` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 9 : - 09 : why do you like 'winter' | hansol x chan 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ค. 59

WHY DO YOU LIKE WINTER | HANSOL x CHAN
au / pg – 15 / drama-romantic

 

 

 

 

 

ps. เพลงแอบไม่เกี่ยวแต่ฟังเพลินๆก็อินได้นาจา 


 


ทำไมถึงชอบฤดูหนาว ?

 

เพราะว่าเมื่อถึงฤดูหนาวแล้ว ฉันก็อยากคิดถึงใครซักคน อยากกอดใครซักคนให้อุ่นหัวใจ อยากให้เขาและฉันอบอุ่นไปด้วยกันไม่ว่าจะด้วยการจับมือ หรือโอบกอด ถึงแม้ว่าตัวของฉันนั้นจะอยู่ท่ามกลางความเยือกเย็นหนาวเหน็บของหิมะอย่างโดดเดี่ยวก็ตาม ฉันอยากรู้สึกแบบนั้น อยากกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง ฉันอยากให้เขากลับมารักฉันอีกครั้ง ฉันไม่อยากให้เขาอยู่ท่ามกลางความหนาวเพียงคนเดียว .. เพราะเขาเป็นคนขี้หนาว ...

           

           

           

           

           

ชานอ่า ...

           

...

 

ชานนี่ ...

           

...

           

ชานนี่อ่า ตื่นสิ่ลูก ... ชาน

 

สตรีวัยทำงานที่แต่งกายด้วยชุดทำงานพร้อมที่จะไปทำงานแต่เช้า แต่กลับต้องเสียเวลาไปทำงานเพราะลูกชายคนเดียวของเธอยังนอนอุตุคลุมโปงซุกซ่อนตัวเองอยู่ในผ้าห่มผืนหนาที่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนตัวเองเลยแม้แต่น้อย และเธอเองก็ต้องเสียเวลาเพื่อปลุกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอให้ตื่นอย่างช่วยไม่ได้

 

... ฮื้ออออ ไม่เอาหน่าหม่าม๊าาาาาา ร่างเล็กดิ้นยุกยิกในกองผ้าห่มก่อนจะหยุดการเคลื่อนไหวแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้นานนัก ....

 

ชานอ่า ลูกต้องตื่นไปรับแขกกับหม่าม๊านะ เพราะหนูต้องดูแลเขาตลอดช่วงที่เขาอยู่ที่นี่

           

           

           

... และนี่คือสาเหตุที่คุณแม่ของเด็กชายขี้เซาจำใจต้องปลุกลูก หากไม่ปลุกลูกแล้วใครจะคอยดูแลแขกที่มาคอยอยู่ข้างล่างตั้งนานสองนานเสียล่ะ

           

           

           

ไม่เอาอ่ะหม่าม๊า หม่าม๊าไปรับเองสิ่ครับบบบบบบบบบบบ ลูกชายตัวเล็กงอแงดิ้นพล่านบนเตียงนอนขนาดกว้างที่เต็มไปด้วยกองผ่าห่มของตน

 

ถ้าชานไม่ลุกขึ้นมา หม่าม๊าจะงดจ่ายเงินค่าขนมหนึ่งเดือน จะงดไม่ให้ลูกไปซ้อมเต้นกับเพื่อนด้วย

           

คุณแม่ยังสาวเริ่มหมดความอดทน เธอยืดตัวตรงเอ่ยคำขู่พร้อมกอดอกตัวเองแน่น และแน่นอนว่า เมื่อลูกชายได้ยินคำขู่นั้น ก็ต้องจำใจลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าอ้อยอิ่งพร้อมยีหัวลูบหน้าตัวเองสารพัด คุณนายลีก็พบว่าใบหน้าของลูกชายฟกช้ำกลับมาอีกแล้ว จึงทำได้เธอได้แต่ส่ายหัวเอือมระอากับลูกชายคนเดียวของเธอเสียเหลือเกิน

           

           

           

... แม่ของเขาน่ากลัวจะตาย พูดคำไหนคำนั้นด้วยเนี่ยสิ่ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่กล้าขัดใจแม่เด็ดขาด !

         

         

           

หม่าม๊าอ่า ... ไม่เอานะครับบบบ นะๆๆๆๆ

 

ชานไถลตัวลุกออกจากเตียงพร้อมพุ่งเข้าไปก่อนเอวคุณแม่ยังสาวของเขาเพื่อออดอ้อนคุณแม่ให้ใจอ่อน คุณนายลียกยิ้มพร้อมลูบกลุ่มผมนิ่มของลูกชายของเธออย่างทะนุถนอม

 

ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะลูกชาน แล้วนี่หน้าไปโดนอะไรมาเนี่ย อย่าบอกนะว่าไปยกพวกตีกันอีกแล้วน่ะ ?

           

แหะๆ ก็ ... นิดหน่อยอ่ะครับหม่าม๊า ...

 

เห้ออออ ไม่ต้องมานิดหน่อยเลยนะชาน ไปล้างหน้าแปรงฟันเดี๋ยวนี้ หม่าม๊าจะลงไปรอข้างล่างนะ อย่าช้า ให้เวลาห้านาที คุณนายลีผละออกจากอ้อมกอดของลูกชายและเดินออกไปจากห้องนอนทันที ปล่อยให้ลูกชายของเธอยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้องนอนของตน

           

ร่างเล็กยังคงยืนจ้องหน้าตัวเองในกระจกเพราะกำลังจมอยู่ในกับห้วงภวังค์ของตัวเองพร้อมกับคำพูดที่ดังก้องในโสตประสาทที่เข้ามาตอนที่เขานอนหลับฝันเมื่อสักครู่นี้

           

           

           

           

           

ฉันกลับมาแล้วนะชาน ... เรากลับมาคบกันนะ ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วเหรอลูกชาน มานี่สิ่ลูก

 

คุณนายลีเอ่ยเรียกลูกชายของเธอหลังจากที่ได้ยินเสียงใครบางคนเดินลงบันไดมาจากชั้นบน ร่างเล็กน่ารักเดินลงมาพร้อมกับซับใบหน้าที่มีหยดน้ำเกาะเต็มใบหน้าเนื่องจากเพิ่งล้างหน้าแปรงฟันเมื่อสักครู่นี้ด้วยผ้าขนหนูสีฟ้าอ่อน ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องรับแขกที่มีต้นเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่จากห้องนี้

 

สวัสดีครับ ผมลีชาน ครับ .... คนตัวเล็กโค้งตัวทักทายแขกผู้มาเยือนแต่เช้าทั้งๆที่มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาเยี่ยมแม้แต่น้อยโดยไม่ทันได้มองว่าแขกคนนั้นเป็นใคร ...

           

           

           

สวัสดีจ้ะน้องชาน

           

           

           

!!!!!!!

           

           

           

เสียงที่แสนคุ้นหูเมื่อปีก่อนดังเข้ามาในโสตประสาทของคนตัวเล็ก จนทำเอาคนที่โค้งตัวถึงกับนิ่งทื่อทันที จนเมื่อคุณนายลีสะกิดลูกชายพร้อมถามว่าเป็นอะไรไป ร่างเล็กก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาประกอบกับสายตาเรียวเล็กนั้นเงยขึ้นมาเผลอไปสบเข้ากับสายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆเจ้าของน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยเมื่อสักครู่นี้ที่รู้สึกได้ว่ากำลังจ้องเขามานานแล้ว ใบหน้าลูกครึ่งอเมริกันเกาหลีที่ดูหล่อเหลาจนสามารถเรียกเสียงกรี๊ดของผู้หญิงได้ไม่ขาดปาก หากได้ลองเข้าไปเดินในโรงเรียนของเขา รอยยิ้มที่ไม่ได้แตกต่างไปจากหนึ่งปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าการแต่งตัวก็ยังคงความเป็นตัวเอง จะเว้นเสียแต่ทรงผมที่ตัดสั้นลงหลังจากครั้งที่เจอกันล่าสุดนั้นผมยังยาวประบ่าอยู่แท้ๆ ดวงตาสีน้ำตาลที่ดูวาววับสุกใสเพราะน้ำหล่อเลี้ยงในตาเพียงพอ นั่นยิ่งทำให้สติที่มีน้อยนิดกลับหลุดลอยไปโดยปริยาย เพียงแค่พบว่าเมื่อสบตากันแล้ว ในแววตาของใครบางคนกำลังดึงดูดสติของเขาไปจนหมด ...

           

           

           

           

           

ฮ ... ฮันโซล !?!?!?!?

          ม.. ไม่จริงใช่ไหม !?

           

           

           

           

           

อะไรกันลูกชาน จำคุณนายชเวกับฮันโซลไม่ได้เหรอลูก ? ไม่เจอกันปีเดียวแค่นี้จำไม่ได้เหมือนปลาทองเชียวนะ คุณนายลีเอ่ยติดตลกก่อนจะดึงลูกชายของเธอให้นั่งลงข้างๆซึ่งนั่นก็คือ ... ตรงข้ามกับฮันโซล

           

สวัสดีนะชาน

 

ร่างสูงเมื่อเทียบเท่ากับความสูงของคนตัวเล็กแล้ว อีกฝ่ายกลับมีความสูงที่มากกว่าเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าคนตัวเล็กกลับนิ่งไม่ตอบรับกลับ เม้มริมฝีปากแน่น ซ้ำยังทำนิสัยเสียที่ทำเป็นประจำนั่นคือ ชอบถูเล็บไปมาที่นิ้วเมื่อเจอสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรืออึดอัดเกินไป

 

...

