` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 7 : - 07 : why do you like 'summer' | seokmin x seungkwan 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

WHY DO YOU LIKE SUMMER | SEOKMIN x SEUNGKWAN
au / pg – 15 / romantic

 

 

 



ps.อยากให้เปิดฟังเพลงตอนอ่านด้วย ฟังแล้วจะได้อินนะนะนะ ._.

 

 

 

 

ทำไมถึงชอบฤดูร้อนล่ะ ?

เพราะว่ามันทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้ดูสดใสขึ้น ถึงแม้ว่าจะร้อนแต่มันทำให้รู้สึกว่าพระอาทิตย์กำลังยิ้มรับฉันอยู่

           

           

           

หม่าม๊า โต๊ะสองสั่งน้ำแข็งใสสีแดงสองถ้วยแล้วก็ไอศกรีมวานิลลาอีกหนึ่งนะ !

 

เสียงใสสำเนียงเชจูเอ่ยดังลั่นเพื่อแข่งกับเสียงพูดคุยของลูกค้าดังจอแจภายในร้านขนมหวานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาอุดหนุนบริโภคขนมหวานๆ น้ำเย็นๆ เพื่อดับคลายร้อน

ก็นี่มันฤดูร้อนแล้ว อากาศมันก็เลยร้อนแต่ก็ไม่ได้ร้อนมากจนแทบต้องล้วงตับไตมาแช่แข็งหรอกนะ โดยเฉพาะที่นี่ ทุกคนที่ผ่านไปมาที่นี่ก็ต้องมาอุดหนุนขนมหวานและเครื่องดื่มของร้านนี้อยู่แล้ว ทำไมน่ะเหรอ ? ...

           

           

ก็เพราะร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อของเกาะเชจูน่ะสิ่ !

           

           

โอเคไปเสิร์ฟได้เลยซึงกวานอาเสียงของสตรีที่บ่งบอกถึงวัยกลางคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาเอ่ยเสียงดังจนลูกของเธอรีบวิ่งไปที่เคาท์เตอร์จ่ายของทันที

 

ไหวรึเปล่าลูกแม่ ? แม่รบกวนเวลาเที่ยวเล่นของลูกแบบนี้เนี่ย

 

สตรีวัยกลางคนผู้เป็นมารดาได้เอ่ยถามลูกชายที่ต้องสละเวลาช่วงปิดเทอมกลับจากโซลเพื่อมาช่วยงานคุณแม่ที่ต้องวุ่นวายกับกิจการร้านขนมหวานในช่วงฤดูร้อนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นแบบนี้

 

ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ผมมาช่วยแม่แบบนี้แม่จะได้สบายลงไปบ้างไง ... ผมไปเสิร์ฟขนมก่อนนะครับ บูซึงกวาน ลูกชายสุดที่รักของเจ้าของร้านขนมหวานเอ่ยเสียงใสพลางเช็ดเหงื่อเม็ดโตที่ไหลลงมาก่อนจะรีบวิ่งไปเสิร์ฟออเดอร์ที่โต๊ะสองทันที

           

กิจการของร้านนี้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอทำให้คุณแม่ของซึงกวานสามารถที่จะส่งเสียค่าเล่าเรียนของลูกได้อย่างสบายๆ ถึงแม้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้จะไม่ยอมไปเรียนที่โซล แต่ในเมื่อเธอจ่ายค่าเรียนของโรงเรียนในกรุงโซลที่หลายๆคนพูดกันปากต่อปากว่าคุณภาพดีไปแล้ว ซึงกวานที่เป็นคนประหยัด คิดคำนวณการใช้จ่ายอยู่ตลอดเวลานั้นก็อดไม่ได้ที่จะต้องจำใจห่างพ่อแม่เพื่อไปเรียนในเมืองแสงสีอย่างกรุงโซล

           

แม่ครับบบบบ ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเบาตาลงแล้ว ผมขอไปเดินเที่ยวแถวนี้นะ ไม่ได้เจอเพื่อนนานแล้ว

 

ซึงกวานขออนุญาตแม่ของตัวเองเพราะจะออกไปเดินเล่นให้หายคิดถึงบ้านเกิดอันเป็นที่รัก ซึ่งคำตอบของหญิงวัยกลายคนมีเพียงแค่พยักหน้าเบาๆพลางยิ้มหวานตอบกลับไป เมื่อทราบคำตอบแล้วลูกชายของเธอก็ยิ้มกว้างพร้อมวิ่งเข้าไปหอมแก้มแม่ของเขาฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งออกจากร้านไป

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

            ย๊า ! นั่นมันซึงกวานนี่นา กลุ่มเด็กชายหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับซึงกวานเอ่ยขึ้น ในขณะที่เด็กหนุ่มที่ถูกเอ่ยถึงนั้นยังไม่สนใจถึงเสียงพูดคุยเพราะมัวแต่มองซ้ายมองขวาถึงความเปลี่ยนแปลงบนเกาะแห่งนี้

           

ซึงกวานอา ! นั่นใช่ซึงกวานรึเปล่า ! ” หนึ่งในกลุ่มเด็กกลุ่มนั้นป้องปากตะโกนเรียกเสียงดังจนเจ้าของชื่อหันหน้าไปมองก็ต้องจุดยิ้มกว้างเมื่อคนที่เรียกชื่อเขานั้นคือ ...

           

           

           

มินฮยอก ! มินอา ! แจฮยอน ! ฉันคิดถึงพวกนายมากเลยยยยย

 

 

 

เด็กชายวิ่งไปหาเพื่อนสนิทสมัยตอนเรียนประถมที่ไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่ย้ายไปที่โซลพร้อมกอดเพื่อนๆทั้งสามคน เขาดีใจมากที่เพื่อนๆยังจำเขาได้เช่นเดียวกันกับเพื่อนทั้งสามคนที่ยังคิดถึงและจดจำซึงกวานได้อยู่เสมอแม้จะไม่ได้เจอกันร่วมหลายปี

 

พวกฉันก็คิดถึงนาย นายไปที่โน่นนานมากอ่ะจนพวกเราคิดว่านายคงจำพวกเราไม่ได้แล้ว สาวน้อยคนเดียวในกลุ่มเอ่ยบอกซึงกวานพร้อมจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาเขย่าแรงๆด้วยความคิดถึง

 

นั่นดิ่ๆ ฉันก็เข้าใจว่านายจะไม่กลับมาอ่ะ แจฮยอนเอ่ยพร้อมตบบ่าเล็กนั้นเบาๆ ซึงกวานได้แต่ยิ้มตอบเพื่อนของเขาจนแววตาของเขาเปล่งประกายเมื่อได้ยินคำเชิญชวนของเพื่อนสนิทอีกคน

           

นี่ๆๆ เราไประลึกความหลังกันที่ซอพจิโกจิกันซักหน่อยไหม มินฮยอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงด้วยความดีใจที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับเพื่อนๆของเขาอีกครั้ง และคำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นเสียงเดียวกันนั้นคือ ...

           

           

           

ไป !! / ไป !! / ไป!!

