` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 8 : - 08 : why do you like 'autumn' | soonyoung x jihoon 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

WHY DO YOU LIKE AUTUMN | SOONYOUNG x JIHOON
au / pg – 15 / romantic

 

 

 


 

 ps. ฟังเพื่อความอรรถรสเถอะเนอะะ จะได้อินไงอิอิ

 

 

ทำไมถึงชอบฤดูใบไม้ร่วง ?

เพราะว่าฉันรู้สึกว่ามันสบายใจทุกครั้งที่ได้สัมผัสมันน่ะ สบายใจจนบางทีอยากจะให้คนที่ฉันอยู่ด้วยได้สบายใจตามฉัน ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้บ้างน่ะ เขาจะได้ไม่จริงจังกับชีวิตมากไป

           

           

           

           

ไม่พร้อม เอาใหม่

         

การซ้อมเต้นที่จะนำไปแสดงบนเวทีงานโรงเรียนกำลังผ่านไปได้ด้วยดี แต่ทว่าสิ้นเสียงคำสั่งแล้ว ทุกคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจเต้นกลับต้องหยุดชะงักและหยุดเต้นทันที บ้างก็ชักสีหน้าใส่เพราะตัวเองก็เหนื่อยมามากแล้ว บ้างก็กลอกตาไปมาว่าเมื่อไหร่จะผ่านไปได้เสียที บ้างก็เอามือลูบหน้าลูบตาราวกับว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่คนสั่งกลับมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าคำสั่งเมื่อสักครูเป็นเพียงคำธรรมดาที่เหมือนกับทักคนทั่วไปว่า สวัสดี

         

         

         

ก็นี่มันรอบที่ห้าสิบแล้วนะที่คนตรงหน้าสั่งให้เต้นใหม่ ! …

         

         

         

เห้ยจีฮุน พักก่อนเหอะนะ หนึ่งในสมาชิกที่เพิ่งเต้นไปเมื่อสักครู่เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เหน็ดเหนื่อยจริงๆ สมาชิกคนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันพยักหน้าตามหงึกหงัก

 

ไม่ ถ้าซ้อมแค่นี้แล้วเหนื่อย พวกแกก็หยุดคิดไปเลยว่าจะแสดงบนเวทีให้คนอื่นดู จะให้คนอื่นเขาเห็นการเต้นกากๆของพวกแกไปเพื่ออะไร ?

 

ร่างเล็กแต่ใจไม่เล็กเจ้าของนามว่า อีจีฮุน ยืนกอดอกพิงกระจกห้องซ้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมสายตานิ่งเรียบที่จับจ้องไปยังหมู่คนที่อยู่ในห้องซ้อมเต้นแห่งนี้ ราวกับว่าสิ่งที่พูดไปก็แค่คำพูดธรรมดา แต่ใบหน้าคนอื่นๆที่ได้ยินประโยคนี้ก็พากันทำหน้าเหยเกใส่ เพราะไม่คิดว่าคนหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ตัวเล็กๆอวบๆ ผิวขาวเนียนนุ่มดูน่าเอ็นดู ดูยังไงก็ไม่น่าโหด น่าจะหน่อมแน้ม จะเป็นคนตรงกันข้ามแบบนี้ไปได้

         

         

         

... เป็นมันตรงข้ามซะทุกอย่างเลยจริงๆนะ ...

         

         

         

เห้ยมึงก็ให้พวกมันพักก่อนดิ่วะ เต้นมาห้าชั่วโมงกว่าแล้วนะเว่ย จะจริงจังห่าอะไรนักหนา

 

แต่แล้วเสียงสวรรค์กลางห้องซ้อมเต้นนรกก็ดังขึ้น ทุกคนในทีมหันหน้าไปมองต้นเสียง ก็พบว่าคนที่เอ่ยประโยคหยาบคายกับผู้ที่เปรียบเสมือนเป็นบอสใหญ่ของทีมนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน

 

ร่างสูงที่ไม่ได้สูงโปร่งมากนัก แต่ก็มีเอกลักษณ์ตรงที่ดวงตาของเขาซึ่งตี่มาก และไม่เพียงแต่ตี่ธรรมดา หางตาของเขาก็ชี้ขึ้นไป ราวกับว่าเป็นนาฬิกาเข็มที่หน้าปัดบอกเวลา... สิบนาฬิกา สิบนาที ใบหน้าเรียวได้รูป พวงแก้มสีแดงระเรื่อเพราะเหนื่อยจากการซ้อมเต้น ใบหน้าเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเพราะการซ้อมในห้องอบอ้าวเป็นเวลานาน กำลังยืนเท้าสะเอวพูดกับบอสใหญ่ของวงอย่างจีฮุน มืออีกข้างยกขึ้นเพื่อขยี้ผมตัวเอง เขาทำกิริยาแบบนั้นได้ เพราะทั้งเขาและจีฮุนนั้นอายุเท่ากัน เกิดปีเดียวกัน จนไม่ผิดแปลกอะไรที่จะมีคำหยาบคายตามมาสมทบเวลาพูดคุย

 

 

เขาคนนั้นก็คือ ควอนซูนยอง

         

         

         

หรือมึงไม่อยากทำผลงานออกมาให้มันดีๆ ?

 

คนตัวเล็กเถียงกลับอย่างเอาเรื่อง แน่นอนว่าเพราะไม่เคยมีใครเถียงเจ้าตัวได้ซักครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าเถียงคนอย่างจีฮุนได้ นี่เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องชนะเท่านั้น !

 

ทุกคนก็อยากให้ผลงานออกมาดีทั้งนั้น มีมึงคนเดียวนั่นแหละที่จริงจังเกิน เดี๋ยวแม่งก็พลาดเพราะมึงมัวแต่หักโหม

 

กูไม่เคยทำให้วงพลาด กูไปคุมวงไหนเขาก็เต้นได้ดี เขาเต้นหนักกว่าพวกมึงเขายังไม่บนซักคำ ! ก็รอดูว่าพวกมึงจะผ่านไปได้เท่าไหร่เชียว ! ” จีฮุนเริ่มขึ้นเสียงใส่คนตัวโตกว่าเมื่ออีกฝ่ายพูดจาดูถูกการกระทำที่จริงจังของเขา

 