 

น้องชานเป็นอะไรไปรึเปล่าคะคุณพี่ ? ดูน้องเงียบๆจังค่ะ ผิดกับเมื่อปีก่อน ยังร่าเริงเจื้อยแจ้วเชียว อุ้ย ! แล้วทำไมหน้าน้องถึงฟกช้ำแบบนั้นล่ะคะคุณพี่

 

คุณนายชเวเอ่ยถามคุณแม่ของคนตัวเล็ก คุณนายลีเลือกที่จะเลี่ยงตอบเรื่องใบหน้าของลูกชาย เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายคนนี้ชอบไปชกตีกับคนอื่นจนเกินจะหยุดตัวเองได้แล้ว

 

เป็นอะไรไปรึเปล่าลูก ? ลูกไม่สบายเหรอ ? คุณนายลีเอ่ยถามลูกชายที่ตอนนี้นั่งนิ่ง และได้คำตอบกลับมาด้วยการส่ายหัวปฏิเสธของลูกชาย คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนพรวดพราดพร้อมโค้งตัวให้กับคุณนายชเวทันที

           

           

           

ผมขอตัวก่อนนะครับคุณน้า ผมรู้สึกปวดหัวน่ะครับ

           

           

           

           

           

... ทำไมจะจำไม่ได้ว่าครอบครัวนี้เคยเข้ามาวนเวียนในชีวิตของลีชานคนนี้ ...

ทำไมจะจำไม่ได้ว่าลูกชายของตระกูลชเวเป็นใคร ...

         

         

         

... ทำไมจะจำไม่ได้ว่าลูกชายตระกูลชเว .. เคยทำให้เขาหลงรักและจากไปอย่างไม่ใยดี ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อสองปีก่อน ...

         

         

ฮันโซล นายจะไปซ้อมเต้นด้วยกันไหม ?

 

ร่างเล็กวิ่งเข้าไปหาคนตัวโตที่กำลังนั่งวาดรูปเพื่อแกะท่าและวางไลน์เต้นอยู่ในห้องเรียนที่ตอนนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่นอกจากคนตัวโตคนเดียวที่หายใจรับอากาศในห้องอย่างเต็มที่และไม่มีใครแย่ง

         

ไม่เอาอ่ะ

 

ฮันโซลส่ายหัวไปมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาวาดรูปต่อไปโดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่ยืนเอามือยันโต๊ะเรียนของเขาพร้อมหอบแฮ่ก และนั่นยิ่งทำให้คนตัวเล็กที่ชีพจรลงเท้ายิกๆอยากจะเต้นแต่ไม่มีเพื่อนกลับต้องบากหน้าเข้าไปง้อใกล้ๆอีก

         

ฮันโซลอ่า ฉันเหนื่อยนะอุตส่าห์วิ่งมาตามนายเชียว ไปเต้นด้วยกันเถอะนะ ไม่มีใครเต้นเป็นเพื่อนฉันเลยอ่ะ ซึงชอลก็มัวแต่ไปชกไปต่อยพวกโรงเรียนอื่นด้วยเนี่ย ... หวาาาาาา !

 

คนตัวเล็กกว่าเดินอ้อมโต๊ะเรียนไปยืนข้างๆอีกฝ่ายพร้อมเขย่าแขนเรียวของฮันโซลไปมาเพื่อเป็นการอ้อนวอน แต่ทว่ากลับเป็นการเปิดช่องโหว่ของตัวเองเมื่อคนตัวโตกว่ากลับกระตุกมือเล็กที่เขย่าแขนให้เจ้าตัวลอยขึ้นแล้วล้มนั่งที่ตักอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ได้ตั้งใจสำหรับคนตัวเล็ก แต่โดยจงใจสำหรับคนตัวสูง

         

เบาจังแฮะชาน เพราะแบบนี้สิ่นะถึงมีแต่คนเขาชอบนาย

 

อะไรของนายน่ะฮันโซล พูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว ! ’ ร่างเล็กแหวใส่ เขาอุตส่าห์จะมาชวนไปซ้อมเต้น ไฉนกลับมาเกิดเหตุการณ์ชวนหัวใจหล่นลงไปที่ตาตุ่มเช่นนี้ล่ะ ?

 

ฉันยังมีสติดีอยู่หน่า วันนี้ฉันไม่ได้มึนซักหน่อยมือหนารวบเอวอีกคนเข้ามาให้กระชับพร้อมกอดเอวเล็กไว้แน่น

 

ย๊า ! นายทำอะไรของนายเนี่ยฮันโซล ฉันจะไปฟ้องแม่ของนาย ! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ !!! คนตัวเล็กดิ้นไปมาบนตักอีกคนเพื่อที่จะลุกออกจากพันธนาการที่ถูกอีกฝ่ายสร้างไว้ แต่ด้วยพลังอันน้อยนิดก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านกับแรงดิ้นแต่อย่างใด

 

ก็ฟ้องไปสิ่ ฉันไม่ได้แคร์ซักหน่อย เผลอๆฉันอาจจะบอกแม่ฉันตอนนายไปฟ้องว่าให้มาสู่ขอนายก็ได้นะชาน ฮ่าๆๆๆ ฮันโซลหัวเราะลั่นเมื่อเอ่ยประโยคหยอดอีกฝ่ายแล้วเห็นคนตัวเล็กทำหน้าเหวอพร้อมกับรอยริ้วแดงระเรื่อที่ประดับบนใบหน้าน่ารักนั้น

         

นายพูดบ้าอะไรฮันโซล ? ชานหันหน้าไปหาอีกฝ่าย ปั้นใบหน้าจริงจังแต่ก็ไม่ได้ทำให้ฮันโซลกลัวแม้แต่น้อย

 

ก็พูดบ้าๆอย่างที่นายได้ยินนั่นแหละชาน

         

‘ … ’

 

เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะชาน ...

 

นายจะพูดอะไรน่ะฮันโซล ? ฉันไม่เข้าใจร่างเล็กทำหน้าสงสัยเมื่ออยู่ๆคนตัวโตเอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมเป็นการเปิดประเด็นกันได้อย่างโต้งๆมาก

         

ฉันไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไม ...ดวงตาคมโตมองร่างที่นั่งอยู่บนตักอย่างมีความหมายพร้อมเอ่ยประโยคที่คัดกรองในหัวใจออกมาทั้งหมด

         

‘ … ’

 

ทำไมฉันเห็นนายอยู่กับเพื่อนคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น ฉันรู้สึกอิจฉาจนไม่อยากให้นายทำแบบนั้นกับใครนอกจากฉันเลย ...

         

         

         

... นายกำลังคิดจะจีบฉันรึไง ชเวฮันโซล ? แววตาเรียวฉายแววงุนงงกับสิ่งที่ได้ยินจากใครบางคนที่เอ่ยประโยคสารภาพกลายๆ ร่างสูงได้ยินก็ได้แต่แค่นหัวเราะ ยกยิ้มมุมปากให้กับตัวเอง

         

         

         

ใช่ ... ฉันกำลังจะจีบนาย สิ้นสุดประโยคสารภาพรักแล้วนั้น มือเล็กยกขึ้นปิดปากตนเองพราะตกใจและอึ้งกับสิ่งที่ใครอีกคนพูดออกมา

         

         

         

         

         

!!!!!

         

         

         

         

         

ฉันชอบนายนะชาน ฉันชอบก่อนคนพวกนั้นอีก ... ฉันชอบนาย

 

คนตัวโตโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มเนียนนุ่มของคนตัวเล็กก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มเนียนนิ่มนั้นเบาๆ ดวงตาชั้นเดียวเบิกโพลง ใบหน้าน่ารักเริ่มจะเห่อร้อน ริ้วแดงระเรื่อปรากฏให้อีกฝ่ายเห็นชัดมากขึ้นจนเจ้าของใบหน้าแทบซ่อนใบหน้าตัวเองไม่ทัน

         

แต่เราเป็นเพื่อนกันนะฮันโซล ...

         

แล้วยังไงล่ะ ? ฉันก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งแฟนให้นายเลยก็ยังได้นะชานอ่า

         

‘ ….. ’

         

นายจะมาคบกับฉันได้ไหม ชาน ?ฮันโซลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในแววตาที่มองอีกฝ่ายฉายแววตาที่จริงจังตามน้ำเสียงที่เอ่ยออกไป

         

         

         

ก็ไม่อาจจะโกหกตัวเองได้ว่าเขาไม่ได้ชอบฮันโซลเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ก็รู้เขารู้เราอยู่ตลอด เขาเองก็กลัวว่าหากวันใดเกิดความสัมพันธ์ที่จะเปลี่ยนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเมื่อเขาตอบตกลงได้พังลงไปเสีย แล้วความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนของเขาและอีกฝ่ายจะยังคงอยู่ได้อย่างไร ?