           

           

           

           

           

ซอพจิโกจิ เป็นชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันออกของเกาะเชจูซึ่งเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงามแห่งหนึ่ง และจะสวยงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิเพราะในฤดูนี้จะมีดอกยูแชหรือที่เรียกกันว่าดอกคาโนลาบานสะพรั่งเต็มทุ่งหญ้า แต่เพราะซึงกวานและผองเพื่อนมาเที่ยวที่นี่กันในช่วงฤดูร้อนทำให้ดอกคาโนลาเริ่มร่วงโรยไปเป็นบางส่วนแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะหมดความงดงามไปแต่อย่างใด

ทั้งสี่คนยืนเรียงหน้ากระดานก่อนจะสูดลมหายใจรับอากาศบริสุทธิ์จากสถานที่ที่งดงามพร้อมชมความงดงามของทุ่งหญ้าที่มีแสงแดดกระทบจนกลายเป็นสีทองอร่ามแห่งนี้อย่างเต็มที่ ก่อนที่สาวน้อยมินอาจะหลุดขำพรืดกับท่าทางรับลมสุดแสนจะโอเวอร์ของพี่ชายฝาแฝดของเธออย่างมินฮยอก ทำให้เพื่อนอีกสองคนอย่างซึงกวานและแจฮยอนจึงต้องหลุดขำตาม แต่ทว่าก็ต้องหยุดขำเมื่อได้ยินเสียงโอดครวญจากมุมหนึ่งของทุ่งหญ้าแห่งนี้

           

           

           

โอ้ยยยยยยยย !!

 

เห้ย ! พวกนายได้ยินเสียงอะไรเหมือนที่ฉันได้ยินไหม ?ซึงกวานผู้ที่มีประสาทสัมผัสด้านการได้ยินที่ดีกว่าคนอื่นๆรีบหยุดหัวเราะพร้อมเอ่ยถามเพื่อนๆของเขาทันที

           

ฉันว่าฉันได้ยินนะ เป็นเสียงผู้ชายอ่ะ แจฮยอนเอ่ยสมทบร่วมด้วย

           

เสียงเหมือนเจ็บปวดมากอ่ะ มินฮยอกเสริม

           

ฉันว่าเรารีบไปช่วยเขากันเถอะ เดี๋ยวเกิดเรื่องแย่ขึ้นมาแล้วจะลำบากนะ มินอารีบตัดสินใจก่อนจะวิ่งลงไปในทุ่งหญ้าพร้อมเพื่อนๆอีกสามคนเพื่อตามหาต้นตอของเสียงโอดครวญนั้น

           

เด็กๆทั้งสี่คนวิ่งลงไปในทุ่งหญ้าก่อนจะรีบแยกย้ายกันไปหาตามจุดต่างๆ ซึงกวานที่เดินหาทางด้านขวาของทุ่งหญ้าเหลียวมองซ้ายขวาผ่านใบหญ้าที่สูงเกือบถึงหัวของเขาเพื่อตามหาคนที่ร้องคร่ำครวญเสียงดัง จนเวลาผ่านไปได้ไม่มากนัก เสียงตะโกนตามหาของเด็กทั้งสี่คนยังคงดังเรื่อยๆไม่มีหยุดหย่อน ซึ่งอยู่ๆเท้าของซึงกวานที่กำลังตะโกนก็สะดุดกับอะไรบางอย่างจนทำให้เสียตะโกนของเขาหายไป ซึ่งนั่นก็คือ ...

           

           

           

ขาคน ?

           

           

           

ซึงกวานแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงว่าจะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น แต่พอเห็นขาข้างที่กำลังประจักษ์สู่สายตาขยับไปมาได้ก็ค่อยโล่งอกลงไปนิดหน่อย ร่างเล็กย่อตัวลงไปนั่งยองก่อนที่จะสะกิดเรียกเจ้าของขายาวนั้น พอเมื่อเจ้าของขายาวนั้นมีสติขึ้นมาก็หันหน้าไปตามแรงสะกิด เพียงแค่ใบหน้าแสนคุ้นตาที่หันมาให้เห็นโครงหน้าอย่างชัดเจน นั่นก็สร้างความตกใจให้กับคนตัวเล็กกว่าเป็นอย่างมาก

           

น... นาย !

           

ซึงกวาน !

           

ซึงกวานอุทานด้วยเสียงดังลั่นจนเพื่อนๆของซึงกวานรีบตะโกนถามไถ่สารทุกข์ว่าซึงกวานนั้นยังโอเคไหม ซึ่งคำตอบของซึงกวานก็ยังตะโกนกลับไปว่าโอเคดี ก่อนจะขมวดคิ้วตีหน้าเคร่งเครียดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาๆเพื่อพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่สร้างความตกใจให้กับเขาทันที ประจวบเหมาะกับเพื่อนของเขาอีกสามคนที่วิ่งเข้ามาหาซึงกวานและคนแปลกหน้าอีกด้วย

           

            “ … ซ .. ซอกมิน ?

 

            “ อ่า .. ใช่ ฉันเองแหละ

           

นายตามฉันมาทำไม ใครบอกให้นายตามมา อีซอกมิน !

 

เจ้าของขายาวๆที่ทำให้พวกเขาเดือดร้อนวุ่นวายขนาดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ซึงกวานเองก็รู้จักคนๆนี้ดีเลยทีเดียว คนๆนั้นก็คือ อีซอกมิน เพื่อนที่เรียนในโรงเรียนเดียวกับเขาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่อารมณ์ดีที่สุดในโรงเรียน

           

           

           

 ... ก็แค่เพื่อนล่ะนะ

           

           

           

อ้าวรู้จักกันด้วยเหรอซึงกวาน ? มินอาเอ่ยถามขึ้น ซึงกวานพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

           

ฉันไม่ได้ตามนายมา ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนะ ใครๆก็มาได้ ไม่ใช่บ้านนายคนเดียวซักหน่อยนี่ซึงกวาน

 

ซอกมินตอบด้วยคำตอบทีเล่นทีจริงพร้อมกับยิ้มกว้างตามสไตล์นิสัยของตัวเอง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ซึงกวานหงุดหงิดลงไปอีก จนเขาอยากจะลุกขึ้นพรวดแล้วเดินหนีออกไปทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสียรู้แล้วรู้รอด เล่นบ้าเล่นบออะไรมาซ่อนแอบในทุ่งหญ้าเนี่ย !

           

            “ อ้อ มาเที่ยวเองก็ช่วยเหลือตัวเองไปแล้วกันนะ มินอา มินฮยอน แจฮยอน กลับกันเถอะ

           

เดี๋ยวสิ่ๆๆๆมือหนารั้งข้อมือเล็กไว้ ดวงตากลมตวัดมองอีกฝ่ายอย่างเคืองๆด้วยความหงุดหงิด ครั้นจะสะบัดข้อมือออกก็แทบจะเรียกว่าไม่มีทางหลุดออกมาได้เพราะรอบมือของอีกฝ่ายดูจะใหญ่พอที่จะกำข้อมือของเขาได้เกินคำว่าพอดี

 

อะไร

 

คือ ... กระเป๋าเงินฉันหายอ่ะ ...  ”

           

แล้ว ?ซึงกวานเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่า แล้วจะให้ทำยังไง ?

