได้ตลอด”

 

“ขอบใจ”

 

“ยินดีเสมอ”

 

เบอร์โทรศัพท์ที่เขียนเอาไว้อย่างเป็นระเบียบถูกส่งมาให้เลเนอร์ที่กำลังยืนมองสองคนนั้นเดินถกเถียงกันออกจากคลินิกไป เวย์ว่าพลางส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบกระเป๋าของตนเตรียมจะเดินตามออกไปบ้าง แต่ทว่าชายหนุ่มก็หยุดชะงักก่อนจะหันกลับมาเอ่ยพูดกับเขา

 

“อ่อ...ยินดีที่ได้พบนายอีกครั้งเลเนอร์”

 

“เช่นกันเฟลมมิ่ง”

 

 

หลังจากที่ทั้งสามกลับไปแล้ว อลินก็จัดการเก็บของที่วางระเกะระกะบนพื้นให้เป็นระเบียบมากขึ้นเล็กน้อย เตียงเล็ก ๆ สำหรับพักผ่อนที่อยู่ถัดจากห้องตรวจถูกจับจองโดยชายหนุ่ม

 

อลินทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า การเดินทางที่แสนยาวนานในวันนี้ทำให้ร่างกายของเลเนอร์อ่อนแรงเหลือเกิน เปลือกตาที่ยังคงหนักอึ้งถูกปิดลงอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ร่างกายจะเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

 

 

สัญญาสิว่านายจะไม่ทิ้งเขา’

 

 

‘ได้โปรด’

 

 

‘ได้โปรดดูแลเขาจนกว่าชีวิตของนายจะดับสูญ’

 

 

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเมื่อจู่ ๆเสียงปริศนาของใครบางคนก็ดังก้องเข้ามาในโสตประสาท ดูเหมือนว่าความมืดมิดจะทำให้อลินไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นใครกัน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างกำลังวิ่งตามเสียงนั่น มันดังออกไปไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ จนอลินไม่อาจจับใจความได้

 

เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าเรียว เปลือกตาที่พยายามจะเปิดขึ้นกลับทำได้ยากเย็นเหลือเกินในตอนนี้ แต่เพียงไม่นานหมอเลเนเอร์ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากที่เสียงนั้นเงียบไปสักพัก

 

อลินรู้สึกเหมือนเขาถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่พอลืมตาขึ้นมากลับพบเพียงแค่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิตอย่างที่อลินรู้สึกได้ เมื่อยามที่เขาล้มตัวลงนอน

 

ก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้อง

 

โซฟานี่..

 

“มาได้ยังไง”

 

โซฟากำมะหยี่สีดำตัวเล็กที่ก่อนหน้านี้เคยตั้งอยู่ที่มุมห้อง กลับกลายเป็นว่าตอนนี้มันดันถูกย้ายมาวางที่ปลายเตียงของเขาเสียอย่างนั้น อลินเลเนอร์ไม่มั่นใจนักว่าก่อนหน้านี้เขาเผลอเคลื่อนย้ายมันมาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนหรือไม่

 

กริ๊ง..

 

ในขณะที่มือเรียวทำท่าว่าจะจัดการย้ายมันกลับไปยังที่เดิมก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นจากด้านหน้าคลินิกเรียกความสนใจจากเขา

 

สายฟ้าที่พาดผ่านลงมาพร้อมกับหยาดฝนที่เริ่มลงเม็ดอีกครั้งหลังจากที่หยุดไปได้สักพักใหญ่ ๆทำให้อลินเลเนอร์ต้องรีบปิดหน้าต่างที่เปิดค้างเอาไว้ก่อนจะเสยผมอย่างลวกๆแล้วรีบเดินออกไป

 

“คือว่าตอนนี้คลินิกปิดแล้วน่ะ”

 

หมอหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ประตูถูกปิดลงโดยฝีมือของผู้มาเยือนใหม่ ผ้าคลุมสีดำผืนยาวของคนที่ยืนหันหลังให้เขา อลินชะงักไปในแทบจะทันทีกับภาพของร่างสูงที่ปรากฏแก่กรอบสายตา มันคล้ายกับที่เขาฝันในระหว่างเดินทางมาที่นี่ไม่ผิด

 

แต่—ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

 

อาจจะเป็นเขาที่คิดมากไป อีกฝ่ายอาจจะใช้มันเพียงแค่ป้องกันหยาดฝนที่เพิ่งจะเริ่มตกลงมาอีกระลอกก็เป็นได้

 

เลเนอร์พยายามไล่ความคิดไร้สาระพวกนั้นออกจากหัวไป ก่อนจะเอ่ยบอกกับคนที่ยังยืนหันหลังให้เขาอยู่ตรงหน้า

 

“ที่สำคัญหมอคีทเองก็ไม่อยู่...”

 

“แต่คุณก็เป็นหมอไม่ใช่หรอครับ”

 

จากที่ลังเลในตอนแรกเพราะเขาเป็นเพียงผู้พักอาศัย ไม่ใช่เจ้าของคลินิกนี่ การจะทำอะไรโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดูจะไม่เหมาะสมเสียเท่าไหร่นัก

 

แต่ทว่าสัญชาตญาณความเป็นหมอก็ทำให้อลินต้องรีบรุดหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที เมื่อคนตรงหน้าหันกลับมาส่งยิ้มให้ พลางชูแขนที่ตอนนี้กำลังถูกอาบไปด้วยเลือดสีแดงสดจากบาดแผลขนาดใหญ่บนฝ่ามือของเจ้าตัว

 

“พอจะทำแผลเล็กๆนี่ให้ผมหน่อยได้ไหมคุณหมอ”

 

ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดถูกบรรจงพันเอาไว้รอบฝ่ามือของคนเจ็บตรงหน้า หลังจากที่อลินจัดการทำแผลให้อีกฝ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วหมอหนุ่มก็นึกพิจารณารอยกรีดเป็นทางยาวบนฝ่ามือขาวซีดของอีกฝ่ายที่เขาได้เห็น

 

อลินได้แต่นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะแผลนี่—ไม่เหมือนอุบัติเหตุเลยสักนิด เลเนอร์คิด

 

“เสร็จแล้วล่ะ ฉันจะสั่งยาให้นายสองสามตัวก็แล้วกัน”

 

เลเนอร์ว่าพลางเก็บอุปกรณ์สำหรับทำแผลทั้งหมดไว้ที่เดิม ในระหว่างนั้นสายตาของคนเจ็บก็มองตามเขาไม่หยุด รอยยิ้มที่ดูคล้ายจะใสซื่อแต่ก็ไม่น่าไว้ใจสำหรับอลิน คนตัวสูงตรงเข้าไปยังล็อกเกอร์ที่เก็บเอกสารเอาไว้เพื่อหาประวัติคนไข้ตรงหน้า

 

“ชั้นเอยี่สิบสี่”

 

คนเจ็บเอ่ยขึ้นทั้งที่เจ้าตัวนั่งอยู่ด้านนอก เพราะแบบนั้นมันทำให้อลินชะงักนิดหน่อยที่อีกฝ่ายพูดราวกับรู้ว่ามันถูกเก็บไว้ที่ไหน สายตาของหมอหนุ่มมองไปยังตำแหน่งที่อีกฝ่ายว่า มือเรียวหยิบมันออกมาก่อนที่เลเนอร์จะทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับคนเจ็บอีกครั้ง

 

โจชัวร์ โรโนแวนส์

 

สายตาทั้งสองข้างของหมอหนุ่มกวาดมองหน้ากระดาษก่อนจะเงยขึ้นไปสบตากับคนที่ยังคงนั่งจ้องเขาอยู่ รอยยิ้มมีเลศนัยจุดขึ้นบนมุมปากหนาเมื่อหมอหนุ่มก้มหน้าลงไปเขียนอะไรบางอย่างโดยไม่ได้สนใจอะไรอีก