แต่อย่างที่ใครหลายๆคนเคยพูดไว้ว่า ทำตามเสียงของหัวใจสำคัญที่สุด ก็ทำให้คนตัวเล็กก้มหน้างุดและพยักหน้าตอบตกลงไปเสียได้ นั่นกลับสร้างรอยยิ้มให้คนตัวโตได้อย่างไม่น้อย มือหนารวดร่างเล็กเข้ามากอดแน่นพร้อมเอ่ยพร่ำคำบอกรักอยู่ไม่ขาดปากหากคนตัวเล็กไม่บอกให้หยุด เขาก็คงต้องรับฟังมันไปแทบทั้งวันเสียแน่ๆ

         

         

         

... เพราะฉันเองก็ไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองได้ว่าฉันไม่รักนาย .. ตลอดเวลาที่ผ่านมา ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

ได้ข่าวว่าฮันโซลกลับมา ?

 

เสียงทุ้มของนักเลงหัวโจกประจำโรงเรียนอย่าง ชเวซึงชอล เอ่ยเรียกสติที่หลุดลอยของใครบางคนที่ตอนนี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ม้านั่งบนดาดฟ้าที่เขาใช้เป็นแหล่งสุมหัวประจำของกลุ่มไม่พูดจาอะไรตั้งแต่เช้า ร่างสูงยืนกอดอกพิงกรงเหล็กเพื่อรอฟังคำตอบ

 

อือ เขากลับมา ...คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงเบาผิดจากทุกครั้งที่จะเอ่ยน้ำเสียงเริงร่าตลอดเวลา

           

หลังจากที่คนตัวเล็กที่เดินออกจากห้องรับแขกเพื่อออกไปสูดอากาศลดความตึงเครียดแถวสวนหย่อมหน้าหมู่บ้านกลับเข้ามา ก็ได้ทราบว่าทางครอบครัวชเวจะขอรบกวนฝากลูกชายของพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านของร่างเล็กซักระยะหนึ่ง เพราะที่บ้านในต่างประเทศของอีกฝ่ายกำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างที่ยังแก้ไขไม่ได้ ด้วยความที่คุณนายทั้งสองสนิทกันยิ่งกว่าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ก็ไม่มีเหตุผลใดที่คุณนายลีจะปฏิเสธไม่รับฝากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทางฝั่งนั้น พร้อมบอกเสียดิบดีว่าจะให้เขาดูแลอีกฝ่าย จะดูแลให้เป็นอย่างดี นั่นยิ่งทำให้ทางคุณนายชเวยิ้มแก้มปริเก็บอาการดีใจไม่มิด ก่อนที่จะขอตัวลากลับต่างประเทศทันที

           

           

           

... สรุป ณ ตอนนี้ก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกคนโดยที่คนตัวเล็กไม่ได้เต็มใจเลยแม้แต่น้อย

           

           

           

เขาไม่ได้พบเจออีกฝ่ายมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆเพราะ ออกบ้านไวกว่าปกติ กลับบ้านไวกว่าปกติ ไม่ร่วมโต๊ะทานข้าวกับแม่และใครอีกคน และล็อคห้องนอนเข้านอนก่อนเวลาด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นอนหลับก็ตาม คนตัวเล็กทำเช่นนี้มาเกือบจะเป็นอาทิตย์ที่สองแล้ว

 

 

 

.. พยายามหลบหน้าเหรอ ?

           

           

ก็คงใช่ล่ะมั้ง ...

           

         

         

แล้วโรงเรียนหมอนั่น ?

           

ทางบ้านเขาจัดการให้แล้ว คงจะเรียนที่นี่แหละ แต่เป็นห้องไหนฉันก็ไม่ได้สนใจ ชานหยิบกระป๋องเครื่องดื่มอัดลมสีเข้มที่มีน้ำอยู่ครึ่งค่อนกระป๋องขึ้นมากรอกใส่ปากดื่มอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

           

มันอยู่ห้องเดียวกับกูเนี่ยแหละ

 

อ่อเหรอ กูไม่รู้

 

อากาศก็เย็น มึงยังจะกินน้ำกระป๋องอยู่นะ เดี๋ยวก็ได้ปอดบวมตายหรอก ร่างสูงดึงกระป๋องเครื่องดื่มอัดลมออกจากมือเล็กก่อนจะขว้างลงถังขยะพอดี

           

แล้วมึงทำใจได้แล้วเหรอไง ? ซึงชอลแสยะยิ้มที่มุมปาก เพราะรู้ดีว่า คนอย่างลีชานไม่สามารถตัดใจจากชเวฮันโซลได้

           

           

           

... ถ้าตัดใจได้ ป่านนี้คนตัวเล็กก็มีคนรักไปนานแล้ว ใช่ว่าเพื่อนของเขาจะไม่น่ารักเสียเมื่อไหร่ มันอยู่ที่ว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะตอบตกลงปลงใจด้วยหรือไม่

 

 

และแน่นอนว่า ... มันไม่ตกลงกับใครทั้งนั้น

           

           

           

มึงหยุดพูดเหอะว่ะ แล้วมินกยูไปไหน ? คนตัวเล็กรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่สภาพจิตใจจะตกต่ำไปมากกว่านี้

 

ไปเป็นหมาวัดมองคนมีเจ้าของ ซึงชอลตอบพร้อมกับจดจ่อทำความสะอาดสนับมือของตัวเอง

 

มันยังไม่เลิกชอบเขาอีกเหรอวะ ?

 

แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้คนถามอยากจะปากระป๋องเครื่องดื่มอัดลมในมือให้โดนหัวเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็รู้ๆอยู่ว่าทักษะการป้องกันตัวของหัวหน้านักเลงมันดีแค่ไหน เขาจึงได้แต่แค้นในใจเบาๆ

           

           

           

ถ้ามันเลิกชอบเขาได้ มันก็จะพอๆกับตอนที่มึงตัดใจจากฮันโซลได้นั่นแหละ ถามตัวเองก่อนเถอะมึงน่ะ ไม่ต้องไปยุ่งกับคนอื่นไอ่ห่า

 

 

 

 

 

ไอ่ห่าซึงชอลมึงนี่มันนน !!!!

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 “ เห้ยอาจารย์มารึยังอ้ะ ? ร่างเล็กเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งข้างโต๊ะอย่าง ชินดงจิน ที่กำลังอ่านหนังสือการ์ตูนท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายในห้อง หลังจากที่เขาแอบคลานมาจากหลังประตูมายังที่นั่งของตัวเองก่อนจะลุกมานั่งบนเก้าอี้ให้เรียบร้อย ก็ทำให้รู้ว่าคาบนี้คงว่างอย่างที่ดงจินบอกจริงๆ ไม่เช่นนั้นเพื่อนๆของเขาจะเสียงดังลั่นห้องไปทำไม

 

ฟืด ... ยังอ่ะ อาจารย์บอกว่าคาบนี้ว่างเพราะอาจารย์ประชุม .. เอ่อ ชาน

 

หือ ? มีอะไรเหรอ ?คนตัวเล็กเลิกคิ้วหันหน้าไปหาเพื่อนข้างโต๊ะทันทีที่เรียกเขาตามมารยาท

 

มีคนฝากของไว้ที่ใต้โต๊ะน่ะ อย่าลืมเปิดดูนะ .. ฟืดด

 

ใครมันมาฝากอ่ะดงจิน ? พอจะรู้จักชื่อไหม ?

 

ชานก้มหัวลงไปดูใต้โต๊ะของเขาก็พบว่ามีกล่องช็อคโกแลตยี่ห้อโปรดของเขาหนึ่งกล่องพร้อมดอกลิลลี่สองดอกที่วางบนกล่องช็อคโกแลตกล่องนั้น ใบหน้าน่ารักยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

 

รู้สึกว่า ... จะชื่อ .. อืมมมม ดงจินทำหน้าครุ่งคิดชื่อเจ้าของของขวัญเหล่านี้ เพราะต้องที่เจ้าของมาฝากไว้เขาก็ไม่ได้สนใจฟังว่าเจ้าตัวชื่ออะไร รู้แค่ว่าฝากให้เพื่อนข้างโต๊ะของเขาแค่นั้น

 

ชื่อ ?

           

           

           

อ้า ! จำได้แล้วๆๆๆ ชื่อ ฮันโซล น่ะ ดงจินทำท่าทางเหมือนคิดได้โดยทุบมือซ้ายด้วยมือขวาที่กำปั้นไว้ ใบหน้าน่ารักดูหม่นตาลงทันทีจนอีกฝ่ายสงสัย

           

           

           

           

           

... ดอกลิลลี่แสดงคำขอโทษ กับช็อคโกแลตของโปรด ...

นายต้องการจะสื่ออะไรกับฉันกันแน่ ฮันโซล ?

         

           

           

           

           

เป็นอะไรไปอ่ะชาน ไม่ดีใจแล้วเหรอ ? นายไม่ชอบของพวกนี้เหรอ ?