 

ฉันไม่มีเงินที่จะเช่าห้องนอนอ่ะ กว่าจะได้กลับโซลก็คงนานมาก จะได้ไหมถ้า .... ฉันขอค้างบ้านนายน่ะ ? คือทั้งกระเป๋าเงินและมือถือฉันหายหมดเลย ... แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่อยู่บ้านนายสบายๆแน่นอน ฉันจะช่วยนายทำงานด้วยซอกมินกระพริบตาปริบๆทันทีเพื่อที่จะทำให้ซึงกวานใจอ่อนยอมให้เขาไปค้างที่บ้านด้วย

 

ฉันว่านายควรจะรับหมอนี่ไปค้างบ้านนายนะ ไหนๆก็เพื่อนนายนี่นา ถือซะว่าหาลูกน้องช่วยแม่นายขายของไง มินฮยอกเอ่ยแสดงความคิดเห็น ซึ่งเพื่อนอีกสองคนก็พยักหน้ารัวๆเป็นการเห็นด้วยเพราะเห็นว่าซึงกวานทำงานหนักมาตลอดเวลาที่อยู่ที่เชจูโดยไม่ได้พักอย่างเต็มที่เลย

           

เอางั้นก็ได้ ....

 

ซึงกวานพยักหน้าเบาๆเพราะเริ่มจะปฏิเสธสายตาเพื่อนๆทั้งสามไม่ได้เสียแล้ว บวกกับเริ่มรำคาญสายตาแวววาวของซอกมินอีก ยิ่งทำให้เขาต้องลำบากใจ ซอกมินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะกระโดดดีใจไปมา แต่ก็ต้องหยุดกลางคันเมื่อได้ยินเสียงของซึงกวานที่กำลังจะพูดข้อต่อรอง

           

แต่ ! ”

 

แต่อะไรอ่ะ ?ซอกมินหยุดการกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจของตัวเองทันที

 

แต่นายต้องช่วยแม่ฉันตั้งแต่เปิดร้าน ขายของ ทำทุกๆอย่าง จนกระทั่งปิดร้านล่ะ และ ! อย่ายุ่งวุ่นวายกับฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่นายออกจากบ้านฉัน ไม่ให้ได้มีที่ซุกหัวนอนแน่ๆ !!!

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

เอ้า ซึงกวาน พาใครมาด้วยน่ะลูก ?ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกชายที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าเนือยๆพร้อมกับแขกอีกคนที่เธอเองก็ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย

 

เพื่อนน่ะแม่  ... นี่ซอกมิน นั่นแม่ฉัน ... คุณแม่ครับ นี่ซอกมิน เป็นเพื่อนผมที่โรงเรียนในโซลน่ะ ซึงกวานเอ่ยพร้อมชี้ไปที่แม่และชี้มาที่แขกอีกคนอย่างรวดเดียวเสร็จสรรพด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

           

           

           

ก็แน่ล่ะสิ่ ... หมอนี่มันมัวยิ้มร่าดีใจอยู่ได้ น่ารำคาญจะตายไปเถอะ !

           

           

           

            “ สวัสดีครับคุณน้า ผมซอกมิน อีซอกมินครับ

           

สวัสดีจ้ะซอกมิน คงเหนื่อยแย่เลยล่ะสิ่ พาเพื่อนไปอาบน้ำอาบท่าก่อนสิ่ซึงกวาน เพื่อนเราคงจะเพลียๆ เดี๋ยวค่อยลงมากินข้าวกัน เนี่ย ... เดี๋ยวอีกซักพักคุณพ่อเราก็จะกลับมาแล้ว

 

คุณแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อยโยน เมื่อซึงกวานได้ยินคำว่า พ่อ ใบหน้าของเขาก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อนึกไปถึงร่างท้วมสมบูรณ์ของคุณพ่อที่ทำงานวิศวกรปิโตรเลียมอยู่กลางทะเลโดยที่ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว เรียกได้ว่าความสนิทสนมของซึงกวานกับคุณพ่อยังคงเดิมแม้จะไมได้อยู่ด้วยกันเหมือนกับที่อยู่กับแม่ก็ตาม

 

จริงเหรอแม่ ! เย้ ! ไปๆๆ ซอกมิน ขึ้นไปได้แล้ว จะยืนทื่อทำไมล่ะ คนตัวเล็กรีบดึงแขนคนตัวสูงให้รีบเดินตามทันทีโดยที่ไม่ได้หันมามองเลยว่า อีกฝ่ายกลับยิ้มกว้างกับการกระทำที่ไม่รู้ตัวของคนตัวเล็กอยู่

           

           

           

แน่นอนว่า ... มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครรู้นอกจากตัวของซอกมินและซึงกวานเท่านั้นที่รู้

           

           

           

           

           

โห ห้องนอนนายนี่กว้างใช่เล่นนะซึงกวาน

 

อย่าคิดจะแตะข้าวของของฉันเด็ดขาด

 

เมื่อเท้าของทั้งสองเดินเข้ามาในห้องนอนของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเจ้าของบ้านแล้ว สายตาเรียวของคนตัวโตเหลือบมองไปมาก็ต้องทึ่งเมื่อไม่คิดว่าคนข้างๆจะจัดห้องได้เรียบร้อยและขนาดห้องเองก็กว้างมากๆถึงขั้นอยู่กันได้สามสี่คนเลยทีเดียว แต่อีกคนไมได้ตอบอะไรนอกจากเดินตรงไปคว้าผ้าเช็ดตัวพร้อมเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที ปล่อยให้แขกที่ไม่ได้เต็มใจรับเชิญได้สำรวจห้องของตัวเองต่อไป ซึ่งซอกมินก็ยินดีที่จะเดินสำรวจทั่วห้องจนกว่าจะพอใจ

 

ว้าววววววววว ซอกมินทำตาลุกวาวเมื่อมองไปที่ชั้นวางของที่มีของเล่นมากมายที่เป็นของเล่นสมัยที่ซึงกวานยังเด็กๆ พลางหยิบมันขึ้นมาเล่นบนพื้นที่เขานั่งอยู่ แม้ว่าเขาจะชอบเล่นของเล่น แต่ของเล่นบางอย่างเขาไม่สามารถซื้อมันมาครอบครองได้เนื่องจากมันเป็นรุ่นลิมิเตดแถมยังหายากอีก

 

 

แต่บูซึงกวานกลับหามันมาครอบครองได้ครบทุกเซ็ตนี่สิ่ มันน่าทึ่งไหมล่ะ

 

           

           

อย่าเสียงดังให้มันมากนักเซ่ !

