` F A N F I C R O O M | SEVENTEEN ♡

ตอนที่ 6 : - 06 : why do you like 'spring' | seungcheol x doyoon 。

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

WHY DO YOU LIKE SPRING | SEUNGCHEOL x DOYOON
au / pg – 15 / romantic








ps.อยากให้เปิดฟังเพลงตอนอ่านด้วย ฟังแล้วจะได้อินนะนะนะ ._.

 

 

 

 

ทำไมถึงชอบฤดูใบไม้ผลิ ?

เพราะว่ามันทำให้ฉันรู้สึกว่าเหมือนหัวใจฉันกำลังพองโตตามดอกไม้น่ะสิ่

 

 

 

 

 

ย๊าาาาาาาาาาาาา !! นายกล้ามาไปแล้วนะที่มาเล่นม้าหมุนของฉัน !

 

เสียงตะโกนโวยวายดังลั่นทั่วสนามเดินเล่นบริเวณหน้าหมู่บ้าน ทำให้เด็กชายหน้าตาน่ารักวัยหกขวบต้องหันไปมองต้นเสียง ก็พบว่าต้นเสียงนั้นคือเสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้าป้ายสนามเด็กเล่น ใบหน้าและเสื้อผ้าดูมอมแมมตามประสาเด็กกำลังอยู่ในช่วงวัยซนๆ ชอบเล่นและเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ท่าทางจะอายุอานามเท่ากัน ดูจากขนาดตัวแล้วก็ไม่ได้สูงต่างกันไปเท่าไหร่นัก แต่แววตาของเด็กชายคนนั้นกลับดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้คนเสียเท่าไหร่ ทำให้เด็กชายที่กำลังนั่งอยู่บนม้าหมุนเกิดนึกกลัวขึ้นมา

         

ย๊า ! นายออกไปจากของเล่นของฉันเดี๋ยวนี้นะ ! ออกไปๆๆๆ

         

เด็กชายหน้าตามอมแมมเดินตรงดิ่งมาหยุดที่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะดึงเด็กชายที่ตัวเล็กกว่าให้หลุดออกไปจากม้าหมุนที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นของตัวเอง ก่อนจะผลักอีกฝ่ายล้มลงไปกับกองทราย เสื้อผ้าที่ดูสะอาดสะอ้านกลับต้องเปลี่ยนเศษฝุ่นเศษทรายอย่างช่วยไม่ได้

เด็กชายหน้าหวานยันตัวลุกขึ้นพลางปัดเศษฝุ่นออกไปจากตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่กระดานหก แต่กลับโดนเด็กชายคนเดินดึงให้ออกไปจากของเล่นชิ้นนั้น เด็กชายหน้าตาน่ารักจึงตัดสินใจเดินไปนั่งที่ชิงช้าเงียบๆ แต่ก็กลับมีเสียงตะโกนโวยวายมาอีกรอบ

         

ย๊าๆๆๆๆ ! ใครอนุญาตให้นายนั่งชิงช้าของฉันน่ะห้ะ !!!

         

เด็กชายคนเดิมรีบวิ่งมาโวยวายก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้ล้มลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับรุนแรงกว่าเดิม และความสูงของชิงช้าก็น่ากลัวไม่ใช่เล่น ทำให้หัวของเด็กชายผู้ถูกทำร้ายกระแทกลงกับพื้นที่มีก้อนหินอยู่อย่างแรง เรียกหยาดน้ำตาออกมาได้เป็นสายเลยทีเดียว

         

ทำไมฉันถึงเล่นนั่นเล่นนี่ไม่ได้อ่ะ ก็นี่มันไม่ใช่ของนายคนเดียวซักหน่อย นี่มันของหมู่บ้านนะ ! เด็กชายตัวน้อยแหวใส่อีกฝ่ายเสียงดังพร้อมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นชุดใหญ่

         

นายอย่ามาบีบน้ำตากับฉันนะ ! นี่มันของๆฉัน ของฉันคนเดียว ใครๆก็ไม่มีสิทธิ์ได้เล่นของเล่นพวกนี้ถ้าฉันไม่ให้ แม้แต่นาย ฉันก็ไม่ให้ ! เด็กชายผู้เป็นหัวโจกของของเล่นทั้งหมดในหมู่บ้านตวาดเสียงดังจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยงก่อนจะร้องไห้เสียงดังลั่น

         

ย๊า ! เงียบเดี๋ยวนี้นะ หนวกหูไงเจ้าบ้า เป็นผู้ชายอะไรมาร้องไห้ห้ะ อย่ามาอ่อนแอแถวนี้ ! เด็กชายตัวโตกว่าดุใส่คนตัวเล็กอีกรอบ คราวนี้เด็กชายร้องไห้หนักกว่าเดิมจนคุณแม่ที่กำลังจะตามลูกชายสุดที่รักกลับบ้านต้องรีบมาดูทันที

         

ลูกโดยุน ! หนูเป็นอะไรไปลูก เกิดอะไรขึ้น !? คุณนายจางรีบวิ่งมาปลอบลูกชายที่กำลังร้องไห้โยเยอยู่ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายอีกคนที่กำลังมองอย่างเอาเรื่อง

 

หนูรังแกโดยุนทำไมลูก ? โดยุนไปทำอะไรให้หนู ?