 

เปล่าหรอกดงจิน นายอยากกินรึเปล่า ฉันให้นายหมดเลย เอาไหม ? มือเล็กเอื้อมหยิบกล่องช็อคโกแลตพร้อมดอกลิลลี่ให้อีกฝ่ายทันทีที่พูดจบ

 

หวาาา ! มันจะดีเหรอชาน ช็อคโกแลตนั่นของโปรดนายนะ อีกอย่างเขาอุตส่าห์เอามาให้นายเชียวนา รักษาน้ำใจเขาหน่อยก็ได้มั้ง ดงจินโบกมือปฏิเสธทันทีที่ชานยื่นกล่องมาให้ตรงหน้า

           

           

           

ฉันจะรักษาน้ำใจไปเขาทำไม ... ในเมื่อเขาเองก็เหยียบย่ำหัวใจฉันมาตลอด ...

           

           

           

หืม ? นายว่าอะไรนะ ? ดงจินเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนข้างๆบ่นงึมงำอะไรไม่ได้ยิน แต่ได้รับการตอบกลับคือการส่ายหน้าไปมา

 

ส่วนดอกไม้นี่ ฉันคงไม่เอาอ่ะ .... ฉันไม่ชอบดอกลิลลี่ ฮัดเช่ย ! ฉันแพ้มันอ่ะ เอาออกไปไกลๆได้ไหมอ่ะ ? ฉันกลั้นหายใจจนฉันจะตายแล้ว เพื่อนผิวคล้ำหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นเพราะเขาแพ้เกสรดอกไม้แท้ๆ

           

           

           

งั้นเดี๋ยวฉันเอาดอกไม้ไปทิ้งก่อนนะ นายจะได้ไม่ต้องจามอีก ร่างเล็กเดินออกไปจากห้องเรียนทันที

           

           

           

           

           

นายจะทิ้งดอกไม้นั่นจริงๆเหรอชาน ? สิ้นเสียง ร่างเล็กรีบหันหน้าไปมองหาต้นเสียงพบว่าเจ้าของดอกไม้ในมือเป็นคนรั้งไว้กำลังเดินตามมา ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายแอบเดินตามมาแน่นอน

 

... ถ้าจะทิ้งแล้วจะทำไม ? ร่างเล็กมองด้วยสายตานิ่งก่อนที่จะชูดอกลิลลี่จ่อตรงรูถังขยะ ทำเอาอีกฝ่ายทำหน้าแทบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

 

นายอย่าทำร้ายจิตใจฉันสิชานอ่า ...

           

           

           

แล้วที่นายทำกับฉันมาตลอดหนึ่งปีคือนายไม่ได้ทำร้ายจิตใจฉันเลยว่างั้นสิ่นะ ?

           

...

 

มันจะไม่เสียเวลาสำหรับนายถ้านายคิดจะเอาดอกไม้พวกนี้ไปให้คนรักของนายที่ไม่ใช่ฉัน

           

           

           

           

           

ตุบ !

           

           

           

           

           

ดอกลิลลี่สองดอกถูกทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ใยดี ร่างเล็กเดินผ่านอีกฝ่ายไปแต่ด้วยมือหนาที่คว้าจับข้อมือไว้ทันทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถหนีไปได้ มือหนาบีบข้อมือเล็กแน่นจนแทบจะเป็นสีแดงช้ำจนคนตัวเล็กได้แต่ร้องโอดโอย

           

           

           

นายทำแบบนี้ทำไม ?

 

... ปล่อยฉันซะ

           

ไม่ !! ฉันไม่ปล่อย นายหลบหน้าฉันมาเกือบสองอาทิตย์คิดว่าฉันจะปล่อยรึไง ?

 

ฮันโซลดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนร่างทั้งสองแทบหลอมรวมกันเสียให้ได้ อีกฝ่ายพยายามดิ้นออกจากพันธนาการที่แสนเจ็บปวดนั้นแต่ก็ไม่มีหนทางใดที่จะทำได้เลย

           

มากกว่านี้ฉันก็ทำได้ถ้าไม่ต้องเจอหน้าคนใจร้ายแบบนาย !! กลับไปหาคนรักของนายสิ่ !! มายุ่งกับฉันทำไม มาทำร้ายฉันอีกทำไม !?

           

มันไม่ใช่แบบนั้นนะชาน ! นายอย่าใจร้ายกับฉันมากนักได้ไหม !

           

ปล่อยฉันซะ ฉันบอกให้ปล่อย !!!

           

           

           

           

           

ผลั่วะะ !

           

           

           

           

           

มือบางข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการ เงื้อขึ้นมาชกลงกับใบหน้าหล่อนั้นเต็มแรงจนใบหน้าหล่อนั้นหันตามแรง ร่างเล็กสะบัดข้อมือออกจากเงื้อมืออีกฝ่ายก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ทันที

           

           

           

ชาน !! ”

           

           

           

ว้าย ! ฮันโซลเป็นอะไรไปคะเนี่ย !! เสียงหญิงสาวนิรนามเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างเล็กที่รีบถลาเข้ามาพยุงแขนด้านขวาก่อนจะเอนซบลงที่ไหล่หนานั้น

           

ปล่อยผมแชนน่อน เพราะคุณกับครอบครัวคุณทำให้ผมไม่ได้ความสุขของผมกลับคืนมา

 

ทำไมล่ะคะ ? ครอบครัวคุณก็มีความสุขดีนี่ เงินทองของครอบครัวฉันก็ช่วยเหลือเรื่องวิกฤติบริษัทคุณไปได้ด้วยดีนี่คะ ?

           

           

           

           

           

สำหรับครอบครัวของผมอาจจะใช่ แต่สำหรับผม ความสุขของผมมันตายไปตั้งแต่ที่คุณเข้ามาทำลายความรักของผมกับคนที่ผมรักไปแล้วล่ะ

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

กริ๊งก่อง กริ๊งก่อง ...

           

           

           

ร่างเล็กกำลังก้าวขาเดินออกจากประตูโรงเรียนพร้อมกับซึงชอลและมินกยูเพื่อที่จะไปซ้อมเต้นที่ห้องซ้อมประจำที่ทุกเย็นพวกเขาจะต้องไปยืดเส้นยืดสายก่อนกลับบ้าน หากวันนั้นไม่มีนัดไปตีกับโรงเรียนไหน

รอยยิ้มสดใสชั่วคราวกลับมาอีกครั้งเมื่อร่างเล็กแต่ใจไม่เล็กกำลังถูกเพื่อนในแก็งค์ตัวสูงชะลูกไม่สมอายุกลั่นแกล้งยีหัวบ้างล่ะ ล็อคคอดึงแก้มบ้างล่ะ ก้มหยิบหิมะใกล้ๆเท้ามาปั้นแล้วปาใส่หัวบ้างล่ะ ทำให้เสียงหัวเราะสดใสนั้นกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มๆของหัวหน้าแก็งค์ นั่นอาจเป็นเพราะว่าซึงชอลเองก็ค่อนข้างสบายใจไปบ้างถึงแม้จะไม่ได้เต็มที่ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ยิ่งเสียงหัวเราะของเพื่อนตัวเล็กบ้างเขาก็สบายใจ เพราะไม่มีเพื่อนคนไหนอยากเห็นเพื่อนตัวเองเงียบกริบ เก็บกดไม่พูดจากับใคร

           

           

           

ชาน เสียงทุ้มที่มีเอกลักษณ์และคุ้นหูสำหรับคนตัวเล็ก ทำเอาเจ้าของชื่อยืนนิ่ง หยุดการกระทำทุกๆอย่างที่เพิ่งดำเนินอยู่เมื่อสักครู่ทั้งหมด พร้อมกันกับซึงชอลและมินกยูพากันหันหลังไปดูต้นเสียง

           

นายมีอะไรจะพูดกับชาน ... ฮันโซล ? มินกยูเอ่ยถามพร้อมถกแขนเสื้อนักเรียนขึ้นมา แต่ซึงชอลดึงแขนห้ามปราบเป็นเชิงว่าอย่าเพิ่งทำไว้ได้ทัน

 

นายมีอะไร ชเวฮันโซล ? ซึงชอลเอ่ยถามแทนเพื่อนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนน่ากลัว

           

ทำไมนายยังไม่กลับบ้าน นายจะไปไหน ทางนั้นมันไม่ใช่ทางกลับบ้านของนายซักหน่อยร่างเล็กหันหน้ามามองอีกฝ่ายที่เอ่ยถามตนด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึกใดๆ  แม้ว่าจะรู้สึกผิดว่าบนใบหน้าของอีกฝ่ายจะมีรอยที่เขาสร้างมันขึ้นมาก็ตาม

           

           

           

... อีกฝ่ายคงไม่เคยรู้หรอกว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์แย่ๆไป วิถีชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว

         

         

         

นายยุ่งอะไรกับฉัน ?

 

นายจะโดดไปทำอะไรกับสองคนนี่ อ้อ ... จะไปทำ .. / อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉัน !!  ร่างเล็กตวาดใส่ด้วยความโกรธแต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัวแต่อย่างใด

 

นายควรกลับบ้านไปกับฉัน ฉันมาตามนายกลับบ้านตามที่คุณแม่นายสั่ ... / ไม่ต้องมายุ่ง !