 

คนตัวเล็กตะโกนออกมาจากห้องน้ำอย่างหงุดหงิดเมื่อเสียงของอีกฝ่ายชักจะดังลงไปข้างล่างรบกวนคนอื่นเสียแล้ว ซอกมินหยุดเล่นของเล่นในมือทันทีพร้อมเอาไปวางไว้ที่เดิมก่อนจะเดินมานั่งที่เดิมเมื่อสักครู่พลางกวาดสายตาไปมองรอบๆห้องแทน

ภายในห้องสีครีมสว่างแลดูสะอาดตา มีข้าวของมากมายที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บนพื้นหรือมุมอับของห้องก็แทบจะไม่มีฝุ่นไรให้เห็น สื่อให้เห็นถึงนิสัยของอีกฝ่ายว่าเป็นคนมีระเบียบมากน้อยแค่ไหน คนตัวสูงลุกขึ้นเดินดูรอบห้องอีกครั้งพร้อมมองไปที่ผนังรอบห้องที่เต็มไปด้วยรูปภาพของเจ้าของห้องที่ถ่ายกับพ่อแม่บ้าง ถ่ายกับเพื่อนๆสามคนที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อตอนกลางวันบ้าง ถ่ายคนเดียวบ้าง ทุกรูปที่เห็นนั้นเผยรอยยิ้มของคนตัวเล็กที่ยิ้มอย่างสดใสเหมือนดวงอาทิตย์ฤดูร้อนเสียไม่มี ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวกลับไปนั่งแต่ก็ต้องสะดุดตาไปที่โต๊ะอ่านหนังสือที่อยู่ชิดริมหน้าต่าง ซอกมินก้าวขาเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นและก็ถือว่าโชคนั้นช่วยที่เจ้าของห้องนั้นปิดลิ้นชักไม่สนิททำให้เห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ในโต๊ะนั้น

           

           

           

... บรรดาซองจดหมายสารภาพรัก ...

           

           

           

ซอกมินค่อยๆเปิดลิ้นชักออกมา นึกขอโทษเจ้าของห้องในใจที่แอบแหกกฎเสียมารยาทค้นของ เพราะหากว่าตัวเองเป็นฝ่ายโดนค้นข้าวของบ้างก็คงไม่พอใจไม่ใช่น้อย แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมันไม่เข้าใครออกใคร ทำให้เขาต้องแอบค้นดู

อันที่จริงแล้ว บูซึงกวานเป็นเด็กฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนที่อัธยาศัยดีเฉพาะกับคนที่รู้จัก แต่ค่อนข้างหยิ่งกับคนที่ไม่รู้จักโดยเฉพาะอีซอกมินคนนี้ แน่นอนว่าซึงกวานจัดให้เขาไปอยู่ในประเภทไม่รู้จักและไม่คิดจะอยากรู้จัก อาจเป็นเพราะเขาเป็นเพื่อนของซึงชอลที่เป็นคนรักของโดยุนเพื่อนสนิทเจ้าตัว หรือจะด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบเขาเอามากๆ เป็นไปได้ก็คงไม่อยากช่วยชีวิตสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่เขาพยายามจะเข้ามาอยู่ในหลืบชีวิตของอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่อีกฝ่ายกลับปิดกั้นเขาทุกช่องทาง

 

 

ทุกช่องทางจริงๆ ...

 

 

ซองจดหมายส่วนใหญ่ล้วนเป็นสีชมพูสดใส สีฟ้าอ่อนๆ สีครีม สีส้ม และมีซองสีอื่นบางประปราย ทุกซองล้วนจ่าหน้าซองว่า ถึง บูซึงกวาน เด็กประชาสัมพันธ์ ทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีซองจดหมายฉบับไหนที่ถูกเปิดอ่านเลย สงสัยคงรู้ว่าเนื้อหาข้างในเป็นอย่างไรอยู่แล้ว

แต่ทว่าดวงตาเรียวนั้นเหลือบไปเห็นซองจดหมายหนึ่งในหลายๆซองที่ถูกเปิดอยู่ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับซอกมินมากเพราะทุกๆซองไม่มีการเปิดอ่านใดๆแต่กลับมีเพียงแค่ซองเดียวที่ถูกเปิดอยู่ มือหนาค่อยๆหยิบซองจดหมายสีขาวแสนคุ้นตานั้นขึ้นมา ดวงตาเรียวกลับเบิกโพลงเมื่อดึงจดหมายในซองออกมา ลายมือแสนคุ้นตาสุดๆนั้น

           

           

           

เป็นของ อีซอกมิน ... คนนี้นั่นเอง !

           

           

           

            อันที่จริงซอกมินเคยส่งจดหมายไปให้ซึงกวานอยู่หลายๆครั้ง ไม่ใช่ส่งไปในเชิงสารภาพรักแบบที่ใครหลายๆคนทำ แต่ส่งข้อความไปประมาณเทคแคร์นั่นนี่ทั่วไป ที่จริงจดหมายพวกนั้นของเขาถูกผู้รับทำลายไปต่อหน้าต่อตา แต่ฉบับนี้กลับเหลือรอดมาได้เป็นเขาก็ตกใจ

 

            ที่จริงจดหมายฉบับนี้มันแนบพร้อมกับของขวัญบางอย่างที่เขาส่งมาให้ซึงกวานด้วยแหละ

           

ใบหน้าของซอกมินเริ่มบานออกด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะรีบเก็บซองจดหมายไว้ที่เดิมซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของห้องตัวเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ร่างเล็กที่สวมเสื้อยืดลายเป็ดน้อยตรงกลาง กางเกงสามส่วนสีครีม ยืนเช็ดกลุ่มผมที่เปียกลู่หลังการสระผม ใบหน้ากลมดูมีเลือดฝาดเพราะผ่านการอาบน้ำอุ่นมาเมื่อสักครู่ ยิ่งทำให้ใครอีกคนที่อยู่ในห้องต้องมองไม่วางตา

           

นายมองอะไรซอกมิน ? ซึงกวานเอ่ยถามพลางเดินไปที่เตียงและเช็ดผมไป

 

เสื้อเป็ดที่นายใส่นี่น่ารักดีนะ ซอกมินเอ่ยยิ้มๆก่อนจะหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้ของตัวเองออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที โดยที่คนตัวเล็กหันหน้าไปมองบานประตูที่ปิดแล้วก่อนจะกัดเล็บพร้อมใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อนั้น

           

           

           

ก็ใครมันซื้อมาให้ใส่ล่ะ .... บ้าจริง

           

           

           

           

           

ช่วงเวลาของครอบครัวก็มาถึง เมื่อพ่อของซึงกวานกลับมาจากที่ทำงานหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นครึ่งปี ยิ่งทำให้พ่อแม่และลูกชายสุดที่รักหาเรื่องชวนกันคุยไม่หยุดหย่อนเพราะคิดถึงกันมาก ชวนกันคุยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องกิจการร้านหรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆน้อยๆ

           

           

รวมถึงเรื่องของซอกมินด้วย ...