แล้วพวกกูคือเขาพวกนั้นรึเปล่าล่ะ มึงอย่าเอาพวกนั้นมาเปรียบเทียบกับพวกกู พวกกูไม่ใช่พวกนั้น และพวกนั้นก็ไม่ใช่พวกกู พวกกูมีศักยภาพมากพอที่จะทำการแสดงบนเวทีให้ดีที่สุด มึงไม่มีสิทธิ์เปรียบเทียบหรือดูถูกพวกกูแบบนี้ ซูนยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังเอาเรื่อง เพราะเขาเองก็โมโหมากที่คนตัวเล็กพูดจาดูถูกทีมเต้นของเขา

         

แน่นอนว่าตอนที่ไม่มีจีฮุน พวกเขาก็ซ้อมไปพักไป ซูนยองมักจะเห็นรอยยิ้มของสมาชิกในทีมบ่อยๆ เพราะเขาไม่ได้เคร่งเครียดกับการแสดง เขารู้อยู่แล้วว่าทึกคนในทีมมีสปิริท แต่เมื่ออาจารย์ประจำชมรมขอให้จีฮุนที่อยู่ชมรมเขียนพู่กันมาช่วยคุมการซ้อมเต้นของทีมพวกเขา กลับกลายเป็นว่าใบหน้าของสมาชิกในทีมเริ่มหารอยยิ้มได้ยากขึ้น บ้างก็มีบ่นบ่อยๆ จนเขาเองก็เริ่มเข้าใจหัวอกของสมาชิกในทีม ลำพังแค่เขาคนเดียวซ้อมเป็นร้อยรอบก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่คนอื่นๆก็ไม่ใช่ตัวเขาเสียด้วย ใจเขาใจเราก็ต้องเข้าใจ อีกอย่างคือไม่อยากให้สมาชิกในทีมคนไหนลาออกไปเพราะทนกับพฤติกรรมเผด็จการของจีฮุนหรอก เขาถึงต้องออกโรงแบบนี้ไง

         

มึงอย่างี่เง่าได้ไหม มีเหตุผลหน่อย กูยังไม่ได้ดูถูกมึงเลยนะ กูพูดให้กระตุ้นพวกมึงชัดๆ

 

กระตุ้นเชี่ยอะไร ? กูมีเหตุผลของกู นี่แหละคือเหตุผลของกู แต่มึงพูดแบบนี้มึงดูถูกพวกกู กูเลยไม่พอใจไง โอเคไหม ?

 

... ก็ถ้ากูพูดแค่นี้แล้วมึงบอกว่ากูดูถูก กูว่ามึงมันอ่อนหัดมากว่ะ กูคงช่วยอะไรพวกมึงไมได้อีก ซึ่งนั่นก็คือ .. มึงก็ปลุกปั้นกันเองแล้วกัน ลาขาด ! ” คนตัวเล็กเดินไปหยิบเสื้อนอกของตัวเองแล้วผลักประตูห้องซ้อมเดินออกไปทันที

         

         

         

บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบสงัดลงจนรู้สึกถึงความกดดันที่มีมากขึ้นไปอีก ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับตัววิ่งตามไปจนหนึ่งในสมาชิกทีมอย่าง จอนวอนอู เพื่อนสนิทของซูนยองเดินไปสะกิดไหล่จนเจ้าตัวมีสติขึ้นมา

         

         

         

มึงไม่ไปตามง้อเขาเหรอวะ เดี๋ยวอาจารย์รู้ข่าวพวกเราก็ซวยแย่ดิ่

         

         

         

ช่างแม่งเหอะ กูไม่ได้ผิดกูจะไปง้อเพื่อ ? ซูนยองยักไหล่เบาๆก่อนจะชวนให้เพื่อนในวงซ้อมเต้นกันต่อเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ....

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้ายบาย กลับบ้านดีๆนะเว่ย

 

การซ้อมเต้นของซูนยองจบลงด้วยดี สมาชิกทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ทุกคนบอกลาเพื่อนๆในทีมรวมถึงวอนอูและซูนยองก่อนกลับ สมาชิกเริ่มทยอยกันกลับบ้าน จะเหลือก็เพียงแค่ซูนยองและวอนอูเท่านั้นที่กำลังเก็บของอยู่ในห้องซ้อม

         

ซูนยองวอนอูเรียกเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเครื่องเสียงในห้องซ้อมให้เข้าที่

 

ว่า ?คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่า มีอะไร ?

 

มึงจะไม่ไปง้อจีฮุนหน่อยเหรอวะ ? ประเด็นเดิมถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นว่าคนตัวสูงกลับนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามจากเพื่อนสนิท

         

         

         

นั่นแฟนมึงนะเว่ย มึงจะไม่ไปง้อมันจริงๆเหรอ ?

 

!!!

 

ซูนยองหันหน้าไปมองวอนอูที่กำลังมองเขาอยู่ คนถูกถามหยุดเก็บสิ่งของต่างๆแล้วนั่งพิงกระจกห้องซ้อมเต้นพร้อมถอนหายใจเบาๆ

 

 

 

... ได้ยินไม่ผิดหรอกครับคุณ อีจีฮุนสุดเนี้ยบคนนั้นน่ะ .. เป็นแฟนของควอนซูนยองคนนี้เองล่ะ ...

 

 

 

ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ลับๆของควอนซูนยองและอีจีฮุน นอกจากโดยุน และวอนอู เพื่อนสนิทของเขา แม้แต่เพื่อนของจีฮุนเองก็ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวมีแฟนแล้ว แล้วแฟนที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ประธานชมรมการเต้น ควอนซูนยอง เนี่ยแหละที่เป็นเจ้าของหัวใจของรองประธานชมรมเขียนพู่กันคนน่ารักคนนั้น ซูนยองและจีฮุนคบกันมาหนึ่งปีกว่าแล้ว

 

รักกันได้อย่างไร ? คำถามนี้มันดังมาซ้ำซ้อนกันตอนที่โดยุนและวอนอูรู้ข่าว

 

รักกันได้เพราะจีฮุนเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของแฟนโดยุน ... เจ้านักเลงประจำโรงเรียน ชเวซึงชอล นั่นแหละ เขาพบจีฮุนตอนที่เจ้าตัวเดินตามซึงชอลที่กำลังมาหาโดยุน เมื่อตอนมอปลายปีหนึ่ง

         

         

... ว่ากันว่า ถ้าหากเราพบใครเพียงห้าวินาทีแรกแล้วรู้สึกชอบ แสดงว่าคนนั้นแหละคือความรักของเขา

 

แน่นอนว่า แค่สามวินาที ซูนยองคนนี้ก็ตกหลุมรักคนน่ารักอย่างจีฮุนอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว และนั่นทำให้ตลอดเวลาสิบเดือนเขาพยายามจีบอีกฝ่ายซึ่งนั่นมันก็ยากมากสำหรับเขา เพราะฝ่ายที่ถูกจีบนั้นไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อนไปกับเขาเลยซักครั้ง