 

ร่างสูงกำลังเอ่ยจุดประสงค์ที่ต้องตามคนตัวเล็กกลับบ้าน แต่แล้วก็ถูกคนถูกตามตวาดใส่เสียงดังอย่างไม่อายใคร หลายๆคนที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้นก็พากันมองเป็นสายตาเดียว แต่นั้นไม่ได้ทำให้ความอายเกิดขึ้นกับคนตัวเล็กแม้แต่น้อย มือเล็กกำแน่นจนเล็บแทบจิกฝังลงไปในอุ้งมือ

           

           

           

ฮันโซลคะ ...

 

จู่ๆบทสนทนาที่เกือบขาดตอนของเขาและอีกฝ่ายก็ถูกขัดลงด้วยน้ำเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินมาทางที่พวกเขากำลังยืนกันอยู่ ร่างเล็กที่มาพร้อมกับใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มสไตล์เด็กลูกครึ่งอังกฤษเกาหลี กลุ่มผมสีน้ำตาลดาร์กช็อคโกแลตที่ยาวสลวย ตามสเปกของคนบางคนที่เป็นลูกครึ่งด้วยเช่นกันนั้น ตอนนี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่ข้างกัน เธอควงแขนอีกฝ่ายพร้อมทำหน้าแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มสิทธิ์ สายตาจิกกัดเย้ยหยันแสดงออกมาให้ร่างเล็กรับรู้อย่างเต็มที่ เพราะการกระทำเช่นนั้นกลับทำให้คนตัวเล็กที่กำลังมองอยู่ต้องเบือนหน้าหนี

         

         

         

... คนที่เจอเมื่อตอนบ่ายนี่ ...

           

           

           

เกิดอะไรขึ้นเหรอคะฮันโซล ? คนพวกนี้เป็น ใคร เหรอคะ ?

 

.. เปล่าน่ะแชนน่อนสาวเจ้าที่ฮันโซลเอ่ยตอบนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แชนน่อน วิลเลียมส์ คนที่ ...

           

           

           

... ทั้งอดีตและปัจจุบันมีข่าวไม่ขาดปากอยู่เสมอว่าเป็นตัวจริงของกันและกันมานานแล้ว ...

           

           

           

อ้ะฉันลืมแนะนำตัวให้ทุกคนรู้จักค่ะ ... ฉันชื่อ แชนน่อน วิลเลียมส์ .. ลูกสาวเศรษฐีใหญ่ชื่อดังในอังกฤษ ว่าที่คู่หมั้นของฮันโซล เองค่ะ อ้ะๆๆ คือว่าฉันกับฮันโซลเราคงจะ หมั้น กันเร็วๆนี้ อย่าลืมไปร่วมงานนะคะ

 

หญิงสาวเน้นย้ำประโยคหลอกลวงเพื่อสื่อให้ถึงคนตัวเล็กทราบว่าจะมีงานหมั้นเร็วๆนี้ ชานเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยแววตาไม่สามารถเดาใจได้ เมื่อเห็นฮันโซลส่ายหัวพัลวันปฏิเสธทุกอย่าง ดวงตาเรียวพยายามสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้

           

           

           

เขาต้องออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด ! ...

           

           

           

นายจะยืนบื้อกันแบบนี้อีกนานไหมซึงชอล มินกยู !?

 

ชานขึ้นเสียงแทบจะเป็นตวาดใส่อยู่รอมร่อ เจ้าของชื่อทั้งสองหันหน้าไปหาคนตัวเล็กก่อนที่มินกยูจะพาเพื่อนตัวเล็กเดินออกไปจากจุดนั้นตามคำสั่งของซึงชอลที่บอกกับมินกยูว่า

           

           

           

ขอเวลาเคลียร์ตรงนี้สักครู่ พาชานไปที่นั่นก่อนเดี๋ยวจะตามไป

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

            “ นายมายุ่งอะไรกับฮันโซลของฉัน ! นายเป็นใครห้ะ !

 

สาวน้อยที่หมดความเป็นผู้ดีเมื่อภาพลักษณ์ของเธอถูกถอดออกไปเพราะความโกรธ  เมื่อชเวซึงชอลสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ว่าที่แฟนจอมปลอมของเธอ

 

มันไม่แฟร์ไปหน่อยรึเปล่าชเวฮันโซล ? เอาผู้หญิงมายืนเป็นไม้กันหมาแบบนี้ ป๊อดรึไง ? แล้วเธอก็ยังจะหน้าด้านยอมเป็นไม้กันหมาให้ไอ่หมอนี่น่ะนะ ?

 

ร่างสูงแสยะยิ้มน่ากลัวให้อีกฝ่าย หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไม้กันหมาของอีกฝ่ายแทบจะถลาตัวเข้าไปเหวี่ยงใส่คนพูดเมื่อได้ยินคำพูดไม่ถูกหู

 

อย่าแชนน่อน ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอไปมากกว่านี้ !

 

ฮันโซลก็ดูสิ่คะ มันมาว่าฉันเป็นไม้กันหมาให้คุณนะ ! แชนน่อนเถียงด้วยน้ำเสียงแหลมแสบหู จนซึงชอลแทบเอามืออุดหูไม่ทัน

 

สงบสติอารมณ์หน่อยแชนน่อน

           

อ่ะแฮ่ม ! เอ่อ .. คุณครับ .. คือพอดีว่ากระผมนั้นก็ไม่ใช่คนมีฐานะร่ำรวยจนต้องมีมารยาทผู้ดีอะไรมากนัก จะเรียกว่าเป็นคนถ่อยก็ยินดี ซึงชอลเอ่ยขึ้นพร้อมยกนิ้วขึ้นมาแคะหูไปพลางๆ ด้วยท่าทางสบายๆเช่นนั้นกลับทำให้หญิงสาวโมโหจนแทบไม่เหลือความเป็นผู้ดีในตัว

 

หึ ... ผมยอมครับ ยอมเป็นคนถ่อย มันยังดีกว่าเป็นคนมารยาทดีแต่โง่ กรี๊ดกร๊าดเที่ยวตามผู้ชายไปวันๆ วันๆไม่ต้องไปทำมาหากินอะไรเสียแล้วล่ะมั้ง มีอย่างที่ไหน สละตัวเองเป็นไม้กันหมาให้ผู้ชาย ต่อให้คนทั้งโลกมีแต่คุณ ผมก็ไม่เลือกมาเป็นเมียผมเด็ดขาดล่ะครับ

 

กรี๊ดดดดดดด ! นายกล้าดียังไงมาด่าฉันห้ะ !?

 

แชนน่อนแกะมือหนาที่กักขังข้อมือตัวเองออกก่อนจะพุ่งถลาหมายจะเข้าไปตบใบหน้าหล่อสั่นสอนที่พูดจาไม่ดีกับลูกสาวเศรษฐีใหญ่ในอังกฤษ แต่เธอก็ต้องถ่อยเมื่อเห็นว่ามือขวาที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงถูกยกขึ้นออกมา ถึงแม้จะไม่ได้เอาออกมาสุดมือแต่ก็ทำให้เห็นว่ามือขวานั้นใส่สนับมือไว้อยู่

 

ผมไม่อยากรังแกผู้หญิงหรอกนะคุณ แต่แค่อยากรู้ไว้ว่า การที่หมอนี่มันคบคุณ มันไม่ได้คบคุณเพราะรักคุณหรอก คุณกำลังโดนมันหลอก พอๆกับที่เพื่อนผมโดนมันหลอกเช่นกัน กรุณาใช้สมองอันอุดมไปด้วยไขมันของคุณไตร่ตรองดีๆล่ะ...

 

ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเหยียดหยันใส่หญิงสาวจนแทบดิ้นพล่านก่อนจะหันหน้าไปทางอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งเป็นผู้ฟังที่ดี

           

           

           

นายทิ้งชานเพื่อมาคบกับยัยนี่มันดีแล้วใช่ไหมสำหรับความคิดนาย ?

           

ฉันมีเหตุผลของฉัน ฮันโซลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับทำให้อีกฝ่ายแค่นเสียงหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยอีกฝ่าย

 

เห็นแก่ตัวไปหน่อยรึเปล่า ? เหตุผลของนาย ... เพื่อธุรกิจทางบ้านงั้นเหรอ ? เหอะ .. มันน่าชกซักทีสองทีไหมเนี่ยห้ะ !!!!! คนตัวโตกว่าตวาดใส่ด้วยความโมโห

           

           

           

โมโหที่เพื่อนตัวเองถูกทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

โมโหที่ทำอะไรเพื่อเพื่อนตอนนี้ไม่ได้

โมโหทุกอย่าง ทุกอย่างที่ทำให้คนอย่างอีชาน เพื่อนรักของเขาต้องเสียใจ

           

           

           

ฉัน ...

 

นายพูดบ้าอะไรยะ ! ฮันโซลเขารักฉัน เขาไม่มีวันหลอกฉัน !!! ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นแทรกด้วยความเดือนดาลแทนแฟนในนามของเธอแต่กลับถูกซึงชอลตวาดใส่ดังลั่นจนเธอต้องวิ่งหนีไปหลบอยู่ข้างหลังคนที่เธอคิดไปเองว่าเป็นแฟนของเธอ

           

หุบปาก !! อยากแดกสนับมือกับเลือดเป็นอาหารมื้อเย็นในหน้าหนาวรึไงวะ !?