 

เขามาแย่งของเล่นของผม ! ผมไม่ชอบ !!! ว่าจบเด็กชายก็รีบวิ่งออกไปจากสนามเด็กเล่นในหมู่บ้านทันที ทำให้คุณนายจางได้แต่มองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้เก็บเอามาคิดในใจก่อนจะพาลูกชายของตัวเองที่กำลังร้องไห้หนักกลับบ้าน

         

เด็กชายหน้าตามอมแมมที่วิ่งมาหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นใหญ่ แอบเอียงหัวมองเด็กชายกับคุณแม่ที่กำลังเดินออกไปจากสนามเด็กเล่น แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติที่อยู่บริเวณหัวกลมน้อยๆนั่น ...

         

         

         

เลือดออก !!

         

         

         

         

         

หลายวันต่อมา ...

         

เด็กชายตัวโตรีบวิ่งมาที่สนามเด็กเล่นที่เดิมเพราะกลัวว่าใครบางคนจะมาแย่งเล่นของเล่นของเขาอีก ถึงแม้ว่าหลายวันก่อนเขาจะไม่เห็นร่างของเด็กชายหน้าหวานนั่นวนเวียนแถวๆนี้เลยก็ตาม แต่ทว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของของเล่นหรือตัวตนของเด็กชายหน้าตาน่ารักนั่น หากแต่เด็กชายคนนั้นกลับนั่งอยู่ตรงป้ายสนามเด็กเล่นพลางใช้กิ่งไม้แห้งๆขีดเขียนวาดรูปเล่นบนพื้นทรายเงียบๆเท่านั้น ไม่ได้ก้าวเข้าไปในสนามเด็กเล่นแม้แต่น้อย แต่บนตัวของเด็กชายคนนั้นกลับมีอะไรประหลาดโผล่ขึ้นมาที่หัวกลมๆจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุดตาไปมอง

         

         

         

... ผ้าก็อซสีขาวแปะอยู่ที่กลางหัว ...

         

         

         

นี่นาย ... เด็กชายตัวโตเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย เด็กชายตัวเล็กเงยหน้ามองก่อนจะตัวสั่น แขนเล็กนั้นพยายามโอบรอบกองทรายที่ตัวเองนั่งวาดรูปอยู่เมื่อสักครู่นี้

 

ฉันไม่ได้เข้าไปในนั้นแล้ว นายอย่าทำร้ายฉันกับรูปวาดของฉันเลยนะ เด็กชายตัวเล็กอ้อนวอนก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลรินจากดวงตากลมนั้น

 

ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยนะ ... ฉันกำลังจะบอกว่า ... เด็กชายตัวสูงนั่งยองเพื่อให้ระดับตัวเท่ากับคนตัวเล็กที่กำลังจะร้องไห้ออกมา

 

... ว่าอะไร ? เด็กชายหน้าหวานใช้มือที่เปื้อนเช็ดใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาของตัวเอง แต่กลับถูกมือของอีกฝ่ายจับไว้พร้อมดันมือเล็กนั้นวางลงบนตักของเจ้าตัว ก่อนที่ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตานั้นจะถูกเช็ดโดยมืออีกฝ่ายที่ไม่ได้จับสิ่งสกปรกใดๆมา

         

         

         

นายจะเล่นของเล่นนั่นก็ได้ ... แต่ฉันให้นายเล่นแค่ชิงช้าเท่านั้นนะ เดี๋ยวนายเจ็บหนักอีก

         

         

         

เด็กชายหน้าหวานค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงบนชิงช้า มือเล็กจับเชือกไว้แน่น ก่อนที่ชิงช้าจะถูกไกวอย่างเป็นจังหวะโดยเด็กชายตัวโต รอยยิ้มกว้างเผยขึ้นบนใบหน้าน่ารักนั้นพร้อมเสียงหัวเราะที่ดูสดใสและบรรยากาศที่มีดอกไม้เบ่งบานเหมือนยิ้มรับพร้อมกับคนตัวเล็กอยู่เต็มสนามเด็กเล่น ทำเอาคนไกวชิงช้าให้ก็ได้แต่ยิ้มตาม

         

         

         

... ถ้ารู้ว่าการที่แบ่งของเล่นให้กับคนอื่นจะทำให้ตัวเองและเพื่อนต้องยิ้มกว้างและรู้สึกมีความสุขเหมือนกันแบบนี้ เขาคงจะเชื่อฟังคำสอนของพ่อที่พูดไว้ตั้งนานแล้ว แต่เพราะเมื่อวานโดนทำโทษเลยทำให้เขาคิดได้ด้วยล่ะมั้ง ? ...