 

จนวันหนึ่ง เขากำลังจะไปหาจีฮุนที่บ้าน แต่ก็พบว่าแม่ของจีฮุนป่วยหนัก และไม่มีใครอยู่บ้านซักคน ซึ่งเขาก็เป็นคนพาแม่จีฮุนไปส่งโรงพยาบาลเอง พอจีฮุนรู้ข่าวก็รีบวิ่งมาที่โรงพยาบาลทันที และเพราะความดีนั้นทำให้จีฮุนเริ่มรู้สึกดีกับเขา ผ่านเดือนที่สิบไป จีฮุนก็ตกลงเป็นแฟนกับซูนยองแต่นั่นต้องเป็นความลับเพราะคนตัวเล็กไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองมีแฟน ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ และก็ทำให้ซูนยองรู้มาอีกว่า จีฮุนเป็นเพื่อนสนิทซึงชอลแต่ไมได้อยู่ในวงการนักเลงเพราะซึงชอลบอกว่า คนอย่างจีฮุนไม่ควรมีมือที่เปื้อนเลือดอย่างเจ้าตัว

 

 

.. จะว่าไปแล้วซึงชอลมันก็เป็นคนรักเพื่อนและดูแมนมากนะ ...

แต่นั่นก็ช่างมันเถอะ

         

         

         

ก็กูไม่ผิด จีฮุนพูดกับคนในวงแรงเกินไป ซูนยองหลับตาลงเหมือนต้องการที่จะพักสายตาและพักสมองที่อ่อนล้าจากการซ้อมและคิดท่าเต้น รวมถึงพักจากการที่ทะเลาะกับคนรักกลางห้องซ้อมแบบนั้น

 

แต่มึงพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะเว่ย จีฮุนก็คงมีเหตุผลของเขา

 

แต่เหตุผลกูสำคัญกว่า กูแคร์คนในวงมากนะ จีฮุนไม่เข้าใจกูหรอก

 

แต่มันหวังดีกับพวกเรามากนะเว่ย ไม่งั้นมันจะยอมมาช่วยดูพวกเราเต้นเหรอวะ อย่าลืมดิ่ว่าจีฮุนมันเลิกเต้นไปเมื่อปีก่อนแล้วนะมึง วอนอูล้มตัวนอนแผ่กลางห้องตามซูนยองที่นั่งพิงกระจกแล้วหลับตา บางทีเขาก็ยังไม่เข้าใจทั้งสองคนว่า ทุกวันนี้พวกเขาทะเลาะกันทุกวันแล้วยังเป็นแฟนกันอยู่ได้อย่างไร ...

         

         

         

... ความรักเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับวอนอูเสียจริงๆ ...

         

         

         

ช่างมันเถอะ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง กูกลับบ้านก่อนนะวอนอู ฝากปิดไฟปิดพัดลมในห้องซ้อมด้วยคนตัวสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบผ้าขนหนูสีหวานที่ใครบางคนเป็นคนซื้อให้ใช้พาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เพื่อนซี้อย่างวอนอูได้แต่เกาศีรษะด้วยความงุนงงอยู่อย่างนั้น

         

         

         

         

         

แล้วก็ให้กูปิดห้องคนสุดท้ายตลอดเนี่ยนะ ? ไอ่เชี่ยนี่แม่ง ! ”

         

         

         

         

         

มือหนาเอื้อมจับหูประตูล็อคเกอร์พร้อมเปิดเพื่อที่จะหยิบเสื้อนอกและกระเป๋าเป้ แต่ทว่าสายตาคมดันไปสะดุดกับเศษกระดาษแผ่นเล็กๆในล็อคเกอร์ ปกติซูนยองก็ไม่เคยทิ้งขยะในล็อคเกอร์ซักครั้ง ล็อคเกอร์ของเขาจะสะอาดตลอด

         

         

         

... แล้วนี่ใครมันมือบอลมาทิ้งขยะในล็อคเกอร์เขาวะเนี่ย ! ... 

         

         

         

ว่าแล้วมือเรียวก็หยิบเศษกระดาษขึ้นมาแล้วพลิกเพื่อดูว่ามีอะไรขีดเขียนไว้หรือไม่ และก็พบว่ามีลายมือเรียบร้อยที่คนตัวสูงเห็นจนคุ้นตา เพราะมีเพียงคนเดียวที่เขียนได้น่ารักขนาดนี้ แต่ประโยคใจความเนื้อหาในกระดาษน่ะสิ่ที่ไม่โสภาตามตัวหนังสือ และเพราะประโยคนั้นทำให้ซูนยองคิ้วขมวดเป็นปมใหญ่ทันที ก่อนจะรีบหยิบกระดาษพร้อมสัมภาระแล้ววิ่งออกจากโรงเรียนทันที

         

         

         

         

         

... จะไปอยู่กับยายซักพัก ไม่ต้องตามมา ยังไม่อยากเจอหน้าคนใจร้าย คนนิสัยไม่ดี

.. จีฮุน ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์ที่ซูนยองไม่ได้เจอหน้าจีฮุนเลยแม้แต่เงา จีฮุนเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสียด้วย ขนาดไปโรงเรียน เขาไปหาถึงที่ห้องก็ไม่พบเจ้าตัวเลย ไม่ว่าจะไปหาที่ห้องไหนๆ เขาก็ไม่เจอจีฮุนเลย เขารู้ว่าจีฮุนกำลังหลบหน้าอยู่ แต่นั่นเขาก็อยากจะเคลียร์กับคนตัวเล็กให้รู้เรื่อง ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เมื่อร่างสูงได้ยินข่าวจากซึงชอลว่าจีฮุนไปบ้านยายที่ชอลลาเหนือ การคาดคะเนของซูนยองผิดไป ถึงแม้ว่าบ้านของยายของจีฮุนจะไม่ได้ไกลจนเรียกว่าเป็นต่างประเทศ แต่นั่นก็ไม่ได้ใกล้สำหรับซูนยองเลยทีเดียว เมื่อรู้ข่าวแล้วซูนยองแทบจะสบถเป็นภาษาบ้านเกิดตัวเอง มือเรียวรีบหยิบโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาพร้อมกดเบอร์ด่วนหมายเลขหนึ่งที่บันทึกเบอร์ของคนสำคัญไว้ แต่แล้วก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายปลายทาง จนโทรไปรอบที่สามกลับกลายเป็นบริการรับฝากข้อความเสียงเสียได้

           

           

           

... กล้าดียังไงปิดมือถือใส่ซูนยองคนนี้นะ ! ก็รู้อยู่ว่าไม่ชอบให้ปิดมือถือใส่ยังจะทำอีก ...