 

“ … ”

 

นายมันไม่ใช่ผู้ชาย ฮันโซล ... นายมันเป็นคนเห็นแก่ตัว

           

ฉันขอโทษ ...

 

คนที่ควรขอโทษมันไม่ใช่ฉัน ! แกควรจะไปขอโทษคนที่รักนายมาตลอดเวลาไม่ว่าแกจะทำอะไรผิดถูกแค่ไหนอย่างชานโน่น !!! ซึงชอลดึงคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาด้วยมือที่ยังคงใส่สนับมือไว้อยู่จนอีกฝ่ายยืนตัวลอยเพราะแรงยกของนักเลงประจำโรงเรียน

 

“ … ”

 

... แกมันไม่รู้อะไรเลยสิ่นะว่าชานมันรักแกมากแค่ไหน มันเสียใจมากที่แกทำแบบนี้กับมัน แค่แกบอกเหตุผลดีๆแกยังทำไม่ได้ แกกลับไม่บอกอะไรกับมันเลยซ้ำแกยังควงยัยเสียงนกหวีดนี่เพื่อเหยียบย่ำหัวใจเพื่อนฉันเนี่ยนะ แล้วแกยังมีหน้ามาบอกว่าแกจะรักมันตลอดไปเพื่อเหี้ยอะไร !

 

...

 

กูไม่น่าโง่ปล่อยให้มึงคบกับมันเลยไอ่เชี่ย ! ถ้ากูรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้กูควรจะส่งมึงไปลิ้มลองสนับมือกูตั้งแต่แรกแล้ว !!! ฝ่ามือหนาไร้สนับมือที่กำแน่นถูกเงื้อขึ้นพร้อมชกไปยังใบหน้าเนียนและหล่อนั้นสุดแรงจนเป็นรอยแดงช้ำอีกครั้ง

 

... ฉันรู้ว่าฉันเลว แต่ฉันไม่ได้รักแชนน่อนเลยแม้แต่น้อย คนถูกชกพยายามเค้นเสียงตอบ แต่ก็โดนอีกฝ่ายกระชากคอเสื้อแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก

 

มึงควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว !! ”

           

           

           

.. โอกาส .. ฉันอยากได้โอกาสอีกสักครั้ง ฮันโซลเอ่ยขอในสิ่งที่เขาอยากจะทำอีกซักครั้งเพื่อทำตามหัวใจตัวเอง ไม่ใช่เพราะตามคำขอร้องของพ่อแม่เพื่อทางธุรกิจ

 

ขอโอกาสที่มึงจะมาทำร้ายหัวใจของชานอีกครั้งรึไงไอ่เลว !!!!!

           

           

           

ฉันยังรักชาน ฉันยังรักอยู่ตลอด ฉันอยากกลับไปคืนดีกับเขาอีกครั้ง ... จากใจจริง ฉันอยากดูแลชานให้ดีอีกครั้งฮันโซลเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แต่ก็ถูกเสียงกรีดร้องของแชนน่อนทำลายสถานการณ์อยู่เป็นระยะ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคในการฟังของซึงชอลอยู่แล้ว

           

           

           

           

           

แล้วมึงแน่ใจได้ยังไงว่ามึงจะดูแลชานให้ดีอย่างที่มึงพูด จะปลิ้นปล้อนอีกรอบรึไง !?

 

เอาชีวิตฉันเป็นประกันได้เลย ...

 

ปล่อยมือออกจากคอเสื้ออีกฝ่ายก่อนจะซุกมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม ฮันโซลที่ถูกพันธนาการเมื่อสักครู่กลับยืนโซเซเพราะแรงปล่อยอีกฝ่ายมันไม่ใช่ปล่อยวาง แต่เป็นการปล่อยขว้างเขาลงกับพื้น

           

หึ ... กูไม่ใช่มอบโอกาสนั้น แต่เป็นคนที่มึงทำลายหัวใจของเขา ฝากให้กลับไปเคลียร์ยัยบ้านี่แล้วกลับไปคิดให้ดีๆว่าสิ่งที่มึงทำลงไปมันสมควรกับสิ่งที่เพื่อนกูต้องเสียใจมากหรือยัง ซึงชอลหันหลังกลับไปและเดินออกจากตรงจุดนั้นไป แต่ก็ไม่วายจะได้ยินเสียงวี๊ดว้ายเพราะความไม่พอใจพร้อมกับคำด่าทอไม่รู้จักจบจักสิ้นของแชนน่อน

           

           

           

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ฉันจะฟ้องพ่อ ! นายไม่ได้ตายดีแน่ อย่าให้ฉันรู้นะว่านายเป็นใคร กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!! ”

           

           

           

           

           

           

           

พวกผู้หญิงนี่มันไม่มีที่ปรับวอลลุมเสียงตัวเองมั่งรึไงวะ ฮู้ว ! ”

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

            “ ฮึก ...

           

ชานอ่าใจเย็นๆสิ่ อย่าร้องไห้นะอย่าร้อง

 

เพื่อนร่างสูงชะลูดผู้ปลอบใจเพื่อนไม่เป็นอย่างมินกยูถึงกับร้อนรนเมื่อเดินผ่านสวนหย่อมที่หน้าหมู่บ้านของเจ้าตัวเล็กเพื่อมาส่งเพื่อนตัวเล็กที่บ้าน อยู่ๆคนตัวเล็กก็ปล่อยหยดน้ำตาร่วงเผาะ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาจนตัวสั่น ทำเอามินกยูกอดปลอบใจไม่ทัน

 

ฉันควรจะรู้ซักทีสิ่นะ ... ว่าฮันโซลเขาไม่ใช่ของฉัน .. ฮึก !

 

ใจเย็นก่อนนะชาน แกอย่าไปสนใจมันเลย มันทำร้ายแกขนาดนี้แกยังจะรักมันอีกเหรอวะ ?

 

... แชนน่อน .. เขาคงดีสำหรับฮันโซลสิ่นะ ...ชานยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่เกาะเต็มใบหน้า มินกยูย่อตัวลงก่อนจะยีผมเพื่อนรักไปมาพร้อมยิ้มจางๆให้ พลางถอดเสื้อแจ็กเก็ตสวมให้เพื่อนของตนทับอีกชั้นหนึ่งเพราะรู้ว่า คนตัวเล็กขี้หนาวแค่ไหน

           

ทำไมนายถึงคิดว่าตัวเองไม่ดีสำหรับฮันโซลล่ะ ?

 

ฉันไม่รู้ ... ฮึก .. ฉันไม่รู้อะไรซักอย่างเลยมินกยู

 

คนตัวเล็กโผกอดเพื่อนตัวสูงแน่นพร้อมปล่อยโฮออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามใจแข็งอดทนแค่ไหนอีกฝ่ายไม่เคยรู้ ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเขาร้องไห้แทบทุกวันเวลาอยู่คนเดียว

           

นายอย่าคิดแบบนั้นสิ่ นายก็มีข้อดีของนายที่เธอคนนั้นไม่มีนะ ฉันเชื่อว่าฮันโซลยังคงรักนายอยู่ ชานมินกยูลูบหลังปลอบใจเพื่อนตัวเล็กที่ร้องไห้

           

ฮึก ... นายรู้ได้ไงมินกยู ?

           

           

           

ตอนที่ฉันถามฮันโซลว่ามีอะไรจะคุยกับนาย ฉันมองเห็นแววตาของฮันโซล มันเหมือนแววตาของฉันเวลาที่มองเขาคนนั้น ... ฉันถึงรู้ว่าเขายังรักนายอยู่นะ ร่างสูงยิ้มบางๆปลอบทั้งเพื่อนและปลอบหัวใจตัวเอง

           

           

           

มินกยูอ่า ... ฉันไม่อยากหวังอะไรกับเขาอีกแล้ว ... ร่างเล็กผละออกมาจากอ้อมกอดของเพื่อน เผยให้เห็นดวงตาบวมช้ำและแดงเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนัก จมูกโด่งรั้นแดงระเรื่อ มินกยูจึงเอือมมือขึ้นไปยีผมอีกครั้ง

 

ไม่เป็นไรหรอกหน่า ... อย่าคิดแบบนั้นสิ่ นายลองเปิดใจดูอีกซักครั้ง .. ฉันถามจริงๆ นายต้องตอบมาตามความรู้สึกของนายนะ ...

           

...

           

นายยังรักฮันโซลอยู่ไหม ? ร่างเล็กเงยหน้ามองเพื่อนสนิทของตน ยืนนิ่งเสียพักใหญ่ ก่อนจะให้คำตอบเป็นการพยักหน้าเบาๆ

           

           

           

... รัก

           

...

           

ฉันยังรักฮันโซลอยู่ ...

           

           

           

ถ้านายยังรักเขา ต่อให้เขาทำอะไรผิดนายต้องเชื่อใจเขา ให้อภัยกับเขาแม้ว่าสิ่งนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน เข้าใจในสิ่งที่เขาทำเท่าๆกับที่เขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ ... นายลองเปิดโอกาสให้ฮันโซลดูอีกซักครั้งนะชาน

 

...