         

         

เมื่อวานเด็กชายตัวโตกลับบ้านไปก็โดนคุณพ่อลงโทษตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงสามทุ่มเพราะคุณพ่อของรู้ว่าลูกชายของเขาไปรังแกเพื่อน และที่สำคัญเพื่อนของลูกชายที่ว่านี่ก็ไม่ใช่ใคร ก็เด็กชายหน้าหวานคนนี้นั่นแหละ ยิ่งไปกว่านั้นคุณพ่อไปรู้มาจากเพื่อนข้างบ้านอีกว่าลูกชายของเขาทำให้เด็กคนนั้นได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ยิ่งทำให้คุณพ่อโกรธหนักและลงโทษอย่างหนักจนลูกชายซาบซึ้งถึงบทลงโทษและคำสอนอย่างถ่องแท้ จึงทำให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

         

         

         

นายไม่มีเพื่อนรึไง ? คนไกวชิงช้าเอ่ยถามเด็กชายตัวเล็กที่นั่งเล่นชิงช้าที่ตัวเองกำลังไกวให้อยู่

 

ฉันย้ายมาอยู่ใหม่น่ะ คือฉันย้ายมาจากปูซาน ย้ายตามคุณแม่มา ตอนนี้เลยยังไม่มีเพื่อน

 

อ๋อแล้วหายเจ็บหัวรึยัง ? ฉันขอโทษที่ทำร้ายนายรุนแรงเกินไป ...

 

ตอนนี้ก็ยังมึนๆอยู่นะ แต่เลือดไม่ไหลแล้ว ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่นี้เอง ฉันชินแล้ว ฉันไม่โกรธนายหรอก

 

อ่า ... เข้าใจแล้วๆ คนถามพยักหน้าให้กับตัวเองเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว

         

ว่าแต่ ฉันยังไม่รู้จักชื่อนายเลยอ่ะ นายชื่ออะไรเหรอ ? ฉันโดยุนนะ จางโดยุนเด็กชายตัวเล็กหันมายิ้มกว้างแนะนำตัวอีกฝ่ายที่กำลังไกวชิงช้าให้ตัวเองช้าๆ

         

         

         

ซึงชอล ... ชเวซึงชอล

 

 

ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะซึงชอล หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ

 

เช่นกันนะ

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ซึงชอล นายได้เรียนห้องไหนอ่ะ ?

 

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไป จากเด็กชายหน้าหวานและเด็กชายมอมแมมตัวเล็กๆ ก็กลายเป็น เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักและเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา จากเด็กน้อยวัยหกขวบกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี ที่ตอนนี้จากคนไม่เคยคุยกัน สร้างวีรกรรมในวันแรกกลับกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปจนได้

 

ฉันได้อยู่ห้องบี นายล่ะ ? ซึงชอลตอบอีกคนที่กำลังเกาะไหล่เขาที่กำลังยืนมองบอร์ดประกาศรายชื่อห้องเรียนและรายชื่อนักเรียนที่ศึกษาต่อในระดับมัธยมตอนปลายปีที่สามปะปนกับผู้คนเป็นจำนวนมากอยู่

 

ฉันได้อยู่ห้องเอล่ะ สามปีซ้อนแล้วๆๆๆ โดยุนดึงแขนแกร่งให้ออกมาจากฝูงเพื่อนนักเรียนที่กำลังมุงดูบอร์ดประกาศอยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำได้เพียงยีหัวคนตัวบางเบาๆเท่านั้น

 

เออก็แน่สิ่ ถ้าฉันไม่เอาเวลาไปเสียกับเรื่องชกต่อยไปสองปี ป่านนี้ฉันก็อยู่ห้องเอเถอะ โธ่ ซึงชอลเอ่ยออกมาด้วยความหมั่นไส้อีกฝ่ายที่อวดว่าตัวเองอยู่ห้องคิงมาตลอด

         

ถึงการเรียนของเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่าโดยุน แต่เพราะมีปัญหาเรื่องพฤติกรรม เลยทำให้เขาได้อยู่ห้องบีเท่านั้น หากเขาเรียนไม่เก่งและมีปัญหาล่ะก็ คงได้เตะไปอยู่ห้องซีแน่ๆ เพราะนิสัยผาดโผน อารมณ์ฉุนง่าย ชอบไปชกต่อยใครต่อใครทำให้เขาอยู่ได้มากสุดแค่ห้องบีเท่านั้น

         

ฉันก็บอกนายแล้วไงให้เพลาๆลงบ้างน่ะฟังบ้างไหมล่ะ ? โดยุนแหวใส่อีกคนที่ไม่เคยฟังเขาเลยเวลาที่บอกห้ามไปยกพวกตีคนอื่น คนถูกแหวก็ได้แค่เกาท้ายทอยตัวเองเท่านั้น

 

ก็มันชอบมารังแกอีชานก่อน จะให้ฉันดูเฉยๆอย่างนั้นเหรอ ฉันทำไม่ได้หรอก อย่างน้อยฉันก็ต้องไปเอาเลือดคนที่รังแกเพื่อนฉันออกจากหัวก่อนเถอะ จากนั้นค่อยว่ากัน