           

           

           

 และนั่นก็ยิ่งทำให้คนตัวโตยิ่งโมโหเข้าไปอีก จนโดยุนผู้เป็นเพื่อนสนิทของซูนยองอีกคนเห็นเจ้าตัวกำลังสบถไปดิ้นโมโหไปจะกลัวว่าจะพลาดท่าตกบันไดลงไปจนท่าสวย จึงรีบเดินเข้าไปหา

           

แกเป็นอะไรไปซูนยอง ใจเย็นๆ ทำหน้าทำตาเครียดแบบนั้น อาจารย์ชมรมด่าแกเหรอ ?

 

ถ้าอาจารย์ด่าฉัน ฉันยังจะรู้สึกดีกว่าตอนนี้อีกจะบอกให้ โดยุน ซูนยองนวดขมับตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์ไม่โวยวายออกไปมากกว่านี้

           

การที่อยู่กับตัวเอง ได้อาละวาดออกไป ก็ทำให้เข้าใจได้ว่าเพราะคำพูดที่เขาคิดว่ามันไม่ผิด เขาพูดถูก แต่มันไปทำลายความรู้สึกของจีฮุนจนแทบจะไม่เหลืออะไร เขารู้ว่าจีฮุนหวังดีกับทีมของเขา อยากให้ทีมของเขาชนะ แต่นั่นเพราะอารมณ์ชั่ววูบบวกกับที่นิสัยของคนตัวโตเป็นคนห่วงเพื่อนในทีมไม่อยากให้เพื่อนในทีมลำบากใจ เขาจึงทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี จนสุดท้ายก็ต้องเป็นแบบนี้มันยิ่งทำให้เขาอยากจะชกหน้าตัวเองให้หายงี่เง่าเสีย

 

แกทะเลาะกับจีฮุนมารึไง ? เดาผิดเสียที่ไหน คนอย่างโดยุนรู้ทุกอย่าง เดาใจถูกทุกอย่างเสียจนคนอย่างซูนยองไม่กล้าโกหกเลยทีเดียว

 

อือ มันแรงมากๆด้วย

 

แล้วไม่ไปง้อจีฮุนนี่รึไงล่ะ ? ทิ้งไว้นานๆแบบนี้ระวังมันจะแย่เอานะ โดยุนหย่อนตัวนั่งลงบนขั้นบันไดที่ซูนยองนั่งอยู่

 

ความจริงฉันคิดว่าฉันไม่ผิด แต่เพราะอะไรไม่รู้ ทำไมอยู่ๆฉันถึงกลายเป็นคนผิดไปได้

 

ไม่หรอก แกก็ไปเคลียร์กับจีฮุนดีๆ ค่อยๆเคลียร์กันแบบใจเย็นๆสิ ... เนี่ย พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมเล็กแล้ว นายก็เอาเวลานี้ไปง้อจีฮุนดิ แล้วค่อยกลับมาซ้อมเต้นก็ยังทันนะ ...

 

“ … ”

 

คนเราน่ะ ความคิดความอ่านมันไม่เหมือนกันหรอก เราต้องมองมุมมองของเขาแล้วก็เอามาปรับกับความคิดของเราให้ได้ อะไรที่มันหยวนๆกันได้ก็หยวนๆกันไป จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ ไม่งั้นคนนึงคิดว่าความคิดตัวเองถูก แต่อีกคนก็บอกว่าตัวเองถูก ถ้าเป็นแบบนี้คงไปกันรอดหรอกโดยุนสั่งสอนเพื่อนสนิทของตัวเองเพื่อให้เจ้าตัวได้คิด เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ซูนยองและจีฮุนทะเลาะกันแรงแบบนี้

           

เข้าใจแล้วหน่า ขอบคุณมากนะโดยุน

 

เห้ยไม่เป็นไร เพื่อนกันหน่า โดยุนตบบ่าอีกคนเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ

           

           

           

... เขาต้องเคลียร์กับจีฮุนภายในวันพรุ่งนี้ให้ได้ คอยดูสิ่ ! ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเลิกเรียน ซูนยองรีบกลับบ้านไปเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้เพื่อจะไปง้อใครบางคนที่งอนอยู่ที่ชอลลาเหนือทันที สามชั่วโมงหลังการเดินทางจากกรุงโซลไปยังเมืองชอลลาเหนือ ก็ทำให้คนตัวสูงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านทรงดั้งเดิม ทำไมถึงรู้ว่านี่มันบ้านจีฮุน ? ไม่ยากๆ แค่เอาอะไรบางอย่างไปล่อให้ซึงชอลบอกที่อยู่บ้านจีฮุนอยู่ที่ไหนก็แค่นั้นเอง ส่วนเอาอะไรไปล่อก็ ...

 

 

ไม่บอกหรอก !!!

 

 

จากด้านนอกนั้น มองเห็นผ่านรั้วประตูซี่เล็กๆก็พบต้นไม้นานาพันธุ์ปลูกอยู่เต็มบ้าน ให้ความรู้สึกว่าบ้านคงร่มรื่นเสียทีเดียว ดูแล้วคนสบายตาไม่น้อยหากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ บวกกับตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ส่งผลให้ใบไม้บนต้นไม้นานาพันธุ์ผลัดใบเป็นสีส้มแดงสลับกันไปมา ยิ่งทำให้คนมองรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

           

... แน่นอนสิ่ .. ควอนซูนยองคนนี้ชอบฤดูใบไม้ร่วงมาก เขาคงจะดื่มด่ำกับมันมากกว่านี้ถ้าเขาไม่มีธุระที่ต้องมาสะสางกับเจ้าของบ้านตรงหน้า ...