           

ฉันว่านายควรจะเข้าบ้านไปนอนพักผ่อนได้แล้วนะ อากาศมันเย็นแล้ว อีกอย่างนายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

 

ว่าจบ มินกยูก็จูงมือชานไปที่หน้าบ้านของอีกฝ่ายก่อนจะล่ำลาแล้วกำชับนักหนาว่าให้เข้าไปนอนหลับทันที ห่มผ้าให้หนา ใส่ถุงเท้านอนด้วย คนตัวเล็กก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน จนลับสายตาของชาน มินกยูก็ค่อยเดินออกมาห่างจากตัวบ้าน แล้วก็พบว่าซึงชอลยืนรออยู่ตรงหน้า

           

           

           

มึงก็ปลอบใจคนเก่งดีนี่มินกยู

 

เปล่าซักหน่อยนึง ผมก็แค่ตกใจทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรก็พูดไปแค่นั้นแหละ มินกยูยักไหล่ก่อนจะเดินสวนเพื่อนซี้ของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อประโยคที่ออกมาจากปากซึงชอล กลับกระทบหัวใจเขาไม่น้อย

           

           

           

           

           

ก็ตั้งแต่มึงมีความรัก มึงก็ปลอบคนเป็นนี่ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเจ้าของแล้วก็ตาม มึงควรจะหยุดได้แล้วก่อนที่มึงจะรู้สึกเจ็บไปกว่านี้

           

ผมหยุดไม่ได้หรอก ... ผมรักเขาเกินกว่าจะถอยหลังแล้วล่ะ

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !

           

           

           

ตกดึกประมาณห้าทุ่มกว่าๆ เสียงเคาะประตูห้องนอนของชานดังขึ้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับเหมือนทุกที ทำเอาคนเคาะประตูต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่เขาก็ต้องอธิบายเรื่องราวในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง เพราะเขาเองก็ทนรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหว

           

           

           

ชานอ่า ...

           

...

           

ฉันไม่รู้ว่านายนอนรึยังนะ ..

           

...

           

ฉันแค่อยากอธิบายเรื่องของฉันกับแชนน่อน ... ถึงแม้นายจะไม่อยากฟังก็ตามร่างสูงคุกเข่านั่งลงหน้าบานประตู เขาหวังว่าคนตัวเล็กข้างในจะรับฟังเขา ให้อภัยเขา กลับมารักเขาอีกครั้ง

           

           

           

 ... แม้ว่าไม่มีวันนั้นก็ตาม

           

           

           

...

           

ทนฟังเสียงน่ารำคาญของฉันคนนี้หน่อยนะ

           

...

 

ระหว่างที่ฮันโซลกำลังจะสารภาพบอกความจริงทั้งหมด หารู้ไม่ว่าร่างเล็กนั้น ไม่ได้นอนหลับ ไม่ได้นั่งบนเตียง แต่เขากับนั่งพิงบานประตูที่ฮันโซลกำลังนั่งคุกเข่าตรงหน้า ... เพียงแค่บานประตูกลั้นกันเท่านั้น

           

           

           

ร่างเล็กพยายามกลั้นเสียงไม่ให้ร้องไห้ออกมา ถึงแม้ว่าเมื่อฟังแล้วเขาจะเจ็บปวดมากจนเจียนตายก็ตาม

           

           

           

ฉันกับแชนน่อนไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ สาบานได้ ...

           

...

           

เป็นเพราะทางครอบครัวของฉันกำลังมีปัญหา ... ฉันจำเป็นต้องทำตามคำขอของพ่อกับแม่ฉันที่ท่านขอร้องให้ฉันคบกับแชนน่อนเพื่อธุรกิจ เพราะไม่อย่างนั้นครอบครัวฉันอาจจะถึงคราวล้มละลายได้ ส่วนทางนั้นเขาเข้าใจว่าฉันรักแชนน่อน แต่ฉันบอกเลิกเธอไปแล้วนะ ...

           

...

           

ฉันทนฝืนคบคนที่ฉันไม่ได้รักไม่ได้หรอก ฉันบอกเลิกแชนน่อนแล้วนะชาน ...

           

...

           

ทุกวันนี้ฉันยังคิดถึงนายตลอดเวลานะชาน

           

...

           

ฉันยังรักนายเสมอนะชาน ...

           

...

 

ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง ... ขอโทษที่ทำร้ายหัวใจนาย ... ขอโทษที่ผิดสัญญา ... ขอโทษจริงๆ

           

           

           

           

           

แอ๊ดดดดด ...

         

         

           

           

           

บานประตูห้องถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังร้องไห้อย่างหนัก ใบหน้าน่ารักเปื้อนไปด้วยน้ำตาหยดใส เสื้อยืดสีฟ้าอ่อนที่เปียกไปด้วยคราบน้ำตา ทำให้รู้ว่าคนตรงหน้าร้องไห้มาเป็นเวลานานมาก เหตุผลนั้นแทบจะทำให้อีกฝ่ายหัวใจสลาย เพราะเขาทำให้คนตัวเล็กที่เขารักร้องไห้มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

           

           

           

 “ ... ชาน

           

ถ้าไม่มีอะไร .. ฮึก ! .. ก็ออกไปจาก .. หน้าห้องฉันได้แล้วชานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามเลยแม้แต่น้อย

           

ไม่นะชาน เรื่องที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริงนะ เชื่อฉันเถอะ ! ...

           

... ไม่ต้องอธิบาย ฉันไม่อยากรับรู้ ฉันไม่อยากเชื่ออีกแล้ว เสียงของคนตัวเล็กเริ่มสั่นมากยิ่งขึ้น ร่างเล็กร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่ง

           

ฉันไม่ได้รักแชนน่อนแบบนั้นจริงๆนะ ... คนตัวโตยังคงอธิบายให้คนตัวเล็กฟังต่อไปแม้ว่าร่างเล็กจะตวาดให้หยุดพูดก็ตาม

           

ฉันบอกว่าไม่อยากฟัง ! ”

           

           

           

ฉันรักนายชาน ฉันรักนายมาตลอด ฉันไม่โกหกนาย และจะไม่โกหกอีก !

           

           

           

           

           

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

         

         

         

         

         

ร่างสูงเดินเข้าไปกอดใครบางคนที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาเพราะกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เลย มือเล็กปิดปากตัวเองไว้ก่อนจะค่อยๆปล่อยหยดน้ำตาที่คลออยู่ร่วงลงมา ในขณะที่ร่างสูงยังคงรวบมือกอดคนตัวเล็กไว้แน่น

ร่างเล็กอยากจะตะโกนสุดเสียงว่าเขาเจ็บ เขาอยากจะพอแล้ว แต่เหมือนเส้นเสียงไม่เคยอำนวยต่อความต้องการของเขาเลย ปล่อยให้เขาเจ็บอยู่ในใจไปเรื่อยๆ

           

           

           

ชานอ่า ...

 

น้ำเสียงของฮันโซลอ่อนลง ยิ่งกลับทำให้หัวใจที่หนาวเหน็บอยู่แล้วกลับทวีคูณความหนาวเข้าไปอีกเท่าตัว และยิ่งบวกกับสภาพอากาศในตอนนี้ที่เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนั้น ยิ่งทำให้คนตัวเล็กเจ็บปวดเกินกว่าจะดีขึ้นมาได้

           

.. พอ ... พอซักทีเถอะฮันโซล .. ฉันเจ็บแล้ว ฉันเจ็บมาตลอดหนึ่งปีแล้ว .. ฮึกกกกก มือเล็กถูกกำไว้แน่นจนมือสั่น

           

ฉันเลิกกับแชนน่อนแล้ว .. ฉันไม่ทำตามคำขอร้องของพ่อแม่แล้ว ...

 

มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ในเมื่อทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ... มันจบไปเมื่อหนึ่งปีก่อนแล้วฮันโซล ...

 

ชานผละออกจากอ้อมกอดอีกฝ่าย พลางยกหลังมือปาดเช็ดน้ำตาอย่างกับเด็กน้อย ฮันโซลเอื้อมมือไปเกลี่ยหยดน้ำตาบนใบหน้าน่ารักนั้นอย่างเบามือ แต่หยุดน้ำตาเจ้ากรรมดันไหลออกมาหนักยิ่งขึ้นจนเจ้าของแทบสะอื้นตัวโยน

           

           

           

ถ้าฉันรักนาย แล้วนายก็ยังคงรักฉัน เรื่องของเราไม่มีวันจบหรอก ต่อให้เมื่อหนึ่งปีที่แล้วมันจะจบแล้วก็ตาม

           

           

           

นายเห็นแก่ตัวไปรึเปล่าฮันโซล ? นายเลือกที่จะเป็นคนจบความสัมพันธ์นี้เองนะ

           

           

           

ฉันเป็นคนไม่ดีฉันรู้ตัว ฉันไม่ขอคาดหวังว่าจะให้นายกลับมารักฉันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเบื้องลึกในใจฉันคาดหวังสิ่งๆนี้มาตลอดหนึ่งปี

           

ฮึก ...