         

คนตัวสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเมื่อเวลาพูดถึงเพื่อนในกลุ่มอย่างอีชานที่มักจะโดนนักเรียนโรงเรียนฝั่งตรงข้ามแกล้งเพราะด้วยสัดส่วนลำตัวที่ดูเล็กกว่าคนในกลุ่มเลยทำให้กลายเป็นที่โดนรังแกง่าย แต่ก็ใช่ว่าคนอย่างอีชานจะยอมโดนแกล้งง่ายๆ เห็นตัวเล็กเท่านั้นแต่ไปเอาแรงจากใครมานักหนาก็ไม่เข้าใจ

ต่อให้อีชานจะมีแรงมากแค่ไหนอย่างน้อยเขาก็ต้องเข้าไปช่วยเสมอเพราะอย่างน้อยก็เพื่อนในกลุ่ม ซึงชอลเป็นคนรักเพื่อนมาก หากเพื่อนโดนทำร้าย ต่อให้เขาป่วย เขาก็จะดื้อดึงจะมาช่วยเพื่อนของตัวเองให้ได้ ในกลุ่มแก็งค์ของซึงชอลนอกจากจะมีอีชานแล้ว ยังมีซอกมิน ซึงกวาน จีซู และมินกยู ด้วย ส่วนโดยุนน่ะไม่นับให้อยู่ในแก็งค์หรอก มันอันตรายเกินไปถ้าหากเจ้าตัวได้เข้าไปอยู่ด้วย

         

แล้วถ้าฉันโดนรังแกล่ะ นายจะไปช่วยฉันไหม ? โดยุนเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็นประกายเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกเรื่องหนึ่ง

 

ไม่มีทางอ่ะ ...

 

ซึงชอลเอ่ยพร้อมใบหน้าที่นิ่งสนิทจนทำให้คนตัวบางกว่าได้แต่ทำตัวเศร้าสลดลงทันตาเห็นเมื่อไม่ได้ยินคำพูดที่ตัวเองจินตนาการไว้ ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อคนตัวโตกว่าดึงร่างเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดพร้อมกระชับกอดไว้แน่น ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอายและแดงขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินประโยคที่สามารถตราตรึงเข้าไปในหัวใจไม่มีวันลืม

 

 

 

ไม่มีทางอ่ะ ... ที่นายจะโดนใครมารังแก เพราะฉัน ... จะปกป้องและดูแลนายจนกว่านายจะบอกว่าไม่อยากให้ฉันดูแลแล้ว และ จะปกป้องจนกว่านายจะเจอใครดีที่สามารถปกป้องนายได้ดีกว่าฉัน ... เข้าใจใช่ไหม ?

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

          ว้าวววววว ! ดอกไม้เต็มไปหมดเลยอ่ะซึงชอลดูดิ่ๆ สวยจริงๆให้ตายสิ่

 

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนแววตาของโดยุนก็เปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง และเริ่มอารมณ์ดีเมื่อเจ้าตัวกับเพื่อนสนิทอย่างซึงชอลที่กำลังเดินทางกลับบ้านได้เห็นกลุ่มดอกซากุระสีหวานที่ขึ้นเต็มตลอดริมสองข้างทาง คนตัวบางเขย่าแขนแกร่งนั้นไปมาเหมือนเด็กน้อยที่ดีใจเมื่อเห็นของสวยๆงามๆ

 

เมื่อเช้าก็เห็นไปแล้วไม่ใช่รึไง นี่มันก็ต้นเดิม ที่เดิมนะ

 

ซึงชอลขมวดคิ้วมองต้นไม้ที่อยู่ ณ จุดเดิม ดอกไม้ก็เบ่งบานเหมือนเมื่อเช้า ทุกอย่างก็เหมือนตอนเช้าแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนข้างๆเขาถึงได้ดีใจเหมือนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น

 

ก็ฉันชอบนี่มันดูสบายตาสบายใจดีอ่ะ นายไม่เป็นบ้างรึไงเวลามองมันน่ะ ?

 

ก็เป็นบ้างแต่ก็ไม่ได้มากขนาดนายน่ะเข้าใจไหมหนุ่มน้อย ซึงชอลผลักหัวกลมๆนั้นเป็นเชิงหยอกเอินอีกฝ่าย แต่คนโดนผลักหัวก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร มีเพียงแต่หัวเราะเบาๆเป็นการตอบรับเท่านั้น

         

         

         

ทำไมถึงชอบฤดูใบไม้ผลิ ? คนตัวโตกว่าเอ่ยถามเมื่อบรรยากาศรอบข้างเงียบลง ต่างคนต่างเงียบมานาน จนสุดท้ายก็เอ่ยคำถามเพื่อทำลายบรรยากาศแสนเงียบสงัดนั้นไป

 

หมายถึงฉันใช่ไหม ?โดยุนชี้ตัวเองพลางเอียงหัวเป็นเชิงสงสัย ซึงชอลพยักหน้าตอบรับอีกฝ่าย

         

         

         

ฉันชอบฤดูใบไม้ผลิเพราะ ....