 

 

‘ฉันจะเตือนอีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น’

 

 

เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความไม่พอใจเต็มแก่ดังขึ้นในหัวของโจชัวร์ โรโนแวนส์ ร่างสูงที่ยังคงนั่งยิ้มมองคุณหนูคนเล็กของตระกูลเลเนอร์เขียนใบสั่งยา ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดพวกนั้นเสียเท่าไหร่ แม้จะรู้ว่าการท้าทายอำนาจของอีกคนไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวเขาก็ตาม

 

 

‘ออกไปจากที่นี่ซะโรโนแวนส์’

 

 

น้ำเสียงที่ถูกกดให้ต่ำลงดังขึ้นอีกครั้งในหัวของโจชัวร์ แม้จะไม่ได้ตะคอกเสียงดังหรือขู่คำรามแต่ทว่ามันกลับบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าเจ้าของเสียงนั้นกำลังใกล้จะหมดความอดทนกับเขาเต็มที โรโนแวนส์โคลงหัวรับอย่างยอมแพ้ เมื่อคิดว่าคงหมดเวลาเล่นสนุกในค่ำคืนนี้เสียแล้ว

 

ก็เล่นจ้องกันเสียขนาดนั้น

 

จะให้อยู่ต่อไป อีกไม่นานโรโนแวนส์คงได้ถูกจับบั่นคอเป็นแน่...

 

“ขอบคุณนะครับ สำหรับความช่วยเหลือ”

 

“นายเองก็ระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยก็แล้วกัน”

 

เจ้าของผ้าคลุมผืนยาวลุกขึ้นพลางเอ่ยลาหมอหนุ่มอย่างมีมารยาท อุปกรณ์ทำแผลเล็ก ๆ น้อย ๆที่เพิ่งจัดเสร็จถูกส่งให้อีกฝ่าย อลินพยักหน้ารับพลางเอ่ยตักเตือนคนเจ็บให้ระมัดระวังตัวมากกว่านี้

 

ครู่หนึ่งที่อลินเห็นแววตาสีเฮเซลของคนตรงหน้ามองผ่านด้านหลังเขาไปก่อนที่อีกฝ่ายจะกระตุกยิ้มช้า ๆ เลเนอร์มองโรโนแวนส์ที่ทำตัวประหลาดพิลึกคนหลายต่อหลายครั้งอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะต้องชะงักเมื่อดวงตาคู่นั้นหันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง

 

“ว่าแต่...”

 

คอไปโดนอะไรมางั้นหรอ คุณหมอเลเนอร์”

 

 

แม้ว่าอลินเลเนอร์จะพยายามข่มตาหลับ แต่ทว่าในสมองของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัยมากมาย คำพูดของโจชัวร์โรโนแวนส์ยังคงดังวนอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่ม มือเรียวถูกยกขึ้นไปรูปรอยที่ปรากฏอยู่บนลำคอระหงของตน อลินเลเนอร์ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าไปได้มันมาตอนไหน

 

รอยที่คล้ายกับการฝังเขี้ยวของสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่ง แต่อลินก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่ามันคือตัวอะไรกันแน่ที่มาทำรอยบนตัวเขาแบบนั้น...

 

สุดท้ายเลเนอ์ก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะข่มตาหลับในคืนนี้ มือเรียวคว้าเอาแจ็คเก็ตสีเข้มตัวโปรดขึ้นมาใส่ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียวของตัวเองออกจากคลินิกไปด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะทิ้งโน้ตและคำขอบคุณไว้ให้กับคีท กิลเบิร์ดด้วย

 

หมอกหนาลอยตัวต่ำปกคลุมไปทั่วบริเวณหลังจากที่พายุและหยาดฝนได้พัดผ่านไป แสงรำไรบนท้องฟ้าก่อนรุ่งสางทำให้อลินเลเนอร์มองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้เล็กน้อย เป็นโชคดีที่จักรยานคันเก่าของคีทยังใช้งานได้ดี เลเนอร์เลยเลือกที่จะยืมมันมาและใช้พาตัวเองไปยังคฤหาสน์บนภูเขานั่น