 

ฉันอยากได้โอกาสที่จะดูแลนาย ดูแลหัวใจนาย โอกาสที่จะทำให้นายมีความสุข ฉันรู้ว่ามันมากไป ... แต่หากนายเห็นใจฉัน ฉันอยากจะให้มันเป็นจริงอีกซักครั้ง แล้ว ... ฉันจะไม่มีวันปล่อยมันไปอีก

           

... ฮึกกกกก

           

           

           

ฉันขอโทษนะชาน ฉันขอโทษ ... เรากลับมาคืนดีกันได้ไหม ?

 

ร่างสูงทรุดตัวลงไปกอดช่วงเอวเล็กของอีกฝ่ายแน่นอย่างอ่อนล้า ร่างเล็กยังคงยืนร้องไห้ไม่หยุด ฝ่ามือบางยังคงปิดใบหน้าตนไว้ไม่เปิดเผยออกมาให้อีกฝ่ายเห็น

           

           

           

           

           

ถ้านายยังรักเขา ต่อให้เขาทำอะไรผิดนายต้องเชื่อใจเขา ให้อภัยกับเขาแม้ว่าสิ่งนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน เข้าใจในสิ่งที่เขาทำเท่าๆกับที่เขาเข้าใจในสิ่งที่เราทำ ... นายลองเปิดโอกาสให้ฮันโซลดูอีกซักครั้งนะชาน

           

           

           

           

           

แต่ไม่นานเท่าไหร่ เพราะประโยคหนึ่งที่มินกยูเคยพูดไว้กับตนเมื่อคืนนี้ได้ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่แย่ที่สุด ทำให้ความเข้มแข็งในใจที่พยายามต่อต้านความรู้สึกก็พังทลายลง ชานทรุดตัวลงไปให้ความสูงเท่ากับร่างสูงก่อนจะโผกอดอีกฝ่ายพร้อมซบใบหน้าลงกับบ่าหนานั้นและปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง ร่างเล็กเอ่ยประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกอยากขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสเข้าอีกครั้ง มีเพียงแค่เขาที่ได้ยินเสียงเหล่านั้น ... จากคนรักของเขา

           

           

           

ฉันให้อภัยนาย .. ฮึก ฉันให้อภัยนายแล้วฮันโซล .. ฮือออออออออ .... ฉันรักนายนะ ฉันรักนาย ฮันโซลอ่า ...  ”

           

           

           

           

           

... ฉันรักนาย ฉันรักนาย ฉันรักนาย  ’...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

           

ออกมาข้างนอกดึกๆดื่นๆแบบนี้ไม่หนาวรึไงชาน ?

 

ฮันโซลเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่ๆคนตัวเล็กขอให้พาออกมานั่งเล่นที่สวนหย่อมหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเขาก็ไม่อยากขัดใจอีกฝ่ายเสียเท่าไหร่ กว่าจะกลับมาเป็นเช่นเดิมได้

 

ไม่หรอกปากว่าไปนั่น แต่ร่างเล็กกับนั่งสั่นอยู่บนชิงช้า ทำให้คนตัวโตเห็นแล้วขำเบาๆก่อนจะสละเสื้อโค้ตตัวหนาให้อีกฝ่ายใส่ทับอีกชั้นหนึ่ง

 

นายไม่หนาวเหรอฮันโซล ? ชานเงยหน้ามองอีกคนที่ยืนค้ำหัว มือเล็กขยี้ตาตัวเองเบาๆเพราะเกิดอาการเมื่อยล้าที่ดวงตาเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักนั่นเอง

 

อย่าขยี้ตาสิ่ชาน ...

 

มือหนาดึงมือเล็กให้ออกห่างจากดวงตาเรียวนั้นก่อนจะกุมมือเล็กไว้แน่น คนตัวเล็กที่ถูกกุมมือได้แต่ก้มหน้างุดมองเท้าตัวเอง

 

เป็นคนขี้หนาว แต่ก็ยังจะดื้อออกมาข้างนอกอีกนะ หืม ?

           

           

           

ก็เห็นว่าคนบางคนแถวนี้ชอบหิมะ เลยอยากพาออกมา ....

           

           

           

           

           

นึกยังไงมาตามใจฉันเนี่ย แค่สิ่งที่ฉันทำกับนายไปแลกกับสิ่งที่นายมอบให้ฉันในตอนนี้มันมีค่าเกินกว่าที่คนเลวอย่างฉันจะรับไว้ได้อีกนะชาน ... ฮันโซลย่อตัวนั่งให้ระดับความสูงเท่ากับร่างเล็กที่นั่งบนชิงช้าอยู่เพื่อที่จะได้มองหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนขึ้น

           

ฮื้อออออ ไม่ต้องพูดแล้วๆๆๆชานส่ายหัวไปมาก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

           

           

           

ทำไมนายถึงชอบฤดูหนาว ? ” อยู่ๆ คำถามที่เปิดประเด็นจากคนรักที่ร้างห่างกันมาหนึ่งปีก็เอ่ยขึ้นมา

           

ทำไมนายถึงถาม ? ฮันโซลมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

           

           

           

.. นึกคึกอะไรถึงถามคำถามประหลาดขนาดนี้นะ ?

           

           

           

ฉันก็แค่อยากรู้ ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ...

           

           

           

เพราะว่าเมื่อถึงฤดูหนาวแล้ว ฉันก็อยากคิดถึงใครซักคน อยากกอดใครซักคนให้อุ่นหัวใจ อยากให้เขาและฉันอบอุ่นไปด้วยกันไม่ว่าจะด้วยการจับมือ หรือโอบกอด ถึงแม้ว่าตัวของฉันนั้นจะอยู่ท่ามกลางความเยือกเย็นหนาวเหน็บของหิมะอย่างโดดเดี่ยวก็ตาม ฉันอยากรู้สึกแบบนั้น อยากกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง ฉันอยากให้เขากลับมารักฉันอีกครั้ง ฉันไม่อยากให้เขาอยู่ท่ามกลางความหนาวเพียงคนเดียว .. เพราะเขาเป็นคนขี้หนาว ...

           

           

           

ถ้ารู้ว่าฉันขี้หนาว นายก็อย่าทิ้งฉันไปสิ่

 

รอบที่แล้วฉันผิดไปแล้ว แต่ขอรอบนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้นายหนาวแม้แต่ครั้งเดียว ขอแค่นายกลับมารักฉันอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ฮันโซลเอ่ยยิ้มๆ พลางยีผมคนตัวเล็กอย่างทนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน

           

แต่ฉันก็กลับมารักนายอีกครั้งแล้วไง ... ชานโน้มตัวไปกอดอีกฝ่ายแน่น อีกฝ่ายก็สวมกอดตอบอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน ใบหน้าน่ารักแนบลงกับไหล่กว้างของอีกฝ่ายพร้อมเผยรอยยิ้มบางๆออกมา

           

           

           

การกอดครั้งนี้มันจะไม่หนาวเหน็บในใจอีกต่อไปทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่ต่างแลกเปลี่ยนความอบอุ่นภายในร่างกายให้กันและกัน หิมะที่ร่วงโรยลงมานั้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อเขาทั้งคู่ หากแต่หิมะเหล่านี้กำลังจะผันตัวให้เป็นตัวสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นแม้จะแปรผันกับสภาพฤดูกาลก็ตามที

           

           

           

ฉันรักนายนะชาน ... กลับมาคบกับฉันอีกครั้งนะ

           

อื้อ ฉันก็รักนาย ฮันโซล ... อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

END.








- 160523 -

สวัสดีตอนที่เก้าค่ะ

มีความรีไรท์ลงอีกรอบฮิ้ว

เรื่องนี้เป็นฟิคโปรเจ็กต์ที่เราเคยแต่งเอาไว้นานมาก 

มาพบกับฤดูหนาวกันเถอะ คอนทราสต์กับสภาพอากาศตอนนี้มากพูดเลย ; w ;

ฤดูนี้เป็นคู่ของฝรั่งฮันโซลกับนุ้งชานคนแมนมือขวาของพช่อนอิอิ 

เรื่องนี้แอบหน่วงหน่อยๆจะได้เห็นมุมน่ารักน่าสงสารของน้องชานบ้าง 

มีความไต่ระดับเลเวลความหน่วง ยังไงก็ลองอ่านดูน้ารับรองว่าสนุกอยู่เหมือนกันน

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) #pnn17fic 

หรือว่าจะเมนชั่นมาคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

 

 

เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #153 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 15:17
    หน่วงใจจังค่ะแต่ว่าต่อจากนี้ไปคงจะมีแต่ความสุขแล้วเนอะ ฤดูหนาวจะอบอุ่นแล้วคราวนี้ฮันโซลต้องดูแลชานดีๆล่ะไม่งั้นซึงชอลเอาตายแน่555555555
    #153
    0
  2. #40 beyourfangirl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 06:12
    ซึงชอลหลัวมากค่ะ ปรบมืออออออออ
    #40
    0
  3. #24 รีดเดอร์เอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 00:32
    หืม ถ้ายันนกหวีดนั่นโดนแบ็คแฮนด์ไปซักทีสองทีคงจะดีไม่น้อย นี่แค่อ่านยังรำคาญเสียงนางเลย 55555555555555555
    #24
    0