 

เพราะ ?

         

         

         

         

         

เพราะว่ามันทำให้ฉันรู้สึกว่าเหมือนหัวใจฉันกำลังพองโตตามดอกไม้น่ะสิ่โดยุนก้มหน้ายิ้มกว้าง ทำให้คนที่กำลังเหลือบมองถึงกับต้องหยุดชะงักมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

         

ใบหน้าที่ดูน่ารักตั้งแต่เด็กจนโตน่ารักอย่างไรก็ยังน่ารักเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน พวงแก้มนวลแดงระเรื่อรับกับอากาศที่ยังไม่สร่างจากฤดูหนาวดีนัก ริมฝีปากแดงขับกับใบหน้าหวาน รอยยิ้มที่สดใสที่ควรมีให้เขาตั้งแต่แรกพบ แต่เขากลับทำลายมันไปด้วยความรุนแรงของเขาเอง ทำให้เขารู้สึกเสียดายที่เผลอไปทำร้ายมัน

ครั้งแรกที่เห็นหน้าก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบที่คนตรงหน้าไปเล่นของเล่นนั่นนี่หรอก แต่แค่ไม่อยากให้เล่นอะไรอันตราย อย่างม้าหมุน กระดานหก ชิงช้าที่สูงๆน่ะ ถ้าไม่มีคนดูแลก็จะได้รับบาดเจ็บได้ง่าย แต่ก็อย่างว่า เขาไม่ใช่คนพูดดีๆ เขาเป็นคนนิสัยแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไร เพียงแค่แสดงวิธีการห่วงใยที่ไม่ถูกต้องเฉยๆแค่นั้นเอง ...

 

 

 

งั้นไว้รอฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ... ฉันมีอะไรจะบอกล่ะ

 

บอกอะไรเหรอซึงชอล ?

         

ยังไม่บอกตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้นายก็ยิ้มให้ฉันดูบ่อยๆแล้วกัน

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ไอ่ซึงชอล ! เจ้าของชื่อที่เดินอยู่ที่ระเบียงตึกเรียนหันไปมองตามเสียงเรียก พบว่าเพื่อนในแก๊งค์ของตัวเองอย่าง คิมมินกยู กำลังวิ่งตามเขามาอยู่ คนถูกเรียกชื่อจึงหยุดเดินเพื่อให้เพื่อนตามทัน

 

มีอะไร เรียกเสียงดังกลัวกูไม่รู้จักชื่อตัวเองเหรอ ?

 

แย่แล้วมึง ....

 

“ ? “

         

         

         

ชานกำลังตีกับไอ่พวกมือรองกากๆที่มันมาตอแยโดยุนมึงอ่ะ มึงไปช่วยเร็วเข้า ! ”

         

ห้ะ ! ใครมันกล้ามาแตะโดยุนวะ ! คนตัวโตกว่าหน้าเริ่มเปลี่ยนไป อารมณ์โมโหเริ่มครุกกรุ่นมากขึ้น เลือดร้อนเริ่มสูบฉีดไปทั่วร่าง มือหนากำปั้นไว้แน่นจนมินกยูไม่กล้าปลอบเพราะกลัวเป็นลูกหลงอยู่ไม่น้อย

         

เจ้าเก่า ไอ่จงฮยอน

         

         

         

         

         

ไอ่เหี้ยยยยยยยยย !! สัตว์นรก ! มึงไม่ตายก็ไม่ต้องเลี้ยงจนโตแล้ว !!!!!!

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

ซึงชอลวิ่งไปที่หลังโรงเรียนตามที่มินกยูบอก พบว่าชานกำลังชกต่อยกับพวกของจงฮยอนที่มีประมาณสี่ห้าคนโดยลำพัง และสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นร่างบางที่นอนกุมหน้าท้องเพราะโดนชกเข้าที่ท้องกำลังถูกหัวหน้าแก็งค์อย่างจงฮยอนพยายามจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกเพื่อกระทำบางอย่างที่ยิ่งทำให้คนตัวโตเริ่มทนไม่ไหว

ซึงชอลที่อารมณ์พุ่งพล่านเพราะทนไม่ได้และรู้สึกเหมือนปกป้องอีกฝ่ายไมได้จึงวิ่งเข้าไปผลักจงฮยอนและชกต่อยจงฮยอนอย่างสุดหมัดพร้อมผลักไปอีกฝั่งจนหัวกระแทกกับรากไม้ ก่อนจะเข้าไปช่วยชานชกต่อยอีกฝ่ายทันทีและบอกให้มินกยูอุ้มคนตัวบางนั้นให้ออกไปจากบริเวณนี้ทันทีพร้อมแจ้งบอกอาจารย์ฝ่ายปกครองด้วยว่าเขาจะไปหาในอีกไม่ช้า เพื่อนตัวเล็กชกต่อยได้ไม่นานก็ต้องทรุดตัวเพราะตัวเองก็บาดเจ็บไม่ใช่น้อย อีกฝ่ายเล่นเอาไม้หน้าสามมาอีกด้วยส่วนเจ้าชานแทบไม่มีอุปกรณ์อะไร สู้มือเปล่าล้วนๆ ทำให้ซึงชอลต้องลุยเดี่ยวเพื่อสู้กับจงฮยอนและผองเพื่อนของฝ่ายคู่กรณีอย่างช่วยไม่ได้