           

           

           

นิ้วเรียวเอื้อมไปกดออดเรียกไปสองครั้งจนได้ยินเสียงของสุภาพสตรีคาดว่าเป็นวัยชราเอ่ยรับก่อนเธอจะค่อยๆเดินมาที่ประตูพร้อมเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือนตามสภาพของคนชรา

           

           

           

สวัสดีครับคุณยาย ซูนยองโค้งสวัสดีสตรีวัยชราเจ้าของบ้านที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่เขากำลังตามหาอยู่

           

สวัสดีจ้ะหนู หนูมาหาใครหรือ ? สตรีวัยชราเอ่ยถามแขกผู้มาเยือนที่เป็นเด็กวัยรุ่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และนั่นก็ยิ่งทำให้ร่างสูงรู้สึกคิดถึงรอยยิ้มนั้นที่ประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักของใครบางคน

 

สวัสดีครับ ผมชื่อควอนซูนยอง เพื่อนจีฮุนครับ ผมมาหาจีฮุนน่ะครับคุณยาย

 

อ่า ... หลานจีฮุนหลับอยู่น่ะหนู เข้ามาข้างในก่อนไหม ? เดี๋ยวยายไปปลุกจีฮุนให้คุณยายเอ่ยถามเสร็จก็กำลังจะเอี้ยวตัวเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปเรียกหลานชายของเธอ แต่ทว่าซูนยองกลับเรียกคุณยายไว้

 

ไม่เป็นไรครับคุณยาย เอ่อคุณยายครับ ... คือว่า ...

 

หืม ?

 

ตอนนี้มันเย็นแล้ว ผมไม่มีคนรู้จักที่อยู่ในจังหวัดนี้เลย ผมไม่มีที่ที่จะไปนอนน่ะครับ จะเป็นการรบกวนไหมถ้าผมจะขอพักอาศัยบ้านคุณยายซักวันสองวันก่อน ซูนยองเอ่ยขออนุญาตเจ้าของบ้านด้วยน้ำเสียงที่สุภาพจนคุณยายยิ้มออกมาพร้อมพยักหน้าอนุญาต และพาคนตัวโตเข้าไปในบ้านของเธอ

           

           

           

           

           

อ่า ... ยายไม่ได้จัดห้องอะไรไว้เลยเพราะมันกะทันหันมาก จะเป็นอะไรไหมหนูถ้ายายจะให้หนูไปนอนห้องเดียวกับจีฮุน ไหนๆหนูกับจีฮุนก็รู้จักกันใช่ไหม ?

 

คุณยายของจีฮุนเดินออกมาจากห้องนอนที่เตรียมไว้รับแขกก่อนจะบอกเป็นเชิงว่าไม่ได้จัดเตรียมห้องไว้ก่อน มันจึงรกและถ้าให้จัดมันก็เป็นการเสียเวลาของซูนยองที่จะพักผ่อน บวกกับซูนยองเองก็รู้สึกเกรงใจคุณยายด้วย จึงไม่ได้รบกวนให้คุณยายจัดห้องให้

           

ไม่เป็นไรครับคุณยาย ผมกับจีฮุนรู้จักกันดี ผมนอนห้องจีฮุนก็ได้ครับ

 

ร่างสูงเอ่ยยิ้มๆจนแก้มปริ คุณยายจึงผายมือไปยังห้องริมสุดทางด้านขวามือก่อนจะบอกว่าจีฮุนนอนในห้องนั้น ซูนยองโค้งตัวขอบคุณคุณยายพร้อมเดินไปที่ห้องของจีฮุนทันที ไม่ลืมที่จะรับฟังคำสั่งจากคุณยายที่บอกเขาไว้ด้วย

           

           

           

หนูๆ ตอนหกโมงเย็นอย่าลืมเรียกหลานจีฮุนมากินของว่างด้วยนะจ้ะ ยายจะเตรียมกับขนมไว้

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

บานประตูห้องนอนถูกเปิดออกให้แขกผู้มาเยือนได้ย่างกรายเข้าไป พบว่าร่างเล็กน่ารักที่เขาคิดถึงมาตลอดสองอาทิตย์กำลังนอนหลับอยู่อย่างที่คุณยายได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ แพขนตาหนาที่นิ่งสนิท พวงแก้มสีชมพูระเรื่อ กลุ่มผมสีดำสนิทดูลื่นราวกลับกลุ่มเส้นไหมที่ปรกหน้า แผ่นอกบางที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอผ่านผ้าห่มที่คลุมตัวจนมิดลำคอขาว นั่นก็แสดงให้แขกผู้มาเยือนได้รู้ว่าเจ้าของห้องกำลังนอนหลับสนิทเสียทีเดียว ซูนยองละสายตาจากร่างเล็กและถือวิสาสะปิดประตูห้องเบาๆก่อนจะเดินสำรวจดูรอบๆห้องของคนตัวเล็ก

ภายในห้องดูสะอาดตา ซึ่งมันแสดงถึงนิสัยของเจ้าของห้องว่าเป็นคนสะอาดและมีระเบียบมากแค่ไหน ผนังห้องถูกประดับด้วยรูปถ่ายทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วก็จะเน้นแนวแลนด์สเคปเสียมากกว่า เมื่อเห็นแล้วก็น่าจะดูออกว่าเป็นฝีมือการถ่ายของเจ้าของห้อง ชั้นวางหนังสือที่มีทั้งหนังสือเรียน หนังสือการ์ตูน และโล่รางวัลจากการแข่งขันทั้งเต้น ร้องเพลง และแข่งเขียนพู่กัน ทำให้คนที่เข้ามาก็รับรู้อยู่เสมอว่าเจ้าของห้องเป็นเด็กกิจกรรมดีเด่นมากน้อยแค่ไหน เหลือบสายตาไปที่โต๊ะเขียนหนังสือที่วางติดกับหน้าต่างนั้นจะดูเรียบร้อยตามสภาพห้องถ้าไม่มีสมุดเล่มหนึ่งกางไว้อยู่บนโต๊ะ เดินเข้าไปใกล้ๆโต๊ะเขียนหนังสือนั่น เพื่อดูว่าสมุดที่เห็นนั้นมันคือสมุดอะไร ...

           

           

           

           

           

คนใจร้าย ! ’

 

ไอ่นิสัยไม่ดี ! ’

 

ใจร้ายใจร้ายใจร้ายที่สุด !!!! ’

 

ควอนซูนยองงี่เง่าที่สุด !

 

          ไอ่บ้าเอ้ยยยย !?!

 

ย๊า ! ควอนซูนยอง ฉันเกลียดนาย !!!

 

งี่เง่า งี่เง่า งี่เง่า งี่เง่า งี่เง่า งี่เง่า !!!!! ’

         

         

... และอื่นๆอีกมากมาย

           

           

           

แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนอ่านรู้สึกโกรธแต่อย่างใด กลับทำให้คนอ่านรู้สึกอยากยิ้มกว้างๆกับการกระทำแสนน่ารักที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมันนอกจากเขาคนนี้เสียด้วยซ้ำไป

           

... ควอนซูนยองงี่เง่างั้นเหรอ ? ... ก็อาจจะจริงมั้งนะ

 

ซูนยองเอ่ยกับตัวเองเบาๆ พร้อมขำให้ตัวเองเสียเล็กน้อยเหมือนเป็นการปลอบใจตัวเองว่าตัวเองงี่เง่าจริงอย่างที่คนตัวเล็กเจ้าของห้องเขียนไว้

           

           

           

           

           

ก็รู้ตัวเองนี่ว่างี่เง่าน่ะ

 

เห้ย !!!