 

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าเลเนอร์จะมาถึง จักรยานคันเก่าถูกจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ตีนเขาเพราะโคลนที่เปียกแฉะทำให้อลินไม่อยากจะเสี่ยงขับมันขึ้นไปเท่าไหร่นัก ขายาวทั้งสองข้างของหมอหนุ่มตัดสินใจออกเดินต่อเพื่อไปยังคฤหาสน์ที่อยู่ไม่ไกลทันที

 

ทางเดินด้านหน้าถูกปูด้วยหินทอดยาวไปตามแนวของเนินเขา ก่อนที่ด้านหลังจะปรากฏคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขา ด้านข้างรายล้อมไปด้วยต้นไม้มากมาย เมฆหมอกสีหม่น ที่กำลังปกคลุมไปทั่วบริเวณยิ่งทำให้คฤหาสน์แห่งนี้ดูน่าพิศวงมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

 

คฤหาสน์เทอริล

 

ยังไม่ทันที่อลินจะได้ก้าวเท้าเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ดังมาจากด้านหลังก็เรียกความสนใจจากหมอหนุ่มไปในทันที

 

“เธอเองสินะ”

 

เจ้าของดวงตาสีฟ้าครามดุจท้องทะเลกว้างกำลังจ้องมองมาที่ใบหน้าของอลินเลเนอร์ รอยยิ้มยินดีบนใบหน้าของหญิงสาวถูกส่งมาให้ คำกล่าวทักทายที่เอ่ยขึ้นอย่างคุ้ยเคย ราวกับว่าอีกฝ่ายรู้จักตัวเขามานานแสนนาน

 

นานมากเหลือเกิน...

 

 

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง”

 

 

“เด็กน้อย”

 

 

 

 

 

 

#ลัชเทอริล

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านกันจนจบ ฮือ

สุดท้ายนี้คืออยากเป็นเมียแจมิน สวัสดีค่ะ ;-;

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #21 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:29
    อ่านแล้วได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าชื้นๆเลยค่ะ แง ชอบความดาร์กแฟนตาซีมากๆๆๆ อยากรู้เลยว่าคุนอลินเขาจะต้องเจออะไรอีกๆๆ
    #21
    0
  2. #18 Champagne`♧ (@prissiapink) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:54
    อยากเป็นแฟนคุณเวย์ ;—;
    #18
    0
  3. #17 Champagne`♧ (@prissiapink) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:54
    ตอนนี้มีแต่คำว่า เอ๊ะ เต็มไปหมด แค่ฝันหรอกเหรอ เล่นซะน่ากลัวเลย แล้วรอยที่คอ โซฟานั่นอีก เสียงในหัวโจชัวร์อีก เอ๊ะ แสนจะลึกลับ แต่สนุกมากเลยค่ะ คุณไรท์สู้ๆ!
    #17
    0
  4. #12 ปริญ (@PARINRAT) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 14:57
    พิศวงมากกกกกก สับสนไปหมด น่าตอดตามมากเลยค่ะ
    #12
    0
  5. #10 :meyme (@meyme_ibp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 01:16
    แงงงง แอบสงสัยละนะว่าคุณคนลึกลับนั่นเป็นใคร แต่ตอนนี้เปิดตัวตัวละครมาอีกเพียบเลย ชอบไวบ์ของเรื่องมากๆเลยค่ะ การบรรยายก็ดี ติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #10
    0
  6. #8 Malianne (@satang-member-1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 12:25
    ตอนบรรยายโซฟากำมะหยี่ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นแฟนตาซี ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ
    #8
    0
  7. #6 gutcha (@tarrx) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 08:16
    น้องต้องมีความหลังอะไรกับเทอริลเเน่ๆ
    #6
    0