         

         

         

มึงน่าจะมาช้ากว่านี้นะซึงชอล ... มึงจะได้เห็นอะไรดีๆจนแทบพูดไม่ออก

         

พล่ามเหี้ยอะไรของมึงไอ่สัด ! ซึงชอลตวาดใส่อีกฝ่ายทันทีด้วยความโมโหจัด

         

กูเกือบจะได้โดยุนมาเป็นของกูแล้ว หึ

         

มึงกล้าพูดดีนะไอ่เลว ! ตราบใดที่กูยังมีชีวิตอยู่ มึงไม่ได้แตะต้องตัวโดยุนง่ายๆหรอกเว่ย จำใส่กะลาหัวกลวงๆของมึงไว้ซะ !!! ”

 

หึ งั้นเหรอ ? งั้น ... ถ้ากูกำจัดมึงซะ โดยุนก็จะเป็นของกูใช่ไหม ? จงฮยอนหยิบไม้หน้าสามที่ตอกตะปูไหวหลวมๆขึ้นมาก่อนจะหยิบชี้หน้าซึงชอลที่กำลังแสยะยิ้มอยู่

         

         

         

ถ้ากูโดนกำจัดง่ายๆ มึงคงไม่ได้เป็นแค่พวกที่ต้องมารองมือรองตีนให้พวกกูหรอกไอ่โง่ !

         

         

         

ซึงชอลที่อารมณ์โมโหพุ่งขึ้นสูงจัดวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปประชันหน้าจงฮยอนแต่ก็ใช่ว่าจะครณามือแม้ว่าเขาจะไม่มีอุปกรณ์ใดๆก็ตามเพราะเพียงไม่กี่นาทีเขาก็กำจัดพวกที่มาตอแยเพื่อนเขาและคนสำคัญของเขาได้อย่างรวดเร็วสมกับเรียนเทควันโดมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าจะได้แผลมาบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก ก่อนที่จะปิดฉากลงด้วยการนำไม้หน้าสามที่ปักตะปูไว้ ฟาดใส่หน้าคู่กรณ๊ทุกคนอย่างไม่ยั้งจนหน้าแต่ละคนนั้นเสียโฉมยับเยินจนดูไม่ได้ โดยเฉพาะจงฮยอนที่โดยหนักกว่าเพื่อนจงสภาพแทบไม่น่าจะมีชีวิตรอดได้ ซึงชอลวิ่งปราดเข้าไปหาลีชานที่นอนทรุดอยู่ไม่ไกลนัก

         

         

         

ชาน มึงไหวไหม ? ซึงชอลเขย่าไหล่คนตัวเล็กที่ใกล้สลบแหล่ไม่แหล่

 

กูยังไหวอยู่ ... มึงไปดูโดยุนเหอะ .. ถ้ากูไม่เข้ามาช่วย ......... มันเกือบเสร็จไอ่จงฮยอนแล้ว ชานกระแอมไอออกมาเป็นลิ่มเลือด ซึงชอลจึงลุกพยุงเพื่อนของตัวเองก่อนจะรีบพาไปที่ห้องพยาบาลทันที

         

         

         

บานประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออกอย่างรุนแรงโดยฝีมือของนักเลงหมายเลขหนึ่งของโรงเรียนที่กำลังพยุงเพื่อที่กำลังบาดเจ็บ คนตัวสูงพยุงเพื่อนมาหาอาจารย์ก็โดนอาจารย์ซักไซ้มากจนเขารำคาญ รีบเดินพยุงลีชานที่เจ็บหนักไปนอนบนเตียงทันที และก็พบว่าโดยุนก็นอนในห้องนั้นด้วย ซึงชอลค่อยๆวางร่างลีชานลงกับเตียงนอน และหันไปมองโดยุนที่ตอนนี้สลบอยู่เพราะอาการจุกท้องที่โดนชกและโดนชกต่อยจนใบหน้าหวานมีรอยแผลรอยถูกชกต่อย ยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหวมากไปกว่าเดิม

ซึงชอลโค้งคำนับอาจารย์ประจำห้องพยาบาลเสร็จ ก็รีบวิ่งออกไปจากห้องพยาบาลเพื่อไปที่ห้องฝ่ายปกครองที่เขาขยะแขยงที่สุดเพื่อไปแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับโดยุนและเพื่อนๆของเขา ...