           

           

           

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

           

           

           

ร่างสูงหันขวับไปหาต้นเสียงก็พบว่าเจ้าของห้องที่เมื่อสักครู่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา ตอนนี้กลับตื่นมานั่งจ้องเขาผู้เป็นแขกไร้มารยาทเขม็งเลย ซูนยองได้แต่หัวเราะแห้งๆตอบกลับไปก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าของห้องที่ข้างๆเตียงทันที

           

           

           

ต .. ตื่นนานแล้วเหรอจีฮุนอ่า

 

ก็ตื่นนานพอที่จะเห็นคนไร้มารยาทเดินมาวุ่นวายโต๊ะหนังสือฉันนั่นแหละ

 

คนตัวเล็กมองอีกคนด้วยแววตานิ่งเสียจนคนที่มาตามง้อถึงกับใจแป้ว ก็รู้ว่าไปยุ่มย่ามของส่วนตัวของคนอื่นมันไม่ดี แต่ก็อย่างว่า มันวางให้เห็นเป็นใครจะไม่อยากดูล่ะจริงไหม ?

 

มีอะไรถึงได้มาถึงที่บ้านยายของฉัน ฉันก็บอกชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องตามมา จีฮุนถามซูนยองที่ตอนนี้นั่งจ้องใบหน้าของตัวเองไม่วางตาด้วยใบหน้าหงุดหงิดจัด พลางพับผ้าห่มที่เพิ่งห่มคลุมร่างเล็กๆนั้นให้เรียบร้อย

 

มันไม่ชัดเจนสำหรับฉัน

 

เพราะอะไรมันถึงไม่ชัดเจน ฉันเขียนใส่กระดาษแล้ว ตัวหนังสือก็ไม่ได้หวัดห่วยๆแบบนาย นายก็น่าจะเห็นในล็อคเกอร์

           

ก็เพราะนายไม่ได้บอกกับฉันตรงๆกับปากของนายเอง มันไม่ชัดเจน มีอะไรก็พูดตรงๆดิวะ ฉันมันคนชัดเจนอยู่แล้วซูนยองเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว ด้วยความอารมณ์ร้อนบวกกับเริ่มจะขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูดทีไรก็เจ็บใจตัวเองทุกทีเลยเป็นแบบนี้เสียทุกรอบ

           

นายออกไปก่อนไป

 

คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนหันหลังให้อีกฝ่ายเพื่อที่จะไม่ต้องมองหน้าให้รู้สึกเจ็บใจ ต้องร้องไห้ แต่เหมือนว่าจะไม่มีการขยับเขยื้อนตัวของอีกฝ่ายที่จะเดินออกไปนอกห้องนอนของเลยแม้แต่น้อย จนสุดท้ายก็ทำให้เขาต้องไล่คนตัวโตอีกรอบ

 

            “ … ”

           

นายจะไม่ออกไปใช่ไหม ?

 

...

           

           

           

ฉันบอกให้ออกไปซะ ฉันยังไม่อยาก ... / ฉันคิดถึงนาย ! ชัดเจนพอไหม ?

           

           

           

!!!!!!!!!!!!!!

           

           

           

ซูนยองเอ่ยขึ้นเสียงดังในขณะที่จีฮุนกำลังจะเอ่ยขับไล่ให้ออกจากห้องไป ทุกสิ่งอย่างในห้องกลับเงียบสงัดราวกับกำลังสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ จะมีก็เพียงแต่ก้อนเนื้อด้านซ้ายที่อยู่ๆก็เต้นรัวราวกับว่าเป็นคนบ้าบอถูกลอตเตอรี่อยู่อย่างนั้น

           

           

           

... กลัวชะมัด ...

 

กลัวว่า ถ้าซูนยองเกิดได้ยินมันเข้า เขาไม่อยากให้ซูนยองได้ยินเสียงบ้าบอนี้ เขาใจไม่แข็งพอ ...

           

           

           

ดวงตาเล็กเบิกโตเมื่อใครบางคนเดินประชิดตัวพร้อมสวมกอดเขาจากด้านหลังแน่น ใบหน้าได้รูปซบลงไหล่ลาดด้านขวา รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆของร่างสูงที่ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกแบบนี้มาสองอาทิตย์เต็มๆ คนตัวเล็กที่ถูกกอดกำมือตัวเองแน่น พยายามกลั้นใจไม่ใจอ่อนไปกับการกระทำของร่างสูง เพราะเขาสัมผัสได้ว่ามีอะไรชื้นๆอยู่บนบ่า

           

           

           

... ซูนยองร้องไห้งั้นเหรอ ?

คนอย่างควอนซูนยองเนี่ยนะ ...

           

           

           

ฉันขอโทษที่งี่เง่า ... จีฮุนอ่า

 

...

 

นายไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แค่ฟังฉัน ฟังฉันแค่นั้นพอ ...

 

...

 

คนตัวเล็กไม่ปริปากพูดอะไร แต่กลับปล่อยโอกาสให้คนตัวโตได้พูดในสิ่งที่อยากพูด จีฮุนขบเม้มริมฝีปากตัวเองเบาๆเพื่อเป็นการยับยั้งใจไม่ให้เตลิดไปกับสิ่งที่คนตัวสูงกำลังจะพูดออกมา

           

ฉันขอโทษที่ใจร้อน ขอโทษที่งี่เง่า ขอโทษที่ด่าว่านายต่อหน้าคนในวงของฉัน ขอโทษที่เอาแต่ใจตัวเอง ขอโทษที่ฉันไม่สนใจนายเลย ขอโทษที่ไม่ได้มาง้อนายให้ไวกว่านี้ ...

           

            “ … ”

           

... ขอโทษที่ฉันไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของนายเลย ทั้งๆที่สัญญา ... กับนายไว้แล้วแท้ๆ

           

...