           

           

           

ซอกมิน ซึงกวานอยู่ที่โน่นเขาซนมากไหม ? ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแจ่มใสในขณะที่กำลังตักข้าวใส่ปากตัวเอง คนที่ถูกถามอย่างซอกมินที่ไม่ได้สนิทสนมกับจำเลยมากนักก็ถึงกับตอบอ้อมแอ้มไปอย่างรักษาน้ำใจ

 

ฮ่าๆ ผมว่าเขาก็เรียบร้อยอยู่นะครับคุณลุง

 

นี่เรียบร้อยจริงเหรอลูก ? ซึงกวานน่ะซนจะตายไป

 

ไม่ได้ซนซักหน่อย คุณพ่ออ่ะ ผมเรียบร้อยเป็นนะพ่อ เชื่อลูกตัวเองหน่อยๆๆๆๆ คนตัวเล็กโวยวายงอแงใหญ่จนคุณพ่อของตัวเองถึงกับต้องโอ๋ลูกพร้อมบอกหยอกเล่น ยิ่งทำให้เกิดเสียงหัวเราะเริงร่าบนโต๊ะอาหาร นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเวลาหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับซอกมิน

           

ซึงกวาน พรุ่งนี้ก็พาซอกมินไปเที่ยวภูเขาฮันลาสิ่ลูก ไหนๆเพื่อนเราก็มาเที่ยวแล้วนี่ ? คุณพ่อของซึงกวานเอ่ยแนะนำลูกไปแต่ทว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับทำหน้ามุ่ยใส่

 

โธ่ เขาไม่ได้มาเที่ยวนะพ่อ เขามาเป็นเบ๊บ้านเราหรอก

 

โธ่ซึงกวานอ่า ความจริงแม่ทำงานคนเดียวก็ไหวนะ เป็นการรบกวนเพื่อนลูกเปล่าๆที่จะมาช่วยกิจการบ้านเรา เขาก็ไม่ได้อะไรตอบแทนเลยนอกจากเราให้ที่พักอาศัยน่ะ

 

ไม่ได้หรอกแม่ ซอกมินต้องทำงานช่วยแม่นะ ถ้าแม่เป็นลมจะทำไงทำงานหนักขนาดนั้น เนี่ยให้ซอกมินช่วยเถอะแม่ แรงถึกจะตายเนี่ย ใช่ป่ะ ? ซึงกวานหันหน้าขอความคิดเห็นจากคนนั่งข้างๆที่ตอนนี้ก็เริ่มยกมือเกาหัวตัวเองเพราะจนปัญญาจะตอบ

 

“ … ” ... ที่จริงเขาก็เต็มใจจะช่วยอยู่หรอกนะ แต่พอเจอประโยคเอาแต่ใจแบบนี้เขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีที่ได้ยินมันเท่าไหร่

 

 

มันเหมือนเขามาในฐานะเบ๊ ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนหรืออะไรก็ตามแต่

           

           

           

ใช่ป่ะ .. อี ซอก มิน ?ดวงตากลมเริ่มจ้องเขม่นเพื่อเค้นเอาคำตอบออกมาจากปากของอีกฝ่าย จนแล้วจนรอดก็ต้องจำใจตอบไปอย่างเสียไม่ได้

 

อ่า .. ใช่ครับคุณน้า ให้ผมช่วยเถอะครับ คุณน้าคงจะเหนื่อยมากแน่ๆถ้าทำงานหนักๆ เดี๋ยวซึงกวานก็เป็นห่วงอีก

 

จะดีเหรอลูก ?คุณแม่ของซึงกวานทำหน้าหนักใจเมื่อต้องรบกวนแรงงานจากเพื่อนของลูกอย่างช่วยไม่ได้

 

... ดีครับบบบบๆๆ คุณน้าวางใจได้เลย ซอกมินยิ้มกว้างตอบคุณแม่ของซึงกวานจนคุณแม่เองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยคำขอบคุณอยู่หลายครั้ง

           

           

           

ก็ดี อย่าให้ผิดคำพูดล่ะ ... ผมอิ่มแล้วนะพ่อ แม่ ผมจะไปนอนแล้วนะง่วงนอน

 

คนตัวเล็กยกมือไหว้จานข้าวเพื่อให้รับรู้ว่าเจ้าตัวอิ่มแล้วก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหนีขึ้นไปบนห้องทันที ซอกมินที่เห็นแบบนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าซึงกวานโกรธอะไรตัวเขาอีก ในเมื่อเขาก็ตกลงจะช่วยตามที่เจ้าตัวบอกแล้วแท้ๆ เมื่อความค้างคาใจมีอยู่สูง ซอกมินจึงรีบกินแล้วรีบลาขึ้นไปที่ห้องซึงกวานทันที

           

           

           

           

           

พ่อคิดเหมือนแม่รึเปล่า ?สตรีวัยกลางคนหันหน้าไปถามชายคนรักที่กำลังคีบซาชิมิที่เพิ่งจิ้มซอสยุหมาดๆใส่ปากตัวเอง

 

คิดอะไรเหรอแม่ ?ชายคนรักเอ่ยปากถามคนรักข้างกายก่อนจะตักอาหารป้อนภรรยา

           

เรื่องซอกมินกับลูกเราน่ะสิ่พ่อ

           

พ่อรู้อยู่แล้วล่ะ ปล่อยๆลูกเขาปิดบังไปเถอะ แค่เรารู้แต่ไม่บอกก็โอเคแล้วล่ะ ไม่งั้นก็สงสารซอกมินแย่ ต้องมารองรับอารมณ์ลูกเราน่ะ จริงไหม ?

           

นั่นสิ่นะพ่อ

  

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

           

อ่ะฉันให้

 

มือเล็กยื่นไอศกรีมแท่งสีแดงไปตรงหน้าร่างหนาที่เพิ่งได้พักหลังจากช่วยงานมาตลอดทั้งวันจนแทบไม่มีเวลาได้ทานข้าว วันนี้ลูกค้าเข้าเต็มร้านมากกว่าทุกวันแถมยังสั่งออเดอร์มาเยอะมากจนคุณนายบูแทบจะทำน้ำแข็งไสไม่ทัน ยังดีที่มีร่างสูงคอยช่วยทำออเดอร์แถมยังเสิร์ฟให้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ แถมช่วยงานมาเกือบสัปดาห์แล้วด้วย จะว่าไปแล้วอีซอกมินก็เป็นคนดีจริงๆอย่างที่ใครๆพูดถึงสิ่นะ งั้นก็ถือว่าไอติมนี่เป็นของตอบแทนก็แล้วกัน

 

 

... ถึงมันจะน้อยไปสักหน่อยก็เถอะ

 

           

           

หืม ?ซอกมินที่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นสบตามองนัยน์ตาเรียวกลมที่มองมาพร้อมยกยิ้มให้ทันที

 

ไอติมไง ฉันไปซื้อจากมินิมาร์ทใกล้ๆมาให้ เห็นว่าร้อนเลยซื้อมาให้กิน

 

อ๋า ... ขอบคุณนะ แต่ ..เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ แต่ทว่าสายตากลับก้มลงไปมองสิ่งที่อยู่ในมือเป็นการบอกใบ้เป็นนัยๆว่าตอนนี้ไม่สามารถถือไอศกรีมทานได้ แต่เหมือนซึงกวานจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ซอกมินต้องการจะสื่อ