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

คิดอะไรอยู่โดยุน ? เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนจะโน้มหน้าไปประทับริมฝีปากไปที่แก้มนิ่มของอีกฝ่ายเบาๆ ทำให้คนโดนเรียกสติต้องหันหน้ามามองก่อนจะง้างมือฟาดไปที่ไหล่หนาหนึ่งฉาดใหญ่

 

เล่นอะไรบ้าๆน่ะซึงชอล อย่าทำให้ฉันตกใจสิ่ !

 

ก็แล้วนายเหม่ออะไรอ่ะ ? จะกลับบ้านไหม ?ซึงชอลยักไหล่เหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวที่ทำไป ก้าวขายาวๆเพื่อที่จะเดินกลับบ้าน แต่คนตัวบางรีบวิ่งมาดึงแขนแกร่งไว้ พร้อมจับมือหนาไว้แน่น

 

กลับสิ่ๆๆๆๆๆ

           

           

           

           

           

นี่ก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้วนะที่ไม่ได้เห็นซากุระด้วยกันแบบนี้น่ะ ว่าไหมซึงชอล

 

ในตอนนี้ทั้งโดยุนและซึงชอลกลายเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังไปเรียบร้อยแล้ว โดยุนกลายเป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ เอกการแสดง ส่วนซึงชอลกลายเป็นนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลังจากหนึ่งปีผ่านมาพวกเขาได้เจอเรื่องอะไรมามากมายจนแทบนับไม่ได้จริงๆ

 

ก็คงแบบนั้น

           

แล้วก็ไม่ได้เห็นหน้านายมาหนึ่งปีเต็มๆด้วย ซึงชอล ....

 

เอาหน่า ฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้านี่แล้วไง ?ซึงชอลจับไหล่บางให้หันมามองตัวเอง ก่อนจะฉีกยิ้มให้อีกฝ่ายสบายใจ

 

นายไม่รู้เหรอไงว่าหนึ่งปีที่นายไม่อยู่หลังจากเกิดเรื่องแย่ๆนั่น ฉัน .... โดยุนก้มหน้า แววตาประกายกลับกลายเป็นแววตาเศร้าสร้อย อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยนอย่างบอกไม่ถูก

           

?

           

           

           

ฉันเหงามากเลย ... ไม่มีใครอยู่ข้างๆเวลาไปไหนมาไหน ถึงจะมีซูนยอง ซึงกวาน วอนอูคอยอยู่เป็นเพื่อนก็เถอะ แต่ฉัน ... เหงามากอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ ...

           

“ … ”

           

ตั้งแต่หกขวบจนถึงตอนนั้นเราไม่เคยห่างกันเลยนะ แต่พอมาห่างเป็นปี ฉันรู้สึกเคว้งคว้างมากจนไม่รู้จะพูดยังไง อยากร้องไห้วันละหลายๆครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้วย ...

 

อยู่ๆหยดน้ำใสที่คลออยู่ที่ตาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว พร้อมเสียงสะอื้นที่แสดงให้รู้ว่าคนพูดนั้นเหงามากจนอยากร้องไห้อย่างที่บอกจริงๆ จนคนตัวโตทำอะไรไม่ถูกจึงได้แค่ดึงคนตัวบางเข้ามาให้อ้อมกอดแข็งแรงพร้อมปลอบโยนเหมือนทุกๆทีที่คนตัวบางร้องไห้

           

โดยุนอ่า ... อย่าร้องไห้สิ่ ...

 

ฮึก ... มือเล็กค่อยๆกอดคนตัวโตตอบ ใบหน้าหวานซุกอยู่ที่อกแกร่งนั้นพร้อมปล่อยน้ำตาที่มีอยู่จนหมด

           

           

           

โดยุน ... นายยังจำที่ฉันเคยพูดเมื่อปีที่แล้วได้ไหม ?ซึงชอลเอ่ยขึ้นเพื่อเปิดประเด็นที่เคยคั่งค้างไว้เมื่อปีที่แล้ว จนโดยุนต้องผละออกจากอกแกร่งนั้น

           

" ... จำได้ " ร่างบางพยักหน้าเบาๆให้รู้ว่าตัวเองนั้นยังจำได้ว่าคนตรงหน้าเคยพูดอะไรไว้

           

" พร้อมจะฟังที่ฉันพูดรึเปล่า ? " ซึงชอลจ้องเข้าไปในดวงตากลมที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาเมื่อสักครู่นี้ อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับ

           

           

           

           

           

" ฉันขอโทษที่หนึ่งปีที่ผ่านมาฉันทิ้งนายไป แต่ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น ไม่อย่างนั้นนายอาจจะไม่ปลอดภัยเหมือนทุกวันนี้ "

           

" .... "

           

" ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันต้องทำแบบนั้นทั้งๆที่นิสัยของฉันมันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่เคยต้องสละตัวเองเพื่อใคร ไม่เคยต้องคอยปกป้องใคร แค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น ... "

           

" … "

           

" หนึ่งปีที่ฉันไม่ได้เจอนาย ฉันก็พยายามถามตัวเองว่าควรจะบอกเรื่องที่ฉันเขาคั่งค้างไว้เมื่อปีที่แล้วรึเปล่า แต่ฉันก็ได้คำตอบแล้ว ... "

           

ได้คำตอบว่ายังไงล่ะ ?