 

ที่ฉันมาวันนี้ฉันไม่ได้จะมายั่วอารมณ์ให้นายโกรธนะ ... ฉันแค่จะมาง้อนาย ง้อนายแค่นั้นแหละ จีฮุน ร่างสูงผละออกจากคนตัวเล็กก่อนจะนั่งนิ่งๆแล้วยีหัวตัวเองเหมือนกับว่ามันไม่สบอารมณ์ตัวเองเลย เรียวปากเริ่มสบถภาษาถิ่นเกิดเบาๆ

           

           

           

... พูดบ้าอะไรไปวะ ควอนซูนยอง แม่งนึกว่าจีฮุนจะยอมคืนดีกับมึงเหรอ ไม่มีทางหรอก ! ...

         

         

         

ฉันขอโทษจริง จีฮุน

         

         

         

         

         

... เลิกร้องไห้ได้แล้ว ควอนซูนยอง

 

ไม่ว่าเปล่า คนตัวเล็กหันหน้ามาเผชิญกับอีกฝ่าย เงยหน้ามองคนตัวโตที่ใจไม่โตตามเอาเสียเลย ซ้ำร้ายยังขี้แยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก มือเล็กเอื้อมขึ้นไปเช็ดหยดน้ำใสที่ยังคลอระริกอยู่ที่ขอบตาเรียวคมนั้นออกไป ยกยิ้มบางๆปลอบใจใครอีกคนที่ตอนนี้กำลังเงยหน้ามองเขาอยู่

 

ร้องไห้แบบนี้มันไม่สมกับเป็นคุณประธานชมรมเต้น ควอนซูนยองเลย... อุ้บ ! ”

 

ด้วยความคิดถึงตลอดสองอาทิตย์ บวกกับความลดหย่อนทางอารมณ์ของจีฮุนที่มีต่อซูนยอง มันทำให้คนตัวโตรู้สึกอยากจะทำอะไรซักอย่างที่จะทำให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขาคิดถึงมากและรู้สึกผิดมากเพียงใด

ร่างสูงรั้งเอวเล็กไว้พร้อมโน้มใบหน้าหล่อเข้าใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่านและประกบริมฝีปากเล็กที่นุ่มราวกับมาร์ชเมลโล่เนื้อนิ่มเบาๆ มือเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดงที่ร่างสูงสวมทับเสื้อยืดไว้ข้างนอก จูบที่หวานกว่ามาร์ชเมลโลที่ไม่ได้สัมผัสมันมานานถึงสองอาทิตย์ยิ่งทำให้คนตัวโตแทบไม่อยากผละมันออกมาแม้แต่วินาทีเดียว ริมฝีปากเรียวขบเม้มริมฝีปากเล็กเบาๆเป็นเชิงขออนุญาต จนริมฝีปากเล็กนั้นเผยอออกเล็กน้อย เล็กขนาดที่ร่างสูงสามารถนำเรียวลิ้นไปกระหวัดหยอกเล่นกับลิ้นร้อนอีกฝ่าย ก่อนจะเพิ่มความแนบชิดด้วยเรียวลิ้นซุกซนไปทั่วโพรงปาก มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวเล็กไว้ ส่วนอีกข้างยกขึ้นประคองใบหน้ากลมเนียนใสนั้น คนตัวเล็กหยอกเล่นลิ้นกับอีกฝ่ายกลับด้วยท่าทางเงอะงะ มือเล็กเริ่มกำมือทุบอกอีกฝ่ายเบาๆเพื่อให้คนตัวโตรู้ว่าอากาศหายใจของเขาเริ่มจะหมดลงแล้ว ซูนยองจำใจต้องผละออกมาช้าๆอย่างรู้สึกเสียดาย จีฮุนก้มหน้างุดหลบซ่อนใบหน้าที่แดงซ่านเพราะความเขิน เม้มริมฝีปากตัวเองแน่นจนคนตัวโตกว่ายิ้มกว้างพลางยีผมอีกฝ่ายเบาๆ

           

           

           

ปกติฉันอยู่กับนายฉันก็ไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ซูนยองเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากเมื่อกี้ที่ยังร้องไห้อยู่แท้ๆ

 

เมื่อกี้นายยังร้องไห้อยู่เลยนะ อะไรตอนนี้มายิ้มงั้นเหรอ คนตัวเล็กแหวใส่ทันที

 

ก็เมื่อกี้มันกดดันนี่หว่า กลัวนายไม่ให้อภัย ฉันก็แย่ดิ่

           

รู้งี้ไม่ให้อภัยซะยังดีกว่า ...

 

คนตัวเล็กมุ่ยหน้าใส่อีกฝ่ายก่อนจะหันหลังจะเดินหนีออกไปจากห้อง แต่ช้ากว่าร่างสูงที่รั้งแขนอีกฝ่ายพร้อมดึงให้ร่างเล็กตกมาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง

           

           

           

ฉันขอโทษนะจีฮุน ยกโทษให้ฉันนะ ....

           

           

           

           

           

อือ ฉันยกโทษให้นายตั้งแต่ที่นายกล้ามาเหยียบที่บ้านฉันแล้ว

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้านนายนี่บรรยากาศดีนะจีฮุน ฉันชอบ

 

ซูนยองเอ่ยขึ้นหลังจากที่หย่อนตัวนั่งลงที่ระเบียงข้างบ้านที่ตรงหน้าเป็นสนามเล็กๆ มีแต่ต้นไม้ปกคลุมทั่วพื้นที่ ชวนให้รู้สึกสบายใจและร่มรื่น สายตาคมมองไปรอบๆพร้อมรอยยิ้มที่ยกขึ้นกว้าง ดูแล้วก็รู้สึกชอบ

           

           

           

แต่ก็อย่างว่า ชอบหลานเจ้าของบ้านมากกว่านะ ...

           

           

           

ก็ลองนายบอกไม่ชอบดิ่ ก็จะไล่นายออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้แหละ

 

คนตัวเล็กเดินมาพร้อมกับถาดขนมและน้ำชาที่คุณยายจัดเตรียมไว้ให้ ก้มตัววางถาดขนมและหย่อนตัวนั่งลงข้างๆอีกฝ่าย บรรยากาศความเงียบก็ปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงนกร้องที่ทำลายบรรยากาศเงียบๆนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวที่จะทำลายมันได้

           

เพิ่งรู้ว่านายชอบฤดูใบไม้ร่วง จีฮุนเปิดประเด็นขึ้นมาหลังจากที่ทั้งคู่นั่งเงียบกับมานานพอสมควร

 

รู้มาจากใครล่ะ ?ซูนยองที่เพิ่งตักขนมเข้าปากตัวเองเอ่ยถามกลับพร้อมคุ้ยขนมในปากตุ้ยๆ

 