 

แต่อะไร ? อย่าบอกว่าไม่ชอบรสนี้นะ

 

เปล่า ตอนนี้มือฉันไม่ว่างอ่ะ ฉันกำลังถูพื้นอยู่

 

ซอกมินชูไม้ถูพื้นสภาพซอมซ่อโชว์ให้ร่างเล็กเห็นชัดๆอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าถูพื้นต่อโดยเลี่ยงทางที่คนตัวเล็กยืนอยู่เพื่อที่จะได้ทำงานในวันนี้ให้เสร็จๆก่อนจะได้ไปพักอย่างเต็มที่เพื่อมาทำงานในวันต่อไป แต่ไม้ถูกพื้นในมือก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสิ่งที่ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นมา

 

 

 

... ไอศกรีมสีแดงยื่นมาตรงหน้าอีกครั้งด้วยฝีมือของบูซึงกวาน

 

 

 

อ้าปาก

 

หา ?อุ้บบ ! ”

 

ยังไม่ทันที่จะเอ่ยถามอะไรให้หายข้องใจ ไอศกรีมแท่งสีแดงเจ้าปัญหากลับถูกสอดเข้ามาในโพรงปากเสียอย่างนั้น ร้อนให้คนที่เพิ่งถูกป้อนไอศกรีมต้องตกใจ ตกใจในการกระทำที่เกิดขึ้นไม่พอ ตกใจกับความเย็นที่วาบไปทั่วโพรงปากก่อนจะตามมาด้วยความหวานจากน้ำหวานในไอศกรีมแท่งสีแดง แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ดีเท่ากับร่างเล็กเจ้าของใบหน้าน่ารักที่เริ่มขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อหรอก พอนึกได้แบบนั้นก็ยกยิ้มก่อนจะค่อยๆกัดน้ำหวานที่กลายเป็นน้ำแข็งจากไอศกรีมเข้าปากเพื่อเอาไปดูดความหวานในโพรงปากต่อ

 

กัดแล้วถูพื้นไป

 

“ … ”

 

เดี๋ยวป้อนให้

 

อื้ม

 

ซอกมินพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาถูพื้นทั่วร้านในขณะเดียวกันก็ได้กินไอศกรีมจากมือเล็กไปพลางๆ ความเหนื่อยสะสมมันกลับหายไปโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่การกระทำเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นจากเด็กฝ่ายประชาสัมพันธ์ตรงหน้าแบบนี้อีซอกมินก็โคตรมีความสุขเลยล่ะ

 

อยากไปเที่ยวไหนไหม ? นายยังไม่ได้ไปที่ไหนเลยนี่

 

หืม ? แต่ตอนนี้มันก็ใกล้จะเย็นแล้วนะ

 

งั้นตามมา เดี๋ยวฉันพาไปเอง

 

 

 

ร่างเล็กคว้ามือหนาเอาไว้พร้อมลากอีกฝ่ายที่เพิ่งวางไม้ถูพื้นให้เดินตามไปทันที สร้างความงุนงงให้แก่ซอกมินไม่น้อย แต่เขาก็เต็มใจที่จะเดินตามคนตัวเล็กที่กำลังมุ่งหน้าเดินที่ทะเลที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับร้านที่พวกเขาเพิ่งจากมา ขาสองคู่เดินตามกันเป็นจังหวะเดียวกัน คนที่มองผ่านก็ได้แต่ยกยิ้มบางๆกับความน่ารักที่พวกเขาแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว

บริเวณชายหาดที่พวกเขาเดินมามันค่อนข้างใกล้จากผู้คนเล็กน้อย จึงทำให้ผู้คนแถวนี้ดูจางตาไปมาก แต่ก็แลกกับความเงียบสงบที่มีให้แถวๆนี้แหละ ร่างเล็กหย่อนตัวนั่งลงบนหาดทราบสีขาวละเอียดตามมาด้วยร่างหนาของเพื่อนร่วมโรงเรียนที่นั่งชันขากอดเข่าเอาไว้ นัยน์ตาเรียวกลมของเจ้าถิ่นลอบมองใบหน้าที่ดูดีกำลังยิ้มรับดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำใกล้จะลับฟ้าไป อีซอกมินไม่ใช่คนที่หล่อเทียบเท่าคิมมินกยูที่เป็นเพื่อนสนิท แต่ก็ถือว่าหน้าตาก็เรียกว่าดูดีได้ ถ้าพูดถึงการเทคแคร์ต้องบอกว่าซอกมินเป็นคนที่เทคแคร์คนได้ดี แต่น่าเสียดายที่ดันไปจับกลุ่มกับพวกเกเรที่ชอบหาเรื่องให้เขาต้องมาเปิดไมค์ประชาสัมพันธ์เรียกตัวไปพบอาจารย์บ่อยๆ

 

 

ที่บูซึงกวานทำทีว่าไม่เคยเปิดใจให้อีกฝ่ายมันเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยรู้จักอีซอกมินดีพอ แถมยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่เขาสงสัยในตัวอีกคน

 

 

 

เรามาเล่นเกมกันอยู่ๆเสียงใสก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่ทั้งสองกำลังพยายามซึมซับความสงบ

 

เกมอะไรเหรอ ?

 

“ Q & A … เกมถามตอบทั่วๆไปนั่นแหละ แค่ตอบคำถามมา ถ้าตอบไม่ได้ก็โดนทำโทษซึงกวานอธิบายกติกาเกมอย่างรวบรัดให้อีกฝ่ายเข้าใจ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าซอกมินจะยินยอมเล่นด้วยดี

 

โอเคก็ได้ งั้นนายเริ่มก่อนเลย

 

ทำไมนายเลือกคบกับพวกซึงชอล ?

 

แค่ได้ยินคำถามแรก อีซอกมินก็แทบพยักหน้าให้กับตัวเองทันที ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเรื่องอะไรและสงสัยเรื่องอะไร เพียงแต่คนตัวเล็กเลือกที่จะเอาเกมมาบังหน้าก็เท่านั้นซึ่ง เขาก็พร้อมจะยอมโง่เล่นตามเกมตามที่อีกฝ่ายต้องการไป

 

เอาจริงถึงพวกนายจะมองว่าซึงชอลไม่น่าคบหาเพราะมันทำตัวก้าวร้าวหาเรื่องคนอื่นไปวันๆ แต่ถ้าลองรู้จักคนในกลุ่มดีๆจะรู้เองว่าคนพวกนั้นจริงจังกว่าคนอื่นๆมากนะ

 

งั้นเหรอ

 

นายถามต่อไม่ได้แล้วดิ่ ตาฉันแล้ว ... ฉันอยากรู้ว่าทำไมนายดูหยิ่งกับฉันจัง ? ไม่ชอบอะไรฉันรึเปล่า

 