           

" ฉันต้องบอกนายให้ได้ว่า .....

 

 

 

ใบหน้าคมก้มลงไปจนเหลือช่องว่างเพียงไม่มากนักก่อนที่ริมฝีปากอุ่นจะประทับลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อที่นุ่มและหยุ่นตัวนั้นเบาๆอย่างไม่ลุกล้ำใดๆ อีกฝ่ายที่โดนกระทำก็เบิกตากว้างก่อนที่จะหรี่ตาลงและหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น เพียงไม่นานริมฝีปากคนตัวสูงก็ผละออกอย่างอ้อยอิ่งพร้อมโน้มหน้าไปกระซิบข้างใบหูเล็กนั้นเพื่อให้ได้ยินเพียงแค่สองคนเท่านั้น

           

           

           

           

           

" ฉันรักนายนะ จางโดยุน ... เป็นแฟนกับฉันได้ไหม ? "

           

           

           

" ... ตกลง ฉันก็รักนายนะซึงชอล รักนายมากๆเลย ... "

 

 

 

 

 

 

 

 

END.



- 160507 -

สวัสดีตอนที่ห้าค่ะ

มีความลงฟิคอีกแล้ววู้ววูว ; w;

เรื่องนี้เป็นฟิคโปรเจ็กต์ที่เราเคยแต่งเอาไว้นานมาก 

สำหรับใครที่เคยติดตามโปรเจ็กต์นี้มานานมากจะรู้ว่า ...

เราแต่งไปแค่ 3 ฤดู อีก 2 ฤดูเรายังไม่ได้แต่งต่อ แน่นอนว่า ... รอบนี้เราเคลียร์ให้ครบ 5 ฤดูแน่ๆ 

ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน เรามาเริ่มกันด้วยฤดูใบไม้ผลิไปด้วยกันนะคะ คิ

ฤดูนี้เป็นคู่ของพี่ช่อนและคุณนายจางคนงามแหละอิอิ ลองอ่านดูน้ารับรองว่าสนุกอยู่เหมือนกันน

เอาเป็นว่าขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ แฮชแท็ก(ที่แปะไว้หน้าหลัก) #pnn17fic 

หรือว่าจะเมนชั่นมาคุยก็ได้นะครัชชช ; w ;

 

 

เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !



(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #150 Kwa_Kwa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:27
    ฮื่ออออน่ารักมากเลยค่ะอ่านแล้วเหมือนม่ดอกไม้มาบานในใจเลยฮิ้อออออิซึงชอลเขาอบอุ่นจังค่ะเหมิอนฤดูไยไม้ผลิที่โดยุนชอบเลยแงงง น่ารักกก
    #150
    0
  2. #18 Petals_Paan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 22:14
    เพพพพพพพพพพพ่โรรรรรรรรรรรรรรรร
    รอเซ็ต why do you like มานานมั่กกกกก ในที่สุดดดดดดดด ฮูเรรรรร่ *จุดพลุ*

    เปิดประเดิมเรื่องแรกด้วยป๊าม๊า คู่ชิบในตำนานของเรา ฮึก ดีจายยยยยย
    ชอบป๊าม๊าเรื่องนี้พอๆ เกมส์ผลักมือ โอ้ย มันเป็นฟิคที่ดีต่อใจ

    ชอบการที่เค้าโตมาด้วยกัน อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก
    พิช่อนคนเถื่อน ตอนเด็กเถื่อนยังไง โตมาก็เถื่อนอย่างนั้น พอๆกับความหวงเมีย(?) ของพี่เค้า
    ตอนเด็กๆ ก็เป็นห่วงกลัวม๊าเจ็บตัวเพราะของเล่น พอโตมาก็หวงเค้าเพราะรัก วรั้ยยยยยยย
    ชอบตอนที่พี่ช่อนไปตีกับชาวบ้าน เพราะมันบังอาจมาแตะต้องคุณม๊ามาก พี่เค้าเป็นนักเลงที่เท่ห์เหลือใจ *ชูป้ายไฟ*

    ชอบความตะมุตะมิของม๊า นางมาสไตล์เด็กดีตรงข้ามกับเด็กเถื่อนแบบพี่ช่อน
    ม๊านี่น่าปกป้องน่าถนุถนอมตั้งแต่เด็กๆ เลย มีความน่ารักที่โตมาก็ไม่หายไป อิจฉาพี่ช่อนจังเลยยย
    นี่ชอบสุดคือตอนที่พิช่อนสารภาพรัก โหย คราบความเถื่อนนี่ไม่เหลือเลย พระเอกมากกกกกก

    ฟินตัวจะแตกแล้วพี่โร แง้ ;;;;;/////;;;;;;

    จะรอคู่ที่เหลือในเซ็ต why do you like นะขรั่บ พี่โรสู้ๆ *โบกผ้า*
    #18
    0