กินเลอะว่ะ ไม่ต้องกลัวใครแย่งกินหรอก คนตัวเล็กเอื้อมมือไปหยิบเศษขนมที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายออก

           

คนถูกกระทำยิ้มกว้างขึ้นอีกเมื่ออยู่ๆคนตัวเล็กกลับทำอากัปกิริยาน่ารักๆที่ไม่ค่อยจะได้เห็นนอกจากความเย็นชา ถึงมันจะเป็นเรื่องที่ชินแล้วที่จีฮุนเป็นคนเฉยชากับเขา แต่เขาก็รู้สึกดีกว่าที่เจอการกระทำแบบเมื่อสักครู่

           

            “ สรุปไปรู้มาจากใครว่าฉันชอบใบไม้ร่วง

           

รู้มาจากโดยุนน่ะ เห็นโดยุนบอกว่านายชอบฤดูนี้มาก

 

คนตัวเล็กเริ่มตักขนมเข้าปากตัวเองบ้าง ซูนยองหัวเราะเบาๆกับสิ่งที่คนข้างๆเพิ่งจะรู้หากไม่ถามเพื่อนของเขา เพราะเขารู้ว่าจีฮุนไม่ค่อยสนใจเรื่องของคนอย่างเขามากหรอก ถ้าไม่ได้อยากรู้จริงๆ แต่เดี๋ยวก็ได้ยินจากโดยุนมาบ้างว่าจีฮุนชอบถามเรื่องของเขาเยอะพอสมควร

           

           

... โธ่ กว่าจะมาสนใจเรื่องของเขา ก็นานพอตัวนะ

แต่ไม่เป็นไร .. ยอมให้คนนี้คนเดียวก็แล้วกัน ! ...

           

           

           

           

           

แล้วทำไมนายถึงชอบฤดูใบไม้ร่วงล่ะ ? “

 

จะเอาคำตอบแบบกวนประสาทหรือว่าแบบเลี่ยนๆล่ะหืม ? คนตัวโตเวอร์ชั่นกวนประสาทกลับมาอีกครั้ง กวนประสาทจนอีกฝ่ายยกมือเขกหัวแรงๆหนึ่งที มือหนายกขึ้นลูบหัวตัวเองป้อยๆ

 

เอาแบบที่ฉันฟังแล้วไม่อยากถีบนายทิ้งก็พอ

 

เพราะคำตอบของคนตัวเล็กทำให้อีกฝ่ายถึงกับหลุดขำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือข้างหนึ่งของคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆพร้อมยกรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนตัวเล็กแกว่งไปมาด้วยความรู้สึกขวยเขินอีกฝ่าย

           

           

           

เพราะว่าฉันรู้สึกว่ามันสบายใจทุกครั้งที่ได้สัมผัสมันน่ะ ดูสิเวลามันร่วงลงมามันก็ไม่เห็นจะต้องจริงจังอะไรมากเลย ก็แค่ปล่อยตัวลงมา สบายดีออก สบายใจจนบางทีอยากจะให้คนที่อยู่ข้างๆฉันได้สบายใจตามฉัน ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้เหมือนฉันบ้างน่ะ เขาจะได้ไม่จริงจังกับชีวิตมากไป

           

...

           

ฉันเป็นห่วงเขาน่ะ เพราะฉันรักเขาฉันเลยไม่อยากให้เขาคิดอะไรหยิบย่อยจนต้องเอามันมาใส่ใจเพื่อเครียดเรื่อยเปื่อย นายเข้าใจใช่ไหมล่ะ ?

           

           

           

           

           

รู้แล้วหน่า ... ฉันไม่จริงจังกับชีวิตเกินไปแล้วก็ได้ ...

 

จีฮุนเสมองไปอีกฝั่งเพื่อซ่อนใบหน้าน่ารักที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กหุบยิ้มไม่ลงจริงๆ เมื่อได้ยินประโยคที่เคลือบคำบอกรักกลายๆจากคนตัวโตที่เขารักไม่ต่างจากที่อีกฝ่ายรักเขา มือหนายังคงกุมมือเล็กไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็เอี้ยวตัวมายีกลุ่มผมนิ่มของคนตัวเล็กอย่างเคยชิน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านทางมือที่ถูกกอบกุมและมือที่วางไว้บนหัวนั้น ยิ่งทำให้คนตัวเล็กมั่นใจได้มากขึ้นว่าคนข้างๆเขาจะยังคงรักและแคร์เขาเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง

           

           

           

           

           

ฉันรักนายนะจีฮุน รักนายมากๆเลย

           

           

           

อื้ม ฉันก็รักนายเช่นกันซูนยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

END.








- 160519 -

สวัสดีตอนที่แปดค่ะ

ความจริงแปะไว้วันที่ 19 แต่กว่าจะได้เอาลงก็ต้องรอหน้าร้อนจบก่อนงี้

เรื่องนี้เป็นฟิคโปรเจ็กต์ที่เราเคยแต่งเอาไว้นานมาก 

เรื่องนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงหน่วงเบาๆและอบอุ่นปิดท้าย คิ

ฤดูนี้เป็นคู่ของซูนยองคนใจร้อนและจีฮุนคนขี้งอนแหละอิอิ ลองอ่านดูน้ารับรองว่าสนุกอยู่เหมือนกันน

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) #pnn17fic 

หรือว่าจะเมนชั่นมาคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

 

 

เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !

(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #152 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:58
    โอ๊ยยนน่ารักกก คนใจร้อนกับคนขี้งอนอ่ะฮื่อออ ซูนยองถึงกับง้อไปร้องไห้ไปกลัวจีฮุนไม่ให้อภัยงี้โอยยนเอ็นดู เขินด้วยยแงงง
    #152
    0
  2. #133 Frank_Datayoung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:21
    โอ้ยยยยย จีฮุนน่ารักมากอ่ะ ยิ่งข้อความในโพสอิทนะ ยิ่งโคตรน่ารัก คนอะไรจะงอนได้น่ารักขนาดนี้ ซูนรักจี้มากๆเลยยยย ฮืออออ
    #133
    0
  3. #105 bararia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:01
    โหซูนยองกว่าจะไปง้อเค้านะคนเรา
    #105
    0
  4. #21 Kamiminto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 20:12
    คนบ้าาาา เขินนไปหมดดดด ง้อแบบนี้เราก้หายนะ-///-
    #21
    0
  5. #20 byuntong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 21:15
    พี่ซูนก็ใจร้ายพูดแรงใส่จี้น้อยย-3-แต่ง้อได้น่ารักมากแง่ะเขินเลยย
    #20
    0