เปล่านี่ ... ฉันดูหยิ่งเหรอ ? ที่จริงฉันก็หยิ่งกับคนไม่รู้จักแค่นั้นแหละ อย่างนายเป็นต้น ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบหรอก ก็ไม่คุ้นนี่นา เจอหน้าก็แค่ทักสวัสดีแล้วจากไปงี้อ่ะ ใครจะไปวางตัวคุยได้ล่ะ แต่ตอนนี้ก็รู้จักแล้วไง ไม่หยิ่งแล้วซึงกวานแทบเหวอเมื่อได้ยินคำว่าหยิ่งออกมาจากปากของอีกคน เขาไม่คิดว่าอีซอกมินจะเป็นคนพูดจาตรงๆขนาดนี้ ก็แอบรับไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงมันก็ต้องทำใจยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายติเตือนมา ... จริงไหมล่ะ

 

งั้นถ้าเจอกันที่โรงเรียนจะทักกันแล้วสิ่นะ ขอให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆล่ะ ฉันรอทักนายอยู่ ... ตานายแล้ว

 

อื้อ ... ไหนๆก็ได้มาทะเลแล้ว นายชอบฤดูอะไรมากที่สุดอ่ะ

 

มันเกี่ยวอะไรกับมาทะเลอ่ะ ... ฉันชอบฤดูร้อน

 

ทำไมอ่ะ ?

 

แน่นอนว่าบูซึงกวานไม่ชอบอากาศร้อน ยิ่งหน้าร้อนเขายิ่งไม่ชอบ แต่ซอกมินกลับชอบฤดูที่เขาไม่ชอบเนี่ยนะ ได้ไงกัน ที่จริงคำตอบมันก็ไม่ได้เป็นไปในเชิงที่ควรจะมีคำถามมารอบรับต่ออีกทอด แต่จิตใต้สำนึกที่ได้ยินคำว่าชอบฤดูร้อนก็รู้สึกประหลาดใจหนัก ยิ่งทำให้คนตัวเล็กอยากรู้ว่าเพราะอะไรถึงชอบฤดูที่แทบจะเผาร่างกายทุกคนให้มอดไหม้เข้าไปได้

 

เฮ้ๆๆ ถามซ้ำได้ไงอ่ะ ต้องให้ฉันถามก่อนดิ่

 

ตอบๆมาก่อนหน่า เดี๋ยวค่อยถามฉันสองคำถามรวดก็ได้เอ้า

 

ก็ ...

 

“ … ”

 

เพราะว่ามันทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้ดูสดใสขึ้น ถึงแม้ว่าจะร้อนแต่มันทำให้รู้สึกว่าพระอาทิตย์กำลังยิ้มรับฉันอยู่

 

มองโลกในแง่บวกไปป่ะเนี่ย ร่างเล็กแทบเบะปากใส่คนมองโลกในแง่ดี แต่ก็คงลืมไปว่าอีซอกมินได้รางวัลมองโลกในแง่ดีของโรงเรียนมาสามปีซ้อนแล้ว

 

คนข้างกายมองโลกในแง่ดีชนิดที่ว่าใครมาด่าอะไรก็ไม่สะทกสะท้านแถมยังยิ้มรับอยู่อีกต่างหาก จนสุดท้ายอีซอกมินก็ไม่มีศัตรูสักคนเพราะเป็นคนใจเย็น ต่างจากเพื่อนในกลุ่มอย่างชเวซึงชอลที่มีคู่อริไม่เว้นแต่ละวัน ถึงหมอนั่นจะดูแลโดยุนเพื่อนของเขาดีมากก็เถอะ

 

อย่างน้อยมันก็ยิ้มให้ฉันไม่ได้หยิ่งแบบนายนี่นา

 

ก็บอกแล้วไงว่าไม่หยิ่งแล้วอ่ะ กำลังพยายามแล้วไงงงงงงมือเล็กฟาดเข้าที่ต้นแขนอีกคนเพื่อให้คนข้างๆหยุดแซวที่เขาเป็นคนหยิ่งเสียที

 

ฮ่าๆๆ อ่ะมีอะไรอยากถามฉันอีกไหม ?ซอกมินยกยิ้มกว้างให้คนตัวเล็กที่มองมาทางตัวเอง ทำเอาคนโดนมองแทบไปไม่ถูกเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างนั้นชัดเจนเต็มตาครั้งแรกขนาดนี้

 

เอ้าตานายถามแล้วไม่ใช่รึไง ? ถามดิ่ๆๆ

 

ไม่อ่ะ รอถามนายรวดเดียวดีกว่า นายถามมาเลยซึงกวาน ถ้าฉันตอบได้ก็จะตอบ

 

ต่อให้อีกฝ่ายเปิดโอกาสให้ถามคำถามที่สงสัยอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งหนึ่งที่มันค้ำคอเอาไว้คือ พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เพิ่งจะเลื่อนระดับความสัมพันธ์ไปเมื่อสักครู่ว่าเป็นคนรู้จักนี่เอง แล้วทำไมเขาต้องมาหงุดหงิดใจที่จะถามคำถามนี้ออกไปด้วยนะ บูซึงกวานกำลังเป็นอะไรไป ...

 

 

 

พอเปิดโอกาสให้อีซอกมินเข้ามาเป็นคนรู้จัก รู้สึกว่าทุกอย่างมันรวนไปหมดเลย

 

 

 

ถามจริงดิ่ ..

 

หืม ?

 

ผู้หญิงคนนั้นอ่ะ ที่มาอุดหนุนร้านฉันเพื่อมามองหน้านายทุกวัน ... เขาชอบนายเหรอ แล้วนายชอบเขาป่ะ อันที่จริงเขาก็สวยนะ สาวเชจูสวยทุกคนเลย

 

ซึงกวานเอ่ยถามถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เขามักจะเห็นว่ามาอุดหนุนที่ร้านเขาบ่อยๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่นานๆเข้าก็รู้สึกสงสัยว่าคนอะไรจะกินน้ำแข็งไสได้ทุกวันแถมนั่งที่เดิมได้ตรงเป๊ะเลยด้วยซ้ำ ไปๆมาๆเขาก็สังเกตว่าผู้หญิงคนนั้นใช้เวลาอยู่ในร้านเกือบสองชั่วโมงเพื่อมานั่งมองร่างหนาข้างกายทำงานเสิร์ฟในร้าน แน่นอนว่ามันตงิดใจมากๆถึงได้ถามออกมาเพื่อเคลียร์ความค้างคาใจ

 

.. เขาไม่ได้คิดอะไรกับอีซอกมินหรอกนะบอกก่อน !

 

 

ฮ่ะๆ ... ว่าแล้วว่าต้องถามคำถามนี้อ่ะว่าพลางยกมือขึ้นถือวิสาสะยีกลุ่มนิ่มผมสีน้ำตาลเบาๆ ทำเอาคนโดนรังแกถึงกับหน้ามุ่ยลงทันที

 

ตอบดิ่ตอบบบบบ

 

... เขาชอบฉันก็จริง นัยน์ตาเรียวหยีลงพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น สายตาทอดมองใบหน้าน่ารักของคนที่เพิ่งเลื่อนสถานะเป็นเพื่อนกันเมื่อสักครู่

 

“ … ”

 

แต่ถ้าฉันไม่ได้ชอบเขาแล้วเขาจะทำอะไรได้อ่ะ จริงไหม ?

 

...แม้ว่าคนตัวเล็กจะไม่ได้ตอบอะไร แต่ศีรษะทุยกลับผงกรับรู้ซึ่งนั่นก็ทำให้คนตอบถึงกับสบายใจที่อย่างน้อยก็ได้ยืนยันความรู้สึกตัวเองทางอ้อม ซอกมินได้แต่ยกยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้ากลมน่ารักนั้นทันที

 

มีอะไรอยากถามอีกไหม ถ้าไม่มีฉันจะถามนายละนะ บูซึงกวาน

 

... อ .. เอาดิ่ ถามมาเลย

 

 

 

ตอนนี้ฉันกับนายเป็นเพื่อนกันได้รึยัง ?

 

... อื้อ ก็เป็นเพื่อนกันแล้วไง

 

แล้วถ้าหากว่า ...

 

“ … ”

 

... เพื่อนคนนี้จะขอจีบนายล่ะ จะได้ไหม ?

 

... ห้ะ !! อย่ามาล้อเล่นนะ

 

ฉันล้อเล่นที่ไหนล่ะ ถ้านายอ่านจดหมายที่ฉันส่งมาถึงนายทุกครั้งนายก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันคิดมากกว่านั้นอ่ะ

 

“ .. อ ... ไอ่บ้า ! ”

 

ฉันจะยังไม่ถามเรื่องส่วนตัวของนายทั้งหมดในตอนนี้เพราะยังไงฉันมีเวลาวิ่งตามนาย ไล่ตามศึกษาเรื่องของนายอีกเยอะ แต่นายจะเปิดโอกาสให้ฉันชอบนายจริงๆจังๆได้รึเปล่า ?

 

 

 

ถึงรอยยิ้มจะไม่ลดลงจนคิดว่าควรจะเผื่อใจกับคำปฏิเสธที่อาจจะมีมากกว่าครึ่ง แต่อีซอกมินก็ยังคงเป็นอีซอกมินที่มองโลกในแง่ดีได้อยู่เสมอ แม้ว่าจะโดนปฏิเสธ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เป็นเพื่อนกับคนตัวเล็ก เขาก็พอใจแล้ว

 

และเพราะถ้อยคำที่ดูจริงจังและกลั่นออกมาจากใจจนคนฟังสัมผัสได้นั้นก็ทำให้คนถูกขอจีบถึงกับเสหน้าหนีรอยยิ้มที่กำลังเข้ามาทำลายความสมดุลในหัวใจทันที

 

 

 

 

 

ถ้าคิดว่าวิ่งตามฉันไหว ก็ลองดู ... แต่ฉันวิ่งไวไม่รอนายหรอกนะ อีซอกมิน

 

ไม่เป็นไร ฉันเป็นคนอึด ยังไงก็วิ่งทันพอที่จะวิ่งอยู่ข้างๆนายอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

END.



- 160520 -

สวัสดีตอนที่เจ็ดค่ะ

ขอโ?ษที่ฟิคเรื่องนี้เมามาก อะไรไม่รู้บ้าบอคอแตก

เรื่องนี้เป็นฟิคโปรเจ็กต์ที่เราเคยแต่งเอาไว้นานมาก 

มาเจอฤดูร้อนที่ร้อนตามสภาพอากาศกันเถอะ

ฤดูนี้เป็นคู่ของอีซอกมินคนโพสิทีฟและบูซึงกวานเด็กประชาสัมพันธ์

เอาจริงๆรู้สึกว่าเรื่องนี้เราแต่งไม่เต็มที่เท่าไหร่เลยง่ะ มันแปลกสิ่นะสิ่นะ

รอบหน้าเดี๋ยวขอแก้ตัวกับภาคสเป จะแต่งให้สนุกเท่ากับคู่อื่นๆเลยนาจานาจา

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) #pnn17fic 

หรือว่าจะเมนชั่นมาคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

 

 

เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !


(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #151 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:44
    บู ซึงกวานคนซึนจริงๆก็ชอบซอกมินสินะ ฮื้ออออ เขิน ซึงกวานก็เหมือนฤดูร้อนที่ซอกมินชอบนั่นแหละสดใสเหมือนกันเลยเนอะซอกมินเนอะ อ่านแล้วเขินมากค่ะบิดไปบิดมายิ้มจนแก้มจะแตกแล้วค่ะแงงงง
    #151
    0
  2. #141 Frank_Datayoung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:34
    โอ้ยยยยย น่าร้ากกกกกกกก ซึงกวานคนปากแข็ง ขี้วีนนนน แหม โดนเค้าขอจีบหน่อยก็นะ 55555555
    #141
    0
  3. #127 ❥Khunseua (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 08:38
    โอ้ยยยย น่ารักมากเลยยยย ซอกมินแก๊งเด็กเกเรกับซึงกวานคนหยิ่ง งื้ออออ / กวานไม่หยิ่งกับซอกมินแล้วน้า ต้องรีบวิ่งตามให้ทันหละรู้มั้ย สู้ๆ
    #127
    0
  4. #19 Petals_Paan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 20:58
    เซ็ตวายดูยูไลค์ในตำนานนนนนน ซอกบูมาแล้วววว
    ชอบความสดใสซาบซ่าของอีซอกมินมากๆ คนอะไรมองโลกในแง่ดีขนาดนี้ โดนลากมาใช้งานก็ยังแฮปปี้ ถถถถถถ
    แต่เพราะมาใช้แรงงานนี่แหละ ทำให้ได้สนิทกับลูกเจ้าของร้านนาจาาาา
    ชอบตอนนางแซวเรื่องเสื้อลายเป็ด โง่ยยยย น้องบูนี่ก็ใส่ออกมาได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ
    เสียดายที่จดหมายรัก(?)ของอิพี่ซอกไปถึงน้องบูแค่ฉบับเดียว ไม่งั้นนี่ได้จีบไปนานแล้ววว

    น้องบูคนหยิ่งของเรา ฮ็อตอะไรขนาดนี้ ถึงกับมีที่เก็บจดหมายรัก(ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านสักใบ) ถ่อออ
    แรกๆ น้องบูอาจจะหยิ่ง แต่หลังๆมาช่วง Q&A นี่จะกลายเป็นซึนแทนแล้วม้างงงง
    แต่เกมส์นี้ก็ดีนะ ช่วยเลื่อนขั้นไวพรึ่บพรั่บ จากเพื่อนมาเป็นคนจีบเฉยเลย วรั้ยยยยย
    หวังว่าหลังจากนี้ คู่รักซัมเมอร์จะได้เป็นเลื่อนขั้นไปเป็นแฟนกันต่อนะ ฮิ้งงงง

    จะรอเรื่องต่อๆ ไปนะฮับพี่โร ไฟท์ติ้งงงง
    #19
    0